ทหารซูดานกราดยิงประชาชน หลังก่อรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666382

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 16:47 น.ทหารซูดานกราดยิงประชาชน หลังก่อรัฐประหารการก่อรัฐประหารเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เกิดขึ้นกับซูดาน ในแอฟริกา และมีการลงมือกับประชาชนแทบจะในทันที

กระทรวงข้อมูลข่าวสารของซูดานเปิดเผยว่ากองกำลังติดอาวุธยิงกระสุนจริงใส่ชาวซูดานที่พากันมารวมตัวตามท้องถนนของกรุงคาร์ทูมเพื่อประท้วงต่อต้าน “รัฐประหาร” หลังจากกลุ่มทหารเข้ายึดอำนาจในวันจันทร์

“กองกำลังทหารได้ยิงกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วงที่ปฏิเสธการทำรัฐประหารนอกกองบัญชาการกองทัพ” กระทรวงระบุในถ้อยแถลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมเสริมว่า “คาดว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ”

ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรี อับดัลลา ฮัมด็อก (Abdalla Hamdok) ของซูดาน เรียกร้องให้ผู้ประท้วงออกมาแสดงพลังตามท้องถนน หลังจากกองกำลังความมั่นคงได้ควบคุมตัวผู้นำพลเรือนระดับสูงในรัฐบาลเฉพาะกาลเมื่อวันจันทร์

“เราเรียกร้องให้ชาวซูดานประท้วงโดยใช้สันติวิธีทุกวิถีทางที่เป็นไปได้… เพื่อนำการปฏิวัติของพวกเขากลับคืนมาจากพวกหัวขโมย” สำนักงานของฮัมด็อกกล่าวในแถลงการณ์

อย่างไรก็ตามตัวฮัมดอกเองถูกควบคุมตัวเมื่อเช้าวันจันทร์โดยกองกำลังความมั่นคง โดยผู้กระทำการไม่ยอมรับคำว่าการก่อรัฐประหาร แต่หน่วยงานรัฐที่ถูกยึดอำนาจเรียกว่า “รัฐประหาร”

การเมืองในซูดานสั่นคลอนมาหลายเดือนแล้ว โดยรัฐบาลประกาศเมื่อวันที่ 21 กันยายนว่าได้ขัดขวางความพยายามทำรัฐประหารโดยแกนนำพลเรือนและทหาร ในขณะที่ประชาชนบางส่วนพากันแสดงพลังตามท้องถนนในคาร์ทูมตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมเพื่อเรียกร้องของรัฐบาลทหาร คาดว่าเป็นการบงการของฝ่ายที่หวังทำรัฐประหาร

เพื่อเป็นการตอบโต้ ผู้คนนับหมื่นได้ประท้วงในวันที่ 21 ตุลาคมเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่นำโดยพลเรือน แต่ในวันที่ 25 ตุลาคมก็เกิดการรัฐประหารโดยทหารในที่สุด

Photo by AFP

อยู่ต่อไม่ไหวแล้ว แอมเนสตี้ฯ สั่งปิดสำนักงานฮ่องกงหนีกฎหมายเข้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666367

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 14:03 น.อยู่ต่อไม่ไหวแล้ว แอมเนสตี้ฯ สั่งปิดสำนักงานฮ่องกงหนีกฎหมายเข้มAmnesty International (แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า พวกเขาจะปิดสำนักงานในฮ่องกง เนื่องจากการคุกคามต่อเจ้าหน้าที่โดยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนกำหนดใช้

กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ Amnesty International ตัดสินใจยุติบทบาทในฮ่องกงที่ยาวนานกว่าสี่ทศวรรษที่ดำรงอยู่ในฮ่องกง หลังจากที่ทางการฮ่องกงใช้ไม้แข็งยิ่งขึ้นโดยได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาลจีน

จีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้การประท้วงประชาธิปไตยครั้งใหญ่และมักเกิดความรุนแรงระหว่างการเคลื่อนไหว หลังจากนั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองในฮ่องกงถูกปราบปรามอย่างหนัก แม้แต่การแสดงจุดยืนทางการเมืองเล็กน้อยแต่หากระทบไปถึงจีนก็จะถูกทางการจัดการ

Anjhula Mya Singh Bais ประธานคณะกรรมการแอมเนสตี้ กล่าวว่า การตัดสินใจปิดสำนักงานเกิดขึ้น “ด้วยใจที่หนักหน่วง” และ “ถูกผลักดันโดยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง”

“(กฎหมาย) ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีการตอบโต้อย่างร้ายแรงจากรัฐบาล” เธอกล่าวเสริม

แอมเนสตี้มีสำนักงานสองแห่งในฮ่องกง สาขาแรกคือสาขาท้องถิ่นที่เน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนและการรณรงค์ในเมือง สาขาที่สองคือสำนักงานระดับภูมิภาคที่ทำงานวิจัยและสนับสนุนทั่วทั้งเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก

ในการประกาศของแอมเนสตี้ ระบุว่าสำนักงานในพื้นที่จะปิดให้บริการในวันที่ 31 ตุลาคม ขณะที่สำนักงานภูมิภาคจะย้ายออก “ภายในสิ้นปี 2021”

REUTERS/Carlos Jass/File Photo

จีนใช้ ‘แล็บพองลม’ เร่งปูพรมตรวจโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666362

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 12:31 น.จีนใช้ ‘แล็บพองลม’ เร่งปูพรมตรวจโควิด-19หลานโจวซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาดครั้งใหม่ในจีนเร่งตรวจประชาชน ใช้ ‘แล็บพองลม’ เร่งปูพรมตรวจโควิด-19

หลานโจว, 25 ต.ค. (ซินหัว) — นครหลานโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้เปิดใช้งาน “ฟอลคอน” (Falcon) ห้องปฏิบัติการชั่วคราวแบบเต็นท์พองลมสำหรับการทดสอบกรดนิวคลีอิกเพื่อตรวจหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เมื่อวันอาทิตย์ (24 ต.ค.) หลังทำการติดตั้งและแก้ไขข้อบกพร่องนานกว่า 20 ชั่วโมง

เมื่อนับถึงวันเสาร์ (23 ต.ค.) กานซู่รายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อในท้องถิ่นแล้ว  41 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระบาดระลอกใหม่ในหลายภูมิภาคของจีน

เซินตงเซิง ผู้อำนวยการทั่วไปของห้องปฏิบัติการฯ กล่าวว่าห้องปฏิบัติการที่สร้างขึ้นใหม่  สามารถทดสอบตัวอย่างสูงสุด 80,000 หลอดต่อวัน หรือคัดกรองเชื้อจากประชาชนได้ 800,000 คน หากใช้วิธีการตรวจแบบรวมกลุ่ม (pool testing) อันจะเอื้อแก่งานตรวจหาโรคโควิด-19 แบบครอบคลุมทั่วเมือง รอบที่ 2 ของหลานโจว

เซินกล่าวว่า บุคลากรการแพทย์ในห้องปฏิบัติการมากกว่า 100 คน แบ่งการทำงานออกเป็น 2 กะ เพื่อทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยห้องปฏิบัติการฟอลคอนได้ช่วยนครกว่างโจว หนานจิง หยางโจว เซี่ยเหมิน ฮาร์บิน และเมืองอื่นๆ เพิ่มพูนศักยภาพการทดสอบกรดนิวคลิอิกในระยะเวลาอันสั้นมาแล้ว

ก่อนหน้านี้มีการส่งห้องปฏิบัติการทดสอบกรดนิวคลีอิกเคลื่อนที่ 7 ห้องมายังหลานโจว ซึ่งได้ทำการทดสอบไปเกือบ 3.4 ล้านครั้งเมื่อนับถึงวันเสาร์ (23 ต.ค.)

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ชมภาพแล็บพองลม

วาจาสิทธิ์! Elon Musk เอ่ยปากปุ๊บ Shiba Inu ดิ่งปั๊บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666347

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 11:09 น.วาจาสิทธิ์! Elon Musk เอ่ยปากปุ๊บ Shiba Inu ดิ่งปั๊บหลังจากที่ Shiba Inu ทำมูลค่าสูงสุดตลอดกาล แฟนพันธุ์ของ Dogecoin อย่าง Elon Musk ก็เบรกมันในทันที ผลก็คือ …

หลังจาก Shiba Inu (SHIB) พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาล มันก็เจอเข้ากับตอเข้าเต็มๆ เมื่อเอลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ซึ่งเคยเชียร์ Dogecoin บนโซเชียลมีเดียแมาโดยตลอดจนราคามันเคยพุ่งมาแล้ว ตอบคำถามจากผู้ใช้ Twitter ที่ถามว่าเขาถือ Shiba Inu มากแค่ไหน

มัสก์ตอบสั้นๆ ว่า”ไม่มี” ในทวีต และเขากล่าวว่าเขาได้ซื้อ Bitcoin, Ether และ Dogecoin และบอกว่า “แค่นั้นแหละ”

หลังจากนั้น Bloomberg รายงานว่าเมื่อเวลา 9:30 น. ในวันจันทร์ SHIB ลดลง 15% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในวันอาทิตย์ที่ฮ่องกง ตามราคาจาก CoinGecko.com

อย่างไรก็ตาม มูบค่าของ Shiba Inu ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นับเป็นเหรียญคริปโตใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ตามมูลค่าตลาด และมูลค่าของมันเพิ่มมากกว่า 40 ล้า% ในปีที่ผ่านมา

นอกจากคอมเมนต์ของแฟน Dogecoin อย่างเอลอน มัสก์แล้ว อุปสรรคหนึ่งของ Shiba Inu แพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตรายใหญ่อย่าง Robinhood ยังไม่ยอมรับมันสักที

Bloomberg รายงานว่ามีการณรงค์คำร้องบน Change.org ที่ขอร้องให้ Robinhood รับ SHIB มาซื้อขายบนแพลตฟอร์มของตน ล่าสุดรวบรวมลายเซ็นเกือบ 300,000 รายชื่อแล้ว

เมื่อถูกถามว่า Robinhood จะเพิ่มเหรียญ Shiba Inu ให้กับแพลตฟอร์มการซื้อขายหรือไม่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัทคือ วลาด เตเนฟ (Vlad Tenev)ไม่ได้บอกว่าบริษัทมีแผนอะไร ตรงกันข้ามกับอีกแพลตฟอร์มคือ Coinbase Global Inc. เพิ่มโทเค็น Shiba Inu เมื่อเดือนที่แล้ว จากการายงานของ Bloomberg

Photo by Frederic J. BROWN / AFP

จู่ๆ ก็แรง Shiba Inu พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666344

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 10:05 น.จู่ๆ ก็แรง Shiba Inu พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาลเหรียญหมา Shiba Inu ที่เคยแรงเมื่อหลายเดือนก่อน ก่อนจะเงียบไป ตอนนี้จู่ๆ กลับมาทะยานแบบไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง

Bloomberg รายงานว่า – Shiba Inu (SHIB) ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์และกลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ตามมูลค่าตลาด

มูลค่าของเพิ่มขึ้น 50% ใน 24 ชั่วโมงจนถึง 10:10 น. ตามเวลานิวยอร์กในวันอาทิตย์ ตามราคาจาก CoinGecko.com และทำสถิติสูงสุดในช่วงเช้าของวัน

เหรียญมีมกลุ่มเดียวกันอย่าง Dogecoin ก็เพิ่มขึ้นมารับในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาตามข้อมูลของ CoinGecko มูลค่าตลาดของมันคือประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์

ในขณะที่ Shiba Inu อยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองเหรียญค่อนข้างผันผวนได้พอสมควร แต่ Shiba Inu ประกาศตัวองว่าเป็น “นักฆ่าดอจคอยน์” (dogecoin killer)

ในเดือนกันยายน Shiba Inu เพิ่มขึ้นเกือบ 40% หลังจาก Coinbase แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในสหรัฐ กล่าวว่าลูกค้าสามารถซื้อขาย ส่ง รับ หรือจัดเก็บ SHIB บนแพลตฟอร์มได้

ทั้งนี้ Shiba Inu ซึ่งถูกสร้างขึ้นในเดือนสิงหาคม 2020 โดยคนที่ใช้ชื่อ Ryoshi โดยตามอย่าง Dogecoin เริ่มต้นด้วยจำนวน 1,000 ล้านล้าน แต่ผู้ก่อตั้งล็อค 50% ใน Uniswap จากนั้น “เบิร์น” อีกครึ่งหนึ่งให้กับ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เพื่อความปลอดภัย

AFP PHOTO / TOSHIFUMI KITAMURA

จีนระบาดหนักอีก เตือนอาจลามใหญ่ในไม่กี่วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666340

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 09:47 น.จีนระบาดหนักอีก เตือนอาจลามใหญ่ในไม่กี่วันจีนไม่รอด พบการระบาดอีกระลอก หลังจากควบคุมได้แล้วก็เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ไม่หยุดแม้จะมีระยะห่างกันก็ตาม

จากการรายงานของ Bloomberg มีคำเตือนจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนว่าการแพร่ระบาดจะยังคงเลวร้ายลงต่อไป และการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของจีนจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอาจยังคงขยายตัวต่อไป

อู๋เหลียงโหย่ว เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการบรรยายสรุปในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ การระบาดของโควิด-19 ในจีนในปัจจุบันเกิดจากสายพันธุ์เดลต้าจากต่างประเทศ

หมี่เฟิง โฆษกคณะกรรมาธิการกล่าวว่าคลื่นของการติดเชื้อแพร่กระจายไปยัง 11 มณฑลตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีประวัติการเดินทางข้ามภูมิภาค และเขาเรียกร้องให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ใช้ “โหมดฉุกเฉิน”

Bloomberg รายงานว่าบางเมืองในมณฑลกานซู่ รวมทั้งเมืองหลวงของมณฑลคือหลานโจว และเขตมองโกเลียใน ได้หยุดให้บริการรถประจำทางและแท็กซี่เนื่องจากไวรัส ตามการระบุของโจวหมิน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม

ในวันจันทร์ จีนสั่งล็อคดาวน์อำเภอเอ๋อจี่น่าในเขตมองโกเลีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่มีผู้ป่วยโควิด-19 มากที่สุดจากการระบาดของเดลต้าครั้งล่าสุดของประเทศ ในขณะที่ระบาดครั้งแรกทางตะวันตกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ

อำเภอเอ๋อจี่น่า ได้ขอให้ประชาชน 35,700 คนอยู่บ้านตั้งแต่วันจันทร์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษความผิดทั้งแพ่งและทางอาญา สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานโดยอ้างคำแถลงของรัฐบาลท้องถิ่น

ทั้งนี้อำเภอเอ๋อจี่น่าเป็นเขตเล็กๆ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศมองโกเลียเป็นจุดแพร่ระบาดหนักในปัจจุบัน เกือบหนึ่งในสามของผู้ติดเชื้อกว่า 150 รายที่พบในสัปดาห์ที่ผ่านมาในแผ่นดินใหญ่มาจากที่นี่

เมืองหลวงปักกิ่ง ซึ่งพบผู้ป่วยรายใหม่นับสิบรายที่สืบย้อนไปถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห้ามไม่ให้ผู้ที่เดินทางมาจากที่ใดในประเทศที่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ ผู้ที่ต้องไปปักกิ่งจากพื้นที่ดังกล่าวจะต้องทำการตรวจเชื้อโดยดำเนินการไม่เกินสองวันก่อนหน้านี้ และต้องถูกจับตาแนวโน้มสุขภาพเป็นเวลา 2 สัปดาห์

Photo by AFP

ยังฮึดสู้ Evergrande ลั่นเริ่มโครงการที่หยุดชะงักอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666311

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 17:08 น.ยังฮึดสู้ Evergrande ลั่นเริ่มโครงการที่หยุดชะงักอีกครั้งบริษัท Evergrande ที่ถูกหนี้รุมเร้าของจีนกลับมาทำงานในโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 10 โครงการ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า China Evergrande Group กล่าวในวันอาทิตย์ว่าได้กลับมาเริ่มทำงานในโครงการมากกว่า 10 โครงการใน 6 เมืองรวมถึงเซินเจิ้นซึ่งเป็นคำแถลงที่ออกมาหลังจากที่ดูเหมือนว่าบริษัทจะสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระด้วยการจ่ายคูปองพันธบัตรในนาทีสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Evergrande อยู่ในภาวะวิกฤตที่มีหนี้สินมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้เปิดเผยว่ามีโครงการอสังหาริมทรัพย์กี่แห่งที่ต้องระงับโครงการ จากโครงการทั้งหมด1,300 โครงการทั่วประเทศจีน

บริษัทกล่าวเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่าบางโครงการถูกระงับเนื่องจากการชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาล่าช้า และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อดำเนินการก่อสร้างใหม่

ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม บริษัทระบุในโพสต์บนบัญชี Wechat ว่าโครงการบางโครงการที่ได้กลับมาดำเนินการได้เข้าสู่ขั้นตอนการตกแต่งภายในแล้ว ในขณะที่อาคารอื่นๆ เพิ่งเสร็จสิ้นการก่อสร้าง

Evergrande เสริมว่าความพยายามในการรับประกันการก่อสร้างจะเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาด และรวมภาพถ่ายของคนงานก่อสร้างในโครงการต่างๆ หลายภาพ พร้อมประทับเวลาและวันที่

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีนแห่งนี้ยังให้สัญญากับผู้ที่ต้องการซื้อว่าจะสร้างบ้านของพวกเขาให้แล้วเสร็จ และกล่าวว่าโครงการสร้างสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในเมืองกว่างโจวกำลังดำเนินการตามแผนที่วางไว้

การเคลื่อนไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อจ่ายดอกเบี้ย 83.5 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐแบบหวุดหวิดช่วยซื้อเวลาให้กับ Evergrande ไปอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อต่อสู้กับวิกฤตหนี้ที่เกิดขึ้นจนอาจกระทบต่อจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

และตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในธุรกิจหลักของบริษัท Evergrande ยังได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ถึงแผนการที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตมากกว่าอสังหาริมทรัพย์

วิกฤตที่เกิดขึ้นกับ Evergrande ส่งผลสะเทือนไปทั่วภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่มีมูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจ บริษัทต้องประกาศผิดนัดชำระหนี้ ถึกปรับลดอันดับเครดิต และพันธบัตรองค์กรที่ตกต่ำลง

วิกฤตหนี้ยังถูกจับตามองอย่างกว้างขวางจากตลาดการเงินทั่วโลกที่กังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจจีน

Photo by Hector RETAMAL / AFP

เผยดัชนีจัดอันดับ คนไทยสนใจคริปโตแค่ไหน? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666306

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 15:36 น.เผยดัชนีจัดอันดับ คนไทยสนใจคริปโตแค่ไหน?อันดับที่ 1 ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะนำมาโดยเพื่อนบ้านอาเซียนของเรา ในขณะที่สองและสามมาไกลจากลาตินอเมริกา

Coinformant ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทรัพยากรสกุลเงินดิจิทัลของออสเตรเลีย ทำการจัดอันกับประเทศที่มีความสนใจคริปโตเคอร์เรนซี่มากที่สุดในโลก โดยรวมข้อมูลจากการใช้การค้นหาของ Google, ปริมาณการครอบครองคริปโต, จำนวนบทความเกี่ยวกับคริปโต และการมีส่วนร่วมในสกุลเงินดิจิทัล ในการจัดอันดับ

