กินเหล้ากันมาเกือบหมื่นปี จีนพบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670945

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 12:11 น.กินเหล้ากันมาเกือบหมื่นปี จีนพบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปีมนุษย์เมามายกับสุราเมรัยกันมานานแล้ว จากการค้นพบของนักโบราณคดีจีนที่พบซากกาก ‘เหล้า’ อายุ 8,000 ปี

เจิ้งโจว, 18 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (17 ธ.ค.) คณะนักโบราณคดีจีนเปิดเผยการค้นพบหลักฐานอันเก่าแก่ที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าชาวจีนรู้จักใช้เชื้อราข้าวแดง (monascus) ผลิตเหล้า ในหม้อดินเผาอายุ 8,000 ปี ที่ขุดพบในมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของประเทศ

หลี่หย่งเฉียง ผู้ช่วยนักวิจัยของสถาบันโบราณคดี สังกัดสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน ระบุว่ามีการตรวจพบเส้นใยของเชื้อราข้าวแดงปริมาณมาก และเม็ดแป้งจากข้าวหมัก ในซากกากจากหม้อดินเผาสองใบที่พบในแหล่งวัฒนธรรมเผยหลี่กั่ง

การค้นพบครั้งนี้บ่งบอกว่าหม้อดินเผาทั้งสองใบเคยถูกใช้ต้มเหล้าและกักเก็บเหล้า

อนึ่ง เผยหลี่กั่งเป็นหนึ่งในซากหมู่บ้านเก่าแก่ที่สุดในจีน มีอายุราว 8,000 ปี ถือเป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาต้นกำเนิดและพัฒนาการของการเกษตร การทำหม้อดินเผา อุตสาหกรรมทอผ้า รวมถึงเทคนิคการผลิตเหล้าในยุคโบราณกาล

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Pfizer ชี้ระบาดอาจลากยาวถึงปี พ.ศ. 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670943

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.Pfizer ชี้ระบาดอาจลากยาวถึงปี พ.ศ. 2567 ในขณะข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนในเด็กจะต้องรอไปก่อน ท่ามกลางการระบาดของ Omicron ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน Pfizer Inc คาดการณ์ว่าการระบาดของโควิด-19 จะไม่จบลงจนกว่าจะถึงปี 2024 (พ.ศ. 2567) และกล่าวว่าวัคซีนในขนาดที่ต่ำกว่าสำหรับเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบสร้างภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ อาจทำให้การอนุญาตล่าช้า

มิคาเอล ดอลสเตน ( Mikael Dolsten) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Pfizer กล่าวในการนำเสนอต่อนักลงทุนว่า บริษัทคาดว่าบางภูมิภาคจะยังคงพบผู้ป่วยโควิด-19 ในระดับระบาดใหญ่ในปีหน้าหรือสองปีหน้า ประเทศอื่นๆ จะเปลี่ยนไปเป็น “โรคเฉพาะถิ่น” ด้วยจำนวนเคสโหลดที่จัดการได้ต่ำในช่วงเวลาเดียวกันนั้น

บริษัทคาดการณ์ว่าภายในปี 2024 (พ.ศ. 2567)โรคนี้จะกลายเป็น “โรคเฉพาะถิ่น” (endemic) ไปทั่วโลก

“เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใดและอย่างไรขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการของโรค ขึ้นอยู่กับสังคมใช้วัคซีนและการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และการกระจายอย่างเท่าเทียมกันไปยังสถานที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ” ดอลสเตกล่าว “การเกิดขึ้นของสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลต่อการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง”

Pfizer พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับ BioNTech SE ของเยอรมนี และปัจจุบันคาดว่าจะสร้างรายได้ 31,000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า มีแผนจะผลิตอีก 4,000 ล้านช็อตในปีหน้า

Pfizer ยังมียาต้านไวรัสชนิดทดลองที่เรียกว่า Paxlovid ซึ่งช่วยลดการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงได้เกือบ 90% ในการทดลองทางคลินิก โดยมีนักวิเคราะห์สามคนประเมินยอดขาย 15,000 ล้านดอลลาร์ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้าตามข้อมูลของ IBES จาก Refinitiv

การคาดการณ์ของ Pfizer เกิดขึ้นหลังจากการเกิดขึ้น Omicron เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีการกลายพันธุ์มากกว่า 50 ครั้งเมื่อเทียบกับไวรัสเวอร์ชันดั้งเดิม ซึ่งได้ลดประสิทธิภาพของวัคซีนสองโดสในการป้องกันการติดเชื้อ และกระตุ้นให้เกิดความกลัวว่าจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

ก่อนหน้าที่จะมี Omicron แพทย์ด้านโรคชั้นนำของสหรัฐอเมริกา Anthony Fauci คาดการณ์ว่าการระบาดใหญ่จะสิ้นสุดในปี 2022 (พ.ศ. 2565) ในสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ วัคซีน Pfizer ได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ที่อายุ 5 ปีขึ้นไป แต่ Pfizer กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าการศึกษาในเด็กอายุระหว่าง 2 ถึง 4 ปีที่ได้รับวัคซีนขนาด 3 ไมโครกรัม 2 ครั้งพบว่าไม่ได้สร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบเดียวกันกับที่ฉีดวัคซีนในปริมาณที่มากขึ้นในเด็กโต

ส่วนปริมาณ 3 ไมโครกรัมสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่คล้ายคลึงกันในเด็กอายุ 6 ถึง 24 เดือน

บริษัทกล่าวว่าขณะนี้จะทดสอบสูตรสามขนาดในทั้งสองกลุ่มอายุ เช่นเดียวกับในเด็กโต ก่อนหน้านี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีข้อมูลเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบในปีนี้ แต่กล่าวว่าไม่ได้คาดหวังว่าความล่าช้าดังกล่าวจะเปลี่ยนแผนการยื่นขออนุมัติการใช้ในกรณีฉุกเฉินอย่างมีความหมายในไตรมาสที่สองของปี 2565

ผู้บริหารของ Pfizer กล่าวว่า Pfizer และ BioNTech ยังได้พัฒนาวัคซีนในเวอร์ชันที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อ Omicron ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีความจำเป็นหรือไม่ก็ตาม พวกเขาคาดว่าจะเริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนที่ได้รับการปรับปรุงในเดือนมกราคมนี้

หากจำเป็นต้องมีวัคซีนช็อตเฉพาะ Omicron อาจช่วยเพิ่มยอดขายในปี 2565

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ Omicron ที่แพร่ได้สูงได้รับการตรวจพบในกว่า 77 ประเทศและแพร่กระจายไปยังประมาณหนึ่งในสามของรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

วัคซีนมีประสิทธิภาพประมาณ 95% ในการทดลองทางคลินิกสำหรับผู้ใหญ่ แต่ Pfizer กล่าวว่าภูมิคุ้มกันจะลดลงหลายเดือนหลังจากให้เข็มที่สอง ข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าอาจจำเป็นต้องฉีดสามครั้งเพื่อป้อง Omicron

ล็อคดาวน์หนี Omicron ยุโรป-สหรัฐเอาไม่อยู่แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670936

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 09:53 น.ล็อคดาวน์หนี Omicron ยุโรป-สหรัฐเอาไม่อยู่แล้วสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ไว้วางใจไม่ได้เสียแล้ว เมื่อสบางหน่วยงานของสหรัฐสั่งล็อคตัวเองและบางประเทศในยุโรปล็อคดาวน์เพราะ Omicron

สรุปสถานการณ์การระบาดล่าสุดทั้งจากเชื้อสายพันธุ์เดลตาและโอมไครอน/โอมิครอน ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองเชื้อจะผนึกกำลังกันสร้างความปั่นป่วนในยุโรปและสหรัฐอย่างหนัก ในยุโรปนั้นชัดเจนแล้วว่าต้องล็อคดาวน์เพราะควบคุมการระบาดของ Omicron และมีแนวโน้มที่ระบบสาธารณวุขจะรับไม่ไหว

1. นายกเทศมนตรีลอนดอน ซาดิก ข่าน (Sadiq Khan) ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าเมืองหลวงของอังกฤกำลังเผชิญกับ “เหตุการณ์สำคัญ” (major incident) เนื่องจากการแพร่กระจายของ Omicron

2. “เหตุการณ์สำคัญ” มีความว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบร้ายแรงหลายอย่าง ซึ่งต้องมีการจัดการพิเศษเพื่อดำเนินการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อลดการหยุดชะงักของบริการในเมือง

3. ก่อนหน้านี้ ข่านได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 8 มกราคม ระหว่างคลื่นลูกก่อนหน้าของไวรัส แต่ยกเลิกคำสั่งในอีกหนึ่งเดือนต่อมาเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยลดลง

4. “การเพิ่มขึ้นของกรณีของช Omicron ทั่วเมืองหลวงของเราเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก ดังนั้นเราจึงประกาศเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งเนื่องจากภัยคุกคามของ Covid-19 ต่อเมืองของเรา” ข่านกล่าว

5. มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่มากกว่า 65,000 รายที่ได้รับการยืนยันในลอนดอนในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และมีรายงานผู้ป่วย 26,418 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มแพร่ระบาด

6. มาร์ค รุทเทอ (Mark Rutte) นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าเนเธอร์แลนด์จะเข้าสู่การ “ล็อคดาวน์” ในช่วงคริสต์มาสเพื่อพยายามหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Omicron

7. ร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ และโรงละคร สถานที่ที่ไม่จำเป็นทั้งหมดต้องปิดตั้งแต่วันอาทิตย์จนถึง 14 มกราคม ในขณะที่โรงเรียนต้องปิดจนถึงอย่างน้อย 9 มกราคม จำนวนแขกที่อนุญาตให้คนในบ้านก็ถูกตัดจาก 4 คนเป็น 2 คน ยกเว้นวันคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคม

8. รุทเทอกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะคลื่นลูกที่ 5 และด้วย Omicron ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าที่เราเคยกลัวกัน ตอนนี้เราต้องเข้าไปแทรกแซงเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน”

9. ยาป ฟาน ดิสเซิล (Jaap van Dissel) หัวหน้าทีมจัดการการระบาดของเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าสายพันธุ์ Omicron จะแซงหน้าเดลต้าในไม่ช้า เขาบอกว่า “ระหว่างคริสต์มาสและช่วงเปลี่ยนปี Omicron จะกลายเป็นตัวนำ”

10. ในส่วนของสหรัฐ สถานการณ์ย่ำแย่เช่นกันจากการระบาดที่พุ่งสูงในตอนนี้ มีรายงานจาก WSJ สำนักข่าว CNN ต้องสั่งปิดออฟฟิศต่างๆ เพื่อรับมือกับยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มเร็วมาก

11. Bloomberg รายงานว่าโชว์ดังๆ อย่าง “Christmas Spectacular” และ “Hamilton” ซึ่งเป็นงานแสดงที่ใหญ่ที่สุดสองรายการของนิวยอร์กซิตี้ต้องถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาด ส่วนเกมอเมริกันฟุตบอล NFL และฮ็อกกี้น้ำแข็ง NHL บางเกมจะถูกเลื่อนออกไป

12. ส่วน NYT รายงานว่า “Saturday Night Live” โชว์ดังทางทีวีประกาศก่อนเวลาฉายไม่กี่ชั่วโมงว่าจะไม่มีผู้ชมสดในคืนวันเสาร์ “ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง” ท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยในนิวยอร์กที่พุ่งสูงขึ้นเชื่อมโยงกับโอไมครอน

13. Bloomberg รายงาน ตอนนี้ รัฐนิวยอร์กกำลังประสบกับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนต้องปิดโรงเรียน สั่งทำงานจากที่บ้าน และการหยุดชะงักของธุรกิจ โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,027 รายเมื่อวันศุกร์ แซงหน้าสถิติเดิมที่ 19,942 รายในเดือนมกราคม จากผู้ป่วยประมาณ 263,500 คนที่ได้รับการทดสอบ 7.98% มีผลบวก

Photo by Leon Neal / various sources / AFP

จีนพบซากเมืองเก่าหลายพันปีมีโบราณวัตถุซุกอยู่เพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670921

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.จีนพบซากเมืองเก่าหลายพันปีมีโบราณวัตถุซุกอยู่เพียบมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ค้นพบซากเมืองโบราณยุคราชวงศ์ซาง (1600-1046 ปีก่อนคริสต์ศักราช) พร้อมหลุมศพหลายสิบหลุมและโบราณวัตถุจำนวนมาก

ซากเมืองโบราณดังกล่าวตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเถาเจียอิ๋งของเมืองอันหยาง มีขนาดพื้นที่วัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกได้ 560 เมตร และทิศเหนือถึงทิศใต้ได้ 330 เมตร

ข่งเต๋อหมิง ผู้อำนวยการสถาบันวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีอันหยาง เผยว่าการกระจายตัวของพื้นที่และวัตถุที่ขุดพบบ่งบอกว่าซากเมืองแห่งนี้มีความสำคัญในยุคราชวงศ์ซางตอนกลาง

ปัจจุบันคณะนักโบราณคดีขุดพบหลุมศพ 27 หลุม และโบราณวัตถุ 172 ชิ้น ซึ่งเป็นเครื่องสัมฤทธิ์ อาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหยก และกระดูก รวมถึงขุดพบพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและทำการผลิต อาทิ เตาเผา บ่อน้ำ และบ่อดิน

นอกจากนั้นคณะนักโบราณคดียังค้นพบคูน้ำวงแหวนที่มีความกว้างวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกได้ราว 300 เมตร และความยาววัดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ได้ราว 330 เมตร บริเวณฝั่งตะวันออกของซากเมืองแห่งนี้ ซึ่งแสดงลักษณะของการป้องกันเมือง

การจัดแบ่งพื้นที่ตามการใช้งานอันชัดเจนบ่งบอกการมีมาตรฐานสูงของเมืองแห่งนี้ในอดีตกาล โดยข่งเสริมว่าการค้นพบครั้งนี้มีคุณค่าต่อการศึกษาวัฒนธรรมยุคราชวงศ์ซางอย่างมหาศาล ซึ่งคณะนักโบราณคดีจะเดินหน้าการขุดสำรวจต่อไป

โควิดไม่กระจอก! Omicron รุนแรงไม่น้อยกว่าเดลตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670920

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 16:00 น.โควิดไม่กระจอก! Omicron รุนแรงไม่น้อยกว่าเดลตาวิจัยอังกฤษชี้โอมิครอนเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อซ้ำมากกว่าเดลตา 5 เท่า อาการไม่ได้เบากว่าเดลตา

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผลการวิจัยโดยมหาวิทยาลัย Imperial College London พบว่า ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซ้ำจากสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) มีสูงกว่าสายพันธุ์เดลตา 5.4 เท่า และความรุนแรงของสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้น้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

ผลการวิจัยตั้งอยู่บนข้อมูลของสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) และระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของผู้ที่มีผลตรวจ PCR เป็นบวกในอังกฤษระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-11 ธ.ค.

งานวิจัยระบุว่า “เราไม่พบหลักฐาน (ทั้งความเสี่ยงที่จะต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและสถานะของอาการ) ว่า โอมิครอนมีความรุนแรงต่างจากเดลตา” ทว่าข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารักษาในโรงพยาบาลยังค่อนข้างจำกัด

และยังพบอีกว่า การปกป้องที่ได้จากการติดเชื้อครั้งก่อนหน้าต่อการติดเชื้อซ้ำด้วยสายพันธุ์โอมิครอนอาจมีเพียง 19% เท่านั้น

ทีมวิจัยพบว่า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มสองมาแล้วตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป และหลังได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อแบบแสดงอาการจากโอมิครอนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา

งานวิจัยชิ้นนี้ทำในผู้ที่ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Pfizer

เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพของวัคซีน (VE) ต่อการติดเชื้อแบบแสดงอาการจากสายพันธุ์เดลตา แปลความหมายได้ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ระหว่าง 0-20% หลังจากฉีดวัคซีน 2 โดส และ 55-80% หลังจากฉีดเข็มกระตุ้น

“งานวิจัยชิ้นนี้ให้หลักฐานเพิ่มเติมว่าโอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ก่อนทั้งจากการติดเชื้อและจากการฉีดวัคซีน” นีล เฟอร์กูสัน ผู้วิจัยอาวุโสเผยในแถลงการณ์ของ Imperial College London “การหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันในระดับนี้หมายความว่าโอมิครอนเป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขครั้งยิ่งใหญ่”

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าโอมิครอนรุนแรงไม่น้อยกว่าเดลตา

ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ (peer-reviewed) จากผู้เชี่ยวชาญ

Photo by Paul ELLIS / AFP

ระวังวัคซีนขาดตลาด! เยอรมนีเร่งตุนวัคซีนเพิ่มรับมือ Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670912

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 13:53 น.ระวังวัคซีนขาดตลาด! เยอรมนีเร่งตุนวัคซีนเพิ่มรับมือ Omicronเยอรมนีวัคซีนไม่พอหลังเจอ Omicron ระบาดหนักเล็งตุนเพิ่มอีกล็อตใหญ่

คาร์ล เลาเทอร์บัค รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีเตือนว่า วัคซีนสำรองของเยอรมนีเหลือน้อยและอาจไม่เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการคาดการณ์ว่าสายพันธุ์โอมิครอนจะอยู่ในช่วงขาขึ้น

เลาเทอร์บัคเผยอีกว่า ขณะนี้เยอรมนีกำลังปันส่วนวัคซีน Pfizer-BioNTech ไปยังศูนย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศจำนวน 1.2 ล้านโดสในสัปดาห์หน้า 800,000 โดสในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ และอีก 1.2 ล้านโดสในสัปดาห์หลังจากนั้น

“แต่ยังน้อยกว่าจำนวนที่แพทย์ร้องขอมาในแต่ละสัปดาห์” เลาเทอร์บัคเผย และระบุว่า การขาดแคลนเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เลวร้ายลงอย่างกะทันหัน ไม่เกี่ยวกับการที่รัฐบาลชุดก่อนจัดหาไว้ไม่เพียงพอ

เลาเทอร์บัคซึ่งเป็นนักระบาดวิทยาด้วยเผยอีกว่า เยอรมนีเตรียมจะซื้อวัคซีนฉุกเฉินที่ไม่ได้ใช้ในประเทศยุโรปตะวันออก รวมทั้งบัลแกเรีย โรมาเนีย และโปแลนด์ เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปตะวันออกมีวัคซีนที่กำลังจะหมดอายุเพราะประชาชนลังเลที่จะฉีดวัคซีน

เลาเทอร์บัคยังยืนยันรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีแผนจะใช้งบประมาณ 2,200 ล้านยูโรซื้อวัคซีนของ BioNTech 80 ล้านโดสผ่านช่องทางจัดซื้อวัคซีนอย่างเป็นทางการของสหภาพยุโรป (EU) และซื้อโดยตรงอีก 12 ล้านโดส

นอกจากนี้ บริษัท Moderna ยังตกลงจะส่งมอบวัคซีนอีก 35 ล้านโดสให้เยอรมนีก่อนกำหนด

ทั้งนี้ ชาวเยอรมนีราว 70% ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็มแล้ว และเกือบ 28% ได้รับเข็ม 3 แล้ว

REUTERS/Kai Pfaffenbach

หนุ่มมะกันถูกไล่ลงจากเครื่องบินเพราะดื้อจะสวมกางเกงในแทนแมสก์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670907

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 12:00 น.หนุ่มมะกันถูกไล่ลงจากเครื่องบินเพราะดื้อจะสวมกางเกงในแทนแมสก์หนุ่มอเมริกันยืนยันจะสวมกางเกงในจีสตริงแทนหน้ากากอนามัยบนเครื่องบินเลยถูกไล่ลงก่อนเทกออฟ

อดัม เจนน์ หนุ่มอเมริกันวัย 38 ปีถูกเชิญลงจากเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ ก่อนเครื่องจะเทกออฟมุ่งหน้าจากเมืองฟอร์ทลอเดอร์เดลในรัฐฟลอริดาไปยังวอชิงตัน เนื่องจากเขายืนยันจะสวมกางเกงในจีสตริงของผู้หญิงแทนหน้ากากอนามัย

ในคลิปวิดีโอที่ผู้โดยสารรายหนึ่งถ่ายไว้เผยให้เห็นว่าเจนน์สวมจีสตริงสีแดงคลุมปากและจมูก ก่อนจะมีเสียงลูกเรือพูดว่า “คุณต้องลงจากเครื่อง เราไม่อนุญาตให้คุณเดินทาง” จากนั้นเจนน์ถามว่า “ทำไม” ลูกเรือตอบกลับว่า “คุณไม่ปฏิบัติตามระเบียบการสวมหน้ากากอนามัย”

เจนน์เผยว่าเขาสวมกางเกงในแทนเนื่องจากต้องการแสดงให้เห็นถึงข้อกำหนดไร้สาระที่บังคับให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่บนเครื่องบิน แต่กลับอนุญาตให้ผู้โดยสารถอดหน้ากากอนามัยได้เมื่อต้องการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม

นอกจากหนุ่มรายนี้แล้ว ภายหลังยังมีผู้โดยสารรายอื่นอีกหลายคนที่ตัดสินใจลงจากเครื่องไปด้วยเพื่อสนับสนุนการกระทำของเจนน์

ภายหลังเจนน์ถูกห้ามขึ้นเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ และก่อนหน้านี้เคยถูกเชิญลงจากเครื่องบินของสายการบินเดลตา แอร์ไลนส์จากการกระทำแบบเดียวกันนี้

หมอฟาวซีเผยอาจเปลี่ยนนิยาม ‘ฉีดวัคซีนครบโดส’ เป็น 3 เข็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670905

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 10:51 น.หมอฟาวซีเผยอาจเปลี่ยนนิยาม ‘ฉีดวัคซีนครบโดส’ เป็น 3 เข็มหมอใหญ่สหรัฐเผยกำลังพิจารณาเปลี่ยนนิยามฉีดวัคซีนครบโดสจาก 2 เป็น 3 เข็ม

แอนโธนี ฟาวซี ที่ปรึกษาการรับมือ Covid-19 ของทำเนียบขาวเผยในรายการ Squawk Box ของสำนักข่าว CNBC ว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนนิยามการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบโดสของวัคซีน Pfizer-BioNTech และ Moderna จาก 2 เข็มเป็น 3 เข็ม

ฟาวซีกล่าวอีกว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนคำนิยามให้รวมการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับวัคซีน 2 โดส

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวัคซีนที่ดีที่สุดต้องใช้ 3 เข็ม ไม่ว่า CDC จะเปลี่ยนหรือไม่ มันกำลังถูกพิจารณาและเปิดให้มีการถกเถียง”

ฟาวซีเผยว่า สำหรับวัคซีนเข็มเดียวอย่าง Johnson & Johnson จำเป็นต้องวัคซีนเข็มกระตุ้นของ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna จึงจะถือว่าได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ฟาวซีกล่าวต่อว่า ช่วงเวลาสำหรับการเปลี่ยนคำนิยามใหม่ยังไม่ชัดเจน แต่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นเรื่องจำเป็นท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron)

“ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ผมคิดว่าเราต้องไม่ลืมว่าหากคุณต้องการได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ คุณต้องฉีดเข็มกระตุ้น” ฟาวซีกล่าว

ภายใต้คำนิยามของ CDC ในขณะนี้ถือว่าฉีดวัคซีนครบโดสหลังจากฉีดวัคซีนเข็ม 2 ของ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna แล้ว 2 สัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนของ Johnson & Johnson

REUTERS/Kevin Lamarque/File Photo

พบ Moderna เสี่ยงหัวใจอักเสบมากกว่า Pfizer แต่ยังถือว่าเสี่ยงต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670886

วันที่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 19:00 น.พบ Moderna เสี่ยงหัวใจอักเสบมากกว่า Pfizer แต่ยังถือว่าเสี่ยงต่ำเดนมาร์กพบ Moderna มีโอกาสทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมากกว่า Pfizer ประมาณ 3 ถึง 4 เท่า แต่ยังคงถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก และส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง

วันนี้ (17 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานผลการศึกษาของเดนมาร์กที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พบว่าวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna มีโอกาสทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมากกว่า Pfizer ประมาณ 3 ถึง 4 เท่า แต่ยังคงถือว่าเป็นผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก

ทีมวิจัยจากสถาบัน Statens Serum ของเดนมาร์กได้ทำการศึกษากับชาวเดนมาร์กเกือบ 85% ของประชากรทั้งหมด 4.9 ล้านคน ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยตรวจสอบความเชื่อมโยงของวัคซีนชนิด mRNA กับการอักเสบของหัวใจ (myocarditis หรือ myopericarditis)

“โดยทั่วไปอัตราการเกิด myocarditis หรือ myopericarditis ของผู้ที่ได้รับวัคซีน mRNA-1273 (Moderna) สูงกว่าประมาณ 3 ถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีน BNT162b2 (Pfizer-BioNTech)” วิจัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงโดยรวมของการเกิดอาการดังกล่าวจากการใช้วัคซีนชนิด mRNA ทั้งสองยี่ห้อยังคงถือว่าอยู่ในระดับต่ำ

นักวิจัยพบว่าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นพียง 1 รายต่อ 71,400 รายสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer-BioNTech ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีน Moderna นั้นอยู่ที่ 1 รายต่อ 23,800 ราย โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

ส่องความสำเร็จ NASA ส่งยานแตะดวงอาทิตย์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670874

วันที่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 17:45 น.ส่องความสำเร็จ NASA ส่งยานแตะดวงอาทิตย์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์NASA ส่งยานแตะดวงอาทิตย์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก้าวสำคัญในการไขความลับของดวงอาทิตย์-อิทธิพลต่อระบบสุริยะ

Parker Solar Probe ยานสำรวจขององค์การอวกาศสหรัฐ (NASA) สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนของดวงอาทิตย์ หรือ Corona ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ที่มียานอวกาศสามารถแตะดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการไขความลับของดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดของเรา และศึกษาอิทธิพลของมันที่มีต่อระบบสุริยะ

โทมัส ซูร์บูเชน รองผู้บริหารกรมภารกิจวิทยาศาสตร์ (Science Mission Directorate) ของ NASA กล่าว่านี่คือช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของวงการวิทยาศาสตร์ และเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เราเข้าใจถึงวิวัฒนาการของดวงทิตย์และผลกระทบที่มีต่อระบบสุริยะของเราเท่านั้น แต่ทุกสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้หลังจากนี้จะช่วยในการทำความเข้าใจดาวดวงอื่นๆ ในจักรวาลเพิ่มเติมด้วย

เนื่องจากการที่มันเข้าใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์มากขึ้น หมายความว่ามันกำลังค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่ยานอวกาศลำอื่นอยู่ไกลเกินกว่าจะมองเห็น

ในระหว่างการทำภารกิจ Parker Solar Probe เดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นผิวดวงอาทิตย์ราว 6.5 ล้านไมล์ ซึ่งสามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์บนดวงอาทิตย์ส่งผลต่อบรรยากาศและลมสุริยะอย่างไร

NASA ชี้ว่าดวงอาทิตย์ไม่มีพื้นผิวแข็ง แต่มีสสารสุริยะที่ร้อนระอุประกอบกันเป็นชั้นบรรยากาศ Corona ที่ห่อหุ้มดวงอาทิตย์ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงและพลังคลื่นแม่เหล็ก

ทั้งนี้ Parker Solar Prob เริ่มเดินทางออกจากโลกในวันที่ 12 ส.ค. 2018 โดยมุ่งที่จะโคจรรอบดวงอาทิตย์ และเดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยานดังกล่าวยังเคยทำสถิติเป็นยานอวกาศที่เร็วที่สุดด้วยความเร็ว 586,864 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยขณะนี้ยังมีคำถามอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการหาคำตอบ อาทิ ลักษณะของดวงอาทิตย์และอิทธิพลของมันในฐานะศูนย์กลางของระบบสุริยะ ทำความเข้าใจปรากฏการณ์พายุสุริยะซึ่งสามารถกระทบต่อโลก และสาเหตุที่ชั้นบรรยากาศ Corona มีอุณภูมิสูงกว่าพื้นผิวของดวงอาทิตย์หลายร้อยเท่า

ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันต่อไป และคาดว่าในอนาคตข้างหน้า Parker Solar Prob จะเดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆ และอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจดาวฤกษ์ดวงนี้ได้มากขึ้นhttps://www.youtube.com/embed/LkaLfbuB_6E

Photo by EUROPEAN SPACE AGENCY / AFP