วัคซีนจะไหวไหม? ผู้เชี่ยวชาญห่วงโควิด B.1.1.529 กลายพันธุ์โหด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669170

วันที่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 11:02 น.วัคซีนจะไหวไหม? ผู้เชี่ยวชาญห่วงโควิด B.1.1.529 กลายพันธุ์โหดB.1.1.529 กลายพันธุ์อย่างก้าวกระโดด หวั่นหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีน

ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังจับตาการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 อย่างใกล้ชิด หลังจากพบการแพร่ระบาดในบอตสวานา ทวีปแอฟริกา ซึ่งพบการกลายพันธุ์มากถึง 50 ตำแหน่ง มากกว่าสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าการกลายพันธุ์มากกว่า 30 ตำแหน่งเกิดขึ้นที่โปรตีนหนาม (spike protein) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไวรัสสามารถเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ ท่ามกลางความกังวลจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ว่าการกลายพันธุ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ไวรัสมีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีน

ศาสตราจารย์ทูลิโด เดอ โอลิเวียรา ผู้อำนวยการศูนย์รับมือโรคระบาดในแอฟริกาใต้กล่าวว่า B.1.1.529 มีการกลายพันธุ์ที่ “ผิกปกติ” และแตกต่างจากโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นการกลายพันธุ์อย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้หารือเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของโควิด-19 เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในทวีปแอฟริกา ซึ่งพบว่ามีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและผลข้างเคียงของวัคซีน

“การวิเคราะห์เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์จำนวนมาก และจะต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม” องค์การอนามัยโลกกล่าว

หากไวรัสดังกล่าวได้รับการจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern) ทางองค์การอนามัยโลกจะมีการตั้งชื่อเป็นตัวอักษรกรีกต่อจากอัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา

โดยขณะนี้มีรายงานผู้ติดโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 แล้วอย่างน้อย 59 รายจากบอตสวานา แอฟริกาใต้ และฮ่องกง

ขณะที่สหราชอาณาจักรได้ระงับเที่ยวบินจาก 6 ประเทศ ได้แก่ บอตสวานา, แอฟริกาใต้, นามิเบีย, ซิมบับเว, เอสวาติ และเลโซโท เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

Photo by Lizabeth MENZIES / Centers for Disease Control and Prevention / AFP

เงินเดือนครูไม่พอยาไส้ ไม่ใช่แค่ในไทยแต่ครูอเมริกันก็รู้สึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669123

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.เงินเดือนครูไม่พอยาไส้ ไม่ใช่แค่ในไทยแต่ครูอเมริกันก็รู้สึก‘ครู’ เรือจ้างที่ถูกมองข้าม เงินเดือนไม่พอใช้แม้ในสหรัฐอเมริกา

หลายคนอาจคุ้นเคยกับกรณีที่คนไทยถกเถียงและตั้งคำถามว่าอาชีพครูนั้นได้รับค่าตอบแทนเหมาะสมแล้วหรือไม่กับภาระงานที่ครูต้องแบกรับ แต่เมื่อไม่นานมานี้ประเด็นเกี่ยวกับเงินเดือนของครูก็ถูกพูดถึงในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง

คลิปวิดีโอของไคล์ โคเฮน วัย 25 ปี จากเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ กลายเป็นไวรัลบน TikTok เมื่อเขาออกมาเปิดเผยเงินเดือนที่เขาได้รับจากการเป็นครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจริงที่น่าเศร้าว่าครูจำนวนมากในสหรัฐได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานหลายปี

“ถ้าเราไม่จัดการกับปัญหานี้ ผลกระทบจะไปตกที่นักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ” ไคล์กล่าวเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับครูคนอื่นๆ ที่ยังคงต้องต่อสู้กับระบบการศึกษา

  • การสำรวจในปีที่แล้วพบว่าครูหลายคนในสหรัฐได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าค่าครองชีพ และในทุกๆ ปีมีครูลาออกจากอาชีพนี้มากถึง 1 ใน 4 ขณะที่ครูประมาณ 20% ต้องหาอาชีพเสริม
  • นอกจากนี้สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐพบว่าอาชีพครูได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าคนที่จบปริญญาตรีในสาขาอื่นๆ ซึ่งมีประสบการณ์ไล่เลี่ยกันประมาณ 20%

https://www.tiktok.com/embed/v2/7021658754726808837?lang=th-TH

ใครว่าดีเพราะมีปิดเทอม?

ไคล์ อัดคลิปวิดีโอเล่าถึงประสบการณ์ปีแรกของการทำงานเป็นครูสอนนักเรียนชั้นป.4 ว่าเขาได้ค่าตอบแทน 31,000 เหรียญสหรัฐ แม้บางคนจะบอกว่าครูทำงานเพียง 8 ถึง 9 เดือนต่อปี แต่ไคล์เผยว่าเขาต้องทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ นั่นหมายความว่าเขาทำงาน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมากกว่านั้นอย่างน้อย 10 ขั่วโมง เพราะเขาต้องประชุม วางแผนการเรียนการสอน ตรวจการบ้าน และมีอีเวนต์อื่นๆ อีกมากมาย คิดคร่าวๆ คือเขาทำงาน 240 ชั่วโมงต่อเดือน หรืออาจจะมากกว่านั้น

ไคล์ อธิบายต่อว่าหากใน 1 ปีเขาทำงาน 9 เดือน นั่นหมายถึงเขาทำงานอย่างน้อย 2,160 ชั่วโมงโดยได้ค่าตอบแทน 31,000 เหรียญสหรัฐ เท่ากับว่ารายได้ของครูชั้นป.4 คือ ชั่วโมงละ 14 เหรียญสหรัฐ ซึ่งมันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ

https://www.tiktok.com/embed/v2/7026483310280854789?lang=th-TH

“ผมรักและภูมิใจในอาชีพนี้ แต่หวังว่าจะมีการพูดคุยกันอย่างจริงจังว่า “ครูที่ทำงานเพียง 8 ถึง 9 เดือนต่อปี” ในความคิดของใครหลายๆ คน ไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมกับปริมาณงานที่พวกเขาทำ” ไคล์กล่าวโดยระบุว่าจุดประสงค์ของการอัดคลิปวิดีโอของเขาเพื่อให้เกิดการพูดคุยกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับเงินเดือนของครู

“ครูและนักเรียนสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่มันคือความจริงที่น่าเศร้าว่าเราอยู่ห่างไกลเหลือเกินในการทำความฝันนั้นให้เป็นจริง” ไคล์กล่าว

  • Indeed เว็บไซต์จัดหางานของสหรัฐระบุว่าปัจจุบันรายได้ของครูในสหรัฐอยู่ที่ระหว่าง 13 ถึง 18 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และสถานที่ทำงาน โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 15 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง

หลังจากที่ไคล์ได้โพสต์คลิปวิดีโอก็มีผู้แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป โดยส่วนหนึ่งเห็นด้วยว่าครูควรได้ค่าตอบแทนมากกว่านี้ เพราะครูส่วนใหญ่ต้องทำงานไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่บางคนมองว่าเงินจำนวน 31,000 เหรียญสหรัฐต่อปีนั้นสมเหตุสมผลแล้ว เพราะเป็นการทำงานปีแรก อีกทั้งครูยังมีวันหยุดช่วงปิดเทอม 3 เดือนต่อปี และวันหยุดพิเศษอื่นๆ

“คนที่คิดว่าครูไม่สมควรได้รับเงินเดือนมากกว่านี้ ลองสอนลูกๆ ตัวเองที่บ้านดูสิ แล้วจะรู้ว่าครูสมควรได้รับเงินเดือนมากกว่าที่เป็นอยู่”, “แล้วทำไมเลือกทำงานที่รู้อยู่แล้วว่าได้เงินน้อย แล้วก็มาบ่นว่าได้เงินน้อยเกินไป”, “หลายคอมเมนต์ทำให้เห็นเลยว่าคนไม่ค่อยให้ค่าอาชีพครู” ส่วนหนึ่งของความคิดเห็นบนวิดีโอของไคล์

ปัญหาเรื้อรังหลายปี

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดกับไคล์ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับครูจำนวนมากในสหรัฐมานานแล้ว โดยในนปี 2018 มีเสียงเรียกร้องจากครูของโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐจำนวนมาก ซึ่งได้นัดหยุดงานและรวมตัวกันเดินขบวนในหลายรัฐ เพื่อประท้วงค่าตอบแทนที่น้อยเกินไป

  • ผลสำรวจจาก Ipsos/USA Today ในปีเดียวกันพบว่าเกือบ 60% ของครูที่ตอบแบบสอบถามมองว่าได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

โฮป บราวน์ ครูสอนประวัติศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่งในสหรัฐ ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คณะครุศาสตร์ สาขาวิชามัธยมศึกษา เผยว่า เธอต้องทำถึง 3 อาชีพเพราะเงินเดือนจากการเป็นครูไม่เพียงพอ

เธอต้องเข้างานที่โรงเรียนตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 โมงเย็น หลังจากสอนหนังสือเสร็จเธอต้องไปทำงานที่สนามกีฬาในเมืองเล็กซิงตัน และยังเปิดบริษัททัวร์กับสามีเพื่อซัพพอร์ตรายได้ 55,000 เหรียญสหรัฐต่อปีจากอาชีพครูของเธอ

“ฉันรักอาชีพครู แต่เราไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงานที่เราทำ” โฮปกล่าว

ที่มา: BuzzFeedTIMEUSA TodayCNBCIndeed

ล้ำค่ามาก! จีนพบ ‘พลั่วจากงาช้าง’ อายุ 99,000 ปี ในซานตง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669103

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 18:02 น.ล้ำค่ามาก! จีนพบ ‘พลั่วจากงาช้าง’ อายุ 99,000 ปี ในซานตงไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะพบวัตถุจากยุคสมัยที่มีอายุเกือบแสนปี ยิ่งเป็นวัตถุที่ทำจากงาช้างด้วยแล้วยิ่งเป็นเรื่องที่แทยจะเหลือเชื่อ

จี่หนาน, 24 พ.ย. (ซินหัว) — คณะนักโบราณคดีจีนได้ขุดพบพลั่วจากงาช้างอายุราว 99,000 ปี ที่แหล่งขุดค้นยุคหินเก่าแห่งหนึ่งในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าพลั่วจากงาช้างดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องมือจากกระดูกสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการค้นพบในจีน

หลี่กัง  นักวิจัยจากสถาบันโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีซานตง กล่าวว่าชั้นหินของแหล่งขุดค้นดังกล่าวในอำเภออี๋สุ่ย มีความหนาเกือบ 8 เมตร โดยมีการค้นพบชั้นดินทางวัฒนธรรม 8 ชั้น และพบสิ่งประดิษฐ์จากหิน กระดูก ฟัน และเขาสัตว์ ตลอดจนซากสัตว์มากกว่า 5,000 ชิ้น

นับเป็นเรื่องยากในทั่วโลกที่จะค้นพบชิ้นส่วนงาช้าง ที่ถูกใช้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้งานได้จริงเมื่อประมาณ 100,000 ปีที่แล้ว

หลี่กล่าวว่าพลั่วงาช้างและดินในชั้นหินเดียวกันจากแหล่งขุดค้นนั้น ถูกระบุอายุด้วยวิธีอนุกรมยูเรเนียม (uranium series) และวิธีโฟโตลูมิเนสเซนซ์ (photoluminescence) โดยข้อมูลการระบุอายุพบว่าพลั่วงาช้างและดินมีอายุ 99,000 และ 104,000 ปีตามลำดับ

แฟ้มภาพซินหัว : แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่ซากปรักหักพังหลางหยาไถในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 21 ธ.ค. 2019 (ภาพและเนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว)

โรงพยาบาลดัตช์รับไม่ไหว หยุดรักษาโรคอื่นรับวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669119

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 16:58 น.โรงพยาบาลดัตช์รับไม่ไหว หยุดรักษาโรคอื่นรับวิกฤตโควิดเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ระบบสาธารณสุขแบกรับไม่ไหวแล้ว นอกจากจะต้องส่งผู้ป่วยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ยังต้องหยุดรักษาบางโรค

โรงพยาบาลในเนเธอร์แลนด์บางแห่งได้ระงับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 เพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน

สมาคมโรงพยาบาลแห่งเนเธอร์แลนด์เพื่อการดูแลผู้ป่วยวิกฤต กล่าวว่า ได้ขอให้ ฮูโค เดอ ยองเงอ (Hugo de Jonge) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขยกระดับแผนโควิด-19 ระดับชาติไปสู่ขั้นตอนที่ห้ามผู้ป่วยทั่วไปนอนค้างที่โรงพยาบาล

จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลพุ่งขึ้นมาระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมและผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโรงพยาบาลจะแบกรับไม่ไหวภายในเวลาน้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์หากไม่ควบคุมการระบาดให้ได้ ผู้ป่วยโควิด-19 หลายรายในเนเธอร์แลนด์ถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลในเยอรมนีในสัปดาห์นี้

ในการรับมือกับอัตราการติดเชื้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทีมจัดการการระบาดของโรคชั้นนำของรัฐบาลได้จัดประชุมฉุกเฉินในคืนวันพุธ และคาดว่าจะประกาศมาตรการล็อกดาวน์ใหม่ในวันศุกร์

แม้ว่าประชากรชาวดัตช์ที่เป็นผู้ใหญ่ประมาณ 85% ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างครบถ้วนแล้ว แต่ผู้ป่วยรายใหม่ก็ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 23,709 ในเวลา 24 ชั่วโมงจนถึงวันพุธ และเพิ่มขึ้นเกือบ 40% เทียบต่อสัปดาห์

“มีโรงพยาบาลในหลายภูมิภาคที่ปรับแผนการรักษา” โฆษกสมาคมโรงพยาบาลกล่าว “เรากำลังพูดถึงการดูแลที่ต้องใช้เตียง นั่นหมายความว่าการนัดหมายจำนวนมากกำลังถูกยกเลิก”

ภายใต้แผนรับมือภาวะวิกฤตในระยะต่อไป โรงพยาบาลยังสามารถขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางทหารและนักศึกษาเพื่อช่วยพยาบาลผู้ป่วยได้

เนเธอร์แลนด์มีผู้ป่วยมากกว่า 2.5 ล้านรายและเสียชีวิตมากกว่า 19,000 รายนับตั้งแต่การระบาดใหญ่

หลังจากสิ้นสุดมาตรการ social distancing ส่วนใหญ่ในเดือนกันยายน ในเดือนนี้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอีกครั้งและบังคับใช้การล็อกดาวน์บางส่วนอีกครั้ง โดยบาร์และร้านอาหารปิดให้บริการเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

และยังมีแผนจำกัดการเข้าถึงสถานที่สาธารณะหลายแห่งให้เฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนหรือเพิ่งหายจากโรคโควิด-19 ซึ่างทำให้เกิดจลาจลนาน 3 คืนตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วจากผู้ต่อต้านการฉีดวัคซีนและมาตรการล็อคดาวน์ และมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 170 คนทั่วประเทศ

Photo by BARBARA GINDL / APA / AFP

ซีอีโอโยงที่ยุโรปเจ็บหนักกว่าเพราะไม่ใช้ AstraZeneca #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669109

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 15:35 น.ซีอีโอโยงที่ยุโรปเจ็บหนักกว่าเพราะไม่ใช้ AstraZenecaเมื่อเทียบกับสหราชอาณาจักรที่ใช้ AstraZeneca แล้ว ยุโรปมีสถานการณ์ที่แย่กว่าเพราะผู้คนกังขากับวัคซีนตัวนี้

ปาสกาล ซอริออต์ (Pascal Soriot) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท AstraZeneca บอกกับรายการ Today ของ BBC Radio 4 ว่า ความแตกต่างของภูมิคุ้มกันทีเซลล์ (T-cells) ระหว่างวัคซีนอาจหมายความว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน Oxford/AstraZeneca มีภูมิคุ้มกันที่ยาวนานกว่าต่อไวรัส

ซอริออต์ กล่าวว่า: “มันน่าสนใจจริงๆ เมื่อคุณดูที่สหราชอาณาจักร มีการติดเชื้อสูงสุด แต่อัตราการรักษาในโรงพยาบาลไม่มากนักเมื่อเทียบกับยุโรป ในสหราชอาณาจักร [วัคซีน Oxford/AstraZeneca] ถูกใช้เพื่อฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ในขณะที่ในยุโรป ผู้คนคิดว่าในตอนแรกวัคซีนใช้ไม่ได้กับผู้สูงอายุ”

ทั้งนี้ เยอรมนีไม่แนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นใช้ AstraZeneca ไปในเดือนมกราคม โดยอ้างว่ามีประสิทธิภาพต่ำกว่า ส่วนประเทศอื่นๆ ในยุโรปอีกหลายประเทศปฏิบัติตามเยอรมนี แต่ต่อมาบางประเทศเปลี่ยนการตัดสินใจเนื่องจากมีข้อมูลระยะยาวที่น่าเชื่อถือมากขึ้นปรากฏขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ AstraZeneca

“ผมไม่ได้บอกว่าไม่มีใครทำผิดพลาด” ซอริออต์บอกกับ BBC และรายงานต่อโดย The Guardian และ Fierce Pharma “ผมแค่บอกว่ายังมีข้อมูลอีกมากที่ยังต้องเปิดเผยซึ่งเราไม่มี”

“สิ่งที่ผมจะบอกคือทีเซลล์มีความสำคัญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเกี่ยวข้องกับความทนทานของการตอบสนอง (ของวัคซีน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ และวัคซีนนี้แสดงให้เห็นว่าสามารถกระตุ้นทีเซลล์ในระดับที่สูงขึ้นในผู้สูงอายุ”

“ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่แอนติบอดี แต่คุณเห็นว่าพวกมันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่สำคัญมากคือการตอบสนองของทีเซลล์ ทันทีที่ไวรัสโจมตีคุณ พวกมันจะตื่นขึ้นและเข้ามาช่วยเหลือและปกป้องคุณ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย”

อย่างก็ตาม ซอริออต์ยอมรับว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน “เรื่องนี้ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรเลย … เราไม่รู้ แต่เราต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อวิเคราะห์และหาคำตอบ”

Photo by Chris Jackson / POOL / AFP

วัฒนธรรมไทยเบ่งบานในเมืองจีน เด็กมหา’ลัยจีนห่มสไบ-นุ่งโจงกระเบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669106

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 15:01 น.วัฒนธรรมไทยเบ่งบานในเมืองจีน เด็กมหา’ลัยจีนห่มสไบ-นุ่งโจงกระเบนสำนักข่าวซินหัวรายงานข่าวเด็กมหา’ลัยจีนห่มสไบ-นุ่งโจงกระเบน ร่วมประกวดดาวเดือน ‘งานลอยกระทง’

คุนหมิง, 22 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานมานี้คณะครูและนักศึกษาของคณะภาษาและวัฒนธรรมเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ แห่งมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน (Yunnan Nationalities University) ในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้จัดงานสัปดาห์วัฒนธรรมเทศกาลลอยกระทงของไทย ซึ่งอัดแน่นด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ คัดลายมือภาษาไทย ขับร้องเพลงไทย  รำไทย และการประกวดดาว-เดือน

การประกวดดาว-เดือน จัดขึ้นคล้ายกับมหาวิทยาลัยในไทยที่จะคัดเลือกนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ชายและหญิงอย่างละหนึ่งคนผ่านการเสนอชื่อของครูและนักศึกษาและการแสดงความสามารถพิเศษ โดยนักศึกษาหญิงที่ชนะการประกวดจะถูกเรียกว่า “ดาว” ขณะที่นักศึกษาชายเรียกว่า “เดือน”

ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องมีทักษะที่โดดเด่นและภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อเป็นเสมือนตัวแทนของนักศึกษา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ ได้คัดเลือกนักเรียนหญิง 8 คนและชาย 8 คนเพื่อแข่งขันในรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 พ.ย.

“ฉันชอบงานสัปดาห์ลอยกระทงมาก ร่วมงานนี้มา 4 ปีแล้วค่ะ โปสเตอร์ของปีนี้ฉันก็เป็นคนทำเอง” คำบอกเล่าของปู่เสี่ยวอวี่ นักศึกษาเอกไทยปี 4 ของมหาวิทยาลัยฯ

จงหยวนชุ่ย นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหนึ่งในผู้รับผิดชอบจัดงานกล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้นักศึกษาภาควิชาภาษาไทยไปแลกเปลี่ยนที่ไทยไม่ได้ การจัดงานเช่นนี้จึงช่วยให้เพื่อนๆ ได้สัมผัสและเข้าใจเทศกาลและวัฒนธรรมไทยมากขึ้น

มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานมีนักศึกษาในภาควิชาภาษา 400 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดของมณฑล  หยางลี่โจว รองคณบดีของคณะภาษาและวัฒนธรรมเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ระบุว่า ความสำคัญของกิจกรรมนี้คือทำให้นักศึกษาได้เปิดโลกกว้างและทำความเข้าใจวัฒนธรรมต่างชาติ โดยจัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 9 แล้ว

อนึ่ง เทศกาลลอยกระทงเป็นเทศกาลสำคัญของไทย  จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย มีกิจกรรมหลักคือการทำกระทง นำกระทงไปลอยในแหล่งน้ำ และจัดขบวนแห่

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

พนักงาน Pfizer แสบ ขโมยข้อมูลลับวัคซีน ก่อนย้ายไปซบบริษัทคู่แข่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669092

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 14:15 น.พนักงาน Pfizer แสบ ขโมยข้อมูลลับวัคซีน ก่อนย้ายไปซบบริษัทคู่แข่งPfizer ฟ้องพนักงานจารกรรมเอกสารลับกว่า 12,000 ไฟล์ ก่อนย้ายไปทำงานบริษัทคู่แข่ง

Bloomberg รายงานว่า Pfizer บริษัทยาสัญชาติอเมริกันยื่นคำร้องต่อศาลในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งบริษัทกล่าวหาว่าเธอจารกรรมข้อมูลของบริษัทมากกว่า 12,000 ไฟล์ รวมถึงเอกสารลับทางการค้าเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ระหว่างที่เธอกำลังจะย้ายไปทำงานในบริษัทคู่แข่ง

รายงานระบุว่า ชุน เสี่ยว หลี่ (Chun Xiao Li) รองผู้อำนวยการฝ่ายสถิติของ Pfizer ลักลอบจารกรรมข้อมูลลับของบริษัทไปยัง Google Drive ส่วนตัว

โดยเอกสารเหล่านั้นมีประกอบไปด้วยข้อมูลต่างๆ มากมาย รวมถึงการวิเคราะห์และศึกษาวัคซีนโควิด-19 ตลอดจนโครงการพัฒนาแอนติบอดีเพื่อการรักษามะเร็งร่วมกับบริษัท BioNTech

Pfizer ระบุว่าหลี่กำลังลาออกหลังทำงานให้บริษัทมา 15 ปี และคาดว่าในช่วงปลายเดือนนี้เธอจะย้ายไปทำงานให้กับบริษัท Xencor Inc. บริษัทชีวเภสัชกรรมที่พัฒนาแอนติบอดีสำหรับการรักษามะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน ขณะที่คู่แข่งหลายบริษัทต่างต้องการพนักงานเพิ่มโดยเฉพาะช่วงปี 2021

Pfizer ต้องการให้ศาลออกคำสั่งห้ามชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้หลี่นำข้อมูลเหล่านั้นไปใช่ เปิดเผย ส่งต่อ หรือแก้ไขข้อมูลที่เป็นความลับใดๆ ที่เธอครอบครอง และต้องการให้มีการตรวจสอบบัญชี Google Drive ของเธอและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ซึ่งศาลมีกำหนดพิจารณาคดีวันที่ 9 ธ.ค.

“Pfizer ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและเป็นความลับอย่างจริงจัง การปกป้องข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ทำให้เรานำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ผู้ป่วยได้” โฆษกบริษัทกล่าว

ด้านหลี่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวและไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อ

Photo by Robyn Beck / AFP

น่ากังวลอย่างยิ่ง “เชื้อบอตสวานา” โผล่กลายพันธุ์เพียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669086

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 13:42 น.น่ากังวลอย่างยิ่ง "เชื้อบอตสวานา" โผล่กลายพันธุ์เพียบมาอีกแล้วการกลายพันธุ์ล่าสุด เดลตาไม่ใช่รายสุดท้าย จับตาอัตราการกลายพันธุ์สูง

พบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สายพันธุ์ B. 1.1.529 มีการกลายพันธุ์โปรตีนสไปค์ 32 ตัว ถูกพบครั้งแรกในบอตสวานา ซึ่งขณะนี้พบการติดเชื้อ 3 รายแล้ว มีการยืนยันเพิ่มอีก 6 รายในแอฟริกาใต้ และอีก 1 รายในฮ่องกงเป็นนักเดินทางที่เดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ จากการายงานของ The National 

ดร.ทอม พีค็อก (Dr Tom Peacock) นักไวรัสวิทยาที่อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน โพสต์รายละเอียดของสายพันธุ์ใหม่บนเว็บไซต์แบ่งปันจีโนม โดยตั้งข้อสังเกตว่า “การกลายพันธุ์ของสไปค์ในปริมาณมากอย่างไม่น่าเชื่อบ่งชี้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างแท้จริง”

“การสังเกตครั้งสุดท้าย -สายพันธุ์นี้ไม่ได้มีการกลายพันธุ์ที่ furin cleavage site (เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ตัดทะลวงเข้าเซลเพื่อทำการติดเชื้อ) เพียงจุดเดียวแต่มีสองจุด คือ P681H (เห็นใน Alpha, Mu, Gamma บางตัว, B.1.1.318) รวมกับ N679K (เห็นใน C.1.2 และในจุดอื่นๆ) – นี่คือ ครั้งแรกที่ผมได้เห็นการกลายพันธุ์สองแบบนี้ในตัวแปรเดียว…” ดร.ทอม พีค็อก กล่าว

ดร. พีค็อก กล่าวว่า B. 1.1.529 “ควรได้รับการติดตามอย่างมากเนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับสไปค์ที่น่ากลัว” แต่เสริมว่าอาจกลายเป็น “คลัสเตอร์เฉพาะ” ที่ไม่สามารถแพร่กระจายได้มากนัก

สลด! เกาหลีเหนือสั่งประหารเด็กม.ปลาย แอบนำเข้าซีรีส์ Squid Game #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669073

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 11:45 น.สลด! เกาหลีเหนือสั่งประหารเด็กม.ปลาย แอบนำเข้าซีรีส์ Squid Gameนักเรียนเกาหลีเหนือต้องโทษประหารหลังแอบนำเข้า-จำหน่ายซีรีส์จากเกาหลีใต้ ส่วนคนซื้อถูกจำคุกตลอดชีวิต

New York Post อ้างรายงานของ Radio Free Asia เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ระบุว่านักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเกาหลีเหนือถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า หลังลักลอบจำหน่ายซีรีส์ยอดฮิตจากเกาหลีใต้เรื่อง Squid Game ซึ่งได้ออกอากาศผ่านทาง Netflix

รายงานระบุว่านักเรียนชายรายนี้ลักลอบนำเข้าไฟล์ซีรีส์จากประเทศจีน และบันทึกลงในยูเอสบีแฟลชไดรฟ์เพื่อจำหน่ายในเกาหลีเหนือ ขณะที่เจ้าหน้าที่จับกุมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้อีก 7 คนซึ่งกำลังรับชมซีรีส์เรื่องดังกล่าว

แหล่งข่าวระบุว่า 1 ใน 7 คนนั้นถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตจากการซื้อไฟล์ต้องห้าม ส่วนอีก 6 คนถูกส่งไปใช้แรงงานหนักที่ค่ายกักกันเป็นเวลา 5 ปี ขณะที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนถูกไล่ออก หรือต้องถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในเหมืองในพื้นที่ห่างไกล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ในจังหวัดฮัมกย็องเหนือ ทางตอนเหนือของเกาหลีเหนือซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน เผยว่า นักเรียนชั้นมัธยมปลายแอบรับชมซีรีส์เรื่อง Squid Game ในห้องเรียนกับเพื่อนคนหนึ่ง จากนั้นเพื่อนคนอื่นๆ เริ่มสนใจซีรีส์เรื่องดังกล่าว เขาจึงจำหน่ายไฟล์ซีรีส์ให้แก่เพื่อนๆ ก่อนที่เข้าหน้าที่ข่าวกรองประจำหน่วย 109 ซัมมูจะทราบเรื่องและจับกุมพวกเขาไปดำเนินคดี

ภายใต้กฎหมายของเกาหลีเหนือที่บังคับใช้เมื่อปีที่แล้วห้ามมิให้ประชาชนรับชม ครอบครอง หรือเผยแพร่ สื่อจากต่างประเทศโดยเฉพาะเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

Photo by Piero CRUCIATTI / AFP

วัคซีนอย่างเดียวไม่พอ! WHO ชี้สาเหตุที่โควิดหวนระบาดหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669071

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 11:05 น.วัคซีนอย่างเดียวไม่พอ! WHO ชี้สาเหตุที่โควิดหวนระบาดหนักองค์การอนามัยโลกชี้ความเชื่อผิดๆ เป็นสาเหตุสำคัญที่โควิดอาละวาดอีกครั้ง

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 เป็นสาเหตุให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด พร้อมเน้นย้ำว่าวัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรับมือกับโควิด-19 และขณะนี้ “ยังไม่มีประเทศใดผ่านพ้นวิกฤต”

เทดรอสกล่าวเสริมว่า WHO ย้ำเสมอว่าวัคซีนเป็นเพียงตัวช่วยในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ การรักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เท่านั้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% ดังนั้น เราไม่สามารถชะล่าใจแม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม เพราะไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดเชื้อ

“แม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้ว ทุกคนยังต้องป้องกันตัวเอง และระมัดระวังไม่ให้แพร่เชื้อสู่บุคคลอื่น นั่นหมายถึงการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มและสถานที่แออัด” เทดรอสกล่าว โดยเสริมว่าบางคนเข้าใจว่าฉีดวัคซีนแล้วจะปลอดภัย 100% ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของ WHO ระบุว่าการที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ยกเลิกมาตรการด้านสาธารณสุขกำลังกระตุ้นให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะในยุโรป

ยกตัวอย่างเยอรมนีซึ่งมีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้วราว 68% ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 6 หมื่นรายต่อวัน ขณะที่ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 สะสม 100,119 รายแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลต้องยกระดับมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดขึ้น

รวมถึงสหรัฐซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉลี่ยในทุกๆ วันมีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 95,000 ราย และผู้เสียชีวิตวันละกว่า 1 พันราย ตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ โดยปัจจุบันมีชาวอเมริกันมากกว่า 51,000 รายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคโควิด-19 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนราว 60% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

Photo by JACK GUEZ / AFP