ถึงเวลายกเครื่องระบบบำนาญ วัยเกษียณในไทยเสี่ยงอดตายเพราะเงินน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635587

วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 09:00 น.ถึงเวลายกเครื่องระบบบำนาญ วัยเกษียณในไทยเสี่ยงอดตายเพราะเงินน้อยการเป็นสังคมผู้สูงอายุกลายเป็นความท้าทายยิ่งใหญ่สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสวัสดิการจากกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐ

ภายในปี 2050 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า 1 ใน 6 ของประชากรโลกจะมีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ขณะที่ของไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ในปีหน้าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) เป็นประเทศที่สองของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ โดยประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 13 ล้านคน หรือ 20% ของประชากรทั้งหมด

คำถามก็คือ ในขณะที่ประชากรสูงอายุของไทยกำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณและมีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐ ระบบบำเหน็จบำนาญของไทยเข้มแข็งพอรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นนี้หรือไม่

คำตอบอาจจะไม่ใช่ข่าวดีเท่าไรสำหรับผู้สูงวัย

ผลการจัดอันดับระบบบำเหน็จบำนาญโดย Melbourne Mercer Global Pension Index พบว่าระบบบำเหน็จบำนาญของไทยแย่ที่สุดในบรรดาประเทศที่ทำการวิจัยทั้งหมด 37 ประเทศ หมายความว่าผู้สูงวัยส่วนใหญ่ของไทยจะประสบปัญหา “จนตอนแก่” ต้องพึ่งพารายได้จากลูกหลาน หรือหากไม่มีลูกหลานก็ต้องทำงานต่อไป

มีเฉพาะข้าราชการที่ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญเท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับวัยเกษียณ ส่วนพนักงานเอกชนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ด้วยความที่เก็บเงินสะสมในอัตราต่ำ ผู้เกษียณจึงมีรายได้ต่อเดือนจากเงินในส่วนนี้ไม่มาก

การจัดอันดับนี้ควรจะเป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลไทยหันมาให้ความสำคัญกับระบบบำเหน็จบำนาญสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเงินบำเหน็จบำนาญที่เพียงพอจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนวัยเกษียณไม่ตกต่ำลง

แม้ว่าไทยจะมีกองทุนบำเหน็จบำนาญหลายประเภท ทั้งบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ประกันสังคม และกองทุนการออมแห่งชาติซึ่งครอบคลุมไปถึงแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ทว่าเงินที่ผู้สูงวัยจะได้รับจากกองทุนเหล่านี้กลับไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต แม้กระทั่งเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ยังไม่ต้องพูดถึงค่าครองชีพในอนาคตที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น

เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงวัยทุกคนไม่ต่ำกว่าอัตราเส้นความยากจนคือเดือนละ 3,000 บาท รวมทั้งผลักดันให้เกิดกฎหมายระบบบำนาญแห่งชาติ แต่ข้อเรียกร้องนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล

การปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับไทย และรายงานของ Melbourne Mercer Global Pension Index  ก็แนะนำให้ไทยเพิ่มจำนวนเงินขั้นต่ำการออมเงินสำหรับการเกษียณภาคบังคับและเพิ่มการช่วยเหลือคนยากจน แต่น่าแปลกใจที่รัฐบาลไม่ได้บรรจุประเด็นนี้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ขณะที่เดนมาร์กซึ่งมีระบบบำเหน็จบำนาญที่ดีที่สุดในโลกจากการจัดอันดับเดียวกันนี้ นอกจากจะมีกองทุนสำหรับการเกษียณอายุทั่วไปซึ่งจ่ายให้ชาวเดนมาร์กทุกคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไป (จากข้อมูลปี 2019 ได้รับสูงสุดคนละ 75,924 โครนเดนมาร์ก หรือราว 373,308 บาท) ยังมีระบบบำเหน็จบำนาญภาคการจ้างงานซึ่งนายจ้าง และการออมภาคบังคับแบบกำหนดเงินสะสม

สาเหตุที่คนวัยเกษียณเดนมาร์กได้รับเงินบำเหน็จบำนาญค่อนข้างสูงส่วนหนึ่งมาจากการเก็บภาษีในอัตราสูง (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดอยู่ที่ 55.89%)

