ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/415955

โดย…รอนแรม
เมื่อการเดินทางนำพาไปสู่เส้นทางใหม่ บุ๊ค–พิมพ์เลิศ ใบหยก จึงลองเดินทางรูปแบบใหม่เพื่อค้นหาโลกใหม่ที่ไม่คิดว่าจะกล้าเข้าไป เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลใบหยกรับหน้าที่บริหารงานโรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ ออกงานสังคมบ้างประปราย แต่ถ้าเป็นเรื่องเที่ยวเธอขอสลัดคราบมาเป็นนักเดินทางตัวยง
อันแพลนทริปครั้งแรก
ปกติสไตล์การเที่ยวของบุ๊คต้องวางแผนการเดินทางอย่างเป็นระเบียบ แต่ทริปเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนครั้งนั้นไม่ปกติ เพราะสิ่งที่เธอรู้มีแค่จุดเริ่มต้นจากเชียงใหม่และไปสิ้นสุดที่แม่ฮ่องสอน
“คนต้นคิดเป็นเพื่อนของบุ๊คเอง” เธอเริ่มเล่า “เขาเป็นคนชอบขับรถลุย แต่แก๊งของบุ๊คยังไม่เคยไปเที่ยวแบบนี้ก็เลยลองดู เพื่อนบอกแค่ว่าเป็นทริปขับรถเที่ยวเริ่มที่เชียงใหม่เริ่มต้นบนดอยอ่างขางแล้วไปจบที่แม่ฮ่องสอน ต้องเปลี่ยนที่นอนทุกคืนซึ่งยังไม่รู้ว่าที่ไหน (หัวเราะ) ส่วนระหว่างทางไม่รู้อะไรเลย”

ทริปอันแพลนครั้งแรกในชีวิตมีเพื่อนร่วมเดินทาง 10 คนกับรถ 3 คัน ทริปเริ่มต้นอย่างสวยงามกับทัศนียภาพบนดอยอ่างขาง การเดินทางสะดวก พักสบาย ไม่ต่างอะไรจากทริปทั่วไป โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าความสะดวกสบายจะอันตรธานหายไปในคืนที่สอง เมื่อเพื่อนเอ่ยปาก “คืนนี้นอนเต็นท์” และยิ่งน่าตื่นเต้นขึ้นอีกเมื่อบอกสถานที่ว่า “ดอยแม่ตะมาน”
“พอบุ๊คเสิร์ชคำว่าดอยแม่ตะมานในกูเกิลมันแทบจะไม่มีคนเคยไป ทำให้มีข้อมูลน้อยมาก” ข้อมูลเบื้องต้นคือ ดอยแม่ตะมาน ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ต.แม่นะ อ.เชียงดาว และบางส่วนของ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อมองจากยอดดอยแม่ตะมาน ฝั่งตรงข้ามกันจะเห็นดอยหลวงเชียงดาว

“ที่เพื่อนรู้คือสามารถขึ้นได้สองทาง ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงคือ เราขับรถกันมากกว่า5 ชั่วโมง จากถนนปกติกลายเป็นทางดินเลาะริมผาไปเรื่อยๆสัญญาณโทรศัพท์หาย สัญญาณจีพีเอสไม่มีแล้ว ไม่เจอผู้คนข้างทาง จนฟ้าเริ่มมืดและเริ่มรู้สึกถึงอันตราย เราเลยว.หากัน บอกว่าถ้าอีก 15 นาทีขับไปแล้วไม่เจออะไร จะหาที่กลับรถและกลับไปทางเดิม”
15 นาทีผ่านไป โชคดีเจอบ้านหลังหนึ่งจึงแวะจอดถามให้มั่นใจว่าไม่ได้มาผิดทาง ปรากฏว่าพวกเขามาถูกทางแล้วจริง แต่ชาวบ้านตกใจว่ามาทางนี้ทำไม เพราะมีถนนอีกเส้นให้ไปสะดวกและเร็วกว่า รถทั้งสามคันจึงมุ่งหน้าขึ้นเขาจนกระทั่งไปถึงยอดดอยแม่ตะมานเวลา 4 ทุ่ม และพบกับปัญหาใหม่ ไม่มีข้าวกิน

“เราต้องขับรถลงดอยไปใหม่อีก 40 นาที เพื่อไปขอวัตถุดิบจากชาวบ้านแล้วนำมาให้แม่บ้านบนดอยทำให้กิน ชาวบ้านใจดีมากๆ ที่ช่วยเหลือพวกเรา ให้นู่นให้นี่ทั้งที่ไม่เคย
รู้จักกันมาก่อนเลย และแม่บ้านบนดอยก็ใจดีมากที่ทำอาหารให้ เพราะจริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำให้ก็ได้ มันดึกขนาดนั้นแล้ว” บุ๊คเล่า
นอกจากนั้นเรื่องห้องน้ำห้องท่าก็เป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับห้องน้ำกลางแจ้ง เธอเล่าว่าไม่จำเป็นต้องหาที่มิดชิดเพราะบนนั้นมืดสนิท แค่เดินไปให้ไกลเพื่อนแล้วปิดไฟฉายก็สามารถทำธุระได้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็น ส่วนเรื่องอาบน้ำไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีที่ให้อาบและอากาศก็หนาวเกินกว่าจะอาบไหว

“ตื่นเช้ามาเจอทะเลหมอกรู้สึกคุ้มค่ามาก ไม่ใช่ว่าทะเลหมอกที่นี่สวยกว่าที่อื่น แต่มันดีมากๆที่ทั้งดอยเป็นของเรา ไม่ต้องแย่งนักท่องเที่ยวคนอื่นดูทะเลหมอก ไม่ต้องหาจังหวะถ่ายรูปแบบไม่ติดคนเพราะไม่มีคนรู้จักดอยแม่ตะมานต่างหากที่ทำให้ดอยนี้สวยงามมาก”
จากนั้นบุ๊คและแก๊งไปขี่ช้างเข้าป่าที่เชียงดาว เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ เพราะก่อนหน้านั้นบุ๊คไม่ได้เที่ยวแนวนี้ ทำให้เธอค้นพบความสนุกแบบใหม่ที่เรียบง่าย และปิดท้ายวันด้วยการขับรถขึ้น อ.ปายใช้ชีวิตสบายๆ ให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าเมื่อคืนที่ผ่านมา
ใน จ.แม่ฮ่องสอน บุ๊คและเพื่อนไปล่องแพต่อที่ปางอุ๋ง แล้วพักในรีสอร์ทในตัวเมืองที่แองเจลินา โจลี เคยมาพัก “บุ๊คว่ามันเป็นอะไรที่สุดๆ” เธอเล่า“เพราะเมื่อสองคืนก่อนยังนอนเต็นท์ ไม่ได้อาบน้ำเข้าห้องน้ำกลางป่า แต่วันนี้กลับได้นอนในห้องของโจลี เห็นวิวทุ่งนา มันตรงข้ามกันมากๆ”
ทว่า ทริปไม่ได้จบสวยแบบนั้นเมื่อทุกคนท้องเสียอย่างรุนแรง ปวดหัวตัวสั่น และต้องขับรถจากแม่ฮ่องสอนเพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่เชียงใหม่ “วันนั้นทุกคนอาการแย่มากจากที่ต้องขับรถออกจากแม่ฮ่องสอนตอน10 โมง แต่กว่าจะมีแรงขับรถก็ประมาณบ่ายโมงจนเจ้าของรีสอร์ทต้องซื้อยาให้กิน ระหว่างทางแวะอาเจียนตลอด และในที่สุดทุกคนก็ตกเครื่องบิน”บุ๊คกล่าวเสียงเรียบ และบอกว่าทริปนั้นเป็นอะไรที่สุดทาง ตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทางจนถึงวันสุดท้าย มันมีแต่เรื่องที่ไม่คาดฝัน แต่กลายเป็นว่าเธอกลับประทับใจและจำทริปนี้ไม่รู้ลืม
“พอหายดีแล้วมองย้อนกลับไป บุ๊ครู้สึกว่ามันดีมากที่เราป่วยแล้วตกเครื่อง ถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นทั้งทริปจะไม่มีเรื่องเล่าอะไรเลย และมันทำให้เรารู้ว่าถ้าเราเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ก็ยอมรับมัน อย่าไปหงุดหงิดกับมัน อย่างตกเครื่องก็แค่ซื้อตั๋วใหม่ สุดท้ายเราก็จะได้กลับบ้านเหมือนกัน”
เธอยังกล่าวว่า โดยปกติจะให้ความสำคัญกับห้องพักที่สะอาด ห้องสวย วิวสวย บริการดีและมักไปเที่ยวแบบอยู่นิ่งๆ หรือไม่ก็เข้าร้านคาเฟ่เก๋ๆ ซึ่งตรงข้ามกับทริปนี้ด้วยประการทั้งปวง แต่แปลกที่เธอกับแก๊งยังอยากนัดไปทริปแบบอันแพลนอีก แม้ว่ามันจะตรงข้ามกับสไตล์การเที่ยวของบุ๊คและเพื่อนๆ ก็ตาม
โลกของบุ๊ค
ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เธออยากให้โลกใบนั้นไม่มีการแข่งขัน ไม่เร่งรีบ “บุ๊คเชื่อว่าถ้าทุกคนไม่เร่งรีบ ไม่มีความเครียด ทุกคนจะใจเย็น แล้วสามารถสร้างสรรค์อะไรที่มันดูเย็นๆ สบายๆ ทำให้บ้านเมืองมันน่าอยู่และเย็นขึ้น”
นอกจากนี้ เธอได้ให้คำนิยามของการเดินทางว่าคือ “ชีวิต” เพราะในชีวิตนี้คงไม่มีอะไรที่สุดไปกว่าการเดินทางอีกแล้ว “แม้ว่าจะมีเงินมาก หรือมีรองเท้าที่ใส่อยู่คนเดียวในประเทศไทย บุ๊คว่ามันไม่สำคัญ ถ้ามีเงิน บุ๊คจะเอาไปใช้เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต”






นักท่องเที่ยวเซลฟี่กับต้นพญาเสือโคร่ง
รุมถ่าย
ภูลมโลสูงจากระดับน้ำทะเล 1,664 เมตร
หุบเขาสีชมพู
แสงอาทิตย์ทแยงหมอก
ร้านคาเฟ่ ดี มีนา ที่ภูเรือ
จุดชมวิวบนยอดภูลมโล
กระโดดเตะ
หมอกหนาบนยอดภูลมโล
พญาเสือโคร่งบานทิ้งท้ายความหนาว









ห้องเรียนตั๋วล้านนา
รถรางพาเที่ยวเมืองน่าน
โฮงเจ้าฟองคำ
ทำตุงก้าคิงของตัวเองที่วัดพระเกิด
ลูกชายพ่อบุญช่วยสอนนักท่องเที่ยวให้ตีเงิน
พ่อบุญช่วย ช่างเครื่องเงิน
ฝึกเขียนภาษาล้านนา
เผาเงิน
ทอผ้าสาธิตใต้โฮงเจ้าฟองคำ
กลุ่มผู้สูงอายุประดิษฐ์ตุงก้าคิง




















