พบแก่นโลกเย็นตัวเร็วกว่าที่คาด สิ่งมีชีวิตต้องสูญพันธุ์เร็วขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673953

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 18:36 น.พบแก่นโลกเย็นตัวเร็วกว่าที่คาด สิ่งมีชีวิตต้องสูญพันธุ์เร็วขึ้นโลกถึงจุดหายนะเร็วขึ้น นักวิจัยพบแก่นโลกเย็นตัวเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ 1.5 เท่า

นับตั้งแต่ที่โลกก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีก่อน แก่นโลกชั้นในมีการเย็นตัวลงเรื่อยๆ ตามธรมมชาติของดาวเคราะห์ แต่ล่าสุดนักวิจัยพบว่าแร่ธาตุในแก่นโลกซึ่งเป็นของเหลวที่มีอุณหภูมิสูงนั้นเย็นตัวเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ 1.5 เท่า ซึ่งเมื่อเย็นตัวจนกลายเป็นหินแข็งจะทำให้โลกไม่สามารถรักษาสนามแม่เหล็ก เสถียรภาพของอุณหภูมิ และวงจรคาร์บอน อันนำมาซึ่งหายนะของสิ่งมีชีวิตบนโลก

DW News ได้รายงานผลการศึกษาของทีมวิจัยจากสถาบัน ETH Zurich ของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งได้ร่วมมือกับทีมวิจัยจากสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และญี่ปุ่น โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Earth and Planetary Science Letters เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา

ทีมวิจัยได้ศึกษาแร่ธาตุ Bridgmanite ซึ่งพบมากในชั้นล่างของเนื้อโลกที่ติดกับผิวของแก่นโลก โดยนำมาทดสอบความสามารถในการนำความร้อน ด้วยการยิงเลเซอร์ให้มีอุณภูมิถึง 2,440 เคลวินภายใต้แรงดัน 80 กิกะปาสคาล ซึ่งใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมใต้ผืนโลก

โมโตฮิโกะ มูราคามิ ศาสตราจารย์ด้านธรณีศาสตร์จาก ETH Zurich ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า “ในที่สุดเราก็พบว่าก่อนหน้านี้เราประเมินอัตราการนำความร้อนต่ำเกินไป โดยทีมวิจัยพบว่า Bridgmanite สามารถนำความร้อนสูงกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ถึง 1.5 เท่า”

“การถ่ายเทความร้อนจากแก่นโลกมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิดไว้ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเย็นตัวของแก่นโลกเร็วกว่าที่พวกเราคาด” มูราคามิกล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น หากแก่นโลกเย็นลงจนกลายเป็นหินแข็งจะสูญเสียสนามแม่เหล็กซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันของโลกจากอนุภาคและรังสีอันตรายในอวกาศ และเมื่อถึงจุดนั้นโลกจะกลายเป็นหินแข็งที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ เช่นเดียวกับดาวพุธและดาวศุกร์

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยไม่ได้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในอีกกี่ปีข้างหน้า

ตามรายงานของ NBC News ระบุว่าแอนดรูว์ รัชบี จากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียในสหราชอาณาจักรเคยคาดการณ์ไว้เมื่อปี 2013 ว่าโลกจะเอื้อต่อการดำรงชีวิตไปอีก 1,750 ล้านถึง 3,250 ล้านปี หากไม่มีไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วยนิวเคลียร์ ดาวเคราะห์น้อยอันธพาล หรือภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงอื่นๆ

AFP PHOTO / HANDOUT /NASA/NOAA

สถานทูตไทย ณ กรุงฮานอย จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673952

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 18:09 น.สถานทูตไทย ณ กรุงฮานอย จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9กิจกรรมทั้งสองมีผู้เข้าร่วมและให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลเวียดนาม และภาคเอกชนไทยและเวียดนาม

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ได้จัดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ และร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา เวียดนาม เพื่อจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมภายใต้ชื่องาน Thailand – Viet Nam Gala Night: 45 Years of Friendship เนื่องในโอกาสครบ 45 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม ณ โรงอุปรากร Hanoi Opera House

กิจกรรมทั้งสองมีผู้เข้าร่วมและให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลเวียดนาม เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา เอกอัครราชทูตต่างประเทศและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในกรุงฮานอย และภาคเอกชนไทยและเวียดนาม

จับตาสถานกงสุลสหรัฐในเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์หลักต้านจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673936

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 16:15 น.จับตาสถานกงสุลสหรัฐในเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์หลักต้านจีน สื่อนอกมองสหรัฐตั้งสถานกงสุลใหญ่ในเชียงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ต้านจีน

1. เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ นักข่าวชาวสวีเดนผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในไทยกล่าวถึงสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาในจังหวัดเชียงใหม่ผ่าน The Irrawaddy เว็บไซต์ข่าวเมียนมาว่าเป็นหนึ่งในความพยายามของสหรัฐที่มุ่งเป้าไปที่จีนและเมียนมา

2. รายงานระบุว่าสถานกงสุลใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในราคา 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเปิดทำการในปี 2023 โดยสำนักงานแห่งนี้จะแผ่ขยายออกไปไม่น้อยกว่า 6.6 เอเคอร์ ซึ่งสหรัฐกล่าวว่าโครงการนี้เป็น “สัญญาณที่เป็นรูปธรรมของความมุ่งมั่นระยะยาวของเราที่มีต่อประชาชนในภาคเหนือของไทย”

3. แต่ลินท์เนอร์ดั้งข้อสังเกตว่าการที่สหรัฐเลือกจังหวัดเชียงใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดยระบุว่าสหรัฐตั้งสถานกงสุลใหญ่ในเชียงใหม่ครั้งแรกในปี 1950 และถูกใช้เป็นสถานีข่าวกรองที่มุ่งเป้าไปที่ก๊กมินตั๋ง พรรคชาตินิยมจีนซึ่งออกจากประเทศจีนไปยังรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมาในปี 1950 หลังพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองจีน

4. รายงานยังอ้างถึงไมเคิล วาติเคียวติส นักวิเคราะห์ชาวอังกฤษในสิงคโปร์เขียนบทความลงบน Nikkei Asia เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่าสถานกงสุลใหญ่อยู่ห่างเพียง 500 กิโลเมตรจากชายแดนจีน และยังใกล้กับเมียนมาและลาว “เป็นความพยายามของสหรัฐที่จะเสริมขีดความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองจากพื้นที่ภาคเหนือของไทย”

5. ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ในการสอดแนมศัตรูมาแล้วตั้งแต่ปี 1970 ในสมัยสงครามเวียดนาม โดยลินท์เนอร์ได้กล่าวถึงค่ายรามสูรในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกองทัพสหรัฐได้มาตั้งสถานีเรดาร์เพื่อสอดแนมและติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของฝ่ายตรงข้ามคือจีนและเวียดนาม

6. รายงานระบุว่าค่ายรามสูรทำหน้าที่เป็นสถานีข่าวกรองทางทหารสำหรับการสื่อสารระหว่างสหรัฐอเมริกากับไซต์ข่าวกรองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก (ดูบทความของโพสต์ทูเดย์เรื่อง “รามสูร” ฐานลับทรมานศัตรูอเมริกาในไทย)

7. ค่ายแห่งนี้มีเครื่องมือสื่อสารและการข่าวทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกถึงกับคุยกันว่า “ได้ยินกระทั่งเสียงเข็มหล่นลงพื้นในพนมเปญ” แต่มันปิดลับเสียจนเจ้าหน้าที่ของไทยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณฐานลับ

8. ลินท์เนอร์กล่าวว่าไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐจะมีบทบาทอย่างไรเมื่อเปิดทำการในปีหน้า แต่เชื่อว่าการรวบรวมข่าวกรองจะมีความสำคัญสูงสุดสำหรับสหรัฐอย่างแน่นอน

9. ลินท์เนอร์ยังระบุว่าสหรัฐพยายามตอบโต้การผงาดของจีนในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองในเอเชียด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือ Quad และ AUKUS ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามในการตอบโต้อิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

10. ลินท์เนอร์ทิ้งท้ายว่าสงครามเย็นครั้งใหม่อาจยังไม่ร้อนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นที่ชัดเจนว่าสหรัฐกำลังร่วมมือกับพันธมิตรรวมถึง Quad และ AUKUS เพื่อสร้างป้อมปราการต่อต้านจีน และการสร้างสถานกงสุลใหญ่สหรัฐแห่งใหม่ในเชียงใหม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าว

Photo by Brendan Smialowski / AFP

ปริศนาแห่งขุมสมบัติ ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673931

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 14:45 น.ปริศนาแห่งขุมสมบัติ 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ'มันคือการพบขุมทองที่เป็นปริศนาที่สุดครั้งหนึ่ง บางทฤษฎีบอกว่ามันคือสมบัติที่ซุกซ่อนเอาไว้เพื่อทำการใหญ่ในอนาคต

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ณ ที่ดินเอกชนผืนหนึ่งในเขตแคลิฟอร์เนียโกลด์ ประเทศสหรัฐ เจ้าของที่ดินกำลังพาสุนัขของเขาไปเดินเล่นบนที่ดินของตน มันเป็นการเดินเล่นตามปกติและเคยเดินผ่านป่าผืนนี้ในที่ดินของพวกเขามาหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้พวกเขาสังเกตเห็นโลหะที่ขึ้นสนิมโผล่ออกมาจากพื้นดิน

อันที่จริงพื้นที่ตรงนั้นมีอะไรแปลกๆ อยู่ก่อนแล้ว เจ้าของที่ดินทั้งคู่สังเกตเห็นลักษณะพิเศษบางอย่างของพื้นที่ พวกเขาจำได้ว่าเห็นกระป๋องเปล่าเก่าๆ แขวนอยู่บนต้นไม้เก่าแก่ แต่กระป๋องนั่นก็คงจะเก่าพอๆ กันจนต้นไม้โตขึ้นมาโอบล้อมมัน ทั้งคู่คิดว่ากระป๋องนั่นอาจมีคนสมัยก่อนแขวนไว้เพื่อเก็บดอกไม้หรือไม่เป็นเป็นเครื่องหมายหลุมศพ เพราะบริเวณนั้นใกล้ๆ กับจุดที่พบทองคำจนนำไปสู่ “การตื่นทองปี 1849” ที่ทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียมั่งคั่งขึ้นมา อาจจะมีคนงานเหมืองเตร่มาอยู่หรือล้มตาย ณ ที่แห่งนี้

ที่แห่งนั้นยังมีภูมิประเทศแปลกๆ มีหินคล้ายกับอานม้า จึงเป็นที่มาของชื่อสถานที่ Saddle Ridge (ยอดเขาอานม้า) ซึ่งมันเป็นความแปลกของภูมิประเทศที่อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขาจะเจอในเวลาต่อมา

หลังจากที่เจ้าของที่ดินฝ่ายหญิงสังเกตเห็นกระป๋องที่อยู่บนดิน ฝ่ายชายก็ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา แต่พบว่ามันติดอยู่ในดิน เขาเริ่มใช้ท่อนไม้งัดมันจากพื้น มันหนักมากจนพวกเขาเชื่อว่าอาจจะเป็นกระป๋องใส่ตะกั่วเหลว หลังจากขุดขึ้นมาได้ก็นำมันกลับไปที่บ้าน แต่ระหว่างเดินกลับบ้าน ด้วยความทุลักทุเล ฝากระป๋องเปิดออกเผยให้เห็นขอบเหรียญทองคำเหรียญหนึ่ง

พวกเขากลับมาที่เดิมพร้อมกับเครื่องมือบางอย่างเพื่อดูว่าจะเจออะไรอีกหรือไม่ พวกเขาพบกระป๋องอีกกระป๋องหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบกระป๋องแรกไปประมาณหนึ่งฟุต แม้ว่ามันจะผุพังบางส่วนเนื่องจากสนิม แต่ก็มีเหรียญอีกหลายเหรียญซ่อนอยู่ พวกเขาจึงเทียวไปเทียวมาเพื่อหาเหรียญเพิ่ม ทั้งขุดดินด้ยตัวเองและในที่สุดก็ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ ผลก็คือพวกเขาค้นพบกระป๋องแปดกระป๋องบรรจุเหรียญ 1,427 เหรียญ

นี่คือจุดเริ่มต้นของ “ขุมทรัพย์ยอดเขาอานม้า” (Saddle Ridge Hoard) อันลือลั่น

เหรียญทองคำ Double Eagle ที่พบในขุมสมบัติ Saddle Ridge Hoard

หลังจากการค้นพบขุมสมบัติ ทั้งคู่ไม่ยอมแพร่งพรายการค้นพบโดยซ่อนมันไว้ในหีบน้ำแข็งเก่า แล้วฝังมันไว้ใต้กองไม้และปิดบังสถานที่นั้นไว้ หลังจากการหาข้อมูลเพื่อตรวจดูว่ามันเป็นของมีค่าแค่ไหน พวกเขาก็ตัดสินใจด้ติดต่อบริษัทเหรียญกษาปณ์ที่ชื่อ Kagin’s ในเมืองทีบูรอน รัฐแคลิฟอร์เนีย

เหรียญทองทั้งหมดมีอายุระหว่างปี 1847 ถึง 1894 มูลค่าที่ตราไว้ของเหรียญ (face value คือมูลค่าเดิมที่ระบุบนเหรียญ) มีมูลค่ารวม 27,980 เหรียญสหรัฐ แต่เพราะมันเป็นของเก่าและหายากและยังเป็นทองคำ เมื่อประเมินปัจจัยเหล่านี้เข้าไปด้วยจึงคาดว่ามีมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐถือการค้นพบชุมสมบัติใต้ดินเป็นเหรียญทองคำครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสหรัฐอเมริกา

แล้วพวกมันมาจากไหน? มีหลายทฤษฎีที่เสนอที่มาของพวกมัน แต่มีทฤษฎีหนึ่งฟังดูหวือหวาแต่ก็น่าสนใจ แม้ว่าจะถูกปักว่าเป็น ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ ก็ตาม

ทฤษฎีนี้เสนอว่า มันคือขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนไว้โดย ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ หรือ Knights of the Golden Circle สมาคมลับที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1854 โดยชาวอเมริกันที่ชื่อ จอร์จ ดับเบิลยู. แอล. บิคลีย์ (George W. L. Bickley) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประเทศใหม่ที่เรียกว่า Golden Circle (ภาษาสเปนเรียกว่า Círculo Dorado) หรือ ‘มณฑลทองคำ’ หรือ ‘วงไพบลูย์ทองคำ’ โดยจะรวมรัฐภาคใต้ของสหรัฐที่สนับสนุนการมีทาสกับประทเทศต่างๆ ในอเมริกากลาง อเมริกาใต้บางส่วน และแคริเบียน เพื่อสร้างสมาพันธรัฐที่อนุญาตให้การมีทาสเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

ยุทธการที่ชิคกามอกา เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน พ.ศ. 2406 ระหว่างกองกำลังฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองอเมริกา

ประเทศนี้จะมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ซึ่งอยู่ตรงกลางประเทศใหม่พอดี โดยประเทศนี้จะมีเส้นรอบวงที่ครอบคลุมนานาประเทศที่จะสนับสนุนการมีทาสโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,900 กม. แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนมากผู้ทรงอิทธิพลทั้งภาคใต้ของอเมริกาที่ยึดมั่นกับการมีทาสและนักการเมืองบางคนของสหรัฐตอนเหนือที่ไม่สนับสนุนการมีทาส ความขัดแย้งนี้จะนำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกันในเวลาต่อมา

นักการเมืองคนหนึ่ง คือ โรเบิร์ท บานเวลล์ เรตต์ (Robert Barnwell Rhett) กล่าวปราศรัยเหมือนจะจงใจต่อต้านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นที่ต่อต้านการมีทาสอย่างแข็งขันว่า “เรา (ฝ่ายสนับสนุนการมีทาส) จะขยายดินแดนตามการเติบโตและอารยธรรมของเราต้องการ—เหนือเม็กซิโก—เหนือหมู่เกาะในทะเล—เหนือเขตร้อนทางใต้ที่ห่างไกล—จนกว่าเราจะสร้างสมาพันธ์สาธารณรัฐที่ยิ่งใหญ่—ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อิสระที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุดที่โลกมี เคยเห็นมา”

‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ มีทั้งอิทธิพลทางการเมืองและอิทธิพลด้านกำลังคน บางแห่งมีกำลังคนหลายพันคนและแบ่งพื้นที่ควบคุมเป็น “ปราสาท” จนดูเหมือนกับระบบกับอัศวินในยุคกลาง พวกเขาจะทำการโจมตีฝ่ายต่อต้านการมีทาสและยังเข้าร่วมกับกองทัพฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมือง

ธงของ Knights of the Golden Circle

ในช่วงก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดลงไม่นาน สมาชิกแห่ง ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ สาขาแคลิฟอร์เนียในซานฟรานซิสโกเตรียมนำเรืออกปฏิบัติการเป็นเรือโจรสลักในอ่าวซานฟรานซิสโก โดยมีเป้าหมายในการบุกโจมตีการค้าบนชายฝั่งแปซิฟิกและบุกยึดการขนส่งทองคำไปภาคตะวันออกของประเทศ แต่แผนการนี้ต้องล้มเหลวเพราะถูกสกัดเอาไว้

ถึงการชิงทองจะล้มเหลวและการต่อสู้เพื่อสร้างประเทศที่มีทาสจะกลายเป็นแค่ความฝัน แต่ผู้คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ ยังไม่ละความพยายาม พวกเขายังสะสมทุนรอนในการเคลื่อนไหวเพื่อก่อสงครามกลางเมืองครั้งที่สอง แล้วทำให้ความฝันของการสร้างดินแดนที่ใช้แรงงานทาส

บางคนเชื่อว่าที่มาของเหรียญทองสะสม Saddle Ridge Hoard คือทุนรอนที่ ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ สะสมมาจากหลายๆ รัฐเพื่อนำไปเคลื่อนไหวต่อไป หากไม่สเร็จในวันนี้ ในอนาคตก็อาจนำไปเคลื่อนไหวอย่างอื่น เพราะในเวลาต่อมา ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ เปลี่ยนชื่อและบทบาทไป แต่ก็ยังเป็นสมาคมลับที่เก็บงำความลับไว้อย่างเหนียวแน่นที่สุดกลุ่มหนึ่ง

ถ้าขุมทองยอดเขาอานม้าเป็นของ ‘อัศวินแห่งมณฑลทองคำ’ จริงแล้ว บางทีสมาชิกของกลุ่มนี้อาจจะลมไปแล้วหรืออาจจะไม่ลืมเพียงแต่ถูกพบโดยบังเอิญโดยคนนอกสมาคมก็เป็นได้

สวนภาวะทิ้งตัว บอสสถาบันการเงินชี้คริปโตเป็นอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673923

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 13:00 น.สวนภาวะทิ้งตัว บอสสถาบันการเงินชี้คริปโตเป็นอนาคตอดีตซีอีโอโกลด์แมน แซคส์ เชื่อมั่นอนาคตตลาดคริปโตแม้กำลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก

ในขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักและต่อเนื่อง ลอยด์ แบลงค์ไฟน์ อดีตประธานและซีอีโอของโกลด์แมน แซคส์ กลับมีมุมมองเชิงบวกต่อคริปโตเคอร์เรนซี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแบลงค์ไฟน์ได้ให้สัมภาษณ์กับแอนดรูว์ รอสส์ ซอร์กิน จาก CNBC โดยกล่าวว่ามุมมองของเขาที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังพัฒนาขึ้น “คริปโตเคอร์เรนซีกำลังเป็นปรากฏการณ์”

คำว่า “เป็นปรากฏการณ์” ของเขาหมายถึงระบบนิเวศของคริปโตเคอร์เรนซีได้เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่ในปีที่ผ่านมา บริษัทการเงินแบบดั้งเดิมรวมทั้งโกลด์แมน ได้เริ่มเสนอวิธีการซื้อ แลกเปลี่ยน และดูแลสกุลเงินดิจิทัลแก่ลูกค้า

แบลงค์ไฟน์ชี้ว่าจักรวาลคู่ขนานของโปรโตคอลการเงินแบบกระจายอำนาจได้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ผู้ถือสามารถให้ยืมและรับผลตอบแทนจากเหรียญของพวกเขา

เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วที่ตลาดคริปโตเผชิญกับแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างสกุลเงินดิจิทัล

โดยมูลค่าตลาดโดยรวมของสกุลเงินดิจิทัลลดลงต่ำกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่เคยพุ่งสูงถึง 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพ.ย. ปีก่อน

“มันสูญเสียมูลค่าไปมาก แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่มีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญ และระบบนิเวศทั้งหมดก็เติบโตขึ้น” แบลงค์ไฟน์กล่าวโดยชี้ให้เห็นว่าผู้คนยังคงได้รับประโยชน์จากสกุลเงินดิจิทัล

ก่อนหน้านี้แบลงค์ไฟน์เคยวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin ว่าเป็นแหล่งเก็งกำไร และกล่าวว่าหน่วยงานกำกับดูแลควรดำเนินการบางอย่างเพื่อจัดการกับความผันผวนของราคา

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

สหรัฐ-ยุโรปจับมือเป็นหนึ่งเดียวพร้อมโต้ถ้ารัสเซียบุกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673913

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 11:55 น.สหรัฐ-ยุโรปจับมือเป็นหนึ่งเดียวพร้อมโต้ถ้ารัสเซียบุกยูเครนกองทัพสหรัฐและกองกำลังพันธมิตรนาโต้เตรียมพร้อมแสตนด์บายหลังสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนทวีความตึงเครียด

1.จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า กองทัพสหรัฐสั่งทหารราว 8,500 นายแสตนด์บาย เตรียมพร้อมประจำการในยุโรปตะวันออกสมทบกับกองกำลังตอบโต้เร็วของนาโต (NRF) ซึ่งอาจจะเคลื่อนพลในเร็วๆ นี้หากรัสเซียบุกยูเครน “เรายังไม่ส่งทหารไปประจำการตอนนี้และยังเชื่อว่ายังมีช่องว่างและเวลาสำหรับการทูต”

2.ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศความเป็น “เอกภาพ” ในกลุ่มมหาอำนาจตะวันตกหลังประชุมหารือผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์กับผู้นำหลายประเทศในยุโรป รวมถึงนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี โอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต

3.นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน เผยว่า บรรดาผู้นำเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของความสามัคคีระหว่างประเทศเมื่อเผชิญกับความเป็นปรปักษ์ของรัสเซียที่เพิ่มขึ้น และหากรัสเซียยังเดินหน้ารุกรานยูเครน บรรดาผู้นำเห็นพ้องว่าพันธมิตรต้องตอบโต้อย่างรวดเร็วรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนผู้นำเยอรมนีกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัสเซียที่จะลดระดับความตึงเครียดที่มองเห็นได้ชัดเจน และเยนส์ สโตลเทนเบิร์กเตือนถึง “ความเสียหายมหาศาล” หากรัสเซียรุกรานยูเครนมากกว่านี้

4.รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่า เจ้าหน้าที่ของรัสเซียและยูเครนจะหารือกันร่วมกับเจ้าหน้าที่จากเยอรมนีและฝรั่งเศสที่กรุงปารีสในวันพุธนี้เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตครั้งนี้ และประธานาธิบดีมาครงจะหารือกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเร็วๆ นี้

5.โจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรปเผยหลังพูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน ว่า สหภาพยังไม่มีแผนอพยพนักการทูตออกจากยูเครนตามสหรัฐและสหราชอาณาจักร เนื่องจากมองว่ายังไม่พบสัญญาณบ่งชี้ว่ารัสเซียจะบุกยูเครนในเร็วๆ นี้ “คุณต้องใจเย็นๆ ในการทำสิ่งที่คุณต้องทำ และหลีกเลี่ยงอาการวิตกกังวลจนเกินไป”

6.เครมลินกล่าวหานาโตว่าเป็นโรคจิตประสาทประเภทหวาดผวา (hysteria) และยังอ้างว่ากองทัพของยูเครนที่สู้รบกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังอยู่ทางตะวันออกของประเทศอาจนำมาซึ่งการตอบโต้กลับ ส่งผลให้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ ซาเลนสกี ของยูเครนโต้ว่า ยูเครนจะไม่ทนต่อการยั่วยุ

Photo by Anatolii STEPANOV / AFP

นักวิเคราะห์เตือนวิกฤตยูเครนท้าทายตลาดหุ้น-น้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673911

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 11:30 น.นักวิเคราะห์เตือนวิกฤตยูเครนท้าทายตลาดหุ้น-น้ำมันจับตาตลาดหุ้น-น้ำมัน-ทองคำ ท่ามกลางความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน

นักลงทุนยังคงมีความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากที่สหรัฐและอังกฤษสั่งให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่ทางการทูตรีบอพยพออกจากยูเครน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียที่แข็งกร้าวในภูมิภาคนี้

ขณะที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เสริมกองกำลังทหารทังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ส่วนรัสเซียได้ระดมกำลังทหารนับ 100,000 นายบริเวณชายแดนยูเครน

ความตึงเตรียดดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (25 ม.ค.) โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 27,466.82 จุด ลดลง 121.55 จุด (-0.44%), ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,251.52 จุด ลดลง 404.94 จุด (-1.64%), ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,509.28 จุด ลดลง 14.83 จุด (-0.42%)

Okasan Online Securities กล่าวว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐ และสถานการณ์ในยูเครนส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นในช่วงต้น

ด้านเจเรมี ซีเกล ศาสตราจารย์จากโรงเรียนวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเตือนว่านักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในไตรมาสนี้ โดยระบุว่าอาจเกิดช่วงขาลงไปอีก 2 ถึง 3 เดือน

อย่างไรก็ตามนักยุทธศาสตร์ของ Oppenheimer ซึ่งนำโดยจอห์น สโตลซ์ฟุส กล่าวว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจมาเร็วกว่าที่คาด

ด้านดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันที่ 24 ธ.ค. เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรในช่วงท้ายตลาด

หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงกว่า 1,000 จุดในระหว่างวัน อันเป็นผลมาจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดร่วง 2.15% และสัญญาน้ำมันดิบ BRENT ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดร่วง 1.84%

เฮลิมา ครอฟต์ นักวิเคราะห์ตลาดทุน RBC กล่าวกับ Bloomberg ว่าการที่รัสเซียรุกรานยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างกว้างขวาง รวมถึงน้ำมันและก๊าซ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ามีมากกว่า 50%

สำหรับราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 9.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,841.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยฃได้แรงหนุนจากนักลงทุนที่เข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673848

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 18:11 น.อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน ความตึงเครียดระหว่างยูเคน รัสเซีย และชาติตะวันตกมาถึงจุดพีคอีกครั้ง สรุปสถานการณ์ที่ดุเดือดขึ้นทุกที

1. นาโตกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ากำลังเตรียมกองกำลังเตรียมพร้อมและเสริมกำลังยุโรปตะวันออกด้วยเรือรบและเครื่องบินขับไล่จำนวนมากขึ้น เพื่อตอบโต้การเสริมกำลังทางทหารของรัสเซียที่ชายแดนยูเครน โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้เพิ่มสัญญาณว่าฝ่ายตะวันตกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียต่อยูเครน โดย เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผมยินดีต้อนรับพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนกองกำลังเพิ่มเติมแก่นาโต” และว่า “นาโต้จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดต่อไปเพื่อปกป้องและปกป้องพันธมิตรทั้งหมด รวมถึงการเสริมกำลังทางตะวันออกของพันธมิตรด้วย”

2. นักการทูตของนาโตเผยว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะย้ายกองกำลังบางส่วนที่ประจำการอยู่ในยุโรปตะวันตกไปยังยุโรปตะวันออกในสัปดาห์หน้า 

3. ลัตเวียเรียกร้องให้มีกองกำลังนาโตเพิ่มในแนวด้านตะวันออกของยุโรป เอ็ดการ์ส รินเควิคส์ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า “เรากำลังมาถึงจุดที่การก่อตัวทางทหารของรัสเซียและเบลารุสอย่างต่อเนื่องในยุโรปจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยมาตรการตอบโต้ของนาโตที่เหมาะสม” และเขากล่าวเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มการปรากฏตัวของกองกำลังพันธมิตรในแนวด้านตะวันออกของพันธมิตร ทั้งเพื่อเป็นมาตรการป้องกันและป้องปราม”

4. โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐและนาโตกำลังเพิ่มความตึงเครียดผ่านการผยแพร่ “ข้อมูลที่น่าตื่นกลัวกว่าเหตุ” และ “การกระทำที่เป็นรูปธรรม” และเสริมว่าความเสี่ยงที่กองทหารยูเครนจะโจมตีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียนั้น “สูงมาก” 

5. อันเดร คาร์ตาโปลอฟ ส.ส.รัสเซียและ หัวหน้าคณะกรรมการป้องกันประเทศของรัฐสภารัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะ “ตอบสนองอย่างเหมาะสม” หากสหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่มในยุโรปตะวันออกและประเทศแถบบอลติก หลังจากที่นิวยอร์กไทม์สรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารหลายพันนายไปหนุนพันธมิตรนาโตในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมอสโกกับตะวันตกเกี่ยวกับยูเครน

6. กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่ากำลังอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนและญาติของพวกเขาออกจากสถานทูตในยูเครนเพื่อตอบสนองต่อ “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย” โดยสถานทูตจะยังคงเปิดสำหรับ “งานสำคัญ” หลังจากที่สหรัฐฯ สั่งให้ครอบครัวของบุคลากรชาวอเมริกันทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจในกรุงเคียฟ ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

7. ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ออกจากประเทศ “เนื่องจากการคุกคามอย่างต่อเนื่อง” ของการรุกรานของรัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่จำเป็นออกจากยูเครน “โดยสมัครใจ” และเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐฯ ในประเทศยุโรปตะวันออก “พิจารณาออกเดินทางตอนนี้” โดยกล่าวว่าจะไม่อยู่ในฐานะที่จะอพยพพวกเขาหลังจากรัสเซียบุกโจมตี

8. ยูเครนระบุว่า การอพยพเจ้าหน้าที่ครอบครัวในสถานทูตสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่ “ก่อนเวลาอันควร” โดยโอเล็ก นิโคเลนโก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุในถ้อยแถลงว่า “เราพิจารณาขั้นตอนดังกล่าวของฝ่ายอเมริกันว่าเป็นสิ่งที่ก่อนเวลาอันควร และการแสดงความระมัดระวังมากเกินไป” เขาเสริมว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง” เมื่อเร็วๆ นี้ในสถานการณ์ด้านความมั่นคงในยูเครนตะวันออก

9. อนาเลนา บาเยอร์บ็อค รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันกล่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่าเยอรมนีพร้อมที่จะช่วยเหลือยูเครนในด้านการเงินและเศรษฐกิจ หลังจากที่เยอรมนรีถูกวิจาร์ว่ามีท่าทีกำกวมต่อสถานการณ์ในยุเครนและยังวีโต้การขายอาวุธให้ยูเครน บาเยอร์บ็อค ย้ำว่า “เราอยู่เคียงข้างยูเครนอย่างใกล้ชิด ในเรื่องการสนับสนุนทางการเงินและการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ”

10. ปีเตอร์ ซิจจาร์โต รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการีเตือนถึงภัยคุกคามจากสงครามเย็นครั้งใหม่ โดยกล่าวว่า “เราไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ ยุคสงครามเย็นมีผลกระทบที่น่าเศร้าในยุโรปตะวันออกตอนกลาง เราเสียเวลาไปหลายทศวรรษ” พร้อมเสริมว่าฮังการีสนับสนุนความพยายามทางการทูตและเจรจาทุกอย่างเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ความตึงเครียดระหว่างตะวันออก-ตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่รัสเซียระดมกำลังทหารใกล้ชายแดนยูเครน

11. สหภาพยุโรปกำลังร่างแพคเกจความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 1.2 พันล้านยูโรสำหรับยูเครน โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน หัวหน้าสหภาพยุโรป กล่าวว่า “แพ็คเกจนี้จะช่วยให้ยูเครนสามารถจัดการกับความต้องการทางการเงินเนื่องจากความขัดแย้ง” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปอนุมัติความช่วยเหลือ “โดยเร็วที่สุด”

Photo – REUTERS/Anna Kudriavtseva/File Photo

สัญญาณสงครามยูเครนฉุด Bitcoin ร่วงต่ำสุดในรอบครึ่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673847

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 18:03 น.สัญญาณสงครามยูเครนฉุด Bitcoin ร่วงต่ำสุดในรอบครึ่งปีหวั่นรัสเซียบุกยูเครน นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลทำตลาดคริปโตร่วงอีก

รอยเตอร์สรายงานว่าราคา Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งร่วงลงกว่า 7.5% ในวันนี้ (24 ม.ค.) และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลจากทั่วโลกว่ารัสเซียจะโจมตียูเครน ทำให้นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีความเสี่ยงสูง

ราคา Bitcoin ขณะนี้อยู่ที่ 33,555 เหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว และร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำได้เมื่อเดือนพ.ย. ถึง 50% โดยขณะนั้น Bitcoin มีราคาอยู่ที่ 69,000 เหรียญสหรัฐ

หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวเมื่อวานนี้ (23 ม.ค.) ว่าได้สั่งให้สมาชิกครอบครัวนักการทูตอพยพออกจากยูเครน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่อเมริกันกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียที่แข็งกร้าวในภูมิภาคนี้

ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ร่วงลงไปด้วยเช่นกัน โดย Ether สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองร่วงลงกว่า 12% มาอยู่ที่ 2,231 เหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.

ในระยะหลังมานี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงลงอย่างต่อเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการไม่ว่าจะเป็นการที่ธนาคารกลางรัสเซียเสนอให้แบนสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ความกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งในยูเครนยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ และน้ำมัน

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

อนาคตผู้นำประเทศหวิดเสียอนาคต เพราะปากภรรยาพาจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673845

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 17:45 น.อนาคตผู้นำประเทศหวิดเสียอนาคต เพราะปากภรรยาพาจนผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำเกาหลีใต้ต้องเดือดร้อนอีกครั้งเพราะคำพูดของเมียตัวเอง

พรรคพลังประชาชน (People Power Party) พรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้กำลังเจอปัญหาหลังจากที่นางคิม กอน-ฮี (Kim Keon-hee) ภรรยาของนายยุน ซอก-ยูล (Yoon Seok-youl) ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตัวเต็ง ขู่ว่าจะจำคุกนักข่าวทุกคนที่วิพากษ์วิจารณ์สามีของเธอ ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อทางพรรคเป็นอย่างมาก

“ถ้าฉันไปถึงทำเนียบประธานาธิบดี ฉันจะจับพวกเขาทั้งหมดเข้าคุก” นางคิมกล่าวโดยบอกว่าบรรดาสื่อที่วิจารณ์อาจถูกดำเนินคดีภายใต้การบริหารของสามีของเธอที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่คำพูดของนางคิมทำให้สามีต้องเดือดร้อน โดยครั้งแรกเพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง

หลังจากที่นางคิมให้สัมภาษณ์ปกป้องนายอัน ฮี-จอง (Ahn Hee-jung) อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ถูกเลขาสาวออกมาเปิดโปงว่าเขาข่มขืนเธอหลายครั้ง จนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง โดยนางคิมกล่าวว่าเธอและสามีอยู่เคียงข้างนายอัน

อีกทั้งยังแสดงความคิดเห็นต่อกระแส #MeToo แคมเปญรณรงค์ยุติการล่วงละเมิดทางเพศว่าการเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะเหยื่อไม่ได้รับเงิน

“MeToo เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่จ่ายเงินพวกเขา” นางคิมกล่าวซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก และยังเดือดร้อนไปถึงนายยุนซึ่งกำลังเป็นตัวเต็งในการชิงเก้าอี้ประธานธิบดีเกาหลีใต้คนต่อไป

ขณะที่ผู้จัดการรณรงค์หาเสียงของนายยุนกล่าวว่ากำลัง “พยายามหาวิธีที่ดีที่สุด” หลังจากที่คำพูดของนางคิมซึ่งอาจเป็นว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่งสร้างความไม่พอใจต่อสาธารณชนเป็นอย่างมาก

ศาลกลางกรุงโซลระบุว่า “ความคิดเห็นของผู้หญิงซึ่งอาจกลายเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศสะท้อนทัศคติของเธอ จึงอยู่ภายใต้ความสนใจของประชาชนและการตรวจสอบ”

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily ยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งมองว่าคำพูดของนางคิมจะส่งผลทางลบต่อการเป็นประธานาธิบดีของสามี

Photo by Anthony WALLACE / AFP