‘มนัญญา’ทวงราคามะพร้าว พบราคาตกปมนำเข้านอกโควตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709315

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหา
ราคาผลมะพร้าวตกต่ำ ทางกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่ามียอดนำเข้ามะพร้าว ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน2565 ตามกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน และองค์การการค้าโลก (WTO) รวม 130,000 ตัน โดยเป็นการนำเข้า ตาม 2 กรอบดังกล่าว รวม 7,000 ตัน ที่เหลือนำเข้านอกกรอบ WTO ที่เสียภาษีร้อยละ 54 นอกจากนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รายงานว่า มียอดนำเข้าน้ำกะทิจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ทำอาหารและอื่นๆ ผ่าน อย.ปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเรื่องการปนเปื้อน หรือเชื้อโรคและสารตกค้างตามกฎหมายอาหารและยาแล้ว อย.ไม่มีอำนาจในการติดตามปลายทางของสินค้าดังกล่าว จึงไม่ทราบว่ากะทิเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ใดบ้าง

“ภาคเอกชนยอมเสียภาษีนำเข้ามะพร้าวนอกโควตา เพื่อเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เช่น การกะเทาะเปลือกในโรงงาน เป็นต้น ดังนั้น การกำหนดโควตานำเข้ามะพร้าวของ คกก.พืชน้ำมันฯ แต่ละปี จึงอาจไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นว่าขณะนี้ราคามะพร้าวขูดสำหรับทำกะทิในท้องตลาด อยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคารับซื้อมะพร้าวผลจากชาวสวน อยู่ที่ 5-12 บาทต่อผล จึงเป็นคำถามว่าส่วนต่างของราคานี้หายไปไหน แต่เอกชนกลับไปนำเข้าน้ำกะทิปีละ 3,000 ล้านบาท และยอมเสียภาษีนอกโควตา WTO ร้อยละ 54 ทำไมเราไม่ช่วยกันซื้อมะพร้าวภายในประเทศและให้ราคาที่เหมาะสมกับเกษตรกร เพื่อให้เงินเหล่านี้กลับไปอยู่ในมือเกษตรกร จึงต้องมาบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหา” น.ส.มนัญญา กล่าว

‘มนัญญา’ชงคกก.พืชน้ำมันฯ ปรับสัดส่วนโควตานำเข้ามะพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709046

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือมาตรการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์มะพร้าวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกณ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การลงพื้นที่หารือร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและตัวแทนเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านการผลิต ราคา การตลาด และการนำเข้า-ส่งออกมะพร้าวไทย เกษตรกรร้องเรียนว่าปัจจุบันราคามะพร้าวตกต่ำ อยู่ที่ 5 บาทต่อผล จึงเร่งหาแนวทางแก้ไข และพบว่ามีการนำเข้ามะพร้าวนอกโควตา 130,000 ตัน โดยเอกชนยอมเสียภาษีนอกโควตา ร้อยละ 54 เพื่อเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการอนุญาตนำเข้าตามโควตา

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำเข้ากะทิสดจากต่างประเทศ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไม่ได้ถูกนำมาคำนวณเป็นปริมาณผลผลิตมะพร้าวตามความต้องการใช้ในประเทศ โดยคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช จะนำมาพิจารณากำหนดออกมาเป็นสัดส่วนโควตาให้นำเข้ามะพร้าวในแต่ละปีจึงมีผลให้กระทบกับราคาผลผลิตมะพร้าวในประเทศทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นยังพบว่ากรณีถ้าเป็นโรงงานผลิตมะพร้าวที่ขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะยังได้สิทธิ์ในการขอคืนภาษีจากการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศด้วย ดังนั้นน่าจะเป็นประเด็นที่ คกก.พืชน้ำมันฯ น่าจะต้องนำมาพิจารณา

“ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทำหนังสือตามข้อสังเกตนี้ถึง สศก.นำเสนอต่อ คกก.พืชน้ำมันฯ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาและร่วมกันแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกกระทรวงที่มีการนำเข้าสินค้าเกษตรทั้งแปรรูปและไม่แปรรูป ต้องมีการบูรณาการการทำงานและข้อมูลร่วมกัน” น.ส.มนัญญา กล่าวและว่า การประชุมครั้งนี้ สศก.รายงานว่า ราคามะพร้าว ขยับเพิ่มขี้นอยู่ที่ 12 บาทต่อผล ถือเป็นสัญญาณที่ดีของเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

ด้าน นายระพีภัทร์กล่าวว่า ได้เร่งทำหนังสือตามข้อสั่งการของ รมช.เกษตรฯ ถึง สศก.ก่อนเข้าที่ประชุม คกก.พืชน้ำมันฯ โดยการประชุมกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่า คกก.พืชน้ำมันฯ ได้อนุมัติให้นำเข้ามะพร้าวตามกรอบ WTO และ AFTA แบ่งเป็น 1.ตามกรอบ AFTA อนุมัติปริมาณ 64,615 ตันต่อปีโดยมีการนำเข้าจริงปริมาณ 5,348.44 ตันและ 2.ตามกรอบ WTO อนุมัติปริมาณ 2,317 ตัน ปัจจุบันนำเข้าเต็มจำนวนแล้ว 2 กรอบ ปริมาณ 7,000 กว่าตัน ซึ่งจะอนุญาตให้เอกชนนำเข้าในช่วงนอกฤดูการผลิตเท่านั้น ดังนั้นสาเหตุที่ราคามะพร้าวตกต่ำจึงไม่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวที่นำเข้าตามโควตา แต่น่าจะมาจากการนำเข้านอกโควตา เนื่องจากกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่ามียอดนำเข้ามะพร้าว เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2565 รวม 130,000 ตัน ซึ่งเป็นการนำเข้านอกโควตา WTO ที่เสียภาษีร้อยละ 54 ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร มีอำนาจตรวจตาม พ.ร.บ.กักพืช ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจอย่างเข้มงวด 100% ทุกตู้

กรมข้าวเปิดงานวันข้าวหอมฯ เชื่อมโยงตลาด-เทคโนโลยีใหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709050

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย นายชัยยพลชาวเมืองสีวสุ รองประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย และผู้บริหารกรมการข้าวทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมพิธีเปิดงานวันข้าวหอมมะลิอำเภอบัวใหญ่ ครั้งที่ 1 โดยมีนายกิตติวัฒนกสิการ เกษตรอำเภอบัวใหญ่ นายบุญเลิศ ประสิทธิ์นอก ประธานศูนย์ข้าวชุมชนอำเภอบัวใหญ่ และเกษตรกรในพื้นที่ ต้อนรับ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้เป็นประธานเปิดพิธีดังกล่าวและร่วมบายศรีสู่ขวัญข้าว พร้อมกับพบปะสมาชิกโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ภายในงาน โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชื่อมโยงทางการตลาดข้าวหอมมะลิ จ.นครราชสีมา รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต แปรรูปข้าวหอมมะลิ และอุตสาหกรรมให้เกษตรกรได้รับรู้

จัดงานนิทรรศการ‘กรมชลฯ6รัชกาลฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709048

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้จัดนิทรรศการ “กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของกรมชลประทาน นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงก่อตั้งกรมคลอง วิวัฒนาการเป็นกรมทดน้ำ และกรมชลประทาน จนย่างก้าวสู่ปีที่ 121 ในรัชกาลปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มีการพัฒนาแหล่งน้ำเริ่มจากภูมิปัญญาบรรพชน จนถึงภูมิปัญญาในวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อนำพากรมชลประทานไปสู่ความเป็นองค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริหารจัดการน้ำในปี 2580

กรมชลประทาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใหญ่หลวงหาที่สุดมิได้ของทั้ง 6 รัชกาล ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริอันเกิดแต่ปรีชาสามารถของทุกๆ พระองค์ มาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานจนเป็นผลสำเร็จ งานชลประทานพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างกว้างขวาง ด้วยรูปแบบโครงการในประเภทและขนาดต่างๆ ครอบคลุมในทุกภาคของประเทศไทย สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงผาสุกอยู่ดีกินดีให้เกิดกับประชาชนทุกแห่งหน นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมชลประทานและชาวชลประทาน ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งงานด้านวิชาการ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ งานบริหารจัดการน้ำ ด้านการมีส่วนร่วม งานสิ่งแวดล้อม ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 6 รัชกาล ที่ทรงคุณูปการใหญ่หลวงในงานชลประทาน จนบังเกิดเป็นความมั่นคงแห่งน้ำ ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนไทย จึงจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกรมชลประทาน ให้ประชาชนได้รับรู้

อ.ต.ก.จัดกิจกรรม ยกสวนตะลอนกรุง หนุนสินค้าเกษตร สร้างรายได้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709045

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมตลาดเคลื่อนที่ “ยกสวนตะลอนกรุง” จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูปจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ยึดหลักตลาดนำการผลิต สนับสนุนเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้และผู้ผลิตสินค้าผลไม้แปรรูป จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าการเกษตร ส่งเสริมธุรกิจเกษตรในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ นำเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงกับกลไกตลาดให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรได้เกิดการเรียนรู้ด้านการบริหารจัด การวางแผนการผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสินค้าของตลาดอย่างสมดุลกัน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรม“ยกสวนตะลอนกรุง” มีการจำหน่ายผลไม้จากสวนเกษตรกรโดยตรง อาทิ มะยงชิด มะปรางหวาน มะม่วงน้ำดอกไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย มีโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีคูปองเงินสดมูลค่า50 บาท เพียงกด Like & Share กิจกรรม “ยกสวนตะลอนกรุง” ทาง เฟซบุ๊ก : ortorkordelivery เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในงานที่ตลาด อ.ต.ก.ริมคลองบางซื่อ นอกจากนี้อ.ต.ก. พร้อมเคลื่อนที่ยกสวนตะลอนกรุง จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูป ที่กรมประมง และการประปานครหลวง เพียงซื้อสินค้าร้านใดก็ได้ครบทุก 500 บาท รับคูปองเงินสดมูลค่า 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708656

2 แสนตัน! 'ประภัตร'ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก'ทุเรียนไทย'ไปจีน

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.17 น.

“รมช.ประภัตร”ประสานลงนามความร่วมมือการส่งออกทุเรียนไทยไปยังประเทศจีน ดึงผู้ประกอบการไทยจีนจับมือส่งออก คาดเบื้องต้นส่งออกทุเรียนกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ในปี 66 พ่วงด้วยมะพร้าว และอาหารทะเล อีกกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กระทรวงเกษตร์ นายประภัตร โพธสุธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือในการส่งออกผลไม้ ระหว่างบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด กับ Tsinghua Uniresource Company ของประเทศจีน

โดย นายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศจีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยผลไม้ของประเทศไทยพอถึงฤดูกาล อาจจะทำให้ราคาตกต่ำลง และสร้างความเดือดร้อนกังวลใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร

ซึ่งในวันนี้ ได้มึการประสานงานความร่วมมือ ระหว่างบริษัทเอกชนของทั้ง2ประเทศได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันในการรับซื้อ ผลไม้จากไทยจะทำให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจ ว่าจะมีตลาดในการส่งออกผลไม้ เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัลโควิด-19 ทำให้เกิดวิกฤตและมีความยากลำบากในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือ สร้างความมั่นใจให้ทั้งทางพี่น้องเกษตรกรและประเทศจีนอย่างเต็มที่ ว่าสามารถส่งได้ในทันที และจะให้ราคาที่ดี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ทางจีนยืนยันว่า จะซื้อทุเรียนจากประเทศไทยกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ และยังจะมีการรับปากจะซื้อมะพร้าวจากไทยจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้ได้ด้วย ขณะเดียวกันยังจะมีนำเข้าชมพู่ และหมาก ด้วย นอกจากนี้ ทางจีนยังแสดงเจตจำนงค์ในการที่จะนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอีกกว่า 2,000 ตู้คอนแทนเนอร์ ซึ่งกระทรวงฯ จะประสานทางเอกชนไทย เพื่อส่งออกอาหารทะเลต่อไป

“อนาคตหวังว่าจะสามารถส่งผลไม้ หรือสินค้าประเภทอื่นๆไม่ว่าจะเป็นหมาก ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม และอาหารทะเลไปยังประเทศจีนอีกด้วย โดยในปี 2566 ทางประเทศจีนจะรับซื้อทุเรียนประมาณ 2,000 – 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ (1 ตู้คอนเทนเนอร์ เฉลี่ยประมาณ 18 ตัน) และต้องขอบคุณ บริษัท ไทย อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ที่ทำให้เกิดสัญญาซื้อขายนี้เกิดขึ้นด้วย” รมช.ประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ในการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีนขณะนี้ อยากฝากถึงเจ้าของสวนทุเรียนไทย และขอความร่วมมือเกษตรกรอย่าตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย ขณะที่ยังไม่ครบอายุการเก็บเกี่ยว เพราะจะผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือต่อทุเรียนไทย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของตลาดผลไม้ไทย ด้วยเช่นกัน

– 006

รองปลัดฯร่วมพิธี ลงนามในข้อตกลง การวิจัยและพัฒนา เพิ่มศักยภาพเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708455

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อเสริมศักยภาพด้านการเกษตรของไทย ระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่อาคารเอสเจ โดยบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรผ่านระบบโทรคมนาคมและระบบดาวเทียม เพื่อส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้ทันสมัย

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว โดยเน้นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 ได้แก่ นโยบายตลาดนำการผลิต นโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และนโยบายเกษตร 3S (Safety Security Sustainability)เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป

เกษตรฯเข้าร่วมการประชุม คกก.น้ำตาลทรายครั้งที่1/66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708456

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย ครั้งที่ 1/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชั้น 1 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ดำเนินการพิจารณาเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการน้ำตาลทราย เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย และร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็น 1.ขอรับสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกปี 2566, 2.บริษัท น้ำตาลเกษตรผล จำกัด ขอปรับปรุงบัญชีน้ำตาลทรายดิบชนิดเทกองฤดูการผลิตปี 2563/2564 และปี 2564/2565 (ขาดบัญชี) และ 3.การมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนประธานคณะกรรมการน้ำตาลทราย

สกู๊ปพิเศษ : สภาเกษตรกรแห่งชาติ ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อเกษตรกรทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708453

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ยืนยันความพร้อม ประกาศวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร ดีเดย์ 19 มีนาคมนี้ชวนเกษตรกรทั่วประเทศร่วมใช้สิทธิเพื่อการพัฒนาเกษตรกรอย่างยั่งยืน สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ทั้งนี้ ยังเปิดให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งฯ สามารถยื่นใบสมัคร
รับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 (5 วัน) ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขตประกาศกำหนด โดยพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ สามารถตรวจสอบรายชื่อในประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ / หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้าน

นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเอง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้นเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด แต่ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรรายบุคคลเป็นหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการร่วมมือเป็นอย่างดีกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการต่างๆ ภายใต้ระเบียบสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร พ.ศ. 2565 อาทิ คณะอนุกรรมการกฎหมาย คณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และวินิจฉัย และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ และขับเคลื่อนการปฏิบัติงานได้

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเลือกตั้งฯ ให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ/ประจำเขต หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวมทั้งกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น ถูกต้อง โปร่งใส และเที่ยงธรรม ซึ่งได้ดำเนินการไปครบถ้วนสมบูรณ์แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำหรับบทบาท ภารกิจ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร นับว่าเป็นบทบาทที่มีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเป็นกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเกษตรกร คอยรับฟังปัญหาจากเกษตรกร มาเสนอต่อสภาเกษตรกรจังหวัดและสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยมุ่งรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร และเพื่อพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ด้านนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อกรมการปกครองได้รับมอบหมายภารกิจจากกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบให้ความร่วมมือในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้ ก็ได้มอบหมายให้สำนักบริหารการปกครองท้องที่โดยส่วนการเมืองและการเลือกตั้ง ดำเนินการในการวางแผนการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง การดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม สามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ พร้อมทั้งยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติอย่างใกล้ชิด อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็ได้มอบสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร โดยตรวจสอบ คัดกรองตามคุณสมบัติที่กำหนดในระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประเภทผู้แทนเกษตรกร

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เชิญชวนเกษตรกรไทยรวมพลังใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566โดยจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. พร้อมทั้งเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สามารถยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งฯ พร้อมเอกสารหลักฐานได้ตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ที่ทำการปกครองอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัด/สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่อื่นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจำอำเภอ หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครประจำเขต ประกาศกำหนด

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708457

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

รองฯกรมข้าวเยี่ยมแปลงนาสะอาด

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รุดเยี่ยม : น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะ เยี่ยมชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด จ.กำแพงเพชร โรงอบลดความชื้นฯ สถานที่ทำผลิตภัณฑ์ข้าวตลอดจนรับฟังการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค พร้อมแนะนำและให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาให้สำเร็จตามเป้าหมาย

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด โดยมี นายทฤษฎี เพชรมะลิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจแปลงนาสะอาด ผู้นำกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ ให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนแปลงนาสะอาด จ.กำแพงเพชร

สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงนาสะอาด ได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ (Niche Market)
ของกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกรมการข้าว ตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้ข้าวโภชนาการสูงพันธุ์รับรองของกรมการข้าว ได้แก่ กข 69 (ทับทิมชุมแพ) และมะลินิลสุรินทร์ นำร่อง ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยปี 2564 วิสาหกิจชุมชนได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนงบประมาณฯ สร้างโรงอบลดความชื้นข้าวเปลือก และสถานที่ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนได้จดทะเบียนเป็นศูนย์ข้าวชุมชนแปลงนาสะอาด เพื่อให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ดียิ่งขึ้น และให้พี่น้องชาวไทยได้บริโภคข้าวที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ไม่มีสารตกค้าง และใช้ทุกส่วนจากข้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าว ได้เยี่ยมชมโรงอบลดความชื้นเมล็ดข้าวเปลือก สถานที่ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของกลุ่มฯ และเยี่ยมชมสถานที่ทำผลิตภัณฑ์จากข้าว ตลอดจนรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการให้พัฒนาและสำเร็จตามเป้าหมาย