จะดีไหมถ้าเข้าออฟฟิศแค่ 3 วันต่อสัปดาห์? กูเกิลกำลังทำแบบนั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จะดีไหมถ้าเข้าออฟฟิศแค่ 3 วันต่อสัปดาห์? กูเกิลกำลังทำแบบนั้น – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 16:37 น.จะดีไหมถ้าเข้าออฟฟิศแค่ 3 วันต่อสัปดาห์? กูเกิลกำลังทำแบบนั้นกูเกิลเล็งให้พนักงานทำงานในออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์หลังกลับมาทำงานได้ตามปกติ

เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงาน “กูเกิล” ขยายเวลาให้พนักงานทำงานที่บ้านจนถึงเดือนกันยายน 2564 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนายังคงไม่สามารถยับยั้งได้

ช่วงคืนวันที่ 13 ธันวาคม ศุนทัร ปิจไช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอัลฟาเบต (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ได้ส่งอีเมลถึงพนักงาน ระบุว่า “บริษัทกำลังทดสอบแนวทาง “สัปดาห์ทำงานแบบยืดหยุ่น” โดยคาดว่าพนักงานจะทำงานในสำนักงานอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์เมื่อสามารถกลับไปทำงานที่บริษัทได้อย่างปลอดภัย ขณะที่วันอื่นๆ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน”

“เรากำลังทดสอบว่ารูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจะนำไปสู่การเพิ่มผลประกอบการ ความร่วมมือ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้หรือไม่ และยังไม่ค่อยมีบริษัทใดที่เริ่มทดสอบระบบการทำงานเช่นนี้ จึงน่าสนใจที่จะทดลอง”

นอกจากนี้ กูเกิลยังมีแผนที่จะออกแบบสำนักงานใหม่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำ และเสนอทางเลือกให้กับพนักงาน เช่น การจองสถานที่ทำงานร่วมกันสำหรับคนไม่เกินสิบคน และการรักษาความปลอดภัยพื้นที่กลางแจ้งสำหรับการสังสรรค์ขนาดใหญ่ หรือการจองโต๊ะทำงานที่สำนักงานสำหรับพนักงานที่ต้องการพื้นที่ทำงานเงียบๆ นอกบ้าน

รวมทั้งมีแผนที่จะพัฒนาวิธีการใหม่ๆ เพื่อช่วยให้พนักงานลดช่องว่างระหว่างการทำงานที่สำนักงานและการทำงานจากที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานที่อาจไม่ได้อาศัยอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำงานระยะไกล

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาในการทำงานแบบยืดหยุ่นยังคงไม่ชัดเจนเนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรนาแตกต่างกันในแต่ละประเทศ และกำหนดการณ์ใหม่อาจไม่มีผลกับพนักงานบางตำแหน่ง อาทิ พนักงานที่ต้องติดต่อกับลูกค้า และพนักงานในศูนย์ข้อมูลหรือห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ กูเกิลเป็นบริษัทแรกๆ ที่ให้พนักงานเริ่มทำงานจากที่บ้านตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม โดยมีการเลื่อนเวลาที่จะกลับมาทำงานที่สำนักงานหลายครั้ง จากเดิมที่คาดว่าพนักงานจะกลับเข้าทำงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นเดือนกรกฎาคม และตอนนี้เลื่อนไปจนถึงเดือนกันยายน

นอกจากนี้ กูเกิลได้กล่าวว่า กำลังมองหาโอกาสในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาให้กับพนักงานในช่วงกลางถึงปลายปี 2564 หลังจากที่กลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว

AFP PHOTO/ PIERRE-PHILIPPE MARCOU

ตูนิเซีย โค่นล้มเผด็จการได้แต่การปฏิวัติของประชาชนยังไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ตูนิเซีย โค่นล้มเผด็จการได้แต่การปฏิวัติของประชาชนยังไม่จบ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 15:01 น.ตูนิเซีย โค่นล้มเผด็จการได้แต่การปฏิวัติของประชาชนยังไม่จบตูนิเซียโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการที่ปกครองมายาวนานถึง 23 ปี โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน แต่เป้าหมายของการปฏิรูปนั้นยังคงอีกยาวไกล

แม้ว่าชาวตูนิเซียจะโค่นล้มอำนาจของผู้นำเผด็จการ “ซีน อัล อาบิดีน เบน อาลี” ไปได้ราวสิบปีแล้ว ซึ่งเป็นการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการที่ปกครองมายาวนานถึง 23 ปี โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน แต่เพราะตำรวจและทหารที่ยังทรงอิทธิพลอยู่ทำให้หนทางสู่เป้าหมายของการปฏิรูปยังคงอีกยาวไกล

เบน อาลี ออกจากประเทศตูนิเซียไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2011 โดยมีสมาชิกในครอบครัวและผู้ช่วยคนสนิทเพียงไม่กี่คนออกไปกับเขาด้วย แต่บรรดาตำรวจซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “กระดูกสันหลัง” ของการปกครองรูปแบบเผด็จการของเบน อาลียังคงอยู่

สำนักข่าว AFP รายงานว่า “อูลา เบน เนชมา” ผู้นำการสอบสวนแห่งคณะกรรมการความจริงและศักดิ์ศรีของตูนิเซีย (Truth and Dignity Commission-IVD) กล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเพียง 54 คนเท่านั้นที่ถูกไล่ออกในปี 2011 โดยพวกเขาไม่ได้รับการพิจารณาคดีหรือถูกลงโทษแต่อย่างใด

“ซีเฮม เบยเซดดรีน” อดีตหัวหน้า IVD กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2014 ของตูนิเซียได้กำหนดบทบาทของตำรวจใหม่ในระบอบประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นไม่นาน “ปีศาจในอดีตก็หวนกลับมา”

โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกร่างขึ้นเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิภายใต้การปกครองของเบน อาลี และฮะบีบ บูรกีบะฮ์ ประธานาธิบดีคนแรกหลังประกาศเอกราชของตูนิเซีย แต่หลังจากนั้นสหภาพตำรวจได้ใช้แรงกดดันทางการเมืองเพื่อปกป้องตนเอง และในบางครั้งยังบุกเข้าไปในสำนักงานของผู้พิพากษาที่สอบสวนคดีละเมิดดังกล่าว

ยกตัวอย่างการเปิดตัวศาลพิเศษในปี 2018 เพื่อตัดสินผู้ต้องหา 1,400 คนในข้อหาฆ่าข่มขืนและทรมาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขัดขวางกระบวนการดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดที่ถูกหมายเรียกปฏิเสธที่จะปรากฏตัว

นอกจากนี้ในปีเดียวกัน IVD มีคำสั่งให้สร้างหน่วยงานเฝ้าระวังของตำรวจที่เป็นอิสระและหน่วยข่าวกรองที่สามารถตอบสนองต่อรัฐสภาได้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ดำเนินการสร้าง

ตุลาการถูกกดดันอย่างหนักภายใต้การปกครองของเบน อาลี โดยผู้พิพากษาที่เปิดเผยต่อสาธารณชนมากที่สุดในยุคของเขาส่วนใหญ่ถูกไล่ออก ขณะที่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ต่อผู้พิพากษาที่ทุจริต

ในรายงานฉบับสุดท้ายเมื่อปีที่แล้วของ IVD ได้เรียกร้องให้มีมาตรการเพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและศาลปกครอง และให้ความสำคัญอย่างมากในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2019

“นาบิล คาโรวี” เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองชาวตูนิเซียถูกจำคุกเนื่องจากการรณรงค์ในข้อหาฟอกเงินและเลี่ยงภาษี ช่วงเวลาแห่งการจับกุมทำให้เกิดข้อกล่าวหาว่าใช้กระบวนการยุติธรรมในทางที่ผิด

ทั้งนี้ แม้ว่าตูนิเซียจะได้รับชัยชนะจากการเปลี่ยนแปลงมาเป็นประชาธิปไตย แต่การปฏิรูปเศรษฐกิจของตูนิเซียและการลดความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นประเด็นใหญ่

โดยมีการถกเถียงกันมากขึ้นเกี่ยวกับ “ทุนนิยมพวกพ้อง” ที่กลุ่มบริษัทใหญ่มีอำนาจในการควบคุมความเป็นไปของตลาด

ยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากการผูกขาด เช่น รถยนต์แต่ละยี่ห้อที่นำเข้ามาในประเทศตูนิเซีนสามารถนำเข้าได้โดยตัวแทนรายเดียวเท่านั้น หรือสตาร์ทอัพที่เปิดตัวระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือล้มเหลวเนื่องจากมีเงินไม่ถึง 5 ล้านดีนาร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ มาก

อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าการล่มสลายของระบอบเผด็จการของเบน อาลี ไม่ได้ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันหมดไปคือการที่ชาวตูนิเซียกล่าวว่าคอร์รัปชันเติบโตอย่างมากในช่วงปี 2010-2017 ส่งผลให้ประเทศตูนิเซียตกอยู่ในอันดับที่ 15 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น ปรากฏการณ์นี้และความซบเซาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาส่งผลให้ประชาชนหวนกลับไปคิดถึงการปกครองระบอบเก่า

อย่างไรก็ตาม ราดูอาน เอร์เกซ ที่ปรึกษาของ Think Tank Joussour เตือนว่าความรู้สึกโหยหาระบอบเผด็จการจะเป็นอันตายต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตย และทำให้เกิดคำถามถึงความสำเร็จทางการเมืองของประเทศ

ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ “นักฆ่าจักรราศี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ “นักฆ่าจักรราศี” – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 13:35 น.ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ "นักฆ่าจักรราศี"อีกหนึ่งปริศนาได้ถูกไขให้กระจ่างแล้ว แต่การตามล่าตัวนักฆ่านายนี้ยังไม่สิ้นสุดลง

Zodiac Killer หรือ “นักฆ่าจักราศี” คือฆาตกรต่อเนื่องซึ่งก่อเหตุในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1960 ในแถบพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียและอาจรวมถึงรวมถึงเขตรัฐเนวาดาที่อยู่ใกล้เคียงกัน จนถึงทุกวันนี้ทางการสหรัฐก็ยังไม่สามารถระบุถึงตัวตนที่แท้จริงและแรงจูงใจของนักฆ่ารายได้นี้ได้

เขาเรียกตัวเองว่า Zodiac Killer เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาคนนี้เลย มีเพียงรายชื่อของเหยื่อจำนวนหนึ่งซึ่งระบุได้ชัดๆ แค่ 5 คน และอาจมีมากถึง 37 คนที่ยังยืนยันไม่ได้ อีกหลักฐานหนึ่งคือจดหมายประกอบด้วยรหัสลับสี่ชุด ซึ่งสามในสี่ชุดนี้ยังไม่มีบุคคลได้สามารถถอดได้จนถึงปัจจุบัน

สำหรับจดหมายที่เป็นปริศนาพอ ๆ กับตัวตนของเขาเป็นที่สนใจของชาวโลกมานานหลายสิบลปี เพราะมันเขียนโดยใช้รหัสแปลกประหลาดที่ถอดได้ยาก ที่มาของมันย้อนกลับไปเมื่อ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1969 จดหมายสามฉบับถูกส่งไปยังสำนักหนังสือพิมพ์ 3 แห่ง ได้แก่ หนังสือพิมพ์วัลเลโฮไทม์เฮรัลด์, หนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกครอนิเคิลส์ และหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกเอ็กแซมิเนอร์

ในแต่ละฉบับยังแนบชุดรหัสลับ 3 ชุด โดยใช้ 408 สัญลักษณ์ ที่ซึ่งฆาตกรอ้างถึงความเป็นลักษณะเฉพาะของรหัสลับที่เขาประดิษฐ์ขึ้น เขายังข่มขู่ให้สำนักหนังสือพิมพ์ทั้งสามตีพิมพ์เนื้อความจากจดหมายของเขาลงบนหน้าหนึ่งของแต่ละฉบับ มิเช่นนั้นเขาจะ “ฆาตกรรมผู้คนในเวลากลางคืนตลอดช่วงสุดสัปดาห์นั้น และฆ่าต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบหนึ่งโหล”

ต่อมา7 สิงหาคม ค.ศ. 1969 จดหมายอีกฉบับถูกส่งไปที่ ซานฟรานซิสโกเอ็กแซมิเนอร์ซึ่งเขาเริ่มต้นเรียกตัวเองว่า Zodiac (จักรราศี) ในวัดต่อมาก็มีผู้ถอดรหัสที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ได้เนื้อความมีดังนี้

“ฉันชอบฆ่าผู้คนเพราะว่ามันสุดแสนจะสนุก มันสนุกกว่าเกมล่าสัตว์ในป่าเสียอีก เพราะมนุษย์คือสัตว์ที่อันตรายที่สุดจากทั้งหมด จากการฆ่าบางสิ่งบางอย่างมันให้ประสบการณ์อันสุดแสนจะสยดสยองให้ฉัน มันดีกว่าประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเสียอีก ช่วงที่ดีที่สุดของมันคือเมื่อฉันตาย ฉันจะไปเกิดใหม่บนสวรรค์ และทั้งหมดที่ฉันได้ฆ่าไปจะกลายมาเป็นทาสของฉัน ฉันจะไม่ให้ชื่อของฉันไป เพราะพวกคุณจะพยายามขัดขวางหรือยับยั้งการสะสมทาสสำหรับชีวิตหลังความตายของฉัน EBEORIETEMETHHPITI” (อักษรภาษาอังกฤษ 18 ตัวสุดท้ายที่ถอดได้ไม่มีผู้ใดเข้าใจถึงความหมายของมัน)

ล่าสุด มีกลุ่มคน 3 คนจากสหรัฐ, เบลเยียม และออสเตรเลียสามารถถอดรหัสจดหมายฉบับ 340 ตัวอักษรที่เรียกกันว่า “340 Cipher” ได้สำเร็จ หลังจากกาลเวลาได้ผ่านมานานถึง 51 ปีหลังจากที่มันถูกส่งมายังหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกครอนิเคิลส์ เนื้อความมีดังนี้

“ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับการพยายามจับฉัน ฉันไม่กลัวห้องรมแก๊สเพราะมันจะส่งฉันไปยังสวรรค์ (คำนี้เขาเขียนผิด) เร็วขึ้น เพราะตอนนี้ฉันมีทาสมากพอที่จะทำงานให้ฉัน” อย่างไรก็ตาม รหัสนี้ไม่ได้บอกถึงตัวตนของฆาตรกร

หลังจากมีการถอดรหัสได้สำเร็จ สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐ หรือ F.B.I. ได้มีแถลงการณ์ว่า “ คดีนักฆ่าจักรราศียังคงมีการสอบสวนอย่างต่อเนื่องโดย F.B.I. แผนกซานฟรานซิสโกและผู้ร่วมงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นของเรา นักฆ่าจักรราศีได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนหลายแห่งทั่วแคลิฟอร์เนียตอนเหนือและแม้ว่าหลายทศวรรษจะผ่านไปเรายังคงแสวงหาความยุติธรรมให้กับเหยื่อของอาชญากรรมที่โหดร้ายเหล่านี้”

ตอนนี้ยังมีจดหมายอีก 2 ฉบับที่รอการถอดรหัสซึ่งหนึ่งในนั้นอาจรวมถึงชื่อและตัวตนของฆาตรกรบันลือโลกรายนี้ ดังนั้นคดีนี้จึงยังไม่คลี่คลาย เพียงแต่หนึ่งในปริศนาได้ถูกไขออกมาให้กระจ่างขึ้นเท่านั้น

สหรัฐใช้ดาวเทียมจับตาเขื่อนแม่น้ำโขงของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 11:01 น.สหรัฐใช้ดาวเทียมจับตาเขื่อนแม่น้ำโขงของจีน สหรัฐเปิดโครงการดาวเทียมจับตาเขื่อนจีน ชี้เป็นภัยต่อประเทศท้ายน้ำ

รอยเตอร์สรายงาน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ศูนย์สังเกตการณ์เขื่อนแม่น้ำโขงของสถาบันวิจัยสติมสัน ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเปิดตัวโครงการใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามและตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อนของจีนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง

ไบรอัน อีเลอร์ จากสถาบันวิจัยสติมสันเผยว่า โครงการดังกล่าวตรวจสอบเขื่อนอย่างน้อย 11 แห่งโดยระบุว่าเขื่อนทุกแห่งมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของโรงไฟฟ้าในประเทศจีนเป็นหลักโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบท้ายน้ำที่ซึ่งผู้คน 60 ล้านคนต้องพึ่งพาแม่น้ำเพื่อการประมงและการเกษตร

ขณะที่จีนปฏิเสธการวิจัยดังกล่าวของสหรัฐ โดยสถาบันวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียนของจีนกล่าวเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า ไฟฟ้าพลังน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อเพื่อนบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างชัดเจน และการกักเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากจะช่วยป้องกันทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง

ทั้งนี้ จีนและสหรัฐมีความขัดแย้งกันในทะเลจีนใต้ และทั้งสองประเทศยังมีหน่วยงานคู่แข่งซึ่งทำงานร่วมกับประเทศลุ่มน้ำโขง โดยจีนมีความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงซึ่งตั้งอยู่ในปักกิ่ง และสหรัฐมีความร่วมมือแม่โขง-สหรัฐ

CHINA OUT AFP PHOTO

เริ่มผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ไร้คนขับ 5G ในซานตง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 19:57 น.เริ่มผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ไร้คนขับ 5G ในซานตงฐานการผลิตรถยนต์ล้ำยุคดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 130,000 ตารางเมตร

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองจี่หนาน มณฑลซานตงเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมว่า ฐานการผลิตรถยนต์ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน ได้เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ไร้คนขับผ่านการใช้งานเครือข่าย 5จี (5G) สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว

รถยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะรุ่นแรกซึ่งจะถูกใช้ในสายงานด้านโลจิสติกส์ ได้ออกจากสายการผลิตเมื่อวันเสาร์ (12 ธ.ค.) ในเขตไหลอู๋ เมืองจี่หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตง

ผลงานดังกล่าวได้รับเงินลงทุนจากบริษัทออลเชียร์ อินเทลลิเจนต์ ออโตโมบิล (Allcheer Intelligent Automobile) และดำเนินการผลิตโดยบริษัทไชน่า คอนสตรักชัน อิเล็กทริก พาวเวอร์ คอนสตรักชัน จำกัด (China Construction Electric Power Construction Co. , Ltd) ซึ่งฐานการผลิตระยะแรกจะสามารถผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ได้ถึง 100,000 คันต่อปี

ทั้งนี้ ฐานดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 130,000 ตารางเมตร

สำนักข่าวซินหัวอนุเคราะห์ภาพและเนื้อหาข่าว

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 18:49 น.

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

The Expert : พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

The Expert : พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/946652146&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 18:43 น.กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุดพลังอำนาจของกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นมามากหลังการระบาดของโควิด-19 แต่กรุงเทพฯ ก็เคยมีอันดับที่ดีกว่านี้มาแล้ว

ดัชนี Global Power City จัดอันดับพลังอำนาจของเมืองสำคัญ ๆ ของโลกในด้าน “อำนาจการดึงดูด” (magnetism) ซึ่งก็คืออำนาจในการดึงดูดผู้คน ทุนและองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกเข้ามาอยู่หรือทำงานในเมืองแห่งนั้น ปรากฎว่าในปีนี้อันดับที่ 1 คือกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่วนกรุงเทพฯ ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 35

เมื่อแยกเป็นปัจจัยต่างๆ จะพบว่ากรุงเทพฯ มีอันดับเรื่องเศรษฐกิจที่ 36 ของโลกถือว่าอยู่ระดับกลางค่อนข้างต่ำ ด้านการวิจัยและพัฒนาค่อนข้างต่ำมากคือที่ 43 จากทั้งหมด 48 เมือง แต่ในด้านปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกรุงเทพฯ มีผลงานที่ดีมากอยู่ในอันดับที่ 7 ส่วนหนึ่งเพราะมีการพิจารณาเพิ่มเรื่องบรรยากาศที่น่าดึงดูใจเรื่องการช็อปปิ้ง

ด้านความน่าอยู่อาศัยกรุงทพฯอยู่ในอันดับที่ 36 ด้านสิ่งแวดล้อมมีผลงานไม่น่าประทับใจเพราะอยู่ที่ 43และการเข้าถึงหรือการคมนาคมค่อนปานกลางระดับสูงที่ 23

รายงานยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานบนโลกออนไลน์อันเนื่องมาจากโควิด-19 ทำให้ ความเร็วในการส่งผ่านอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับความน่าเข้ามาทำงาน ซึ่งส่งผลให้เมืองในเอเชียที่มีความก้าวหน้าด้านอินเทอร์เน็ต เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ มีอันดับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยเมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับที่ 40 แต่ปีนี้พุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ที่ 35 อย่างไรก็ตามกรุงเทพฯ เคยมีอันดับดีกว่านี้ที่ 30 เมื่อปี 2011 ปี 2012 อยู่ที่ 35 ปี 2013 อยู่ที่ 32 ปี 2014 อยู่ที่ 29 จากนั้นอันดับก็ตกลงมาตลอดคือ 33, 34, 33, 36 จนมาถึง 40 เมื่อปีที่แล้วแล้วอันดับก็กลับดีขึ้นอีกในปีนี้

ทั้งนี้ ดัชนี Global Power City จัดทำขึ้นโดยสถาบัน Mori Memorial Foundation for Urban Strategies และอ้างอิงจากข้อมูลอย่างเป็นทางการและการสัมภาษณ์ผู้คนประมาณ 1,000 คนในแต่ละเมืองจาก 48 เมืองที่สำรวจ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 16:21 น.รัสเซียไม่สิ้นลาย-จีนกำลังแรง นาโตชี้เป็นภัยคุกคามอีกนับสิบปีถึงแม้ว่ารัสเซียจะอ่อนด้อยลงไปมาก แต่ยังถือเป็นภัยคุกคามต่อยุโรปตะวันตกและสหรัฐต่อไปอีกหลายปี

รายงานด้านความมั่นคงระดับสูงขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ระบุว่า รัสเซียจะยังคงเป็นหนึ่งในภัยคุกคามหลักต่อนาโตในทศวรรษหน้า ถึงแม้ว่าพลังอำนาจจะอ่อนด้อยลงไปไม่น้อยแล้วก็ตาม

“ในขณะที่อำนาจของรัสเซียในด้านเศรษฐกิจและสังคมจะลดลง แต่ก็พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถในการรุกรานดินแดนและมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นภัยคุกคามหลักที่นาโตต้องเผชิญในทศวรรษหน้า” รายงานระบุ

“รัสเซียมีคลังแสงนิวเคลียร์ทางทหารที่ทรงพลังและแข็งแกร่งซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามทั่วทั้งดินแดนของนาโต แต่จะรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านตะวันออก” รายงานกล่าว

ทั้งนี้ นาโตระงับความสัมพันธ์กับรัสเซียหลังจากผนวกไครเมียในปี 2014 ขณะที่รัสเซียมองว่าการขยายตัวไปทางตะวันออกของพันธมิตรนาโตเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ เช่น การที่สหรัฐพยายามย้่ายกำลังทหารจากเยอรมนีมาประจำการที่โปแลนด์ และโปแลนด์ก็กระตือรือร้นที่จะนำทหารสหรัฐเข้ามาประการเพื่อกันไม่ให้รัสเซียแผ่ขยายอำนาจเข้ามา

รายงานกล่าวว่าการรุกรานของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในยูเครนและจอร์เจียนั้นมาพร้อมกับการสั่งสมกำลังทหารทางอากาศและทางเรือในและรอบๆ ทะเลแบเรนต์ ทะเลบอลติก และทะเลดำ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแอฟริกานั้น รัสเซียใช้วิธีจ้างตัวแทนและบริษัททหารเอกชนในการตั้งฐานที่มั่น

นอกจากนี้อำนาจอธิปไตยของพันธมิตรนาโต้ยังถูกคุกคามโดยสงครามลูกผสมที่ขยายวงกว้างมากขึ้นของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ การลอบสังหาร และการวางยาพิษโดยรัฐโดยใช้อาวุธเคมีการบีบบังคับทางการเมืองและวิธีการอื่นๆ

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้นาโตดำเนินการตาม “แนวทางแบบคู่ขนานโดยการยับยั้งและการเจรจา” เพื่อรับมือกับการการรุกรานรัสเซียโดยใช้ยุทธศาสตร์แบบดั้งเดิมและแบบลูกผสม พร้อมๆ กับที่นาโตต้องสนับสนุนการควบคุมอาวุธและการเจรจาเพื่อลดความเสี่ยง

รายงานดังกล่าวยังกระตุ้นให้นาโต “ มีบทบาทที่ใหญ่ขึ้นในการจัดระเบียบระหว่างประเทศ” โดยจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาด และการก่อการร้ายในอนาคตโดยจับตามองภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากจีนและรัสเซีย

“นาโตต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของสภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ที่มีความจำเป็นมากขึ้นซึ่งเกิดจากการกลับมาของการเผชิญหน้าระหว่างเป็นระบบกับรัสเซียที่ก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง และการผงาดขึ้นของจีน”

รายงานดังกล่าวคือ “ NATO 2030: United for a New Era” ซึ่งนำเสนอต่อรัฐมนตรีต่างประเทศของนาโตและจะถูกส่งไปยังผู้นำนากลุ่มในการประชุมสุดยอดปี 2021 จัดทำขึ้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่นำโดยอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ คือแมดเดอลีน แอลไบรท์

Photo by Yuri KADOBNOV / AFP

การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไป – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 14:20 น.การเป็นเกย์ในภูฏานไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไปภูฏานกลายเป็นประเทศในเอเชียล่าสุดที่ยุติกฎหมายต่อต้านเกย์

ในสัปดาห์นี้ฝ่ายนิติบัญญัติในประเทศภูฏานได้ลงมติให้แก้ไขแนวปฏิบัติจากประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานที่กำหนดว่า “พฤติกรรมลักเพศหรือการประพฤติทางเพศอื่นใดที่ขัดต่อธรรมชาติ” เป็นอาชญากรรม ซึ่งข้อความดังกล่าวถือกันวาเป็นการกำหนดโทษให้กับผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นเกย์

การแก้ไขกฎหมายมาตรานี้จะต้องนำไปทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยเพื่อออกเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ แต่ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของรัฐบาลเอเชียที่คลายกฎหมายที่เข้มงวดที่ควบคุมชีวิตส่วนตัวของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในเอเชีย เช่นในปี 2018 ประเทศอินเดียเพื่อนบ้านของภูฏาน ศาลฎีกาของอินเดียได้มีมติเป็นเอกฉันท์สั่งให้เป็นโมฆะซึ่งกฎหมายอาญาที่ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ของเกย์ ซึ่งถือเป็นกฎหมายต่อต้านเกย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตัดสินว่าชาวอินเดียที่เป็นเกย์ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด

เมื่อปี 2019 แล้วฝ่ายนิติบัญญัติในไต้หวันลงมติให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมายซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชีย และในเดือนกรกฎาคมปีนี้ คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติที่จะให้สิทธิประโยชน์หลายอย่างแก่กลุ่ม LGBT เช่นเดียวกับการแต่งงานต่างเพศ กฎหมายดังกล่าวหลีกเลี่ยงคำว่า“ การแต่งงาน” แต่อนุญาตให้จดทะเบียนการเป็นหุ้นส่วนชีวิตของเพศเดียวกันได้ตามกฎหมาย

กฎหมายใหม่ของภูฏานซึ่งผ่านสภาทั้งสองแห่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “ทำให้ภูฏานกลายเป็นแรงผลักดันระดับโลกในการตระหนักถึงความเท่าเทียมกันสำหรับคนเลสเบี้ยนเกย์และกะเทย” Kyle Knight นักวิจัยอาวุโสในโครงการสิทธิ LGBT ของ Human Rights Watch กล่าว

อย่างไรก็ตามเขากล่าวเสริมว่า“ ภูฏานยังคงมีงานสำคัญที่ต้องทำ เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิของผู้คนที่ตกเป็นคนชายขอบมานานบนพื้นฐานของรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่”

The New York Times รายงานว่าประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานเริ่มใช้ในปี 2004 หรือสี่ปีก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งแรกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ จากการวิเคราะห์ล่าสุดของนักวิชาการด้านกฎหมาย Dema Lham และ Stanley Yeo ประมวลกฎหมายส่วนใหญ่นำมาใช้จากกฎหมายอาญาในสหรัฐ

Tsheten นักเคลื่อนไหวชาวภูฏานกล่าวว่า กฎหมายส่วนที่เกี่ยวกับพฤตกรรมลักเพศละการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดธรรมชาตินั้นเหมือนกับเนื้อความในประมวลกฎหมายอาญาอื่นๆ ในเอเชียใต้ซึ่งคัดลอกมาจากประมวลกฎหมายอาญาของอินเดียในช่วงทศวรรษที่ 1860 ที่กหนดว่าการรักร่วมเพศเป็นอาชญากรรม โดยบุคคลที่ถูกตั้งข้อหา “เพศสัมพันธ์ผิดธรรมชาติ” ในภูฏานจะต้องรับโทษตามความผิดลหุโทษ

การรณรงค์เพื่อแก้ไขกฎหมายต่อต้านเกย์ในประมวลกฎหมายอาญาของภูฏานไม่ได้เกี่ยวข้องกับการล็อบบี้โดยตรงจากนักเคลื่อนไหวกลุ่มความหลากหลายทางเพศมากนัก Tsheten กล่าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทะเบียนกลุ่มสนับสนุนสิทธิเกย์ในประเทศอย่างเป็นทางการอาจตีความได้ว่าคนๆ นั้นกำลัง “ ยืนหยัดเพื่ออาชญากร”

แต่เขากล่าวว่าการแพ้ไขเกิดขึ้นจากความพยายามที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในชุมชนเกย์ของประเทศ “สิ่งที่เราทำก็เพียงแค่แสดงให้ผู้คนในภูฏานเห็นว่าเรา (LGBT ) มีอยู่จริง” เขากล่าว

กระทรวงกลายเป็นพันธมิตรกันกับกลุ่มสิทธิ LGBT เพราะตระหนักดีว่าการอ้างอิงประมวลกฎหมายอาญาเรื่อง “เพศผิดธรรมชาติ” จะเป็นตัวขวางทางไม่ให้ ภูฏานเข้ารับการรักษาเอชไอวี และเมื่อมีการพิจารณาประมวลกฎหมายอาญาเมื่อปีที่แล้ว Namgay Tshering รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเคยทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขและธนาคารโลกได้ลุกขึ้นยืนในรัฐสภาเพื่อยืนยันว่าจะยกเลิกเนื้อความกฎหมายที่ล้าสมัย

AFP PHOTO / ROBERTO SCHMIDT

สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 14:05 น.สีจิ้นผิงประกาศสู้โลกร้อนครั้งใหญ่ แต่ขอดูแผนการสหรัฐก่อนผู้นำประเทศให้คำมั่นสัญญาครั้งใหม่ในการรับมือกับภาวะโลกร้อน แต่ขอให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กันด้วย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำจีนประกาศคำมั่นสัญญาว่าจะยกระดับครั้งสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทศวรรษหน้า แต่ก็ส่งสัญญาณว่าจะไม่เปิดเผยแผนทั้งหมดก่อนที่จะเห็นการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปที่เกิดขึ้นโดยคู่แข่งระดับโลกหลักอย่างสหรัฐ

สีจิ้นผิง ผู้นำของจีนกล่าวในการประชุมสุดยอดออนไลน์ในวันครบรอบ 5 ปีของParis Agreement ซึ่งเป็นข้อตกลงด้านสภาพอากาศที่ปารีส โดยเขากล่าวว่าภายในปี 2030 จีนจะลดความเข้มข้นของคาร์บอนลงกว่า 65% ซึ่งความเข้มของคาร์บอนเป็นตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สีจิ้นผิงยังกล่าวอีกว่าจีนจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สามเท่าเป็นมากกว่า 1,000 ล้านกิโลวัตต์และขยายพื้นที่ป่า

คำแถลงของสีจิ้นผิงในวันเสาร์มีขึ้นสามเดือนหลังจากที่เขาประกาศในเดือนกันยายนว่าจีนจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ โดยจีนจะกำจัดการปล่อยมลพิษออกจากชั้นบรรยากาศภายในปี 2060 ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของยุคอุตสาหกรรม

จีนซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานของโลกเป็นผู้ปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อนขึ้นรายใหญ่ที่สุดของโลกและไม่ว่าจีนจะทำอะไรก็ตามเพื่อลดการปล่อยก๊าซนี้ การกระทำของจีนถือเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงปารีสในปี 2015 และคำแถลงของสีจิ้นผิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาย้ำว่าการปล่อยก๊าซจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่จะถึงสูงสุดในเวลาไม่นาน “ ก่อนปี 2030” เท่ากับว่าสีจิ้นผิงประกาศจุดยืนแต่ไม่ประกาศกำหนดเวลาที่แน่นอน และยังน้อยกวาที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจีนจะปล่อยมลพิษสูงสุดภายในปี2025 จากนั้นจึงจะลดลง

The New York Times ชี้ว่าคำแถลงดังกล่าวของสีจิ้นผิงเป็นการแสดงจุดยืนที่รอบคอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนตั้งใจที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนโดยเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดมากมายก่อนที่รัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะเข้ามาแทนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ขัดขวางการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกอย่างหนักหน่วง

“ผมคิดว่าจีนกำลังรอดูว่ารัฐบาลไบเดนจะประกาศอะไรและจะทำแบบไหน” เจค ชมิดท์ จาก Natural Resources Defense Council กล่าว “พวกเขา (จีน) พยายามส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะเดินหน้าต่อไปในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศ แต่พวกเขาก็สงวนท่าทีเช่นกัน”

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ถอนตัวจากความข้อตกลงปารีสทั้งหมด ส่วนโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีกล่าวย้ำในแถลงการณ์ว่าเขาจะนำสหรัฐเข้าร่วมข้อตกลงทันทีตั้งแต่ในวันแรกในการดำรงตำแหน่งและจัดการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติภายใน 100 วันแรกของการบริหารงานในฐานะผู้นำประเทศ

Photo by FAZRY ISMAIL / POOL / AFP