กรมพัฒนาที่ดินถก จัดงาน‘วันดินโลก’ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ รับสถานการณ์โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610512

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนวันดินโลก ครั้งที่2/2564 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะดร.สถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รวมทั้ง ผอ.กอง/สำนักผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ผ่านระบบประชุมทางไกล

สำหรับงานวันดินโลก ปี 2564 มีการรายงานผลการดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2564 ในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ การประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน การส่งผลงานเข้าประกวด King BhumibolWorld Soil Day Award ปี 2564 (ความหลากหลายทางชีวภาพทางดิน) การจัดทำหนังสือวันดินโลก (ความหลากหลายทางชีวภาพทางดิน) วีดิทัศน์ 50 ปี แห่งการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ กรมพัฒนาที่ดิน และการประชาสัมพันธ์ทางสื่อช่องทางต่างๆ

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาแนวทางการจัดงานและงบประมาณสำหรับการจัดงานวันดินโลก ปี 2564 โดยประธานฯ และฝ่ายเลขานุการฯ แต่ละด้าน ได้รายงานถึงความก้าวหน้าของการจัดงานวันดินโลก ซึ่งแนวทางการจัดงานวันดินโลก ปี 2564 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2564 ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด โดยกำหนดรูปแบบการจัดงานแบบออนไซต์ และออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงวิธีการจัดงานและแผนการจัดกิจกรรม รวมทั้งพิจารณา (ร่าง) แผนกิจกรรมวันดินโลกเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564 และการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน

ซีพีเอฟเดินหน้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว ในวันรักต้นไม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610518

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ อนุรักษ์ ฟื้นฟู เพิ่มพื้นที่ปลูกป่าบกและป่าชายเลน ลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งเป้าหมายปลูกป่าและปลูกต้นไม้รวม 20,000 ไร่ ภายในปี 2030 สนับสนุนเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งสู่องค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) และเดินตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการ ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน
กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการปลูกป่าและปลูกต้นไม้ไปแล้วรวม 10,000 ไร่ จากการดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” อนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าเพิ่มเติม พื้นที่ป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ต.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

โครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน” อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ที่ จ.สมุทรสาคร ระยอง ชุมพร สงขลา พังงา และ ตราด และโครงการ “ซีพีเอฟรักษ์นิเวศ” ปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการทั่วประเทศของบริษัท รวมทั้งขยายผลจากการปลูกป่าสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ซึ่งในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติซีพีเอฟ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ทัพเรือภาคที่1ตรวจความพร้อมเช็คกำลังพล-อุปกรณ์-ยุทโธปกรณ์รับมืออุทกภัย-ภัยพิบัติทุกรูปแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610513

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พลเรือโทพิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศบภ.ทรภ.1) กองทัพเรือ นำคณะตรวจความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ที่สถานีการบิน กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

ทั้งนี้เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ ในการช่วยเหลือประชาชน ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ประชาชน ได้แก่ กำลังพลจาก กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง เมืองพัทยา และอำเภอสัตหีบ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบ และพร้อมปฏิบัติงาน ได้อย่างทันท่วงที เมื่อรับคำสั่งจากกองทัพเรือ 

พลเรือโทพิชัยกล่าวว่า ตามที่กองทัพเรือโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ อนุมัติให้ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ขึ้น มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในห้วงฤดูมรสุม คลื่นลมแรง รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนไปของภูมิภาค มีแนวโน้มที่อาจเกิดภัยพิบัติขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมความพร้อม ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นไปอย่างทันท่วงที และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด จึงได้จัดให้มีพิธีตรวจความพร้อมขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า เรามีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามขอให้ทุกหน่วยจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมสูงสุด พร้อมที่จะปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ 

โดยเฉพาะที่ใด ที่ไม่มีใครเข้าถึง กำลังของกองทัพเรือ จะต้องแสวงหาหนทางและวิธีการมาปรับใช้ จะต้องไม่มีใครถูกทอดทิ้งในพื้นที่ประสบภัย ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ทั้งนี้ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย ของกำลังพลที่เข้าไปปฏิบัติงานเป็นสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

กรมการข้าวมุ่งวิจัย พัฒนาพันธุ์แข่งกับวัชพืชในนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610514

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมการข้าว โดยศูนย์วิจัยข้าวชุมแพซึ่งมี ดร.รณชัย ช่างศรี เป็น ผอ.ศูนย์ฯได้คิดค้น วิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวแข่งขันกับวัชพืชขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ชาวนา โดยข้าวแข่งวัชพืช มีลักษณะของต้นและรากที่มีความสามารถสูงในการแข่งขันกับวัชพืช คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ชาวนาไทยจะมีพันธุ์ที่แข่งขันกับวัชพืชได้ เป็นทางเลือกที่สามารถป้องกันวัชพืชในนาข้าว โดยจะทำให้ลดจำนวนเมล็ดวัชพืช ง่ายกว่าการจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นวิธีจัดการวัชพืชที่ปลอดภัย ลดการใช้สารเคมีป้องกันการกำจัดวัชพืช และช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาได้

ดร.รณชัยกล่าวว่า จุดเด่นของข้าวแข่งกับวัชพืชก็คือภายใต้สภาวะที่มีการกดดันกับวัชพืชอย่างหนัก ข้าวจะทนต่อสภาวะกดดันนั้นแล้วก็ยังคงเจริญเติบโต
ได้ปกติ ให้ผลผลิตในสภาพที่เหมาะสม มองด้วยตาเปล่าจะเห็นแปลงทดลองข้าวปะปนไปด้วยวัชพืชซึ่งเติบโตไปพร้อมๆ กับกอข้าว แต่เห็นได้ชัดว่าข้าวออกรวงได้ดี ขณะที่วัชพืชในแปลงแทบเติบโตไม่ได้ นี่คือจุดเด่นสำคัญที่พบในแปลงทดลองของศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 5 ปี ทดลองจนได้พันธุ์ข้าวดีเด่น “ข้าวแข่งขันวัชพืช” การปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวจนประสบความสำเร็จ ได้ข้าวที่มีความสามารถสูงในการเติบโตแข่งกับวัชพืชในแปลงเดียวกัน โดยไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช หรือถอนวัชพืช เนื่องจากว่าต้องการให้พันธุ์ข้าวแข่งขันวัชพืชเป็นเครื่องมือในการจัดการวัชพืชได้

ทั้งนี้ ข้าวแข่งขันวัชพืชคือการนำยีนของข้าวที่มีรากที่ดี 6 ลักษณะ เช่น ความยาวรวมของราก พื้นที่ราก ปริมาตรของราก ความยาวต่อปริมาตรราก เส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยของราก และจำนวนปลายราก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่จะเอาชนะพืชในนาข้าวได้ ขณะที่วัชพืชส่วนใหญ่ที่พบในนาข้าวมี 5 ชนิดรวมถึงข้าวที่ไม่ต้องการซึ่งก็วัชพืชชนิดหนึ่งจึงกลายเป็นวัชพืช 6 ชนิด ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ มีเป้าหมายรับรองพันธุ์ข้าวแข่งขันวัชพืชภายในปี 2564 เพราะฉะนั้นปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 คาดว่าจะมีพันธุ์ข้าวพันธุ์รับรองแข่งขันกับวัชพืชเป็นพันธุ์แรกหรือชุดแรกของประเทศ

ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ เคยประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโภชนาการสูงมาแล้วคือ กข 69 ทับทิมชุมแพ เมื่อปี 2559 และตอนนี้กำลังมุ่งไปสู่การนำพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีจุดเด่นอยู่แล้วให้มีศักยภาพแข่งขันวัชพืช ซึ่งนอกจากจะทนแล้งยังจะลดการใช้และนำเข้าสารเคมีกำจัดวัชพืชได้อีกด้วย หากชาวนาท่านใดมีความสนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ โทรศัพท์หมายเลข 043-311155

รายงานพิเศษ : นายกแจ๊สเมืองปทุมธานีเตือนมวลน้ำปีนี้น้องๆปี’54 ปชช.อย่าประมาทร่วมสมาคมอบจ.ช่วยเหลือคนปทุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610256

รายงานพิเศษ : นายกแจ๊สเมืองปทุมธานีเตือนมวลน้ำปีนี้น้องๆปี’54  ปชช.อย่าประมาทร่วมสมาคมอบจ.ช่วยเหลือคนปทุม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ นางบังอร วิลาวัลย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมองค์การบริหารร่วมจังหวัดแห่งประเทศไทย ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ 1,000 ถุง ให้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นางรุจศลักษณ์ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ (น้องบาย) เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี เพื่อไปมอบให้กับประชาชนเพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาภัยให้กับผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ และตำบลบ้านฉาง ที่ชุมชนวัดบางหลวง ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

สืบเนื่องจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินและวิเคราะห์ปริมาณฝนตกร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)
คาดการณ์ปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากแม่น้ำปิงจะทำให้มีน้ำไหลผ่านบริเวณอำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มสูงสุดจากอัตรา 2,484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 3,000-3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 22 ตุลาคม 2564 โดยจะบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำและผันน้ำเข้าคลองต่างๆ ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท อยู่ในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจุบันประมาณ20-40 เซนติเมตร ในช่วงวันที่ 23-30 ตุลาคม 2564

ด้าน นางบังอร วิลาวัลย์ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (นายก อบจ.สุพรรณบุรี) ได้มอบหมายให้ตนเองและทีมงานที่มาด้วยความตั้งใจและห่วยใยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่ว่าผู้ประสบภัยจะอยู่ที่ไหน สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จะเข้าไปช่วย ส่วนในจังหวัดปทุมธานีวันนี้ได้จัดถุงยังชีพ1,000 ชุด บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป10 ซอง ปลากระป๋อง 10 กระป๋อง และข้าวสารหนัง 15 กิโลกรัม เพื่อบรรเทาภัยให้กับผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ และตำบลบ้านฉาง จำนวน 500 ชุด และอีก 500 ชุด ทางพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และทีมงานจะนำไปมอบยังจุดอื่นๆที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

ส่วน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปีนี้น้ำมาเยอะน้องๆ ปี 2554 อยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนอย่าประมาท ทาง อบจ.ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยการนำแพโฟมมามอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องของกระแสไฟ เนื่องจากอุบัติเหตุไฟดูดอาจเกิดขึ้นได้ เช่นที่ วัดอัมพุวราราม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยพระสงฆ์ถูกไฟฟ้าช็อตขณะขนย้ายสิ่งของกระสอบทรายวางเป็นทางเดิน และยังมีสุนัขถูกไฟฟ้าช็อตตาย 1 ตัว ภายในวัด เบื้องต้นได้นำไม้ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าในน้ำและมีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปทุมธานี ร่วมถึงนักศึกษาอาชีวะวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีช่วยเหลือในการตรวจกระแสไฟและเคลื่อนย้ายปลั๊กไฟฟ้ารวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบซึ่งหลังน้ำลดก็จะมีเจ้าหน้าที่และนักศึกษาที่เกี่ยวกับไฟฟ้ามาซ่อมแซมให้เหมือนเดิมในส่วนของวันนี้ต้องขอบคุณสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนจัดถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากน้ำเอ่อล้นริมแม่น้ำเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำซึ่งจะนำไปมอบให้กับประชาชที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึงต่อไป

อนันต์ วิจิตรประชา

เร่งพัฒนาSmart Farmer เพิ่มศักยภาพผลิตข้าวให้เกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610258

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าวพร้อมด้วยนายโอวาท ยิ่งลาภ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องด้านข้าว (Smart Farmer) ผ่านทางรายการ “Smart Rice Thai Farmer”ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ว่าได้ดำเนินงานโครงการ Smart Famer ด้านข้าว ตั้งแต่ปี 2556 ตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร สร้างให้เป็นผู้มีความรู้ ตระหนักถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป และการตลาด ตลอดจนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในด้านวิชาการและเทคโนโลยี

ต่อมาปี 2557 – 2564 ได้จัดทำโครงการตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง และดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer โดยสำรวจและคัดกรองเกษตรกรตามคุณสมบัติพื้นฐานกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความยั่งยืนในหลายมิติ โดยกำหนดเป้าหมายการสำรวจคุณสมบัติและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ สมาชิกองค์กรชาวนา หรือเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนาในพื้นที่ 77 จังหวัด 50,879 ราย เพื่อคัดกรอง และจัดชั้นเกษตรกร ออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.Model Smart Farmer ด้านข้าว คือ เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบด้านข้าว มีวิธีปฏิบัติที่ดี มีความโดดเด่นในการทำนา 2.ExistingSmart Farmer คือเกษตรกรที่เป็น SmartFarmer ซึ่งผ่านคุณสมบัติพื้นฐานครบถ้วน โดยผ่านตัวบ่งชี้ อย่างน้อย 1 ตัวบ่งชี้ในแต่ละคุณสมบัติ และ 3.Developing Farmer เกษตรกรที่ยังไม่เป็น Smart Farmer เนื่องจากยังไม่ผ่านคุณสมบัติพื้นฐาน จึงเป็นเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ ตามความต้องการของเกษตรกรแต่ละราย

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่า การดำเนินนโยบาย Smart Farmer เป็นการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ให้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิตข้าว การบริหารจัดการ การแปรรูป การตลาด การเป็นวิทยากรด้านข้าว รวมถึงพัฒนาเกษตรกรให้ได้รับทักษะการผลิตข้าวตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังดำเนินงานในส่วนของการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เพื่อสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีความพร้อมในการทำหน้าที่ผลิตข้าว และเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงในการประกอบอาชีพทำนา อีกทั้งเป็นผู้สืบทอดอาชีพการทำนาจากเกษตรกรรุ่นเก่าให้มีเกษตรกรรุ่นใหม่ประกอบอาชีพการทำนาต่อไปได้

กฟก.จับมือสภาทนายความช่วยเกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610259

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงนามบันทึกความร่วมมือในการเผยแพร่ความรู้และช่วยเหลือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกฟก.เพื่อช่วยเกษตรกรที่ขาดความรู้ด้านกฎหมาย ถูกเอารัดเอาเปรียบด้านสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจากเจ้าหนี้ รวมถึงการติดตามทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ กฟก. เปิดเผยว่า มีสมาชิก กฟก.จำนวนมากที่ประสบปัญหาหนี้สิน และขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากเจ้าหนี้นำไปสู่การถูกฟ้องร้องคดี ทาง กฟก.และสภาทนายความฯมองเห็นปัญหาดังกล่าวจึงร่วมหาทางป้องกันแก้ไขให้ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การให้ความช่วยเหลือด้านคดีความและการยุติข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับเกษตรกรสมาชิก โดยสภาทนายความฯได้จัดทนายความอาสาที่มีอยู่ทั่วประเทศทุกจังหวัด ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ให้คำปรึกษา แนะนำ ตอบปัญหาข้อกฎหมายประจำสำนักงานกอง กฟก.ประจำจังหวัด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีแก่เกษตรกร

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ กล่าวว่า การลงนามร่วมกันครั้งนี้ นับเป็นหนทางให้เกษตรกรมีความหวัง มีโอกาสต่อสู้คดีในชั้นศาลได้ ซึ่งหากเกษตรกรชนะคดีหรือได้รับความเป็นธรรมก็ทำให้หลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันในคดีความไม่ตกไปเป็นของนายทุนหรือเจ้าหนี้เกษตรกรยังมีที่ดินทำกินสร้างรายได้และสามารถปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้งได้

กรมประมงโร่แจง แนวทางช่วยเหลือ เลี้ยงปลาในกระชัง ประสบภัยน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610255

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานประมง จ.มหาสารคาม และศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมหาสารคาม เร่งช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการเฉพาะหน้า หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น พร้อมกับชี้แจงแนวทางเยียวยาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผู้เลี้ยงปลาในกระชัง และแนะนำเกษตรกรให้เคลื่อนย้ายกระชังเข้าริมฝั่ง ป้องกันปัญหาไหลไปกับกระแสน้ำ

ทั้งนี้ จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้ว 48 ราย มีกระชังที่เสียหาย 450 กระชัง ปริมาณปลานิลเสียหายประมาณ 135 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท โดยเป็นความเสียหายเพียงส่วนหนึ่ง เนื่องจากสำนักงานประมง จ.มหาสารคาม แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรจับปลาขึ้นมาจำหน่ายไปแล้วร้อยละ 50 ส่วนสาเหตุการตายเกิดจากการที่ปลามีอาการน็อกน้ำ จากมวลน้ำจำนวนมากใน จ.ชัยภูมิ และขอนแก่น ที่ไหลผ่านพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนต่ำ ประกอบกับน้ำมีความขุ่นสูง เป็นเหตุให้ตะกอนเกาะเหงือกปลาจนไม่สามารถหายใจ และขาดออกซิเจนตาย

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง สามารถขอรับความช่วยเหลือโดยให้หน่วยงานกรมประมงภายในจังหวัด พิจารณาดำเนินการโดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ในกรณีงบประมาณไม่เพียงพอ สามารถใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของปลัดกระทรวงเกษตรฯ

รมช.เกษตรฯรุดเยี่ยมชม สหกรณ์วัดจันทร์ต้นแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610260

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมและรับฟังการดำเนินงานของสหกรณ์วัดจันทร์ จ.พิษณุโลกเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรค โดยโอกาสนี้ ได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สหกรณ์วัดจันทร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สหกรณ์แห่งแรกของประเทศไทย ด้วย สำหรับสหกรณ์ดังกล่าวก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 มีสมาชิก 59 กลุ่ม ครอบคลุม 20 ตำบล ปัจจุบันมีสมาชิกสามัญ 4,538 คน สมาชิกสมทบ 2,789 คน มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 123,499,745 บาท เป็นสหกรณ์ชั้น 1 มาตรฐานสหกรณ์ระดับดีเลิศ โดยมีรูปแบบธุรกิจที่ให้บริการสมาชิก ดังนี้ 1.ธุรกิจสินเชื่อ 2.ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้กับสมาชิก 3.ธุรกิจรวบรวมข้าวเปลือก และ 4.ธุรกิจแปรรูป(น้ำดื่ม) ตอบสนองความต้องการของสมาชิกฯ ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งด้านเงินทุน/วัสดุที่ใช้ทำการเกษตร เป็นตลาดให้สมาชิก ทั้งยังมีสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วย

“การก่อตั้งสหกรณ์ต้องบูรณาการร่วมกัน ซื่อสัตย์ ตั้งใจ เพื่อพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง ขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนงานเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความมั่นคงในอาชีพ ผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าผลผลิต นำไปสู่การพึ่งพาตนเองของเกษตรกร และการช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิกฯ โดยใช้กลไกสหกรณ์ ช่วยยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น” น.ส.มนัญญากล่าวและว่า ขอชื่นชมสหกรณ์วัดจันทร์ ที่เป็นต้นแบบ มุ่งเน้นประโยชน์ของสมาชิก

กรมข้าวฯเยียวยาชาวนา มอบเมล็ดพันธุ์กว่า4.5พันตัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/610006

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พายุเตี้ยนหมู่ที่พัดผ่านประเทศไทยก่อให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะนาข้าวที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกในพื้นที่ลุ่ม จึงสั่งการให้กรมการข้าว เร่งให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวนาโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ปี 2562

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า กรมการข้าวได้บูรณาการข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่โดยตรง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า นาข้าวในฤดูนาปี 2564/65 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด 1.8 ล้านไร่ใน 38 จังหวัด 285 อำเภอ 1,583 ตำบล จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ นครสวรรค์ สุโขทัย และพิจิตร อย่างไรก็ดี พื้นที่น้ำท่วมอาจมีความแตกต่างกัน ทั้งระดับความลึกช่วงระยะเวลาที่ท่วม และความขุ่นของน้ำชนิดพันธุ์ข้าว อายุของข้าว ที่ทำให้มีผลต่อระดับความเสียหายและการฟื้นตัวของข้าว ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องติดตามและประเมินผลต่อไป

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้กรมการข้าวดูแลชาวนาผู้ปลูกข้าว หลังจากประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ประเมินพื้นที่ได้รับความเสียอย่างสิ้นเชิง โดยชาวนาจะได้รับความช่วยเหลือ ไร่ละ 1,340 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ ตามหลักเกณฑ์ปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564

สำหรับกิจกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยภายหลังน้ำลดทั้งในพื้นที่ชลประทาน และนอกเขตชลประทาน ภาครัฐฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการติดตามให้คำแนะนำและดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ส่วนปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่กรมการข้าวให้ความช่วยเหลือนั้น จะสนับสนุนให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 10 ไร่ ไร่ละ 7 กิโลกรัม (นาดำ) และไร่ละ 15 กิโลกรัม (นาหว่าน) แบ่งเป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง 1,701,200 กิโลกรัม ข้าวหอมปทุม 500,400 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 2,350,100 กิโลกรัม รวม 4,551,700 กิโลกรัม โดยปริมาณการสนับสนุนบรรเทาฟื้นฟูขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการเกิดภัยพิบัติร้ายแรงในแต่ละครั้ง หรือสภาพการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ โดยให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยมีการปรับอัตราการให้ความช่วยเหลือให้เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติด้านการช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ได้แก่ ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท