อยู่ยอดเขาก็ไม่รอด นักปีนเขาติดโควิดบนเอเวอเรสต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651152

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 12:20 น.อยู่ยอดเขาก็ไม่รอด นักปีนเขาติดโควิดบนเอเวอเรสต์   นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ติด Covid-19 บนยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นคนแรก

ในที่สุดเชื้อโคโรนาไวรัสก็ถูกพบที่เบสแคมป์ของยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยผู้ติดเชื้อรายแรกคือ เออร์ลันด์ เนสส์ นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ โดยเจ้าตัวเผยว่ามีอาการป่วยอยู่เกือบ 1 สัปดาห์ระหว่างพักอยู่ที่เบสแคมป์ก่อนจะปีนขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุโดยเฮลิคอปเตอร์เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

ตอนแรกเนสส์คิดว่าเขามีภาวะน้ำท่วมปอดอันเนื่องมาจากการอยู่มนที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆ จนกระทั่งไปถึงโรงพยาบาลและได้รับการตรวจจึงพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส

เนสส์ยังไม่มั่นใจว่าเขาติดเชื้อจากที่ใดหรือบุคคลใด แต่คาดว่าได้รับเชื้อขณะอยู่ที่ร้านชาในหุบเขาคุมบู เนื่องจากมีผลตรวจเป็นลบก่อนออกเดินทางจากนอร์เวย์และช่วงที่กักตัวเฝ้าดูอาการที่กรุงกาฐมาณฑุตามมาตรการของเนปาล เมื่อกักตัวครบก็รีบเดินทางไปที่เบสแคมป์ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อระหว่างเดินทางไปยอดเขาเอเวอเรสต์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเชอปาอีก 1 คนที่เดินทางไปกับเนสส์มีผลตรวจเป็นบวกด้วย

การพบผู้ติด Covid-19 บนยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาหลังจากทางการเนปาลเพิ่งกลับมาเปิดให้ขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหลังจากปิดมา 1 ปี ขณะที่เส้นทางจากจีนยังปิดอยู่เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19  

AFP PHOTO/SOCIAL WELFARE RESIDENTIAL EDUCATIONAL INSTITUTIONS SOCIETY

ความหวังช่วยลูกเรือ 53 คนในเรือดำน้ำอินโดฯ เลือนราง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651146

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 10:20 น.ความหวังช่วยลูกเรือ 53 คนในเรือดำน้ำอินโดฯ เลือนรางผู้เชี่ยวชาญคาดออกซิเจนอาจหมดแล้ว เรือจมน้ำลึกเกินสมรรถนะจนแตกออก

การค้นหาเรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 อายุการใช้งานกว่า 44 ปีของอินโดนีเซียที่ขาดการติดต่อระหว่างซ้อมรบทางทะเลนอกชายฝั่งเกาะบาหลีเมื่อวันพะที่ผ่านมายังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความหวังที่เลือนราง เนื่องจากออกซิเจนในเรือสามารถใช้ได้จนถึงราว 03.00 น. ของวันนี้เท่านั้น (24 เม.ย.)

ขณะนี้ทางการสหรัฐส่งเครื่องบินโบอิง พี-8 โพไซดอน (P-8 Poseidon) มาช่วยในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ด้านออสเตรเลียส่งเรือพร้อมอุปกรณ์โซนาร์และเฮลิคอปเตอร์ และเรือกู้ภัยน้ำลึกของอินเดียอยู่ระหว่างการเดินทาง

ขณะนี้มีความกังวลว่า เรือดำน้ำลำดังกล่าวอาจถูกแรงดันน้ำบีบอัดจนได้รับความเสียหาย โดย คอลลิน โกห์ นักวิชาการจากสถาบันกลาโหมและยุทธศาสตร์ศึกษาเผยว่า ความเป็นไปได้หนึ่งคือ เรือดำน้ำจมดิ่งลงไปที่ความลึกเกินกว่าความสามารถในการดำน้ำ ซึ่งจะทำให้เรือระเบิด

โกห์ยังเผยอีกว่า สมมติฐานที่ว่าเรือมีออกซิเจนสำหรับ 72 ชั่วโมงถือเป็นการมอลโลกในแง่ดี เนื่องจากเรือไม่สามารถผลิตออกซิเจนได้เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ออกซิเจนจะหมดแล้ว

เบื้องต้น กองทัพเรืออินโดนีเซียคาดว่าเรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 ขัดข้องขณะกำลังดำลงทะเลจนไม่สามารถเปิดใช้งานระบบฉุกเฉิน และจมดิ่งสู่ความลึกราว 600-700 เมตร ขณะที่ตัวเรือสามารถทนแรงกดดันได้ที่ความลึกเพียง 500   เมตร และทะเลบาหลีบางจุดอาจลึกถึง 1,500 เมตร

Photo by Handout / INDONESIA MILITARY / AFP

สหรัฐโค่นรัฐบาลประเทศที่ตัวเองไม่พอใจด้วยวิธีไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651112

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 20:30 น.สหรัฐโค่นรัฐบาลประเทศที่ตัวเองไม่พอใจด้วยวิธีไหนแต่ไหนแต่ไรมาสหรัฐมีวิธีจัดการเขี่ยผู้นำประเทศอื่นที่ขัดผลประโยชน์ทั้งที่ดำเนินการอย่างชัดเจนและทำแบบลับๆ โพสต์ทูเดย์จะพาไปดูวิธีเหล่านั้น

ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐพยายามเข้าไปแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นมาโดยตลอดนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1800 สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ดำเนินการอย่างชัดเจนและทำแบบลับๆ เพื่อถอนรากถอนโคนรัฐบาลต่างประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับตัวเอง

งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ระหว่างปี 1946–2000 สหรัฐแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างน้อย 81 ครั้ง และอีกชิ้นหนึ่งระบุว่า ช่วงสงครามเย็นสหรัฐดำเนินการในทางลับ 64 ครั้ง และดำเนินการแบบเปิดเผย 6 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนตัวรัฐบาลของประเทศอื่น

ต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่น่าสนใจ

1945–1949: จีน

รัฐบาลสหรัฐให้การช่วยเหลือทั้งทางทหาร การส่งกำลังบำรุงทางทหาร และความช่วยเหลืออื่นแก่พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งนำโดยเจียงไคเช็ก ในการทำสงครามสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ที่นำโดยเหมาเจ๋อตง ทั้งสองพรรคนี้ยังสู้รบกับกองกำลังของญี่ปุ่นที่เข้ามายึดครองจีนจนกระทั่งญี่ปุ่นยอมแพ้สหรัฐในเดือน ส.ค.1945

หลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้ สหรัฐยังคงสนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋งทำสงครามการเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์ต่อ ทหารสหรัฐราว 50,000 นายถูกส่งมารักษาการณ์ตามจุดยุทธศาสตร์ในมณฑลหูเป่ยและชานตง และยังฝึกอบรมให้ทหารของพรรคก๊กมินตั๋ง ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีหลังจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นจบลง พรรคก๊กมินตั๋งได้รับเงินสนับสนุนจากกองทัพ 4,430 ล้านเหรียญสหรัฐ

1952: อียิปต์ 

เดือน ก.พ. 1952 หลังเหตุจลาจลในกรุงไคโรท่ามกลางความไม่พอใจเป็นวงกว้างของชาวอียิปต์ชาตินิยมที่อังกฤษเข้ามายึดคลองสุเอซ และความพ่ายแพ้สงครามอาหรับ-อิสราเอลในปี 1948 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ส่ง เคอร์มิต รูสเวลต์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอเข้าพบพระเจ้าฟารูกที่ 1 แห่งอียิปต์ เพื่อโน้มน้าวให้พระเจ้าฟารูกทำการปฏิรูป เพื่อให้ข้อเรียกร้องของกลุ่มอียิปต์หัวรุนแรงอ่อนลงและช่วยให้อำนาจของพระเจ้าฟารูกมั่นคงขึ้น

สหรัฐได้รับการแจ้งล่วงหน้าถึงความสำเร็จของการปฏิวัติในปี 1952 ที่นำโดยทหารสายชาตินิยมในกองทัพอียิปต์ที่เรียกตัวเองว่า “Free Officers” ที่โค่นล้มระบบกษัตริย์ของอียิปต์แล้วเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐภายใต้การปกครองของนายพล โมฮาเหม็ด นากิบ ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีคนแรกของอียิปต์

ไมล์ส โคปแลนด์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอ ระบุไว้ในบันทึกความทรงจำว่า รูสเวลต์ จูเนียร์ ทำหน้าที่ประสานงานในการประชุมก่อนการปฏิวัติ 3 ครั้งกับกลุ่มคนที่จะลงมือปฏิวัติ รวมทั้งญะมาล อับเดล นาสเซอร์ ซึ่งต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีของอียิปต์ แม้ว่าข้อมูลของโคปแลนด์ จูเนียร์ จะยังไม่ได้รับการยืนยันจากเอกสารลับที่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ก็มีพยานแวดล้อมยืนยัน

ด้านฮิวจ์ วิลฟอร์ด ระบุว่า “ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ซีไอเอจะติดต่อกับ Free Officers ก่อนการปฏวัติในปี 1952 หรือไม่ แต่หลังจากการปฏิวัติมีการติดต่ออย่างลับๆ ระหว่างสหรัฐกับอียิปต์”

1970–1973: ชิลี 

ในการเลือกตั้งของชิลีเมื่อปี 1964 รัฐบาลสหรัฐและซีไอเอทุ่มเงิน 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สนับสนุน เอดูอาร์โด เฟรย์ มอนตัลวา ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับ ซัลวาดอร์ อัลเยนเต นักการเมืองฝ่ายสังคมนิยมที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์ชิลีที่รัสเซียหนุนหลัง รวมทั้งเงินทุนในการโจมตีทำลายชื่อเสียงของอัลเยนเต แต่สุดท้ายเอเยนเต้ชนะการเลือกตั้ง

เมื่อแผนแรกไม่สำเร็จ ซีไอเอจึงส่งคนไปลักพาตัวนายพล เรเน ชไนเดอร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของชิลี เพื่อกล่อมให้นายพลชไนเดอร์ร่วมมือทำรัฐประหาร แต่นายพลชไนเดอร์ไม่เอาด้วยจึงถูกสังหารในปี 1970

หลังจากแผนล้มเหลวถึง 2 ครั้ง ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐและเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ได้ประชุมกับ CIA เพื่อหาทางโค่นล้มอำนาจอัลเยนเต้  โดยได้ข้อสรุปว่าจำเป็นต้องมีรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศชิลี เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของสหรัฐอเมริกาและสกัดกั้นการขยายตัวของแนวคิดสังคมนิยม ในที่สุดจึงมีการเลือกนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร โดยรัฐบาลสหรัฐสนับสนุนอาวุธ การข่าว รวมไปถึงงบประมาณสำหรับรัฐประหารครั้งนี้

รัฐประหารเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 1973 โดยกองทัพชิลีภายใต้การนำของนายพลปิโนเชต์ยกกองกำลังเข้าถล่มทำเนียบประธานาธิบดี จนกระทั่งในที่สุดกองทัพของชิลีภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาได้รับชัยชนะ ประธานาธิบดีอัลเยนเดกระทำอัตวินิบาตกรรม และการปกครองภายใต้ระบบทหารก็ได้เริ่มขึ้นในชิลี พร้อมไปกับการสิ้นสุดระบอบประชาธิปไตยของประเทศชิลี ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างความมั่นใจให้กับสหรัฐว่ารัฐบาลที่มีแนวความคิดแบบมาร์กซิสจะไม่มีโอกาสเข้ามาปกครองชิลีอีกจากปฏิบัติการในครั้งนี้

1997–1998: อินโดนีเซีย 

หลังวิกฤตทางการเงินปี 1997 ในอินโดนีเซียเก้าอี้ประธานาธิบดีของซูฮาโตเริ่มไม่มั่นคง ทำให้รัฐบาลประธานาธิบดี บิล คลินตัน สบช่องกำจัดซูฮาโต ด้วยการร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขัดขวางการตั้งบอร์ดควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียมั่นคงขึ้นของซูฮาโต

IMF ยังแนะนำให้รัฐบาลอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ โดยต่อมาซูฮาโตขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 70% ในปี 1998 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องจากสินค้านำเข้าที่ราคาสูง แต่กลายเป็นว่านโยบายนี้ไปจำกัดการเข้าถึงเงินกู้ของภาคเอกชน จึงเกิดความไม่พอใจ จนเกิดจลาจลปล้นร้านค้าและเผาสิ่งของในกรุงจาการ์ตา

เหตุการณ์นี้ลุกลามบานปลายเป็นการประท้วงทั่วประเทศ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาบุกยึดอาคารรัฐสภาและเกิดกระแสเรียกร้องจากฝ่ายที่เคยหนุนให้ซูฮาโตลาออกจากตำแหน่งจนความนิยมในตัวเขาลดลงเรื่อยๆ กระทั่งซูฮาโตยอมลาออกในวันที่ 21 พ.ค. 1998 หลังอยู่ในตำแหน่งกว่า 30 ปี

2019–ปัจจุบัน: เวเนซุเอลา 

หลังจาก ฮวน กุยโด ประธานสภานิติบัญญัติของเวเนซุเอลาประกาศให้ตัวเองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลคู่ขนานกับ ประธานาธบดี นิโกลัส มาดูโร ไม่นานสหรับก็ออกมารับลูกด้วยการยอมรับให้กุยโดเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา ส่วน ไมค์ เพนซ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นก็สำทับว่า สหรัฐจะทำทุกวิถีทางเพื่อโค่นมาดูโร

ส่วนบันทึกที่สำนักข่าวเอเอฟพีได้มาระบุว่า  หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) โยกงบประมาณ 41.9 ล้านเหรียญสหรัฐมาสนับสนุนกุยโด และอีก 19.4 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับเป็นเงินเดือนทีมงานของกุยโด รวมถึงเงินสนับสนุนฝ่ายค้านที่ดำเนินการต่อรองกับรัฐบาลมาดูโรอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ  

รัฐบาลอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังกดดันให้มาดูโรลาออกด้วยการออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาเพิ่มเติม โดยสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของรัฐบาลเวเนซุเอลาที่อยู่ในสหรัฐ และห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมใดๆ กับพลเมืองและบริษัทสหรัฐ

Photo by Brendan Smialowski / AFP

ปฏิวัติการฟ้องร้องแบบเดิมๆ ด้วยแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651048

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 19:00 น.ปฏิวัติการฟ้องร้องแบบเดิมๆ ด้วยแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์เมื่อการฟ้องร้องต่อศาลต้องใช้เวลายืดเยื้อยาวนานทั้งยังใช้เงินมหาศาล สตาร์ทอัพอเมริกันรายนี้จึงเปิดแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์ที่เคลมว่าช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 90%

การดำเนินคดีความแบบเดิมในสหรัฐนั้นอาจต้องใช้เวลาถึง 17.6 เดือนโดยเฉลี่ยเนื่องจากมีคดีความจำนวนมากที่อยู่ยื่นฟ้องร้องในสหรัฐอเมริกาซึ่งคิดเป็นประมาณ 19 ล้านคดีต่อปี ไม่เพียงเท่านั้นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ต้องใช้ในการดำเนินคดีสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 30 ล้านบาท

New Era ADR บริษัทเทคโนโลยีแห่งใหม่ในชิคาโกจึงได้เปิดตัวแพลตฟอร์มการดำเนินคดีความแบบเสมือนจริงเป็นครั้งแรกที่ช่วยแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจภายในเวลาไม่เกิน 100 วัน และสามารถใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 90%

New Era ADR มองว่าการฟ้องร้องทำให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยงและยังต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้าน ยิ่งไปกว่านั้นกองเอกสารเป็นตั้งๆ และการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อนานหลายปีจะขัดขวางการดำเนินการของบรรดาธุรกิจต่างๆ

จึงได้สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานได้สะดวกเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและบุคคลต่างๆ กับอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ยที่มีประสบการณ์มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา พร้อมรับรองการตัดสินคดีความที่ยุติธรรม รวดเร็ว และมีคุณภาพ

ทั้งนี้ New Era ADR เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2020 โดยทีมงานซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมทีมทนายความที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายนานนับ 10 ปี ซึ่งสามารถระดมทุนในระดับ Pre-Seed ไปได้ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

Collin Williams ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท New Era ADR มองว่าในศตวรรษที่ 21 กระบวนการระงับข้อพิพาทไม่ควรต้องใช้เวลาหลายปีเหมือนที่ผ่านมา เขาต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือโจทก์และทนายความของตนในการหาข้อยุติจริงๆ โดยไม่ต้องเสียเวลานาน

Rich Lee ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง New Era ADR เผยว่าพวกเขากำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจนับไม่ถ้วนที่ติดอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีในสหรัฐซึ่งมีมากกว่า 19 ล้านคดีต่อปี และยังไม่มีใครเคยสร้างแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเช่นนี้มาก่อน

