เปิดตัวสินค้าเกษตรรับปีใหม่ จัดกระเช้ามอบเป็นของขวัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702484

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2566 ว่ามีนโยบายมุ่งหวังพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตสินค้าของเกษตรกรให้ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายช่องทางการตลาดโดยใช้กลไกระบบสหกรณ์ บริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพ ปัจจุบันสหกรณ์ภาคการเกษตรมีศักยภาพในการผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิด ซึ่งช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ได้คัดสรรสินค้าและผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตโดยสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ มาวางจำหน่ายในรูปแบบของกระเช้าของขวัญปีใหม่

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้การสนับสนุนจนเกิดแพ็กเกจที่สวยงาม เพิ่มมูลค่า รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ของสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร สามารถเก็บไว้ได้นานเหมาะกับการมอบเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่” น.ส.มนัญญา กล่าวและว่า ได้ขออนุมัติงบประมาณเพื่ออุดหนุนสหกรณ์ จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การตลาด รองรับผลผลิตและรวบรวมพืชผลต่างๆ ของสมาชิก เพื่อพัฒนาและยกระดับสินค้าสหกรณ์ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้สหกรณ์ร่วมมือกันเป็นเครือข่าย เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและผลผลิตการเกษตรของสมาชิกและสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทำให้คนไทยได้มีโอกาสบริโภคผลผลิตที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

‘มนัญญา’ชูแปลงใหญ่มะม่วง ผลผลิตมีคุณภาพ-เน้นการส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702485

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โดยมีนายภูสิต สมจิตต์ ผวจ.พิษณุโลก นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วม ว่า จ.พิษณุโลก มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิด โดยมะม่วงน้ำดอกไม้ ถือเป็น Product Champion ที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับ จ.พิษณุโลก ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบัน จ.พิษณุโลก มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP รวม 563 ราย พื้นที่ 7,878 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12 ของพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด ซึ่งการได้รับการรับรอง GAP ส่งผลให้สามารถส่งมะม่วงจำหน่ายตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 50

“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่ได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยี และความรู้วิชาการจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งได้ถ่ายทอดให้แก่กลุ่มเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำให้ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน อย่างไรก็ดี จากการรับฟังปัญหา พบว่าขณะนี้โรงคัดบรรจุมะม่วงของกลุ่มที่อยู่ระหว่างการขอการรับรอง GMP นั้น ยังติดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดิน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะรวบรวมเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนระพีภัทร์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ นำโดยน.ส.ชลธิชา ช่างประดิษฐ์ ประธานกลุ่มฯ เริ่มแรกได้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 22.75 ไร่ โดยศึกษาวิธีการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพเพื่อการส่งออกด้วยตนเอง ต่อมาปี 2561 ได้ยื่นขอรับการรับรอง GAP เพื่อใช้ประกอบการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ปี 2562 ได้รับคัดเลือกจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 เป็นแปลง GAP ดีเด่นระดับเขต และต่อมาได้รับคัดเลือกเป็นแปลงพืช GAP ดีเด่นอันดับที่ 2 ระดับประเทศ จากนั้นได้รวมกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงบ้านวังน้ำบ่อ จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ เพื่อยกระดับการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) ให้แก่เกษตรกรผู้ผ่านการรับรอง 10 ราย พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ดี ต้นพันธุ์กัญชา และปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรในพื้นที่ และเยี่ยมชมแปลงต้นแบบการผลิตมะม่วงที่ได้รับใบรับรอง GAP พร้อมทั้งปล่อยแม่พันธุ์มวนพิฆาตตัวเต็มวัย 200 ตัว เพื่อปรับระบบนิเวศในการควบคุมแมลงศัตรูมะม่วง โดยวิธีธรรมชาติ จากนั้นเยี่ยมชมโรงคัดบรรจุมะม่วง ของกลุ่มที่อยู่ระหว่างการขอการรับรอง GMP และเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ เช่น การสาธิตการผสมปุ๋ยใช้เอง,การจัดทำบัญชีสหกรณ์, สาธิตการให้น้ำแบบ AI นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธให้บริการขึ้นทะเบียนรับรองแหล่งผลิตพืช GAP รวมทั้งการต่ออายุใบรับรอง แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ให้กับเกษตรกรภายในงานด้วย

เกษตรฯร่วมจัดงาน มหกรรมการประกวด ควายใหญ่ควายงาม ช่วยพัฒนาสายพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702486

วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมประกวดควายใหญ่ ควายงาม เมืองดอกบัวครั้งที่ 1” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สนามกีฬาโรงเรียนนาคำวิทยา ต.แดงหม้อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลี้ยงควาย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดจนอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ควายให้ได้มาตรฐานสู่สากล กระตุ้นและสนับสนุนการท่องเที่ยวใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งภายในงานแบ่งประเภทการประกวดควายงาม เป็น 2 ประเภท คือ 1.ประกวดควายท้องถิ่น ควายงามลุ่มแม่น้ำมูล รวมสีดำ เผือก เพศผู้ เพศเมีย ประกอบไปด้วย 6 รุ่น (ตั้งแต่รุ่นอายุ 8-12 เดือน / 12-18 เดือน / 18-24 เดือน / 24-36 เดือน / 36-48 เดือน / 48-60 เดือน) 2.ประกวดควายทั่วไป ประเภทควายเผือก เพศผู้ เพศเมีย(รุ่นฟันน้ำนม / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 2 คู่) และประเภทควายดำ เพศผู้ เพศเมีย(รุ่นฟันน้ำนม สูงไม่เกิน 140 ซม. / รุ่นฟันน้ำนม สูงเกิน 140 ซม. / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 1 คู่ / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 2 คู่ / รุ่นฟันแท้ไม่เกิน 3 คู่)

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวให้ทั้งความรู้และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวใน จ.อุบลราชธานี โดยได้รับความสนใจจากประชาชนผู้เลี้ยงทั้งในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ สามารถรวมพลคนเลี้ยงควาย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีคนเลี้ยงควาย และการสร้างเครือข่าย เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์ควายไทยให้คงอยู่คู่กับ สังคมไทย และเป็นการสร้างมาตรฐานสู่สากล ให้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702513

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

ปลัด ทส.สั่งสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯ ใครเอี่ยวโดนหมด โทษสูงสุดให้ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.14 น.

ปลัด ทส.กำชับให้คกก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกรณีอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับเงินลูกน้องดำเนินการอย่างละเอียดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงที่มาของเงินที่พบในห้องทำงาน ด้านปธ.คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเผย อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ทำหนังสือตอบกรรมการ โดยปฏิเสธเรื่องที่ถูกกล่าวหา

5 ม.ค.65 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชถูกตำรวจบก.ปปป. และเจ้าหน้าที่ป.ป.ช. จับกุมฐานเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแลกกับการแต่งตั้งโยกย้าย โดยขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเป็นขั้นตอนหลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบสวนเบื้องต้นแล้วพบว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัยของข้าราชการ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :เชือดดาบสอง!วราวุธเผยปลัดทส.เซ็นตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงอธิบดีอุทยานฯ)

ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนสอบสวนที่มาของเงินซึ่งพบในห้องทำงานของอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้วย หากคณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนว่า กระทำผิดจริง จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดคือผิด โดยตามระเบียบข้าราชการพลเรือน หลังการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว ต้องมีกระบวนการพิจารณาโทษต่อไป ซึ่งโทษสูงสุดกรณีทุจริตคือ ให้ออกจากราชการ

ส่วนข้อเสนอของนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ให้คืนความธรรมแก่ข้าราชการของกรมอุทยานฯ ที่ถูกนายรัชฎาโยกย้ายโดยมิชอบนั้น ปลัดกระทรวงทส. กล่าวว่า จะตรวจสอบ โดยพิจารณาว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ แต่จะปรักปรำว่า ทุกตำแหน่งที่อธิบดีออกคำสั่งแต่งตั้งนั้น ไม่เหมาะสมทั้งหมดไม่ได้ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. กำชับว่า การแต่งตั้งต้องเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ 

นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทส. และประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ในการสอบสวนของคณะกรรมการนั้น ได้ตรวจสอบ 3 ส่วนคือ อธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นผู้ร้องและข้อมูลจากตำรวจ บก.ปปป. และป.ป.ช. โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรตอบกรรมการ แต่การปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีความผิด การพบเงินจำนวนมากในห้องทำงานเป็นเรื่องไม่ปกติ ประกอบกับข้อมูลประกอบอื่นๆ จึงสรุปว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัย อีกทั้งการปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีมูลความผิด จึงเสนอผลสอบต่อปลัดกระทรวงฯ ซึ่งปลัดกระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง

สำหรับขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ไม่ได้กำหนดระยะเวลา เนื่องจากต้องสอบสวนอย่างรอบคอบ กรณีที่มีหลักฐานชัดเจน คณะกรรมการสามารถสรุปผลได้เร็ว แต่ถ้ามีรายละเอียดและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยสรุปว่า มีความผิด ปลัดกระทรวงฯ มีอำนาจในการพิจารณาโทษ โดยผู้ถูกร้องสามารถอุทธรณ์ได้ใน 90 วัน

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702246

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

สกู๊ปพิเศษ : ยิ้มแก้มปริ เจ๊เปิ้ล แม่ค้าไก่สด เก็บแบงก์50ได้1ปีได้เงินกว่า2แสน7หมื่นบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ใช้ facebook ที่ใช้ชื่อว่า “Parinatra Soonklang” ได้ออกมาเผยแพร่ ภาพถ่ายและข้อความ โชว์ ถังน้ำดื่มขนาดใหญ่สีขาวขุ่นที่ภายในมี ธนบัตรฉบับละ 50 บาท จำนวนมาก บอกปีนี้เก็บครบแล้ว เตรียมนำออกมานับ พร้อม ระบุข้อความว่า “#ปิดถังเป็นที่เรียบร้อย 1 ม.ค.65 ถึง 31 ธ.ค. 65 ปีนี้ลุ้นว่าจะได้เท่าไหร่#ของขวัญปีใหม่ 66 #แบงค์สีฟ้าพารวย #เงินทั้งหมดอนาคตลูกชาย” และ “รอลุ้นเปิดถังนับเงินแบงค์ 50 ของปี 2565 ในวันอังคารที่ 3 ม.ค.2566 น๊า” ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ทันที เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกภาพการเปิดถังดังกล่าวด้วย เจ้าตัวยินดีและอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบกับเจ้าของโพสต์ดังกล่าว ชื่อว่า น.ส.ปริณตรา ศูนย์กลาง อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของร้าน “น้องอั่งเปาไก่สด” พร้อมเปิดเผยว่า ตนเป็นแม่ค้าขายไก่ตามตลาดนัดต่างๆ ได้เก็บหยอดธนบัตรฉบับละ 50 บาท ไว้ในถังน้ำดื่มขนาดใหญ่ที่มีสีขาวขุ่น ซึ่งเป็นถังน้ำดื่ม มาทำเป็นกระปุกออมสิน เหมือนกับที่ได้อ่านในfacebook ที่มีคนแชร์ต่อๆ กันมา ซึ่งตนได้ทำมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยเขียนข้อความไว้บนถังว่า 1 ม.ค.2565 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นหยอดแบงก์ 50 บาท ลงไป และกระปุกออมสินรูปถังไม้ใส่กุญแจล็อก 1 ถัง ภายในหยอดธนบัตรฉบับละ 100 บาท อีกจำนวน 1 ถัง และในปีนี้ ต้องเพิ่มปี๊บมาเป็นกระป๋องซึ่งเจ้าตัวบอกครั้งนี้เป็นการหยอดครั้งที่ 4 แล้ว

โดยที่ น.ส.ปริณตรา เจ้าของกระปุกออมสิน ถังออมเงิน ดังกล่าว ได้เทเงินสดฉบับใบละ 50 บาท ที่อยู่ในถังออมเงินดังกล่าวลงบนผ้าปูสีแดง หลังใช้ค้อนทุบถังจนแตก เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ชมและบันทึกภาพคลิปวีดีโอดูว่าทั้งหมดคือเงินสดๆ ที่ตนได้ออมในถังบรรจุน้ำ ตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 – 31 ธ.ค.2565 ดังกล่าวจริง พร้อมทั้งให้ พี่สาวและลูกชายได้ช่วยกันนับ โดยนับเป็นปึก ปึกละ 100 ใบ 5,000 บาท เป็นเงิน 278,100  บาท จากนั้น ได้นำกุญแจไขกระปุกออมสินถังไม้ซึ่งมีธนบัตรฉบับละ 100 บาท และเทออกมานับ ซึ่งตนและพี่สาวใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงนับเสร็จ ได้ แบงก์ 50 จำนวน 5,160 ใบ เป็นเงินจำนวน 258,100 บาท ส่วน แบงก์ 100 ได้จำนวน 200 ใบ เป็นเงิน 20,000 บาท รวม 278,100 บาท

น.ส.ปริณตรา กล่าวว่า การเก็บออมเงินครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว หลังจากได้แรงบันดาลใจจากชาวเนตที่ได้ออกมาแชร์การเก็บเงินไว้ในถังบรรจุน้ำซึ่งตนได้รองทำดูบ้างและประสบความสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง วิธีการเก็บโดยเมื่อตนได้รับเงินจากลูกค้าจะเป็นแบงก์ 50 บาท โดยตนจะเลือกใบที่ใหม่ นำมาหยอดใส่ถังไว้ วันไหนได้มากก็หยอดมาก วันไหนได้น้อยก็หยอดน้อย ประกอบกับแม่ค้าด้วยกัน และ ผู้ที่ทราบจากข่าวว่าตนชอบเก็บแบงก์ 50 บาท ก็จะนำมาให้ตนเองแลกเอาไว้ และเริ่มหยอดใส่ถังน้ำดื่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นมาจนถึงกำหนด 31 ธันวาคม 2565 เป็นเวลา 1 ปีเต็ม จนเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2566 ตนก็ได้ถือฤกษ์ช่วงเช้าเวลาประมาณ 14.39 น. จึงนำค้อนมาเปิดปากถัง เนื่องจากเป็นพลาสติกเหนียวและหนา และนำธนบัตรทั้งหมดที่อยู่ภายในถังออกมา

น.ส.ปริณตรากล่าวต่อว่า เมื่อตนเอง กับ พี่สาว และ ลูกชาย ได้นับแบงก์ 50 บาท ทั้งหมด ปรากฏว่าได้หยอดเงินสะสมทั้งหมด จำนวน 278,100 บาท รู้สึกดีใจมาก เพราะว่าลองเก็บเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และครั้งนี้เก็บได้เพียง 1 ปี ตนทำงานอย่างหนักแบบไม่ได้พักเหมือนคนอื่นเขา ตั้งใจหยอดทุกวัน และ ไม่กระทบกับเงินทุนที่ต้องใช้ซื้อของแต่ละวัน ไม่คิดจะได้เงินมากขนาดนี้

สำหรับการเก็บเงินแบงก์ 50 บาทครั้งแรก ปี 2561 เก็บได้จำนวน 68,000 บาท ครั้งที่ 2 ปี 2562-2563 จำนวน 2 ปี เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19เก็บเงินได้จำนวน 147,800 บาท ครั้งที่ 3 ปี 2564 เก็บได้จำนวน 180,850 บาท และ ครั้งที่ 4 ปี 2565 จำนวน 278,100 บาท

สำหรับเงินจำนวนนี้ ตนจะนำไปฝากธนาคาร และ จะนำเงินมาซื้อความสุขให้กับตนเองและครอบครัว จะพาคุณแม่ พาลูกชาย ไปเที่ยว และ ทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งจะเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของลูกชาย และใช้ในครัวเรือนส่วนหนึ่ง มันอาจจะดูไม่มาก แต่ก็ภูมิใจที่ได้เก็บเงินถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2566 พร้อมกันนี้ได้นำเงินเก็บไว้เป็นเงินขวัญถัง 10,000 บาท เพื่อเก็บเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งเริ่มตั้งแต่1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ใช้วิธีอะไรในการเก็บเงินจนประสบความสำเร็จ น.ส.ปริณตรา ตอบว่า สิ่งแรกคือความตั้งใจ เงินที่นำมาหยอดนี้ต้องไม่เดือดร้อนกับเงินทุน
หรือเงินที่ใช้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีเหลือมากเราก็เก็บมาก มีน้อยเราก็เก็บน้อย ที่สำคัญเราต้องไม่ไปคิดว่าเรามีถังใบนี้อยู่และเก็บเงินเอาไว้ ให้ทำเป็นลืม และไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มสุรา มีความขยัน ตั้งใจทำงาน ก็จะประสบความสำเร็จได้ โดยตนขอให้กำลังใจกับคนที่เก็บแล้วหมดหวัง “ให้อดกลั้น นำเงินที่พอเหลือหยอดเก็บไว้แบบไม่ต้องคำนึง และทำเป็นลืม สามารถเก็บได้แน่นอน”


สิริมงคล ไกรวงศ์วิชญ์

‘เฉลิมชัย’เร่งผลักดัน งานระบบโลจิสติกส์ ขนส่งผลผลิตเกษตร เส้นทางรถไฟไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702245

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้ Mr. Liu Jinxun ประธานสถาบันวิจัยคุนหมิง China Kunming South Asia & SoutheastAsia International LogisticsResearch Institute (SSILR) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าพบ เพื่อหารือระบบการบริหารจุดตรวจปล่อย CIQ (Customs Immigration Quarantine) และการขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยผ่านลาวไปประเทศจีน ด้วยระบบขนส่งทางรถไฟ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ร่วมกัน

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า มีนโยบายในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคการเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน”ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในประเด็นการค้าและการเปิดตลาดการค้าสินค้าเกษตรกับจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน ก็เป็นตลาดที่ทรงอิทธิพลและมีอำนาจในการต่อรองสูงจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งระบบโลจิสติกส์ เป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งสินค้าเกษตร จึงมอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ประสานการทำงานทุกระดับเพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่าและปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ ไทยไปจีน พร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับจีนในการเดินหน้าร่วมกันผลักดันการนำเข้า-ส่งออก สินค้าเกษตรต่อไปในอนาคต

เกษตรฯชมความสำเร็จสหกรณ์วัดจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702240

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะสมาชิกสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรผ่านกลไกสหกรณ์ โดยมีนายวาทิต ปัญญาคม รอง ผวจ.พิษณุโลก นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย น.ส.มนัญญากล่าวว่า ได้เน้นย้ำนโยบายด้านสหกรณ์ ที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพของผลผลิตลดความเสียหายจากกระบวนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเพื่อความมั่นคงในอาชีพของสมาชิก ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท และสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมให้มีการรวบรวมผลผลิตการเกษตร และจัดหาสินค้ามาจำหน่ายเป็นเงินกว่า 44 ล้านบาท จึงอยากให้สหกรณ์เป็นที่พึ่งช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกร

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการตลาดสินค้าเกษตรผ่านกลไกสหกรณ์ นั้น ทางสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เน้นการนำผลผลิตทางการเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปจากสมาชิกสหกรณ์ทั้งในและต่างจังหวัดมาจำหน่ายให้สมาชิกและประชาชนทั่วไป ที่ผ่านมา สหกรณ์มียอดจำหน่ายสินค้า ทั้งสิ้น 1,689,986 บาท

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบใบประกาศนียบัตรผู้นำสมาชิกดีเด่น และสมาชิกดีเด่นของสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับรางวัล 16 ราย และเยี่ยมชมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ การจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิก จากการเชื่อมโยงสินค้าจากสหกรณ์ต่างๆ อาทิ ส้มโอ จากสหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด จ.สมุทรสาคราม , ทุเรียน จากสหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง จำกัด และสหกรณ์นิคมวังไทร จ.ระยอง , แตงโมและข้าวโพดหวาน ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด เป็นต้น เพื่อประชาสัมพันธ์“โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ปี 2566”

‘ประภัตร’ใช้ศูนย์ฯที่สุพรรณบุรี กระจายสินค้าเกษตรส่งทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702242

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิด “ศูนย์รวมและกระจายการขนส่งสินค้าเกษตรทางราง ศรีสำราญ” พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ไทยเรล
โลจิสติกส์ จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณที่หยุดรถศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ว่าการเปิดศูนย์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ประหยัดระยะเวลา และเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า และเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาและยกระดับการขนส่งทางราง

นายประภัตรกล่าวอีกว่า ได้ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปที่ประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงสภาวะน้ำมันมีการปรับราคาสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเล็งเห็นว่า จ.สุพรรณบุรี เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ตลาดมีความต้องการสูง ได้แก่ ข้าว อ้อย โคเนื้อ เป็นต้น ประกอบกับเป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพ สามารถรองรับปริมาณสินค้าจำนวนมาก มีความพร้อมเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ และส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านระบบการขนส่งทางรางซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุน ย่นระยะเวลาการขนส่ง และมีความปลอดภัยต่อสินค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ

ผอ.รพ.กรุงเทพตราดประกาศ พร้อมดูแลรักษานักท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702241

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์จักรกฤษณ์ สุรการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพตราดเปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจสุขภาพปี 2566 ของจังหวัดตราด และความพร้อมของโรงพยาบาลกรุงเทพตราดกรณีมีเหตุอุบัติภัยฉุกเฉินหรือการแพร่ระบาดว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในไทยและจังหวัดตราด เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนไทยมองเรื่องสุขภาพมีความสำคัญมากขึ้น และทำให้มีการปรับทัศนคติทางด้านสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ซึ่งแม้ในปัจจุบันนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายทางโรงพยาบาลมีความพยายามที่จะดูแลโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้คนตราดมีความมั่นใจในด้านการดูแลทางการแพทย์ร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนโดยยังคำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมของประชาชนในพื้นที่โดยเราจะมุ่งเน้นการดูแลเป็นภาพรวมมากกว่าการดูแลเพียงในโรงพยาบาล

“โรงพยาบาลกรุงเทพตราดมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลประชาชนชาวตราดโดยมุ่งเน้นให้เกิดความสะดวกสบายและความปลอดภัย อีกทั้งยังดูแลในกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั้ง
ชาวไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงเพื่อนบ้านชาวกัมพูชาที่เข้ามารับการรักษาด้วยความเชื่อมั่นทั้งนี้เราพยายามที่จะพัฒนาระบบดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อประชาชนที่อาศัยอยู่เกาะช้าง, เกาะหมาก, เกาะกูด ให้ได้รับความปลอดภัยแม้ในยามฉุกเฉินเร่งด่วนและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดตราดของเรา”

นายแพทย์จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่จังหวัดตราดเป็นแหล่งเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากในแต่ละปีนั้น รพ.กรุงเทพตราดมองว่าในฐานะที่จังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออก มุ่งเน้นให้ความปลอดภัยทั้งกับนักท่องเที่ยวเองคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการดูแลอย่างต่อเนื่องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน อีกส่วนสำคัญคือผู้ประกอบการท่องเที่ยว เราจะส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้นการดูแล

“อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลกรุงเทพตราดอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มชาวกัมพูชาที่มีกำลังซื้อการรักษาพยาบาลที่ดีนั้น เรามีแผนงานรองรับการเข้ามารักษาพยาบาลของชาวกัมพูชาสำหรับในส่วนของชาวกัมพูชาที่มารับบริการของเรา เราสามารถให้บริการได้ทั้งการเดินทางมาที่โรงพยาบาลกรุงเทพตราดและสามารถทำการรักษาแบบออนไลน์ได้ด้วยระบบเทเลเมดิซีน ซึ่งจริงๆแล้วในส่วนนี้สามารถให้บริการได้กับพี่น้องชาวตราด นักท่องเที่ยวที่หมู่เกาะต่างๆและผู้คนที่อยู่ห่างไกลได้สะดวกมากขึ้นโดยโรงพยาบาลกรุงเทพตราดจะมีทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรคอยให้การดูแลในทุกช่องทางเพื่อให้เกิดความปลอดภัย”

‘มนัญญา’ย้ำจุดยืนทุเรียน คุณภาพดีได้มาตรฐานส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702243

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดการสัมมนา “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ” (Premium Thai Durian)” โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ กทม. ว่าการบริหารการส่งออกทุเรียนตลอดSupply Chain ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจคุณภาพผักและผลไม้ไทย เพื่อกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกผักและผลไม้ไทย ให้มีคุณภาพมาตรฐาน(Thai Premium Fruits and Vegetable) เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพและสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า–ส่งออกรวมถึงกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนดต่างๆ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีอำนาจสั่งพักใช้ เพิกถอน ใบรับรอง หรือระงับ ยกเลิกหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียน เมื่อตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ กฎ ของกรมวิชาการเกษตร หรือระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร ได้ออกระเบียบ ประกาศ ให้การรับรองการผลิตผักและผลไม้ เพื่อให้ผักและผลไม้มีคุณภาพและมาตรฐาน มีทั้งกรณีผู้ผลิตมีความประสงค์ยื่นคำขอรับการรับรองและการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องยื่นคำขอการรับรอง หากผู้ได้รับการรับรองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกลงโทษตามที่กำหนดในระเบียบและประกาศ ตั้งแต่ การตักเตือน การพักใช้ การเพิกถอน หรือการสั่งระงับ หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี

“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนในจังหวัดต่างๆ เกษตรกร ล้ง ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากการสวมสิทธิ์และทุเรียนอ่อนลดลงอย่างมาก มั่นใจว่าผลผลิตปีนี้จะดีขึ้น หากเรายังเน้นคุณภาพทุเรียน เพราะจากการลงพื้นที่พบปะกับชาวสวนทุเรียน พบว่าหลายรายมีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจในการปลูกทุเรียนคุณภาพ และตระหนักถึงความสำคัญในการรักษา GAP ไม่ให้มีใครมาสวมสิทธิ์ทุเรียนของตน อย่างไรก็ดี นอกจากการส่งออกทุเรียนจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งเหมือนทุเรียน” น.ส.มนัญญา กล่าว

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการเพิ่มขีดความสามารถ ยกระดับมาตรฐานโรงรวบรวมและคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อส่งออกเป็นทุเรียนคุณภาพไม่เป็นทุเรียนอ่อนจากสวนของเกษตรกร และต้องตรวจติดตามแหล่งที่มาได้ รวมทั้งการตรวจและรับรองสุขอนามัยพืชของทุเรียนสด จะต้องเป็นตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย–จีน และเพื่อให้นโยบายการส่งออกทุเรียนคุณภาพไปจีนมีประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ทูตเกษตรไทยในจีนทั้ง 3 หน่วยงาน (อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ณ นครเซี่ยงไฮ้ และฝ่ายเกษตร ณ นครกว่างโจว) ติดตามสถานการณ์และอำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกทุเรียนไทย