เด็กอินเดียทำเงินเดือนละกว่าล้านบาทจากการขุด Ethereum #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661864

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 16:16 น.เด็กอินเดียทำเงินเดือนละกว่าล้านบาทจากการขุด Ethereumสองพี่น้องวัย 14 ปีและ 9 ปี เปิดบริษัทขุดคริปโต หวังเป็นทุนการศึกษาเรียนแพทย์

สองพี่น้องชาวอินเดีย Ishaan Thakur เด็กชายวัย 14 ปี และ Aanya Thakur น้องสาววัย 9 ขวบของเขา กำลังเป็นนักธุรกิจตัวน้อยที่ทำเงินได้ถึงเดือนละ 32,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.04 ล้านบาท ด้วยการเริ่มต้นจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของพวกเขา

จากคอมพิวเตอร์เล่นเกมเครื่องเก่ากลายมาเป็นอุปกรณ์ทำเงิน หลังจากที่ทั้ง 2 เริ่มสนใจในสกุลเงินดิจิทัลเมื่อพ่อของพวกเขาแนะนำให้รู้จักกับ Bitcoin

สองพี่น้องเริ่มสนใจที่จะลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลแต่ราคาของพวกมันสูงมากแล้ว ทั้งคู่จึงเลือกที่จะทำเหมืองขุดแทนการซื้อคริปโต แต่พวกเขาพบว่านักขุด Bitcoin นั้นมีอยู่มากแล้วจึงเลือกสกุลเงินที่ใหญ่รองลงมานั่นก็คือ Ethereum

พวกเขาเริ่มต้นการขุด Ethereum โดยใช้แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมเครื่องเก่าที่พวกเขามีอยู่แล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำเกี่ยวกับการทำเหมืองจากยูทูบและพ่อของเขา

จุดเริ่มต้นในโรงรถ

สองพี่น้องใช้โรงรถที่บ้านของพวกเขาเป็นเหมืองขุดคริปโต โดยในเดือนแรกพวกเขาทำเงินได้ 1,000 เหรียญสหรัฐ พวกเขานำรายได้มาลงทุนซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ก่อนที่รายได้จะค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 32,000 เหรียญสหรัฐอย่างในทุกวันนี้

ในที่สุดทั้งคู่เติบโตเกินกว่าที่จะอยู่ในโรงรถที่บ้าน สองพี่น้องได้ขยายเหมืองไปในในตัวเมืองดัลลาส พร้อมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลถึง 94 เครื่อง ซึ่งสามารถเข้ารหัสได้ประมาณ 9 พันล้านครั้งต่อวินาที ซึ่งต้องเสียค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละ 2,500 เหรียญสหรัฐ

Ishaan และ Aanya ตั้งชื่อบริษัทของพวกเขาว่า Flifer Technologies และวางแผนที่จะขยายบริษัทของพวกเขาไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้ได้ทำการสั่งซื้อแท่นขุดเพิ่มอีก 4 เครื่องจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 5 เครื่อง

Aanya บอกกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับธุรกิจใหม่ของเธอเพียงแค่ว่าเธอและพี่ชายกำลังทำเหมืองอยู่ในโรงรถ

เหมืองของเธอไม่ใช่การทำเหมืองแบบเก่าที่ต้องขุดเจาะผ่านชั้นหินเพื่ออค้นหาถ่านหินหรืออัญมณีล้ำค่า แต่การทำเหมืองของเธอใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด

“แทนที่จะได้เพชรพลอย เราได้รับคริปโตแทน..นับว่าเป็นการลงทุนที่ดี” Ishaan กล่าว

ปัญหาขาดแคลนชิป

อย่างที่ทราบกันดีว่าขณะนี้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนชิป พวกเขาก็เช่นกัน การขุดคริปโตนั้นจำเป็นต้องใช้ชิปเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่สำคัญ และนี่คือจุดที่สองพี่น้องพบกับปัญหาแรกของพวกเขา

พวกเขาลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอุปทานจากผู้ค้าปลีกอย่าง Best Buy และ Micro Center โดยเมื่อมีชิปและฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการขุด พวกเขาจะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมล แต่ต้องไปต่อคิวเพื่อรอรับชิ้นส่วนที่ร้านค้าปลีกก่อนที่พวกเขาจะได้มันมาในวันถัดไป

ความตั้งใจและความพยายามของสองพี่น้องคู่นี้ทำให้พวกเขามีรายได้หลักล้านต่อเดือน ซึ่งพวกเขาจะใช้เป็นทุนการศึกษาเพื่อเรียนในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันต่อไป

ความฝันของเด็กธรรมดา

แม้ว่าจะสร้างธุรกิจมาได้ด้วยวัยเพียงแค่ 14 ปี แต่สำหรับ Ishaan แล้วเขามองว่านอกเหนือจากเรื่องนี้แล้วตัวเขาเองก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่อายุ 14 ปี

Ishaan เผยว่าพวกเขาจะนำกำไรที่ได้จากการทำเหมืองเป็นทุนการศึกษาสำหรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาต้องการเข้าเรียนในเพนซิลเวเนีย ส่วนน้องสาวอยากเข้ามหาวิทยาลัยในนิวยอร์ก ทั้งสองกล่าวว่าพวกเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นหมอสักวันหนึ่ง

พวกเขาหวังว่าการขุด Ethereum จะช่วยสานฝันให้พวกเขาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ต้องการ

ที่มา Dallas News

ภาพโดย REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ถึงคิว “กองทุน” จีนเดินเครื่องล้างบางพฤติกรรมฉ้อฉล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661854

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 14:11 น.ถึงคิว "กองทุน" จีนเดินเครื่องล้างบางพฤติกรรมฉ้อฉลจีนเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราอุตสาหกรรมกองทุนมูลค่า 9.3 ล้านล้านดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ชั้นนำของจีนให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ว่าจะปราบปรามกองทุนส่วนบุคคลที่บริหารจัดการด้วยความฉ้อฉลและกำจัดกองทุนปลอม หลังจากรัฐบาลใช้ยาแรงมากขึ้นในการจัดการกับอุตสาหกรรมมูลค่า 60 ล้านล้านหยวน (9.28 ล้านล้านดอลลาร์)

ขณะนี้จีนได้พยายามหาช่องทางผันการออมของครัวเรือนเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น เพื่อเป็นทุนสนับสนุนด้านนวัตกรรมและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็ลดการพึ่งพิงการปล่อยกู้จากธนาคารของเศรษฐกิจในประเทศ

อี้ฮุ่ยหม่าน (Yi Huiman) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนกล่าวว่าผู้จัดการกองทุนควรให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนอย่างใกล้ชิดกับนักลงทุน และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ของตนหลอกลวงผู้อื่น

“จีนกำลังส่งเสริมการเติบโตอย่างมีคุณภาพของตลาดทุน และการพัฒนาที่ดีของอุตสาหกรรมกองทุนมูลค่า 60 ล้านล้านหยวนเป็นส่วนสำคัญของจีน” อี้ฮุ่ยหม่านกล่าวในการประชุมที่จัดโดยสมาคมการจัดการสินทรัพย์ของจีน

ผู้จัดการกองทุนรวมของจีนยังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลก เช่น BlackRock และ Fidelity International หลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลยกเลิกการเป็นเจ้าของต่างชาติในภาคธุรกิจนี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2020

ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม อุตสาหกรรมกองทุนรวมของประเทศอยู่ที่ 23.5 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.6 เท่าเมื่อสิ้นปี 2559 อี้ฮุ่ยหม่านกล่าว

ภาคกองทุนหลักทรัพย์เอกชนเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 5.5 ล้านล้านหยวน และอุตสาหกรรมไพรเวทอิควิตี้และเงินร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 12.6 ล้านล้านหยวนในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าจะมีการกวาดล้างอุตสาหกรรมกองทุนส่วนบุคคลของจีนเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังมีผู้ลงทุนรายเล็กและ “แมงเม่า” จำนวนมากที่ขัดขวางการเติบโตที่มีคุณภาพสูงของภาคธุรกิจ อี้ฮุ่ยหม่านกล่าวเสริมว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเผยแพร่กฎเกณฑ์ใหม่ในเวลาอันควร

ที่ผ่านมาผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลบางคนถึงกับระดมเงินในที่สาธารณะ และยักยอกเงินของลูกค้าด้วย

อี้ฮุ่ยหม่านเรียกร้องให้ผู้จัดการกองทุนจัดลำดับความสำคัญของความต้องการและความสนใจของลูกค้า เนื่องจาก “มีหลายครั้งแล้วที่กองทุนทำเงินได้ แต่นักลงทุนกลับทำเงินไม่ได้”

เขาขอให้ผู้จัดการการเงินจัดการกับปัญหาการปั่นกองทุน ซึ่งพนักงานขายกองทุน แสวงหาค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น ส่งเสริมให้นักลงทุนไถ่ถอนเงินทุนที่มีอยู่และสมัครรับเงินทุนที่เพิ่งเปิดตัว ส่งผลให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้าจำนวนมาก

Photo – CHINA OUT AFP PHOTO

จีนพบซาก ‘อาณาจักรสู่’ โบราณ อารยธรรมเก่าแก่ 4,800 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661840

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 13:31 น.จีนพบซาก ‘อาณาจักรสู่’ โบราณ อารยธรรมเก่าแก่ 4,800 ปีคณะนักโบราณคดีเชื่อกันว่าอาณาจักรสู่โบราณรุ่งโรจน์อยู่นานกว่า 2,000 ปี

เฉิงตู, 30 ส.ค. (ซินหัว) — คณะนักโบราณคดีจีนเปิดเผยการค้นพบซากอาณาจักรสู่โบราณ ซึ่งเป็นอารยธรรมเก่าแก่อย่างน้อย 4,800 ปี ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ในนครเฉิงตู เมืองเอกของซื่อชวน ถูกค้นพบเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน โดยงานขุดค้นตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคมปีนี้นำไปสู่การค้นพบหลุมศพโบราณมากกว่า 80 หลุม และซากบ้านเรือนมากกว่า 10 หลัง ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปีก่อนคริสตกาล) และยุควสันตสารทหรือยุคชุนชิว (770-476 ปีก่อนคริสตกาล)

สยงเฉียวเฉียว ผู้นำโครงการขุดค้นข้างต้น เผยว่ามีการค้นพบเครื่องทองสัมฤทธิ์ เครื่องหยก และเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมาก อาทิ ตราประทับสัมฤทธิ์ ดาบทรงใบหลิว และสิ่งประดิษฐ์ทั่วไปของอารยธรรมสู่ในพื้นที่ ซึ่งมาจากช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญระหว่างอารยธรรมสู่ตอนต้นอันเป็นยุคของซากโบราณซานซิงตุย (Sanxingdui Ruins) และอารยธรรมสู่ตอนปลาย

สยงระบุว่าโบราณสถานดังกล่าวช่วยส่งมอบข้อมูลการวิจัยที่สำคัญสำหรับการรื้อสร้างประวัติศาสตร์อาณาจักรสู่โบราณขึ้นมาใหม่ เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งนี้ยังคงขาดการสนับสนุนด้านบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้ คณะนักโบราณคดีเชื่อกันว่าอาณาจักรสู่โบราณรุ่งโรจน์อยู่นานกว่า 2,000 ปี

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ฟิลิปปินส์สั่งเปิดกาสิโน ดูดเงินช่วยประเทศฟื้นฟูโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661843

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.ฟิลิปปินส์สั่งเปิดกาสิโน ดูดเงินช่วยประเทศฟื้นฟูโควิดผู้นำฟิลิปปินส์ยกเลิกคำสั่งห้ามเปิดบ่อน หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ยกเลิกคำสั่งห้ามเปิดบ่อนกาสิโนบนเกาะโบราไกย์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เพื่อหารายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

ก่อนหน้านี้ ดูเตอร์เตสั่งห้ามการพนันและยุติการสร้างกาสิโนแห่งใหม่ รวมถึงปฏิเสธแผนการสร้างรีสอร์ทกาสิโนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐบนเกาะโบราไกย์ ของ Galaxy Entertainment Group ธุรกิจโรงแรมและกาสิโนจากมาเก๊า

แต่การล็อกดาวน์ที่เข้มงวดและยาวนานของฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้วส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก รัฐบาลฟิลิปปินส์จึงตัดสินใจเปิดกาสิโนอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่จะมีการจำกัดอายุผู้ใช้บริการ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำสั่งดังกล่าวจะบังคับใช้เพียงแค่ชั่วคราวหรือถาวร

ด้านบริษัท Galaxy Entertainment Group กล่าวกับรอยเตอร์สว่าบริษัทสามารถเริ่มดำเนินการธุรกิจกาสิโนได้โดยจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ

เช่นเดียวกับบริษัท Alliance Global Group ซึ่งแถลงว่าจะดำเนินการโครงการกาสิโนบนเกาะโบราไกย์ในทันที และหวังว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบนเกาะนี้จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

Photo by LISA MARIE DAVID / POOL / AFP

นิวซีแลนด์พบผู้เสียชีวิตเชื่อมโยง Pfizer เป็นครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661838

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 11:50 น.นิวซีแลนด์พบผู้เสียชีวิตเชื่อมโยง Pfizer เป็นครั้งแรกนิวซีแลนด์แถลงพบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า วันนี้ (30 ส.ค.) กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์รายงานการเสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับวัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer เป็นครั้งแรกในประเทศ หลังทำการตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19

กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวเป็นเพศหญิง ไม่ระบุอายุ ได้รับการพิจารณาว่าเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (Myocarditis) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ยากของวัคซีนโควิด-19 จาก Pfizer โดยเคสดังกล่าวได้รับการส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพแล้ว

ทั้งนี้ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะจำกัดความสามารถในการสูบฉีดเลือดของหัวใจและอาจทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ระบุว่าประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดอาการข้างเคียง รวมถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ยาก

ขณะนี้นิวซีแลนด์กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ปลอดไวรัสมาได้เกือบ 6 เดือน

โดยในวันนี้มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 53 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสมในระลอกล่าสุดอยู่ที่ 562 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมดอยู่ที่ 3,464 ราย และผู้เสียชีวิต 26 ราย

Photo by Carlos JUNIOR / AFP

จีนขยี้สหรัฐ แนะเคารพอธิปไตยอัฟกัน-ทำงานร่วมตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661832

วันที่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 11:13 น.จีนขยี้สหรัฐ แนะเคารพอธิปไตยอัฟกัน-ทำงานร่วมตอลิบานจีนชี้สหรัฐควรเคารพอธิปไตยอัฟกานิสถาน ร่วมมือตอลิบานสู้กลุ่มก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมาหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนสนทนาทางโทรศัพท์กับแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ โดยกล่าวว่าประชาคมระหว่างประเทศควรมีส่วนร่วมกับกลุ่มตอลิบาน ผู้นำคนใหม่ของอัฟกานิสถาน และสหรัฐควรเคารพอธิปไตยของอัฟกานิสถาน

พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยให้อัฟกานิสถานต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย และยุติความรุนแรงในประเทศ โดยเตือนว่าการถอนกองกำลังอย่างเร่งด่วนของสหรัฐอาจส่งผลให้กลุ่มก่อการร้ายกลับมาแข็งแกร่งขึ้น

หวัง อี้ ยังกล่าวว่าสหรัฐควรทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคมและฟื้นฟูเศรษฐกิจของอัฟกานิสถาน

เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่าทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับ “ความสำคัญของประชาคมระหว่างประเทศในการจับตาความรับผิดชอบของกลุ่มตอลิบานต่อสาธารณะเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินทางของชาวอัฟกันและชาวต่างชาติ”

หวัง อี้ เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าโลกควรแนะแนวทางและสนับสนุนอัฟกานิสถานในขณะที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่แทนที่จะสร้างความกดดัน และชี้ว่าการถอนกองกำลังสหรัฐออกไปอย่างเร่งด่วนนั้นจะส่งผลกระทบร้ายแรง

อย่างไรก็ตามได้ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐเพื่อส่งเสริมความมั่นคงในอัฟกานิสถาน เว้นแต่ว่าสหรัฐจะพยายามควบคุมและปราบปรามจีน ตลอดจนทำร้ายสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของจีน

“จีนจะพิจารณาว่าจะร่วมมือกับสหรัฐอย่างไรขึ้นอยู่กับทัศนคติของสหรัฐที่มีต่อจีน” หวัง อี้กล่าว

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในจุดตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี รวมถึงยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการสืบหาต้นตอของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม หวัง อี้กล่าวว่าการพูดคุยกันระหว่างทั้งสองในประเด็นอัฟกานิสถาน รวมถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่าการเจรจาและความร่วมมือดีกว่าการเผชิญหน้า

AFP PHOTO / Fred DUFOUR

คำสาปกับหน้ากากทองคำฟาโรห์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตุตันคาเมน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/657127

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 18:31 น.

คำสาปกับหน้ากากทองคำฟาโรห์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตุตันคาเมนเผยเรื่องราวของโบราณวัตถุล้ำค่าของอียิปต์ที่ไม่ได้มีแค่ขุมสมบัติจากสุสานตุตันคาเมนเท่าน้น

ในโอกาสที่มีการเคลื่อนย้ายพระศพมัมมี่ของฟาโรห์อียิปต์โบราณไปยังสถานที่จัดแสดงแห่งใหม่ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องคำสาปฟาโรห์ที่อาจเป็นเหตุให้อียิปต์พบกับเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวของสมบัติล้ำค่าจากสุสานต่างๆ รวมถึงสุสานที่กล่าวกันว่าต้องคำสาป

ฟาโรห์ตุตันคาเมน ฟาโรห์พระองค์หนึ่งในราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ มีชื่อเสียงจากสุสานของพระองค์ในหุบผากษัตริย์ หรือสุสาน KV62 ซึ่งถูกค้นพบในปี 1922 เฮาเวิร์ด คาร์เทอร์ (Howard Carter) ในสุสานมีทรัพย์สมบัติโบราณอายุกว่า 3,000 ปี มากมายหลายชิ้น ที่เป็นไฮไลท์คือหน้ากากพระศพทองคำ

แต่การขุดค้นสุสานของพระองค์ทำให้เกิดเรื่องเล่าลือต่างๆ เกี่ยวกับคำสาปและการตายที่ผิดธรรมดาของผู้เกี่ยวข้องกับการขุดสุสาน เช่น ความตายของของลอร์ดคาร์นาร์วอนผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับการขุดสุสาน เขาถูกยุงกัดและต่อขณะโกนหนวดคมมีดไปถูกตุ้มยุงกัดจนติดเชื้อและส่งผลให้เลือดเป็นพิษ

หรือจะเป็น เอ. ซี เมซ สมาชิกของทีมขุดค้นของเฮาเวิร์ด คาร์เทอร์เสียชีวิตในปี 1928 จากพิษของสารหนู หรือริชารืด บีเธล เลขานุการของคาร์เทอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1929 บนเตียงในสโมสรเมย์แฟร์ และจอร์จ เจย์ โกลด์ ผู้มาเยี่ยมสุสานตุตันคาเมนแล้วมีไข้ จากนั้นเสียชีวิตในเฟรนช์ริเวียร่าเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1923

1. หน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน photo by Roland Unger under the terms of the GNU Free Documentation License

ส่วนเฮาเวิร์ด คาร์เทอร์ผู้นำการขุดพบสุสานและผู้ถอดหน้ากากทองคำออกมาด้ยตัวเองไม่ได้เสียชีวิตด้วยคำสาปเพราะมีอายุยืนยาวมาจนถึง 66 ปี หรือยาวนานมากกว่า 10 ปีหลังจากที่เขาค้นพบสุสานตุตันคาเมน แต่บางคนก็ยังเชื่อว่าที่ตายก็เพราะคำสาปของสุสานนั่นเอง (เขาเสียชีวิตเพราะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน)

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 1925 ทีมงานได้เปิดด้านในสุดของโลงศพสามชั้น เพื่อเผยให้เห็นหน้ากากทองคำที่ผู้คนพบเห็นเป็นครั้งแรกในรอบ 3,250 ปี คาร์เตอร์เขียนไว้ในไดอารี่ของเขาเอาไว้ว่า “หมุดถูกถอดออก ฝา (โลง) ถูกยกขึ้น ฉากสุดท้ายได้รับการเปิดเผย – มัมมี่ของกษัตริย์หนุ่มที่ห่ออย่างเรียบร้อยด้วยหน้ากากสีทองที่แสดงถึงความเศร้าสร้อย แต่เงียบสงบ เป็นสัญลักษณ์ของเทพโอซิริส … หน้ากากมีความคล้ายคลงกับองค์เทพ แต่เป็นรูปเหมือนของตุตันคาเมน สุขุมและงดงาม มีลักษระเหมือนกับที่เราเห็นในรูปปั้นและบนโลงศพ หน้ากากเอียงลงเล็กน้อยดังนั้นสายตาจึงจับจ้องตรงไปยังสรวงสวรรค์”

ในเดือนธันวาคม 1925 หน้ากากถูกถอดออกจากหลุมฝังศพวางไว้ในลังและส่งไปยังพิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum) ในกรุงไคโรซึ่งยังคงจัดแสดงต่อสาธารณะยาวนานถึง 95 ปี จนกระทั่งในปี 2021 ได้ย้ายไปจัดแสดงพร้อมด้วยสมบัติทั้งชุดจากสุสานตุตันคาเมนที่พิพิธภัณฑ์แกรนด์อีจิปเชียน (Grand Egyptian Museum)

หน้ากากตุตันคาเมนเป็นสมบัติล้ำค่าและเป็นศิลปะวัตถุชิ้นสำคัญของโลก เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มากที่หน้ากากชิ้นนี้หลงเหลือมาถึงเราได้ เพราะสุสานของฟาโรห์มักถูกปล้นสมบัติมาตั้งแต่โบราณ มัมมี่ของฟาโรห์จึงมักเหลือแต่พระศพเปล่าๆ ส่วนสุสาน KV62 ถูกปล้นสองครั้งในสมัยโบราณ แต่ห้องเก็บสมบัติล้ำค่ากลับรอดมาได้

หน้ากากตุตันคาเมนทำด้วยทองคำกะรัตสูงแผ่เป็นสองชั้น (18.4 กรัต และ 22.5 กะรัต) น้ำหนัก 10.23 กิโลกรัม ประดับด้วยแก้วสี หินมีค่า เช่น ลาพิส ลาซูลี มีการประดับประดารูปงูเห่าและนกแร้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกครองอียิปต์ตอนล่างและอียิปต์ตอนบน

แต่หน้ากากตุตันคาเมนไม่ใช่หน้ากากทองคำของฟาโรห์ที่หลงเหลือมาถึงเราอีก 2 – 3 ชิ้น นั่นคือหน้ากากทองคำของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 (Psusennes I) ซึ่งเป็นฟาโรห์ในสมัยราชวงศ์ที่ 21 ครองราชย์ระหว่างปี 1047–1001 ก่อนคริสตกาล พบในสุสานของพระองค์ที่ไม่ถูกโจรปล้นไป คือสุสาน NRT III เมื่อปี 1940

2. กากทองคำของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 (Psusennes I) Photo by dnak at Flickr licensed under the terms of the cc-by-2.0.

น่าเสียดายเนื่องจากสถานที่ตั้งของอียิปต์ตอนล่างที่ชื้นมาก แม้ว่าสุสาน NRT III จะไม่ถูกโจรปล้นเลยก็ตาม แต่สิ่งของเหลือน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสุสาน KV62 ของตุตันคาเมน แม้ว่าของที่ทำจากไม้จะเสียหายมาก แต่หน้ากากงานศพอันงดงามของกษัตริย์รอดมาได้ พบว่าทำจากทองคำและไพฑูรย์และฝังกระจกสีดำและสีขาวที่ดวงตาและคิ้ว

นิ้วและนิ้วเท้าของฟาโรห์ถูกห่อหุ้มไว้ปลอกนิ้วทองคำและรองเท้าแตะทองคำสวมไว้ที่พระบาท เล็บมีการแกะลาย แต่ละนิ้วสวมแหวนทองคำและไพฑูรย์อย่างประณีตหรือหินกึ่งมีค่าต่างๆ โลงพระศพชั้นนอกทำจากเงิน ซึ่งเป็นโลงพระศพของฟาโรห์องค์อื่น แต่ขุดมาจากสุสานหลวงแห่งอื่นเพื่อนำมาใช้ใหม่ เนื่องจากในอียิปต์แร่เงินหายากกว่าทองคำ

3. หน้ากากทองคำของฟาโรห์อเมเนมโอเป (Amenemope) Photo by tutincommon licensed under the terms of the cc-by-2.0.

หน้ากากทองคำอีกชิ้นหนึ่งเป็นของฟาโรห์อเมเนมโอเป (Amenemope) ฟาโรห์อียิปต์โบราณแห่งราชวงศ์ที่ 21 ครองราชย์ระหว่างปี 1001 – 992 ก่อนคริสตกาล และเป็นโอรสของฟาโรห์ซูเซนเนสที่ 1 สุสานของพระองค์คือ NRT IV อยู่ใกล้กับสุสาน NRT III ของพระบิดา และไม่ได้ถูกปล้นเช่นกัน แต่มีสมบัติน้อยกว่าสุสานของพระบิดา สิ่งทีเหมือนกันคือมีหน้ากากทองคำหลงเหลืออยู่

หน้ากากพระศพแสดงให้เห็นถึงกษัตริย์ในวัยเยาว์ แต่มีเรื่องน่าแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ฌอร์จ โกยง (Georges Goyon) นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่พบสุสานนี้เล่าว่าช่วงที่ค้นพบหน้ากากตอนแรกนั้นหน้ากากมีสีหน้าของความทุกข์ทรมานและเหมือนจะอ้อนวอน แต่ใบหน้าก็อ่อนโยนลงในเวลาต่อมาหลังจากการบูรณะแล้ว

เครดิตภาพ

Cover photo by Larazoni (It was reviewed on 1 September 2008 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0.)

photo 1 – by Roland Unger under the terms of the GNU Free Documentation License

photo 2 – by dnak It was reviewed on 23 March 2017 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0. 

photo 3 – by tutincommon  It was reviewed on 25 August 2008 by FlickreviewR and was confirmed to be licensed under the terms of the cc-by-2.0.

รัฐมนตรีอัฟกันเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปั่นจักรยานส่งของในเยอรมนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661792

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 16:14 น.

รัฐมนตรีอัฟกันเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปั่นจักรยานส่งของในเยอรมนีอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารในรัฐบาลอัฟกานิสถาน วันนี้เขาปั่นจักรยานเพื่อหาเลี้ยงชีพ

ไลป์ซิก เยอรมนี 26 ส.ค. (รอยเตอร์) – ซาเอด ซาดาตเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารในรัฐบาลอัฟกานิสถานก่อนจะย้ายไปเยอรมนีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วด้วยความหวังว่าจะมีอนาคตที่ดีกว่า ตอนนี้เขาเป็นพนักงานส่งของในเมืองไลพ์ซิกทางตะวันออกของเยอรมนี

เขากล่าวว่าบางคนที่อัฟกานิสถานวิพากษ์วิจารณ์เขาที่รับงานนี้หลังจากรับราชการในรัฐบาลมาสองปีแล้วออกจากตำแหน่งในปี 2561 แต่สำหรับเขาตอนนี้งานคืองาน

“ผมไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิด” ซาเอด พลเมืองสองสัญชาติอังกฤษ-อัฟกันวัย 49 ปีกล่าว เขาสวมในชุดเครื่องแบบสีส้มข้างจักรยานยนต์ของเขา เขาลาออกจากรัฐบาลอัฟกานิสถานเพราะไม่เห็นด้วยกับสมาชิกในวงของประธานาธิบดี

“ผมหวังว่านักการเมืองคนอื่นๆ จะเดินบนเส้นทางเดียวกัน โดยทำงานร่วมกับสาธารณชนมากกว่าแค่หลบซ่อน”

เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากความโกลาหลที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดของเขาหลังจากการยึดครองของตอลิบาน ครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขาเองก็อยากออกไปเช่นกัน โดยหวังว่าจะร่วมกับคนอื่นๆ อีกหลายพันคนในเที่ยวบินอพยพหรือพยายามค้นหาเส้นทางอื่นหนีออกมา

ข้อมูลจากสำนักงานเพื่อการอพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีเปิดเผยว่า เมื่อการถอนทหารสหรัฐ ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นนั้น จำนวนผู้ขอลี้ภัยชาวอัฟกันในเยอรมนีได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 130%

แม้ว่าการถือสองสัญชาติของเขาหมายความว่าเขาสามารถเลือกที่จะย้ายไปอังกฤษ ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเขาที่นั่น แต่เขาย้ายไปอยู่ที่เยอรมนีเมื่อปลายปี 2563 โดยฉวยโอกาสสุดท้ายที่จะทำเช่นนั้นก่อนที่เส้นทางนั้นจะถูกปิดเมื่อสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป.

เขาเลือกเยอรมนีเพราะเขาคาดหวังว่าจะมีอนาคตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและมีบทบาทสำคัญในภาคโทรคมนาคมและไอทีในระยะยาว

แต่ถึงแม้จะมีภูมิหลังของเขา ซาดาตก็ยังไม่ได้งานทำในเยอรมนีที่ตรงกับประสบการณ์ของเขา ด้วยปริญญาด้านไอทีและโทรคมนาคม ซาดาตหวังว่าจะได้งานในสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อไม่สามารถใช้ภาษาเยอรมัน โอกาสของเขาจึงน้อยมาก

“ภาษาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด” ซาดาต กล่าว

ทุกวันเขาเรียนภาษาเยอรมันสี่ชั่วโมงที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง ก่อนเริ่มกะเย็นหกชั่วโมงเพื่อส่งอาหารให้กับบริษัท Lieferando ซึ่งเขาเริ่มฤดูร้อนนี้

“ช่วงสองสามวันแรกน่าตื่นเต้น แต่ยาก” เขากล่าว พร้อมอธิบายถึงความท้าทายในการเรียนรู้การปั่นจักรยานในการจราจรในเมือง

“ยิ่งออกไป ยิ่งเห็นผู้คน ยิ่งเรียนรู้” เขากล่าว

Photo REUTERS/Hannibal Hanschke

สถิติเผย ผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661768

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 14:37 น.

สถิติเผย ผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคนวิวัฒนาการเงินออนไลน์ของจีนก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แผ่ขยายทั้งในเขตเมืองและเติบโตอย่างรวดเร็วแม้ในชนบท

ปักกิ่ง, 29 ส.ค. (ซินหัว) — รายงานตัวเลขล่าสุดว่าด้วยการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของจีน ซึ่งเผยแพร่โดยข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีน (CNNIC) เผยว่าจำนวนผู้ใช้บริการชำระเงินออนไลน์ในจีนสูงแตะ 872 ล้านคนแล้ว เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยตัวเลขนี้คิดเป็นร้อยละ 86.3% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดของประเทศ

รายงานระบุว่าจีนมีจำนวนผู้ที่ชอปปิงออนไลน์แตะ 812 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 80.3 ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

จีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องด้านปรับปรุงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชนบท เนื่องจากอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ชนบทเพิ่มขึ้นสู่ร้อยละ 59.2 เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

รายงานเสริมว่าอีคอมเมิร์ซผ่านไลฟ์สตรีมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ชนบท

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

คริปโตสะดวกกว่า ดาราหนังโป๊-บริการทางเพศหันมาใช้มากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661770

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 12:32 น.

คริปโตสะดวกกว่า ดาราหนังโป๊-บริการทางเพศหันมาใช้มากขึ้น

เงิน Crypto ได้รับแรงฉุดในอุตสาหกรรม AV โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลงกรณี OnlyFans เกือบจะแบนเนื้อหาทางเพศ

ดาราหนังโป๊ ผู้ให้บริการทางเพศ และคนอื่น ๆ ในวงการบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่กำลังหันมาใช้การชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) กันมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับระบบการเงินกระแสหลัก ซึ่งอาจทำให้สกุลเงินดิจิทัล/คริปโตใช้งานได้กว้างขึ้น

ปัญหาล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนนี้เมื่อ OnlyFans ประกาศว่าจะแบนเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งบนไซต์ แต่ต้องเปลี่ยนท่าทีหลังจากถูกต่อต้านอย่างหนัก เนื่องจากจุดขายหลักของ OnlyFans ก็คือการขายเนื้อหาทางเพศนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจบันเทิงทางเพศไปสู่การใช้สกุลเงินดิจิทัล เพื่อเป็นการชำระเงินแบบไม่เปิดเผยตัวตนนอกระบบธนาคารระวหางผู้รับบริการและผู้ให้บริการในธุรกิจทางเพศ

นักแสดงชาวอังกฤษ Adreena Winters ซึ่งเป็นตัวแทนแบรนด์สำหรับตลาดธุรกิจทางเพศรับเงินคริปโตฯ กล่าวว่า ด้วยกฎที่เข้มงวดมากขึ้เรื่องกระบนการชำระเงินและปัญหาล่าสุดกับ OnlyFans “เห็นได้ชัดว่าคริปโตจะเป็นทางออก”

“สื่อวาบหวิวมักเป็นปัจจัยที่ทำให้แนวคิดใหม่ๆ เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ VHS, การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตออนไลน์ และแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต ดังนั้นฉันไม่คิดว่ามันน่าแปลกใจที่สื่อทางเพศจะเป็นสิ่งที่ทำให้คริปโตกลายเป็นกระแสหลักในที่สุด”

Jeff Dillon หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาของ Nafty ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซีที่เปิดตัวในปีนี้โดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมสื่อทางเพศ กล่าวว่ากรณี OnlyFans “ช่วยทำการตลาดมากกว่าที่เราเคยจ่ายเงินทำไม่ว่าจะครั้งไหนๆ”

– เซ็กซ์เป็นผู้นำเทคโนโลยี –

Dillon กล่าวว่าอุตสาหกรรมทางเพศได้ปูทางสำหรับนวัตกรรมอื่น ๆ ทางออนไลน์ เช่น การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตออนไลน์และการตรวจสอบทันที (instant verification) และอาจธุรกิจทางเพศอาจช่วยส่งเสริมคริปโตในแบบเดียวกันหากการชำระเงินตามระบบกระแสหลักทำให้ยากขึ้น

“นี่จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดโมเมนตัมสำหรับคริปโตและโซลูชั่นการชำระเงินทางเลือก” เขากล่าว

Dominic Ford ผู้ก่อตั้ง JustFor.Fans ซึ่งเป็นคู่แข่งของ OnlyFans ที่ยอมรับ bitcoin กล่าวว่าคริปโตเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มของเขาเพราะมันยุ่งยากกว่า แต่ชี้ว่ามันอาจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหากเครื่องมือการโอนเงินยอดนิยมปรับตัวให้เข้าคริปโต

“สกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานออนไลน์และอยู่เหนือพรมแดน ดูเหมือนจะเป็นวิวัฒนาการที่เห็นได้ชัด เหมือนกับอีเมลคือวิวัฒนาการของจดหมาย” ฟอร์ดกล่าว

CumRocket สตาร์ทอัพที่สร้างเหรียญดิจิทัลชื่อ Cummies สำหรับเนื้อหาทางเพศ ประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่ากำลังเร่งงานบนแพลตฟอร์มเนื้อหาของตัวเอง

“ผู้ให้บริการทางเพศควรมีโอกาสเข้าร่วมแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการชำระเงินใดๆ ซึ่งเหมือนกับทางเลือกอื่นๆ OnlyFans ที่ใช้เงินจริงๆ อาจจะต้องพิจารณาใช้มันในเดือนหรือปีข้างหน้า”

ในขณะที่ bitcoin และสกุลเงินคริปโตอื่น ๆ มีความผันผวนอย่างมาก ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อทางเพศกล่าวว่าพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้นได้โดยใช้คริปโตสำหรับการชำระเงินทันทีโดยไม่ต้องจัดเก็บ

– กฎหมายและความรับผิดของสหรัฐ –

OnlyFans ไม่ใช่บริการออนไลน์เพียงบริการเดียวที่ต้องต่อสู้กับการยอมรับเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่

PornHub ยอมรับสกุลเงินคริปโตสำหรับบริการระดับพรีเมียม “เพื่อให้ทันกับความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าการชำระเงินของชุมชนของเรา”

Visa และ Mastercard ได้สั่งห้ามการชำระเงินชั่วคราวกับเว็บเนื้อหาวาบหวิวที่มี MindGeek ยักษ์ใหญ่ด้านหนังโป๊เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นเจ้าของ PornHub และไซต์อื่นๆ โดยอ้างว่าเว็บ PornHub เผยแพร่เหนื้อหาที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

และในเดือนนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการสอบสวนเรื่องสื่อลามกอนาจารเด็กที่ถูกกล่าวหาใน OnlyFans

Dominic Ford ผู้ก่อตั้ง JustFor.Fans กล่าวว่ากฎหมาย FOSTA-SESTA ในปี 2561 ได้สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมสื่อวาบหวิวโดยระบุว่าเว็บต์ที่บริการออนไลน์แบบนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น การแสวงหาประโยชน์จากเด็กหรือการค้ามนุษย์ทางเพศ

หลังจากผ่านกฎหมายได้ไม่นาน Tumblr โซเชียลเน็ตเวิร์กได้สั่งห้ามเนื้อหาที่โจ่งแจ้ง ส่งผลให้การใช้งานลดลงอย่างรวดเร็ว

Deon Glows ผู้สร้างเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ว่าคริปโจอาจจะมีข้อดีที่หลากหลาย ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดบางอย่างในระบบธนาคาร แต่ยังทำให้ลูกค้า “ไม่เปิดเผยตัวตนได้เมื่อกระทำผิดจริยธรรม”

“มีความสงสัย (เกี่ยวกับคริปโต) เพราะผู้ให้บริการทางเพศต้องให้มีมาตรการป้องกันเข้าถึงให้น้อยที่สุด” เธอกล่าว

“ฉันต้องการเห็นสถาบันการธนาคารและผู้ดำเนินการชำระเงินทันสมัยมากขึ้นและเปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับประเภทของธุรกิจที่พวกเขาอนุญาต”

ผู้ดำเนินกาธุรกิจทางเพศบางคนกล่าวว่า ครปโตมีแนวโน้มดี แต่ไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่

“เราลองดูคริปโตและกลไกการชำระเงินทางเลือกอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำรองและเป็นทางเลือกในการสนับสนุนผู้ที่ชื่นชอบคริปโต แต่แน่นอนว่าไม่ใช่แหล่งหลักสำหรับการรับหรือส่งเงิน” โฆษกของ Unlockd แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ใหญ่ในอังกฤษกล่าว

Lou Kerner นักลงทุนและนักวิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีของ Quantum Economics กล่าวว่าอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใหญ่สามารถช่วยนำคริปโตมาสู่ผู้ใช้มากขึ้น

“มันยากสำหรับคนที่ทำงานในอุตสาหกรรม (ทางเพศ) ที่จะได้รับบัญชีธนาคาร ดังนั้นพวกเขาจึงถูกเลือกปฏิบัติมาหลายปีแล้ว” Lou Kerner กล่าว

“ในขณะที่เทคโนโลยีใช้งานง่ายขึ้น อุตสาหกรรมสื่อวาบหวิวก็จะปรับตัวรับมันมากขึ้น… คริปโตกำลังจะถูกนำไปใช้ในกระแสหลักอย่างไม่ต้องสงสัย และยิ่งมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับบริการจากการเงินแบบดั้งเดิม มัน (คริปโต) ก็จะยิ่งเข้าถึงที่นั่นเร็วขึ้น”

Photo by Ozan KOSE / AFP