‘เฉลิมชัย’ เผยแจกเมล็ดผักแล้ว 81.84% โครงการ ‘ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เฉลิมชัย’เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ’ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’ (naewna.com)

'เฉลิมชัย'เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ'ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด'

‘เฉลิมชัย’เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% โครงการ’ตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยโควิด’

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.12 น.

“เฉลิมชัย”เผยแจกเมล็ดผักแล้ว81.84% ในโครงการตู้เย็นข้างบ้านต้านภัยCOVID-19 สร้างแหล่งอาหารให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรมีการส่งมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวภายใต้โครงการตู้เย็นข้างบ้านต้านภัย COVID-19 ที่ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด , บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จำนวน 300,000 ชุด ใช้ปลูกบริโภคในครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ขณะนี้สามารถจัดส่งเมล็ดพันธุ์ผักให้กับผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 245,524 ราย เหลือ 54,476 ราย คิดเป็น 81.84% โดยเมล็ดพันธุ์ ประกอบด้วย ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง แตงกวา พริกขี้หนู กระเพรา เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ตามโครงการดังกล่าวผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ และส่งมอบแก่ประชาชนโดยตรง และคาดว่าจะจัดส่งถึงประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ครบภายในเดือนธันวาคม 2563 สำหรับประชาชนที่ได้รับเมล็ดพันธุ์สามารถดาวน์โหลดคำแนะนำการปลูกพืชได้ที่เพจเฟสบุ๊ค กองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร

‘เฉลิมชัย’ ติดตามโครงการฝายแม่ปิงเก่า เน้นบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เฉลิมชัย’ติดตามโครงการฝายแม่ปิงเก่า เน้นบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ (naewna.com)

‘เฉลิมชัย’ติดตามโครงการฝายแม่ปิงเก่า เน้นบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำฝายแม่ปิงเก่า(ฝายชลขันธ์พินิต) ณ ต.ขัวมุง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยการบริหารจัดการโครงการดังกล่าว เป็นการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งในลุ่มน้ำปิงตอนบนพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน มีภารกิจจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสมให้ภาคส่วนที่ใช้น้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ประกอบด้วย ภาคอุปโภค-บริโภคที่ใช้น้ำผ่านการบริการของการประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 (เชียงใหม่-ลำพูน) ภาคการเกษตรที่ใช้น้ำจากฝายและประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิงสายหลัก จำนวน 10 แห่ง และภาคอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำผ่านการบริการน้ำประปาของการนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ

ทั้งนี้ โครงการฝายแม่ปิงเก่า (ฝายชลขันธ์พินิต) เป็นหนึ่งในโครงการฝายและประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิงสายหลัก ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโครงการชลประทานลำพูน สำนักงานชลประทานที่ 1 กรมชลประทานมีพื้นที่โครงการครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ประมาณ 45,546 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ 17,384 ไร่ และในเขตจ.ลำพูน 28,162 ไร่ มีการจัดสรรน้ำให้กับภาคส่วนต่างๆ ที่หลากหลายครบทั้งภาคการเกษตร ภาคอุปโภค-บริโภค และภาคอุตสาหกรรม โดยการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งต้องบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำของฝายและประตูระบายน้ำ จำนวน 10 แห่ง และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวน 90 แห่ง ตลอดแนวแม่น้ำปิงสายหลักทั้งสองฝั่ง รวมถึงต้องจัดสรรน้ำให้กับภาคการอุปโภค-บริโภคที่สำคัญคือ การประปาลำพูน และภาคอุตสาหกรรมให้กับการนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องอาศัยแหล่งน้ำต้นทุนจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลที่อยู่ห่างออกไปทางต้นน้ำเป็นระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร จึงต้องมีการวางแผนการจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสมทั้งปริมาณและเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำในฤดูแล้งของทั้งภาคอุปโภค-บริโภค ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม

สำหรับมาตรการในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน (จ.เชียงใหม่-ลำพูน) สำนักงานชลประทานที่ 1จำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพตลอดลำน้ำแม่ปิงโดยการใช้อาคารชลประทานไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ หรือฝายทดน้ำ ในการควบคุมปริมาณน้ำและบริหารจัดการน้ำในลำน้ำแม่ปิง อีกทั้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมคุณภาพของน้ำก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นที่หันมาเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง และลดการเลี้ยงปลากระชังในลำน้ำแม่ปิง เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศในลำน้ำ และขอให้เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำดำเนินการสูบน้ำตามรอบเวรที่จัดไว้สำหรับส่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรต่างๆ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีอยู่อย่างจำกัด จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรมตลอดฤดูแล้งนี้

“วันนี้ประเทศไทยพ้นฤดูฝน จากนี้น้ำต้นทุนจะน้อยลง วิธีที่ดีที่สุดและเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนคือช่วยกันบริหารจัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่ให้ใช้ได้ถึงฤดูฝนหน้า นอกจากนี้ การเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ การบริหารน้ำต้นทุนยังเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด ซึ่งส่วนราชการมีหน้าที่เพิ่มต้นทุนน้ำให้เกษตรกร แต่เกษตรกรเองควรมีแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเองด้วย สำหรับการจัดการน้ำปีนี้ต้องทำเป็นระบบในแต่ละพื้นที่ ต้องใช้น้ำมีคุณค่ามากที่สุดตามลำดับความสำคัญ ทั้งอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ ภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ส่วนราชการทุกภาคส่วนโดยเฉพาะส่วนภูมิภาคนอกจากบริหารจัดการน้ำเป็นระบบน้ำแล้ว ต้องบริหารจัดการผู้ใช้น้ำด้วย โดยรณรงค์ใช้น้ำตลอดทั้งปี ต้องปลูกจิตสำนึกเพื่อประโยชน์ของคนไทยและภาคส่วนอื่น วันนี้ขอเป็นตัวแทนความห่วงใยจากรัฐบาล ถึงข้าราชการที่เป็นส่วนสำคัญและถือเป็นตัวแทนของภาครัฐ ในการเข้าถึงประชาชน และดูแลช่วยเหลือประชาชนเต็มความสามารถ ซึ่งต้องขับเคลื่อนทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน บูรณาการทำงาน เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายเฉลิมชัย กล่าว

กยท.-ม.อ. สัมมนาแก้แพ้โปรตีนในยางพารา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กยท.-ม.อ.สัมมนาแก้แพ้โปรตีนในยางพารา (naewna.com)

กยท.-ม.อ.สัมมนาแก้แพ้โปรตีนในยางพารา

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประชุมสัมมนา เรื่องการแพ้โปรตีนในยางธรรมชาติ ทางออกเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้ยางธรรมชาติ ถือเป็นการเปิดมิติการวิจัยแบบเจาะลึกที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงการวิจัยเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยการวิจารณ์ หาข้อสนับสนุนหรือโต้แย้ง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคถุงมือยางพาราวงกว้าง โดยจุดอ่อนที่น้ำยางธรรมชาติถูกโจมตีมากที่สุดคือ เรื่องโปรตีนที่อยู่ในยางซึ่งบางคนแพ้ แต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก ทั้งนี้ องค์ความรู้ปัจจุบัน เราสามารถทำยางธรรมชาติที่มีโปรตีนต่ำในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

“ยางพาราธรรมชาติโปรตีนต่ำ เป็นเรื่องที่ทำได้แล้ว การนำงานวิจัยไปตีพิมพ์ เผยแพร่ต่อเวทีระดับนานาชาติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก ดังนั้น กยท. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือสื่อสารกับสังคม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศผู้ใช้ยางพาราและถุงมือยาง ตลอดจนวงการแพทย์ ทั้งในและต่างประเทศได้รับรู้ เข้าใจ อันจะส่งผลต่อวงการยางพาราเป็นอย่างมาก สามารถเพิ่มปริมาณใช้ยางพาราและเสถียรภาพราคายางต่อไปในอนาคต”นายประพันธ์ กล่าว

รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังการระบาดของโควิด-19 มีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีถุงมือยางเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทสัญชาติอเมริกันสนใจจดสิทธิบัตรเรื่องยางธรรมชาติมากขึ้น ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยียางพาราที่นำมาทำถุงมือแพทย์ ยังมีความต้องการอยู่ แม้ส่วนหนึ่งอาจเกิดการแพ้จากโปรตีน แต่ในเทคโนโลยีโพลิเมอร์ การสังเคราะห์โพลิเมอร์ก็ถือเป็นสารโลหะหนัก ที่อาจมีโอกาสออกมาทำเกิดโอกาสแพ้ได้เหมือนกัน

ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นแพทย์ที่ใช้ถุงมือยางธรรมชาติปฏิบัติการทางการแพทย์เผยว่า จากการวิจัยและนำถุงมือยางธรรมชาติให้แพทย์ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ใช้ปฏิบัติงานจริง พบว่าไม่เคยมีอาการแพ้ แต่ถ้าเป็นถุงมือของต่างประเทศ ที่เป็นประเภทถุงมือสังเคราะห์ จะคันผิวแห้ง และระคายเคืองบนหลังมือ จึงเป็นโจทย์วิจัยที่อยากจะค้นหาว่า ในความเป็นจริงเป็นเช่นใด

ผู้สมัครส.อบจ.ยะลานำเวสป้าหาเสียง ขอคะแนนปชช.เลือกคณะก้าวหน้า เน้นผลักดันให้ อบจ.เกิดความโปร่งใส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ผู้สมัครส.อบจ.ยะลานำเวสป้าหาเสียง ขอคะแนนปชช.เลือกคณะก้าวหน้า เน้นผลักดันให้ อบจ.เกิดความโปร่งใส (naewna.com)

ผู้สมัครส.อบจ.ยะลานำเวสป้าหาเสียง ขอคะแนนปชช.เลือกคณะก้าวหน้า เน้นผลักดันให้ อบจ.เกิดความโปร่งใส

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายภาษิต อับดุลกาเดร์ หรือ โก๋บังผู้สมัครสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ยะลา อ.เมืองยะลา เขต 1 ในนามคณะก้าวหน้า ได้ลงหาเสียงเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยะลา ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.2563 นี้ โดยการหาเสียงครั้งนี้ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่มีใจรักในรถเวสป้ากว่า 20 คัน ร่วมคาราวานหาเสียงแห่รอบเมืองยะลา ซึ่งได้สร้างสีสันให้กับประชาชนผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

นายภาษิต กล่าวว่า การนำบรรดากลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบในรถเวสป้ามาหาเสียงครั้งนี้ เป็นเพราะที่เขามีความสนใจในการเมืองท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งการตัดสินใจของตนเองในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากมีความรู้สึกว่าสิทธิต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่แห่งนี้เริ่มจะไม่มีใครที่จะมาเป็นตัวแทนในการเป็นปากเป็นเสียงให้ ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนทำงานยังไม่ตอบสนองอำนาจของประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น

นายภาษิต อับดุลกาเดร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากตนเองมีโอกาสได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน สิ่งแรกที่คิดจะทำคือผลักดันให้การทำงาน อบจ.เกิดความโปร่งใส เกิดความกระจ่างในการทำงานด้วยการถ่ายทอดสดการประชุมสภาให้ชาวบ้านได้รับรู้ และเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้บ้าง มีการเห็นชอบนโยบายหรือโครงการอะไรบ้าง จะพยายามทำให้ประชาชนได้รับรู้ให้มากที่สุด นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นอยู่พื้นฐานหรือคุณภาพชีวิตของชุมชนตลาดเก่าเนื่องจากชุมชนตลาดเก่า ประชาชนมีศักยภาพหากได้รับความช่วยเหลือเต็มที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากประชาชนขณะนี้ ทุกคนกำลังมองว่าเลือก สจ.ไปแล้ว สุดท้ายก็เป็นที่รองรับอำนาจของคนเป็นนายกฯ อยู่ดี ชาวบ้านจะเริ่มรู้สึกว่าเลือกให้ผ่านๆ ไปเท่านั้นเอง ตนเองมีความมั่นใจว่าประชาชนจะมีแนวคิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาบ้าง อยากจะลองอะไรใหม่ๆ บ้าง หากต้องการจะเห็นความโปร่งใส ต้องการเห็นการพัฒนาการเมือง ก็คิดว่าประชาชนจะให้โอกาสให้ตนได้เข้ามาทำงาน

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์ (naewna.com)

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี  ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่  อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งเขตเลือกตั้ง ส.อบจ.ออกเป็น 30 เขต มี ส.อบจ.ได้ 30 คน ทั้งจังหวัด มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ได้รับการรับรองจากทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 626,932 คน มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด จำนวน 1,079 หน่วย

มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 4 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย หัวหน้า “ทีมพลังกาญจน์  เบอร์ 2 นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือเสี่ยสรรค์  หัวหน้า“ทีมพลังใหม่” เบอร์ 3 น.ส.สาวิกา ประเสริฐผล หัวหน้า “ทีม NEXT กาญจนบุรี” และ เบอร์ 4 พ.ต.ท.กิตติพิชญ์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้สมัครอิสระ“ทีมกาญจน์ก้าวใหม่”

สำหรับตัวเต็งที่จะได้รับเลือกเข้าไปนั่งในเก้าอี๊นายก อบจ.กาญจนบุรี คงหนีไม่พ้นผู้สมัคร เบอร์ 1 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย อดีต สส.1 สมัย พรรคเพื่อไทย เมื่อปี 54 และเบอร์2 นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือเสี่ยสรรค์ อดีตกนายก อบจ.กาญจนบุรี 3 สมัย ส่วนผู้สมัคร นายก อบจ.หน้าใหม่ อีก 2 ราย คือ เบอร์ 3 น.ส.สาวิกา ประเสริฐผลหรือสา หัวหน้า “ทีม NEXT กาญจนบุรี” และ เบอร์ 4 พ.ต.ท.กิตติพิชญ์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้สมัครอิสระ“ทีมกาญจน์ก้าวใหม่” จะเป็นม้ามืดแซงเข้าวินได้หรือไม่นั้น แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีกูรูทางการเมืองท่านใดกล้าออกมาฟันธง สุดท้ายแล้วประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน หลังปิดหีบ 20 ธ.ค.2563ไม่นานเกินรอคงรู้ผล

วันนี้จะมาทำความรู้จักกับผู้สมัครหน้าใหม่ น้องกิ๊ก น.ส.ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อายุ 33 ปี ผู้สมัคร ส.อบจ.อำเภอท่ามะกา เขต 3 สังกัดทีมพลังใหม่ น้องกิ๊กเกิดที่ตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ประวัติการศึกษา จบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์  สาขา ธุรกิจการบินมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ประวัติการทำงาน บริษัท บางกอกแลนด์ เอเจนซี จำกัด (เมืองทองธานี) ธนาคารกสิกรไทย  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เซ็นเตอร์ (WMC) ครูผู้ช่วยผู้ดูแลเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ท่าเสา อ.ท่ามะกา เขตเลือกตั้งอำเภอท่ามะกา เขต 3 ประกอบด้วยตำบลสนามแย้ ต.ยางม่วง ต.ดอนขมิ้น เทศบาลตำบลลูกแก ต.ท่าเสา ต.พงตึก และ ต.หวายเหนียว สโลแกน  #ทีมพลังใหม่ “มองการณ์ไกลใส่ใจทุกปัญหา พัฒนา เพื่อประชาชน” จุดเด่นของเราผู้หญิงยุคใหม่ พร้อมสร้างสิ่งใหม่ๆกล้าคิด กล้าทำ มีประสบการณ์พร้อมทำงานการศึกษาดี เข้าถึงง่าย

น้องกิ๊ก เล่าว่า ที่ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งสมาชิก อบจ.ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก เหตุผลเพราะอยากจะเข้าไปทำงานเป็นตัวแทนให้กับพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปนำเสนอสิ่งที่บ้านเราต้องการไปยัง อบจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพัฒนาบ้านเราซึ่งที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงานอยู่องค์การบริหารส่วนตำบล ด้วยในหน้าที่ในการทำงานในตำแหน่งที่ทำ ไม่สามารถนำเสนอในสิ่งที่คิดหรืออยากจะทำให้บ้านเราได้ จึงอยากขอโอกาสพ่อแม่พี่น้องเข้ามาเป็นตัวแทนของบ้านเรา

สำหรับนโยบายหรือแนวคิดที่จะนำเสนอต่อประชาชน ทีมพลังใหม่ มีนโยบายสร้างจังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวตามแนววิถีใหม่ (New Normal) พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมธุรกิจบริการ และการค้าผ่านแดน และจะสานต่อภารกิจสำคัญที่ยังค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโรงงานกระดาษให้เป็น Land Mark แห่งใหม่ของกาญจนบุรี ตามความต้องการของชาวกาญจนบุรี

รวมทั้งการพัฒนาถนนพัฒนาการเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง การเตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเราจะทำกาญจนบุรีให้เป็น Smart City ที่มีการนำเทคโนโลยีมาตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวกาญจนบุรี เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีการรองรับสังคมผู้สูงอายุพัฒนาการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน

ส่วนอุดมการณ์ของตนได้มีทางเลือกให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสิน การที่เราใช้ชื่อ “พลังใหม่ ร่วมสร้างเมืองกาญจน์” เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสมาเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวกาญจนบุรี อีกทางหนึ่ง”น้องกิ๊ก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้สมัครที่น่าสนใจอีก 1 คน ดีกรีอดีต ส.อบจ.อำเภอทองผาภูมิ 2 สมัยติดต่อกัน คือสจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ จบการศึกษา ปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นลูกชายของนายกฯจิรชัย ถนอมวงษ์นายกเทศมนตรีตำบลท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ

สจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ กล่าวว่าสำหรับแรงจูงใจในการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ส.อบจ.คือ 1.อยากพัฒนาบ้านเกิดของตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร การประกันราคาผลผลิตด้านการเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ด้านการศึกษา จะสนับสนุนให้เด็กในพื้นที่ได้เข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึง ทั้งในระบบและนอกระบบ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน 
ด้านระบบสาธารณสุข จะสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและมีคุณภาพ

ด้านการท่องเที่ยว อำเภอทองผาภูมิมีแหล่งท่องเที่ยวที่โดนเด่นและหลากหลาย จึงเป็นตัวแทนในการสนับสนุนด้านข้อมูลสาระสนเทศเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนให้มีรายจากการท่องเที่ยวให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ด้านการอนุรักษ์จะสืบสานประเพณีท้องถิ่น เนื่องจากอำเภอทองผาภูมิ เป็นอำเภอที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ มีประเพณีและวัฒนธรรมที่ต่างกัน เช่น ภาษา อาหาร การแสดงพื้นบ้าน เป็นต้น

สำหรับแผนพัฒนากระบวนการ P.D.C.A.P=plangning ประชุมผู้นำชุมชนในพื้นที่ สำรวจปัญหาของแต่ละชุมชน D=do ฟื้นฟูและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้มีความโดนเด่น เน้นความปลอดภัย ความสะอาด มีกระบวนการทำงานและขั้นตอนอย่างชัดเจน และมีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันเพื่อให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสืบค้นข้อมูล

C=Check ตรวจสอบว่าหลังจากนำแผนที่ไปวางไว้ในการปฏิบัติจริง แล้วเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือมาตรฐานที่เราได้กำหนดไว้หรือไม่ เช่น แบบบันทึกความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว โดยมีข้อแนะนำให้แก้ไขหรือปรับด้านใดต่อไป

A=Action นำข้อเสนอแนะของนักท่องเที่ยวมาวิเคราะห์และตรวจสอบสาเหตุความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาประเมินเพื่อพัฒนาแผนและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีกในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อบกพร่องจากกระบวนการทำงานที่ผ่านมา แต่เราก็ควรจะมีวิธีในการพัฒนาปรับปรุงการทำงานของตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้การดำเนินงานครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม” สจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ กล่าว

 สุพจน์ แก้วกาสี

สศท.5 แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สศท.5แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม (naewna.com)

สศท.5แนะปลูกถั่วเหลืองพืชหลังนากำไรงาม

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอิศราภรณ์ ชัยกุณา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าถั่วเหลืองนับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในประเทศ และมีความต้องการทางตลาดสูง นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ปัจจุบันเกษตรกรนิยมนำมาปลูกหลังทำนา ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้วยังปรับปรุงโครงสร้างดิน เกิดความสมดุลของธาตุอาหาร ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์มากขึ้นจึงนับได้ว่าถั่วเหลืองเป็นพืชมีอนาคตสำหรับเกษตรกรโดยแต่ละปีการผลิตถั่วเหลืองเกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ 2 ฤดูคือ ฤดูฝน จะปลูกช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และถั่วเหลืองฤดูแล้งเริ่มเดือนธันวาคม-กลางเดือนมกราคมของปีถัดไป และเก็บเกี่ยวเดือนมีนาคม-เมษายนของปีถัดไป

สำหรับจ.ชัยภูมิมีพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองประมาณ 9,000 ไร่ เป็นแหล่งเพาะปลูกอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากสภาพดินร่วนเหนียวปนทรายมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการงอกและเจริญเติบโต (20-30 องศาเซลเซียส) และสภาพความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมระหว่าง 5.5-6.5 แหล่งปลูกสำคัญอยู่ในอ.ภูเขียว อ.เกษตรสมบูรณ์ และอ.คอนสาร ซึ่งช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เริ่มเข้าสู่การเพาะปลูกถั่วเหลืองฤดูแล้ง

สศท.5ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลิตและต้นทุนถั่วเหลือง รุ่นที่ 2 (ถั่วเหลืองหลังฤดูกาลทำนาปี) ของจ.ชัยภูมิ พบว่าปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60, มข.35 และพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาด ราคาเมล็ดพันธุ์เฉลี่ย 25-30 บาท/กิโลกรัม ซึ่งปลูกด้วยวิธีหว่านใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 20 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิตจนถึงเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 2,827 บาท/ไร่/รอบการผลิต เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่ออายุ 90-110 วัน ให้ผลผลิตรวม 868 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 210 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้เมล็ดความชื้น 14.5% เฉลี่ย 19 บาท/กิโลกรัม (ราคา ณ เดือนพฤศจิกายน 2563) สร้างรายได้เฉลี่ย 3,990 บาท/ไร่/รอบการผลิต คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 1,163 บาท/ไร่/รอบการผลิต ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 95 เกษตรจะจำหน่ายลักษณะเมล็ดแห้งให้พ่อค้าที่รวบรวมในท้องที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแปรรูป ส่วนอีกร้อยละ 5 เกษตรกรเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อไปได้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกถั่วเหลืองคุณภาพดี เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้นปลูกเพียง 4 เดือน ต้องการน้ำน้อย ให้ผลผลิตสูง ราคาดีรองรับความต้องการตลาด และยังเป็นพืชช่วยบำรุงคุณภาพดินที่จะส่งผลให้การปลูกข้าวของเกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองที่เหมาะสมควรมีปริมาณน้ำเพียงพอและเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำออกได้ดีโดยเกษตรกรต้องระวังเรื่องคุณภาพ การเก็บเกี่ยวควบคุมคุณภาพเมล็ดเรื่องความชื้นสูงเพราะจะทำให้เมล็ดบวม เน่า เสียหาย สำหรับผู้สนใจข้อมูลสถานการณ์การผลิตการตลาดถั่วเหลืองใน จ.ชัยภูมิ หรือพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.5 โทร. 0-4446-5120 หรืออีเมล zone5@oae.go.th

‘พลังใหม่’ งัดผลงาน มั่นใจรักษาแชมป์ สนามอบจ.กาญจน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘พลังใหม่’งัดผลงาน มั่นใจรักษาแชมป์ สนามอบจ.กาญจน์ (naewna.com)

‘พลังใหม่’งัดผลงาน มั่นใจรักษาแชมป์ สนามอบจ.กาญจน์

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางสาวลำยอง ยิ้มใหญ่หลวง อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) กาญจนบุรี อ.บ่อพลอย 3 สมัย ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี พร้อมทีมงานเดินพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อหาเสียงที่ ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวทั้งๆ ที่เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่บรรยากาศการหาเสียงค่อนข้างคึกคักและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน            

นางสาวลำยองเปิดเผยว่า พื้นที่รับผิดชอบในการหาเสียง อ.บ่อพลอย เขต 2 ประกอบไปด้วย ต.ช่องด่าน หลุมรัง หนองรีและ ต.หนองกร่าง ซึ่งอยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ออกไปใช้สิทธิกันเยอะๆ โดยการใช้สิทธิในครั้งนี้ประชาชนจะได้รับบัตรลงคะแนนคนละ 2 ใบ ใบแรกคือบัตรลงคะแนนให้กับผู้สมัครสมาชิก อบจ.ส่วนใบที่สองคือบัตรลงคะแนนให้กับผู้สมัครนายก อบจ.ซึ่งก็ขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบบัตรลงคะแนนให้ดีเสียก่อนเพื่อความ
ถูกต้อง

นางสาวลำยองระบุอีกว่า ถ้าถามว่าการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบจ.ในครั้งนี้มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนที่จะสามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้นั้น ตอบได้เลยว่าที่ผ่านมาพื้นที่ตรงนี้เราได้ทำโครงการต่างๆ เอาไว้เยอะมากพอสมควร และที่สำคัญการที่เราเป็น ส.อบจ.มาแล้ว 3 สมัย ความผูกพันกับชาวบ้านและผู้นำชุมชนยังคงอยู่ดังนั้นเราจึงมีความมั่นใจมาก และเรามีความรู้สึกว่าทุกคนยังให้การตอบรับเราเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะอดีตนายก รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เบอร์ 2 หัวหน้าทีมพลังใหม่ ที่อยู่ในพื้นที่ด้วยโครงการและงบประมาณที่ทำลงไปนั้นทำให้ชาวบ้านต่างก็ไม่ลืมเรา ถึงแม้นว่าคู่แข่งจะเป็นคนในพื้นที่และมีญาติพี่น้องอยู่บ้าง แต่การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งมันก็เหมือนกับการแข่งขันของเกมกีฬา และเราจะขอสู้ด้วยผลงานและความดีที่เราได้สร้างไว้

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 (naewna.com)

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวจัดงานมหกรรม “เกษตร อัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.2563 – 1 ม.ค. 2564 ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานนี้ เป็นผู้นำแถลง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายประภัตรบอกว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก มีแหล่งน้ำธรรมชาติ การชลประทานเหมาะสมแก่การเกษตร พื้นที่อุดมสมบูรณ์ นับได้ว่าเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา และปศุสัตว์ ที่เป็นอาชีพหลักของประชากรมากกว่าร้อยละ 80 ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกระทรวงเกษตรฯ จะได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงหรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียนรู้โดยกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับภาคเอกชนจัดงานนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาปรับใช้ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิดสามประการ ได้แก่ ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ประกอบด้วย 1) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น 2) เกษตรปลอดภัย 3) เกษตรชีวภาพ4) เกษตรแปรรูป และ 5) เกษตรอัจฉริยะ

โดยในงานนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้นำนิทรรศการนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่ อาทิ การจัดกิจกรรมประกวดสัตว์ที่เลี้ยงผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การประกวดกระบือ ไก่พื้นเมืองสวยงาม โคเนื้อ และแพะ จากกรมปศุสัตว์ การจัดแสดงผลงานวิจัยพันธุ์ข้าว นวัตกรรมการลดต้นทุน การแปรรูปและจำหน่ายข้าว จากกรมการข้าว กิจกรรมสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพในระยะสั้น เช่น การเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) IoT เกษตรนอนตีพุง พื้นที่ ส.ป.ก.ทองคำ จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การจัดแสดงนิทรรศการฝนหลวง พร้อมจัดแสดงเครื่องบินฝนหลวง จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการวันดินโลก สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จากกรมพัฒนาที่ดิน การจัดแสดงนิทรรศการด้านน้ำจากกรมชลประทาน การจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีเรื่องกุ้งก้ามกราม การประกวดปลาสวยงาม ปลากัด จากกรมประมง การจัดแสดงนิทรรศการสารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช จากกรมวิชาการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการและการปล่อยสินเชื่อเงินกู้แก่เกษตรกร จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นิทรรศการ Application Smart ME จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การจัดแสดง Application พยากรณ์ จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการทำการเกษตรในพื้นที่แคบโรงภาพยนตร์ 2 มิติ จากพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงการปลูกพืชในโรงเรียน (ทำน้อยได้มาก) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) การจัดแสดงนิทรรศการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NBAC) และ Application กระดานเศรษฐี จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสินค้าอุปโภคในราคาถูก อาทิ การประกวดและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร จากกรมส่งเสริมการเกษตร การจำหน่ายสินค้ากลุ่มประมง จากองค์การสะพานปลา การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากยางพารา จากการยางแห่งประเทศไทย การแปรรูป หม่อน ถั่งเช่า และจำหน่ายสินค้า ผ้าไหม ผลิตภัณฑ์หม่อน จากกรมหม่อนไหม นวัตกรรมเลี้ยงโคนม เครื่องรีดนมโค และแจกผลิตภัณฑ์นม จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ OTOP จากพัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี การแสดงแปรอักษรผ่านอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร จากหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน ได้ชมและศึกษาความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย รวมไปถึงการเป็นสื่อกลาง
ในการพบปะ แลกเปลี่ยนทรรศนะทางด้านการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค ด้วยการนำผู้ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างใกล้ชิด….
ใครอยู่ใกล้เชิญไปเที่ยวงานกันได้นะครับ

ขุนเกษตรา

เกษตรฯเตรียมจัดวันดินโลก 4-8 ธค.ที่ปากช่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เกษตรฯเตรียมจัดวันดินโลก4-8ธค.ที่ปากช่อง (naewna.com)

เกษตรฯเตรียมจัดวันดินโลก4-8ธค.ที่ปากช่อง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานแถลงข่าวจัดงานวันดินโลกปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพีคืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดินหน่วยงานหลักจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2563 บูรณาการทำงานระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน เกษตรกร เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก และสร้างความตระหนักเรื่องความสำคัญของทรัพยากรดิน ซึ่งการจัดกิจกรรมวันดินโลกนั้น กลุ่มสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก (GSP) จะกำหนดหัวข้อหลักการจัดงานแต่ละปี โดยคัดเลือกประเด็นสำคัญ ที่ต้องการผลักดันให้เกิดข้อสรุปหรือส่งผลต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลก โดยประเทศต่างๆจะจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้ และความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน

สำหรับวันดินโลกในปี 2563 GSP กำหนดหัวข้อ “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพีคืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” เน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมขององค์กรและบุคคล ในรูปแบบการร่วมมือและสร้างเครือข่ายมากขึ้น ผ่านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน รวมถึงอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อป้องกันและลดการชะล้างพังทลายของดิน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยร่วมกับเครือข่ายดังที่กล่าวมาแล้ว ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์และรักษาทรัพยากรดินตามศาสตร์พระราชา ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ภายในงานวันดินโลก มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายอาทิ ภาคนิทรรศการ จะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นิทรรศการพระราชปณิธานการทรงงาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นิทรรศการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) นิทรรศการโมเดล ดิน หิน แห่งประเทศไทย นิทรรศการการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร ส.ป.ก. ทองคำ นิทรรศการฝนหลวง ตำราพระราชทาน ร.9 นิทรรศการทหารผลิตพันธุ์พืชดี นิทรรศการ Smart Tumbon ตอบโจทย์แก้จนและนิทรรศการไฮไลต์ของงาน นิทรรศการ Keep soil alive, protect soil biodiversity รักษ์ปฐพีคืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน นอกจากนี้ ยังมีงานเสวนาวิชาการ กิจกรรมร่วมเล่านิทาน ชิงรางวัลระดับเยาวชนการเดิน Trail ดินโลก’63 การประกอบอาหาร ขนมพื้นบ้าน และการจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีประจำเมืองและอาหารอร่อย และภายในงานจะมีบริการรถพ่วงรับส่งพร้อมมัคคุเทศก์ และวิทยากรเพื่อนำประชาชนทุกท่านเที่ยวชมอย่างจุใจ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “วันดินโลก” (World Soil Day) ปี 2563 ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’ อดีต ส.อบจ. บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง (naewna.com)

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เปิดใจ “ศิริรัตน์ บุญชัยสุข”-“น้องโอ๋” อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ 2 สมัย ผู้สมัคร ส.จ.บุรีรัมย์ เขต 1 อ.หนองกี่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ลงพื้นที่ติดป้าย หาเสียง พร้อมเป็นผู้ประสานสิบทิศรับฟังปัญหา เข้ามาพัฒนาบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ นับตั้งแต่วันเปิดรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 
2 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนั้น บรรยากาศในการหาเสียงของผู้สมัคร ทั้งนายก อบจ. และส.อบจ.นั้น เริ่มเป็นไปด้วยความคึกคัก ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะ“กลุ่มเพื่อนเนวิน” ซึ่งนำโดย นายภูษิต เล็กอุดากร อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 8 หลานชาย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ยูไนเต็ด และทีมผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้ระดมติดแผ่นป้ายหาเสียงไปจนทั่วทุกพื้นที่

แต่ที่น่าสนใจ คือ นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข หรือ น้องโอ๋ อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ 2 สมัย ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 อ.หนองกี่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้นำรถหาเสียง พร้อมทีมงานลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงตามหมู่บ้าน ชุมชนในเขตพื้นที่เลือกตั้ง 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลเมืองไผ่, ตำบลบุกระสัง, ตำบลเย้ยปราสาท, ตำบลโคกสูง และตำบลโคกสว่าง

นางสาวศิริรัตน์กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงตามหมู่บ้าน ชุมชนในเขตพื้นที่เลือกตั้ง พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีและอบอุ่น อยากเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตที่ดี ชอบทำงานเพื่อมวลชน ประสานงานกับทุกภาคส่วน รับฟังปัญหา พร้อมให้การช่วยเหลือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวชอบการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเป็นหัวหน้าชั้น และทำกิจกรรมโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมาตลอด

“ไม่รู้สึกหนักใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเป็น สจ.มา 12 ปี ได้พัฒนาพื้นที่มีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ เข้าถึงทุกชุมชน หมู่บ้าน สร้างมิติใหม่ เลือกคนทำงานลูกหลานบ้านเรา โดยใช้สโลแกนว่า“สจ.รุ่นใหม่ รับใช้ใกล้ชิด เป็นมิตรทุกชุมชน” แต่คิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะการรับรู้ของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ จึงขออาสามาสานงานต่อก่องานใหม่”นางสาวศิริรัตน์ กล่าว

สำหรับ นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข หรือ น้องโอ๋ ก่อนจะมาลงเล่นการเมือง ได้ทำงานเป็นนักเทคนิคการแพทย์ อยู่ที่โรงพยาบาลปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2548 จนกระทั่งปี 2551 ได้มาลงเล่นการเมืองจากการชักชวนของ นางสาวอุษณีย์ ชิดชอบพี่สาวนายเนวิน ชิดชอบ ที่ลงสมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน