สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทอัญมณีกองทัพเมียนมาตัดรายได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650025

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 10:17 น.สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทอัญมณีกองทัพเมียนมาตัดรายได้สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทอัญมณีของกองทัพเมียนมาตัดเส้นทางสร้างรายได้

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศให้บริษัท Myanmar Gems Enterprise ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจส่งออกอัญมณีรายใหญ่ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับรัฐบาลเมียนมา อยู่ในบัญชี “จับตามองเป็นพิเศษ” (SDN) เพื่อเป็นการตัดเส้นทางหารายได้ของกองทัพ

การขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นการห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันค้าขายทำธุรกิจกับ Myanmar Gems Enterprise และทรัพย์สินและผลประโยชน์อื่นใดของบริษัทที่อยู่ในสหรัฐจะถูกอายัดทั้งหมด

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า สหรัฐจะเพิ่มมาตรการกดดันช่องทางหารายได้ของกองทัพขึ้นเรื่อยๆ จนกว่ากองทัพเมียนมาจะยุติการใช้ความรุนแรง ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งยกเลิกการปิดกั้นสัญญาณอินเทอร์เน็ต และนำพาเมียนมากลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย

ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารเดินทางไปยังห้างจำหน่ายอัญมณีของบริษัท Myanmar Gems Enterprise ในกรุงเนย์ปยิดอว์

สำนักข่าว New Light of Myanmar ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของกองทัพรายงานวานนี้ (8 เม.ย.) ว่า เฉพาะช่วง 6 วัน ร้านดังกล่าวจำหน่ายหยกได้ถึง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by Ye Aung THU / AFP

นักวิทย์ผุดไอเดีย ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ช่วยยับยั้งโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649985

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 19:00 น.นักวิทย์ผุดไอเดีย 'นาฬิกาอัจฉริยะ' ช่วยยับยั้งโควิด-19มาดูกันว่านาฬิกาเรือนนี้จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างไร

ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังคงน่าเป็นห่วงโดยมียอดผู้ติดเชื้อรวมแล้ว 133 ล้านคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 2.89 ล้านคน แม้ว่าจะมีการกระจายวัคซีนไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านยาที่กำลังเดินหน้าพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 แล้วก็ยังมีอีกหลายฝ่ายที่พยายามคิดค้นและพัฒนาตัวช่วยต่างๆ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดในครั้งนี้

หนึ่งในนั้นคือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ชาวอินเดียในสหรัฐ Ravi Teja Yarlagadda และ Lakshmi Sri Surya ได้พัฒนานาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และภาษาโปรแกรมไพทอน (Python) เพื่อตรวจจับโรคระบาดโควิด-19 และแจ้งเตือนหากมีการเข้าใกล้บุคคลในระยะ 6 ฟุตตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก

2 ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและระบบเทคโนโลยี AI ได้พัฒนาระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อคัดกรองโควิด-19 เบื้องต้น โดยจะแจ้งเตือนผู้ใช้ถึงความเป็นไปได้ว่าบุคคลรอบข้างของตนอาจมีอาการป่วยโควิด-19 พร้อมระบบแจ้งเตือนการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 6 ฟุต

ผ่านการติดตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อสแกนฝูงชนจำนวนมากรอบทิศทางได้อย่างทันทีทันใด โดยมีความสามารถในการสแกนได้ถึง 200 คนต่อ 1 นาที และชี้ให้เห็นว่าบุคคลนั้นๆ มีอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติหรือไม่ โดยจะแจ้งเตือนหากพบว่าคนรอบข้างของเรามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงเกินกว่า 37 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ในทุกๆ ครั้งที่ผู้ใช้ละเมิดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมระบบจะมีการบันทึกข้อมูลเหล่านั้น และข้อมูลทั้งหมดในช่วง 72 ชั่วโมงล่าสุดจะถูกจัดเก็บไว้

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่างานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการยับยั้งจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอุปกรณ์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากทุกคนมีอุปกรณ์อัจฉริยะเช่นนี้การแพร่ระบาดของโรคก็จะลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยตรวจจับโควิด-19 ได้เท่านั้น แต่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้งานกับโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคตที่มีอาการไข้ร่วมด้วย

Photo by Marco Bertorello / AFP

แฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเสกสมรสหลังมรสุมข่าวลบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649956

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.แฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเสกสมรสหลังมรสุมข่าวลบแฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเข้าพิธีเสกสมรสหลังเคลียร์กระแสข่าวลบเกี่ยวกับตัวเอง

สำนักข่าวเคียวโดรายงานว่า เคอิ โคมุโระ (Kei Komuro) พระคู่หมั้นของเจ้าหญิงมาโกะ พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ออกแถลงการณ์แสดงความตั้งใจที่จะเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงมาโกะ และให้คำมั่นว่าจะแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแม่ของตัวเอง นับเป็นการชี้แจงต่อสาธารณชนครั้งที่ 2 หลังเกิดข่าวด้านลบ

โคมุโระซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Fordham University ในนิวยอร์กเผยว่า เอกสารชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินจำนวน 24 หน้ามีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าบางคนอาจไม่เชื่อถือเนื่องจากการนิ่งเงียบของผม”

เอกสารของโคมุโระระบุว่า เขาเชื่อว่าการพูดคุยเจรจาข้อพิพาทระหว่างแม่ของเขาและอดีตคู่หมั้นของแม่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ความพยายามในการเจรจาของทั้งคู่ระหว่างเดือน พ.ค.2019-พ.ย.2020 กลับล้มเหลว

ด้าน ยะสุฮิโกะ นิชิมุระ หัวหน้าสำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยระหว่างแถลงข่าวว่า แถลงการณ์ของโคมุโระอธิบายเรื่องราวได้ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนว่าจะยอมรับหรือไม่

ทั้งนี้ พิธีเสกสมรสระหว่างโคมุโระและเจ้าหญิงมาโกะถูกเลื่อนออกไปกว่า 2 ปีหลังจากมีข่าวว่าแม่ของโคมุโระและอดีตคู่หมั้นมีข้อพิพาทด้านการเงิน รวมถึงเงินค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของโคมุโระที่อดีตคู่หมั้นของแม่จ่ายให้ด้วย

ปลายปีที่แล้ว มกุฎราชกุมารฟุมิฮิโตะพระบิดาของเจ้าหญิงมาโกะทรงอนุญาตให้ทั้งคู่เข้าพิธีเสกสมรส และเตือนให้โคมุโระแก้ปัญหาของครอบครัวก่อน โดยในช่วงเวลาเดียวกันเจ้าหญิงมาโกะก็ได้แสดงความตั้งใจจะเสกสมรส โดยระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของทั้งคู่

AFP PHOTO / POOL / Shizuo Kambayashi

อังกฤษแนะอายุไม่ถึง 30 ปีควรเลี่ยงฉีดแอสตราฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649949

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 16:00 น.อังกฤษแนะอายุไม่ถึง 30 ปีควรเลี่ยงฉีดแอสตราฯหน่วยงานด้านยาของอังกฤษเผยอายุต่ำกว่า 30 ปีควรเลี่ยงแอสตราเซเนกา ขณะอียูยืนยันผลข้างเคียง

บลูมเบิร์กรายงานว่าสำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) แถลงว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีควรมีทางเลือกอื่นในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 นอกเหนือจากวัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หลังพบว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

รวมถึงมีการประกาศระงับการทดสอบวัคซีนแอสตราเซเนกาที่เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 6-17 ปีเพื่อรอข้อมูลเพิ่มเติมและผลสรุปที่แน่ชัดก่อนจะเริ่มดำเนินการทดสอบอีกครั้ง

คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาในประเทศและพบว่าภายในสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีประชาชน 79 คนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน โดย 19 คนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามอัตราความเสี่ยงที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ประมาณ 4 ในล้านเท่านั้น พร้อมเสริมว่าผู้ที่มีอายุน้อยจะมีแนวโน้มเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันมากกว่ากลุ่มผู้ที่มีอายุสูงขึ้นไป

ขณะที่องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เผยว่าวัคซีนดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเกิดลิ่มเลือดแต่ไม่ได้ระบุช่วงอายุ อย่างไรก็ตามย้ำว่าเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ยาก และวัคซีนยังคงมีความจำเป็นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค กล่าวคือประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนและภาวะลิ่มเลือดอุดตันนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ยากมากในบรรดาประชาชนเกือบ 200 ล้านคนทั่วโลกซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

Photo by LOIC VENANCE / AFP

หนุ่มฟิลิปปินส์ดับหลังถูกลงโทษลุก-นั่ง 300 ครั้งฐานฝ่าเคอร์ฟิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649944

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 14:39 น.หนุ่มฟิลิปปินส์ดับหลังถูกลงโทษลุก-นั่ง 300 ครั้งฐานฝ่าเคอร์ฟิวชายฟิลิปปินส์เสียชีวิตหลังถูกลงโทษให้ทำท่าลุกนั่ง 300 ครั้ง ฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิวช่วงโควิด  

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ดาร์เรน มานาอ็อก เปนญาเรดอนโด ชายชาวฟิลิปปินส์วัย 28 ปีเสียชีวิตหลังจากถูกตำรวจสั่งลงโทษที่ฝ่าฝืนกฎเคอร์ฟิวสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ด้วยการทำท่าสควอท หรือท่าคล้ายกับการลุกนั่ง 300 ครั้ง   

ญาติผู้เสียชีวิตเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เปนญาเรดอนโดออกจากบ้านในจังหวัดคาบิเตซึ่งเป็นพื้นที่ล็อกดาวน์เพื่อซื้อน้ำ แต่ระหว่างทางเขาถูกตำรวจเรียกให้หยุดและสั่งลงโทษลุกนั่ง 100 ครั้ง เมื่อทำครบแล้วเจ้าหน้าที่ก็สั่งให้ทำอีก รวมแล้วเขาทำท่าลุกนั่งไปราว 300 ครั้ง  

2 วันต่อมาชายรายนี้มีอาการชักและมีการปั๊มหัวใจขึ้นมา ทว่าในครั้งที่ 2 ร่างกายเปนญาเรดอนโดไม่ตอบสนองแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านกระทรวงมหาดไทยและทางการมืองเจเนอรัลทรีแอสสั่งให้สวบสวนการเสียชีวิตของชายรายนี้ และระบุว่า ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาหากพบว่าฝ่าฝืนกฎหมาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตำรวจฟิลิปปินส์ลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิวอย่างรุนแรง เดือนที่แล้วฮิวแมนไรส์วอทช์ (HRW) เผยว่าเจ้าหน้าที่จับวัยรุ่น 5 คนที่ละเมิดเคอร์ฟิวใส่กรงขังสุนัข รวมทั้งลงโทษด้วยการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวนั่งกลางแดดร้อนจัดช่วงเที่ยงวัน

REUTERS/Eloisa Lopez

นักลงทุนสหรัฐหวั่นจีนจะใช้ Bitcoin เป็นอาวุธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649937

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 13:00 น.นักลงทุนสหรัฐหวั่นจีนจะใช้ Bitcoin เป็นอาวุธปีเตอร์ ธีล เตือน Bitcoin อาจเป็น “อาวุธทางการเงินของจีน” ที่ใช้โค่น USD ซ้ำทำลายสิ่งแวดล้อม

ในการพูดคุยร่วมกับไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริงโดยมูลนิธิ Richard Nixon เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปีเตอร์ ธีล ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และนักลงทุนระดับพันล้านได้ให้ความเห็นว่าหากจีนใช้สกุลเงิน Bitcoin อาจเป็นภัยคุกคามต่อสถานะของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลว่าจีนจะมีอำนาจควบคุม Bitcoin อีกครั้ง

“แม้ว่าผมจะมีความเชี่ยวชาญด้านคริปโตและ Bitcoin ผมก็ยังกังวลว่า Bitcoin จะถูกมองเป็นอาวุธทางการเงินของจีนในการต่อต้านสหรัฐหรือไม่…มันคุกคามสกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอลลาร์สหรัฐ” ธีลกล่าวในระหว่างการพูดคุย

อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่ตีพิมพ์บนวารสาร Nature ระบุว่าเหมือง Bitcoin ของจีนซึ่งคิดเป็นเกือบ 80% ของการค้าสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกอาจเป็นภัยต่อสภาพอากาศอย่างมาก

เนื่องจาก Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อาศัยเทคโนโลยี “blockchain” ซึ่งเป็นฐานข้อมูลการทำธุรกรรมร่วมกันโดยมีรายการที่ต้องได้รับการยืนยันและเข้ารหัส ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์พลังสูงในการตรวจสอบธุรกรรมจึงจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล

การศึกษาดังกล่าวระบุว่า ประมาณ 40% ของเหมือง Bitcoin ของจีนใช้พลังงานถ่านหิน และส่วนที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่อาจเป็นการบั่นทอนเป้าหมายในการเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ของจีนซึ่งตั้งเป้าไว้ภายในปี 2060

การศึกษายังกล่าวอีกว่าเหมือง Bitcoin ของจีนอาจปล่อยก๊าซคาร์บอน 130.5 ล้านเมตริกภายในปี 2024 ซึ่งใกล้เคียงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีของอิตาลีหรือซาอุดิอาระเบียที่อุดมด้วยน้ำมัน

ทั้งนี้ ตามดัชนีการใช้ไฟฟ้าของ Bitcoin จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์คาดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมการขุดคริปโตจะใช้ไฟฟ้า 0.6% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของโลกหรือมากกว่าการใช้ไฟฟ้าในนอร์เวย์ตลอดทั้งปี

Photo by KAREN BLEIER / AFP

จีนสั่งปลดเจ้าหน้าที่เมืองชายแดนเมียนมาฐานปล่อยโควิดระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649928

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 11:30 น.จีนสั่งปลดเจ้าหน้าที่เมืองชายแดนเมียนมาฐานปล่อยโควิดระบาด  ทางการจีนสั่งปลดประธานพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเมืองรุ่ยลี่ฐานบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรงในการรับมือโควิค  

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กงอวิ๋นจุน ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาเมืองรุ่ยลี่ในมณฑลยูนนานถูกปลดจากตำแหน่ง เนื่องจากบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรงจนไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในพื้นที่  

คำสั่งจากทางการมณฑลยูนนานระบุว่า เกิดการระบาดถึง 3 ครั้งในเมืองรุ่ยลี่ภายในช่วงเวลาครึ่งปีที่กงอวิ๋นจุนรับหน้าที่ควบคุมเมืองนี้ รวมทั้งคลัสเตอร์ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งการระบาดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความพยายามในการควบคุมโรคของมณฑลยูนนานและในระดับประเทศ ทั้งยังสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของมณฑล

คำสั่งระบุอีกว่า กรณีของกงอวิ๋นจุนถือเป็นกรณีตัวอย่างแก่ประธานพรรคสาขาอื่นๆ

คำสั่งปลดดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่จีนยืนยันพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่เพิ่มอีก 24 คนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. รวมทั้งผู้ติดเชื้อในมณฑลยูนนาน 11 คน ซึ่งเพิ่มจากวันก่อนหน้าถึง 2 เท่า

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมืองรุ่ยลี่ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางหลังของยูนนานและมีพรมแดนติดกับเมียนมาสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่ในบ้าน เพิ่มการตรวจหาเชื้อ และเร่งฉีดวัคซีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

Photo by STR / CNS / AFP

ตำรวจทหารเมียนมาบุกจับ ‘ไป่ ทาคน’ คาบ้านพัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649923

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 10:30 น.ตำรวจทหารเมียนมาบุกจับ 'ไป่ ทาคน' คาบ้านพักตำรวจและทหารเมียนมารวบตัว ไป่ ทาคน พร้อมนักแสดงหญิงชื่อดังหลังถูกออกหมายจับ

ช่วงเช้าวันนี้ (8 เม.ย.) พี่สาวของไป่ ทาคน (Paing Takhon) นักแสดงและนายแบบชื่อดังชาวเมียนมาที่ร่วมเดินขบวนต่อต้านรัฐประหารได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าไป่ ทาคนถูกตำรวจและทหารพร้อมรถ 8 คันบุกจับกุมที่ผ่านพักในย่างกุ้งเมื่อช่วงเวลา 5.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D2629961210628423%26id%3D100008437094997&width=500&show_text=true&height=724&appId

ต่อมาสำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมา The Irrawaddy รายงานว่าไป่ ทาคน ถูกออกหมายจับเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาในข้อหาฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 505a ที่แก้ไขโดยพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ซึ่งระบุให้การกระทำใดที่ทำให้ข้าราชการ ทหาร และพนักงานรัฐ เป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลหรือกองทัพถือเป็นความผิด

นอกจากนี้ยังมี วิน มิน ธาน (Win Min Than) นักแสดงและบล็อกเกอร์หญิงชื่อดังถูกจับกุมด้วยข้อหาเดียวกัน

Photo by YE AUNG THU / AFP

รัฐบาลทหารเมียนมายึดสถานทูตในกรุงลอนดอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649922

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 10:15 น.รัฐบาลทหารเมียนมายึดสถานทูตในกรุงลอนดอน   ทางการเมียนมาปลดกลางอากาศเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำอังกฤษ ส่งคนปิดประตูสถานทูตไม่ให้เข้าทำงาน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า จอซอมิน (Kyaw Zwar Minn) เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำกรุงลอนดอนของอังกฤษถูกปลดจากหน้าที่และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานทูตซึ่งตั้งอยู่ในย่านเมย์แฟร์ของกรุงลอนดอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

“สถานทูตปิดประตูไม่ให้ผมเข้าไป นี่คือการรัฐประหาร กลางกรุงลอนดอนเลยนะ คุณก็เห็นว่าพวกเขายึดที่ทำงานผม” จอซอมินเผยกับรอยเตอร์สขณะยืนพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษอยู่ด้านหน้าสถานทูต และยังให้สัมภาษณ์กับ Daily Telegraph อีกว่า “พวกเขาบอกว่าได้รับคำสั่งมาจากเนย์ปยิดอว์”

แหล่งข่าวนักการทูตที่ทราบเรื่องนี้ 4 คนเผยกับรอยเตอร์สว่า รัฐบาลทหารเมียนมาแต่งตั้งให้ ชิตวิน (Chit Win) ขึ้นรับตำแหน่งอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต โดยชิตวินร่วมมือกับผู้ช่วยทูตทหารเมียนมายึดสถานทูตด้วยการปิดประตูล็อกไม่ให้จอซอมินเข้า

ในเวลาต่อมามีกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารออกมารวมตัวกันบริเวณหน้าสถานทูตเมียนมาในกรุงลอนดอน โดยมีเจ้าหน้าที่ของอังกฤษคอยรักษาความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้จอซอมินร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลทหารปล่อยตัวอองซานซูจีและประธานาธิบดีวินมยินต์ ทำให้เมื่อเดือนที่แล้วทางการเมียนมามีคำสั่งเรียกตัวจอซอมินกลับเมียนมา

Photo by Niklas HALLE’N / AFP

วลาดิมีร์ ปูติน กับความหวังเป็นผู้นำตราบจนวันตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649893

วันที่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 20:30 น.วลาดิมีร์ ปูติน กับความหวังเป็นผู้นำตราบจนวันตายเส้นทางการเป็น “ประธานาธิบดีตลอดชีพ” ของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อล่าสุดปูตินลงนามกฎหมายฉบับใหม่ที่เปิดทางให้เจ้าตัวดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียได้อีก 2 สมัย สมัยละ 6 ปี หลังวาระผู้นำสมัยปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2024

นั่นหมายความว่าหากปูตินชนะการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งในปี 2024 และปี 2030 เขาจะนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีรัสเซียไปจนถึงปี 2036 และในตอนนั้นเขาจะมีอายุ 83 ปี ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นการปูทางไปสู่การเป็นประธานาธิบดีของรัสเซียตลอดชีวิตของปูติน

ปูตินก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียสมัยแรกเมื่อปี 2000 โดยบริหารประเทศ 2 สมัยติดจนถึงปี 2008 จากนั้นก็สลับให้ ดิมิทรี เมดเวเดฟ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แล้วตัวเองขยับลงไปเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2008-2012 เนื่องจากรัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดกัน

ตำแหน่ง “ประธานาธิบดีตลอดชีพ” หรือ President for life ก็คือ ตำแหน่งที่ผู้นำคนใดคนหนึ่งสถาปนาตัวเองหรือได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเพื่อแก้ไขปัญหาการดำรงตำแหน่งที่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเช่นในกรณีของปูติน เพื่อเป็นการขจัดความท้าทายต่ออำนาจและความชอบธรรมของคนคนนั้นในอนาคต และบางครั้งตำแหน่งนี้ยังให้อำนาจเจ้าของตำแหน่งแต่งตั้งคนที่จะมาสืบทอดตำแหน่งต่อด้วย

และกรณีของปูตินก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำประเทศเปลี่ยนแปลงกติกาการเมืองเพื่อปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจ

ปี 2018 สภาประชาชนจีนมีมติท่วมท้นผ่านร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีไว้ที่ 2 ปีที่บังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 ถือเป็นการเปิดทางให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง อยู่ในอำนาจได้ตลอดไป ทั้งที่จะครบวาระในปี 2023

นอกจากนี้ ทางพรรคคอมมิวนิสต์ยังไฟเขียวให้บรรจุชื่อและแนวคิดทางการเมืองของสีจิ้นผิงไว้ในรัฐธรรมนูญของพรรค ซึ่งเป็นการบอกว่าสีจิ้นผิงรวบอำนาจทางการเมืองทั้งหมดไว้ในมือ ไม่ต่างจากการยกฐานะของสีจิ้นผิงให้เท่าเทียมกับเหมาเจ๋อตงที่ชาวจีนยกย่องให้เป็นบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

หรืออย่างกรณี ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ ประธานาธิบดีคนแรกของเติร์กเมนิสถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเผด็จการจอมกดขี่มากที่สุดคนหนึ่งของโลก หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเขาประกาศว่าจะปกครองเติร์กเมนิสถานตลอดชีวิต และในที่สุดในปี 1999 สภาเติร์กเมนิสถานก็แต่งตั้งให้เขาเป็น “ประธานาธิบดีตลอดชีวิต”

ระหว่างดำรงตำแหน่งก่อนจะเสียชีวิตในปี 2006 นิยาซอฟสร้างลัทธิบูชาตัวเองไปทั่วประเทศ อาทิ ออกกฎหมายบังคับให้ประชาชนเรียกตัวเองว่า Türkmenba?y ซึ่งแปลว่า บิดาแห่งชาวเติร์กเมนทั้งปวง ควบทั้งเก้าอี้นายกฯ แม่ทัพ และผู้นำพรรคการเมืองพรรคเดียวของประเทศ

หรือแม้กระทั่งสร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อของตนเองที่ทำด้วยยทองคำขนาดสูง 15 เมตรที่สามารถหมุนได้รอบทิศ ไปจนถึงการเปลี่ยนชื่อเมือง “Krasnovodsk” เป็น “Türkmenba?y” ตามชื่อของตนเอง เปลี่ยนชื่อเดือน “April” เป็น “Gurbansoltan” ตามชื่อมารดา แต่งหนังสือ Ruhnama เล่าถึงความดีของตัวเอง และบังคับให้นักเรียนเรียนในทุกระดับชั้น

ผู้ที่ได้ชื่อว่าประธานาธิบดีตลอดชีวิตอีกคนหนึ่งคือ อีดี อามิน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอูกันดา เขาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1971-1979 และมักจะรู้จักในชื่อ “นักฆ่าแห่งอูกันดา” และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทั้งยังสถาปนายศให้ตัวเองยืดยาวว่า “ฯพณท่านฯ ประธานาธิบดีตลอดชีพ จอมพล อัลฮัจญี ด็อกเตอร์ อีดี อามิน ดาดา เจ้าแห่งสัตว์โลกและปลาแห่งท้องทะเล ผู้พิชิตจักรวรรดิอังกฤษในแอฟริกาและผู้พิชิตยูกันดาโดยเฉพาะ” โดยมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยมาแคเรริให้ตัวเองเสร็จสรรพ

ประเทศยูกันดาภายใต้การปกครองของอามินถือได้ว่าไร้ซึ่งสิทธิมนุษยชน เขามีนโยบายในการสังหารผู้คน เป็นพวกเผ่าพันธุ์นิยม มีการลงโทษนอกกระบวนการยุติธรรม เห็นแก่พวกพ้อง มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ ข้อมูลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนคาดว่ามีผู้เสียชีวิตในขณะที่อามินดำรงตำแหน่งประมาณ 100,000-500,000 คน

สำหรับปูติน แม้จะบอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งในปี 2024 หรือไม่ แต่ก็ไม่น่าจะผิดจากนั้น เนื่องจากมีการปูทางเตรียมสืบทอดอำนาจมาตั้งแต่แรกแล้ว เริ่มจากการที่เมดเวเดฟแก้กฎหมายให้ขยายระยะเวลาดำรงตำแหน่งจาก 4 ปีเป็น 6 ปีหลังนั่งตำแหน่งประธานาธิบดี

ตามด้วยการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุดที่โหวตเมื่อปลายปีที่แล้วเปิดทางให้ปูตินอยู่ในตำแหน่งยาวๆ ซึ่งสอดแทรกมากับนโยบายประชานิยม และยาหอมสำหรับประชาชนหัวอนุรักษนิยมอย่างการห้ามคู่รักเพศเดียวกันสมรสกัน โดยให้ประชาชนเลือกโหวตเพียงรับหรือไม่รับร่างกฎหมายทั้งร่าง ไม่ได้ให้เลือกแยกแต่ละประเด็น

ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ไม่ยากเย็นนัก เช่นเดียวกับหนทางไปสู่ตำแหน่ง “ประธานาธิบดีตลอดชีวิต” ของปูติน

Photo by Alexei Druzhinin / SPUTNIK / AFP