สำหรับไทยแม้จะเก็บภาษีสูงเพื่อนำมาสนับสนุนระบบบำเหน็จบำนาญอย่างเดนมาร์กไม่ได้ แต่อย่างน้อยรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับระบบบำเหน็จบำนาญที่เป็นปัญหาปากท้องของคนไทยมากกว่าที่เป็นอยู่

ต้านผู้ประท้วงไม่ไหว ปธน.คีร์กีซประกาศลาออกแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635595

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 20:00 น.ต้านผู้ประท้วงไม่ไหว ปธน.คีร์กีซประกาศลาออกแล้วการประท้วงในคีร์กีซสถานปะทุขึ้นหลังประชาชนเชื่อว่ามีการโกงการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ประธานาธิบดี ซูรอนไบ ชีนเบคอฟ ของคีร์กีซสถาน ประกาศลาออกหลังมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลและผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. จนเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย มีผู้บาดเจ็บกว่า 1,200 ราย และเสียชีวิตอีก 1 ราย  

“ผมไม่ยึดติดกับอำนาจ ผมไม่ต้องการถูกจารึกในประวัติศาสตร์คีร์กีซสถานว่าเป็นประธานาธิบดีที่ทำให้เกิดการหลั่งเลือด และยิงประชาชนของตัวเอง ผมจึงตัดสินใจลาออก” ชีนเบคอฟระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ ชนวนการลุกฮือประท้วงของชาวคีน์กีซสถานเกิดขึ้นหลังการเลทอกตั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งพรรคของชีนเบคอฟชนะการเลือกตั้ง แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากเชื่อว่ามีการซื้อเสียง แม้ว่าในเวลาต่อมาจะมีการประกาศให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่ก็ไม่สามารถลดความตึงเครียดของสถานการณ์

แอมเนสตี้แนะไทยเจรจาโดยสันติกับผู้ชุมนุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635592

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 19:30 น.แอมเนสตี้แนะไทยเจรจาโดยสันติกับผู้ชุมนุมแอมเนสตี้ชี้ไม่ควรใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินละเมิดสิทธิมนุษยชน

มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการด้านการณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ทางการไทยสั่งห้ามจัดการชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในกรุงเทพมหานคร และการเผยแพร่ข้อมูลที่นำมาซึ่งความปลุกปั่นและส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ

โดยมิงยู ฮาห์ กล่าวว่า “คำสั่งที่คลุมเครือและรุนแรงจะส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมมากขึ้น เราเรียกร้องใหทางการไทยมีการเจรจาที่สร้างสรรค์กับผู้ชุมนุมประท้วง ผู้ประท้วงอย่างสันติต้องได้รับการปล่อยตัวทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และผู้ที่ถูกคุมขังต้องสามารถเข้าถึงที่ปรึกษากฎหมายได้”

เธอมองว่าการจับกุมที่เกิดขึ้นและการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินอย่างกะทันหันโดยการประกาศกลางดึกเป็นเพียงการแจ้งเตือนในการโจมตีเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ การตัดสินด้วยกฎษฎีกาและการจับกุมคนจำนวนมากไม่ได้ส่งผลดีต่อประเทศไทย

ดังนั้น ควรปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศในการเคารพสิทธิของใครก็ตามที่แสดงความคิดเห็นอย่างสันติทั้งบนโซเชียลมีเดียและบนท้องถนน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ถูกกับกุมอย่างน้อย 20 คนในช่วงหัวค่ำในข้อหาละเมิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 โดยแอมเนสตี้เรียกร้องไม่ให้ใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

รมต.ต่างประเทศจีนเยือนไทยพร้อมร่วมมือฟื้นฟูเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635584

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 18:20 น.รมต.ต่างประเทศจีนเยือนไทยพร้อมร่วมมือฟื้นฟูเศรษฐกิจหวังอี้เข้าพบนายกไทยระหว่างการเดินทางเยือนประเทศอาเซียน

วันนี้ (15 ตุลาคม) หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเข้าเยี่ยมพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ณ ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล

หวัง อี้เผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศคนแรกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยหลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-19ในประเทศ พร้อมหารือเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมท่ามกลางการแพร่ระบาด โดยจีนพิจารณาระบบฟาสต์เลนเพื่อสนับสนุนการเดินทางระหว่างประเทศ และระบบกรีนเลนเพื่อขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ด้านพลเอก ประยุทธ์ ฝากคำขอบคุณไปยังประธานาธิบดี สีจิ้นผิง สำหรับความห่วงใยเกี่ยวกับภัยแล้งในแม่น้ำโขง ตลอดจนความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) กับพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่านักวิเคราะห์มองว่า เอเชียกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวอย่างรุนแรงและจีนยืนหยัดที่จะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะหดตัวมากถึงร้อยละ 10 ในปีนี้

โดยจีนต้องการตำแหน่งยุทธศาสตร์ของไทยสำหรับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่จะสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าลัดจากอ่าวไทยไปยังทะเลอันดามันได้

ทั้งนี้ การเข้าพบของหวังอี้ จะเป็นการแสดงออกว่าจีนจะให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยเมื่อต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน และยังเป็นการแสดงท่าทีสนับสนุนเมื่อรัฐบาลไทยเผชิญกับข้อเรียกร้องของกลุ่มเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้หวัง อี้ ยังได้ไปเยือนกัมพูชา มาเลเซีย ลาว และสิงคโปร์

Photo by Handout / ROYAL THAI GOVERNMENT / AFP

เกาหลีร่วมด้วย! โพสต์ภาพชูสามนิ้วหนุนประท้วงในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635567

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 16:50 น.เกาหลีร่วมด้วย! โพสต์ภาพชูสามนิ้วหนุนประท้วงในไทยชาวเกาหลีแห่ถ่ายรูปชูสามนิ้วดัน #15ตุลาไปราชประสงค์

ชาวเกาหลีบนทวิตเตอร์โพสต์ภาพชูสามนิ้วพร้อมคำบรรยายภาษาเกาหลีเล่าเหตุการณ์ประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นและสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทยพร้อมติดแฮชแท็ก #15ตุลาไปราชประสงค์ #ม็อบ14ตุลา #WhatsHappenningInThailand และ #RespectThaiDemocracy

รวมถึงมีการส่งต่อไปยังชาวเกาหลีคนอื่นๆ ในทวิตเตอร์เพื่อให้ช่วยกระจายข้อมูลเหล่านั้นอีกด้วย

ขณะนี้แฮชแท็ก #15ตุลาไปราชประสงค์ มีการพูดถึงบนโลกทวิตเตอร์แล้ว 1.7 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นแฮชแท็กอันดับหนึ่งของไทยและอันดับห้าของโลก

?? ???? ???? ?? ??? ?????. ????? ?? ????? ???. ??? ??? ????. #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/bY02A6pUKs

— ??? (@oejiin) October 15, 2020

???@oejiin?? ??? ?? ??? ?????. ??? ????? ??? ???? ??? ?? ???? ??? ???? ????? #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/Eo7iGjoEoL— ??? (@litol_kim) October 15, 2020

?? ??? ???? ??? ???? ??? ? ??? ??? ????? ?? ?????. ???? ?? ???? ?? ??? ?? #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/L7UjzLswl7— s u m m e r (@natsutoyuuhi) October 15, 2020

?? ??? ?? ???? “??? ??”?? ?? ?? “? ???” ??? ????? ?? ?? ????? ??? ??? ??? ?? ?????. #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ (U can use my image, but not commercially) pic.twitter.com/tZjYOIidf9— ?? (@milktea_9999) October 15, 2020

?? ??? ?? ???? “??? ??”?? ?? ?? “? ???” ??? ????? ?? ?? ????? ??? ??? ??? ?? ?????. @ ??? ??? ??? ?? ?? ?????. #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/jZLnu4LyiC— ?? (@Ayana_Dayo_) October 15, 2020

?? ??? ?? ???? “??? ??”?? ?? ?? “? ???” ??? ????? ?? ?? ????? ??? ??? ??? ?? ?????. ??? ???????… #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/eJ9lqlgWP6— ?Abupyss(???)(????) (@Satirev27) October 15, 2020

??? ????? ???? ?? ??? ?? ???? ??? ???? ?? ?? “? ???” ??? ????? ?? ????. ?? ???? ?? ???????. #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/SmFthIurAU— Squircle (@Squarecle_) October 15, 2020

????? @LUVrodents_009 ?? ??? ?? ??? ?????. ??? ????? ??? ???? ??? ?? ???? ??? ???? ????? #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/wTU0bndbc6— ?? (@gomanzamguo) October 15, 2020

?? ??? ?? ???? “??? ??”?? ?? ?? “? ???” ??? ????? ?? ?? ????? ??? ??? ??? ?? ?????. #WhatsHappenningInThailand #ม็อบ14ตุลา #15ตุลาไปราชประสงค์ #RespectThaiDemocracy pic.twitter.com/REc4fTnBhr— hato (@stealth_hato) October 15, 2020

จีนจับมือรัสเซียสกัดไม่ให้สหรัฐครองโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635554

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 15:00 น.จีนจับมือรัสเซียสกัดไม่ให้สหรัฐครองโลกจีน-รัสเซียจับมือแน่นต้านสหรัฐครอบงำโลก

เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานว่าจีนจะร่วมมือกับรัสเซียเพื่อปกป้องลัทธิพหุภาคีและต่อต้านความพยายามของสหรัฐที่จะครอบงำโลก

จาง ฮั่นฮุย เอกอัครราชทูตปักกิ่งประจำมอสโก ให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซียว่าประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าลัทธิพหุภาคีเป็นแนวทางที่ถูกต้อง การสนับสนุนพหุภาคีและการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นประชาธิปไตยไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกของจีนแต่เป็นทางเลือกของนานาประเทศทั่วโลก

จางกล่าวว่าจีนจะไม่เรียกร้องให้นานาประเทศเลือกข้างระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งจีนพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกันกับทุกประเทศ

จีนยินดีที่จะทำงานกับประชาคมระหว่างประเทศรวมถึงรัสเซียในการสนับสนุนความร่วมมือของพหุภาคีและต่อต้านอำนาจทางการเมือง ร่วมกันปกป้องระบบระหว่างประเทศโดยมีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง และร่วมกันจัดการกับความท้าทายของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา การก่อการร้าย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งจีนและรัสเซียต่างแข่งขันกับสหรัฐ และมีความใกล้ชิดกันทางการเมือง เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางทหาร และสนับสนุนซึ่งกันและกันในประเด็นต่างๆระดับโลก

ขณะที่สหรัฐพยายามดึงรัสเซียออกห่างจีน แต่จีนและรัสเซียนำเสนอแนวร่วมอีกครั้งในสัปดาห์นี้โดยทั้งสองประเทศได้ที่นั่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาติ

ทั้งนี้ถือเป็นแรงผลักดันที่ดีของจีนและรัสเซียในความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจและจะมีการร่วมมือกันในด้านการเกษตร การเงิน และการท่องเที่ยวมากขึ้น

โดยจีนนำเข้าสินค้าเกษตรของรัสเซียมากกว่า 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 29.1% และทั้งสองตกลงกันว่าจะเพิ่มการค้าถั่วเหลือง เนื้อแช่แข็ง และข้าวบาร์เลย์

“ตราบใดที่สินค้าเกษตรของรัสเซียสามารถแข่งขันได้สัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีของเราจะเพิ่มขึ้น” จางกล่าว

นอกจากนี้ทั้งสองยังมีเป้าหมายที่จะแทนที่ดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรมด้วยเงินหยวนของจีนและรูเบิลรัสเซีย

เตรียมรับมือจีน! ญี่ปุ่นเปิดตัวเรือดำน้ำรุ่นใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635548

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 14:00 น.เตรียมรับมือจีน! ญี่ปุ่นเปิดตัวเรือดำน้ำรุ่นใหม่กองทัพญี่ปุ่นเปิดตัวเรือดำน้ำรุ่นใหม่พร้อมรับมือกับจีน

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ฮิโรชิ ยามามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีกประมาณ 150 คนเข้าร่วมพิธีเปิดตัว “ไทเก” (วาฬยักษ์) เรือดำน้ำรุ่นใหม่ล่าสุดในเมืองโคเบะ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเพิ่มความมั่นคงทางทะเลของประเทศท่ามกลางการก่อกวนจากจีนที่มากขึ้น

กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (MSDF) เผยว่าเรือดำน้ำดังกล่าวมีน้ำหนัก 3,000 ตัน ความยาว 84 เมตร และกว้าง 9.1 เมตร ใช้งบประมาณในการสร้างประมาณ 76,000 ล้านเยน สามารถรองรับลูกเรือได้ 70 คน และติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพื่อให้สามารถใช้งานใต้น้ำได้นานกว่ารุ่นก่อนหน้า

สร้างขึ้นโดยบริษัทมิซุบิชิ เฮวี อินดัสตรีส์ (Mitsubishi Heavy Industries) และมีกำหนดเริ่มใช้งานในเดือนมีนาคม 2022 ซึ่งกลายเป็นเรือลำที่ 22 ในกองเรือดำน้ำของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล

ภายใต้แนวทางโครงการป้องกันประเทศ 2010 ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำจาก 16 ลำเป็น 22 ลำ เนื่องจากจีนอยู่ในน่านน้ำใกล้ญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริเวณกลุ่มเกาะที่อยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นที่จีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจีนตะวันออก

สื่อนอกจับตา ไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635533

วันที่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 12:06 น.สื่อนอกจับตา ไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงสื่อต่างประเทศเกาะติดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงสลายการชุมนุมในประเทศไทย

สำนักข่าวเอเอฟพี และรอยเตอร์ส รายงานว่าความตึงเครียดปะทุขึ้นเมื่อวาน (14 ตุลาคม) เนื่องจากการชุมนุมประท้วงในระหว่างขบวนเสด็จซึ่งเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ขณะที่รัฐบาลไม่มีท่าทีอ่อนโยนและกล่าวว่าพวกเขาต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงห้ามเผยแพร่ข่าวสารหรือข้อความออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ด้านเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงโดยรายงานว่ากลุ่มผู้ประท้วงต้องการขับไล่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยผู้ชุมนุมวัย 54 ปีคนหนึ่งที่คร่ำหวอดในการประท้วงมานับสิบปีให้สัมภาษณ์ว่า “เรายังไม่สามารถฟื้นฟูประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ แต่จะต่อสู้ต่อไปแม้ว่าเราจะเสี่ยงชีวิตก็ตาม”

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นเอ็นเอชเค รายงานว่าเจ้าหน้าที่ 900 นายเคลื่อนพลในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีเพื่อกวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมที่ปักหลักนอนค้างเมื่อคืนวานให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขาไม่ได้รับการเตือนล่วงหน้าเนื่องจากมีการประกาศในขณะที่พวกเขากำลังนอนหลับ ตำรวจวิ่งเข้ามาขวางและบอกให้พวกเขาเดินหรือนั่งลงขณะที่มีผู้ชุมนุมบางคนเห็นว่ามีแก๊สน้ำตา

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่าประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในกรุงเทพมหาครในวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 4.00 น. โดยรัฐบาลกล่าวว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่ามีการใช้ความรุนแรงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยดังนั้นการชุมนุมในครั้งนี้ไม่นับว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งแต่งกายสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีพระมหากษัตริย์ โดยผู้ให้สัมภาษณ์วัย 65 ปีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่ากลุ่มเยาวชนผู้ชุมนุมประท้วงควรกลับบ้านและตั้งใจเรียน เขาควรรู้ว่าประเทศไทยมี 3 เสาหลักคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ขณะที่กลุ่มเยาวชนกล่าวว่ามีทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานรวมตัวกันอย่างสงบและไม่ได้เริ่มความรุนแรงใดๆ แต่รัฐบาลกำลังพยายามกำจัดผู้ที่เรียกร้องอนาคตที่ดีกว่าพวกเขา อนาคตที่มีความเสมอภาคและไม่มีความเหลื่อมล้ำอีกต่อไป 

บีบีซี รายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตำรวจจับกุมนักเคลื่อนไหวหลายคนรวมทั้งแกนนำประท้วง และมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผ่านโทรทัศน์ของรัฐบาล ทั้งนี้มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลหลายครั้งนับตั้งแต่การรัฐประหาร แต่การประท้วงระลอกใหม่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์หลังศาลสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาธิปไตย

สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่าไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีเพื่อหยุดการประท้วง ขณะจับกุมผู้นำการประท้วงก่อกวนเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการประท้วงดังกล่าวผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อความพยายามในการยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาทำให้จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน”ขั้นรุนแรง”ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

ส่วนสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงวางแผนการชุมนุมใหม่หลังนายกรัฐมนตรีประการสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครเพื่อสลายการชุมนุม โดยการประท้วงไทยได้รับแรงผลักดันท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดสำหรับประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการค้า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจส่งผลกระทบต่อแผนการของรัฐบาลที่กำลังจะเปิดการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนนี้

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท และดัชนีหุ้น SET Index ปรับตัวลง 1.1% ส่งผลให้ผลขาดทุนในปีนี้เป็น 21%

Mingze Wu ผู้ค้าสกุลเงินที่ StoneX Group ในสิงคโปร์ เผยว่าสถานการณ์ไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการประท้วงบานปลาย ผู้ลงทุนอาจย้ายไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และเงินบาทจะอ่อนค่าลงอย่างแน่นอน

ส่องความเห็นต่างชาติ มองการประท้วงในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635468

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 20:43 น.ส่องความเห็นต่างชาติ มองการประท้วงในไทยสื่อต่างประเทศนำเสนอเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในไทย ชาวต่างชาติแห่คอมเมนต์

สำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากรายงานสถานการณ์การชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย อาทิ สำนักข่าวรอยเตอร์สได้เผยแพร่ภาพสดพร้อมบรรยายว่า “กลุ่มผู้ประท้วงจัดเวทีประท้วงต่อต้านรัฐบาลไทยเนื่องในวันครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม” โดยมีผู้ชมกว่า 50,000 ครั้งจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เมียนมา กัมพูชา เปรู รัสเซีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ท่ามกลางการแสดงความคิดเห็นของชาวต่างชาติจำนวนมาก อาทิ “รักและสนับสนุนคนไทยจากรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ขอให้การกดขี่ของเผด็จการทหารสิ้นสุดลง” “ประชาชนควรมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ภาวนาให้ทุกคนยืนหยัด ต้องไม่มีระบบเผด็จการอีกต่อไป” ขณะที่ชายชาวแอฟริกันคนหนึ่งมองว่า “กรุงเทพมหานครมีความเป็นประชาธิปไตยที่ยอมให้มีการประท้วงขนาดนั้น พวกเราชาวแอฟริกันไม่สามารถประท้วงแม้ว่าเราจะถูกฆ่า”

รวมถึงสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าผู้ประท้วงไทยหลายพันคนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเรียกร้องประชาธิปไตย โดยตำรวจใช้รถประจำทาง, รั้ว และลวดหนามปิดกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล 

ขณะที่ชายชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยให้ความเห็นว่า “พวกเขาเรียกร้องมากเกินไป ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแล้ว ในทางกลับกันม็อบข้างถนนกลุ่มเล็กๆ เรียกร้องให้ถอดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย”

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานสถานการณ์ชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่าผู้ประท้วงชาวไทย 21 คนถูกจับกุมก่อนที่จะมีขบวนเสด็จ ด้วยยอดชมกว่า 180,000 ครั้ง และความคิดเห็นอีกกว่า 500 รายการ

ชาวเวียดนามคนหนึ่งให้ความเห็นว่า “ระยะหลังมานี้ประเทศในอาเซียนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรมหลังหน่วยข่าวกรองต่างประเทศเกิดความล้มเหลวในฮ่องกง หน่วยข่าวกรองต่างประเทศจะต้องถูกกำจัดออกไปเนื่องจากอาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อประเทศ ทำไมประเทศอาเซียนไม่สนับสนุนสหรัฐในการต่อต้านจีน”

เพื่อประชาธิปไตย! อินเดียเข้าร่วมพันธมิตรชานมไทย-ไต้หวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635471

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 19:25 น.เพื่อประชาธิปไตย! อินเดียเข้าร่วมพันธมิตรชานมไทย-ไต้หวันในการชุมนุมประท้วงที่บ้านเราวันนี้ยังมีการนำธงของพันธมิตรชานมอย่างไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบตมาโบกสะบัดในขบวนด้วย

พันธมิตรชานมไข่มุกจากแฮชแท็ก #MilkTeaAlliance ที่เริ่มจากการเคลื่อนไหวของชาวทวิตเตอร์ไทย ไต้หวัน และฮ่องกง เพื่อตอบโต้บรรดาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีนจนกลายเป็นเรื่องการเมือง มีสมาชิกเพิ่มอีก 1 ประเทศ นั่นก็คือ อินเดีย ที่มีกรณีขัดแย้งทางการเมืองกับจีนในขณะนี้

เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมาเป็นวันชาติของไต้หวัน ดังนั้นก่อนจะถึงวันดังกล่าวทางสถานทูตจีนในกรุงนิวเดลีของอินเดียมีหนังสือถึงสื่อมวลชนอินเดียเพื่อแจ้งว่าห้ามระบุว่าไต้หวันเป็นประเทศ และห้ามบอกว่าไช่อิงเหวินเป็นประธานาธิบดีของไต้หวัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากจีนมองว่าเป็นดินแดนของจีน

หนังสือจากสถานทูตจีนสร้างควาไม่พอใจให้ สุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่การกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งบอกว่าสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการรายงานข่าวไม่ว่าจะเป็นประเด็นใดที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม

#BREAKING: Posters wishing #Taiwan a happy National Day come up outside Embassy of #China in New Delhi, India. Posters put by India’s ruling party BJP leader @tajinderbagga. Chinese embassy had earlier threatened Indian media with a diktat to not cover National Day. @MOFA_Taiwan pic.twitter.com/VNpUl4rG1x

— Aditya Raj Kaul (@AdityaRajKaul) October 9, 2020

นอกจากนี้ ทาชินเดอร์ ปาล สิงห์ โฆษกพรรคพรรคภารตียชนตา (BJP) ยังทำแผ่นป้ายอวยพรวันชาติไต้หวันแล้วนำไปติดไว้ที่ด้านนอกสถานทูตจีนในกรุงนิวเดลี รวมถึงชาวทวิตเตอร์ที่พากันติดแฮชแท็ก #TaiwanNationalDay #TaiwanIsACountry และ #MilkTeaAlliance จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์

Thank you to all of our dear friends in India for your well wishes on #TaiwanNationalDay. Together, we can take pride in safeguarding our shared values like freedom & human rights, & defending our democratic way of life. #namaste pic.twitter.com/ZZQT1286lR— ??? Tsai Ing-wen (@iingwen) October 11, 2020

ภายหลังทั้งประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน และโจเซฟ อู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันทวีตข้อความขอบคุณชาวอินเดีย

thank you for speaking out for #Taiwan Regardless how the Indian government’s respond is, deep inside we know the friendship between #TW and #India will last.And that’s why we need #DigitalDiplomacy.Take good care, our Indian friends, luv u all https://t.co/6v1r4rLclJ pic.twitter.com/hl8GMhNISn— Digital Diplomacy Lab (@digidiploTaiwan) October 7, 2020

กระแสนี้ค่อยๆ ก่อตัวเป็นพันธมิตรชานมที่เหนียวแน่น โดยชาของอินเดียสมาชิกใหม่นั้นเป็นมาซาลาไจ หรือชานมเครื่องเทศ

Davanti al Monumento per la Democrazia di Bangkok compaiono bandiere dei movimenti di Hong Kong, Taiwan e Tibet: #MilkTeaAlliance. Proprio oggi arriva in Thailandia il ministro degli Esteri cinese Wang Yi per visita di due giorni https://t.co/mqHDz1vgRH pic.twitter.com/JreWCy2Nv0— francesco radicioni (@fradicioni) October 14, 2020