ไทยแห่ขอความช่วยเหลือต่างชาติจนติดเทรนด์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635451

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 18:00 น.ไทยแห่ขอความช่วยเหลือต่างชาติจนติดเทรนด์โลกชาวเน็ตไทยตีแผ่เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเป็นภาษาต่างๆ จนแฮชแท็กติดเทรนด์โลก

แฮชแท็ก #WhatsHappeningInThailand ขึ้นเป็นแฮชแท็กยอดนิยมบนทวิตเตอร์ โดยถูกพูดถึงกว่าแสนทวีต ชาวไทยจำนวนมากบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยเป็นภาษาต่างๆ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้และร่วมเป็นกระบอกเสียงหยุดความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ขณะที่ชาวต่างชาติรวมถึงสื่อต่างประเทศจำนวนมากแห่รายงานสถานการณ์รวมถึงแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

อาทิ บัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ @nnnnut โพสต์ภาพบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็น 8 ภาษา พร้อมข้อความว่า “เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” ซึ่งมียอดรีทวีตกว่าพันครั้ง

WE NEED YOUR HELP#WhatsHappeningInThailand pic.twitter.com/tul9HhkSYZ

— nuttbpsen (@nnnnut) October 13, 2020

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @ffasai_i โพสต์ภาพการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมประท้วงพร้อมขอความช่วยเหลือจากต่างชาติเป็นภาษาต่างประเทศ 9 ภาษา

Help my country, please????? ??????????????????Hjelp mitt landAide mon pays Tulungan ang aking bansaHilf meinem Land???? ????#WhatHappeningInThailand pic.twitter.com/vfZqxfPPON— Aurora ( ? ?‍ ) (@ffasai_i) October 14, 2020

รวมถึงสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งนำเสนอเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย อาทิ @TostevinM ผู้สื่อข่าวจากรอยเตอร์สทวีตภาพพร้อมบรรยายว่า “ตำรวจไทยต่อสู้กับผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันนี้” ซึ่งได้รับการรีทวีตกว่า 16,000 ครั้ง

Thai police struggle with pro-democracy protester at Democracy Monument today. Great picture by @kayatrtrz #ม็อบ14ตุลา #WhatsHappeningInThailand pic.twitter.com/bnK60Yaugl— Matthew Tostevin (@TostevinM) October 13, 2020

นอกจากนี้ ยังมีชาวไทยอีกจำนวนมากที่ใช้ช่องทางทวิตเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือและเรียกร้องให้ต่างชาติหันมาสนใจปัญหาความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

รีวนไป ให้ทั่วโลกได้เห็น #ม๊อบ14ตุลา #whatshappeninginthailand pic.twitter.com/0H6i4le3xh— (@japanesediarys) October 14, 2020

Im so disappointed for what’s happening right now. Are we fighting with inhumanity??? We just want the military stop interfering in politics and society. Just give us the basic human rights!! #ม๊อบ14ตุลา #WhatHappeningInThailand— kay-R (@kay_r13) October 14, 2020

My int followers if you see I rt political stuffs…if you pls..pls help me hit rt. I wish the world know #WhatHappeningInThailand. We are suffering. We are fighting. We just want to escape from the hell they set for us that they so called their ppl.— -??????? ???! ?????b? (@IBI531717) October 14, 2020

สีจิ้นผิงสั่งทหารเรือเตรียมพร้อมเปิดสงคราม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635443

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 16:20 น.สีจิ้นผิงสั่งทหารเรือเตรียมพร้อมเปิดสงครามท่าทีนี้มีขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐทวีความตึงเครียด ขณะที่ไต้หวันใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนฐานทัพเรือใกล้กับเมืองซัวเถา ระหว่างลงพื้นที่เยือนมณฑลกวางตุ้งทางตะวันออกของประเทศเป็นเวลา 2 วัน โดยระบุว่ากองทัพเรือต้องเป็นกองกำลังที่ทำได้หลากหลาย ตอบสนองได้รวดเร็ว ปฏิบัติหน้าที่ได้ทุกที่

“พวกคุณควรเตรียมจิตใจและพลังงานให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สงคราม และต้องรักษาความตื่นตัวในขั้นสูงสุด…กองทัพเรือมีหลากหลายภารกิจ และคำสั่งที่พวกคุณจะได้รับก็แตกต่างกันออกไป ดังนั้นพวกคุณควรฝึกให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สงคราม…และยกระดับมาตรฐานการฝึกและความสามารถในการรบ” ผู้นำจีนกล่าว

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า กองทัพเรือต้องรับผิดชอบภารกิจสำคัญยิ่งในการปกป้องดินแดนและอำนาจอธิปไตย รวมทั้งผลประโยชน์ของกองทัพเรือและผลประโยชน์ในต่างแดน ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการเอ่ยถึงไต้หวันและทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนจะตอบโต้กรณีที่สภาคองเกรสของสหรัฐกำลังพิจารณาข้อตกลง 3 ฉบับที่สหรัฐจะจัดหาอาวุธล้ำสมัยให้ไต้หวัน “สหรัฐต้องยกเลิกแผนการขายอาวุธให้ไต้หวัน ยุติการทำข้อตกลงซื้อขายอาวุธ และตัดสัมพันธ์ทางการทหารทันที”

อีกราย! Eli Lilly ประกาศหยุดทดสอบแอนติบอดีโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635427

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 15:00 น.อีกราย! Eli Lilly ประกาศหยุดทดสอบแอนติบอดีโควิด-19Eli Lilly ประกาศหยุดทดสอบแอนติบอดีโควิด-19 เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย

อีไล ลิลลี่ (Eli Lilly) บริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการทดลองแอนติบอดีโควิด-19 ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลชั่วคราวเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย

มอลลี่ แมคคูลลี่ โฆษกของอีไล ลิลลี่ยืนยันระงับการทดสอบแอนติบอดีชั่วคราว พร้อมเปิดเผยว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและความปลอดภัย (DSMB) ได้แนะนำให้หยุดรับอาสามัครในการทดลอง ซึ่งทางบริษัทสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของอาสาสมัครที่เข้าร่วมทดลองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบชัดเจนว่าปัญหาความปลอดภัยใดที่ทำให้บริษัทตัดสินใจระงับการทดสอบ

โดยการระงับการทดสอบวัคซีนดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่จอห์นสันแอนด์จอห์นสันประกาศหยุดการทดสอบวัคซีนเนื่องจากอาสาสมัครมีอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และหนึ่งเดือนหลังจาก แอสตราเซเนกา หยุดการทดสอบเนื่องจากอาการป่วยของอาสาสมัครเช่นกัน

ในวันเดียวกันที่มีการประกาศระงับการทดลองแอนติบอดีส่งผลให้หุ้นของลิลลี่ลดลงเกือบ 3% 

ทั้งนี้ การระงับการทดสอบวัคซีนชั่วคราวไม่ใช่เรื่องผิดปกติและอาการป่วยของอาสาสมัครอาจไม่ได้เกิดจากวัคซีนทดลอง ซึ่งคณะกรรมการของผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาถึงสาเหตุของอาการป่วยต่อไป

คนไทยในเกาหลีใต้รวมตัวสนับสนุนชุมนุมใหญ่14ตุลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635430

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 13:57 น.คนไทยในเกาหลีใต้รวมตัวสนับสนุนชุมนุมใหญ่14ตุลาคนไทยในเกาหลีใต้ชุมนุมหน้าสถานทูตคู่ขนานกับการประท้วงใหญ่ในไทย

กลุ่มคนไทยในเกาหลีใต้รวมตัวกันบริเวณด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโซลเพื่ออ่านข้อเรียกร้อง รวมทั้งถือป้ายข้อความสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยและการเปลี่ยนแปลงของคนไทย โดยการรวมตัวกันเป็นไปด้วยความสงบ และมีการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

ภาพ : ทวิตเตอร์@mmai_limkim

อินโดเดินหน้าสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635419

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 11:56 น.อินโดเดินหน้าสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าบริษัทของรัฐบาลอินโดนีเซียจับมือผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามุ่งต่อยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในที่สุด

รอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อวันอังคาร (13 ตุลาคม) โอเรียส เพทรัส โมดัค ผู้บริหารบริษัทอุตสาหกรรมเหมืองแร่อินโดนีเซีย (MIND ID) กล่าวว่าอินโดนีเซียในฐานะผู้ผลิตแร่นิกเกิลรายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องการสร้างอุตสาหกรรม EV แบบบูรณาการซึ่งจะรวมถึงการสร้างยานยนต์ในที่สุด

กลุ่มบริษัทของรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้แก่ บริษัทอุตสาหกรรมเหมืองแร่อินโดนีเซีย (MIND ID), บริษัทอาเนกา ตัมบัง (ANTAM), บริษัทการไฟฟ้าเปรูซาฮาน ลิสตริก เนการา (PLN) และบริษัทน้ำมันเพอร์ตามินา จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตเแบตเตอรี่สำหรับขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีชื่อว่า อินโดนีเซีย แบตเตอรี่ โฮลดิ้ง (Indonesia Battery Holding) 

ขณะนี้กำลังจัดทำแผนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้สามารถดำเนินการใช้ประโยชน์จากนิกเกิลในการผลิตแบตเตอรี่ได้โดยเร็ว และจะสร้างอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตสารแคมีและแร่ธาตุสำหรับผลิตแบตเตอรี่ใหม่ไปจนถึงการรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า รวมถึงจะร่วมมือกับบริษัทจากจีนและเกาหลีอีกด้วย

แอปเปิลเปิดตัว “ไอโฟน12” 4รุ่น รองรับ5G #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635406

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 09:45 น.แอปเปิลเปิดตัว "ไอโฟน12" 4รุ่น รองรับ5G“แอปเปิล” จัดอีเวนต์ออนไลน์ เปิดตัว ไอโฟน12 ตามคาด รองรับเครือข่าย 5 G รุ่น “Pro Max” ราคาเริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์

“แอปเปิล” จัดอีเวนต์ออนไลน์เปิดตัว iPhone 12 จำนวน 4 รุ่น ตามคาด โดยทุกรุ่นรองรับระบบ 5G ซึ่งจะสามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงจากการใช้ชิปประมวลผล A14 Bionic

iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นที่มีการเปิดตัวในวันนี้ ได้แก่ iPhone 12 Mini ซึ่งมีหน้าจอ 5.4″ มีราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์, iPhone 12 ซึ่งมีหน้าจอ 6.1″ มีราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์, iPhone 12 Pro หน้าจอ 6.1″ มีราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ และ iPhone 12 Pro Max หน้าจอ 6.7″ มีราคาเริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์

สำหรับ iPhone 12 Mini และ iPhone 12 Pro Max จะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 6 พ.ย. และวางจำหน่ายในวันที่ 13 พ.ย. ส่วน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro จะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 16 ต.ค. และวางจำหน่ายในวันที่ 23 ต.ค.

อย่างไรก็ดี แอปเปิลจะไม่มีการแถมที่ชาร์จและหูฟังแต่อย่างใด เพื่อลดขยะอิเลคทรอนิคส์ และแก้ไขปัญหาโลกร้อน

นอกจากนี้ ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ยังได้เปิดตัว HomePod Mini ซึ่งเป็นลำโพงอัจฉริยะของแอปเปิล ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และมีราคาถูกกว่า HomePod โดยมีราคาเพียง 99 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ HomePod ซึ่งมีราคา 299 ดอลลาร์

นอกจากนี้ HomePod Mini ยังสามารถจดจำเสียงที่แตกต่างกันของสมาชิกในครอบครัว และทำงานร่วมกับ Apple Home ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะของแอปเปิลในการเชื่อมโยงอุปกรณ์ภายในบ้าน

ตอบทุกข้อสงสัย ลาวได้อะไรจากทางรถไฟจีน-ลาว? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634502

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 09:05 น.ตอบทุกข้อสงสัย ลาวได้อะไรจากทางรถไฟจีน-ลาว?“ทางรถไฟจีน-ลาว” หนี่งโอกาสของประเทศไร้ทางออกสู่ทะเลหรือกับดักหนี้ที่จะทำให้ต้องเป็นเบี้ยล่างจีน?

ทางรถไฟสายเวียงจันทน์-บ่อเต็น หรือ ทางรถไฟสายจีน-ลาว เป็นทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อระหว่างด่านบ่อหาน เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา ประเทศจีน กับประเทศลาวที่บ่อเต็น ผ่านเมืองหลวงพระบางและสิ้นสุดที่เวียงจันทน์ ซึ่งจะเป็นทางรถไฟสายแรกในประเทศลาวที่จะเชื่อมลาวมีหนทางออกสู่ทะเล

รัฐบาลลาวหวังว่าเมื่อโครงการรถไฟจีน-ลาวเสร็จสมบูรณ์จะช่วยทำให้ประเทศลาวเป็นประเทศที่ทรงพลังมากขึ้น ช่วยพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และนำความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมาสู่ลาวได้

โดยทางรถไฟสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนลาวจากแผ่นดินไร้ทางออกเป็นแผ่นดินเชื่อมแผ่นดิน ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตเพื่อการส่งออกสู่ตลาดระหว่างประเทศ

หากลาวมีพรมแดนติดกับจีน ไทย เวียดนาม ตระเตรียมความพร้อมและบริการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถตักตวงผลประโยชน์จากทางรถไฟได้ดียิ่งขึ้น

ดร.สุพัน แก้วมีไซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแผนงานและการลงทุนแห่ง สปป. ลาวกล่าวว่าการส่งออกของลาวมีความสามารถทางการแข่งขันน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากต้นทุนการขนส่งอยู่ในระดับสูง ส่วนต้นทุนการผลิตเทียบเท่าสินค้าไทยที่ส่งขายในจีนแล้ว

ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ลาวพากับขบคิดว่าลาวควรจะผลิตสินค้าอะไร และจะดำเนินบทบาทตัวกลางกระจายสินค้าในภูมิภาคอย่างไรเมื่อทางรถไฟเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ

ลาวต้องวางแผนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเอื้อต่อการหลั่งไหลของสินค้าและผู้มาเยือน ต้องอำนวยความสะดวกทางการค้าและบริการขนส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ลาวได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับกลุ่มบริษัทเอกชนเพื่อพัฒนาโครงการการท่องเที่ยว และกระตุ้นกลุ่มผู้ประกอบการชาวจีนเข้ามาลงทุนภาคเกษตรกรรมเพื่อการส่งออก

ประชาชนลาวส่วนหนึ่งมองว่ารถไฟความเร็วสูงสายแรก อุโมงค์ที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศกำลังสร้างความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศลาวและจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น

แม้จะดูเหมือนว่าทางรถไฟสายนี้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศลาว แต่ในทางกลับกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศกล่าวว่าลาวจะต้องเผชิญกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมหาศาล อีกทั้งยังต้องมีการชดเชยที่เพียงพอให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง

Asia Times รายงานว่าลาวกำลังเป็นเหยื่อของกับดักหนี้สินของจีนรายล่าสุด โดยการสร้างรถไฟมิตรภาพจีน-ลาว มูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐทำให้ลาวตกเป็นเหยื่อของกับดักหนี้ในยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน

โดยลาวได้กู้ยืมเงินจำนวนมากจากจีนเพื่อลงทุนในโครงการนี้ ซึ่งค่ารถไฟราว 60% ได้รับการสนับสนุนจากเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน ส่วนที่เหลืออีก 40% มาจากบริษัทที่ร่วมลงทุน ประกอบด้วยบริษัทจีนสามแห่ง ซึ่งถือหุ้น 70% ในขณะที่รัฐวิสาหกิจของลาวมีสัดส่วนที่เหลือ 30%

ทั้งนี้รัฐบาลลาวได้จัดสรรงบประมาณของประเทศจำนวน 250 ล้านเหรียญสหรัฐ และกูเพิ่มอีก 480 ล้านเหรียญสหรัฐจากประเทศจีน โดยกองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของลาวลดลงต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐซึ่งน้อยกว่าเงินที่จะใช้ชำระหนี้ประจำปีของประเทศ

ส่งผลให้กระทรวงการคลังของลาวต้องขอให้จีนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งประเทศต่างๆ ถูกกดดันให้ทำสัมปทานและถูกริดรอนอธิปไตยหากผิดนัดชำระหนี้กับจีน

นอกจากนี้รอยเตอร์สยังรายงานว่ารัฐบาลลาวพร้อมที่จะยกระดับการควบคุมส่วนใหญ่ของโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติให้แก่บริษัท ไชน่า เซาเทิร์น พาวเวอร์ กริด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกวางโจว

ทั้งนี้การที่จีนเข้าครอบครองภาคไฟฟ้าของลาวแทนการชำระหนี้ได้แสดงให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเห็นถึงความเสี่ยงจากกับดักหนี้ BRI เมื่อต้องต้านทานแรงกดดันของจีนและปกป้องเอกราชทางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศ

แม้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งจะเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวในขณะเดียวกันก็ยังมีชาวลาวอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยโดยมีความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจและขอบเขตเศรษฐกิจที่กำลังถูกครอบงำโดยจีน

โดยมองว่าประชาชนลาวส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากรถไฟดังกล่าวซึ่งจะทำให้ลาวเสียเปรียบในขณะที่จีนอาจได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้มากกว่า

นอกจากนี้ในการดำเนินการขุดเจาะอุโมงค์และสร้างทางรถไฟในประเทศลาวยังต้องสร้างถนนตัดผ่านป่าไม้และขุดอุโมงค์ทะลุภูเขาหลายลูกอีกด้วย ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างหนักต่อประเทศที่ “เขียว” ที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย

หญิงแคนาดาเจอคำสาปปอมเปอี รีบส่งคืนโบราณวัตถุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635374

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 21:10 น.หญิงแคนาดาเจอคำสาปปอมเปอี รีบส่งคืนโบราณวัตถุหญิงแคนาดาคืนโบราณวัตถุปอมเปอีที่ขโมยไป 15 ปีก่อนอ้างเจออาถรรพ์

CNN รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นิโคล หญิงชาวแคนาดาได้คืนโบราณวัตถุทั้งหมด 5 ชิ้นที่เธอขโมยไปในปี 2005 ประกอบด้วยกระเบื้องโมเสคสีขาว 2 แผ่น, โถ 2 ใบ และผนังเซรามิก 1 ชิ้น ให้แก่อุทยานโบราณคดีปอมเปอี พร้อมจดหมายระบุว่า “ตอนนั้นฉันยังเด็กและโง่เขลา ฉันเพียงอยากจะครอบครองสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถหาซื้อได้”

นอกจากนี้เธอยังเล่าว่าตั้งแต่ที่เธอกลับไปยังแคนาดาเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมและต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง อีกทั้งครอบครัวของเธอยังประสบปัญหาทางการเงิน เธอคิดว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากคำสาปจากปอมเปอี

“ฉันหยิบสิ่งของในประวัติศาสตร์ที่อยู่ในช่วงเวลาที่มีพลังงานเชิงลบมากมาย ฉันนำกระเบื้องที่อยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง โปรดยกโทษให้กับการกระทำที่ประมาทของฉันเมื่อหลายปีก่อน” เธอกล่าว

ทั้งนี้เหตุภูเขาไฟวิซุเวียสปะทุในปอมเปอีคร่าชีวิตคนไปกว่า 15,000 คนโดยผู้เสียชีวิตเหล่านั้นถูกฝังทั้งเป็นจากเถ้าหินภูเขาไฟ

รวมถึงก่อนหน้านี้ยังมีหญิงชาวอังกฤษส่งชิ้นส่วนกระเบื้องโมเสคที่ถูกขโมยไปตั้งแต่ปี 1970 โดยเธอเล่าว่าเธอได้รับสิ่งของเหล่านี้มาจากพ่อและแม่ของเธอ และสิ่งของเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผู้คนนับร้อยได้คืนโบราณวัตถุ อาทิ กระเบื้องโมเสค และปูนปลาสเตอร์ ที่พวกเขาได้ขโมยไประหว่างการเยี่ยมชมเมืองปอมเปอี และมักจะแนบจดหมายขอโทษพร้อมอ้างว่าโบราณวัตถุเหล่านั้นทำให้เขาต้องพบเจอกับโชคร้าย

ไม่เพียงแต่ที่ปอมเปอีเท่านั้นแต่ยังมีโบราณสถานอีกหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวมักอ้างว่าพวกเขาต้องเผชิญกับคำสาปหลังขโมยโบราณวัตถุไปครอบครอง รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน

โดยในปี 2018 นักท่องเที่ยวต่างชาติส่งพัสดุคืนมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในเป็นเศษอิฐและปูนรวม 3 ชิ้น พร้อมจดหมายระบุว่า ขอความกรุณานำสิ่งของส่งคืนที่วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากผู้ที่นำไปกำลังอยู่ไม่เป็นสุข

ในปีเดียวกันอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับก้อนอิฐคืนจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นำไปจากวัดไชยวัฒนาราม พร้อมแนบจดหมายว่าเขาได้ไปเที่ยวที่วัดดังกล่าวและนำก้อนอิฐก้อนหนึ่งกลับบ้าน จากนั้นมีอาการป่วยไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกไม่สบายใจ จึงนำก้อนอิฐมาคืนพร้อมดอกไม้ธูปเทียนเพื่อขอขมาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่พบเจอเรื่องราวต่างๆ หลังนำโบราณวัตถุติดตัวกลับไป จนต้องส่งคืนกลับมาโดยไม่มีการเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงแต่บอกว่าจะไม่ขโมยของในเขตโบราณสถานอีก

แถลงทั้งน้ำตา! คิม จองอึนขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635390

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 20:06 น.แถลงทั้งน้ำตา! คิม จองอึนขอโทษที่ทำให้ผิดหวังคิม จองอึน แถลงขอโทษที่ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเกาหลีเหนือ

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน แถลงในการสวนสนามทางทหารเพื่อฉลองครบรอบ 75 ปีการสถาปนาพรรคแรงงานที่จัตุรัสคิม อิล-ซ็อง กรุงเปียงยาง

ผู้นำเกาหลีเหนือหลั่งน้ำตาขณะกล่าวขอโทษประชาชนชาวเกาหลีเหนือที่ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับมาตรฐานการครองชีพของพวกเขาได้ ทั้งนี้ความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเกิดจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ, วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา, พายุไต้ฝุ่น และน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายมหาศาล

“ชาวเกาหลีเหนือให้ความไว้วางใจผมสูงเท่าท้องฟ้า และลึกเท่ามหาสมุทร แต่ผมกลับไม่สามารถรักษาความคาดหวังของประชาชนไว้ได้” คิม จองอึนกล่าว

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสำเร็จของประเทศในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและเอาชนะความท้าทายอื่นๆ ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

บังกลาเทศไฟเขียวประหารชีวิตนักโทษคดีข่มขืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/635367

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 18:29 น.บังกลาเทศไฟเขียวประหารชีวิตนักโทษคดีข่มขืนบังกลาเทศจ่อใช้โทษประหารคดีข่มขืนหลังประท้วงยืดเยื้อหลายสัปดาห์

CNN รายงานว่าบังกลาเทศเตรียมออกกฎหมายให้มีการลงโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษคดีข่มขืนหลังเกิดการประท้วงเรื่องความรุนแรงทางเพศในประเทศมาหลายสัปดาห์

เมื่อวันจันทร์ (12 ตุลาคม) คณะรัฐมนตรีบังกลาเทศได้อนุมัติให้มีการแก้ไขบทลงโทษสูงสุดสำหรับนักโทษข่มขืนจากจำคุกตลอดชีวิตเป็นประหารชีวิต ทั้งนี้บทบัญญัติใหม่จะมีผลบังคับใช้เมื่อมีการลงนามโดยประธานาธิบดีอับดุล ฮามิด

อนิซูล ฮัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเผยว่า กฎหมายนี้จะสามารถยับยั้งการก่ออาชญากรรมดังกล่าวและเจ้าหน้าที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเร่งกระบวนการพิจารณาคดีข่มขืนในศาล

ก่อนหน้านี้รัฐบาลบังกลาเทศเผชิญกับการประท้วงเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพื่อป้องกันการใช้ความรุนแรงทางเพศหลังเกิดวิดีโอไวรัลของกลุ่มชายที่ทำร้ายและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงทางตอนใต้ของประเทศท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนทั่วประเทศ

โดยข้อมูลจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและความช่วยเหลือทางกฎหมายของบังกลาเทศระบุว่าผู้หญิงและเด็กในบังกลาเทศอย่างน้อย 975 คนถูกข่มขืนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2020