อาเซอร์-อาร์เมเนียยังปะทะกันอย่างดุเดือด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634248

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 12:16 น.อาเซอร์-อาร์เมเนียยังปะทะกันอย่างดุเดือดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีพิพาทอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น การสู้รบกันอย่างดุเดือะระหว่างอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียยังคงเปิดฉากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียเผยว่า กองกำลังฝั่งอาเซอร์ไบจานโจมตีแนวหน้าทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงเหนือของคาราบัคอย่างหนักเมื่อค่ำวันจันทร์

ด้านกระทรวงกลาโหมคาราบัคระบุว่า ทหารกองกำลังคาราบัคเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 26 ราย รวมมีทหารคาราบัคผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 84 ราย

ขณะที่ฝั่งอาเซอร์ไบจานยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่การปะทะระลอกใหม่เมื่อวันจันทร์เริ่มต้นขึ้น

ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุว่า รัสเซียจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดคือการยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน

ส่วนประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอาน ของตุรกี เรียกร้องให้อาร์เมเนียยุติการยึดครองคาราบัค

จีนเลี่ยงนำเข้าอาหารแช่แข็งหลังพบไวรัสโคโรนาหลายครั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634244

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 11:40 น.จีนเลี่ยงนำเข้าอาหารแช่แข็งหลังพบไวรัสโคโรนาหลายครั้งจีนพบเชื้อไวรัสโคโรนาจากอาหารแช่แข็งหลายประเทศพร้อมสั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้ม

CNN รายงานว่าเจ้าหน้าที่ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ได้สั่งให้ผู้นำเข้าหลีกเลี่ยงอาหารแช่แข็งจากประเทศที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรง หลังการตรวจสอบเชื้อไวรัสโคโรนาจากอาหารทะเลนำเข้าหลายครั้งได้ผลเป็นบวก

สำนักการพาณิชย์ประจำเทศบาลนครปักกิ่งระบุว่า ศุลกากรและรัฐบาลท้องถิ่นตรวจพบไวรัสโคโรนาหลายครั้งในอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเสี่ยงต่อการปนเปื้อน พร้อมกำชับผู้นำเข้าให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการนำเข้าอาหารแช่แข็งจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง

ทั้งนี้ จีนได้ตรวจพบไวรัสโคโรนาจากอาหารแช่แข็งจากหายประเทศ อาทิ ปีกไก่แช่แข็งและปลาแช่แข็งจากบราซิล อาหารทะเลแช่แข็งจากนอร์เวย์ ผลิตภัณฑ์สัตว์นำจากรัสเซีย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าจีนได้ระงับการนำเข้าอาหารแช่แข็งจากบริษัทอาหารหลายสิบแห่ง อย่างน้อย 19 ประเทศ รวมถึงโรงงานไทสันฟู้ดส์ในสหรัฐ

เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้มีการคัดกรองอาหารนำเข้าทั่วประเทศเพิ่มขึ้นและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มาจากสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสรุนแรง

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า จีนยังไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่หรือผู้ที่เสียชีวิตรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ พบว่าจีนมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 90,483 ราย และเสียชีวิต 4,739 ราย โดยส่วนใหญ่ตรวจพบในช่วงแรกของการแพร่ระบาด ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมจีนมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 500 ราย

กลศึกของจีนหนีตายการปิดล้อมทางเทคโนโลยี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634202

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 09:48 น.กลศึกของจีนหนีตายการปิดล้อมทางเทคโนโลยีจีนกำลังถูกสหรัฐและพันธมิตรปิดล้อมไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยี แต่จีนจะเอาตัวรอดจากกลศึกนี้ได้หรือไม่?

หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทในสหรัฐต้องยื่นขอใบอนุญาตในการส่งออกผลิตภัณฑ์บางอย่างไปยังผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน คือ SMIC โดยอ้างว่ามีความเสี่ยงที่ชิปที่นำเข้ามาจากสหรัฐไปยังจีนนั้นจะถูกนำไปใช้ทางทหารในท้ายที่สุด

ปรากฎว่าอีกสองวันถัดมาซึ่งเป็นวันเปิดตลาดหุ้น (จันทร์ที่ 28 กันยายน 2020) หุ้นของ SMIC ดิ่งลงในทันที

ถึงแม้ว่าคำสั่งห้ามนี้จะไม่ร้ายแรงเท่ากับกรณีของ Huawei แต่มันเป็นการตัดกำลังจีนอย่างมาก และบั่นทอนความพยาามของตีนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีชิปของจีน ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนประกอบจากสหรัฐ

ในสถานการณ์ที่จีนกับสหรัฐทำสงครามการค้าและสงครามเย็นแทบกระทันหันแบบนี้ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จีนจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีชิปของตัวเองได้ทันหรืออย่างน้อยก็ลดการพึ่งพาต่างประเทศได้

แต้มต่อจึงอยู่ที่สหรัฐ

และจีนต้องรับประกันการอยู่รอดของตัวเองในด้านเทคโนโลยี แต่มีทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น คือยอมอ่อนข้อให้สหรัฐเพื่อขอซื้ออุปกรณ์ชิป กับสองคือยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง

โอกาสที่จีนจะยอมอ่อนข้อนั้นมีอยู่ แต่โอกาสที่สหรัฐจะยอมให้จีนนั้นมีน้อย ดูจากถ้อยคำที่ใช้ในแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่บอกว่า บริษัทของจีนนั้นเป็น “unacceptable risk” (ความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้) กับ “military end use” (นำไปใช้ทางการทหารในท้ายที่สุด) แค่นี้ก็มีน้ำหนักพอแล้วที่สหรัฐจะไม่ยอม

ไม่ใช่ว่าสหรัฐจะไม่รู้ว่าจีนนำชิปไปใช้ทางการทหาร แต่รู้มานานหลายปีแล้ว และรู้ด้วยว่าจีนใช้สารพัดวิธีทั้งการส่งคนมาจารกรรมข้อมูลเทคโนโลยีหรือการทำสงครามแฮคเกอร์ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ผลประโยชน์ทางการค้ามันค้ำคอ จนกระทั่งในระยะหลังสหรัฐถ่วงดูแล้วพบว่าผลประโยชน์ทางการค้ากับจีนมีน้ำหนักน้อยกว่าการที่จีนเป็นภัยคุกคามของสหรัฐ

อย่างที่ผู้เขียนเคยบอกไว้ว่า ในช่วงสงครามเย็น (ครั้งแรก) โซเวียตเป็นภัยคุกคามกับสหรัฐเฉพาะแต่เรื่องการเมืองการทหาร ดังนั้นวิธีการจะสู้กับโซเวียตจึงไม่ซับซ้อนและจบลงด้วยการที่โซเวียตแพ้ภัยตัวเองไปเพราะไม่มีเกราะคุ้มกันในเรื่องโลกาภิวัฒน์

ขณะที่ญี่ปุ่นเคยรุ่งเรืองมากในทศวรรษที่ 70 – 80 จนเป็นภัยคุกคามกับสหรัฐในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ซับซ้อนเช่นกันเพราะญี่ปุ่นมีแต่พลังทางเศรษฐกิจ และจัดการได้ด้วยข้อตกลงพลาซ่าแอคคอร์ด ทำให้ญี่ปุ่นเศรษฐกิจตกต่ำมาจนถึงบัดนี้

แต่จีนต่างกันมาก จีนเป็นทั้งภัยคุกคามทางการทหารและเศรษฐกิจ จีนปรับตัวเองจากคอมมิวนิสต์มาเป็นลุกครึ่งทุนนิยมและสร้างสังคมที่กึ่งปิดกึ่งเปิดที่โจมตีได้ยาก เป็นศัตรูแบบที่สหรัฐต้องกลัวมากที่สุด

แล้วจีนกลัวสหรัฐหรือไม่?

บทบรรณาธิการของ Global Times ซึ่งเป็นสื่อหัวสีของทางการจีนแสดงอาการไม่ครั่นคร้ามและโจมตีสหรัฐตรงๆ (ดูเหมือนว่าจีนจะเลิกโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยใช้สื่อทางการกว่านี้เช่น China Daily)

บทบรรณาธิการตอนหนึ่งบอกว่า “นี่คือสมรภูมิใหม่ของสหรัฐหลังจากการปิดล้อม Huawei อย่างเต็มที่เพื่อทำให้อุตสาหกรรมไฮเทคของจีนเป็นอัมพาต อุตสาหกรรมข้อมูลทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากรากฐานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และสหรัฐเป็นผู้ควบคุมมันอย่างมั่นคง ดังนั้นจึงสามารถควบคุมความได้เปรียบของสงครามเทคโนโลยีกับจีนได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสหรัฐใช้ข้อได้เปรียบนี้แบบผิดๆ ต่อไป”

แต่ Global Times บอกว่า “เรา (จีน) จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับ “การเดินทางไกลครั้งใหม่” เราถูกกำหนดให้ต้องเผชิญกับความยากลำบากในอนาคตข้างหน้า แต่เราไม่ต้องตกใจ สหรัฐไม่สามารถบดขยี้เราได้ สงครามเทคโนโลยีที่เปิดฉากกับจีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลกระทบที่ครอบคลุมในวงจำกัดเท่านั้น เป็นเวลากว่าสองปีครึ่งแล้วที่สหรัฐยิงปืนนัดแรกเข้าใส่ ZTE แต่ความเป็นจริงแสดงให้เราเห็นว่าไม่ว่าจะทำอะไรสหรัฐก็ไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาของจีนได้”

“การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่” หรือ “new long march” เป็นการพาดพิงถึงหน้าประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ถูกศัตรูโจมตีจนต้องยกขบวนอพยพครั้งใหญ่ข้ามประเทศฟันฝ่าอุปสรรคนานาจนกระทั่งไปถึงฐานที่มั่นได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้เรียกว่า “การเดินทัพทางไกล” หรือ long march

หมายความจีนไม่กลัวเพราะลำบากกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

ไม่ต้องเอ่ยถึงช่วงเดินทัพทางไกล หลังจากที่คอมมิวนิสต์จีนมีชัยชนะแล้ว เหมาเจ๋อตงเห็นว่าจีนควรจะมีโครงการนิวเคลียร์และจรวดของตัวเอง จึงเริ่มโครงการพัฒนาโดยอาศัยความรู้จากนักวิทยาศาสตร์จีนที่ถูกเนรเทศจากสหรัฐและสหภาพโซเวียตก็ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ในฐานะมิตรสหายร่วมอุดมการณ์

แต่เมื่อสหภาพโซเวียตเกิดทะเลาะกับจีนจนตัดความสัมพันธ์และถอนตัวนักวิทยาศาสตร์ของตนออกไป จีนต้องเริ่มคลานต้วมเตี้ยมด้วยตัวเองเพราะขาดที่พึ่งทางเทคโนโลยี แต่สุดท้ายจีนก็สามารถต่อยอดทคโนโลยีของโซเวียตได้สำเร็จ มีทั้งระบิดนิวคเลียร์และขีปนาวุธของตัวเองที่ต่อมาต่อยอดเป็นโครงการอวกาศได้สำเร็จ

เราจะเห็นได้ว่าหากจีนมี “พิมพ์เขียว” แล้วการจะต่อยอดเป็นเรื่องไม่เกินความสามารถ ยิ่งในสถานการณ์กดดันด้วยแล้วจีนยิ่งต่อยอดเทคโนโลยีได้เร็วเหมือนช่วงที่โซเวียตแปรสภาพจากมิตรกลายเป็นศัตรูทำให้จีนถูกโดดเดี่ยว

แต่เบื้องหลังความสำเร็จของการต่อยอดยังเกิดจากการทำจารกรรมขนานใหญ่ด้วย ตั้งแต่การล้วงข้อมูลเรื่องระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐไปจนถึงข้อมูลการสร้างอาวุธแบบต่างๆ ไม่เฉพาะสหรัฐเท่านั้นจีนยังล้วงเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียด้วย

กับการล้วงข้อมูลนวัตกรรมของภาคธุรกิจจากจึงเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยเป้าหมายสำคัญของจีนคือไต้หวัน ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นหลักในการล้วงข้อมูลด้านเทคโนโลยีวงจรรวม

ในทางหนึ่งรัฐบาลไต้หวันพยายามปิดกั้นไม่ให้บริษัทชิป-เซมิคอนดักเตอร์ของตนไปลงทุนที่จีนเพื่อทำการปิดล้อมจีนและช่วยเหลือสหรัฐ แต่บางบริษัทก็มีท่าทีเหยียบเรือสองแคม เช่น TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวัน ที่ในทางหนึ่งก็ไปเปิดโรงงานที่แอริโซนาในสหรัฐ

แต่ทางหนึ่ง บอสใหญ่ของ TSMC ยังบอกเสียดายที่สหรัฐกับจีนทำสงครามเย็นกัน เพราะทำลายเส้นทางการแลกเปลี่ยนไอเดียในการพัฒนาเทคโนโลยี เพราะเป็นเวลาถึง 40 ปีที่แล้ว (นับตั้งแต่จีนเปิดประเทศ) ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์จากการค้าเสรีและโลกที่ปลอดจากความขัดแย้ง

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ไม่มีทางที่ไต้หวันจะยอมปล่อยเทคโนโลยีชิปไปอยู่ในมือจีน แต่จีนก็เข้าทำทุกวิถีทางจนได้ โดยเมื่อเดือนสิงหาคมมีครายงานข่าวว่า โครงการผลิตชิปของรัฐบาลจีนกำลังจะจ้างอดีตวิศวกรและผู้จัดการของ TSMC กว่าร้อยคนมาร่วมโครงการด้วย

เป็นไปได้ไหมว่าจีนได้กลิ่นเรื่องสหรัฐกับไต้หวันจะปิดทางตีจีนเรื่องชิป จึงชิงดึงตัวทีมงานเก่าจากไต้หวันมาร่วมงานก่อน?

แต่จีนอาจจะทำมากวก่าแค่ดึงตัวหัวกะทิมาร่วมงานด้วย Wired Magazine รายงานเมื่อเดือนสิงหาคมว่า แฮ็คเกอร์จีนได้ล้วงข้อมูลของธุรกิจเซมินคอนดักเตอร์ของไต้หวันและขโมยเอาพิมพ์เขียวการออกแบบและรหัสต้นฉบับชิป

เรื่องนี้บริษัท CyCraft ในไต้หวันรู้มาตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ระบุตัวตนได้ว่าเป็นแฮคเกอร์จีนในเดือนสิงหาคม แต่ไม่ใช่แค่ CyCraft เพราะยังมีบริษัทชิปอีก 7 แห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ของไต้หวันที่ถูกเล็งเป้าหมายด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไต้หวันถูกล้วงความลับเรื่องชิป เมื่อปี 2018 The Wall Street Journal ได้รายงานตีแผ่นการทำจารกรรมของพนักงานและวิศวกรในบริษัทเทคโนโลยีของไต้หวันแล้วนำไปมอบให้กับธุรกิจของจีนที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ

กรณีเหล่านี้เรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจีนลงมือทำจริงหรือไม่ แต่ในการทำสงครามย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการทำจารกรรม ซุนอู่ (ซุนวู) นักพิชัยสงครามผู้ยิ่งใหญ่ของจีนและของโลกยังกล่าวว่า การจารกรรมคือตัวชี้ขาดผลลัพธ์การรบ

พิชัยสงครามซุนอู่กล่าวว่า “มีแต่ผู้ปกครองผู้ปราดเปรื่องและขุนพลผู้ปรีชาเท่านั้นที่จะใช้หน่วยสืบราชการลับสูงสุดของกองทัพเพื่อจุดประสงค์ในการสอดแนม และจึงได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม สายลับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในสงคราม เพราะความสามารถของกองทัพในการเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับสายลับ”

นี่คือรูปแบบของสงครามเทคโนโลยีที่จีนกำลังทำอยู่

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by Noel CELIS / AFP

จุดเริ่มต้นความบาดหมางอาเซอร์-อาร์เมเนีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634188

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 19:09 น.จุดเริ่มต้นความบาดหมางอาเซอร์-อาร์เมเนียย้อนรอยความขัดแย้งอาเซอร์-อาร์เมเนีย ความบาดหมางเหนือดินแดนพิพาทนานหลายทศวรรษ

1. อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานมีความขัดแย้งกันเนื่องจากข้อพิพาทเหนือดินแดนนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นดินแดนที่นานาชาติยอมรับว่าภูมิภาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่กลุ่มชาติพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นอาร์เมเนีย

2. ในสมัยโบราณดินแดนแถบนี้มีชนชาติอาร์เมเนียนและอาเซอรีอาศัยคละเคล้ากัน เมื่อตั้งประเทศอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานทำให้มีคนทั้งสองเชื้อชาติพลัดหลงอยู่ในดินแดนของกันและกัน 

3. นากอร์โน-คาราบัคก็เป็นดินแดนพลัดหลงแห่งหนึ่ง โดยประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวอาร์เมเนียที่นับถือศาสนาคริสต์แต่ถูกแยกดินแดนไปอยู่ในใจกลางของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม สภาพของนากอร์โน-คาราบัคเป็นเหมือนไข่แดงที่ถูกล้อมด้วยดินแดนของอาเซอร์ไบจาน

4. เหตุการณ์แยกดินแดนนากอร์โน-คาราบัคเกิดขึ้นหลังจากที่อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต แต่โซเวียตได้มอบดินแดนนากอร์โน-คาราบัคให้แก่อาเซอร์ไบจานทั้งที่เป็นดินแดนของชาวอาร์เมเนีย โดยที่อาร์เมเนียพยายามทวงดินแดนนี้มาเป็นของตนแต่โซเวียตไม่ฟัง

5. ความขัดแย้งในระดับสงครามจึงระงับไปเมื่อสหภาพโซเวียตสถาปนาอำนาจเหนือพื้นที่ดังกล่าว แต่เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย นากอร์โน-คาราบัคกลับมาเป็นประเด็นพิพาทระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานอีกครั้ง

6. หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต อาร์เมเนียก็ทวงดินแดนนากอร์โน-คาราบัคในทันทีในปี 1991 (ในทางปฏิบัติเริ่มในปี 1988) จนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่พัวพันทั้งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนากอร์โน-คาราบัคและระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน

7. สงครามนี้อาร์เมเนียเป็นฝ่ายได้เปรียบสามารถบุกเข้าไปยึดดินแดนของอาเซอร์ไบจานได้ถึง 14% จนกระทั่งในปี 1994 สงครามนากอร์โน-คาราบัคสิ้นสุดลงด้วยการหยุดยิงโดยมีรัสเซียเป็นคนกลางเจรจา 

8.ในทางนิตินัยทั่วโลกยอมรับว่าอาเซอรไบจานคือเจ้าของภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค แต่ในทางปฏิบัติภูมิภาคประกาศตัวเป็นเอกราชในชื่อสาธารณรัฐอาร์ตซัคที่มีชาวอาร์เมเนียปกครอง ด้วยประชากรอาร์เมเนียถึง 95% และประเทศอาร์เมเนียให้การสนับสนุน

9. นอกจากนี้ ยังมีการละเมิดการหยุดยิงหลายครั้งนับแต่นั้นมา การต่อสู้ระหว่างอาร์เมเนียและอาเชอร์ไบจานยืดเยื้อมายาวนานกว่าสามทศวรรษ และครั้งที่ร้ายแรงที่สุดคือในปี 2016 และในเดือนกรกฎาคม 2020 ที่ชายแดนระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน

10. ล่าสุดในเดือนกันยายน 2020 เกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรงระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานอีกครั้งโดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝ่ายรุกล้ำอธิปไตยของตน

มาดูสัตว์กันเถอะ งานวิจัยชี้ดูรูปสัตว์น่ารักส่งผลดีต่อสุขภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634170

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 17:29 น.มาดูสัตว์กันเถอะ งานวิจัยชี้ดูรูปสัตว์น่ารักส่งผลดีต่อสุขภาพงานวิจัยสหราชอาณาจักรเผยการดูภาพสัตว์น่ารักทำให้ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และความกังวลลดลง

CNN รายงานว่างานวิจัยของมหาวิทยาลัยลีดส์ในสหราชอาณาจักรร่วมกับการท่องเที่ยวออสเตรเลียตะวันตกได้พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการดูสัตว์น่ารักอาจช่วยลดคาวมตึงเครียดและความวิตกกังวลได้

งานวิจัยได้ทำการศึกษาว่าการดูภาพและวิดีโอของสัตว์น่ารักเป็นเวลา 30 วินาที ส่งผลต่อความดันโลหิต, อัตราการเต้นของหัวใจ และความวิตกกังวลอย่างไร

ดร. แอนเดรีย อัตลีย์ (Dr. Andrea Utley) รองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยลีดส์รวบรวมภาพตัดต่อ 30 นาทีของสัตว์ที่น่ารัก อาทิ ลูกแมว ลูกสุนัข กอริลลาเด็ก และควอกกา

ควอกกาเป็นสัตว์หน้าตาน่ารักที่พบในออสเตรเลียตะวันตกและมักถูกเรียกว่า “สัตว์ที่น่ารักที่สุดในโลก”

จากการศึกษาดังกล่าวพบว่ากลุ่มตัวอย่างทุกรายมีความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และความวิตกกังวลลดลงหลังจากที่ดูวิดีโอ

ซึ่งความดันโลหิตของกลุ่มตัวอย่างโดยเฉลี่ยลดลงจาก 136/88 เป็น 115/71 ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เหมาะสม ในขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ยลดลง 6.5 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 67.4 bpm

ขณะที่อัตราความวิตกกังวลลดลง 35 เปอร์เซ็นต์ วัดโดยใช้แบบประเมินความวิตกกังวล (State-Trait Anxiety Inventory) ซึ่งเป็นวิธีการประเมินตนเองที่มักใช้เพื่อวินิจฉัยความวิตกกังวลโดยสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน

เมื่อสอบถามผู้เข้าร่วมการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่ชอบคลิปวิดีโอมากกว่าภาพนิ่งโดยเฉพาะสัตว์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์

ดร.  อัตลีย์เผยว่าค่อนข้างประหลาดใจมากที่ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจและความวิตกกังวลของกลุ่มตัวอย่างทุกคนลดลง และต่อจากนี้จะดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

อาเซอร์-อาร์เมเนียเสียชีวิตแล้วครึ่งร้อย นักรบต่างชาติร่วมวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634177

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 15:36 น.อาเซอร์-อาร์เมเนียเสียชีวิตแล้วครึ่งร้อย นักรบต่างชาติร่วมวงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีพิพาทอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ขณะนี้ชาวอาเซอร์ไบจานเสียชีวิต 6 ราย จากการการปะทะในนากอร์โน-คาราบัค ในขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย

ทางด้านตัวแทนกระทรวงกลาโหมของอาร์เมเนียกล่าวว่าชาวอาร์เมเนีย 200 คนได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 39 ราย เมื่อการสู้รบเข้าสู่วันที่สอง

รายงานนากอร์โน-คาราบัคประกาศยอดผู้เสียชีวิตทางทหารรวม 32 คน ในจำนวนนี้เป็น 15 นาย และขณะนี้ได้กู้คืนดินแดนบางส่วนที่สูญเสียการควบคุมไปให้กับอาเซอร์ไบจานเมื่อวาน (27 กันยายน)

ด้านเอกอัครราชทูตอาร์เมเนียประจำรัสเซียกล่าวว่าตุรกีได้ส่งทหารราว 4,000 นายจากซีเรียตอนเหนือไปยังอาเซอร์ไบจานเพื่อต่อสู้แย่งชิงพื้นที่นากอร์โน-คาราบัค อันเป็นดินแดนของชนเชื้อชาติอาร์เมเนียในใจกลางของประเทศอาเซอร์ไบจาน

ด้านรัฐบาลอาเซอร์ไบจานปฏิเสธว่าไม่มีนักรบต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้ 

ภาพชุดสงคราม

การปะทะกันระหว่างผู้แบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจานในเขตแยกนากอร์โน-คาราบัค
การปะทะกันระหว่างผู้แบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจานในเขตแยกนากอร์โน-คาราบัค
ประชาชนกำลังหลบระเบิดในสเตพานาแกร์ตเมืองหลวงของนากอร์โน-คาราบัค
ประชาชนกำลังหลบระเบิดในสเตพานาแกร์ตเมืองหลวงของนากอร์โน-คาราบัค

Photo by Handout / Azerbaijani Defence Ministry / AFP

ทรัมป์โดนแฉรวยเป็นพันล้านจ่ายภาษีแค่หลักร้อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634160

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 14:01 น.ทรัมป์โดนแฉรวยเป็นพันล้านจ่ายภาษีแค่หลักร้อยโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจ่ายภาษีถูกต้อง หลังสำนักข่าวดังแฉแทบไม่เสียภาษี

นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายน เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเขาจ่ายภาษีเงินได้ให้รัฐบาลกลางเพียง 750 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 23,700 บาท) ในปีที่เขาได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี และตลอด 15 ปีที่ผ่านมาทรัมป์หาทางไม่ต้องจ่ายภาษีนานถึง 10 ปี

นิวยอร์ก ไทม์ส ชี้ว่าข้อมูลภาษีที่ทรัมป์แจ้งต่อสรรพากรบ่งชี้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้ปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับก่อให้เกิดความเสียหายมากมายต่อรัฐด้วยการจ้างพนักงานเพื่อช่วยเลี่ยงการจ่ายภาษี ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่าทรัมป์มีทรัพย์สินรวม 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้นิวยอร์ก ไทม์ส ยังรายงานอีกว่าทรัมป์กำลังถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรในกรณีที่เขาขอคืนภาษีจนได้รับเงินคืนมา 72.9 ล้านดอลลาร์ แต่การขอคืนดังกล่าวอาจไม่ถูกต้องและทำให้เขาอาจเสียเงินภาษีคืนให้กับรัฐมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงในวันเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวปลอมและถูกสร้างขึ้นทั้งหมด เขาไม่รู้เห็นอะไรกับกรณีนี้ พร้อมบอกว่าเขาจ่ายภาษีเป็นเงินจำนวนมากให้กับรัฐแม้จะไม่ได้บอกว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไรก็ตาม

“ที่จริงผมเสียภาษี และคุณจะได้เห็นทันทีที่ผมได้คืนภาษี มันกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีซึ่งมีการตรวจสอบมานานแล้ว” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ยังให้คำมั่นอีกครั้งว่าจะเปิดเผยภาษีของเขาต่อสาธารณะหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบของกรมสรรพากร

สงครามอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนียเดือด UN จี้หยุดยิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634142

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 12:00 น.สงครามอาเซอร์ไบจาน-อาร์เมเนียเดือด UN จี้หยุดยิงสหประชาชาติเรียกร้องยุติการสู้รบหลังความขัดแย้งระหว่างอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียยังคงยืดเยื้อ

AFP รายงานว่าอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานกำลังเผชิญกับความขัดแย้งหลังการปะทะครั้งร้ายแรงซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน ในช่วงเวลาที่มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนที่ยาวนานหลายสิบปี จุดประกายให้เกิดการเรียกร้องระหว่างประเทศให้หยุดการสู้รบดังกล่าว

การสู้รบครั้งนี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งเรื่องดินแดนเขตนาร์กอโน-คาราบัคที่ยืดเยื้อกันมาหลายทศวรรษ

ประธานาธิบดี Arayik Harutyunyan แห่งคาราบัค กล่าวว่านักสู้แบ่งแยกดินแดนชาวอาร์เมเนีย 17 คนถูกสังหาร และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน จากการสู้รบ

Artak Bagdasaryan ชาวอาร์เมเนียซึ่งกำลังรอเข้ารับการเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพกล่าวว่า “เราเบื่อหน่ายกับภัยคุกคามของอาร์เซอร์ไบจาน เราจะสู้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

ผู้แบ่งแยกดินแดนคาราบัคกล่าวว่าหญิงชาวอาร์เมเนียคนหนึ่งและเด็กถูกฆ่าตายขณะที่บากูกล่าวว่าครอบครัวชาวอาเซอร์ไบจัน 5 คนเสียชีวิตจากการยิงกระสุนโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนีย

Artsrun Hovhannisyan โฆษกกระทรวงกลาโหมของอาร์เมเนียกล่าวว่ากองกำลังกบฏคาราบัคสังหารกองกำลังอาเซอร์ไบจานประมาณ 200 นาย และทำลายหน่วยปืนใหญ่ 30 หน่วย และโดรน 20 ลำ

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย Nikol Pashinyan เรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจทั่วโลกป้องกันไม่ให้ตุรกีเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง โดยเตือนว่า “เรากำลังเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบในคอเคซัสตอนใต้”

ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยุติการสู้รบ ขณะเดียวกันสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอธิษฐานขอให้มีสันติภาพ

Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าเขากังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับกรณีพิพาทดังกล่าว และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการต่อสู้และพูดคุยกันด้วยสันติวิธี

เช่นเดียวกับสหรัฐและรัสเซียก็ได้เรียกร้องให้ทั้งสองยุติการสู้รบเช่นกัน

แต่ตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรของอาเซอร์ไบจานกล่าวโทษเยเรวานว่าเป็นฝ่ายทำให้เกิดสงครามและสัญญาว่าบากูว่าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

“ชาวตุรกีจะสนับสนุนพี่น้องอาเซอร์ไบจันของเราด้วยทุกวิถีทางเช่นเคย” ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ของตุรกีโพสต์ลงบนทวิตเตอร์

ประธานาธิบดีคาราบัค Harutyunyan กล่าวว่าตุรกีจัดหาทหารและเครื่องบินรบให้กับการต่อสู้โดยบอกว่า “สงครามได้ดำเนินไปเกินขอบเขตของความขัดแย้งในคาราบัค-อาเซอร์ไบจานแล้ว”

เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาประธานาธิบดี Ilham Aliyev ของอาเซอร์ไบจานให้คำมั่นว่าอาเซอร์ไบจานจะต้องได้รับชัยชนะเหนือกองกำลังอาร์เมเนีย

ทั้งนี้อาร์เมเนียและคาราบัคประกาศกฎอัยการศึกและระดมกำลังทหาร

อาร์เมเนียกล่าวว่าอาเซอร์ไบจานโจมตีการตั้งถิ่นฐานของพลเรือนใน Nagorny Karabakh รวมถึงเมืองหลัก Stepanakert’

Anna Hakobyan ภรรยาของ Pashinyan กล่าวว่าเธอได้เดินทางไปโรงพยาบาลในเมือง Stepanakert เพื่อไปอยู่กับ “พี่น้อง” ของ Karabakh

กระทรวงต่างประเทศของอาเซอร์ไบจานกล่าวว่ามีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนจำนวนมาก

Olesya Vartanyan จาก International Crisis Group กล่าวกับ AFP ว่า “เราอยู่ห่างจากสงครามขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว”

“สาเหตุหลักประการหนึ่งของการเลื่อนระดับในปัจจุบันคือการขาดการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศเชิงรุกระหว่างสองฝ่ายเป็นเวลาหลายสัปดาห์” เธอกล่าวเสริม

Dmitry Trenin ผู้อำนวยการ Carnegie Moscow Centre ยังได้ทวีตว่า “สงครามกำลังดำเนินต่อไปถึงเวลาที่รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหรัฐจะร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้ง”

ในเช้าวันอาทิตย์ (27 กันยายน) อาเซอร์ไบจานเริ่มทิ้งระเบิดตามแนวรบของคาราบัค รวมถึงใน Stepanakert ประธานาธิบดีของ Karabakh กล่าว

กระทรวงกลาโหมของกลุ่มกบฏกล่าวว่ากองกำลังยิงเฮลิคอปเตอร์ของอาเซอร์ไบจานน 4 ลำและโดรน 15 ลำขณะที่บากูปฏิเสธข้อเรียกร้อง

ทั้งนี้ในเดือนกรกฎาคมการปะทะกันอย่างหนักตามแนวพรมแดนร่วมกันของทั้งสองประเทศซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาราบัคหลายร้อยกิโลเมตรทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน

โดยในระหว่างการปะทะที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเดือนเมษายน 2559 มีผู้เสียชีวิตราว 110 คน

สหรัฐอ้างความมั่นคง ปิดทางจีนเข้าถึงชิป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634097

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 10:31 น.สหรัฐอ้างความมั่นคง  ปิดทางจีนเข้าถึงชิป สหรัฐกำหนดข้อจำกัดในการส่งออกไปยังผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการส่งออกกับบริษัท Semiconductor Manufacturing International Corp. หรือ SMIC ซึ่งเป็นรัฐวิสหกิจเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านทเคโนโลยีของจีน และทำให้เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมากขึ้นไปอีก

กระทรวงพาณิชย์กล่าวในจดหมายลงวันที่ 25 กันยายนว่าขณะนี้บริษัทในสหรัฐต้องยื่นขอใบอนุญาตในการส่งออกผลิตภัณฑ์บางอย่างไปยังผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน คือ SMIC เนื่องจาก SMIC และบริษัทในเครือส่อให้เห็นว่ามีความเสี่ยงที่ชิปที่นำเข้ามาจากสหรัฐมายังจีนนั้นจะถูกนำไปใช้ทางทหารในท้ายที่สุด

SMIC ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อนิติบุคคลต้องห้ามของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งหมายความว่าข้อจำกัดดังกล่าวยังไม่รุนแรงเท่ากับข้อจำกัดที่กำหนดไว้สำหรับ Huawei Technologies Co. ของจีน โดยมีรายงานว่าสหรัฐอาจจะทำบัญชีดำที่มีมาตรการรุนแรงมากขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของกลุ่มบริษัทที่กว้างขึ้น สำนักข่าว Bloomberg การตัดสินใจใช้มาตรการนี้กับ SMIC เป็นการประนีประนอมระหว่างกระทรวงกลาโหมและการพาณิชย์ของสหรัฐและกลั่นกรองโดยคณะรัฐบาลทรัมป์อีกขั้นตอนหนึ่ง

SMIC ไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว โดยบริษัทกล่าวในแถลงการณ์ทางอีเมลว่าไม่มีความสัมพันธ์กับกองทัพจีนและไม่ได้ผลิตสินค้าสำหรับผู้ใช้ในกองทัพหรือการใช้งานทางทหารใด ๆ

ทั้งนี้ อุปกรณ์ของ SMIC มากถึง 50% มาจากสหรัฐ และบริษัทมีมูลค่าตลาดมากกว่า 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าของ SMIC ได้แก่ ผู้ผลิตชิปในสหรัฐ เช่น Qualcomm Inc. และ Broadcom Inc.

Edison Lee นักวิเคราะห์ของบริษัท Jefferies กล่าวว่า หากการห้ามส่งออกของสหรัฐต่อ SMIC เกิดขึ้นจริง ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะโจมตีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนเพิ่มมากขึ้นและมีแนวโน้มที่บริษัทอื่นๆ ของจีนจะถูกเล่นงานด้วย

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

ศาลสหรัฐระงับคำสั่ง “ทรัมป์” หลังห้ามดาวน์โหลด “TikTok” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/634131

วันที่ 28 ก.ย. 2563 เวลา 08:27 น.ศาลสหรัฐระงับคำสั่ง "ทรัมป์" หลังห้ามดาวน์โหลด "TikTok"ศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐระงับคำสั่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ ปมสั่งห้ามดาวน์โหลด TikTok จากแอปสโตร์ทั้งของแอปเปิลและกูเกิล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐได้ระงับคำสั่งของคณะทำงานของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กรณีที่มีคำสั่งห้ามดาวโหลดแอปพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok) จากแอปสโตร์ของบริษัทแอปเปิลและกูเกิล

ผู้พิพากษาคาร์ล นิโคลส์ แห่งศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ได้ทำการไต่สวนคำร้องของติ๊กต็อกเพื่อคัดค้านคำสั่งห้ามดังกล่าวของนายทรัมป์ และมีคำวินิจัยฉัยให้ระงับคำสั่งดังกล่าวของนายทรัมป์เป็นการชั่วคราว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ออกคำสั่งห้ามดาวน์โหลดแอปวิดีโอสั้นติ๊กต็อกจากแอปสโตร์ของแอปเปิลและกูเกิล โดยคำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 23.59 น.ของวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 63 ตามเวลาสหรัฐ