ส่งลูกเรียนที่นี่ไม่ต้องกลัว ทำไมโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นถึงดีที่สุดในโลก? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634365

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 18:00 น.ส่งลูกเรียนที่นี่ไม่ต้องกลัว ทำไมโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นถึงดีที่สุดในโลก?โรงเรียนอนุบาลฟูจิ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดในโลก

บนเวที TED talk เมื่อเมื่อปี 2014 ทาคาฮารุ เทซึกะ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นได้เล่าถึงโรงเรียนอนุบาลฟูจิ (Fuji Kindergarten) ที่เขาไดสร้างขึ้นในมืองโตเกียวโดยกล่าวว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดในโลก

การออกแบบของโรงเรียนมีแนวคิดว่าปล่อยให้เด็กเป็นเด็ก ให้พวกเขาได้เรียนรู้และมีแรงบันดาลใจ และเชื่อว่าเด็กๆ ไม่ควรถูกบังคับให้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ปิดกั้น

เนื่องจากอาจขัดขวางความตั้งใจที่จะเรียนรู้ตามธรรมชาติของพวกเขา แต่ควรปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นอย่างอิสระโดยไม่ได้รับการปกป้องมากเกินไป โดยทาคาฮารุ เทซึกะ ให้แนวคิด 3 ข้อในการออกแบบโรงเรียนนี้คือ การใช้วงกลม, ปราศจากขอบเขตและการควบคุม และอันตรายเล็กๆ น้อยๆ

การออกแบบด้วยแนวคิดที่แตกต่างไม่เหมือนโรงเรียนอนุบาลที่อื่นๆ ทำให้โรงเรียนอนุบาลฟูจิใช้เวลาไม่กี่ปีในการคว้ารางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศสำหรับการออกแบบที่สร้างสรรค์ และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดในโลก

พื้นที่แห่งจิตนาการและการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

โรงเรียนไม่มีการกั้นห้องเรียน ทุกส่วนเปิดกว้างเป็นพื้นที่เดียวกันเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกถูกปิดกั้นหรืออึดอัด ครูใหญ่ยังบอกว่าหากมีเด็กอยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอก สามารถปล่อยพวกเขาไปได้เลย เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาที่เดิม เมื่อไม่มีการกั้นห้องจึงมีเสียงรบกวนอยู่ตลอดซึ่งเขาบอกว่าจริงๆ แล้วเด็กสามารถอยู่กับเสียงในสิ่งแวดล้อมได้ แสดงให้เห็นถึงสมาธิที่พวกเขามีในการเรียนถึงแม้จะมีเสียงรบกวน

อาคารถูกออกแบบให้เป็นวงกลมด้านบนดาดฟ้าเป็นพื้นที่ให้เด็กได้วิ่งเล่น เด็กๆ จะได้วิ่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุดบนลานกลางแจ้ง

เพดานห้องเรียนเป็นกระจก ให้เด็กห้องอื่นๆ สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนอื่นได้จากชั้นบน

ก๊อกน้ำกลางแจ้งเพื่อให้เด็กได้มีพื้นที่รวมตัวกันพูดคุยและใช้น้ำร่วมกัน

ปล่อยให้เด็กได้ผจญภัย

โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กได้ผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ ในทุกๆ วัน โดยมีการสร้างสไลเดอร์เพื่อให้เด็กสไลด์ลงมาจากลานวิ่งเล่นชั้นดาดฟ้า และมีเนินโคลนให้เด็กปีนก่อนขึ้นบันได รวมถึงราวกันชั้นบนอาคารสร้างให้มีช่องว่างเล็กน้อยสำหรับให้เด็กปีนป่ายนั่งห้อยขา อีกทั้งยังสร้างพื้นที่ให้เด็กปีนต้นไม้อย่างสนุกสนาน 

แม้ว่าโรงเรียนในญี่ปุ่นจะปล่อยให้เด็กๆ ได้ผจญภัยอย่างไม่ปิดกั้น แต่เด็กๆ ทุกคนมีความปลอดภัยภายใต้การดูแลของคุณครู แต่ในทางกลับกันโรงเรียนในประเทศไทยที่มีรั้วรอบขอบชิด ไม่ให้เด็กได้รับอันตรายจากบุคคลภายนอก แต่ก็ยังคงมีข่าวที่เด็กได้รับอันตรายจากบุคลากรภายในโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง

ครูไม่บูลลี่ มีคุณภาพ 

ในประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ใครก็สามารถเป็นครูได้ แต่ทุกคนจะต้องผ่านการสอบและได้รับประกาศนียบัตรจึงจะประกอบวิชาชีพครูได้

วิชาชีพครูในญี่ปุ่นมีการคัดเลือกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในขั้นตอนการจ้างงาน ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพครูจะต้องทำการสอบและการประเมินผลโดยคณะกรรมการโรงเรียนอย่างเข้มงวด โดยครูต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาจากสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งข้อกำหนดจะแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด

กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ควบคุมคุณภาพของครู และมีการกำหนดจำนวนหน่วยกิตการเรียนวิชาการศึกษาไว้สำหรับผู้ที่จะมีสิทธิ์เข้าสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรการเป็นครู 

โดยคุณครูอนุบาลในญี่ปุ่นจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำและกระตุ้นให้เด็กคิดหรือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ไม่ใช่ผู้ออกคำสั่งหรือสอนหนังสือเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ในทุกๆ ห้องเรียนจะต้องมีเปียโนและคุณครูอนุบาลเกือบทุกคนยังต้องเล่นเปียโนเป็นอีกด้วย

ความปลอดภัยในโรงเรียน

นอกจากจะสร้างพื้นที่ที่สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือความปลอดภัยของเด็กๆ ในโรงเรียน โดยโรงเรียนที่ญี่ปุ่นมีสมาคมผู้ปกครองที่แข็งแกร่ง ให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

โดยในช่วงแรกของการเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองสามารถเข้าไปช่วยเหลือดูแลลูกได้ตลอดเวลา และในแต่ละเดือนยังมีวันที่ให้ผู้ปกครองมาอยู่กับเด็กตลอดทั้งวันเสมือนเป็นครูผู้ช่วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมของโรงเรียนให้ผู้ปกครองได้เข้าร่วมอยู่เสมอ

อีกทั้งโรงเรียนที่ญี่ปุ่นบางแห่งจะจัดกิจกรรมให้เด็กวัยก่อนอนุบาลและผู้ปกครองได้เข้าเยี่ยมชมโรงเรียน และดูกิจกรรมของเด็กอนุบาล ก่อนที่จะนำเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองมั่นใจและไว้วางใจโรงเรียนนั้นๆ มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้โรงเรียนอนุบาลที่ญี่ปุ่นยังมีระบบโทรแจ้งข่าวด่วนจากโรงเรียน และมีการสอนให้เด็กรู้จักป้องกันตัวเองและระมัดระวังตัว เช่น การระวังตัวจากคนแปลกหน้า การข้ามถนน เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้นโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นไม่มีการเรียนการสอนที่เป็นวิชาการ อ่านหนังสือ เขียนเขียนหนังสือ ตัวอักษรหรือตัวเลข แต่จะเน้นให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม อย่างการร้อง การเต้น วาดรูป ระบายสี  เน้นการพัฒนาด้านร่างกายและจิตใจเป็นหลักทำให้เด็กๆ ไม่เครียด

ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเด็กมากๆ และการเสริมสร้างให้บรรยากาศในโรงเรียนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และอบอุ่น ทำให้ช่วยลดความตึงเครียดของทั้งเด็กและคุณครู

พวกคลั่งเชื้อชาติผิวขาวที่ทรัมป์สนับสนุนคือใคร? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634372

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 15:44 น.พวกคลั่งเชื้อชาติผิวขาวที่ทรัมป์สนับสนุนคือใคร?ทำความรู้จักกับกลุ่มที่ทรัมป์ไม่ยอมประณามแต่กลับแสดงความชื่นชมจนสร้างความไม่พอใจไปทั่วประเทศ

ในระหว่างการดพีเบตระหว่างโดน ทรัมป์กับโจ ไบเดน มีประเด็นหนึ่งทรัมป์ทำให้ (เกือบ) ทั้งประเทศไม่พอใจ หลังจากที่เขาเลี่ยงที่จะประณามกลุ่มคลั่งอำนาจคนผิวขาว แถมยังชื่นชมกลุ่มติดอาวุธฝ่ายขวาอีกด้วยซ้ำ

เมื่อถูกพิธีกรถามว่าเขาเต็มใจที่จะปฏิเสธกลุ่มแบ่งแยกเชื้อชาติและกลุ่มติดอาวุธฝ่ายขวาหรือไม่ ทรัมป์เบี่ยงเบนความสนใจและกล่าวว่า ” Proud Boys ขอยืนหยัดและยืนเคียงข้าง”

เขายังบอกว่า “ผมจะบอกคุณนะ ผมจะบอกคุณ ว่ามีใครสักคนต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวก Antifa”

กลุ่ม Antifa หมายถึงกลุ่มต่อต้านเผด็จการฟาสซิสต์แนวคิดฝ่ายซ้ายที่ทรัพม์พยายามกำจัดมาตลอดและกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐ

การที่ทรัมป์พูดว่า “ต้องมีใครสักคน” จึงหมายถึงการสนับสนุนพวก Proud Boys ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธคลั่งผิวขาวที่ออกมาแสดงพลังด้วยการถืออาวุธข่มขู่ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อต่อต้านการประท้วงการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว

1. กลุ่ม Proud Boys คือพวกไหน? – พวกนี้เป็นกลุ่มขวาจัดหรือพวกอนุรักษ์นิยมทีคิดว่าคนผิวขาวมีอภิสิทธิ์เหนือคนผิว/เชื้อชาติอื่น และยังเป็นกลุ่มฟาสซิสต์ใหม่ คือพวกชาตินิยม พวกคลั่งเชื้อชาติ และนิยมอำนาจเผด็จการ พวกนี้มีฐานอยู่ในสหรัฐแต่เริ่มแพร่หลายไปในประเทศที่มีคนผิวขาวเป็นคนนส่วนใหญ่อื่นๆ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และอังกฤษ

2. กลุ่ม Proud Boys มีแนวคิดอย่างไร? – ผู้ก่อตั้งคือเกวิน แมคอินเนส (Gavin McInnes) บอกว่ากลุ่มเขาไม่ได้เน้นที่เชื้อชาติ แต่เน้นที่ “ค่านิยมตะวันตก” โดยเชื่อว่าวัฒนธรรมตะวันตกและคนผิวขาวกำลังถูกคุกคาม แม้ว่าทางกลุ่มจะปฏิเสธว่าไม่เกีย่วข้องกับแนวคิดคนผิวขาวเป็นใหญ่ แต่สมาชิกกลุ่มมักไปร่วมงานชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวบ่อยครั้ง

3. กลุ่ม Proud Boys เป็นอันตรายไหม? – กลุ่มนี้มักต่อต้านฝ่ายซ้ายและสนับสนุนการใช้ความรุนแรงกับฝ่ายซ้าย (เช่นกลุ่ม Antifa ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์) แมคอินเนสยังเคยบอกว่า “ผมต้องการความรุนแรง ผมต้องการชกเข้าไปตรงหน้า ผมผิดหวังที่ผู้สนับสนุนทรัมป์ยังสาวหมัดมากพอ” มีรายงานว่ากลุ่มนี้ใช้ความรุนแรงและข่มขู่ผู้วิจารณ์พวกเขา

4. ศัตรูของ Proud Boys คือใคร? – กลุ่มนี้ไม่เห็นด้วยกับการประท้วง Black Lives Matter และมองว่าความพยายามที่จะทลายอนุสรณ์ของผู้นำฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองอเมริกัน (ฝ่ายสนับสนุนการมีทาส) เป็นแผนการของฝ่ายซ้ายในการ “ทำลายประวัติศาสตร์อเมริกัน”

Photo by Maranie R. STAAB / AFP

ทำไมการทำร้ายเด็กในโรงเรียนจึงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634354

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 14:05 น.ทำไมการทำร้ายเด็กในโรงเรียนจึงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน?ครูทำร้ายร่างกายศิษย์ ไม่ใช่เคสแรก และอาจไม่ใช่เคสสุดท้าย

สถิติการทำร้ายร่างกายเด็กทั่วโลกบ่งชี้ให้เห็นว่าเด็กเล็กๆ อย่างวัยอนุบาลเป็นวัยที่ถูกทำร้ายร่างกายมากที่สุด อย่างที่เกิดกับนักเรียนอนุบาลในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในบ้านเรา บ่งบอกว่าเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับลูกหลานของใครก็ได้ แล้วพ่อแม่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อเข้ารั้วโรงเรียนแล้วลูกหลานเราจะปลอดภัย  

กรณีครูทำร้ายร่างกายนักเรียนนอกจากเกิดในไทยแล้ว ยังเกิดขึ้นบ่อยครั้งที่จีน แต่มีกรณีหนึ่งที่คล้ายกับกรณีล่าสุดของไทย นั่นคือ RYB ซินเทียนตี้ โรงเรียนอนุบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงในกรุงปักกิ่ง  

เมื่อปี 2017 ผู้ปกครองอย่างน้อย 8 คนเปิดโปงว่าลูกๆ ถูกครูสาววัย 22 ปีจับฉีดของเหลวสีน้ำตาลแล้วให้ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะถูกชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งแตะต้องร่างกาย โดยครูย้ำกับลูกศิษย์ว่าไม่ให้บอกเรื่องดังกล่าวกับใครแม้กระทั่งพ่อแม่ จนนำมาสู่การจับกุมครูสาว  

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้บรรดาผู้ปกครองและชุมชนออนไลน์ แม้ทางโรงเรียนจะออกแถลงการณ์ขอโทษ และรับปากว่าจะสอบสวน รวมทั้งจัดหานักจิตวิทยามาให้คำปรึกษากับเด็กๆ และยกระดับความปลอดภัยแล้ว สังคมก็ยังไม่พอใจ เนื่องจากเคยเกิดกรณีคล้ายกันนี้กับโรงเรียนเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่นจนมีครู 4 คนถูกจำคุกคนละ 2 ปีมาแล้ว   

แม้แต่ในสหรัฐก็เกิดเรื่องนี้บ่อยครั้ง อย่างกรณีของ เชอรี แอนน์ มารี ฟิงค์ เธอทำร้ายร่างกายลูศิษย์ด้วยการจับแขนแล้วเหวี่ยงใส่กำแพง หรือจับเอวแล้วลากไปทั่วห้อง และดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เช่น โง่ งี่เง่า แม้ตอนแรกเธอจะถูกลงโทษเพียงพักงงาน 2 วันและย้ายไปสอนโรงเรียนอื่น แต่อีกราว 1 ปีต่อมาเธอก็ถูกเพิกถอนใบอนุญาต 

และกรณีของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤษ์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กอนุบาลถูกทำร้ายร่างกายในโรงเรียนโดยคนที่ได้ชื่อว่าครู เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

โดยในเดือนกรกฎาคม 2558 ปรากฏคลิปคุณครูชั้นอนุบาลของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ทั้งครูประจำชั้นและครูพี่เลี้ยงขยำกระดาษและปาใส่หน้าเด็กนักเรียน จากนั้นผลักเด็กอีกคนหนึ่งจนหงายและเหยียบขาเด็กก่อนลากเด็กไปกับพื้น โดยอ้างว่า “ยังไม่ได้กินข้าวเช้า อารมณ์ไม่ดี” หลังจากนั้นทางโรงเรียนดำเนินการติดกล้องวงจรปิดทุกห้องเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

เดือนเมษายน 2560 เด็กหญิงชั้นเตรียมอนุบาลวัย 2 ขวบ 4 เดือนในโรงเรียนเอกชนชื่อดังจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกครูผู้ช่วยทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทั้งบีบแขน หยิก และกระชากอย่ารุนแรง จนมีอาการหวาดผวา และลำตัวเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ

เดือนพฤศจิกายน 2560 ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนเตรียมอนุบาลย่านลาดกระบัง ทำร้ายเด็กอายุเพียง 3-4 ปี ทั้งตบตี กระชากศีรษะ ดึงแขนขา กักขัง โดยอ้างว่าต้องการอบรมให้เด็กคนดังกล่าวเป็นเด็กเรียบร้อย

และในเดือนกันยายน 2562 เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกครูผู้ช่วยชั้นอนุบาลใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างตบใบหน้าเด็กจนใบหน้าและขอบตาบวมช้ำ รวมถึงโขกหน้าผากจนจมูกเขียวช้ำ หยิกแก้มจนเป็นแผล ดันซี่โครงจนเด็กมีอาการระบมทั่วทรวงอก สาเหตุจากการที่เด็กไปฟ้องผู้ปกครองเมื่อถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนกลั่นแกล้ง

อันที่จริงประเด็นใบอนุญาตของครูที่บ้านเราหยิบยกมาถกเถียงกันนั้นเป็นเรื่องปลายเหตุ เพราะแม้แต่ครูที่มีใบอนุญาตบางคนก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกันนี้

ดีเบตรอบแรกเละ ทรัมป์-ไบเดนด่ากันกลางเวที #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634344

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 12:33 น.ดีเบตรอบแรกเละ ทรัมป์-ไบเดนด่ากันกลางเวทีโดนัลด์ ทรัมป์-โจ ไบเดน ด่ากันเละบนเวทีดีเบตผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมเครต เข้าร่วมการอภิปรายโต้วาทีผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 เป็นครั้งแรก โดยมีคริส วอลเลส เป็นผู้ดำเนินรายการ

ทรัมป์และไบเดนมีการพูดจาดูหมิ่นและขัดจังหวะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ระบบสาธารณสุขไปจนถึงเศรษฐกิจและครอบครัว ในขณะที่คริส วอลเลสพยายามควบคุมการสนทนา

ไบเดนเรียกทรัมป์ซ้ำๆ ว่าเป็น “ตัวตลก” และเป็น “ประธานาธิบดีที่แย่ที่สุดของสหรัฐ” และกล่าวหาว่าทรัมป์เป็นคนเหยียดเชื้อชาติ ในส่วนของทรัมป์ก็ดูถูกสติปัญญาขของไบเดนและโจมตีเรื่องข้อกล่าวหาต่อฮันเตอร์ ไบเดนลูกชายของโจ ไบเดนเกี่ยวกับการติดต่อธุรกิจต่างประเทศของเขาซึ่งเป็นข้อกล่าวที่ไม่ชัดเจน

ทรัมป์ตอบคำถามแรกเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามาแทนที่ผู้พิพากษาศาลสูง รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้ล่วงลับ ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะจัดหาคนมาแทนที่อย่างรวดเร็วใน ขณะที่ไบเดนกล่าวว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวอเมริกันควรมีสิทธิเลือกด้วย ซึ่งหมายความว่าทรัมป์ไม่ควรรีบเร่งแต่งตั้งคนที่มีควาฒโน้มเอียงเข้าข้างเขามาเป็นผู้พิพากษาศาลสูงก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

จากนั้นมีการอภิปรายในเรื่องนโยบายด้านสุขภาพโดยคริส วอลเลส พยายามห้ามปรามขณะผู้สมัครทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องนโยบายด้านสุขภาพของตน

“พวกคุณรู้ไหมว่าตัวตลกคนนี้พยายามทำอะไร” ไบเดนพูดกับกล้องขณะที่ทรัมป์กำลังพูด พร้อมปรามทรัมป์ว่า “หุบปากสักทีได้ไหม”

วอลเลส ถามเกี่ยวกับแผนการดำเนินการของทรัมป์ต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งได้คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 200,000 คน และเหตุใดผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงควรไว้วางใจไบเดนว่าจะมีแผนการดำเนินการที่ดีกว่า

“เขาตื่นตระหนก เขายังไม่มีแผน” ไบเดนกล่าวหาทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์รีบปฏิเสธและกล่าวว่า “คุณไม่เคยทำงานที่เราทำมาก่อน”

ทั้งนี้หลายชั่วโมงก่อนที่การอภิปรายจะเริ่มขึ้น ไบเดนได้เปิดเผยการคืนภาษีล่าสุดของเขาเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาต้องการให้ทรัมป์เปิดเผยภาษีของตน

ทรัมป์ถูกถามเกี่ยวกับการจ่ายภาษีของเขาที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเขาจ่ายภาษีให้รัฐบาลเพียง 750 เหรียญสหรัฐในปี 2016 และ 2017

อย่างไรก็ตามทรัมป์ไม่ได้ชี้แจงการจ่ายภาษีของเขาโดยละเอียดเพียงแต่กล่าวว่าเขาจ่ายภาษีหลายล้านดอลลาร์ให้กับรัฐบาลและอีกไม่นานประชาชนจะได้เห็น

หลังถกเถียงกันเรื่องภาษีก็ได้มีการหยิบยกประเด็นเศรษฐกิจขึ้นมาโต้เถียงโดยไบเดนกล่าวว่า “พวกคุณดูสิ่งที่ทรัมป์ลงมือทำจริงๆ เขาทำน้อยมาก ประเทศจีนสามารถช่วงชิงไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ทรัมป์ยังกล่าวหาฮันเตอร์ลูกชายของโจ ไบเดนว่าเขาได้รับเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐจากประเทศจีน และยังอ้างว่าภรรยาของนายกเทศมนตรีมอสโกยังให้ฮันเตอร์อีกสามล้านห้าแสนเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ไบเดนยังประณามทรัมป์ว่าเหยียดสีผิว และยกตัวอย่างความล้มเหลวของทรัมป์ในการจัดการกับการระบาดใหญ่ นอกจากนี้เขายังพยายามชี้ให้เห็นว่าคำพูดของทรัทป์อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอย่างไม่อาจแก้ไขได้

สำหรับทรัมป์ การอภิปรายครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการรื้อฟื้นคะแนนเสียงเนื่องจากผลสำรวจคะแนนของเขาลดลงเป็นเวลาหลายเดือน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันว่าการดีเบตในครั้งที่เหลือของทั้งสองพรรคจะจัดขึ้นตามกำหนดการณ์เดิมต่อไป

วิจัยเผยโอกาสติดโควิดบนเครื่องบินไม่ถึง 1% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634293

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 19:00 น.วิจัยเผยโอกาสติดโควิดบนเครื่องบินไม่ถึง 1%ผู้บริหารสายการบินอ้างผลการศึกษาของฮาวาร์ดว่าโอกาสติดโรคโควิด-19บนเครื่องบินมีน้อยกว่า 1%

Bloomberg รายงานว่าประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารจากสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐทุกสายเข้าร่วมการประชุม Skift Global Forum ซึ่งเป็นการประชุมเสมือนจริงที่มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการเดินทาง

สายการบินเจ็ตบลูแอร์เวย์ มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ท่ามกล่างวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19และกล่าวว่าอาจไม่ต้องใช้วัคซีนหรือแม้แต่แผนการทดสอบที่ครอบคลุม โดยอ้างอิงการวิจัยของวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาวาร์ดสามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างมาก ซึ่งได้ค้นพบว่าการสวมหน้ากากอนามัยในร่มให้ประสิทธิภาพเช่นเดียวกับระบบกรองอากาศ HEPA (ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง) ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่า 1% ในการแพร่เชื้อโควิดในเครื่องบิน

การศึกษาของฮาวาร์ดซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมการบินยังคงดำเนินต่อไป แต่ขณะเดียวกันศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าผู้คน 11,000 คนในสหรัฐอาจได้รับเชื้อไวรัสบนเที่ยวบิน

เคอร์บี้เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงที่ว่าเครื่องบินปลอดภัยแค่ไหนแต่เขายังไม่เห็นถึงความต้องการในการขึ้นเครื่องบินของผู้บริโภคจนกว่าจะมีวัคซีนใช้อย่างแพร่หลายหรือจนกว่าสายการบินจะผ่านการทดสอบและยืนยัน

อย่างไรก็ตามสายการบินยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19บนเครื่องบินโดยบาสเตียน ประธานกรรมการบริหารเดลตาแอร์ไลน์ กว่าวว่าสายการบินมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามข้อกำหนดไม่ว่าจะเป็นการฉีดพ่นยาฆ่าเเชื้อและปิดกั้นที่นั่งตรงกลาง

ในขณะที่สายการบินเจ็ตบลูเรียกร้องให้มีการรณรงค์สร้างความตระหนักถึงงานวิจัยของฮาวาร์ดซึ่งจะทำให้การโดยสารบนเครื่องบินปลอดภัยเช่นเดียวกับการเดินทางไปร้านขายของชำ

ขณะที่สก็อตต์ เคอร์บี้ ประธานกรรมการบริหารของยูไนเต็ด แอร์ โฮลดิงส์ กว่าวว่าขณะนี้งาน 100,000 ตำแหน่งตกอยู่ในความเสี่ยงและกล่าวว่าสิ่งต่างๆ ไม่น่าจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “จนกว่าจะมีวัคซีนแพร่หลาย”

นอกจากนี้เมย่า ลีปแมน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของอเมริกันแอร์ไลน์ กล่าวว่า “ฉันเคยผ่านเหตุการณ์ 9/11 ผ่านวิกฤติการเงิน ผ่านการปรับโครงสร้าง ผ่านการควบรวมกิจการกับยูเอสแอร์เวย์ ฉันสามารถพูดด้วยความมั่นใจเลยว่าโควิด-19 เป็นวิกฤติหนึ่งที่เลวร้ายที่สุด”

จีนโต้สหรัฐกรณีกล่าวหาสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634288

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 18:02 น.จีนโต้สหรัฐกรณีกล่าวหาสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมจีนโต้กลับข้อกล่าวหาสหรัฐ ชี้เป็นเรื่องตลกที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์ทางการเมือง

หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ โดยชี้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องตลกเพื่อต่อต้านจีนที่สหรัฐสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง

หวังตอบโต้ข้อกล่าวหาของสหรัฐเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลักลอบค้าสัตว์ป่า และขยะในทะเลของจีน โดยกล่าวว่าสิ่งที่เรียกว่า “เอกสารข้อเท็จจริง” นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำโกหกอันยืดยาว

ความสำเร็จของจีนในการจีดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยช่วงสิ้นปี 2019 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของจีนต่อหน่วยจีดีพีลดลงร้อยละ 48.1 เมื่อเทียบกับของปี 2005 และสัดส่วนของเชื้อเพลิงที่ไม่ใช้ฟอสซิลสูงถึงร้อยละ 15.3 ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศปี 2020 ก่อนกำหนด

หวังกล่าวว่า การปลูกป่าใหม่ในจีนคิดเป็นร้อยละ 25 ของการปลูกป่าทั่วโลก และยานยนต์พลังงานใหม่กว่าครึ่งหนึ่งของโลกก็อยู่ในจีน ขณะเดียวกันจีนประกาศว่าจะขยายเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ พร้อมมุ่งมั่นว่าจะให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงจุดสูงสุดก่อนปี 2030 และทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์ก่อนปี 2060

หวังกล่าวว่าจีนเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าที่เข้มงวดที่สุด จีนมีส่วนส่งเสริมทรัพยากรป่าไม้ ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ และการค้าจากป่าไม้ที่ยั่งยืนทั่วโลก โดย “จีนบรรลุเป้าหมายนำเข้าขยะมูลฝอยเป็นศูนย์ในขั้นพื้นฐานภายในสิ้นปี 2020”

ผู้คนทั่วโลกต่างรับรู้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงมือทำและมีส่วนร่วม ส่วนใครเอาแต่พูดจาเลื่อยลอยและสร้างความวุ่นวาย

หวังชี้ว่า ความจริงก็คือสหรัฐเป็นผู้กระทำผิดที่ทำลายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุด และสหรัฐเองก็เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อสิ่งแวดล้อมโลกด้วย

ญี่ปุ่นเล็งสกัดน้ำจากดวงจันทร์เป็นเชื้อเพลิงยานสำรวจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634278

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 17:00 น.ญี่ปุ่นเล็งสกัดน้ำจากดวงจันทร์เป็นเชื้อเพลิงยานสำรวจองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) มีแผนสำรวจดวงจันทร์โดยใช้น้ำที่สกัดจากน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์เป็นเชื้อเพลิงภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030

ตามแผนนี้ ญี่ปุ่นจะร่วมมือกับสหรัฐในการสร้างสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์ Gateway ในช่วงทศวรรษ 2020 และสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงบริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ราวปี 2035

โรงงานดังกล่าวจะผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนโดยการใช้โซลาเซลล์ในการแยกส่วนประกอบของน้ำออกเป็นออกซิเจนและไฮโดรเจน จากนั้นจึงนำกลับมารวมกันอีกครั้งเพื่อทำให้เกิดพลังงาน

พลังงานที่ได้จะถูกนำไปใช้กับยานอวกาศที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพื่อขนส่งนักบินอวกาศ 4 คนไปทางไปกลับจาก Gateway และยานที่ใช้สำรวจพื้นผิวดวงจันทร์

ข้อมูลของ JAXA ระบุว่า การเดินทางไปกลับจาก Gateway ต้องใช้น้ำราว 37 ตัน และ 21 ตัน สำหรับการลงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์แต่ละครั้ง

JAXA เชื่อว่าการใช้เชื้อเพลิงที่สกัดจากน้ำแข็งบนดวงจันทร์จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าขนส่งน้ำจากพื้นโลกขึ้นไป หากลงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ราว 5-7 ครั้ง

เยอรมนีเรียกร้องแนวร่วมสหรัฐ-ยุโรป รับมือสงครามเย็นครั้งใหม่กับจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634270

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 16:00 น.เยอรมนีเรียกร้องแนวร่วมสหรัฐ-ยุโรป รับมือสงครามเย็นครั้งใหม่กับจีน เยอรมนีเตรียมเผชิญสงครามเย็นครั้งใหม่กับจีนเร่งกระชับความสัมพันธ์สหรัฐและยุโรป

เอเอฟพีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ยุโรปและสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับ “สงครามเย็นครั้งใหม่กับจีน” ร่วมกันไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนก็ตาม

ปีเตอร์ เบเยอร์ ผู้ประสานงานของรัฐบาลเยอรมันด้านความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา กล่าวว่าเหลือเวลาอีกเพียงห้าสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐจะมาถึง และยืนยันว่าประเทศในยุโรปจะมีผลประโยชน์ร่วมกัน

เขาให้ความเห็นว่า “ยุโรปต้องยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ของจีน สงครามเย็นครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้เริ่มขึ้นแล้วและจะก่อตัวขึ้นในศตวรรษนี้”

เบเยอร์กล่าวว่าเยอรมนีพบว่าการทำงานกับโจไบเดนนั้นง่ายกว่า หลังจากสี่ปีของความขัดแย้งระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และอังเกลา แมร์เคิล ในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน, การค้า, นาโต และสภาพภูมิอากาศ

“ถ้าไบเดนชนะทุกอย่างจะยอดเยี่ยม มันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทอง ปัญหาที่ถกเถียงกันจะหายไปชั่วข้ามคืน ไบเดนจะทำให้มิตรภาพข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจะกลับมาอีกครั้ง” เขากล่าว

อย่างไรก็ตามเบเยอร์ยืนยันว่าแม้จะมีการแข่งขันสูงแต่การเลือกตั้งครั้งใหม่ก็ไม่อาจทำให้ความสัมพันธ์ของชาติตะวันตกสั่นคลอนโดยอ้างถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสมาชิกสภาคองเกรสและหลายรัฐในสหรัฐ

“ใครนั่งอยู่ในทำเนียบขาวเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันไม่สามารถครอบงำมิตรภาพข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้” เขากล่าวเสริม

เบเยอร์กล่าวว่าหลายทศวรรษของความร่วมมือหลังสงครามระหว่างพันธมิตรได้สร้างรากฐานของค่านิยมที่ควรจะเป็น เช่น เสรีภาพ ประชาธิปไตย สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สหรัฐได้สอนให้แก่เยอรมนี

ซึ่งตรงข้ามกับจีน ที่มีเครื่องหมายของความเผด็จการ การขาดเสรีภาพสื่อมวลชนและสิทธิมนุษยชน

เบเยอร์เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงไม่กี่คนของพรรคคริสเตียนเดโมแครต (CDU) เขากล่าวว่าพรรคจะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญเหล่านั้นเมื่อเลือกผู้นำคนใหม่ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้าเมื่อสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง 16 ปีของแมร์เคิล

เขากล่าวว่าความมั่นคงเป็นสิ่งหนึ่งที่เยอรมนีต้องดำเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์มีแผนที่จะลดจำนวนทหารสหรัฐที่ประจำการในเยอรมนีลง 9,000 นาย เหลือเพียง 25,000 นาย

เยอรมนีต้องยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านความมั่นคงในขณะที่ทำงานร่วมกับพันธมิตรในยุโรปเพื่อมีบทบาทด้านความมั่นคงมากขึ้น

“เพื่อประโยชน์ของเราเองเราจึงต้องผลักดันความร่วมมือด้านกลาโหมภายในยุโรป” เบเยอร์กล่าว

ทั้งนี้เบเยอร์ยอมรับว่าบางครั้งเยอรมนีละเลยความสัมพันธ์กับสหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามผลสำรวจชี้ว่าเยอรมนีเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกันจำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกครั้ง

เจแปนแอร์ไลน์หนุน LGBT ยกเลิกใช้คำว่า “สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634254

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 14:15 น.เจแปนแอร์ไลน์หนุน LGBT ยกเลิกใช้คำว่า "สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี"สายการบินญี่ปุ่นเจแปนแอร์ไลน์ยกเลิกใช้คำว่า “สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี” สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ

สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (28 กันยายน) ว่าจะเปลี่ยนคำทักทายผู้โดยสารจาก “สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี” เป็นคำทักทายอื่นที่ไม่ระบุเพศตามสายการบินระดับโลกอื่นๆ เพื่อใช้ภาษาที่ครอบคลุมผู้โดยสารมากขึ้น เช่น “เรียนผู้โดยสารทุกท่าน” หรือ “อรุณสวัสดิ์”

โดยจะปรับการประกาศที่สนามบินและเที่ยวบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

มาร์ก โมริโมโตะ โฆษกของเจแปนแอร์ไลน์กล่าวว่า “เราต้องการที่จะเป็นบริษัทที่สามารถสร้างบรรยากาศที่ดี และปฏิบัติต่อผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม เรามุ่งมั่นที่จะไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นทางเพศ, อายุ, สัญชาติ, เชื้อชาติ, ชาติพันธุ์, ศาสนา, ความทุพพลภาพ รวมถึงรสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือคุณลักษณะส่วนบุคคลอื่นๆ “

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่การสนับสนุนขององค์กรสำหรับสิทธิ LGBT+ กำลังเติบโตในสังคมอนุรักษ์นิยมในญี่ปุ่น

นอกจากนี้เมื่อเดือนมีนาคมสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ประกาศอนุญาตให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงสวมกางเกงขายาวและไม่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงในที่ทำงานหลังจากการรณรงค์เรียกร้องสิทธิสตรี

ทั้งนี้สายการบินหลายแห่งทั่วโลกได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายกันเพื่อรองรับผู้โดยสารนอนไบนารีหรือผู้โดยสารข้ามเพศ

รวมถึงสายการบินแอร์แคนาดาและสายการบินอีซี่ย์เจ็ต ได้ยกเลิกคำว่าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีไปเมื่อปีที่แล้ว

ประหารชีวิตครูเนิร์สเซอรี่จีนวางยานักเรียน 25 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634260

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 13:15 น.ประหารชีวิตครูเนิร์สเซอรี่จีนวางยานักเรียน 25 คนเหตุการณ์นี้สร้างความช็อกและกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งไปทั่วประเทศจีน

สำนักข่าว Global Times ของจีนรายงานว่า ศาลในเมืองเจียวจั้วในมณฑลเหอหนานพิพากษาประหารชีวิต หวางหยุน ครูเนิร์สเซอรี่ในข้อหาวางยาเด็กนักเรียน 25 คน และอีก 1 คนเสียชีวิต

เหตุการณ์ที่สร้างความช็อกไปทั่วประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ปีที่แล้ว โดยครูรายนี้ใส่โซเดียมในเตรต (สารเคมีที่ใช้ถนอมอาหาร แต่หากใช้ปริมาณมากเกินไปจะเป็นอันตราย) ลงในข้าวต้มของนักเรียนของเพื่อนครูด้วยกัน เพื่อแก้แค้นเนื่องจากเคยทะเลาะกันเรื่องการบริหารจัดการนักเรียน

ขณะนั้นมีรายงานว่า หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่มีโซเดียมไนเตรต นักเรียน 23 คนเริ่มอาเจียนและหมดสติ ทางโรงเรียนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยหลังจากนั้นมีนักเรียนเสียชีวิต 1 ราย

นอกจากนี้ ศาลระบุว่า ก่อนที่จะวางยานักเรียน หวางหยุนยังเคยใช้สารเดียวกันนี้ใส่อาหารให้สามีที่ประสบอุบัติเหตุรับประทานด้วย