จีนอินเดียตกลงหยุดส่งทหารไปยังชายแดนพิพาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633788

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 19:48 น.จีนอินเดียตกลงหยุดส่งทหารไปยังชายแดนพิพาทอย่างไรก็ตามมีรายงานว่าจีนขนอาวุธหนักรวมถึงขีปนาวุธไปประจำการยังทิเบต

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนและอินเดียได้ตกลงที่จะหยุดส่งกองกำลังไปยังแนวหน้าของพรมแดนหิมาลัยที่เป็นข้อพิพาท เพื่อลดความตึงเครียดที่กำลังบานปลาย

รัฐบาลทั้งสองพวกระบุแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร หรือหนึ่งวันหลังจากจัดการประชุมระดับผู้บัญชาการว่าทั้งสองฝ่ายจะหยุดสร้างสถานการณ์ขึ้นเพียงฝ่ายเดียว และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น

ทั้งรนี้ จีนและอินเดียกล่าวว่าการเจรจาดังกล่าวก่อให้เกิด “การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงลึกและตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ตามแนวชายแดน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นการลดทอนความรุนแรงจากเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยตามแนวพรมแดนที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศ เริ่มเพิ่มกำลังทหารในเดือนพฤษภาคมตามแนวชายแดน 3,488 กิโลเมตร หรือที่เรียกว่าแนวควบคุมที่แท้จริง (Line of Actual Control) ซึ่งยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่จะไม่ล่วงล้ำเขตที่อ้างสิทธิกันในปัจจุบัน

ความขัดแย้งทางทหารครั้งล่าสุดให้เกิดการเจรจาหลายรอบทั้งระดับผู้บัญชาการทหารและนักการทูตโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสุพราหมัณยัม ไชยศังกร แห่งอินเดีย และ หวางอี้ ของจีนเห็นพ้องกันในการหารือช่วงในเดือนนี้ว่า “สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ชายแดน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย”

ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ประเทศทั้งสองยังตกลงที่จะดำเนินการตามฉันทามติของผู้นำทั้งสองประเทศเสริมสร้างการสื่อสารในพื้นที่และหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและการตัดสินใจที่ผิดพลาด ทั้งสองฝ่ายจะจัดการประชุมระดับผู้บัญชาการทหารรอบที่ 7 โดยเร็วที่สุด

Photo by Mohd Arhaan ARCHER / AFP

คิดค้นแบตทรงพลัง 500% อีกไม่นานรถไฟฟ้าราคาหลักแสน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633746

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 18:30 น.คิดค้นแบตทรงพลัง 500% อีกไม่นานรถไฟฟ้าราคาหลักแสนอีลอน มัสก์ เผยแบตเตอรี่รูปแบบใหม่พลังงานเพิ่มขึ้นแต่ราคาถูกลง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทสลา เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ในงานวันแบตเตอรี่ (Battery Day) ซึ่งเขาอ้างว่าจะเป็นการปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง

อีลอน มัสก์ เผยว่า การผลิตแบตเตอรี่รูปแบบใหม่จะทำให้สามารถเก็บกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น รถยนต์สามารถวิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้น 16% และพลังงานเพิ่มขึ้น 500%

ความก้าวหน้าดังกล่าวจะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์มีราคาถูกลงถึง 56% และจะช่วยให้เทสลาสามารถผลิตรถยนต์ราคาประหยัดได้เป็นครั้งแรก

อีลอน มัสก์ มั่นใจว่าจะสามารถเปิดตัวรถยนต์มูลค่า 25,000 ดอลลาร์ หรือราว 790,000 บาท ภายในระยะเวลา 3 ปี

ในความพยายามเร่งการผลิต เทสลาจะเริ่มรวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับแบตเตอรี่รุ่นใหม่เหล่านี้ เช่นลิเทียม อิลอน มัสก์ กล่าวว่า “ลิเทียมมีอยู่มากมายบนโลกนี้ ในสหรัฐอเมริกามีลิเทียมเพียงพอที่จะเปลี่ยนรถทุกคันในประเทศให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้”

สำหรับด้านการผลิตเทสลาได้พัฒนาเครื่องหล่อที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และแบตเตอรี่ของรถยนต์จะรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถยนต์

ชาวอิตาลีโหวตให้ลดจำนวนนักการเมืองในสภา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633723

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 16:01 น.ชาวอิตาลีโหวตให้ลดจำนวนนักการเมืองในสภาการลดจำนวนผู้แทนฯ ทั้งสภาสูงและสภาล่างจะช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณได้มหาศาล

ชาวอิตาลีลงประชามติถึง 70% ให้ลดจำนวนนักการเมืองในรัฐสภาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภา โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนมากแม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงของการระบาดใหญ่ของโควิด-19

แผนการลดจำนวนนักการเมืองในสภาถูกเสนอมานานถึง 30 ปีแล้วแต่เพิ่งถูกผลักดันจริงๆ จังๆ เมื่อปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าที่จะลดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงจาก 630 คน เหลือ 400 คนและวุฒิสภาจาก 315 คน เหลือ 200 คน การลดจำนวนนักการเมืองจะช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 1,000 ล้านยูโรหรือประมาณ 36,000 ล้านบาทในช่วงเวลา 10 ปี

ด้านสำนักข่าว AGI คำนวณว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีค่าใช้จ่าย 230,000 ยูโรหรือ 8,467,389 บาทต่อปีและสมาชิกวุฒิสภา 249,600 ยูโรหรือ 9,188,958 บาท การจำนวนนักการเมืองลงในสภาล่างจะช่วยประหยัดเงินได้ 52.9 ล้านยูโรหรือ 1,948 ล้านบาทต่อปีและสมาชิกในวุฒิสภา 28.7 ล้านยูโรหรือ 1,057 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโรเป็นบาทบาท วันที่ 23 กันยายน 2563

Photo by Andreas SOLARO / AFP

จีนตั้งเป้าเป็นผู้นำแก้ปัญหาโลกร้อน อีก40ปีไม่มีคาร์บอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633713

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 14:29 น.จีนตั้งเป้าเป็นผู้นำแก้ปัญหาโลกร้อน อีก40ปีไม่มีคาร์บอนจีนตั้งเป้าที่เป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ตั้งเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ปี ??2060

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเดินหน้าเขี่ยสหรัฐออกจากการเป็นผู้นำโลกในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจีนซึ่งผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ที่สุดของโลกจะปลอดจากคาร์บอนภายในปี 2060 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมยกย่องว่าเป็นก้าวย่างสำคัญ

สำนักข่าว AFP รายงานว่าเป้าหมายที่สีจิ้นผิงตั้งไว้รวมถึงคำมั่นสัญญาที่จะปล่อยมลพิษให้ถึงจุดสูงสุดในปี 2030 แล้วจะผลักดันให้การปล่อยมลพิษลดลงหลังจากนั้น นับเป็นคำสัญญาที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่จีนประกาศมา ทั้งนี้จีนซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงหนึ่งในสี่ของโลก ซึ่งก๊าซเรือนกระจกมีส่วนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สีจิ้นผิงกล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยย้ำถึงการสนับสนุนข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศที่กรุงปารีสเมื่อปี 2015 หรือความตกปารีส และเรียกร้องให้มีประเทศต่างๆ ใช้นโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในขณะที่โลกฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด -19

ความตกลงปารีสเป็นเป้าหมายสำคัญของชาวโลกที่จะช่วยให้โลกร้อดพ้นจากวิกฤตโลกร้อน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษรายใหญ่อันดับสองของโลกได้ถอนข้อตกลงดังกล่าวและกล่าวโทษจีนว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักในการจัดการกับการปล่อยมลพิษทั่วโลก

แต่สุนทรพจน์ของสีจิ้นผิง เขาได้กำหนดให้จีนเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศโดยกล่าวว่าข้อตกลงปารีส “สรุปขั้นตอนขั้นต่ำที่ต้องดำเนินการเพื่อปกป้องโลก ซึ่งบ้านเกิดร่วมกันของเราและทุกประเทศต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงนี้”

“เราตั้งเป้าหมายว่าจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดสูงสุดก่อนปี 2030 และทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์ก่อนปี 2060” สีจิ้นผิงกล่าวผ่านวิดิโอคอลล์

สีจิ้นผิงเรียกร้องให้ทุกประเทศ “คว้าโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดจากการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรอบใหม่และการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรม”

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้ยังน่ากังขาเพราะปัจจุบันจีนมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 135 กิกะวัตต์ตามรายงานของ Global Energy Monitor ซึ่งเป็นกลุ่มสิ่งแวดล้อมในซานฟรานซิสโก ซึ่งเท่ากับประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดในสหรัฐ

สหภาพยุโรปพยายามผลักดันให้จีนตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือกระจกให้เร็วขึ้นโดยเลื่อนเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดมาเป็นปี 2025 โดยอ้างว่าช้าไปแค่ 5 ปีก็มีความสำคัญเนื่องจากโลกต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ทันแล้ว

ทั้งนี้ ข้อตกลงด้านสภาพอากาศที่กรุงปารีสกำหนดให้ประเทศต่างๆ จำกัดอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้น “ต่ำกว่า” 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนอุตสาหกรรม โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและกว้างขวางท่าทีของสีจิ้นผิงแตกต่างอย่างมากกับของทรัมป์ที่บอกข้อตกลงปารีสไม่ยุติธรรมกับสหรัฐ

ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลังยืนหยัดต่อสู้เพื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เช่นคนงานเหมืองถ่านหินและได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมลงหลายข้อ แม้ว่าแต่ละรัฐในสหรัฐ เช่นแคลิฟอร์เนียจะยืนยันที่จะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยตัวเอง

“ผู้ที่โจมตีสถิติด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมของอเมริกาในขณะที่เพิกเฉยต่อมลพิษที่คุกคามโลกของจีน เป็นพวกที่ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม” ทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์ของสหประชาชาติก่อนที่สีจิ้นผิงจะกล่าวสุนทรพจน์ “พวกเขาต้องการลงโทษอเมริกาเท่านั้นและผมจะไม่ยอมแพ้”

จางจวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติเย้ยหยันคำพูดของทรัมป์ซึ่งมีสุนทรพจน์ต่อสมัชชาฯ สหประชาชาติโดยโจมตีจีนเรื่องโควิด -19

“สหรัฐควรเป็นประเทศสุดท้ายที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว “พวกเขาเป็นคนที่แยกตัวออกจากความพยายามระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

อนาคตของข้อตกลงปารีสจะถูกชี้ชะตาในวันที่ 3 พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยคู่แข่งของทรัมป์คือ โจ ไบเดน ให้คำมั่นว่าจะนำสหรัฐกลับสู่ข้อตกลงปารีสและและทำให้สหรัฐปล่อยคาร์บอนเท่ากับศูนย์ 2050

Photo by WANG Zhao / AFP

สงครามเย็นวัคซีน สหรัฐ-จีนลุยเองไม่ร่วมโครงการอนามัยโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633710

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 13:00 น.สงครามเย็นวัคซีน สหรัฐ-จีนลุยเองไม่ร่วมโครงการอนามัยโลกกว่า 150 ประเทศร่วมลงนามโครงการแจกจ่ายวัคซีนไควิดไร้เงาสหรัฐ-จีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานความคืบหน้าโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นโครงการระดมเงินทุนเพื่อจัดซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 และแจกจ่ายให้กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม

ขณะนี้ราว 156 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามในโครงการดังกล่าว และยังมีอีก 38 ประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมในไม่ช้า แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนไม่ได้เข้าร่วมด้วย

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เซ็นสัญญาจัดหาวัคซีนผ่านข้อตกลงทวิภาคีต่างๆ หลายฉบับ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวและส่งผลกระทบต่อประเทศยากไร้

ในขณะที่จีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไวรัสโคโรนาก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศร่ำรวย 64 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการ COVAX เพื่อส่งมอบวัคซีน 2 พันล้านโดสให้แก่ประเทศทั่วโลกในสิ้นปี 2021 แต่เจ้าหน้าที่โครงการเผยว่ายังคงดำเนินการเจรจากับรัฐบาลจีนต่อไป

ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกและองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (GAVI) เผยว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถแจกจ่ายวัคซีนครอบคลุมถึง 2 ใน 3 ของประชากรทั่วโลก ซึ่งเป็นโครงการที่จะสามารถผลิตวัคซีนที่หลากหลายและมากที่สุดในโลก

เตโวโดรส อัดฮาโนม ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่การกุศลแต่เป็นผลประโยชน์สูงสุดของทุกประเทศ เราจะจมหรือว่ายน้ำไปด้วยกัน นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นสิ่งที่ฉลาดที่จะทำ”

ต่างชาติชมไทยไอเดียเจ๋งส่งขยะคืนนักท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633694

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 11:30 น.ต่างชาติชมไทยไอเดียเจ๋งส่งขยะคืนนักท่องเที่ยวสื่อนอกนำเสนอแนวคิดไทยส่งขยะคืนนักท่องเที่ยว ชาวเน็ตต่างชาติแห่คอมเมนต์

สื่อต่างประเทศนำเสนอกรณีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ผุดไอเดียเก็บขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ส่งพัสดุคืนถึงบ้าน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่กางเต็นท์นอนมักทิ้งขยะไว้ที่อุทยาน

BBC รายงานว่า วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของไทยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในอุทยานเขาใหญ่จะเริ่มส่งขยะกลับไปยังบ้านของนักท่องเที่ยวหากพวกเขาทิ้งขยะไว้ที่อุทยาน เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนด้วยที่อยู่ของพวกเขาทำให้เจ้าหน้าที่สามารถส่งขยะที่พวกเขาทิ้งไว้กลับไปได้

นอกจากเศษขยะอาทิ ขวดพลาสติก กระป๋อง กระดาษที่ถูกบรรจุไว้แล้วยังมีข้อความอย่างสุภาพว่า “คุณลืมสิ่งเหล่านี้ไว้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”

เจ้าหน้าที่อุทยานกล่าวว่าขยะที่ทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสัตว์ที่อาจพยายามกินมัน

The Seattle Times ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของทางการไทยเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะและลดการใช้พลาสติก นักเคลื่อนไหวส่งเสียงเตือนมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขยะยังคงอุดตันในมหาสมุทร ปรากฏในท้องของวาฬที่ตายแล้วในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย และสเปน

ทั้งนี้ ชาวต่างชาติจำนวนมากแสดงความคิดเห็นชื่นชมแนวคิดดังกล่าว ผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวสหรัฐคนหนึ่งชื่อ Osorto Dyan ที่แสดงความเห็นในเพจ Asians Never Die บอกว่า “ดีจัง ผู้คนส่วนมากมีความสกปรก โดยเฉพาะที่นี่ในลอสแอนเจลิส ฉันไปปีนเขาและพบขยะอยู่ทุกที่ ฉันไปชายหาดก็พบผู้คนโบนขวดเบียร์และเศษอาหารลงทะเล” และมีความคิดเห็นจากประชาชนหลายประเทศที่ต้องการให้มีแนวคิดนี้ในเมืองของเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และมองว่านี่อาจสิ้นเปลืองค่าขนส่งมากกว่าการปรับเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวทิ้งขยะ

พบเพิ่มอีก โลงศพมัมมี่อายุกว่า 2,500 ปี รวม 27 โลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633641

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 09:00 น.พบเพิ่มอีก โลงศพมัมมี่อายุกว่า 2,500 ปี รวม 27 โลง อียิปต์พบโลงศพมัมมี่เพิ่ม 14 โลง เผยรอฟัง “ความลับเพิ่มเติม”

BBC รายงานว่า หลังจากที่อียิปต์ขุดพบโลงศพมัมมี่ 13 โลงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดนักโบราณคดีรายงานความคืบหน้าการขุดค้นโบราณวัตถุดังกล่าว โดยเผยว่ามีการขุดพบโลงศพเพิ่มเติม 14 โลง รวมเป็น 27 โลง อายุกว่า 2,500 ปี รวมถึงมัมมี่แมว จระเข้ งูเห่า และนก ที่พีระมิดซักคารา ทางตอนใต้ของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

กระทรวงโบราณวัตถุแถลงว่า การศึกษาเบื้องต้นพบว่าโลงศพเหล่านี้ปิดสนิท และยังไม่เคยเปิดตั้งแต่ถูกฝัง โลงศพเหล่านี้รวมถึงโบราณวัตถุอื่นๆ ที่ค้นพบบริเวณนั้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ Khaled al-Anani รัฐมนตรีกระทรวงโบราณวัตถุได้ชะลอการประกาศค้นพบจนกว่าเขาจะเข้าไปสำรวจด้วยตนเอง พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างยากลำบากในหลุมลึก 11 เมตร

การขุดสำรวจครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญพยายามที่จะหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของโลงศพ

พร้อมเผยว่าจะมีการเปิดเผย “ความลับเพิ่มเติม” ในงานแถลงข่าวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

Photo by AFP

สื่อ-นักวิชาการนอกจี้ไทยให้เสรีภาพชาวมุสลิม “ปตานี” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633623

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 21:00 น.สื่อ-นักวิชาการนอกจี้ไทยให้เสรีภาพชาวมุสลิม "ปตานี"ชาวมุสลิมภาคใต้เรียกร้องรัฐบาลแสดงพฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Anadolu รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาโดยตั้งข้อสังเกตเรื่องการพบปะหารือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับคณะผู้แทนกลุ่มมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อรับฟังความต้องการของพวกเขาท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

Anadolu ซึ่งเป็นสำนักข่าวสำหรับชาวมุสลิมที่มีสำนักงานในตุรกีรายงานว่า ตัวแทนชาวปัตตานี หรือที่สื่อรายนี้เรียกว่า “มุสลิมปตานี” ขอให้รัฐบาลประกาศให้วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม เป็นวันหยุดราชการ และประกาศให้ภาษามลายูเป็นภาษาราชการของจังหวัดปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสงขลาตอนใต้ เนื่องจากสี่จังหวัดนี้มีชุมชนมุสลิม ชาวมลายูปตานีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีประชากร 1.4 ล้านคนตามข้อมูลของรัฐบาล

พวกเขายังเสนอให้มีการร่างกฎหมายเป็นแนวทางการปฏิบัติของศาสนาอิสลามสำหรับจังหวัดเหล่านี้ โดยเสนอตั้งคณะกรรมการร่วมรองรับพื้นที่พิเศษ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ พ.ร.บ.การปกครองรูปแบบพิเศษ

Teuku Zulkhairi ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวอินโดนีเซีย จากมหาวิทยาลัยอิสลาม Ar-Raniry State กล่าวกับ Anadolu ชนกลุ่มน้อยในภาคใต้ของไทย คือชาวปตานีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนเชื้อสายมุสลิมมลายูที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและแข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Zulkhairi กล่าวว่าชาวปตานีไม่ใช่ชุมชนใหม่ในจังหวัดทางภาคใต้ของไทย และตั้งข้อสังเกตว่าศาสนาอิสลามเข้ามาในภูมิภาคนี้ในศตวรรษที่ 15 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งอาณาจักรปตานีดารุสซาลาม หรือ Patani Darussalam Kingdom 

ผู้เชี่ยวชาญชาวอินโดนีเซียชี้ว่าอาณาจักรปตานีดารุสซาลามถูกยึดครองโดยราชอาณาจักรสยามหรือประเทศไทยในปัจจบุันเมื่อ พ.ศ. 2328 โดยสยามเข้าครอบครองดินแดนทั้งหมดของปตานีและแบ่งออกเป็นเจ็ดเมือง

Zulkhairi อ้างว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวของไทยได้ละเมิดสนธิสัญญาสันติภาพกับจังหวัดต่างๆ ในปี พ.ศ. 2444 และส่งทหารเข้ามายึดดินแดน ความขัดแย้งสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2452 เมื่อสยามทำสนธิสัญญากับอังกฤษ คือสนธิสัญญาแองโกล-สยาม ซึ่งปูทางให้ประเทศสยามผนวกพื้นที่ของปตานีเป็นดินแดนของประเทศ และส่งผลให้ดินแดนมลายูถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือของมาเลเซียและปตานีตกอยู่ใต้อธิปไตยของสยามอย่างสมบูรณ์ (หมายเหตุ – นี่คือมุมมองของนักวิชาการต่างขาติ อาจไม่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ไทย)  

Zulkhairi ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเห็นความสำคัญในการให้สิทธิเสรีภาพกับชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยในการปฏิบัติศาสนกิจและการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาของพวกเขา

นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย และมาเลเซียจี้ให้ไทยปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อยมุสลิมปาตานี

เขากล่าวว่าหากชาวมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทยสามารถอยู่อย่างสันติ มีเสรีภาพ และความยุติธรรม สิ่งนี้จะมีอิทธิพลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ

Mustopha Mansor นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากสมาคมประชาสังคมมาเลเซีย ซึ่งมักให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในภาคใต้ของประเทศไทยมีมุมมองที่คล้ายกันเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยมุสลิม

เขากล่าวว่าข้อเรียกร้องจากคณะผู้แทนมุสลิมปตานีเป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ชนกลุ่มน้อยมุสลิมปตานีมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเลือกศาสนาและความเชื่อของพวกเขา โดยเป็นอิสระจากความกลัว

ส่วน Marwan Ahmad ชาวมุสลิมในจังหวัดปัตตานีบอกว่า ชาวปตานีจำนวนมากไม่ไว้วางใจทีมเจรจาสันติภาพของคณะผู้แทนไทยเนื่องจากขณะนี้เกิดการประท้วงในกรุงเทพมหานครเพื่อต่อต้านการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาล และรัฐบาลต้องสร้างความไว้วางใจและแสดงพฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตย

อังกฤษแย่แล้ว ยอดตายจากโควิดพุ่งจนต้องคุมเข้มอีกครั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633653

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.อังกฤษแย่แล้ว ยอดตายจากโควิดพุ่งจนต้องคุมเข้มอีกครั้งอังกฤษประกาศมาตรการคุมโควิดเข้มข้น หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังพุ่งไม่หยุด

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเผยในสภาว่า รัฐบาลจะใช้มาตรการใหม่ที่เข้มงวดขึ้นในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หลังจากตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ภายใต้มาตรการใหม่ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้เป็นเวลา 6 เดือน ชาวอังกฤษที่เดินทางด้วยรถแท็กซี่และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในภาคบริการและการค้าปลีกต้องสวมหน้ากากอนามัย ขณะที่ร้านอาหารและสถานบันเทิงต้องปิดให้บริการหลัง 22.00 น.นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาท้องถิ่น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังขอความร่วมมือให้ชาวอังกฤษทำงานจากที่บ้านหากเป็นไปได้ รวมทั้งระงับแผนการจัดอีเว้นต์ธุรกิจซึ่งตามกำหนดเดิมจะกลับมาอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้และการจัดการแข่งขันกีฬา

จอห์นสันยังเผยอีกว่า สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือจะใช้มาตรการดังกล่าวนี้ด้วย

วาฬเกือบ 300 ตัวเกยตื้นในออสเตรเลีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633644

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 19:01 น.วาฬเกือบ 300 ตัวเกยตื้นในออสเตรเลียผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลและเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียแข่งกับเวลาช่วยวาฬนำร่องเกยตื้นเกือบ 300 ตัว มากสุดในรอบ 10 ปี เบื้องต้นตายแล้วอย่างน้อย 90 ตัว

เจ้าหน้าที่จากโครงการอนุรักษ์สัตว์ทะเลแทสเมเนียของออสเตรเลียร่วมกับอาสาสมัครราว 60 คน เร่งให้ความช่วยเหลือวาฬนำร่องราว 270 ตัวที่พากันเกยตื้นตามชายหาดของเมืองสตรอแอนในรัฐแทสเมเนียตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา   

ล่าสุดมีวาฬตายแล้ว 1 ใน 3 หรือราว 90 ตัว และเจ้าหน้าที่คาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการนำวาฬกลับสู่ท้องทะเล และกรณีนี้ยังเป็นกรณีที่ยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะวาฬเกยตื้นกระจายเป็นวงกว้าง และบางจุดยังเข้าไปช่วยได้ยาก  

คริส คาร์เลียน นักชีววิทยาสัตว์ป่าเผยว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุใดวาฬจึงเกยตื้น ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ วาฬอาจถูกดึงดูดเข้ามาหลังมีการให้อาหารใกล้ชายฝั่ง หรือวาฬอาจไล่ล่าฉลามจนติดอยู่ในสันดอนทราย 

อีกสาเหตุหนึ่งคือ วาฬบางตัวในฝูงอาจบังเอิญว่ายน้ำเข้ามาใกล้ชายฝั่งเกินไป แล้ววาฬตัวอื่นในฝูงจึงว่ายตามเข้ามาจนเกยตื้นกันทั้งฝูง เนื่องจากวาฬมีความผูกพันที่เหนียวแน่นมากในฝูง  

ทั้งนี้ ชายหาดในรัฐแทสเมเนียมักจะมีฝูงวาฬหรือโลมาเข้ามาเกยตื้น แต่การเกยตื้นจำนวนมากอย่างในครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยครั้งหลังสุดที่มีการเกยตื้นครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 ซึ่งมีวาฬติดอยู่ที่ชายฝั่งราว 200 ตัว

Photo by Brodie WEEDING / BRODIE WEEDING/THE ADVOCATE / AFP, The Advocate Pool, Brodie Weeding via REUTERS