ผลปรากฎว่าประเทศไทยมีระดับความสนใจในคริปโตอันดับที่ 11 ของโลก วัดจากจำนวนผู้ถือคริปโต 3,629,713 ราย การมีส่วนร่วมในคริปโต 4,878,407 ครั้งระหว่างปี 2020 – 2021 หรือเพิ่มขึ้นถึง 435% จากช่วงปี 2019-2020 จำนวนบทความเกี่ยวกับคริปโตเพิ่มขึ้นมาที่ 11,092 ชิ้นเพิ่มขึ้น 67.1% และอัตาการค้นหาเรื่องเกี่ยวกับคริปโตอยู่ที่ 484,090 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้น 438.5%

คะแนนรวมทั้งหมดประเทศไทยได้ไป 3.85 คิดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก แต่เมื่อแยกปัจจัยการจัดอันดับต่างๆ อันดับของไทยจะมีดังนี้ จำนวนผู้ถือคริปโตไทยอยู่ที่ 9 ของโลก, การมีส่วนร่วมไทยอยู่ที่ 6 ของโลก, จำนวนบทความไทยอยู่ที่ 6 ของโลก และอัตาการค้นหาเรื่องเกี่ยวกับคริปโตไทยอยู่ที่ 6 ของโลกเช่นกัน

สำหรับประเทศที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดหรือหมายความว่าสนใจเรื่องคริปโตมากที่สุดคืออินโดนีเซีย ตามด้วยชิลี และอาร์เจนตินา หากวัดในส่วนของการมีส่วนร่วมอินโดนีเซียมากที่สุดเพิ่มข้นถึง 1,772% หากวัดในส่วนของการค้นหาข้อมูล ชิลีอันดับที่ 1 อินโดนีเซียอันดับที่ 2 และเลบานอนอันดับที่ 3 ประเทศที่พิมพ์บทความเรื่องคริปโตมากที่สุดคือฟินแลนด์ และประเทศที่มีคริปโตต่ออัตราประชากรมากที่สุดคือยูเครน 12.73% อันดับที่ 2 คือสิงคโปร์ 9.04%

Photo by Ozan KOSE / AFP

เผยภาพ ‘ผี’ ภาพแรกในประวัติศาสตร์เก่าแก่ 3,500 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666295

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 13:27 น.เผยภาพ ‘ผี’ ภาพแรกในประวัติศาสตร์เก่าแก่ 3,500 ปีแผ่นจารึกที่ทำขึ้นในบาบิโลนโบราณประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตศักราช อาจเป็นภาพแรกของผีที่เรารู้จักกัน จากการเปิดเผยนักวิชาการชั้นนำของจารึกตะวันออกกลางโบราณ

เออร์วิง ฟินเคิล (Irving Finkel) ภัณฑารักษ์ในแผนกตะวันออกกลางของพิพิธภัณฑ์ลอนดอนและผู้แต่งหนังสือเรื่อง The First Ghosts: Most Ancient of Legacies (ผีตัวแรก มรดกจากยุคโบราณที่เก่าแก่ที่สุด) ที่กำลังจะออกจำหน่าย กล่าวว่าภาพผีปรากฏในแผ่นดินดิบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคู่มือการไล่ผีที่รวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ

พิพิธภัณฑ์ได้รับสิ่งแผ่นดินดิบนี้มาในศตวรรษที่ 19 แต่ยังไม่เคยจัดแสดง มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ มีคำแนะนำอย่างละเอียดในการกำจัดผีที่มารบกวนมนุษย์ ส่วนภาพนั้นจะมองเห็นได้เมื่อมองจากด้านโดยใช้แสงสว่างส่องลงมาให้เกิดร่องเงาที่ชัดเจนเท่านั้น

จากคำแนะนำที่จำหลักเอาไว้ แนะนำให้หมอผีทำรูปแกะสลักของชายและหญิง เตรียมเบียร์สองเหยือก และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ให้กล่าวมนตร์พิธีกรรมเพื่ออัญเชิญเทพชามาช (Shamash) เทพแห่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ซึ่งมีหน้าที่นำผีมาสู่ยมโลก ฟินเคิลกล่าวว่ามันอาจเป็นพิธีไล่ยผีไปสิงสู่ที่ตุ๊กตาแทนที่จะสิ่งร่างคน

บรรทัดสุดท้ายของข้อความนี้กระตุ้นให้ผู้อ่าน “อย่ามองไปข้างหลัง!”ซึ่งคำเตือนนี้น่าจะหมายถึงการสั่งให้ผีที่สิงในรูปตุ๊กตาอย่าได้มองกลับมายังโลกนี้เมื่อกำลังเดินทางไปยังยมโลก แต่ก็อาจหมายถึงคำสั่งอื่นๆ ระหว่างการทำพิธีไล่ผีก็เป็นได้

ภาพ British Museum

ส่วนภาพที่เห็นในแผ่นดินดิบคือภาพของวิญญาณกำลังถูกชักนำไปยังปรโลก ฟินเคิลกล่าวว่าภาพวาดนี้น่าจะทำโดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ที่มีทักษะสูงในการวาดภาพด้วยดินเหนียว แผ่นดินดิบนี้อาจถูกเก็บไว้ในห้องสมุดของหมอผีหรือในวัด

ทั้งนี้ อารยธรรมเมโสโปเตเมียนิยมจารึกเรื่องราวและวาดภาพลงในแผ่นดินดิบ (ในยุคนั้นยังไม่มีกระดาษและวัสดุอื่นๆ มีราคาแพง) โดยการจารึกจะใช้ก้านอ้อมาตัดปลายให้แหลมทำเป็นปากกา จากนั้นกดรูปอักษรลงบนแผ่นดินเหนียวที่ยังเปียกหมาดๆ จากนั้นปล่อยให้แห้งเป็นดินดิบ ทำให้พวกมันคงทน และปัจจุบันนักโบราณคดีสามารถพบ “เอกสาร” อายุหลายพันปีที่ทำจากดินดิบเป็นจำนวนมาก

ชาวเมโสโปเตเมียโบราณเชื่อในชีวิตหลังความตาย เชื่อว่ามีเป็นดินแดนที่อยู่ใต้โลกของเรา ดินแดนแห่งนี้หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Arallu, Ganzer หรือ Irkallu ซึ่งมีความหมายว่า “เบื้องล่างมาก” ซึ่งเชื่อกันว่าทุกคนจะต้องไปที่นี่หลังจากความตาย โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือการกระทำใดๆ ในช่วงที่ยังมีชีวิต ความเชื่อชาวเมโสโปเตเมียต่างจากนรกในศาสนายุคใหม่ เช่นศาสนาคริสต์ โดยถือว่าปรโลกไม่ใช่สถานที่ที่มีการลงโทษหรือรางวัล

อย่างไรก็ตาม สภาพของคนตายแทบจะไม่ถือว่าเหมือนกับชีวิตที่เคยมีความสุขบนโลกมาก่อน คนที่ตายแล้วเป็นเพียงผีที่อ่อนแอและไม่มีอำนาจ ในตำนานเรื่องเทพีอิชตาร์มาสู่โลก (อิชตาร์เป็นเทพสตรีองค์สำคัญของเมโสโปเตเมีย) เล่าเรื่องใต้พิภพเล่าว่าพวกผีนั้น “มีผงธุลีเป็นอาหารและดินเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง พวกเขาไม่เห็นแสงสว่าง สถานที่ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ในความมืด”

ปูตินชี้ให้เด็กแปลงเพศ ถึงขั้นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666282

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 11:16 น.ปูตินชี้ให้เด็กแปลงเพศ ถึงขั้นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติผู้นำรัสเซียขึ้นชื่อในเรื่องทัศนะที่ต่อต้านความหลากหลายทางเพศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คราวนี้เขาโจมตีหนักถึงแนวโน้มที่ประเทศตะวันตกเริ่มเปิดกว้างให้เด็กๆ เลือกเพศทางเลือกได้ตั้งแต่ก่อนบรรลุนิติภาวะ

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวในการประชุมที่เมืองโซชีว่า การที่ให้เด็กชายและเด็กหญิงเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นคนข้ามเพศ “เกือบจะถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” จากการรายงานของ Daily Mail

ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า “มันแย่มากที่เด็กๆ ในตะวันตกได้รับการสอนเกี่ยวกับความคิดที่ว่าเด็กผู้ชายสามารถเป็นเด็กผู้หญิงได้”

เขากล่าวว่า “(มันเป็น) ช่วงเวลาที่เลวร้ายเมื่อเด็กๆ ถูกผลักดันให้เชื่อตั้งแต่แรกเริ่มว่าเด็กผู้ชายสามารถกลายเป็นผู้หญิงได้อย่างง่ายดายและในทางกลับกัน (คือเด็กหญิงกลายเป็นเด็กผู้ชาย”

“‘พวกเขาถูกผลักดันให้เชื่อว่าพวกเขามีทางเลือก ถูกบังคับในขณะที่พ่อแม่ถูกผลักไสออกไป” ปูตินกล่าว “และเด็กถูกบังคับให้ตัดสินใจที่สามารถทำลายชีวิตของพวกเขาได้”

ปูตินชี้ว่าโลกตะวันตกกำลังบ่อนทำลายตัวเองด้วยการเอาอกเอาใจชนกลุ่มน้อยและส่งเสริมแนวคิด “วัฒนธรรมการแคนเซิล” เขาบอกว่า “การลบหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขาทั้งหน้าอย่างก้าวร้าว การเลือกปฏิบัติแบบกลับตาลปัตรต่อคนส่วนใหญ่เพื่อผลประโยชน์ของชนกลุ่มน้อย … (คนเหล่านี้เชื่อว่า) เป็นการเคลื่อนไหวไปเพื่อฟื้นฟูสาธารณะ”

“มันเป็นสิทธิของพวกเขา แต่เรากำลังขอให้พวกเขาหลีกให้พ้นจากบ้านของเรา เรามีมุมมองที่ต่างออกไป” ปูตินกล่าวเสริมโดยย้ำถึงจุดยืนของรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียควรรักษา “ค่านิยมทางจิตวิญญาณและประเพณีทางประวัติศาสตร์”

ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2013 รัฐสภาแห่งชาติ (ดูมาแห่งรัฐ) มีมติเป็นเอกฉันท์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ลงนามในกฎหมายทั่วประเทศที่ห้ามการแจกจ่ายสื่อที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ LGBT ในหมู่ผู้เยาว์ กฎหมายไม่ได้กล่าวถึงคำว่า “การรักร่วมเพศ” อย่างชัดเจน แต่ใช้คำสละสลวยว่า “ความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม” แทน

ภายใต้กฎหมายนี้ การกระทำใด ๆ ต่อไปนี้ต่อหน้าผู้เยาว์ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น จัดกิจกรรมแสดงความความภาคภูมิใจของเกย์ พูดเพื่อสนับสนุนสิทธิเกย์ หรือกล่าวว่าความสัมพันธ์แบบเกย์เท่ากับความสัมพันธ์ต่างเพศ

จากการสำรวจที่จัดทำขึ้นในเดือนมิถุนายน 2013 โดย Russian Public Opinion Research Center (VTsIOM) พบว่าอย่างน้อย 90% ของชาวรัสเซียผู้ตอบแบบสำรวจเห็นด้วยกับกฎหมาย

Photo by Alexey DRUZHININ / SPUTNIK / AFP