ดับฝันชาวโลก อนามัยโลกเผยเรมเดซิเวียร์ไม่ช่วยผู้ป่วยโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635707

วันที่ 17 ต.ค. 2563 เวลา 09:48 น.ดับฝันชาวโลก อนามัยโลกเผยเรมเดซิเวียร์ไม่ช่วยผู้ป่วยโควิดอย่างไรก็ดี มีงานวิจัยอื่นๆ ระบุว่าเรมเดซิเวียร์ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น 5 วัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยผลการศึกษาวิจัยซึ่งยังไม่ได้มีการตรวจสอบและกลั่นกรองโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer review) พบว่า ยาเรมเดซิเวียร์มีผลน้อยมากหรือไม่มีผลเลยในการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย Covid-19 ทั้งยังไม่ช่วยให้ผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วย

องค์การอนามัยโลกทำการศึกษาผู้ป่วย Covid-19 ทั้งหมด 11,266 รายจากโรงพยาบาล 500 แห่งในกว่า 30 ประเทศ โดยใช้ยา 4 ขนานกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ได้แก่ เรมเดซิเวียร์ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสอีโบล่า ไฮดรอกซีคลอโรควินสำหรับรักษามาลาเรีย อินเตอร์เฟรอนซึ่งเป็นยาควบคุมระดับภูมิคุ้มกัน และยาเอชไอวีสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์และริโทนาเวียร์ ซึ่งได้ผลการทดลองที่น่าผิดหวังมาก

ขณะที่ Gilead ผู้ผลิตยาเรมเดซิเวียร์ออกแถลงการณ์ว่า ผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลกไม่สอดคล้องกับผลการวิจัยอื่นๆ อีกหลายชิ้น รวมทั้งของ Golead เองที่พบว่า เรมเดซิเวียร์ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น 5 วันเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยา

นอกจากนี้ ทาง Gilead ยังระบุอีกว่า มีความกังวลว่าข้อมูลจากการทดลองขององค์การอนามัยโลกนี้ยังไม่ผ่านการตรวจสอบและกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญอีกชั้นหนึ่งซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับงานวิจัย

ไขข้อข้องใจ น้ำสีฟ้าที่ตำรวจฉีดสลายผู้ชุมนุมมีสารอะไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635676

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 19:33 น.ไขข้อข้องใจ น้ำสีฟ้าที่ตำรวจฉีดสลายผู้ชุมนุมมีสารอะไรบ้างน้ำสีฟ้าที่ตำรวจฉีดใส่ผู้ชุมนุมอันตรายเต็มๆ

ก่อนหน้านี้ ในการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้มีการแยกตัวออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ของเยาวชนในฮ่องกง มีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงสีฟ้ายิงใส่สลายกลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับการชุมนุมประท้วงในบ้านเรา

ต่อมามีการวิเคราะห์กันว่าน้ำสีฟ้าที่ตำรวจยิงใส่ผู้ชุมนุมมีสารอะไรบ้าง และเป็นอันตรายกับร่างกายหรือไม่อย่างไร โดยข้อมูลจากสภานิติบัญญติของฮ่องกง ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และการสอบถามผู้ประท้วงที่ถูกน้ำสีฟ้ายิงใส่ พบว่า นอกจากจะประกอบด้วยสีและสารที่ทำให้ติดเสื้อผ้าและร่างกายแล้ว น้ำสีฟ้าประกอบด้วย แก๊สน้ำตา (CN) และ คลอโรเบนซีลิดีน มาโลโนไนทรีล (CS)

จากข้อมูลของวารสารทางการแพทย์ พบว่าสาร CN อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างฉับพลันและร้ายแรงกับร่างกายคล้ายกับอาการจากสเปรย์พริกไทย

และจากข้อมูลของวารสาร Handbook of Toxicology of Chemical Warfare Agents หากสาร CN และ CS จะเป็นอันตรายกับผิวหนัง ทำให้แสบตา ระบบทางเดินหายใจอักเสบ และหากถูกสารนี้ในปริมาณมาก อาการแพ้อาจเกิดขึ้นนานถึง 4 สัปดาห์

ภาพ : ปัณณธร แจ้งประโคน

ไต้หวันรับมือกับการคุกคามของจีนอย่างไร? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635473

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 18:40 น.ไต้หวันรับมือกับการคุกคามของจีนอย่างไร?รายงานเอ็กซ์คลูซีฟบทสนทนาทิศทางไทย ไต้หวัน และโลกกับดร. หลี่ หยิง หยวน ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป

โพสต์ทูเดย์ได้รับเกียรติจาก ดร. หลี่ หยิง หยวน ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจากที่ต้องเลื่อนการเดินทางมายังไทยนานหลายเดือนเพราะติดการระบาดของโควิด-19 และเมื่อเดินทางมาถึง ดร. หลี่ยังต้องเข้ารับการกักตัวตามระเบียบก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่ในที่สุด

โพสต์ทูเดย์เป็นสื่อไทยรายแรกที่ได้รับโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองทางการเมืองและเศรษฐกิจกับ ดร. หลี่ โดยประเด็นแรกกล่าวถึงคือความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไต้หวันกับประเทศไทย

ดร. หลี่กล่าวว่าในเวลานี้ไต้หวันกำหนดระยะเวลากักตัวเพียง 7 วันเท่านั้นและเสนอแนะว่ารัฐบาลไทยควรจะยืดหยุ่นระยะเวลากักตัวให้น้อยลงเพื่อกระตุ้นการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งในเวลานี้การท่องเที่ยวในประเทศไต้หวันกำลังบูมอย่างมาก ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างคึกคัก

ในประเด็นนี้ โพสต์ทูเดย์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าหากรัฐบาลไทยร่วมมือทำฟองสบู่ท่องเที่ยว (Travel Bubble) กับไต้หวันแล้วจะช่วยสร้างความั่นใจให้กับคนไทยที่จะต้อนรับชาวต่างชาติมากขึ้น เพราะไทยและไต้หวันมีผลงานการควบคุมการระบาดที่ดีมาก หากทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันเปิดรับนักท่องเที่ยว/นักธุรกิจของกันและกันก่อนอาจจะเหมาะสมกว่าการเปิดรับชาวต่างชาติจากประเทศอื่น

หลังจากที่มีกระแสการโยกย้ายห่วงโซ่การผลิตสินค้าจากจีนกลับไปยังประเทศต้นทางการลงทุน เช่น ญี่ปุ่นมีการโยกย้ายการผลิตกลับมาประเทศตัวเองและโยกมากยังไทยและเวียดนาม ในเวลานี้ไต้หวันก็ดำเนินการแบบเดียวกัน ซึ่งโพสต์ทูเดย์ได้สอบถามว่าปรากฏการณ์นี้จะทำให้ไต้หวันลงทุนในไทยมากขึ้นหรือไม่?

ดร. หลี่กล่าวว่าไต้หวันจะโยกการลงทุนมายังไทยเพิ่มขึ้นและจากที่ได้ประเมินช่วง 2 เดือนกว่าที่เข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทยได้พบว่าธุรกิจไต้หวันในไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากหลายเท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการโยกย้ายห่วงโซ่การผลิต

นอกจากนี้ไต้หวันยังสนับสนุนการสร้างทรัพยากรบุคคลของไทยให้มีทักษะมากขึ้นโดยเน้นที่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย Thailand 4.0 โดยสนับสนุนทุนการศึกษาในสถาบันการศึกษาของไต้หวัน ซึ่งในอนาคตจะมีประโยชน์ต่อไทยที่ต้องยกระดับตัวเองมาเป็นภาคการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมากขึ้น

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินของไต้หวันกล่าวแถลงเนื่องในวันรำลึกการสถาปนาสาธารณรัฐจีนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2020 ว่าจะมีการผลักดันให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางทุนนานาชาติ ทักษะ ความสามารถพิเศษ และเทคโนโลยีดิจิทัลโดยชี้ว่าในอนาคตปัจจัยสำคัญในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่การผลิตคือเงินทุน ความสามารถพิเศษ และเทคโนโลยีหลักสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล

ต่อข้อซักถามที่ว่าการเผชิญหน้ากับจีนจะส่งผลต่อการลงทุนของไต้หวันในจีนหรือไม่ ดร. หลี่กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายต้องพึ่งพากันในด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจของจีนมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชิป/เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน

การคุกคามของจีนต่อไต้หวันที่มากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา (โดยเฉพาะการส่งเครื่องบินล้ำเข้ามาในย่านฟ้าของไต้หวัน) ไม่ได้ทำให้คนไต้หวันหวั่นใจ แต่ ดร. หลี่กล่าวว่าเป็นการสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจเสียมากกว่า และเชื่อว่าจีนไม่มีเจตนาที่จะก่อสงคราม นอกจากนี้ ชาวไต้หวันยังเคยผ่านการคุกคามที่รุนแรงกกว่านี้มาแล้วในสมัยประธานาธิบดีหลี่เติงฮุยได้รับตำแหน่งใหม่ โดยจีนทำการยิงขีปนาวุธข่มขู่ ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะไต้หวันทำการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยเสียงของประชาชนเป็นครั้งแรก

ทว่า แม้จะเผชิญกับการข่มขู่ครั้งล่าสุด ชาวไต้หวันก็เตรียมพร้อมอยู่เสมอดังจะเห็นได้ว่าไต้หวันทำข้อตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐ แต่ก็ทำให้จีนไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ในระยะหลังรัฐบาลสหรัฐหันมากระชับความสัมพนธ์กับไต้หวันมากขึ้น โดยส่งเข้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีมาเยือนไต้หวันครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งทำให้เป็นที่จับตาว่าไต้หวันจะฟื้นความสัมพันธ์ทางการกับสหรัฐหรือไม่ ดร. หลี่กล่าวว่านโยบายในระดับนี้ไม่ได้ริเริ่มจากฝ่ายไต้หวันเอง แต่เป็นการตัดสินใจทำโดยสหรัฐ

นอกจากนี้ ดร. หลี่ยังกล่าวว่าตลอดเวลาที่รับตำแหน่งมาทั้งสองสมัยประธานาธิบดีไช่อิงเหวินไม่เคยกระตุ้นให้เกิดการเผชิญหน้า แต่เป็นฝ่ายจีนที่มีท่าทีเชิงรุกมาโดยตลอด ซึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลจีนต้องการที่จะเบี่ยงเบนความไม่พอใจในประเทศเกี่ยวกับปัญหาการระบาดใหญ่และปัญหาต่างๆ แล้วกระตุ้นความสนใจมาที่ภายนอกโดยมีไต้หวันเป็นเป้าหมาย

ดร หลี่เชื่อว่ารัฐบาลจีนต้องการที่จะแสดงให้โลกภายนอกเห็นว่าตนนั้นแข็งแกร่งจึงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อไต้หวัน

ตรงกันข้าม ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินพยายามเสนอที่จะเจรจากับฝ่ายจีนโดยมีสุนทรพจน์เมื่อวันชาติที่ผ่านมาว่า “ฉันยังทราบว่าผู้นำอีกฝั่งหนึ่ง (สีจิ้นผิง) ได้กล่าวต่อสาธารณชนในข้อความวิดีโอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าจีนจะไม่แสวงหาอำนาจการขยายตัวหรือขอบเขตอิทธิพล … เราหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ” และกล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพข้ามช่องแคบ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ไต้หวันสามารถแบกรับได้เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย” แต่ฝ่ายจีนยังไม่มีการตอบรับ และที่จริงแล้วเป็นฝ่ายจีนที่ตัดการเจรจากับไต้หวัน

โพสต์ทูเดย์ได้ซักถามถึงโอกาสที่ไต้หวันจะกระชับความร่วมมือกับญี่ปุ่นในด้านความมั่นคงเพื่อรับมือกับภาวะที่น่าวิตกในเอเชียตะวันออก ดร. หลี่กล่าวว่าไต้หวันเคยไปมาหาสู่กับอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะมาตลอด แต่เนื่องจากภาวการณ์บางอย่างทำให้ไม่สามารถหารือกับอาเบะได้โดยตรง ผู้ที่รับหน้าที่ประสานงานคือโนบุโอะ คิชิ น้องชายของอาเบะ

ทั้งนี้ บทบาทสำคัญของคิชิก็คือการส่งเสริมความสัมพันธ์ญี่ปุ่น – ไต้หวัน เขาช่วยจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายกรัฐมนตรีอาเบะและไช่อิงเหวิน ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านของไต้หวัน ในปี 2015 หลังจากที่ไช่อิงเหวินได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยคิชิได้พบกับไช่อิงเหวินที่ไต้หวันในเดือนมกราคมปี 2020 และอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมปี 2020 เมื่อเขาไปร่วมงานศพของประธานาธิบดีหลี่เติงฮุยของไต้หวัน

สิ่งที่ควรกล่าวถึงเกี่ยวกับคิชิก็คือมีนโยบายที่แข็งกร้าวกับจีนเป็นอย่างมากและมีนโยบายเชิงรุกในด้านความมั่นคง ปัจจุบันคิชิดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรงกลาโหมของญี่ปุ่น ทำให้น่าจับตาว่าญี่ปุ่นและไต้หวันจะจับมือกันแน่นแฟ้นขึ้นหรือไม่ในด้านความมั่นคงเพื่อตอบรับกับท่าทีของจีน

ดร. หลี่ชี้ว่าขณะนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในภาวะที่ถูกโอบล้อมด้วยมหาอำนาจ และความขัดแย้ง (กรณีทะเลจีนใต้) และการฟอร์มพันธมิตร (เช่น ฝั่งมหาสมุทรอินเดียมีพันธมิตร Quad ที่ประกอบด้วย ออสเตรเลีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น และสหรัฐ)

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดแย้งต่างๆ นานา ดร. หลี่ หยิง หยวน สันติภาพและผลประโยชน์ร่วมกันเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายปรารถนาที่สุด และสิ่งนี้สะท้อนออกมาจากท่าทีของไต้หวันที่ไม่เคยแสดงจุดยืนที่ก้าวร้าวเลย

โจชัว หว่อง ทวีตขอชาวโลกยืนเคียงข้างผู้ชุมนุมไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635666

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 17:35 น.โจชัว หว่อง ทวีตขอชาวโลกยืนเคียงข้างผู้ชุมนุมไทยโจชัว หว่อง ทวีตถึงชาวโลกขอให้ยืนเคียงข้างผู้ชุมนุมประท้วงในไทย

โจชัว หว่อง แกนนำผู้ประท้วงเรียกร้องการแยกตัวจากจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกง ทวีตข้อความจากบัญชีทวิตเตอร์ @joshuawongcf เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงของนักเรียน-นักศึกษาในประเทศไทย ดังนี้

“ชาวโลกโปรดยืนหยัดเคียงข้างคนไทย มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเพื่อยุติการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ภายใต้ประกาศนี้ รัฐบาลไทยได้ห้ามการชุมนุม บังคับปิดกั้นสื่อ และอาจระดมกำลังพลเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง”

“นักเคลื่อนไหวอย่างน้อย 27 รายถูกจับกุมตัว รวมทั้งแกนนำคนสำคัญอย่าง อานนท์ นำภา, ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, พริษฐ์ “เพนกวิน” ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และณัฐชนน ไพโรจน์ ตำรวจสามารถดักฟังการสื่อสารของประชาชน ห้ามคนไทยเดินทางออกนอกประเทศ และเนรเทศชาวต่างชาติ”

“ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง มีการปิดกั้นสื่อ ห้ามสื่อทั่วประเทศนำเสนอข่าวหรือข้อมูล (รวมถึงออนไลน์) ที่รัฐบาลถือว่าเป็นการสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน สื่อต่างชาติ อาทิ บีบีซี ซีเอ็นเอ็น ที่นำเสนอข่าวม็อบ 14 ตุลาในประเทศไทยถูกบล็อก”

“เมื่อไม่มีใครฟังเสียงเรียกร้องของพวกเขา พวกเราจึงจำเป็นต้องออกมาพูดแทนพวกเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถูกขโมยไปจากประเทศที่สร้างสรรค์นี้ ชาวฮ่องกงและโลกต้องยืนหยัดเคียงข้างประเทศไทยและเผยแพร่คำพูดของพวกเขา เสรีภาพเพื่อชาวไทย”

“แม้จะมีการปราบปราม แต่เพื่อนพ้องชาวไทยผู้กล้าหาญของเราต่างขัดขืนกฎหมายนี้ และออกมารวมตัวกันที่ท้องถนนเพื่อประท้วงการปกครองของทรราช ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของชาวไทย พวกเราไม่ควรปล่อยให้พวกเขาต่อสู้เพียงลำพัง ประชาชนจงเจริญ 15 ตุลาไปราชประสงค์ ”

[The world please stands with #Thailand]1. To stamp out pursuers for #Thailanddemocracy, a sweeping emergency decree was just announced, under which #Thai government banned mass gatherings, imposed media meltdown and can mobilize troops to crack down dissents. pic.twitter.com/N5cwlhpVqA— Joshua Wong ??? (@joshuawongcf) October 15, 2020

จีนห้ามแคนาดารับม็อบฮ่องกงลี้ภัย ลั่นเป็นอาชญากรรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635655

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 16:30 น.จีนห้ามแคนาดารับม็อบฮ่องกงลี้ภัย ลั่นเป็นอาชญากรรุนแรงจีนเตือนแคนาดากรณีให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ม็อบฮ่องกง ขณะแคนาดายืนยันปกป้องสิทธิมนุษยชน

ชง เป่ยอู๋ เอกอัครราชทูตจีนประจำแคนาดา กล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ในการแถลงข่าวจากสถานทูตจีนในออตตาวา เตือนรัฐบาลแคนาดากรณีให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ชาวฮ่องกงที่หลบหนีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง พร้อมตราหน้าผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงว่าเป็นอาชญากรสร้างความรุนแรงในฮ่องกง และการที่แคนาดาอนุญาตให้พวกเขาลี้ภัยถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนซึ่งจะทำให้อาชญากรรุนแรงเหล่านั้นกล้าหาญมากขึ้น

ชงกล่าวว่าหากแคนาดาให้ความสำคัญต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในฮ่องกงรวมถึงใส่ใจความปลอดภัยของชาวแคนาดา 300,000 คนในฮ่องกง แคนาดาควรสนับสนุนความพยายามในการต่อสู้กับอาชญากรรมรุนแรง

ขณะที่อัลไลแอนซ์ แคนาดา ฮ่องกง (ACHK) กลุ่มสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงซึ่งตั้งอยู่ในแคนาดาเผยว่า พวกเขายืนข้างผู้ลี้ภัยจากฮ่องกงและทั่วโลก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแคนาดาดำเนินการต่อไปและยืดหยัดอย่างเข็มแข็ง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวว่าเขาจะร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อต่อสู้กับการทูตเชิงบีบบังคับของจีน ทั้งนี้การจับกุมโดยพลการเพื่อปราบปรามผู้ประท้วงในฮ่องกงรวมถึงค่ายกักขังชาวอุยกูร์ในซินเจียงไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้องเช่นกัน

