‘สภาทนายความ’จับมือ’ก.เกษตรฯ’ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาข้อกฎหมายการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 16 จังหวัด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809914

'สภาทนายความ'จับมือ'ก.เกษตรฯ'ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาข้อกฎหมายการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 16 จังหวัด

‘สภาทนายความ’จับมือ’ก.เกษตรฯ’ตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาข้อกฎหมายการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 16 จังหวัด

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.38 น.

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีตัวแทนเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนาย ความว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้มีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำระดับจังหวัดใน 16 จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะทำงาน ผู้แทนจากกรมประมง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา และผู้แทนจากสภาทนายความจังหวัด เป็นคณะทำงาน ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎร์ธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ และในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ คณะทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1.วางแผนและกำหนดมาตรการดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในการกำจัดและควบคุมในระดับพื้นที่

2.ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนติดตามและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำ

3.สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและหน่วยงานอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

4.เชิญหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือคำแนะนำทางวิชาการได้ตามที่เห็นสมควร

5.มอบหมายเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

6.ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่เกี่ยวข้อง ตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมอบหมาย และรายงานผลการดำเนินการเสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป

ดร.วิเชียร นายกสภาทนายความ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้มีคำสั่งแล้ว สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์จะพิจารณาแต่งตั้งประธานสภาทนายความจังหวัด ทั้ง 16 จังหวัด ในฐานะผู้แทนสภาทนายความจังหวัด เพื่อร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และผลกระทบความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ชาวประมง รวมถึงระบบนิเวศน์และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยต่อไป

ปศุสัตว์เดินหน้าลดต้นทุน ช่วยเกษตรกรผลิตสินค้าส่งขาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809772

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ ซึ่งแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น จากกลไกการตลาดของราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ จึงมอบหมายให้ทุกหน่ายงานราชการวางแผนกำหนด
โครงการฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นคงต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทางกรมปศุสัตว์ ได้ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ ส่งเสริมการลดต้นทุนอาหารสัตว์ในด้านการผลิตพืชอาหารสัตว์การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารสัตว์ การส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพผลิตพืชอาหารสัตว์ การให้บริการเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ และการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์

สำหรับปีงบประมาณ 2567 สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ประกอบด้วย 1.กิจกรรมการขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ การผลิตเมล็ดพันธุ์ 57.3 ตัน และผลิตท่อนพันธุ์ 3,500 ตัน เพื่อจำหน่ายและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์ สำหรับลดต้นทุนค่าอาหารหยาบแก่เกษตรกร โดยเมล็ดพันธุ์ขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น 28,000 ไร่ และท่อนพันธุ์ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 7,000 ไร่ 2.กิจกรรมฟาร์มต้นแบบลดต้นทุนอาหารสัตว์ โดยการจัดทำฟาร์มสาธิต มีเป้าหมาย 150ฟาร์ม โดยมีฟาร์มนำร่อง ได้แก่ สหกรณ์โคนมนาวังจ.หนองบัวลำภู และสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร พร้อมให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนอาหาร โดยมีเป้าหมายให้คำแนะนำเกษตรกร 4,100 ราย

3.ส่งเสริมการผลิตพืชอาหารสัตว์ โดยการสร้างอาชีพผลิตพืชอาหารสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรประกอบอาชีพผลิตท่อนพันธุ์และเสบียงสัตว์จำหน่าย และเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีความประสงค์ปลูกสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์ใช้ท่อนพันธุ์ และเสบียงสัตว์คุณภาพดี สำหรับลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ 4.บริการผลิตอาหาร TMR เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะมีอาหาร TMR ในราคาต่ำ และมีคุณภาพเหมาสมกับช่วงระยะการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิด 5.บริการเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ (Motor pool) โดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลอาหารสัตว์และอุปกรณ์ในการเก็บรวบรวมการผลิตมาใช้เป็นอาหารสัตว์ให้กลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต และ 6.บริการวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำผลวิเคราะห์ไปใช้ได้ตรงตามความต้องการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุน หรือซื้อเมล็ดพันธุ์ และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์คุณภาพดีจากกรมปศุสัตว์ เพื่อนำไปลูกสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี ได้รับคำแนะนำในการจัดการด้านอาหารสัตว์ โดยหน่วย FMMU เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้รับอาหาร TMR ที่หน่วยงานในสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ผลิตเพื่อจำหน่ายในราคาต่ำ และคุณภาพตรงตามความต้องการของสัตว์แต่ละช่วงวัย

‘ธรรมนัส’ตรวจคุณภาพทุเรียนจันทบุรี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809773

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมผู้ประกอบการ โรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2567 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ อบจ.จันทบุรี

สำหรับสถานการณ์ส่งออกทุเรียนในปัจจุบันของการส่งออกทุเรียนภาคตะวันออก รวม 5,464 ชิปเมนท์ 74,922.75 ตัน มูลค่า 8,907 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร เตรียมความพร้อมตั้งแต่แปลงทุเรียน GAP ซึ่งภาคตะวันออกมีพื้นที่ให้ผลผลิต 424,772 ไร่ ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) แล้ว 30,809 แปลง พื้นที่ 393,459 ไร่ หรือคิดเป็น 92% ของพื้นที่ให้ผลผลิต และมีโรงคัดบรรจุ 758 แห่ง นอกจากนี้ได้จัดประชุมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2567 เพื่อสร้างการรับรู้และชี้แจงแนวทางการตรวจและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชเพื่อการส่งออก(Phytosanitary Certificate) และขั้นตอนการส่งออกผลไม้ตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้สดไปยังจีน ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับ “จันทบุรีโมเดล” เพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานในการส่งออกผลไม้ไทย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

“ประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียน ประมาณ 92% คาดว่ามูลค่าการส่งออกเฉพาะ จ.จันทบุรี จะมีประมาณ 130,000 ล้านบาท สำหรับการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนในภาคการเกษตรและการอุปโภค-บริโภคระยะเร่งด่วน ได้สั่งการกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ระดมเครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงจากส่วนกลาง เพิ่มเติม 4 ลำ เริ่มปฏิบัติการในพื้นที่โดยเร็วที่สุด และการแก้ไขระยะยาวได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม และในส่วนของการแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ จะมีการหารือมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรภาคตะวันออก ในการประชุม Fruit Board ต่อไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ อนุรักษ์ดิน-น้ำพื้นที่เสี่ยงภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809774

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางการเกษตร ที่บ้านตะกาง หมู่ 2 ต.ตะกาง อ.เมือง จ.ตราด โดยมีนายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 น.ส.อุบล มากอง ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง น.ส.จรรจิรา เจริญทวีชัย ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินตราด นายพรชัย วิจิตธรรมภาณี ปศุสัตว์จังหวัดตราดนายประภาส พรมโสดา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด นางเมตตา ไม้หนองกอย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการครั้งนี้

ทั้งนี้ ปัญหาที่พบในพื้นที่ คือ 1.ความเสื่อมโทรมของดินทางกายภาพ เคมี และชีวภาพทางดิน 2.การลุกล้ำของน้ำเค็ม 3.การชะล้างพังทลายของดิน 4.การไร้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 5.การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง(พืชสวน เช่น ทุเรียน) 6.น้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน (เขตเมืองและถนน ขยายตัว สิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำตามธรรมชาติทำให้นาข้าวผลผลิตเสียหาย) 7.การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชของเกษตรกรจากข้าวเป็น ปาล์มน้ำมัน/ มะพร้าว และยางพารา เปลี่ยนเป็นทุเรียน และ 8.เกษตรกร ขาดความรู้ความชำนาญในเชิงวิชาการทางการเกษตร ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ ตรวจราชการร้อยเอ็ด มอบโฉนดช่วยเหลือ ให้เกษตรกรใช้ทำกิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809771

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจราชการและขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน จ.ร้อยเอ็ด พร้อมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรใน อ.หนองพอก และ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด 550 รายที่หอประชุมโรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จ.ร้อยเอ็ด และภาคี ร่วมบูรณาการเรื่องการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร การมอบโฉนดเพื่อการเกษตร แสดงสิทธิในที่ดิน การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสิทธิและแหล่งเงินทุนมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ตามศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ จ.ร้อยเอ็ด ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 1,037,823 ไร่ เป็นพื้นที่เขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินประมาณ 726,477 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 15 อำเภอ 72 ตำบล โดยดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 62,367 ราย 78,334 แปลง เนื้อที่ประมาณ 663,876 ไร่ ซึ่งปีงบประมาณ 2567 มีแผนปรับปรุงแก้ไขเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรจากเป้าหมายตามแผนระยะเวลา 2 ปี รวมทั้งสิ้น 34,965 แปลง เนื้อที่ประมาณ 302,127 ไร่ ได้ดำเนินการออกโฉนดแล้วทั้งหมด 1,586 แปลง เนื้อที่ประมาณ 15,401 ไร่ในส่วนพื้นที่ อ.หนองพอก 13,872 แปลง เนื้อที่ประมาณ 116,064 ไร่ ได้ออกโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว 672 แปลง เนื้อที่ประมาณ 6,258 ไร่

‘บุญสิงห์’ติดตามงาน ด่านกักกันสัตว์ตราด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809561

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของด่านกักกันสัตว์ตราด ที่อาคารศูนย์รวมราชการบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ น.ส.อุบล มากอง ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง นายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 นายพรชัย วิจิตธรรมภาณีปศุสัตว์จังหวัดตราด นายวินัย ขยันยิ่ง เกษตรจังหวัดตราด น.ส.จรรจิรา เจริญทวีชัย ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินตราดนายประภาส พรมโสดา เกษตรและสหกรณ์ จ.ตราด และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯต้อนรับและให้ข้อมูลในการตรวจราชการดังกล่าว

ทั้งนี้ ด่านกักกันสัตว์ตราด (ตรวจปศุสัตว์)มีสินค้าปศุสัตว์ส่งออก 11 ชนิด ประกอบด้วย สุกร296 ตัว และสินค้าปศุสัตว์แปรรูปและอื่นๆ 260.31 ตัน คิดเป็นมูลค่า 48,469,339 บาท โดยมีพื้นที่การปฏิบัติงาน 5 จุด ได้แก่ 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก 2.จุดตรวจสัตว์-ซากสัตว์บ้านท่าจอด 3.จุดตรวจช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้น 4.จุดตรวจสัตว์-ซากสัตว์บ้านเขาล้าน และ 5.จุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านมะม่วง

‘ธรรมนัส’ผลักดันโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ3แห่งที่ร้อยเอ็ด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809562

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ติดตามการดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม 3 แห่ง ที่วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านโป่งประชาพัฒน์ ต.บุ่งเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำห้วยแดง

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง รวมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 11,000 ไร่ งบประมาณรวม 765 ล้านบาท มีดังนี้ อ.โพนทอง 2 โครงการ คือ 1.โครงการแก้มลิงบึงมะอึ พร้อมอาคารประกอบ ต.สระนกแก้ว อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งสภาพพื้นที่บึงมะอึ เป็นหนองน้ำธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 470 ไร่ ความลึกเฉลี่ย 2-3 เมตร ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินและฝายเดิมมีสภาพชำรุดเสียหาย ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ งบประมาณดำเนินโครงการ 35 ล้านบาท โดยใช้งบเหลือจ่ายปี 2567 เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร พื้นที่รับประโยชน์ ประมาณ 500 ไร่ เพิ่มปริมาณเก็บกัก 400,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

2.โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำยัง(กุดก่วง) ต.สามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยังซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของ อ.โพนทอง ในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำปลายฤดูฝนไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยกรมชลประทาน มีแผนงานในการดำเนินงาน 4 ปี (ปี 2568-2571)งบประมาณ 695 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในลำน้ำยังในช่วงฤดูฝน เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 10,000 ไร่

3.สร้างอาคารบังคับน้ำห้วยแดง ต.บุงเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ โดยลำห้วยแดง เป็นลำน้ำที่แบ่งเขตระหว่าง จ.ร้อยเอ็ด และ จ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันมีความเสียหายจากการถูกน้ำกัดเซาะ งบประมาณ 35 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1 ปีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรและน้ำ สำหรับการอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ ต.บุ่งเลิศ พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 500 ไร่ เพิ่มปริมาณเก็บกัก 100,000 ลบ.ม.รวมถึงเป็นการปรับปรุงฟื้นฟูลำน้ำธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำ และรักษาระบบนิเวศของลำห้วยแดง

กรมชลฯเร่งรัด ตั้งเครื่องสูบน้ำ ลุยกำจัดผักตบ รักษาคุณภาพน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809563

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุก และจัดเต็มกำจัดวัชพืชกีดขวางทางน้ำพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำลาดขวาง ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ และบริเวณคลองขวาง-เปรง ต.คลองเปรง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งสูบระบายน้ำเค็มลงสู่แม่น้ำบางปะกง และคลองประเวศบุรีรมย์

นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 10 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง ได้กำจัดวัชพืช บริเวณคลองระบาย 2 ซ้ายป่าสัก กม. 13 + 900 ต.บ้านช้าง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองเพรียว-เสาไห้ กำจัดวัชพืช บริเวณคลองระบายน้ำหนองนาค จ.พระนครศรีอยุธยา และสำนักงานชลประทานที่ 12 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชันสูตร กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองส่งน้ำ 3 ซ้าย – 1 ขวา ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มรุกพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ที่ปรึกษาฯรุดแก้ปัญหาทุเรียนตราด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809560

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมติดตามการป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จ.ตราด โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องต้อนรับและให้ข้อมูลที่สำนักงานเกษตร อ.เขาสมิง จ.ตราด ว่าทุเรียนถือเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยมีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยความต้องการบริโภคทุเรียนในตลาดจีนที่มีมากขึ้น และปริมาณผลผลิตทุเรียนในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นๆได้แก่ การขยายช่องทางการขาย และการเพิ่มช่องทางขนส่งทางรางผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน–ลาว ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกในการขนส่งได้มากขึ้น จากปริมาณความต้องการทุเรียนส่งผลให้เกษตรกร โดยคาดการว่าผลผลิตทุเรียน จ.ตราด จะออกสู่ตลาดรวมทั้งสิ้น 96,903 ตัน มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 8.26 หรือประมาณ 7,296 ตัน เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอการดำเนินงานตามนโยบายป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) จ.ตราด โดยก่อนหน้านี้ จ.ตราด ได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด รวม 3 ฉบับ ทั้งในเรื่องของโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนและการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละพันธุ์ อีกทั้งยังได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด โดยใน จ.ตราด มีจุดสกัดรวมทั้งสิ้น 4 จุด คือ 1.จุดตรวจบ้านท่าจอด ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด 2.จุดสกัดบ้านนาแกลง ต.ประณีต อ.เขาสมิง 3.จุดสกัดด่าน คลองลึก ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ และ 4.จุดสกัดตู้ยามเทพประทานพร ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมือง จ.ตราด โดยมีพิธีเปิดจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด จ.ตราด ปี 2567 (Kick Off) เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809490

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดประชุม PDPA FOR DLD ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.42 น.

กรมปศุสัตว์จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการตามแนวทางปฏิบัติพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้บุคลากรด้านสารสนเทศของแต่ละหน่วยงานภายในกรมปศุสัตว์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและสามารถจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROPA) ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 : PDPA FOR DLD เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำการปฏิบัติงานให้ทุกคนรู้กฏหมาย ระเบียบ มีจริยธรรม คุณธรรม มีความเป็นมืออาชีพ ไม่นำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด รวมทั้ง มีความมุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจ ในการขับเคลื่อนให้กรมปศุสัตว์เป็นองค์กร Full Digitalization

กรมปศุสัตว์ได้ปรับระบบการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act : PDPA)  เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนในการใช้บริการของกรมปศุสัตว์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะช่วยพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลของกรมปศุสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities : ROPA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่องค์กรใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลจะได้รับการจัดการได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 : PDPA FOR DLD เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการสำคัญของกฏหมาย สามารถอธิบายความหมายและวัตถุประสงค์ของการจัดทำ ROPA สามารถระบุประเภทของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และจัดทำ ROPA ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน ผู้รับการฝึกอบรมประกอบด้วยผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมปศุสัตว์ กอง/สำนัก ส่วนกลาง 19 หน่วยงาน จำนวน 77 คน ในระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมรัตนชล จังหวัดชลบุรี

– 006