Photo by Eric BARADAT / AFP

สหรัฐคืนพระพุทธรูปโบราณมูลค่ากว่า 15 ล้านให้ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651121

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 18:00 น.สหรัฐคืนพระพุทธรูปโบราณมูลค่ากว่า 15 ล้านให้ไทยสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันประกาศส่งมอบโบราณวัตถุ 13 ชิ้นกลับคืนสู่ประเทศไทย

สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันแถลงเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นโดยประกาศคืนโบราณวัตถุจำนวน 13 ชิ้นมูลค่ารวมประมาณ 500,000 เหรียญสหรัฐหรือราว 15.7 ล้านบาทแก่ประเทศไทยโดยมีนายมนัสวี ศรีโสดาพลเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และอีริก โรเซนแบลตต์ รองเจ้าหน้าที่พิเศษประจำหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิร่วมเป็นสักขีพยาน

ไซรัส แวนซ์ จูเนียร์ อัยการเขตแมนฮัตตันระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ส่งคืนโบราณวัตถุที่น่าทึ่งทั้ง 13 ชิ้นให้กับคนไทย โดยช่วงเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการส่งโบราณวัตถุกลับคืนประเทศต่างๆ ทั้งศรีลังกา เนปาล และอัฟกานิสถาน

ด้านนายมนัสวีกล่าวว่าโบราณวัตถุเหล่านี้ถือเป็นสมบัติของชาติที่มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์และแสดงถึงวัฒนธรรมของชาติซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้

ทั้งนี้ โบราณวัตถุทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปจากประเทศไทยซึ่งคาดว่ามีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 7-16 แต่ถูกลักลอบนำเข้าไปยังนครนิวยอร์กพร้อมโบราณวัตถุจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 ชิ้น

ซึ่งสำนักงานอัยการเขตได้ส่งคืนโบราณวัตถุ 351 รายการให้กับ 8 ประเทศนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2020 รวมถึงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้ส่งคืนโบราณวัตถุไปยังเนปาล 3 ชิ้น, ศรีลังกา 1 ชิ้น และอัฟกานิสถาน 33 ชิ้น

ภาพโดย สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน

ไบเดนจ่อขึ้นภาษีเศรษฐีนักลงทุนทำตลาดหุ้นและคริปโตร่วงกราว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651104

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 17:00 น.ไบเดนจ่อขึ้นภาษีเศรษฐีนักลงทุนทำตลาดหุ้นและคริปโตร่วงกราวโจ ไบเดนเล็งขึ้นภาษีกำไรนักลงทุนส่งผลให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล

หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศจะขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุนเกือบ 2 เท่าตัว จาก 20% เป็น 39.6% สำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปเพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและพากันเทขายหุ้น ทองคำ รวมถึงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

ตลาดคริปโตและสินทรัพย์อื่นๆ ปรับตัวลงถ้วนหน้าหลังการประกาศดังกล่าว โดยในช่วงเช้าวันนี้ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐหลังจากที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดไปได้ไม่นาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแนวรับถัดไปอาจอยู่ที่ 47,000 เหรียญสหรัฐ

เช่นเดียวกับ Ethereum ก็ปรับตัวลดลงแตะที่ประมาณ 22,000 เหรียญสหรัฐ ด้านสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ปรับตัวลงด้วยเช่นกัน

ด้านดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่องโดยเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมาลดลง 0.94% ปิดที่ 33,815.90 จุด และเมื่อช่วงต้นวันนี้ (23 เม.ย.) อยู่ที่ 33,791.56 จุดหรือลดลง 1.01%

นักวิเคราะห์จากบริษัท Great Hill ในแมสซาชูเซตส์กล่าวว่าอาจเป็นเรื่องยากที่ข้อเสนอจะผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส เนื่องจากสมาชิกจากฝั่งพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้ลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู แต่หากผ่านอาจส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงรุนแรงถึง 2,000 จุด

นอกจากนี้ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ระดับ 33,815.90 จุด ลดลง 321.41 จุด หรือ -0.94%

ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 4,134.98 จุด ลดลง 38.44 จุด หรือ -0.92%, ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับ 13,818.41 จุด ลดลง 131.81 จุด หรือ -0.94%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,939.12 จุด ลดลง 249.05 จุด หรือ -0.85% และ ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,798.45 จุด เพิ่มขึ้น 43.11 จุด หรือ +0.15%

เช่นเดียวกับหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Microsoft และ Intel ก็ลดลงเช่นกัน

AFP PHOTO / JACK GUEZ

วิกฤตขาดออกซิเจนทำอินเดียต้องเร่งนำเข้าพร้อมจำกัดการใช้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651082

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 15:30 น.วิกฤตขาดออกซิเจนทำอินเดียต้องเร่งนำเข้าพร้อมจำกัดการใช้ภาวะขาดแคลนออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยโควิดในอินเดียวิกฤตจนรัฐบาลต้องเร่งนำเข้าพร้อมสั่งห้ามไม่ให้ใช้ออกซิเจนในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. กระทรวงมหาดไทยแห่งประเทศอินเดียออกคำสั่งห้ามจัดหาออกซิเจนเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมหลังจากที่โรงพยาบาลหลายแห่งรวมทั้งในกรุงนิวเดลีเกิดวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนสำหรับผู้ป่วย ซึ่งส่งผลให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างรอออกซิเจน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอก 2 ในประเทศอินเดียซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึงวันละนับแสนราย

นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียประกาศว่าจำเป็นต้องนำเข้าออกซิเจนจำนวน 50,000 ตัน พร้อมขอความร่วมมือจากนักการทูตทั่วโลกช่วยระบุผู้ผลิตที่สามารถส่งมอบออกซิเจนได้ตามความต้องการและเสนอราคาเพื่อจัดหาออกซิเจน 100,000 ถัง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมานเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ประกาศแผนการส่งมอบถังออกซิเจน 100,000 ถังทั่วประเทศ และเป็นประธานการประชุมเพื่อทบทวนการจัดหาออกซิเจนและวิธีการเพิ่มการผลิตออกซิเจนตลอดจนการปรับปรุงการกระจายถังออกซิเจนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. พร้อมเน้นย้ำว่าหน่วยงานของรัฐควรทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งโรงงานผลิตออกซิเจนแห่งใหม่หรือขยายโรงงานที่มีอยู่เดิมได้ในตอนนี้เนื่องจากการติดตั้งโรงงานแห่งหนึ่งต้องใช้เวลาราว 2 ปี

ขณะที่ภาคท้องถิ่นและโรงพยาบาลเอกชนบางเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการผลิตและจัดหาออกซิเจนรวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ

ขณะนี้อินเดียมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั่วประเทศ 15.9 ล้านราย โดยมีรายงานผู้ป่วยกว่า 1 แสนรายต่อวันตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ก่อนที่จะเพิ่มเป็นกว่า 2 แสนรายต่อวันนับตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. และล่าสุดมีผู้ป่วยรายวันเพิ่มขึ้นทะลุ 3 แสนรายมาเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

Photo by Himanshu SHARMA / AFP

เผยภาพสุดน่ารักเจ้าชายหลุยส์พระโอรสเจ้าชายวิลเลียมในวัย 3 ขวบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651077

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 14:00 น.เผยภาพสุดน่ารักเจ้าชายหลุยส์พระโอรสเจ้าชายวิลเลียมในวัย 3 ขวบภาพถ่ายดังกล่าวเป็นฝีมือการลั่นชัดเตอร์ของเจ้าหญิงแคเธอรีนพระมารดา

สำนักพระราชวังเคนซิงตันและเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์ของเจ้าชายหลุยส์ พระโอรส ฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของเจ้าหญิงแคเธอรีนที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมาที่พระราชวังเคนซิงตัน ก่อนที่เจ้าชายจอร์จจะเดินทางไปโรงเรียนเตรียมอนุบาลวันแรกที่โรงเรียน Willcocks Nursery School   

ภาพถ่ายดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโอกาสที่เจ้าชายจอร์จมีพระชันษาครบ 3 ปีในวันนี้ 

เจ้าชายหลุยส์เป็นพระโอรสองค์เล็กในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน และรัชทายาทลำดับที่ 5 ของราชวงศ์อังกฤษ และทรงเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลเดียวกับเจ้าหญิงชาร์ลอต พระเชษฐภคินี

Photo by THE DUCHESS OF CAMBRIDGE / KENSINGTON PALACE / AFP

UN เตือนรัฐประหารจะทำชาวเมียนมาอดอยากกว่า 3 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651068

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 12:30 น.UN เตือนรัฐประหารจะทำชาวเมียนมาอดอยากกว่า 3 ล้านคนวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเมียนมาจากการรัฐประหารจะส่งผลให้มีประชาชนอดอยากราว 3.4 ล้านคนภายใน 6 เดือนข้างหน้า

โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติเตือนว่าอาจมีชาวเมียนมามากถึง 3.4 ล้านคนโดยเฉพาะในใจกลางเมืองจะประสบปัญหาอดอยากภายใน 6 เดือนข้างหน้าสืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

โดยสตีเฟน แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกประจำเมียนมาระบุว่าจะมีประชาชนอีกจำนวนมากหลังจากนี้ที่ต้องตกงานและไม่สามารถซื้ออาหารได้ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากนี้

ข้อมูลจากโครงการอาหารโลกชี้ให้เห็นว่าราคาข้าวเฉลี่ยในประเทศสูงขึ้น 5% ตั้งแต่เดือนม.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันปรุงอาหารสูงขึ้นถึง 18% นับตั้งแต่เดือนก.พ. และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นประมาณ 30% ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบริเวณชายแดนเช่นในบางเมืองของรัฐคะฉิ่นมีราคาข้าวสูงขึ้นถึง 43% และราคาน้ำมันสูงขึ้น 32%

ทั้งนี้ โครงการอาหารโลกประเมินว่าจะมีชาวเมียนมาต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นราว 3.3 ล้านคน และต้องการเงินช่วยเหลือถึง 106 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยโครงการอาหารโลกจะเริ่มให้การช่วยเหลือใน 10 เขตที่ยากจนที่สุดในย่างกุ้งเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและมีความเสี่ยงมากที่สุด อย่างไรก็ตามจะติดตามสถานการณ์ในเมืองอื่นๆ ของเมียนมาและพร้อมให้การช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบรวมถึงผู้อพยพอื่นๆ หากจำเป็น

“เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมเราจึงต้องยื่นมือเข้าไป เราเชื่อมั่นใจประชาคมระหว่างประเทศที่จะยืนหยัดข้างประชาชนชาวเมียนมาต่อไป” แอนเดอร์สันกล่าว

Photo by Handout / DAWEI WATCH / AFP

สัตวแพทย์ชิลีฉีดวัคซีนสุนัขให้คนอ้างป้องกันโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651062

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 11:15 น.สัตวแพทย์ชิลีฉีดวัคซีนสุนัขให้คนอ้างป้องกันโควิดทางการชิลีปรับ 2 สัตวแพทย์ฉีดวัคซีนสำหรับสุนัขให้มนุษย์อ้างช่วยป้องกัน Covid-19

ทางการชิลีสั่งปรับสัตวแพทย์ 2 คนในเมืองคาลามานำวัคซีนสำหรับสุนัขมาฉีดให้มนุษย์หลายสิบคน โดยอ้างว่าสามารถป้องกัน Covid-19 ตั้งแต่ปีที่แล้วซึ่งยังไม่มีวัคซีนต้าน Covid-19 สำหรับมนุษย์ โดยใช้วัคซีนสุนัข 8 โดสต่อ 1 คน

มาเรีย เฟอร์นานดา มูนญอซ สัตวแพทย์รายแรกถูกปรับ 10,300 เหรียญสหรัฐ หรือ 323,729 บาท อ้างว่าฉีดวัคซีนสุนัขให้มนุษย์เพื่อศึกษาว่าวัคซีนดังกล่าวจะสามารถป้องกัน Covid-19 ได้หรือไม่ และยืนยันว่าวัคซีนสุนัขไม่ส่งผลเสียกับร่างกายของเธอและเจ้าหน้าที่ในคลินิก

ขณะที่ คาร์ลอส ปาโดร สัตวแพทย์อีกรายหนึ่งโพสต์ข้อความอวดอ้างว่าวัคซีนสุนัขมีประโยชน์กับมนุษย์ เขาถูกปรับเป็นเงิน 9,200 เหรียญสหรัฐ หรือ 289,248 บาท

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวแดงขึ้นหลังจากมีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ในคลินิกของมูนญอซไม่สวมหน้ากากอนามัยโดยอ้างว่าได้รับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 แล้วทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนต้าน Covid-19 จึงนำมาสู่การสอบสวน

REUTERS/David Ryder