สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 10:18 น.สาวกทรัมป์นับพันลงถนน หลังโค่นผลเลือกตั้งไม่สำเร็จขณะที่ทรัมป์นั่งเครื่องบินจับตาการชุมนุมของผู้สนับสนุนเขาในเมืองหลวงของประเทศ

ผู้ประท้วงที่สวมหมวกสีแดง (สัญลักษณ์ของฝ่ายหนุนนโยบายทรัมป์) หลายพันคนออกมาแสดงพลังเต็มท้องถนนในกรุววอชิงตันเพื่อสนับสนุนการอ้างของโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับการฉ้อโกงการเลือกตั้งประธานาธิบสหรัฐ ซึ่งไม่มีมูลความจริง และศาลสูงสหรัฐยังปฏิเสธที่จะรับคำร้องของทรัมป์ ปิดทางโอกาสสุดท้ายของทรัมป์ที่จะพลิกผลลัพธ์การเลือกตั้ง

ผู้คนหลายพันคนรวมตัวกันรอบ ๆ Freedom Plaza ซึ่งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวเพียงไม่กี่ช่วงตึกในบรรยากาศรื่นเริงก่อนหน้านี้ แต่ต่อมาเกิดการต่อสู้เกิดขึ้นในเวลาต่อมาระหว่างผู้ประท้วงและฝ่ายต่อต้านผู้ประท้วง

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงตึกผู้สนับสนุนขบวนการ Black Lives Matter ก็รวมตัวกันชุมนุมเล็กกว่านี้พร้อมตะโกนว่า “พวกนาซีออกไป!”

ตำรวจบางคนอยู่ในชุดปราบจลาจลพยายามใช้แรงและจักรยานเพื่อแยกกลุ่มฝูงชนออกจากกัน นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และก่อนหน้านี้มีผู้ถูกจับกุมหกคน

ผู้ประท้วงที่สนับสนุนทรัมป์บางคนปรากฏตัวในชุดอุปกรณ์ทางการทหารพร้อมกับตะโกนว่า “USA” และ “อีกสี่ปี” เพื่อขอให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีต่อไป

สำนักข่าว AFP ตั้งข้อสังเกตว่าการแสดงพลังครั้งนี้เป็นกลุ่มฝูงชนขนาดใหญ่ แต่เห็นได้ชัดว่ามีขนาดเล็กกว่าการชุมนุมที่คล้ายกันเมื่อเดือนก่อนซึ่งมีคน 10,000 คนมารวมตัวกันใกล้ทำเนียบขาวเพื่อสนับสนุนทรัมป์

“ เราจะไม่ยอมแพ้” ลุค วิลสัน ผู้ประท้วงอายุหกสิบเศษที่เดินทางมาจากรัฐไอดาโฮทางตะวันตกกล่าว

“ผมเชื่อว่ามีความอยุติธรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับคนอเมริกัน” เดลล์ ควิก ซึ่งเป็นขาประจำในการชุมนุมทางการเมืองของทรัมป์กล่าวเสริม โดยเขายังถือธงประกาศจุดยืนปกป้องสิทธิปืนของประชาชนอเมริกันด้วย เขายังบอก AFP ว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้” ที่ไบเดนจะได้รับการเลือกตั้ง

ผู้ประท้วงพยายามชักแม้น้ำทั้งห้ามาอธิบายเรื่องความไม่ยุติธรรมของผลการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนที่พรรคเดโมแครตของโจ ไบเดนชนะ แม้ว่าจะได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งของรัฐแล้วก็ตามโดยที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นๆ หลายคนก็ยังเป็นพรรครีพับลิกันฝ่ายเดียวกับทรัมป์ด้วยซ้ำ ยังไม่นับคำชี้ขาดโดยผู้พิพากษาในหลายรัฐที่สำคัญ

ขณะนี้ทุกรัฐได้รับรองชัยชนะของโจ ไบเดนแล้วโดยให้คะแนนโหวต 306 คะแนนจากคณะผู้เลือกส่วนทรัมป์อยู่ที่ 232 คะแนนคะแนนที่ถือว่าชนะคือ 270 คะแนน

แต่ผู้ประท้วงยืนยันเช่นเดียวกับที่ทรัมป์ได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีการทุจริตอย่างกว้างขวางในการเลือกตั้ง

บางคนชี้ไปที่ “การแทรกแซงจากต่างประเทศ” คนอื่นๆ อ้างว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์ลบคะแนนเสียงนับล้านให้กับทรัมป์ แต่ข้ออ้างนี้ไม่มีมูลเพราะผู้สมัครพรรครีพับลิกันคนอื่นๆที่ได้คะแนนในบัตรลงคะแนนเดียวกันไม่มีการถูกลบเลย

ทั้งนี้ ยังมีบุคคลสำคัญที่ขึ้นกล่าวกับฝูงชน คือไมเคิล ฟลิน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ที่โกหกเกี่ยวกับการติดต่อกับรัสเซีย และเพิ่งได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์

ส่วนทรัมป์ทวีตข้อความว่า “ว้าว! ผู้คนหลายพันคนรวมตัวกันในวอชิงตัน (ดี.ซี. ) เพื่อหยุดการขโมย” ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ผมจะลองไปดูพวกเขาสักหน่อย!”

หลังจากนั้นไม่นานเฮลิคอปเตอร์ของทรัมป์ก็เคลื่อนตัวจากบริเวณทำเนียบขาวและบินผ่านฝูงชนหลายคนที่กำลังร้องเพลงชาติสหรัฐ ขณะที่ทรัมป์มุ่งหน้าไปนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลประจำปีของกองทัพบก-กองทัพเรือ

Photo by Jose Luis Magana / AFP

เทสลาเล็งลงทุนผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เทสลาเล็งลงทุนผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 เวลา 18:19 น.เทสลาเล็งลงทุนผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซียอินโดนีเซียกำลังเนื้อหอมมีบริษัทผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปลงทุนหลายเจ้า 

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเปิดเผยว่าบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ จะส่งตัวแทนมาเจรจากับรัฐบาลเรื่องการลงทุนใช้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า   

กระทรวงการลงทุนเผยว่า เมื่อวันศุกร์ (11 พ.ย.) ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด และลูฮุท ปันด์ใจตัน รัฐมนตรีประสานงานด้านการลงทุน ได้ต่อสายคุยกับมัสก์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเทสลา (Tesla) เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนของเทสลาในอินโดนีเซีย  

ลูฮุทเผยกับรอยเตอร์สเมื่อเดือนที่แล้วว่า มีโอกาสสูงที่เทสลาจะเข้ามาลงทุนถลุงแร่นิกเกิลในอินโดนีเซียเพื่อลดต้นทุน  

ด้านมัสก์เคยประกาศว่า พร้อมจะทำสัญญามูลค่ามหาศาลระยะยาวตราบใดที่การทำเหมืองแร่นิกเกิลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  

ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้ชื่อว่าเป็น “ยักษ์ใหญ่นิกเกิล” เพราะมีแร่ธาตุดังกล่าวมากที่สุดประเทศหนึ่ง โดยแร่นี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งยังยังมีโคบอลต์และแมงกานีสซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตแบตเตอรี่เช่นกัน

บริษัทวิจัย BloombergNEF รายงานว่า อินโดนีเซียมีความพร้อมมากที่สุดในอาเซียนในการผลิตรถพลังงานไฟฟ้า เมื่อผนวกกับค่าแรงงานที่ต่ำและค่าไฟฟ้าที่ถูก รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐบาล ทำให้ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ในอินโดนีเซียถูกกว่าจีนถึง 8%

อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งที่กำลังให้ความสนใจในการลงทุนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า  เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่งลงนามข้อตกลงอนุญาตให้บริษัท LC Chem จากเกาหลีใต้ และบริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL) จากจีน ก่อตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมในประเทศด้วยมูลค่าการลงทุนมหาศาล

นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังเสนอให้บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของมัสก์ใช้อินโดนีเซียเป็นฐานในการปล่อยจรวดของสเปซเอ็กซ์ด้วย

เกาหลีใต้อ่วม! เจอศึกหนักสองด้านทั้งหวัดนกทั้งโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกาหลีใต้อ่วม! เจอศึกหนักสองด้านทั้งหวัดนกทั้งโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 เวลา 16:20 น.เกาหลีใต้อ่วม! เจอศึกหนักสองด้านทั้งหวัดนกทั้งโควิดนอกจากวันนี้จะพบผู้ติด Covid-19 รายวันทุบสถิติถึง 950 คนแล้ว เกาหลีใต้ยังต้องรับมือกับไข้หวัดนกที่ระบาดไปทั่วประเทศ

ทางการเกาหลีใต้ออกคำสั่งควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั่วประเทศเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันศุกร์ หรือตรงกับ 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยจะใช้บังคับกับฟาร์มสัตว์ปีกทุกแห่งและโรงงานผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ รวมถึงยานพาหนะและบุคคลกรที่ทำงานในสถานที่เหล่านั้น

คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 ระบาดในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกเพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานับตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว

เกาหลีใต้พบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 ในนกป่าตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมาในเมืองชอนัน จังหวัดชุงช็องใต้ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซลไปราว 84 กิโลเมตร

กระทรวงเกษตรกรรม อาหาร และกิจการชนบทเผยว่า ขณะนี้ได้ฆ่าสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์มที่ได้รับผลกระทบไปแล้วมากกว่า 4.4 ล้านตัว รวมทั้งไก่ 2.65 ล้านตัว และนกกระทา 1.01 ล้านตัว

การพบพื้นที่ระบาดของไข้หวัดนกเพิ่มขึ้นทำให้ทางการเกาหลีใต้เตรียมตัวรับมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากเคยผ่านฝันร้ายจากการระบาดเมื่อเดือน พ.ย. 2017- ก.พ. 2018 มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นต้องฆ่าไก่ เป็ด และนกกระทารวมกันถึง 6.54 ล้านตัว และยังต้องนำเข้าไข่จากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการและพยุงราคาไข่

จีนพบซีกไม้เก่า 2,000 ปี เชื่อใช้หุ้มกุมความลับม้วนข้อมูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนพบซีกไม้เก่า 2,000 ปี เชื่อใช้หุ้มกุมความลับม้วนข้อมูล – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 เวลา 14:20 น.จีนพบซีกไม้เก่า 2,000 ปี เชื่อใช้หุ้มกุมความลับม้วนข้อมูลทางการท้องถิ่นมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เผยการขุดพบซีกไม้โบราณเก่าแก่ราว 2,000 ปี ย้อนกลับไปถึงยุคราชวงศ์ฮั่น เชื่อเป็นหนึ่งในส่วนห่อหุ้มม้วนไม้ เพื่อรักษาความลับของข้อมูล

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางการท้องถิ่นมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน เปิดเผยการขุดพบซีกไม้โบราณที่มีความเก่าแก่ราว 2,000 ปี ย้อนกลับไปถึงยุคราชวงศ์ฮั่น (202 ปีก่อนคริสตกาล-ปี 220) ในนครหนิงโป

สถาบันการจัดการมรดกวัฒนธรรมนครหนิงโป ระบุว่าซีกไม้จำนวนหนึ่งถูกขุดพบจากแหล่งโบราณคดีท้องถิ่น มีนัยสำคัญยิ่งต่อการทำความเข้าใจคติความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมแถบตะวันออกและตอนใต้ของจีนในยุคสมัยดังกล่าว

คณะนักโบราณคดีเชื่อว่าชุดซีกไม้ที่ค้นพบ ซึ่งมีความยาว 22 เซนติเมตร เป็นหนึ่งในส่วนห่อหุ้มม้วนไม้ที่ถูกขุดพบเช่นเดียวกัน โดยส่วนห่อหุ้มมักถูกปิดผนึกด้วยดินโคลน เพื่อรักษาความลับของข้อมูลที่บันทึกอยู่บนซีกไม้แต่ละอัน

อนึ่ง ชาวจีนโบราณใช้ซีกไม้บันทึกสิ่งต่างๆ ก่อนจะมีการคิดค้นและพัฒนากระดาษขึ้นมาใช้ทดแทนเป็นวงกว้าง

โฆษกสถาบันฯ เสริมว่าขณะเดียวกันมีการขุดพบวัตถุโบราณกว่า 300 ชิ้น ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ เครื่องหิน เครื่องสัมฤทธิ์ เครื่องไม้ และกระดูก รวมถึงซากพืชซากสัตว์อีกจำนวนหนึ่งด้วย

ฮุนเซ็นสั่งซื้อวัคซีน 1 ล้านโดสฉีดให้ชาวกัมพูชาฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ฮุนเซ็นสั่งซื้อวัคซีน 1 ล้านโดสฉีดให้ชาวกัมพูชาฟรี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 เวลา 12:17 น.ฮุนเซ็นสั่งซื้อวัคซีน 1 ล้านโดสฉีดให้ชาวกัมพูชาฟรีกัมพูชาเตรียมฉีดวัคซีน 1 ล้านโดสให้ประชาชนฟรีหลังวัคซีนออกสู่ท้องตลาด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นของกัมพูชามีคำสั่งให้รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังจัดเตรียมงบประมาณสำหรับซื้อวัคซีน Covid-19 ล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดสเพื่อฉีดให้ชาวกัมพูชาฟรี โดยบุคคลที่จะได้รับวัคซีนก่อนได้แก่ แพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ ทหาร อาจารย์ในสถานศึกษา และคนกวาดถนน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ฮุนเซ็นยังเผยอีกว่า ในล็อตสองกัมพูชาจะซื้อวัคซีนอีกราว 2-3 ล้านโดสเพื่อฉีดให้กับประชาชน และกล่าวอีกว่า “ประเทศของเราขาดแคลนงบประมาณ เราหวังว่ามิตรของเราจะช่วยเหลือเรื่องการเงินหรือจำหน่ายวัคซีนให้เราในราคาถูกลง”

หลังจากฮุนเซ็นประกาศก็มีบรรดาเศรษฐี ข้าราชการ และชาวกัมพูชาช่วยกันบริจาคเงินสนับสนุนการซื้อวัคซีนของรัฐบาลแล้วกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

หนังสือพิมพ์เยอรมันยกทรัมป์เป็น ‘ผู้แพ้แห่งปี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

หนังสือพิมพ์เยอรมันยกทรัมป์เป็น ‘ผู้แพ้แห่งปี’ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 12 ธ.ค. 2563 เวลา 10:18 น.หนังสือพิมพ์เยอรมันยกทรัมป์เป็น ‘ผู้แพ้แห่งปี’ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พลาดตำแหน่ง “บุคคลแห่งปี” ของนิตยสารไทม์ แต่กลับได้ตำแหน่ง “ผู้แพ้แห่งปี” จากหนังสือพิมพ์เยอรมนี  

ในวันเดียวกับที่นิตยสารไทม์ประกาศให้ โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส ว่าที่ประธานาธิบดีและว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐเป็นบุคคลแห่งปีของปีนี้ หนังสือพิมพ์ แดร์ ชปีเกล (Der Spiegel)ของเยอรมนีได้มอบตำแหน่ง “ผู้แพ้แห่งปี” อย่างไม่เป็นทางการให้กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในบทความเรื่อง Der Verlierer des Jahres หรือผู้แพ้แห่งปี

บทความซึ่งเขียนโดย โรแลนด์ เนลเลส และราล์ฟ นอยเคิร์ช วิจารณ์ทรัมป์อย่างดุเดือดว่า ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เขา “ไม่เคยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนรวม แต่สนใจอยู่อย่างเดียวคือเรื่องของตัวเอง”

สองนักข่าวยังเขียนอีกว่า “ไม่มีอะไรปกติในยุคทรัมป์ เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ กลับเอาแต่พูดว่ามีการโกงการเลือกตั้งขนานใหญ่ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเลยก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์จบลงเหมือนที่มันเริ่มต้น นั่นคือ ไม่มีความเหมาะสมและไร้ศักดิ์ศรี”

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยพิว (Pew) เมื่อปี 2019 พบว่าชาวเยอรมันไม่ค่อยชอบทรัมป์ โดย 85% ไม่มั่นใจว่าทรัมป์จะทำสิ่งที่ถูกต้องในกิจการโลก

บลูมเบิร์กเร่งหาทางช่วยนักข่าวสาว หลังถูกทางการจีนจับกุมตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บลูมเบิร์กเร่งหาทางช่วยนักข่าวสาว หลังถูกทางการจีนจับกุมตัว – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 20:45 น.บลูมเบิร์กเร่งหาทางช่วยนักข่าวสาว หลังถูกทางการจีนจับกุมตัวทางการจีนจับกุมตัวนักข่าวบลูมเบิร์ก อ้างเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

วันที่ 11 ธ.ค. บลูมเบิร์กรายงาน ทางการจีนได้ควบคุมตัว ฮาเจอ ฟ่าน ซึ่งทำงานให้กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเนื่องจากต้องสงสัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ตัวแทนจากบลูมเบิร์กเผยว่า “เราเป็นห่วงเธอมากและเร่งประสานกับทางการจีนเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ดีขึ้น เรายังคงทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยเหลือเธอและพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม”

โดยตลอด 4 วันนับตั้งแต่การหายตัวไปของเธอ บลูมเบิร์กได้พยายามหาเบาะแสจากรัฐบาลจีนและสถานทูตจีนในวอชิงตัน ดีซี

เบื้องต้นทราบว่า ฟ่านได้ติดต่อกับบรรณาธิการของเธอครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (7 ธ.ค.) เวลาประมาณ 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้การว่าเธอถูกพาตัวออกจากที่พักในเวลาต่อมา

ทางบลูมเบิร์ก แอล.พี. เจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รับการยืนยันว่าฟ่านถูกกักขังในข้อหามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ด้านทางการจีนกล่าวว่า “ฟ่านซึ่งเป็นชาวจีน ถูกสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติควบคุมตัวตามกฎหมายของประเทศจีน ในข้อหามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางอาญาที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยฟ่านได้รับสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และครอบครัวของเธอได้รับแจ้งแล้ว”

ทั้งนี้ ฟ่านเป็นนักข่าวชาวจีน เริ่มทำงานให้กับบลูมเบิร์กตั้งแต่ปี 2017 โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับ ซีเอ็นบีซี, ซีบีเอส, อัลจาซีรา และทอมสัน รอยเตอร์ส

โควิดยังหนัก ญี่ปุ่นขอ ปชช.อยู่เงียบๆ ช่วงปลายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โควิดยังหนัก ญี่ปุ่นขอ ปชช.อยู่เงียบๆ ช่วงปลายปี   – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 19:19 น.โควิดยังหนัก ญี่ปุ่นขอ ปชช.อยู่เงียบๆ ช่วงปลายปี  ทางการญี่ปุ่นขอให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในช่วงสิ้นปีหลังพบผู้ติดเชื้อทุบสถิติรายวัน

คัตสึโนบุ คาโตะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ชาวญี่ปุ่นควรให้ความร่วมมือกับทางการด้วยการใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในช่วงสิ้นปีและปีใหม่ หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้อีก 2,848 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ป่วยรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ Covid-19 ระบาด   

นอกจากนี้ คาโตะยังยืนยันว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเดินหน้าโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ หรือ Go To Travel ต่อไปในทิศทางที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หลังจากสื่อท้องถิ่นรายงานก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลจะระงับโครงการชั่วคราวช่วงสิ้นปีไปจนถึงปีใหม่ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่สนุบสนุนให้รัฐบาลระงับโครงการนี้   

ด้าน โยชิฮิเดะ สุงะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าโครงการ Go To Travel มีความจำเป็นต่อธุรกิจโรงแรมและการบิน รวมทั้งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19   

ขณะที่ผลการศึกษาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยโตเกียวกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส (UCLA) พบหลักฐานชัดเจนว่าผู้ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวมีอาการป่วย Covid-19 มากกว่าเมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไป

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งอนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 708,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะอนุมัติงบประมาณสำรองฉุกเฉินมูลค่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย.ปีหน้า

โลกปล่อยคาร์บอนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โลกปล่อยคาร์บอนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 18:06 น.โลกปล่อยคาร์บอนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงโควิดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย และมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ ร่วมกับโกลบอล คาร์บอน โพรเจกต์ที่ศึกษาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกทั่วโลก ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Earth System Science Data พบว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 มีส่วนทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกในปีนี้ลดลง 2,400 ล้านตัน หรือลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเดินทางด้วยรถยนต์ลดลง

การลดลงครั้งนี้มากกว่าช่วงวิกฤตการเงินโลกในปี 2009 ที่ปล่อยลดลงเพียง 500 ล้านตัน และมากกว่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่ปล่อยลดลงไม่ถึง 1,000 ล้านตัน

รายงานระบุอีกว่า ในเดือน ธ.ค.นี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเดินทางและขนส่งน้อยกว่าของปีที่แล้ว 10% ส่วนในภาคการบินปล่อยก๊าซน้อยกว่าปีที่แล้ว 40%

หากนับเป็นวัน ช่วงที่การแพร่ระบาดรุนแรงและหลายประเทศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในเดือน เม.ย.การปล่อยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงถึง 17% แต่หลังจากนั้นก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนใกล้จะเท่ากับปริมาณก๊าซในปี 2019

หากพิจารณารายประเทศพบว่าสหรัฐและอังกฤษลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด 12% ตามด้วยสหภาพยุโรป 11% เนื่องจากทั้งสองแห่งล็อกดาวน์สองระลอกที่รุนแรงกว่าประเทศอื่น

ขณะที่ประเทศจีนปล่อยก๊าซลดลงเพียง 1.7% เนื่องจากล็อกดาวน์สั้นกว่าประเทศอื่น โดยลดลงมากที่สุดในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. แต่มีแนวโน้มว่าช่วงปลายปีปริมาณก๊าซจะกลับมาใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และอาจทำให้ปีนี้ทั้งปีจีนปล่อยเท่ากับปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี รายงานเตือนว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะกลับมาอีกครั้งในปี 2021 เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และคาดว่ารัฐบาลหลายประเทศจะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง

และยังเตือนว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงในช่วงที่ Covid-19 ระบาดส่งผลกระทบกับปริมาณความเข้มข้นของก๊าซดังกล่าวในชั้นบรรยากาศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บาหลีมีลุ้นเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวก่อนคริสต์มาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บาหลีมีลุ้นเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวก่อนคริสต์มาส – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 17:00 น.บาหลีมีลุ้นเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวก่อนคริสต์มาสองค์การการท่องเที่ยวโลกเผยบาหลีพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นที่แรกในเอเชีย

The Jakarta Post รายงานเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. แฮร์รี ฮวาง ผู้อำนวยการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ประจำเอเชียและแปซิฟิกซึ่งเป็นผู้นำคณะไปยังบาหลีเพื่อทำการประเมินนอกสถานที่เผยว่า เขาและคณะได้เห็นการใช้มาตรการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยของรัฐบาลอินโดนีเซียและบาหลีเพื่อเตรียมการเปิดเกาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง

โดยฮวางระบุว่ามาตรการด้านความปลอดภัยของอินโดนีเซียและบาหลีอยู่ในระดับดีมาก พร้อมหวังว่าความร่วมมือขององค์การท่องเที่ยวโลกและรัฐบาลอินโดนีเซียจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

พร้อมกล่าวว่า “ผมดีใจมากที่อินโดนีเซียและบาหลีมีความพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเร็ววันนี้หรือภายในปีหน้า และจะไม่แปลกใจเลยหากรัฐบาลประกาศเปิดบาหลีก่อนวันคริสต์มาส”

นอกจากนี้จะมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการกลับมาเปิดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศแห่งแรกในเอเชีย

ทั้งนี้ บาหลีได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในภูมิภาคประมาณ 60% มาจากการท่องเที่ยว โดยในสถานการณ์ปกติบาหลีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 10 ล้านคนต่อปีซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของบาหลีเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจบาหลีในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้หดตัวลงร้อยละ 10.98 เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยบาหลีสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 48.5 ล้านล้านรูเปียห์ในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม และมีผู้คนหลายพันคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องตกงาน