ญี่ปุ่นเล็งปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635647

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 15:30 น.ญี่ปุ่นเล็งปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงทะเล ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยน้ำเสียจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่ทะเล ท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวประมงในพื้นที่

สำนักข่าวท้องถิ่นของญี่ปุ่นรายงานว่า ญี่ปุ่นจะปล่อยน้ำจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ผ่านการบำบัดแล้วเพื่อลดกัมมันตภาพรังสีกว่า 1 ล้านตันลงสู่ท้องทะเล โดยคาดว่าจะเริ่มอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2022

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้วชาวประมงและเกษตรกรในท้องที่ เนื่องจากกังวลว่าผู้บริโภคจะไม่กล้ารับประทานอาหารทะเลและผลผลิตที่มาจากเมืองฟุกุชิมะ

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการยุติการถกเถียงที่ดำเนินมาหลายปีว่าจะกำจัดน้ำเสียซึ่งรวมถึงน้ำที่ใช้ในการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ถูกสึนามิโจมตีจนได้รับความเสียหายเมื่อปี 2011 อย่างไร โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเสนอ 2 แนวทางที่เป็นไปได้ คือปล่อยลงสู่ทะเล หรือปล่อยให้ระเหย

รัฐบาลญี่ปุ่นไตร่ตรองปัญหานี้มากว่า 3 ปีแล้ว แต่ต้องเร่งตัดสินใจเนื่องจากพื้นที่ในการกักเก็บน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีกำลังจะเต็ม แม้ว่าบริษัทเท็ปโกเจ้าของโรงงานจะพยายามสร้างแท็งก์เก็บเพิ่มเติมก็ตาม แต่คาดว่าแท็งก์ดังกล่าวจะเต็มอีกภายในกลางปี 2022

ทั้งนี้ ไอโซโทปของกัมมันตรังสีจากน้ำของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกคัดแยกออกผ่านกระบวนการกรองพิเศษ ทว่ายังเหลือไอโซโทปที่เรียกว่า ทริเทรียม (tritium) เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถกรองออกได้

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ทริเทียมจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ต่อเมื่อได้รับในปริมาณสูง

ทรัมป์-ไบเดนประชันดีเบตเดือดผ่านทีวี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635645

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 14:30 น.ทรัมป์-ไบเดนประชันดีเบตเดือดผ่านทีวีทรัมป์-ไบเดนประชันตอบคำถามถ่ายทอดสดในรูปแบบทาวน์ ฮออล์

BBC รายงานการถ่ายทอดสดตอบคำถามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ ทาวน์ ฮออล์ หรือการตอบคำถามจากประชาชนผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยทรัมป์จะถ่ายทอดจากเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา และไบเดนถ่ายทอดสดจากเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย

การถ่ายทอดสดครั้งนี้จัดขึ้นแทนการประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่ 2 ที่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากทรัมป์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชันวิสัยทัศน์ในรูปแบบออนไลน์

ระหว่างการถ่ายทอดสดทรัมป์ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดคิวเอนอน ซึ่งเป็นกลุ่มอันตรายที่มักเกี่ยวข้องกับแผนการเลวร้ายและการค้าเด็ก ที่เอฟบีไอระบุว่าอาจเป็นผู้ก่อการร้าย โดยทรัมป์ได้ปฏิเสธว่าเขาไม่รับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับคิวเอนอน

ทรัมป์เบี่ยงเบนคำถามเกี่ยวกับสาธารณสุขและการคืนภาษี รวมถึงคำถามว่าเขาได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาในวันที่เขาประชันวิสัยทัศน์กับไบเดนครั้งล่าสุดหรือไม่ โดยทรัมป์ตอบว่าอาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้

โดยทรัมป์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการโต้เถียงกับผู้ดำเนินรายการที่โต้แย้งคำพูดของเขาหลายครั้ง

รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะยอมรับผลการเลือกตั้งและถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติหากเขาแพ้การเลือกตั้งในเดือนหน้า แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งโดยสุจริต

ด้านไบเดนต่อว่าทรัมป์ที่ไม่บอกความจริงเกี่ยวกับโควิด-19 และประณามการจัดการไวรัสของรัฐบาล โดยสำนักข่าวต่างประเทศมองว่าไบเดนใช้วิธีการพูดที่แตกต่างจากทรัมป์โดยสิ้นเชิงทั้งความนุ่มนวลและการตอบคำถามของผู้ชม

นอกจากนี้ยังตำหนินโยบายต่างประเทศของทรัมป์ว่าไม่ใช่ America first หรืออเมริกาต้องมาก่อน แต่เป็น America alone หรืออเมริกาคนเดียวมากกว่า และกล่าวหาว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหลายแห่งในโลก

รวมถึงไบเดนถูกถามว่าเขาจะพูดอย่างไรหากเขาแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งไบเดนตอบว่า “อาจจะแปลว่าผมทำได้ไม่ดีพอ แต่ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาอย่างที่ทรัมป์ต้องการให้เป็น” และพร้อมที่จะเข้าร่วมการอภิปรายในสัปดาห์หน้าแต่ขอให้ทรัมป์ตรวจโควิด-19ก่อนที่จะเข้าร่วม

ทั้งนี้ผลสำรวจคะแนนนิยมระบุว่าไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์อยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

Doug Mills/The New York Times
Chip Somodevilla/Getty Images/AFP

โชว์แสนยานุภาพ! กองทัพจีนทดสอบโดรนพิฆาตพลีชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635641

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 13:40 น.โชว์แสนยานุภาพ! กองทัพจีนทดสอบโดรนพิฆาตพลีชีพการทำสงครามด้วยโดรนกลายเป็นสงครามทางอากาศยุคใหม่ และจีนก็เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่

สำนักข่าวเซาท์ไชนา มอร์นิง โพสต์รายงานว่า เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้ทดสอบโดรนพิฆาตพลีชีพที่สามารถปล่อยได้จากทั้งเฮลิคอปเตอร์ จากท้ายรถบรรทุกที่ติดตั้งเครื่องยิงหลายลำกล้อง

ในคลิปของสถาบันอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (CAEIT) จะเห็นโดรนลักษณะเหมือนท่อกางปีกออกหลังถูกปล่อยออกจากเครื่องยิงที่ติดตั้งไว้ที่ท้ายรถบรรทุก โดยแท่นยิงรูปสี่เหลี่ยมมีลำกล้องทั้งหมด 48 ลำกล้อง เรียงเป็น 4 แถว แถวละ 12 ลำกล้อง ซึ่งคล้ายกับเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง

คลิปดังกล่าวยังปรากฏโดรนชนิดเดียวกันถูกปล่อยจากเฮลิคอปเตอร์ และในช่วงหนึ่งของคลิปนั้นมีโดรนกระจายตัวอยู่บนท้องฟ้าราว 12 ลำ

ในสถานการณ์การสู้รบ โดรนนี้สามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือสนามรบจนกว่าเป้าหมายจะปรากฏตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “กระสุนร่อน”

แม้รายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบครั้งนี้จะยังมีน้อย แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าโดรนล่าสุดของกองทัพจีนในคลิปมีหน้าตาคล้ายกับโดรน CH-901 หนึ่งในสองกระสุนร่อนที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเผยก่อนหน้านี้ว่ากำลังพัฒนา

สำนักข่าว โกลบอล ไทมส์ระบุว่า CH-901 ยาว 1.2 เมตร หนัก 9 กิโลกรัม บินด้วยความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถร่อนอยู่กลางอากาศได้ 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ การทำสงครามด้วยโดรนกลายเป็นสงครามทางอากาศยุคใหม่ และจีนก็เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่ รวมทั้งสหรัฐที่ใช้โดรนปลิดชีพนายพล กัสเซ็ม โซไลมานี ของอิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

จีนโวยสหรัฐส่งเรือแล่นผ่านไต้หวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635631

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 12:30 น.จีนโวยสหรัฐส่งเรือแล่นผ่านไต้หวันจีนชี้สหรัฐยั่วยุและบ่อนทำลายสันติภาพหลังส่งเรือแล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน

รอยเตอร์ส รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม จาง ชุนฮุย โฆษกกองบัญชาการฝั่งตะวันออกของจีนแถลงการณ์ว่ากองทัพจีนกำลังเฝ้าระวังหลังเรือพิฆาต ยูเอสเอส แบร์รี ของสหรัฐแล่นแผ่นช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันอย่างร้ายแรง ท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นระหว่างจีนและไต้หวัน

จางกล่าวว่าสหรัฐควรหยุดคำพูดและการกระทำที่ยั่วยุในช่องแคบไต้หวัน โดยการเพิ่มกองทัพจีนจะสามารถป้องกันและรักษาสันติภาพในช่องแคบไต้หวันได้

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของไต้หวันเผยว่าการที่เรือยูเอสเอส แบร์รี แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันนั้นเป็นสถานการณ์ปกติ

ทั้งนี้ จีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลส่วนหนึ่งของตนและต้องกลับมารวมกับแผ่นดินใหญ่แต่ในทางกลับกันสหรัฐทำการสนับสนุนไต้หวันและความเป็นประชาธิปไตย

โดยจีนกล่าวหาว่าสหรัฐและไต้หวันสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อประกาศอิสรภาพของไต้หวันและก่อนหน้านี้จีนยังจัดการซ้อมรบของกองทัพใกล้กับใต้หวันเพื่อแสดงพลัง

ขณะที่สหรัฐกำลังผลักดันการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่ใต้หวันรวมถึงโดรนเอ็มคิว-9 และระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่ง กระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นักลงทุนต่างชาติหวั่นการเมืองไทยทำตลาดหุ้นร่วงหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635626

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 11:38 น.นักลงทุนต่างชาติหวั่นการเมืองไทยทำตลาดหุ้นร่วงหนักนักลงทุนต่างชาติกังวลหลังไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินส่งผลกระทบตลาดหุ้นไทย

บลูมเบิร์กรายงานว่า ขณะนี้ความกังวลทางการเมืองในประเทศไทยปะทุขึ้นอีกครั้งหลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครซึ่งส่งผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย

โดยตลาดหุ้นไทยในวันที่ 15 ตุลาคม ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ลดลง 21.03 จุด หรือลดลง 1.66%

หลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครเพื่อระงับการประท้วงที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้นักลงทุนมองว่ากองทุนทั่วโลกอาจลดการถือครองหุ้นในประเทศไทย โดยในปี 2020 ชาวต่างชาติดึงเงินสุทธิไปแล้ว 912,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากหุ้นในประเทศไทย ส่งผลให้เงินไหลออกของไทยในปีนี้ทำลายสถิติในปี 2018

ไอรีน จาง นักวิเคราะห์กลยุทธ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสิงคโปร์ของธนาคารออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงกิง กรุ๊ป มองว่าในระยะอันใกล้นี้เงินบาทมีแนวโน้มต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเนื่องจากการประท้วงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัททิสโก้ กล่าวว่าไทยมีแนวโน้มผลประกอบการที่เลวร้ายมากซึ่งจะไม่ดึงดูดชาวต่างชาติให้มาลงทุน รวมถึงสภาพแวดล้อมทางการเมืองจะเพิ่มความเสี่ยงด้านลบ

ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ หัวหน้านักลงทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทาลิส เผยว่าไทยจะไม่เป็นทางเลือกของนักลงทุนต่างชาติเพราะพวกเขากังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเมืองของไทย