ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 11:00 น.ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์หลายประเทศออกมาตรการระงับการเดินทางจากสหราชอาณาจักรหลังพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มระงับเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรหลังจากที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าสถานการณ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดมากขึ้นนั้น “อยู่เหนือการควบคุม”

โดยฝรั่งเศสประกาศเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าจะระงับการเดินทางทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. รวมถึงห้ามขนส่งสินค้าทั้งทางรถ, เรือ และรถไฟ

เช่นเดียวกับเยอรมนีจะระงับเที่ยวบินกับสหราชอาณาจักรทั้งหมดตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. เว้นแต่เที่ยวบินขนส่งสินค้าเท่านั้น โดยแหล่งข่าวของรัฐบาลเผยว่ารัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเพื่อขยายการระงับไปจนถึงเดือนมกราคม

รวมถึงอิตาลีได้ออกพระราชกฎษฎีกาปิดกั้นเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรและห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเข้าประเทศ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในอิตาลีที่เพิ่งเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักรต้องทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ทั้งนี้อิตาลียังตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักร

ไอร์แลนด์ก็ได้ประกาศระงับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 48 ชั่วโมงเช่นกัน โดยนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค.

ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด จากแคนาดาแถลงว่าแคนาดาจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกล่าวว่าผู้ที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรแล้วในวันที่ 20 ธ.ค. จะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองครั้งที่ 2 และปฏิบัติตาม “มาตรการขั้นสูง”

สำหรับเนเธอร์แลนด์มีการระงับเที่ยวบินที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. และกระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์ยังได้ประกาศว่ามีการตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศ

รวมถึงเบลเยี่ยมได้ประกาศระงับเที่ยวบินบินและรถไฟที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. เช่นเดียวกับฟินแลนด์ที่ระงับเที่ยวบินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 20 ธ.ค.

ด้านออสเตรียและสวีเดนกำลังดำเนินการเพื่อระงับการเดินทางขาเข้าจากสหราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ระงับเที่ยวบินที่เดินทางจากสหราชอาณาเช่นกัน อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี อิหร่าน อิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย คูเวต บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย และเอลซัลวาดอร์

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 18:11 น.

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ 

https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/951089755&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกิน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 17:36 น.เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกินการเกลียดชังคนจากต่างแดน หรือ Xenophobia เพิ่มขึ้นเมื่อการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในขณะที่การระบาดของโรคโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้และส่งผลให้มีการว่างงานสูงสุดในรอบ 17 ปี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปลุกปีศาจตนหนึ่งให้หลอกหลอนสังคมแอฟริกาใต้ขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือโรคกลัวชาวต่างชาติ (Xenophobia)

ทั้งนี้ ชาวต่างด้าวหมายถึงคนต่างสัญชาติที่มีถิ่นพำนักหรือทำงานในประเทศหนึ่งๆ ส่วนชาวต่างชาติหมายถึงผู้ที่มีถิ่นอาศัยในประเทศอื่น

กลุ่มต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้ได้จัดการชุมนุมประท้วงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในเมืองโจฮันเนสเบิร์กซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและในพริทอเรียซึ่งเป็นเมืองหลวงของแอฟริกาใต้ เรียกร้องให้มีการเนรเทศชาวต่างชาติจำนวนมาก

“ชาวต่างชาติทุกคนที่เข้ามาในประเทศของเราตั้งแต่ปี 1994 จะต้องถูกเนรเทศออไป ” วิกตอเรีย มาโมโกโบประธานหญิงวัย 34 ปีของพรรคแอฟริกาใต้กล่าวขณะที่เธอแสดงให้เห็นเมื่อวันที่ 27 พ.ย. พร้อมกับกลุ่มต่อต้านคนต่างด้าวที่โบกธงชาติและป้ายคำขวัญในตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์ก “คุณมีผู้คนมากมายจากไนจีเรียที่มาที่นี่เพื่อขายมะเขือเทศบนท้องถนนของเรา แบบนี้จะช่วยให้เราเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร”

นับตั้งแต่นโยบายเหยียดผิวเหยียดผิวสิ้นสุดลงในปี 1994 แอฟริกาใต้เป็นเศรษฐกิจที่พัฒนามากที่สุดของแอฟริกาเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้อพยพจากทวีปแอฟริกาและมาไกลถึงบังกลาเทศ เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงทุกๆ สองสามปีโดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีปล้นร้านค้าและสังหารชาวต่าง เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในปี 2008 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คนและมีผู้พลัดถิ่นอีก 50,000 คน วันนี้โซเชียลมีเดียช่วยกระพือความเกลียดชังคนต่างด้าวให้รุนแรงขึ้น

ในปี 2019 เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากการปะทะกันระหว่างคนในพื้นที่และผู้อพยพต่างด้าวทำให้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซาส่งทูตไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาเพื่อยุติความตึงเครียด

คนต่างด้าวจำนวนมากเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงาน บางคนเป็นผู้อพยพทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีจำนวนมากที่ไม่มีเอกสารถูกต้อง และคนอื่น ๆ รวมถึงชาวซิมบับเวหลายแสนคนได้รับใบอนุญาตทำงาน แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจนว่ามีคนต่างด้าวย้ายถิ่นจำนวนเท่าใดในแอฟริกาใต้ แต่การประมาณการกันว่าเฉพาะจำนวนชาวซิมบับเวเพียงอย่างเดียวก็เกิน 2 ล้านคน

ถึงกระนั้นด้วยเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ที่หดตัวมากที่สุดในรอบ 90 ปีในปีนี้และการว่างงานที่สูง 31% และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำหนดไว้สำหรับปี 2564 นักการเมืองบางคนพบว่าการกล่าวโทษชาวต่างชาติในทุกเรื่องตั้งแต่การไม่มีงานทำไปจนถึงการบริการสาธารณะที่ไม่ดี และนักการเมืองเหล่านี้ยังชนะเลือกตั้งด้วย

ติโต มโบเวนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแอฟริกาใต้กล่าวเมื่อเดือนเมษายนกล่าวว่าประชาชนเจ้าของพื้นที่ควรได้รับการจัดลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการพยายามฟื้นฟูหลังการระบาด บางรัฐบาลท้องถิ่นยังออกกฎหมายที่ถูกโจมตีว่าเป้นการริดรอนสิทธิคนต่างชาติด้วย

“ส่วนไหนคือ การเกลียดกลัวคนต่างชาติ ? นั่นเพราะสิ่งที่กฎหมายระบุไว้คือคุณต้องเป็นชาวแอฟริกาใต้ คุณต้องอยู่ในแอฟริกาใต้อย่างถูกกฎหมาย” วูโย มฮากา โฆษกของนายกรัฐมนตรีจังหวัดควาเต็งกล่าว ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ออกฎหมายที่ริดรอนสิ?ธิคนต่างด้าว เขายังอ้างว่าความไม่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นกับชาวแอฟริกาใต้อย่างชัดเจนมากกว่า

กลุ่ม Xenowatch ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีจากความเกลียดกลัวต่างชาติระบุว่าระหว่างเดือนมกราคม 2019 ถึงพฤศจิกายน 2020 ร้านค้า 1,376 แห่งถูกปล้นและมีผู้เสียชีวิต 37 คน

ผู้อพยพจำนวนมากจากโซมาเลียและเอธิโอเปียครองความเป็นเจ้าของในธุรกิจร้านสะดวกซื้อในเมืองเนื่องจากมีทุนรอนที่ดีกว่าชาวแอฟริกาใต้ในการแข่งขันกับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่

ในขณะที่เจ้าของร้านค้าในแอฟริกาใต้มักจะดำเนินการด้วยตัวเอง แต่ชาวโซมาเลียและชาวเอธิโอเปียรวมกลุ่มกันและซื้อสินค้าจำนวนมากทำให้พวกเขาเสนอราคาที่ใกล้เคียงกับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต ชาวแอฟริกาใต้ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินและจากการประมาณการพบผู้อพยพจ่ายค่าเช่าในเมืองในเมืองปีละ 20,0000 ล้านแรนด์

ผู้จับตาสถานการณ์ชี้ว่า คนแอฟริกาใต้คิดว่าหากพวกเขาหยุดผู้อพยพผิดกฎหมายจากการค้าขาย งานเหล่านั้นก็จะถูกยึดคืนมาเป็นของชาวแอฟริกาใต้ในทันที หรือมิฉะนั้นธุรกิจขนาดเล็กเหล่านั้นจะถูกยึดโดยชาวแอฟริกาใต่ ซึ่งไม่เป็นความจริง

South Africa First และขบวนการแ Put South Africans First ที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายนกำลังเรียกร้องให้มีการแทรกแซงจากรัฐบาลรวมถึงการตรวจสอบความเป็นพลเมือง การเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะกับชาวต่างชาติและการยุติการออกใบอนุญาตทำงานที่ไม่ใช้ทักษะ

Photo by LUCA SOLA / AFP

จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 15:39 น.จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนแนะอาจจำกัดการผูกบัญชีธนาคารเข้ากับแพลตฟอร์มของธุรกิจฟินเทค

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โหลวจี้เหว่ย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของจีน แนะนำว่าจีนอาจจะจำกัดจำนวนธนาคารที่แพลตฟอร์มธุรกิจฟินเทคสามารถเป็นพันธมิตรได้ให้เหลือเพียงธนาคารเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มใดๆ ได้รับส่วนแบ่งการตลาดมากเกินไป

เมื่อเดือนที่แล้วหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเตือนยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศว่าต้องเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด และความเคลื่อนไหวนี้ทำให้การขายหุ้นครั้งแรกมูลค่า 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐของ Ant Group บริษัทในสายของ Alibaba ถูกระงับทันที ดับอนาคตการเปิดขายหุ้นครั้งแรกที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

โหลวจี้เหว่ยยังคงมีอิทธิพลในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอกประเทศของหน่วยงานที่ปรึกษาระดับสูงของรัฐบาลจีน โหลวจี้เหว่ยพูดในฟอรัมการจัดการความมั่งคั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยเขาเตือนว่าแพลตฟอร์มฟินเทคที่มีส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่อาจนำไปสู่หนี้เสียได้

“เราสามารถจำกัดจำนวนธนาคารที่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งสามารถใช้งานได้เพื่อให้มีแพลตฟอร์มอื่น ๆ สามารถทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกันภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน” เขากล่าวและเสริมว่าแพลตฟอร์มฟินเทคไม่ควรได้รับอนุญาตให้เติบโตจนถึงจุดที่ “ผู้ชนะทั้งหมด “และ” ใหญ่เกินกว่าจะจะปล่อยให้ล้ม” ซึ่งเป็นการกล่าวพาดพิงถึงวิกฤตการเงินโลก ปี 2007 – 2008 ซึ่งสหรัฐไม่ยอมปล่อยให้สถาบันการเงินที่ดำเนินการผิดพลาดล้มลงอย่างเป็นธรรมชาติ

จีนได้ให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครือ Alibaba Group Holding และ Tencent Holdings ซึ่งติดอันดับหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่และมีมูลค่ามากที่สุดในโลก บริษัทเหล่านี้หลายแห่งได้รวบรวมข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากในระหว่างการให้บริการ

สื่อของรัฐกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหลักทรัพย์กล่าวว่ารัฐบาลจีนอาจพิจารณาเรียกเก็บภาษีดิจิทัลกับบริษัทเทคโนโลยีที่เก็บข้อมูลผู้ใช้จำนวนมาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ดำเนินการปรับบริษัทเทคโนโลยีเช่น Alibaba ที่ไม่รายงานข้อตกลงทางธุรกิจที่ผ่านมาอย่างเหมาะสมตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทอินเทอร์เน็ตถูกปรับเนื่องจากละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่บังคับใช้ในปี 2008

Photo by HECTOR RETAMAL / AFP

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 13:32 น.ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพังเมียนมามีความด้อยด้านสาธารณสุขอย่างมาก ทำให้ไทยต้องตกอยู่ในความเสี่ยงไปด้วย

เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ (Bertil Lintner) ผู้สื่อข่าวชาวสวีเดนซึ่งเชี่ยวชาญระดับโลกเรื่องเมียนมาและปัจจุบันพำนักในประเทศไทย ได้เขียนบทความลงใน Asia Times เรื่อง “ความล้มเหลวเรื่องโควิดของพม่าคุกคามความสำเร็จของไทย” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ตอนนี้บทความดังกล่าวเริ่มที่มีส่วนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังการพบผู้ติดเชื้อในไทยที่หลบหนีเข้ามากเมียนมาและยังพบผู้ติดเชื้อขนานใหญ่ในมหาชัยซึ่งเป็นชุมชนชาวเมียนมาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ลินท์เนอร์เขียนถึงกรณีที่คนไทยซึ่งไปทำงานที่ 1G1-7 Hotel ในเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมาหลบหนีเข้าประเทศจนทำให้เกิดการติดเชื้อหลายพื้นที่ เขาชี้้ว่าถึงแม้รัฐบาลไทยจะอ้างว่าการแพร่ระบาดทางภาคเหนือควบคมได้ แต่ผู้ที่เดินทางกลับจากท่าขี้เหล็กส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและตรวจพบได้ง่ายเนื่องจากบางคนทำผิดพลาดเสียเองด้วยการโพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองกำลังเดินป่าอยู่บนภูเขาชายแดน

“แต่เครือข่ายค้าของเถื่อนที่ฐานที่มั่นมั่นคงในแถบนั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการข้ามพรมแดนอื่ ๆ ของคนไทยที่ติดค้างที่ต้องการกลับบ้าน ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และพ่อค้าล้อชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจย่อยๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย” ลินท์เนอร์กล่าวในบทความและชี้ว่าทางการไทยยังต้องจับเส้นทางน้ำแถบภูเก็ตและระนองด้วย

ในเดือนธันวาคมนี้เองที่สถาบัน Brookings Institution ในสหรัฐระบุจุดอ่อนที่ชัดเจนหลายประการของเมียนมา ได้แก่ ความสามารถในการตรวจเชื้อที่ไม่เพียงพอ, ระบบสาธารณสุขที่ไม่ได้เตรียมการ, การขาดรายได้และการขาดแคลนอาหารที่เกิดจากวิกฤต และความไม่สงบภายในประเทศซึ่งรวมถึงสงครามกลางเมืองที่นองเลือดในพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมียนมาร์มีความพร้อมน้อยที่สุดในภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพที่สำคัญใดๆ และก่อนหน้าการระบาดของโควิด -19 อย่างรุนแรงในประเทศ เมียนมามีแพทย์เพียง 6.7 คนต่อประชากร 10,000 คนในปี 2018 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่แพทย์ 15.6 คนต่อประชากร 10,000 คน และมีเตียงในโรงพยาบาลเพียง 10.4 เตียงต่อประชากร 10,000 คน ลินท์เนอร์ชี้ว่า “ผู้ติดเชื้อที่กลับมาสะท้อนให้เห็นเพียงส่วนเล็กๆ ของปัญหาที่คนไทยต้องต่อสู้ในขณะนี้ นั่นคือเพื่อนบ้านที่ไม่เพียงแต่ล้าหลังกว่าประเทศไทยหลายทศวรรษในด้านการพัฒนาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ แต่ยังยังมีสงครามกลางเมืองที่ยังคงคุกรุ่นและกลุ่มอาชญากรรมที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระตามแนวชายแดนด้วย”

ทั้งนี้ ซินหัวรายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่19 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในประเทศเพิ่ม 989 ราย และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 26 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแตะที่ 115,187 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขยับเป็น 2,424 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 และออกจากโรงพยาบาลแล้วของเมียนมาอยู่ที่ 94,118 ราย

อนึ่ง เมียนมาตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มี.ค. และได้ทำการทดสอบตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วกว่า 1.57 ล้านครั้ง

Photo by Ye Aung THU / AFP

ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทยสื่อหลักของต่างประเทศเริ่มรายงานการติดเชื้อระลอกใหม่ในประเทศไทย ไม่วาจะเป็นเอเจนซี่ชั้นนำอยางเอเอฟพีและรอยเตอร์ก็ติดตามสถานการณ์นี้

รอยเตอร์รายงานว่า “ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า 500 รายในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารทะเล (จังหวัดสมุทรสาคร) เมื่อวันเสาร์ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในหนึ่งวันในประเทศที่เคยทำให้การแพร่ระบาดอยู่ภายใต้การควบคุมเอาไว้ได้”

สำนักข่าวเอเอฟพีได้สัมภาษณ์ผู้ประสานงานชาวเมียนมาที่สมุทรสาคร คือ Moe Kyaw Thu จากมูลนิธิรักษ์ไทยซึ่งกำลังประสานงานการตรวจเชื้อชาวเมียนมากล่าวว่ามีเป้าหมายที่จะคัดกรองผู้คน 4,000 คนในช่วงสุดสัปดาห์นี้

“ประชากรในมหาชัยเป็นคนไทยประมาณ 70% และแรงงานข้ามชาติ 30% ซึ่งหมายความว่าแหล่งที่มาของการแพร่กระจายของไวรัสอาจมาจากแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะแรงงานชาวเมียนมา” เขากล่าว

ทั้งนี้ เอเอฟพียังรายงานด้วยว่าเมียนมาร์มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า 115,000 รายและทางการไทยได้เพิ่มการควบคุมชายแดนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ก็รายงานข่าวนี้เช่นกันและได้รับความสนใจจากผู้อ่านข่าวเป็นจำนวนมาก และมีการแสดงความคิดเห็นไปในทำนองเห็นใจและเป็นห่วงประเทศไทย

Aloysius Chia แสดงความเห็นในเพจเฟซบุ๊คของ CNA ว่า “พวกเขา (ประเทศไทย) เปิดประเทศก็เริ่มพบกรณีติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ไวรัสนี้ทำร้ายพวกเขาทั้งทางเศรษฐกิจ (การท่องเที่ยว) และตอนนี้ระบบสาธารณสุขของพวกเขากำลังจะได้รับผลกระทบ น่าเศร้าอย่างแท้จริง”

Kelly Tan บอกว่า “สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดอาจเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด กรุณาอย่าเดินทางโดยไม่จำเป็นเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่คุณรัก จแต่ก็เป็นอีกครั้งที่หลายคนไม่สนใจที่จะรักษาความปลอดภัย ….. และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ยากที่ควบคุม (การระบาด) หรือเปล่า?”

Rakesh Shinde กล่าวโดยคาดว่าจะเป็นการโยงถึงการประท้วงในไทยโดยเขาแสดงความเห็นว่า “มันมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหากการเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าครอบงำความรับผิดชอบต่อสังคม มีแนวคิดที่เรียกว่า ‘ความอดทน’ ซึ่งโลกควรนำมาใช้แค่ในเวลาไม่กี่เดือน หลังจากนั้นมีเวลาอีกมากที่จะจัดการเรื่องยุ่งๆ”

Diana Saad บอกว่า “หนึ่งปีผ่านไป … และโควิด -19 ก็ไม่หยุดยั้ง ไม่แสดงสัญญาณของการออมมือเลย” ส่วนชาวเน็ตที้่ชื่อ Cheng บอกว่า “เอาล่ะ … เมื่อสิงคโปร์เปิดประตูเรื่องนี้ก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน”

Photo by Jack TAYLOR / AFP

สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 09:48 น.สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศวิกฤตทั่วโลกเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เนเธอร์แลนด์สั่งห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าหลังพบการกลายพันธุ์

วันที่ 20 ธันวาคม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์สั่งห้ามเที่ยวบินโดยสารทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ หลังจากพบกรณีแรกของการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์จนทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้นและกำลังแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร

คำสั่งห้ามเริ่มตั้งแต่ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันอาทิตย์จนถึงวันที่ 1 มกราคม คำสั่งนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหราชอาณาจักรประกาศคำสั่งให้ประชาชนอยู่ที่บ้านตามมาตรการล็อคดาวน์ครั้งใหม่เพื่อชะลอการระบาดระลอกล่าสุด

“การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรมีการกล่าวกันว่าแพร่กระจายได้ง่ายและเร็วขึ้นและตรวจพบได้ยากขึ้น” กระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์กล่าวในแถลงการณ์

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ หรือ RIVM จึง “ขอแนะนำให้จำกัดการนำไวรัสสายพันธุ์นี้จากสหราชอาณาจักรให้ได้มากที่สุด โดยจำกัด และ/หรือควบคุมการเคลื่อนย้ายของผู้โดยสาร”

กระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรณีติดเชื้อในเนเธอร์แลนด์เมื่อต้นเดือนธันวาคมพบว่าเป็นไวรัสที่มีลักษณะสายพันธุ์ใหม่ที่พบในสหราชอาณาจักร”

ผู้เชี่ยวชาญกำลังดูว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีกรณีติดเชื้อที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ขณะนี้คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีมาร์ก รุทเทอได้ใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนในการสั่งห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรโดยระบุว่าการขนส่งรูปแบบอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ว่าจะเข้าข่ายหรือไม่

รุทเทอเรียกร้องให้ชาวดัตช์ไม่เดินทางเว้นแต่จำเป็นอย่างยิ่ง

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพร้อมกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ (รัฐบาล) จะสำรวจขอบเขตเพื่อจำกัดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มาจากสหราชอาณาจักร” แถลงการณ์ระบุ

เนเธอร์แลนด์อยู่ภายใต้การล็อคดาวน์ห้าสัปดาห์จนถึงกลางเดือนมกราคมโดยโรงเรียนและร้านค้าที่ไม่จำเป็นทั้งหมดปิดเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของไวรัส

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกล่าวว่าข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าไวรัสที่แพร่กระจายในลอนดอนและทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าเดิมถึง 70%

Photo by Bart Maat / ANP / AFP) / Netherlands OUT

ภาพดาวเทียมแฉอิหร่านแอบก่อสร้างใกล้โรงงานนิวเคลียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ภาพดาวเทียมแฉอิหร่านแอบก่อสร้างใกล้โรงงานนิวเคลียร์  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.ภาพดาวเทียมแฉอิหร่านแอบก่อสร้างใกล้โรงงานนิวเคลียร์ ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นการก่อสร้างในพื้นที่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐ

บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ Maxar Technologies เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินฟอร์โด ใกล้กับเมืองกอม ห่างจากกรุงเตหะรานราว 90 กิโลเมตร ซึ่งเผยให้เห็นการก่อสร้างที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน ก.ย.

ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เผยให้เห็นฐานที่ถูกขุดและการตั้งเสาหลายสิบเสา โดยเสาดังกล่าวเป็นเสาสำหรับรองรับโครงสร้างตึกในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว

สิ่งก่อสร้างดังกล่าวยังอยู่ใกล้กับอาคารวิจัยและพัฒนาหลายอาคารในเขตโรงงานฟอร์โด เช่น อาคารศูนย์เทคโนโลยีสุญญากาศแห่งชาติ ซึ่งเทคโนโลยีสุญญากาศนี้จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องหมุนเหวี่ยงแก๊สยูเรเนียม เพื่อผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

โรงงานฟอร์โดตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศ ล้อมรอบด้วยปืนโจมตีอากาศยานและป้อมปราการ

อย่างไรก็ดี อิหร่านยังไม่ยอมรับว่ามีการก่อสร้างดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ที่เข้าไปตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่านปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว และยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าอิหร่านได้แจ้งทางหน่วยงานว่ามีการก่อสร้างที่โรงงานฟอร์โดหรือไม่

แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสิ่งก่อสร้างดังกล่าวมีเพื่อจุดประสงค์ใด แต่กิจกรรมใดๆ ที่โรงงานฟอร์โดก็อาจนำไปสู่ความกังวลได้  เนื่องจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ใกล้หมดวาระลง และ โจ ไบเดน กำลังจะรับช่วงเป็นผู้นำสหรัฐคนต่อไป

โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดถูกสหรัฐค้นพบเมื่อปี 2009  แต่ขณะนั้นสหรัฐเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าโรงงานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางการทหาร เนื่องจากแม้จะสามารถจุเครื่องหมุนเหวี่ยงแก๊สยูเรเนียมได้ถึง 3,000 เครื่อง แต่ก็ยังมีขนาดเล็กเกินกว่าจะเป็นโรงงานนิวเคลียร์

การค้นพบครั้งนั้นนำมาสู่การทำข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 โดยอิหร่านตกลงยอมลดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อแลกกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่หลังจากทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงนี้ในปี 2018 อิหร่านก็กลับมาเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมอีกครั้ง

คดีตัวอย่าง! ผู้นำชิลีถูกปรับเป็นแสนเพราะไม่สวมหน้ากากอนามัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คดีตัวอย่าง! ผู้นำชิลีถูกปรับเป็นแสนเพราะไม่สวมหน้ากากอนามัย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 ธ.ค. 2563 เวลา 16:30 น.คดีตัวอย่าง! ผู้นำชิลีถูกปรับเป็นแสนเพราะไม่สวมหน้ากากอนามัยประธานาธิบดีก็ไม่รอด ชิลีเอาจริงปรับคนไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ

กระทรวงสาธารณสุขของชิลีเผยว่า ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปินเญรา ถูกปรับเป็นเงิน 3,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 104,412 บาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากถ่ายภาพเซลฟี่กับผู้คนที่ชายหาดโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

ภาพเซลฟี่ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยในเวลาต่อมาประธานาธิบดีปินเญราได้กล่าวขอโทษและเข้ามอบตัวกับทางการ พร้อมอธิบายว่าตัวเองออกไปเดินเล่นลำพังที่ชายหาดใกล้บ้านในเมืองกาชากัว เมื่อหญิงในภาพจำได้จึงมาขอถ่ายภาพ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและยืนใกล้ชิดกัน

ทางการชิลีบังคับใช้มาตรการป้องกัน Covid-19 แพร่ระบาดอย่างเข้มงวด รวมทั้งการสวมหน้ากากอนนามัยในที่สาธารณะทุกที่ หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับ หรือแม้กระทั่งจำคุก

ชิลีพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสจำนวนมากในเดือน พ.ค.-มิ.ย.ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว จากนั้นตัวเลขลดลงเรื่อยๆ จนถึงเดือน พ.ย. แต่ขณะนี้เริ่มมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ทางการใช้มาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด

กษัตริย์จิกมี-พระราชินีฉลองวันชาติภูฏานปีที่ 113 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กษัตริย์จิกมี-พระราชินีฉลองวันชาติภูฏานปีที่ 113  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 19 ธ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.กษัตริย์จิกมี-พระราชินีฉลองวันชาติภูฏานปีที่ 113 สมเด็จพระราชาธิบดี-สมเด็จพระราชินีภูฏานเสด็จพระราชดำเนินฉลองวันชาติในกรุงทิมพู  

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เปมา เสด็จพระราชดำเนินยังป้อมพูนาคา หรือพระราชวังแห่งความสุข พร้อมด้วยเจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก พระโอรสองค์โตพระชันษา 4 ปี และเจ้าชายจิกมี อูเกน พระชันษา 8 เดือน เพื่อฉลองวันชาติภูฏานซึ่งตรงกับวันที่ 17 ธ.ค. โดยปีนี้เป็นปีที่ 113 นับตั้งแต่กษัตริย์อูเกน วังชุกครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกในปี 1907

โดยในปีนี้ประชาชนไม่ได้ออกมาร่วมเฉลิมฉลองเนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 แต่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก อดีตกษัตริย์ภูฏาน สมเด็จพระสังฆราช และสมเด็จพระราชินีอชี เคซัง โชเดน วังชุก (สมเด็จย่าของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี)
สมเด็จพระสังฆราช และ เจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชินีและเจ้าชายจิกมี อูเกน

ภาพ : เฟซบุ๊ค His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck