ฟูล เฟลเวอร์ ความอร่อยจัดเต็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มกราคม 2559 เวลา 16:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/413090

ฟูล เฟลเวอร์ ความอร่อยจัดเต็ม

โดย…ซิตี้กาย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

กลิ่นหอมๆ ของเมนูอาหารไทยโชยยั่วน้ำลายเมื่อเรากำลังเดินไปที่ร้านฟูล เฟลเวอร์ (Full Flavor) ชั้น 6 อาคารเดอะ เฮลิกส์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นร้านอาหารไทยที่นำเมนูที่เราคุ้นเคย มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยจัดจ้าน เพิ่มคุณภาพอาหารและความใส่ใจในการประกอบอาหารทุกจาน ให้เหมือนกับที่เราทำให้คนในครอบครัวได้รับประทาน จนได้รับการยอมรับจากลูกค้า ให้สามารถนำเมนูอาหารแบบไทยๆ ขึ้นเทียบเคียงร้านอาหารต่างประเทศ

 

ฟูล เฟลเวอร์ วางจุดเด่นของร้านด้วยการนำเสนอเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ ใช้วัตถุดิบแท้และส่วนผสมเครื่องปรุงทำมือ ตำเองคั่วเองเพื่อให้รสชาติและความหอมของเครื่องปรุงอร่อยที่สุด คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดนำมาประกอบอาหารในแต่ละจาน

บรรยากาศร้านตกแต่งแบบไทยโมเดิร์น ให้อารมณ์ร้านอาหารตึกแถวย่านถนนพระอาทิตย์ ผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไปอีกนิด ให้แลดูเป็นร้านอาหารสมัยใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์รสชาติแบบไทยเดิม

เมนูแนะนำ คือ เมนูเย็นตาโฟสูตรพิเศษ ที่ให้รสชาติความหอมกลมกล่อมของเครื่องปรุงเย็นตาโฟ ใส่กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตและเครื่องทะเลจัดเต็มในชาม มีให้เลือกทั้งสูตรธรรมดาและต้มยำสุดแซ่บ
ต่อด้วยเมนูหวานมันอย่างคอหมูย่างหอมๆ คอหมูย่างตัดมาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อล้วนๆ ย่างพอสุกหอมนุ่มกำลังดี แค่กลิ่นก็ทำให้เราลืมตัวไปชั่วขณะกลับมารู้สึกตัวอีกทีก็หมดจานไปแล้ว

อีกเมนูฟิวชั่นที่เห็นแล้วต้องลอง น้ำตกปลาแซลมอน เนื้อปลาแซลมอนสดใหม่นำมาคลุกเคล้าข้าวคั่ว พริก น้ำมะนาว น้ำปลา สะระแหน่ รสชาติจัดจ้านอร่อยจนอยากให้ลองรับประทาน

 

ปิดท้ายด้วยเมนูยอดนิยมของลูกค้า บะหมี่ผัดพริกเกลือปูนิ่ม รสชาติเผ็ดร้อนพอประมาณ แต่ได้ใจตรงปูนิ่มกรอบนอกนุ่มใน อร่อยจัดเต็มสไตล์ฟูล เฟลเวอร์จริงๆ

ร้านเปิดบริการ เวลา 10.30-22.00 น. (ครัวปิด 21.30 น.) โทร. 08-6565-6636

 

ร้านบ้านเคียงน้ำ อาหารอร่อยเคียงเจ้าพระยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มกราคม 2559 เวลา 11:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/413021

ร้านบ้านเคียงน้ำ อาหารอร่อยเคียงเจ้าพระยา

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา

วันนี้จะชวนทุกท่านมาสัมผัสกับบรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่าน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่งดงาม พร้อมนั่งสูดอากาศอันสดชื่น รับลมแม่น้ำเย็นๆ บรรยากาศสุดชิลไปกับวิวธรรมชาติยามแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แต่เมื่อมาเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.สามโคก แล้วไม่แวะร้านบ้านเคียงน้ำ ที่บริการอาหารไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบได้โดดเด่นไม่เหมือนใครจนกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองปทุมธานีถือว่ายังมาไม่ถึง อ.สามโคก

 

เรื่องอาหารที่ชวนสั่งให้มากินเคล้ากับบรรยากาศดีๆ รสชาติอร่อยถูกปากราคาไม่แพง เมนูส่วนใหญ่ของร้าน เน้นอาหารไทยที่รสชาติติดลิ้น เพราะทางร้านได้คิดค้นเมนูอาหารจานพิเศษเฉพาะของทางร้านขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งได้เน้นคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดี มีคุณภาพ และสดใหม่ เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารจานเด็ดที่ชวนลิ้มรสอย่างมาก

จารุวัฒน์ ทองคำ เจ้าของร้านบ้านเคียงน้ำ เริ่มแนะนำอาหารจานเด็ดที่ต้องลองเมื่อมาถึงที่นี่ อย่าง เมนูปลาทับทิมหลายใจ ทางร้านนำปลาทับทิมไซส์ประมาณกิโลกรัมนิดๆ มาแล่เนื้อปลาออกหั่นเป็นลูกเต๋าพอดีคำ แล้วนำไปทอดให้กรอบนอกนุ่มใน แล้วแบ่งส่วนหนึ่งเอามาผัดกับพริกหยวกแดงเหลืองใส่ซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน อีกส่วนนำมาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ก้างและหัวปลานำมาทอดให้กรอบ มีหลายรสอยู่ในจานเดียวกันให้ลิ้มลอง

 

เมนูนี้เด็ดจริงๆ จานต่อมา ยำแสงจันทร์ เมนูนี้จะกินเล่นหรือกินไปกับข้าวก็ได้ จานนี้นำเต้าหู้ไข่มาทอดให้ผิวของเต้าหู้กรอบ ปรุงรสด้วย น้ำยำใส่กุ้ง ปลาหมึก และหมูสับ แครอตหั่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน ออกรสเปรี้ยวหวานกำลังดี มาริมน้ำทั้งทีต้องหาเมนูปลาเด็ดๆ มาลองอีก ฉูฉี่ปลาหมอนา ร้านเขาคัดปลาหมอนาตัวใหญ่ๆ จานนี้มีกลิ่นหอมมาก และที่อร่อยที่สุด คือ เครื่องแกงที่เขาทำเอง รสชาติกลมกล่อมมาก ถ้าใครชอบเผ็ดไม่ผิดหวัง เพราะรสชาติจัดจ้าน

ขณะที่ใครชอบต้มยำน้ำใสๆ แนะนำเมนูนี้เลย ต้มยำปลาคังน้ำใส ปลาคังสดๆ เนื้อขาวๆ รสชาติดีเหลือเกิน อีกจานหนึ่งเป็น กุ้งผัดน้ำพริกเผา จานนี้ก็ไม่เผ็ดจนเกินไปนัก เพราะมีความหวานของน้ำพริกเผา อยากบอกว่าที่ร้านผัดกุ้งได้ดีมาก เขาเอากุ้งไปลวกก่อน เสร็จแล้วก็ผัดเครื่องแล้วเอากุ้งลงไปรวน แล้วก็นำขึ้นมาเสิร์ฟใส่จาน

 

 

ต่อด้วยปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว หลายคนหลายครอบครัวก็คงอดไม่ได้ที่จะสั่งเมนูนี้มาลิ้มลอง รสชาติจี๊ดจ๊าด สมกับชื่อนึ่งมะนาวเลย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูเด็ดให้ลิ้มลอง เช่น กุ้งแม่น้ำเผา ผัดเผ็ดปลาคัง กบทอดกระเทียม ยำถั่วพู ต้มยำกุ้ง กุ้งแช่น้ำปลา ฯลฯ กินอาหารเสร็จหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ ริมน้ำเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

เส้นทางไปร้านบ้านเคียงน้ำ ขอแนะนำให้ใช้ถนนทางหลวงเส้น 347 จากแยกเทคโนปทุมธานี วิ่งตรงมาแล้วเลี้ยวเข้าถนนสายเชียงราก แล้วตรงไปร้านบ้านเคียงน้ำจะอยู่ซ้ายมือ หรือสอบถามเส้นทางได้ที่ จารุวัฒน์ โทร. 08-0901-4869 ร้านเปิดบริการ 10.00-24.00 น. ทุกวัน

 

Easy Bites กระเบื้องลาบแฮมชีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มกราคม 2559 เวลา 12:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/412041

Easy Bites กระเบื้องลาบแฮมชีส

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

นอกจากแป้งเปาะเปี๊ยะจะม้วนเป็นท่อนสอดไส้แล้ว ยังมีของว่างเรียกน้ำย่อยแบบไทยๆ อีกอย่างที่เราคุ้นเคยในชื่อของ “กระเบื้อง” ด้วยรูปลักษณะทำจากแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะกลมๆ ที่ผนึกเข้าหากันด้วยเนื้อสัตว์ที่บดละเอียดปรุงรส นำไปทอดให้แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะกรอบเหลือง ส่วนไส้ในนอกจากจะผนึกแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะให้ประกบกันแล้วยังให้รสชาติอร่อย ยิ่งทอดไป รับประทานไป จะยิ่งอร่อยมากกว่าทำทิ้งไว้ เพราะจะได้ความกรอบอร่อยของแป้งและรสชาติของไส้ในคำเดียวกัน

โดยมากสูตรของ “กระเบื้อง” มักมีส่วนผสมของหมูสับ หรือกุ้งสับเป็นหลัก จึงมักมีชื่อเรียกว่า กุ้งกระเบื้อง หรือกระเบื้องทะเลกรอบ ส่วนผสมง่ายๆ ที่ถือเป็นสูตรมาตรฐานคือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี โขลกรวมกัน ขยำหรือนวดรวมกับเนื้อสัตว์สับละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลทราย และเพิ่มความหอมด้วยซีอิ๊วขาว หรือซอสปรุงรส ทาลงบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะบางๆ เว้นขอบเส้นรอบวงไว้เพื่อทาไข่ไก่ตีพอแตกเพื่อให้ประกบกันได้แน่นมากขึ้น ก่อนทอดน้ำมันท่วมๆ ให้ทั้งอผ่นกรอบเหลืองได้พร้อมๆ กัน ก่อนหั่นเป็นชิ้นสามเหลี่ยม ดูคล้ายพิซซ่าอิตาเลียน

กระเบื้องกรอบ คล้ายคลึงกับอาหารอีกหลายๆ ชาติ อย่าง Quesadilla ของเม็กซิกัน จากแผ่นแป้งตอร์ตีญ่า สอดไส้เนื้อสัตว์ผัดหรือย่าง หั่นเป็นชิ้นๆ ที่ประกบกันได้แนบแน่น เพราะมีชีสชนิดยืดได้ทำหน้าที่เสมือนกาวแปะแป้งสองแผ่นเข้าด้วยกัน ชีสนอกจากจะช่วยประกบแล้วทำให้เกิดรสละมุนเข้มข้นนมเนย สร้างรายละเอียดที่น่ากินให้ชิ้นอาหารน่ากินยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเจอความยืดเยิ้มของชีส เสิร์ฟคู่กับซัลซ่าเปรี้ยวเค็มเผ็ด หรือจะป้ายกัวกาโมเล่อโวคาโดบด ส่วนวิธีเสิร์ฟกระเบื้องแบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคย นิยมเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน ที่เรียกว่า น้ำจิ้มไก่

ผู้เขียนเลยขอนำไอเดีย “กระเบื้องกรอบ” มาดัดแปลงเป็นของว่างรสเข้มข้น ใช้เนื้อกุ้งสดหรือสะดวกเป็นกุ้งแช่แข็งก็ง่ายดี ปั่นในโถบดผสมอาหารหรือสับละเอียด หั่นชิ้นแฮมเล็กๆ ลงไปเพื่อเพิ่มเนื้อๆ หนังๆ เวลากินไปโดนกระเบื้องกรอบ เพิ่มรสชาติอร่อยเข้มข้นมากขึ้น โดยอาศัยผงลาบสำเร็จรูปโรยลงไปขยำกับเนื้อกุ้งและแฮม ก่อนจะป้ายลงบนแผ่นเเป้ง ผู้เขียนลองป้ายหนาๆ เเต่พบว่าไม่ “เวิร์ก” นัก เพราะทำให้แผ่นแป้งไม่กรอบเท่าที่ควร แนะนำให้ป้ายลงไปบางๆ แล้วโรยชีสมอซซาเรลลา ชีสจะเยิ้มเพิ่มความอร่อยให้กับกระเบื้องธรรมดาที่เราคุ้นเคยได้ ด้วยรสชาติจี๊ดจ๊าดง่ายๆ จากผงลาบ ถ้าปรุงให้สมาชิกที่เป็นเด็ก งดใส่ผงลาบ ปรับกลับมาเป็นกระเทียม พริกไทย รากผักชี แล้วใช้แฮมและชีสตามเดิม ก็อร่อยได้เหมือนกัน

กระเบื้องลาบแฮมชีส

สำหรับ 5-6 ชิ้นใหญ่

แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะแบบกลม 12-14 แผ่น

กุ้งแช่แข็ง แกะเปลือก 15-20 ตัว

แฮม หั่นเส้นฝอย 2 แผ่น

ผงปรุงรสลาบ 1 ช้อนโต๊ะ

ชีสมอซซาเรลลา ขูดเส้น 1/2 ถ้วย

ผักชีฝรั่ง ซอยบาง 1 ช้อนชา

ไข่ไก่ตีพอแตก สำหรับทาแผ่นเปาะเปี๊ยะน้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ

• ปั่นหรือโขลกเนื้อกุ้งให้เนียนละเอียด ผสมแฮม ผงปรุงรสลาบและผักชีฝรั่ง เคล้าให้เข้ากัน

• เติมชีสลงไป เคล้าเบาๆ พอให้เข้ากัน

• แผ่แป้งเปาะเปี๊ยะลงบนเขียงหรือจาน ใช้ช้อนป้ายส่วนผสมกุ้งลงบนแผ่นแป้ง เว้นขอบแผ่นแป้งไว้โดยรอบ ทาด้วยไข่ไก่แล้วประกบด้วยแป้งอีกชั้น

• ทอดน้ำมันท่วมในหม้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกับแผ่นแป้ง (หรือกระทะที่สามารถทอดได้ทั้งชิ้น) ที่ไฟแรงให้ส่วนแป้งเหลืองกรอบและด้านในสุกกำลังดี

• พักไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน ตัดเป็นส่วนแล้วเสิร์ฟทันทีเพื่อให้แป้งคงความกรอบและชีสละลายกำลังดี

• ตกแต่งจานด้วยพริกแห้งหั่นแว่นเล็กทอดให้สีสวย กรอบ

 

ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง สูตรเจ้าตำรับภาคตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มกราคม 2559 เวลา 10:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411916

ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง สูตรเจ้าตำรับภาคตะวันออก

โดย…ตรีนัยน์ จันทร์ศรีชล

บรรดาก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรดังในเมืองไทยมีอยู่หลายตำรับ แต่หนึ่งในจำนวนนั้นและเป็นตำนานของภาคตะวันออกต้องยกให้ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง หากทุกท่านได้มีโอกาสแวะเวียนผ่านมายัง จ.ชลบุรี เห็นชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง” ตามมุมต่างๆ ของจังหวัดก็ไม่ต้องแปลกใจใดๆ เพราะขึ้นชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวหมูแล้วละก็ สูตรที่เป็นตำนานโด่งดังระดับประเทศที่นักชิมต่างถิ่นยังต้องดั้นด้นไปเข้าคิวรับประทานกันเนืองแน่นต้องที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง

สำหรับก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง สูตรต้นตำรับดั้งเดิมจริงๆ แล้วตั้งอยู่ที่ ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มีร้านที่เป็นเครือญาติกันทั้งหมด 4 ร้านเท่านั้น โดยร้านก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง ซอย 12 ซึ่งถือเป็นร้านดั้งเดิมร้านแรกที่ทำให้มีชื่อเสียงมาถึงทุกวันนี้ ความแตกต่างของก๋วยเตี๋ยวทั่วไปกับก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง คือ น้ำซุปที่ใส่ในชามก๋วยเตี๋ยวจะต้องมีปลาหมึกแห้งเป็นส่วนผสม อันเป็นเอกลักษณ์ของก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึงนี้จากรุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบันมีร้านที่ใช้สูตรน้ำซุปเดียวกับก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงนี้อยู่ทั่วไป

 

ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึงเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมมากว่า 100 ปี และถือเป็นแบรนด์ที่แปลกประหลาดที่สุด คือ ไม่มีใครเป็นเจ้าของแบรนด์เหมือนอย่างก๋วยเตี๋ยวทั่วไป แค่คุณปรุงน้ำซุปที่ถูกสูตรและมีเส้นปลาหมึกฉีกโรยอยู่บนก๋วยเตี๋ยว หากคุณทำเป็นทำได้อร่อย คุณสามารถเปิดร้านและใช้ชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเสียค่าแฟรนไชส์ให้กับใคร และด้วยความที่แบรนด์ของก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงที่เปิดกว้าง จึงไม่แปลกอะไรที่ชื่อของก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงจะมีผุดอยู่ที่โน่นที่นี่ให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งในแถบ จ.ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

ส่วนจะขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝีมือการปรุงน้ำซุปและการบริการที่ดีของคุณเอง ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงมีทั้งเส้นหมี่ เส้นเล็ก บะหมี่ บะหมี่เส้นใหญ่ บะหมี่เส้นแบน วุ้นเส้น เกี๊ยวหมู จะสั่งแบบน้ำ แห้ง ต้มยำ หรือเย็นตาโฟ ก็มีให้เลือกครบทุกเมนูก๋วยเตี๋ยวหมู แต่ตัวตัดสินว่าร้านไหนสุดยอดต้องสั่งแบบก๋วยเตี๋ยวน้ำ ร้านใดที่รสน้ำซุปปลาหมึกแห้งอันเลื่องชื่อ ที่หอมน้ำต้มปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง และพริกไทย ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวร้านนั้นถือว่าใช่เลย

 

เคล็ดลับที่สำคัญน้ำซุปปลาหมึกแห้งนั้นต้องใช้เตาถ่านต้มเคี่ยวเพื่อเพิ่มความหอม น้ำซุปที่ใส่ปรุงก๋วยเตี๋ยวน้ำนั้นจะใส่น้ำซุปทั้งสองอย่างลงไปในชาม ทั้งน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวและน้ำปลาหมึกเพื่อให้ก๋วยเตี๋ยวมีรสชาติดียิ่งขึ้น ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงร้านใดไม่มีกั๊กเครื่องก๋วยเตี๋ยว ทั้งหมูสับ หมูชิ้น ลูกชิ้นปลา ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ใส่โรยหน้ามาเต็มชาม เครื่องแน่นจนแทบจะมองไม่เห็นเส้นก๋วยเตี๋ยวเลย รับรองลูกค้าเต็มร้านนั่งนับเงินกันเพลินเชียว

ส่วนก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงสูตรต้นตำรับเก่าแก่ของแท้มีเหลืออยู่ 4 เจ้า เจ้าของร้านทั้ง 4 ล้วนเป็นญาติพี่น้องกัน รับสูตรก๋วยเตี๋ยวตกทอดมาจากบรรพบุรุษรุ่นก่อน ส่วนร้านอื่นๆ ที่ใช้ชื่อก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง บ้างเป็นเครือญาติห่างๆ บ้างก็ซื้อสูตรไปทำ จึงใช้สิทธิใช้ชื่อตามต้นตำรับ

สำหรับ 4 ร้านต้นตำรับนั้น ร้านหนึ่งอยู่ตัวเมืองชลบุรี ร้านอยู่ใกล้กับวัดอินทาราม ติดกับร้านดอกไม้ ใช้ชื่อร้าน “ดวงโภชนา” อีก 3 ร้านอยู่ที่บ้านบึง ร้านแรกอยู่ในซอย 23 เป็นซอกตึกติดกับธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านบึง ติดป้าย “ดวงโภชนา” เหมือนกัน เป็นน้องสาวร้านในตัวจังหวัด เรียกแบบกันเองว่าร้านเจ๊เซาะเอ็ง อีกสองร้านอยู่ในซอยถัดไป ข้างธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง สาขาบ้านบึง ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวโอเคทั้งคู่ ตั้งร้านหันหน้าชนกัน รสชาติใกล้เคียงกันนี่คือร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง สูตรต้นตำรับเก่าแก่ของแท้มี 4 สาขา ที่ชาวชลบุรีภาคภูมิใจ

 

เครซี่ แครบ ฟินเวอร์กับปูตัวโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 18:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411815

เครซี่ แครบ ฟินเวอร์กับปูตัวโต

โดย…ซิตี้กาย

ลำพังชื่อร้าน เครซี่ แครบ (Crazy Crab) ก็บอกใบ้เป็นนัยๆ อยู่แล้วว่า นี่คือร้านอาหารของคนคลั่งปู พระเอกของร้านคือ เมนูปูตัวโตที่อิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส แล้วมาปรุงรสในสไตล์นิวออร์ลีนส์ นอกจากตัวชูโรงอย่างปูแล้ว ทางร้านยังมีอาหารทะเลสดๆ อย่าง ล็อบสเตอร์ หอยแมลงภู่ กุ้งตัวโต ไว้บริการด้วยเช่นกัน

มาถึงหน้าร้านลูกค้าจะพบกับภาพปูยักษ์สีสดใสบนผนังปูนเปลือยต้อนรับอยู่ด้านหน้า พอเปิดประตูเข้ามาในตัวร้าน จะพบกับบรรยากาศที่โปร่งโล่ง นั่งสบาย เน้นใช้โทนดำและสีไม้ให้ดูสบายตา

 

ซิกเนเจอร์ชูโรงที่ไม่ว่าโต๊ะไหนก็สั่ง คือ Atlantic Brown Crab เมนูปูยักษ์จานโตเสิร์ฟกับมันฝรั่ง ข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว ราดด้วยน้ำซอสที่ปรุงออกมาในสไตล์นิวออร์ลีนส์แบบดั้งเดิม คือ ใช้เครื่องเทศคาจัน เป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ได้ซอสที่ยังคงกลิ่นสมุนไพรแบบยุโรป แต่ได้รสจัดจ้านสไตล์แอฟริกา จานนี้เชฟรับประกันความสด เพราะอิมพอร์ตปูมาแบบเป็นๆ

ถัดมาคือ เอตูเฟ หลายคนเห็นแล้วอาจเรียกว่าข้าวราดแกง แต่จริงๆ แล้วเมนูนี้เป็นการรวมตัวของกุ้งขาวเครย์ฟิช หอยแมลงภู่ และไส้กรอกโฮมเมดนำมาผัดกับซอสมะเขือเทศที่ปรุงรสกับหอมใหญ่ เซเลอรี่ และพริกระฆัง เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิ

 

จานต่อมาอลังการไม่แพ้กัน สำหรับ Prawn Thermidor เมนูนี้สั่งแล้วต้องอดใจรอ 15-20 นาที เพราะปรุงสดทุกจาน ทีเด็ดอยู่ที่ล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ปรุงรสเข้มข้นด้วยเครื่องเทศ ก่อนจะท็อปด้วยชีสเสิร์ฟกับสปาเกตตีผัดทรัฟเฟิลครีมซอสและเห็ดทรัฟเฟิล

จบของคราวอย่าลืมของหวาน ที่นี่มีของแปลกอย่างไอศกรีมเบียร์สิงห์ หรือจะสั่งม็อกเทลมาจิบให้ชื่นใจก็ได้

 

ร้านเครซี่ แครบ ตั้งอยู่ชั้น 3 โครงการซีน สเปซ ซอยทองหล่อ 13 เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-02.00 น. โทร. 02-713-9581

 

ขนมเปี๊ยะคำหอม สดใหม่ นุ่ม อร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 18:00 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411813

ขนมเปี๊ยะคำหอม สดใหม่ นุ่ม อร่อย

โดย…แมงโก้หวาน

จำได้ว่าปี 2528 แมงโก้หวานมีโอกาสได้ชิมขนมเปี๊ยะครั้งแรก ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นขนมเปี๊ยะจีน ลักษณะแบนกลม มีหลายไซส์ รู้สึกไม่ชอบ ที่ไม่ชอบไม่ใช่ไม่อร่อย แต่ไม่ชอบเนื้อขนม
เพราะแข็งๆ แห้งๆ ยังไงไม่รู้ แถมเวลาหยิบเข้าปากเนื้อขนมมีหล่นใส่กางเกง จึงรู้สึกไม่ชอบกินขนมเปี๊ยะ แต่มีใครเอามาให้กิน กินสิครับ เพราะผมคนกินง่าย (ฮ่า) นั่นคือความรู้สึกส่วนตัวต่อขนมเปี๊ยะ จนเวลาล่วงมาจากวันนั้นถึงวันนี้ความรู้สึกเปลี่ยนไป เพราะขนมเปี๊ยะสมัยนี้ต่างจากครั้งกระนู้นเยอะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเจอ “ขนมเปี๊ยะคำหอม” ทำให้ลืมภาพขนมเปี๊ยะในอดีตไปเลย

ขนมเปี๊ยะคำหอม ว่าโดยสีสันก็กินขาด รสชาติก็อร่อย แป้งบาง ไส้นุ่ม หวานน้อย หอมกลิ่นเทียนอบอ่อนๆ อู๋ยๆๆๆ พูดไปก็อยากให้ท่านผู้อ่านได้ชิม ยิ่งพอได้ฟัง สุจิตรา เงินดี เจ้าของแบรนด์ขนมเปี๊ยะ
คำหอม เห็นเลยว่าทัศนคติของเธอต่อขนมเปี๊ยะค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือไม่ชอบกิน เพราะเคยกินแล้วรู้สึกว่าแป้งแห้งๆ แข็งๆ และหวานมาก ทว่าตรงข้ามกับสามีของเธอที่ชอบขนมเปี๊ยะมาก

 

ทำไงได้เมื่อคุณสามีชอบ ประกอบกับตัวเองชอบทำขนมอยู่แล้ว จึงลงทุนไปเรียนแล้วเอามาทำกินที่บ้าน ปรากฏถูกใจพ่อบ้านเลยโพสต์ลงเฟซบุ๊ก จากนั้นเพื่อนๆ ก็แห่เข้ามากดไลค์ พร้อมออร์เดอร์ ทั้งๆ ที่สุจิตราแค่อยากโพสต์ลงเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ในเมื่อเพื่อนออร์เดอร์ก็จัดให้

ของอร่อยดังไกลเสมอ ขนมเปี๊ยะคำหอมเริ่มเป็นที่รู้จักจากเพื่อนๆ คนรู้จัก ปากต่อปาก ผลตอบรับของลูกค้าออกมาดีเกินคาด ออร์เดอร์เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นจึงเปิดเพจรับออร์เดอร์ลูกค้าทั่วไป มีคนกดไลค์เพิ่มขึ้นวันละนิด แต่ออร์เดอร์เยอะขึ้นทุกวันๆ (เน้นทำสดใหม่ตามออร์เดอร์เท่านั้น) จนบางครั้งต้องปิดรับออร์เดอร์ก่อนกำหนดเพราะทำไม่ทัน

 

“ตอนนี้มีลูกค้าถามเข้ามามากเรื่องราคาส่งเพื่อจะรับไปขายในหลายจังหวัด ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมานี้ แต่เรากำลังอยู่ในช่วงกำลังขยับขยายเพิ่มกำลังผลิต เพราะเริ่มทำไม่ทันกับที่ลูกค้าออร์เดอร์เข้ามา ยังไม่ลงตัว คาดว่าเร็วๆ นี้จะเปิดรับลูกค้าที่จะรับไปขายได้ค่ะ ของเราจะใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และใช้ไข่เค็มแพ็กสุญญากาศอย่างดี แป้งนุ่ม บาง ไส้นุ่ม หวานน้อย หอมกลิ่นเทียนอบอ่อนๆ เป็นรสชาติที่เราชอบเพื่อลบภาพความรู้สึกของรสชาติขนมเปี๊ยะแห้งๆ แข็งๆ หวานๆ ที่เราเคยกิน และที่สำคัญคือไม่ใส่สารกันบูดเพื่อคงเสน่ห์ของความเป็นขนมเปี๊ยะโฮมเมดไว้ค่ะ”

ขนมเปี๊ยะคำหอมเป็นประเภทขนมเปี๊ยะอบเทียน มีอยู่ 2 สูตร คือ ขนมเปี๊ยะนมสด กับขนมเปี๊ยะกุหลาบ อร่อยทั้งสองสูตรแต่ส่วนใหญ่ลูกค้าชอบแบบนมสด ซึ่งจะมีไส้ถั่วไข่เค็ม ไส้ถั่วนมสดล้วน ถ้าหน้าทุเรียนก็มีไส้ทุเรียนไข่เค็ม ส่วนเปี๊ยะกุหลาบมีไส้เผือกหอมและถั่วล้วน

 

ไม่มีหน้าร้านครับ อยากชิมอยากสั่ง โทร.09-2664-4422 หรือ IG : madame_khomhom หรือ www.facebook.com/BaanpetchPloy

 

ก้ามทอง ต้องลองอร่อยจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 17:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411812

ก้ามทอง ต้องลองอร่อยจริง

โดย…ชายโย

สวนอาหารก้ามทอง เป็นร้านอาหารบรรยากาศริมสวนแห่งหนึ่งที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ร้านแห่งนี้มีดีที่เมนูกุ้งตัวโตเนื้อแน่น ทั้งย่าง ต้มยำ ทอด เมื่อมารับประทานพร้อมกับน้ำจิ้มสุดแซ่บจัดจ้านของทางร้าน อร่อยจนต้องบอกต่อ โดยร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 30 ปี

ห้ามพลาดเมนูกุ้งคลุกฝุ่น หรือเรียกง่ายๆ ว่า กุ้งชุบแป้งทอดสูตรเฉพาะทางร้าน แป้งทอดคลุกมาพอประมาณ เนื้อกุ้งแน่นสุกหอมน่ารับประทาน และที่ไม่ควรพลาดอีกเมนู ก็เห็นจะเป็นเมนูเบสิกอย่างกุ้งเผานี่ละครับ

 

ราคาคิดตามน้ำหนักตัวกุ้ง เผามาสุกกำลังดี ไม่แห้งไม่ฉ่ำจนเกินไป หัวมันกุ้งส่งกลิ่นหอมน่ารับประทาน พร้อมกับน้ำจิ้มสีแดงรสชาติเปรี้ยวเผ็ดนำ อร่อยจนอยากเก็บไว้รับประทานคนเดียว

อีกเมนูที่เราแนะนำก็คือ ต้มยำไก่บ้านรสแซ่บ ตัดความมันเลี่ยนจากการรับประทานกุ้งก่อนหน้านี้ รสชาติต้มยำจัดจ้านเปรี้ยวเด่น เผ็ดร้อนลึก เวลารับประทานก็เพลาๆ หน่อย เพราะร้านนี้เขาแซ่บจริงไรจริง ปิดท้ายด้วยของหวานจากร้านที่อยู่ติดกัน คือ ร้านแก้วทอง เน้นขายเมนูกาแฟ ขนมเค้ก รสชาติใช้ได้ เหมาะสำหรับนั่งรับประทานปิดท้ายก่อนเดินทางต่อ

 

สวนอาหารก้ามทองเปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-21.30 น. ร้านอยู่ริมถนนสาย 304 มุ่งหน้าไปเขื่อนลำพระเพลิง โทร. 08-9865-4273 และ 044-451-017

 

อร่อยปลอดเนื้อ (สัตว์)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 17:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411811

อร่อยปลอดเนื้อ (สัตว์)

โดย…อัคร เกียรติอาจิณ

บางคนเนื้อสัตว์อาจยังจำเป็นต่อชีวิต แต่รายที่ได้ประกาศตัวเป็นมังสวิรัติแบบไม่เคร่ง (เวเจ็ตทาเรียน) หรือเคร่งสุดฤทธิ์ (วีแกน) เนื้อสัตว์คงไม่สำคัญอีกต่อไป ยิ่งเฉพาะกลุ่มหลัง แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวพันกับสัตว์ จะด้วยวิถีทางใดๆ เช่น น้ำผึ้ง ก็ย่อมขอหลีกให้พ้นจากจานอาหาร

มีคนดังจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้าสู่ถนนสายไร้เนื้อสัตว์ ที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ คือนักแสดงรางวัลออสการ์ “นาตาลี พอร์ตแมน” ไม่กินเนื้อสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะยกระดับเป็นวีแกนเมื่อปี 2009 ด้วยเหุตผลเพราะรักสัตว์ และเชื่อว่าสัตว์ก็มีชีวิตจิตใจ

อดีตนักมวยฉายา “มฤตยูดำ” และกำลังมีผลงานบู๊เดนตาย Ip Man 3 “ไมค์ ไทสัน” ด้วยความที่รักนกพิราบ ช่วงหลังเขาจึงประกาศตัวเป็นวีแกน แถมเคยเป็นพรีเซนเตอร์พร้อมสโลแกน Love Animals, Don’t Eat Them (รักสัตว์ อย่ากินพวกเขา)

 

ไทสันพูดได้ดี การหันมาเป็นวีแกนเพราะอยากดูแลสุขภาพ แล้วมันยังช่วยให้จิตใจสงบลง ต่างกับเมื่อก่อนอารมณ์มักจะเกรี้ยวกราดฉุนเฉียว ซึ่งเหตุการณ์โลกตื่นตะลึงที่เขากัดใบหู อีแวนเดอร์
โฮลีฟิลด์ ในยกที่ 3 ปี 1997 ก็เป็นความร้ายกาจทางอารมณ์เด่นชัด (หรือเปล่า?)

นอกจากนี้ “โทบี แม็กไกวร์” “คริสเตียน เบล” “กวินเนธ พัลโทรว์” “เดมี มัวร์” “เคต วินสเลต” “โจควิน ฟีนิกซ์” “จอช ฮาร์ตเนตต์” กระทั่งราชินีเพลงป๊อป “มาดอนนา” ก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ ส่วนคนดังบ้านเรา เช่นว่า “ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ” “เจ-มณฑล จิรา” “หมิว-ลลิตา ศศิประภา”

ใครที่อยากจะลองกินมังสวิรัติบ้าง จะยึดคนดังเป็นต้นแบบ หรือเริ่มต้นที่ตัวเอง อาจไม่ต้องสุดโต่ง ค่อยๆ ปรับไปทีเล็กละน้อย หรือถ้าเงื่อนไขว่าช่างหาร้านมังสวิรัติได้ยากจัง ขอให้แวะมาร้านบร็อคโคลี่ เรฟโวลูชั่น (Broccoli Revolution ปากซอยสุขุวิท 49 โทร. 02-662-5002)

 

เจ้าของ หนู-ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม (ที่หันมาละเว้นเนื้อสัตว์ใหญ่เมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ตั้งใจจะเป็นมังสวิรัติเต็มตัว) เล่าว่า หัวใจของการทำอาหารมังสวิรัติ คือ ต้องทำง่าย วัตถุดิบสดและใหม่ ขณะที่ส่วนผสม อะไรที่เรียกยากและยาวๆ เลี่ยงได้จะดี

“อาหารที่ดีและมีประโยชน์ส่วนผสมที่ไม่สามารถออกเสียงได้ หรือมีชื่อยาวๆ จำยากๆ ก็อย่ากินเป็นดีค่ะ เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมต เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยค่ะ อาหารที่หนูทำขายก็จะเป็นอาหารที่ทำให้ลูกและสามีกิน ความตั้งใจของหนูก็แค่แม่บ้านคนหนึ่งที่อยากเลิกกินเนื้อสัตว์ และอยากให้ทุกคนสามารถทำเมนูเหล่านี้กินเองได้ที่บ้าน อนาคตก็อยากแบ่งปันประสบการณ์ทำคุกกิ้งคลาสด้วยค่ะ”

อาหารมังสวิรัติของที่นี่ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แต่เน้นมากที่สุด คือ น้ำผักผลไม้ 18 สูตรที่คั้นและปั้นจากผักผลไม้อินทรีย์ ไล่เรียงตามความนิยมก็ต้องยกให้ สูตร 1 อันมีนางเอกเป็นผักเคล (Kale) หรือกะหล่ำปลีสีเขียวเข้มใบหยิก ได้รับการยกย่องว่าเป็น Queen of the Green ปั่นกับผักโขม แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว และเซลารี เพิ่มรสเปรี้ยวด้วยมะนาว และได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของขิง

 

แก้วนี้สีเขียวอาจทำเอาหลายคนผวา แต่เมื่อได้ลองจิบจะเปลี่ยนความคิด เพราะประโยชน์ล้นจนน่าอัศจรรย์ ธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อวัว มีแคลเซียมสูงกว่านม วิตามินซีก็สูงปรี๊ด และสารอาหารอื่นๆ อีกเพียบ วิตามินเอ วิตามินเค โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แถมคาร์โบไฮเดรตต่ำ

“ที่นี่มีอาหารหลากสัญชาติ สเปน ตะวันออกกลาง เวียดนาม ไทย เหมือนไปเที่ยวรอบโลกเลยค่ะ คำว่าอร่อย สำหรับหนูคิดว่ามันคือรสชาติที่คืนสู่สามัญ นั่นหมายถึงมันต้องมาจากการต้ม หรือกินสด แต่หนูก็ไม่ขนาดนั้น ยังอยากกินอาหารร้อนเหมือนกิน จะให้รอว์ หรือดิบ ที่ต้องทำต่ำกว่า 40 องศา บางทีรสชาติอาจจะชืดๆ อาหารที่นี่ก็คืออาหารที่หนูชอบกิน”

“ข้าวกะเพราเห็ด” กะเพราจ๋ามาเลย กลิ่นลอยมา ส่วนรสชาตินั้นใครว่ากะเพรามังสวิรัติจืดสนิท ผิดถนัด ลิ้นรับรู้ได้ถึงกะเพรา พริกและใบกะเพราะใส่ไม่ยั้ง กินกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ หลับตาก็แทบไม่เชื่อว่านี่คือกะเพราเห็ด

“สลัดแตงโม” ให้ความสดชื่นมากๆ แตงโมที่โดนข้อหาว่าเป็นผลไม้น่ากลัว หวานก็จริง แต่หวานจากสารเคมี ที่นี่มั่นใจได้ เพราะมาจากไร่เกษตรอินทรีย์ ผ่ากันสดๆ เฉาะกันเห็นๆ หั่นเป็นชิ้นพอคำ เสิร์ฟกับผัดสลัด น้ำสลัดรสไม่จัดจ้าน อาจไม่สำคัญเท่าความหวานฉ่ำของแตงโม

“หนูจะพยายามเลือกวัตถุดิบจากไร่เล็กๆ ที่เป็นเกษตรอินทรีย์จริงๆ และใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมาส่งสินค้า เพราะหนูอยากให้วัตถุดิบคงความสดใหม่ทุกวัน อีกทางหนึ่งก็เป็นการช่วยเหลือเกษตรอินทรีย์ที่มีแนวคิดเดียวกันด้วยค่ะ”

“ซุปมะเขือเทศเย็น” ขึ้นชื่อว่าซุป ไม่จำเป็นต้องร้อน กินซุปเย็นก็อร่อยไปอีกแบบ หอมหวานมะเขือที่ปลูกด้วยใจ ปราศจากรสครีมเข้มข้นบิขนมปังฝรั่งเศสแล้วจุ่มลงถ้วยซุป ไม่หนำใจ ยกถ้วยซุปเลยเถอะ

มาถึงซิกเนเจอร์ที่ทำให้ลืมเนื้อสัตว์ไปชั่วขณะ “เบอร์เกอร์บร็อกโคลี่” ขนมปังผงถ่านสีดำปี๋ แต่มีความหอมนุ่ม ทีเด็ดจานนี้อยู่ที่นำบร็อกโคลี่ต้มปั่นแล้วปั้นเป็นก้อน ชุบซูเปอร์ฟู้ดที่ชื่อคีนัว ทอดให้เกรียบอีกหน่อย ท็อปด้วยซอสอโวคาโดบดกับซัลซามะเขือเทศ ครบความอร่อยในชิ้นเดียว

“ร่างกายคนเรามีความต่างกัน หนูไม่ได้บอกว่ากินมังสวิรัติจะดีกว่าไม่กิน เพราะบางคนก็ยังจำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ หนูอยากให้มองว่ามันคือทางเลือกหนึ่ง ส่วนตัวหนูคืออยากลองไม่กินเนื้อสัตว์ว่าดีมั้ย ซึ่งผลลัพธ์ หนูไม่เป็นหวัดเลย ระบบย่อยและการขับถ่ายก็ดีขึ้น เรื่องอารมณ์ ปกติหนูเป็นคนใจร้อน ก็เย็นลงกว่าเดิมเยอะมาก”

 

กลับมารักอาหารไทย @ คาเฟ่ นาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 17:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411806

กลับมารักอาหารไทย @ คาเฟ่ นาว

โดย…ลีโอ เคน

คาเฟ่ นาว (Cafe Now) คาเฟ่น้องใหม่ย่านทาวน์ อิน ทาวน์ ที่เปิดต้อนรับผู้ที่หลงลืมอาหารไทยสมัยคุณแม่ คุณยาย ให้กลับมาหลงรักอาหารไทยอีกครั้ง

เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจของชาวพร็อพพาแกนดา (Propaganda) ที่ฝันว่าสักวันหนึ่งเขาจะเปิดร้านขายอาหาร ที่นอกจากจะมีกาแฟดีๆ แล้วรสชาติอาหารจะต้องเป็นที่ประทับใจและกินได้ทุกมื้อแถมพกด้วยบรรยากาศเท่ๆ สไตล์พร็อพพาแกนดา ดังนั้นจึงเนรมิตพื้นที่ชั้น 1 ของออฟฟิศ เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่รวมเรื่องราวดีๆ แบบที่ตั้งใจเอาไว้อย่างครบครัน

ร้านแห่งนี้เปิดต้อนรับด้วยเคาน์เตอร์บาร์ที่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะดุดตา ด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลาย ที่มีกลิ่นอายแบบวินเทจผสมกับอินดัสเตรียล เพิ่มเสน่ห์และลูกเล่นด้วยของตกแต่งที่ล้วนเป็นของสะสมของเจ้าของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลก เครื่องพิมพ์ดีด กรอบรูป และหีบโบราณต่างๆ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวีย อังกฤษ และนิวยอร์ก ต่างขับล้อกันอย่างเพลินตา

แม้ร้านจะมีลุคเท่ๆ แต่เมนูอาหารของที่นี่สุดเซอร์ไพรส์เพราะเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับจากหลายท้องถิ่น โดยได้โบและดีแลนจากร้านโบลาน (Bo.lan) มาเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้ แน่นอนนอกจากรสชาติจะประทับใจ เรายังจะมั่นใจว่าจะได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะทางร้านจะคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นผักปลอดสารจากเชียงใหม่ นครนายก และยังมีผักบางชนิดที่ปลูกเอง กระทั่งเนื้อสัตว์ก็ได้มาจากฟาร์มที่เลี้ยงตามธรรมชาติ

 

วันนี้เราเริ่มต้นเบาๆ ด้วย ลาบเหนือ ที่มีเครื่องแกงลาบเหนือ หมูสับ หนังหมู ผักแพว กระเทียมทอด กินแล้วพอทำให้อาการคิดถึงอาหารเหนือทุเลา

ต่อด้วยเมนูง่ายๆ ที่ชวนให้นึกถึงครั้งวัยเยาว์ ข้าวแมว อาหารจานเดียวที่มีเพียงปลาทูทอดอวบๆ และน้ำปลาชั้นดี แกมด้วยพริกและหัวหอมซอย เรียกรอยยิ้มได้ไม่น้อย

พูดถึงอาหารไทยสิ่งที่ควรเรียกหาก็คือน้ำพริก น้ำพริกปลาทูย่าง คืออีกหนึ่งเมนูขายดี ปลาทู พริก หอม กระเทียม นำไปย่างแล้วโขลกพอแหลก หอมกลิ่นย่างไฟจางๆ เสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาล รวมไปถึงผลไม้ อย่าง ฝรั่ง ชมพู่ มะม่วง มันแกว ความแปลกใหม่ที่ผสานกันจนกลายเป็นความอร่อย

 

ปิดท้ายมื้อด้วย หมูสับปลาเค็ม หมูกับปลาเค็มนำมาสับรวมกัน พร้อมเครื่องแกง สับจนเขากัน เด้งนุ่มแบบไม่ต้องอาศัยบอแรกซ์ แล้วนำไปทอดจนสีสวย เวลาเสิร์ฟแนมมาด้วยพริกขี้หนู เวลากินกัดพริกลงไปบอกได้เลยว่าฟินสุดๆ

นอกจากนี้ทางร้านยังเสิร์ฟกาแฟดริป และชารสดีให้ลิ้มลองอีกด้วยนะครับ

คาเฟ่ นาว หมู่บ้านทาวน์ อิน ทาวน์ ถนนศรีวรา ซอย 11 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.ให้รับชา กาแฟ และเครื่องดื่มกันแบบชิลๆ ไปก่อน แต่หากจะมาชิมอาหารเมนูที่คิดถึงครัวเปิด11.00-19.30 น. โทร. 09-8308-8210

 

อาหารมงคลวันตรุษจีน โชคดี เจริญ ร่ำรวย ปลอดภัย เปี่ยมไปด้วยรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 16:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411799

อาหารมงคลวันตรุษจีน โชคดี เจริญ ร่ำรวย ปลอดภัย เปี่ยมไปด้วยรัก

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

นอกจากจะมีประชากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว คนจีนยังกระจายอยู่แทบทุกมุมของโลกใบนี้ พร้อมพกวัฒนธรรมประจำเชื้อชาติติดตัวไปด้วยอย่างเข้มแข็ง แม้สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว การสืบสานบางอย่างอาจจะเริ่มผิดเพี้ยนไปบ้าง ทว่ามื้อสำคัญรับวันตรุษจีนอันเป็นมื้อมงคลเอาฤกษ์เอาชัย ยังคงมีการรวมตัวกันของครอบครัวเป็นประจำทุกปี แม้จะเปลี่ยนรูปแบบจากการปรุงรับประทานล้อมวงกินกันในบ้าน มาเป็นการสังสรรค์กันตามร้านอาหารเสียมาก

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ.) คนเชื้อสายจีนที่ครอบครัวที่กระจัดกระจายออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง จะได้กลับมารวมตัวกันครั้งใหญ่ โดยจะรวมตัวกันรับประทานอาหารมื้อสำคัญในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ (Chinese New Year’s Eve) เป็นมื้อมงคล ซึ่งทั้งรูปทรง สีสัน ชื่อเรียก รวมไปถึงจำนวนล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น

มื้อแห่งการรวมตัวของครอบครัวจีน ส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยอาหารทะเลชนิดต่างๆ รวมทั้งอาหารที่มีลักษณะเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นเส้นยาวๆ หรือประกอบด้วยหลายๆ ชั้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ครอบครัวที่กลับมารับประทานอาหารร่วมกันประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู สำเร็จ มั่นคง มีโชคมีลาภ มีความก้าวหน้า ปลอดภัย สุขภาพดี และอื่นๆ อีกมากมายที่เต็มไปด้วยความดีงาม

อาหารมงคลจานที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบ หมายถึง ความมีชีวิตชีวา และสิ่งน่าปีติยินดี ส่วนหอยนางรมแห้ง หมายถึง สิ่งดีๆ ทุกอย่างกำลังจะเข้ามาในชีวิต สลัดปลาดิบ (หยี่ซั้ง) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ปลาแซลมอนในการปรุง (มีส่วนผสม ตั้งแต่ส้มโอแกะ มันฝรั่งหั่นเส้นทอด เผือกหั่นเส้นทอด มะละกอดิบหั่นเส้น มันแกว หั่นเส้น งาคั่ว ถั่วทอดบด แครอตหั่นเส้น แมงกะพรุนปรุงรส) ก็เชื่อว่าจะทำให้ในปีนั้นมีแต่ความโชคดีและเจริญรุ่งเรือง

 

ในมื้อมงคลยังมักมีอาหารที่มีลักษณะเป็นก้อนๆ ต้มในน้ำซุปลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวน้ำ บัวลอย ฯลฯ ก็เป็นตัวแทนของโชคลาภดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว นอกจากนี้ยังมี Fai-hai หรืออาหารที่มีลักษณะเหมือนเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหร่ายเส้นผม ก็หมายถึง ความเจริญ รุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู

มิเพียงแต่ส่วนผสมที่มากไปด้วยความหมาย หากเสียงของชื่ออาหารแต่ละชนิดเองก็มีส่วนในความเป็น “มงคล” ด้วย อย่างเช่น คำว่า เม็ดบัว ในภาษากวางตุ้งจะออกเสียง เหลียนซี เหมือนคำว่า โชคกำลังพุ่งและดวงกำลังดี เช่นเดียวกับคำว่า ส้มโอ ที่เสียงในภาษาจีนเหมือนคำว่า มั่งมี โดยในการรับประทานหยี่ซั้ง ต้องมีการแกะส้มโอออกมาทีละกลีบเล็กๆ ก่อนจะนำมาคลุกให้เข้ากันเป็นสลัดหรือยำ เปรียบได้กับสมาชิกครอบครัวแต่ละคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกัน แต่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งช่วงปีใหม่ โดยการคลุกเคล้าจานหยี่ซั้งให้เข้ากัน (แม้ไปรับประทานในร้านอาหารก็จะได้มาคลุกด้วยตัวเอง) เรียกว่า เหลากี้ ซึ่งก็เหมือนการกวนโชคลาภ เพื่อดวงจะได้ดีในอนาคต

 

 

คำ หยี่ ซึ่งแปลว่า ปลา ก็มีเสียงพ้องกับคำว่า ความอุดมสมบูรณ์ มีเหลือกิน เหลือเก็บ หยี่ซั้ง ที่เป็นสลัดหรือยำปลาดิบ จึงเป็นอาหารจานมงคลที่สำคัญยิ่ง และเหตุผลที่นิยมปลาแซลมอนก็เพราะว่าเป็นปลาซึ่งมีอุตสาหะ เปรียบเสมือนชาวจีนที่ทำมาหากินอย่างมานะอดทน จึงมีเหลือเก็บนั่นเอง ชาวจีนเชื่อว่าถ้าได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการรับประทานหยี่ซั้ง ก็จะโชคดีไปตลอดทั้งปี

ยังมีเห็ดชิตาเกะ หรือภาษาจีนเรียกว่า ดองกุ ซึ่งไปพ้องกับสำนวนจีนว่า “ดอง เช็ง ซี จิว” หมายถึง การอวยพรให้ทุกท่านเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ส่วนผลอินทผลัมออกเสียงว่า ลองเซา ซึ่งหมายความว่า ความมั่งมีจะมาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่คำว่า ส้มเช้ง-ส้มเขียวหวาน ก็ออกเสียงเหมือนกับ โชคดี-มั่งมีถ้วนหน้า อะไรประมาณนั้น

มื้อมงคลที่เป็นการรวมญาติต้องไม่ลืมความหวานปิดท้ายมื้อ โดยส่วนใหญ่ของหวานมื้อตรุษจะนิยมขนมรูปร่างเป็นกลุ่มก้อนกลม หรือลักษณะเป็นชั้นๆ ทั้งชั้นแบบที่เห็นเป็นเลเยอร์ รวมทั้งการห่อหลายๆ ชั้น เมนูขนมมีความหมายมากมาย เริ่มตั้งแต่ความหวาน ที่หมายถึงชีวิตที่มั่งมีและหอมหวาน ขณะที่ชั้นของขนมแสดงความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ส่วนลักษณะกลมๆ หมายถึง มิตรภาพและความกลมเกลียวของครอบครัวที่กลับมารวมกันเป็นหนึ่งอย่างมีพลัง

คำว่ากลม หรือหยวน ยังแปลว่า ความพึงพอใจ และมีอีกความหมายคือ การประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยในมื้อคลาสสิก บางบ้านอาจเสิร์ฟขนมเปี๊ยะ เรียกแบบจีนว่า เหนียน เกา โดยคำว่า เกา นั้น แปลว่า สูง ในภาษาจีน ขนมเหนียน เกา จึงเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคมที่จะสูงขึ้นในปีใหม่นี้

ห้องอาหารวูว์ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ที่เพิ่งได้เชฟแคสสึดี้ เฉิ่น เชฟครัวจีนชาวสิงคโปร์มาร่วมงานหมาดๆ จัดเมนูมงคลต้อนรับตรุษจีนเป็นครั้งแรกของโรงแรมหรูแห่งนี้ กับเมนูอาหารจีนยอดนิยมและของหวานที่เป็นสิริมงคลมากมาย จากวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงเป็นมื้อพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. (Chinese New Year’s Eve) ไปจนถึง 22 ก.พ.ศกนี้ เวลา 18.00–23.00 น. พร้อมเสิร์ฟทั้งแบบเชตเมนูอาหารมื้อค่ำ และแบบอะลาคาร์ต รวมทั้งสั่งกลับบ้าน สำหรับกลางวันและอาหารเย็นอันเป็นมงคล (โทร. 02-207-7813 หรืออีเมล fb.bangkok@stregis.com)

สำหรับเชตเมนูอาหารมื้อค่ำ ราคา 3,888 บาท++ ต่อเชต (เหมาะสำหรับ 4 ท่าน) เริ่มจากสลัดปลาดิบ “Lo Hei Yu Sheng” หรือหยี่ซั้ง เป็นเมนูโชคดีปีใหม่ โดยชื่อ โหลเหหยี่ซั้ง หมายถึง ความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มีพลังอำนาจ

ตามมาด้วย Double Boiled Chicken Consomme, Cordyceps and Chinese Wild Yam น้ำซุปไก่เข้มข้นเนื้อนุ่ม ตุ๋นนานถึง 6 ชั่วโมง กับดอกถั่งเช่า และมันเทศจีน ความหมายของอาหารจานนี้ หมายถึง การมีสุขภาพสมบูรณ์ ความอยู่รอดปลอดภัย

 

อีกจานที่หมายถึงความโชคดี Steamed Grouper, Hong Kong Style เมนูเจ้าสมุทรสุขสำราญ ปลาเก๋านึ่งสูตรดั้งเดิมสไตล์ฮ่องกง เชื่อว่าจะนำพาความอุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ตลอดปีและความเจริญรุ่งเรือง

ต่อด้วย Slow-Braised Abalone, Heart of Cabbage, Chinese Wolfberries and Superior Oyster Sauce เป๋าฮื้ออบสไตล์จีน เก๋ากี้ ผักกาดขาวปลี ซอสหอยนางรมพรีเมียม จานนี้รับประทานเพื่อความมั่งคั่ง รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีความความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ตลอดทั้งปี (คำว่า เป๊า แปลว่า ห่อ และ ฮื้อ หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ รวมกันคือความมั่งคั่งเหลือกินเหลือใช้มาให้ลูกหลาน)

จานคาวจานสุดท้าย Wok-Fried Golden Fried Rice and Jumbo Crab Meat ข้าวผัดฮ่องเต้เนื้อปู หมายถึง ร่ำรวยเงินทอง ชื่อเรียกภาษาจีน แปลว่า เงินทองกองเต็มโต๊ะ

ปิดท้ายด้วยของหวาน Double Boiled Snow Fungus, Red Dates and Lotus Seeds เห็ดหูหนูขาว พุทราจีนและเม็ดบัว เสิร์ฟในน้ำเชื่อมร้อนๆ หมายถึง ครอบครัวอบอุ่นอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข (เห็ดหูหนูขาว หมายถึง ความเจริญงอกงาม ความมั่งคั่ง  พุทราจีน หมายถึง ความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย)

ในการรับประทานมื้อมงคล มื้อสำคัญที่สุดก็คือคืนวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ ที่วัฒนธรรมดั้งเดิมจะมีการล้อมวงกินข้าวกันบนโต๊ะกลม โดยมีการก่อไฟอยู่ตรงกลางเพื่อสร้างความอบอุ่น ซึ่งความเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ การรับประทานอาหารในมื้อก่อนปีใหม่นี้ อย่ารับประทานให้หมดเกลี้ยงจาน ให้รับประทานเหลือเอาไว้บ้าง เพื่อที่วันรุ่งขึ้น หรือปีหน้า จะได้มีเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี