ผับฟลอริดาสวนกระแส ห้ามลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยเข้าร้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633400

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 17:00 น.ผับฟลอริดาสวนกระแส ห้ามลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยเข้าร้านเจ้าของสถานบันเทิงในรัฐฟลอริดาห้ามลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์เข้าใช้บริการ แม้ Covid-19 ในสหรัฐยังระบาดหนัก

แกรี เคอร์บี เจ้าของสถานบันเทิง Westside Sports Bar and Lounge ในเมืองเวสต์เมลเบิร์น รัฐฟลอริดาของสหรัฐเผยกับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทางร้านมีนโยบายห้ามลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์ภายในร้าน เนื่องจากเขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการของทางการ และยังมองว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น 

อย่างไรก็ดี แม้จะห้ามสวมหน้ากากอนามัย แต่ลูกค้าทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อน  

ด้านโลกโซเชียลมีเดียมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนโยบายของร้าน โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจากรัฐเท็กซัสและแคลิฟอร์เนียเขียนรีวิวติติงทางร้าน แต่เจ้าของร้านเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า อีกส่วนหนึ่งได้ส่งข้อความสนับสนุนแนวทางของเขาผ่านทางเฟซบุ๊คด้วย 

ทั้งนี้ เมืองเวสต์เมลเบิร์นไม่ได้กำหนดให้ร้านค้าต่างๆ ต้องออกกฎให้ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัย แต่ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของเจ้าของธุรกิจที่จะกำหนดว่าจะให้ลูกค้าสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย

คนไทยในญี่ปุ่นจัดประท้วงคู่ขนานสนับสนุนชุมนุมใหญ่ธรรมศาสตร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633383

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 14:59 น.คนไทยในญี่ปุ่นจัดประท้วงคู่ขนานสนับสนุนชุมนุมใหญ่ธรรมศาสตร์รวบรวมภาพบรรยากาศการชุมนุมประท้วงคู่ขนานของคนไทยในญี่ปุ่น

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มคนไทยในญี่ปุ่นที่สนับสนุนประชาธิปไตยออกมารวมตัวกันบริเวณด้านนอกของสถานีรถไฟชิบูยาในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เพื่อจัดการชุมนุมสนับสนุนการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ในวันนี้

ผู้ร่วมชุมนุมพร้อมใจกันชูกระดาษเปล่า ผูกริบบิ้นสีขาว และมีการชู 3 นิ้วซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุม รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

Photo by Philip FONG / AFP

ดูเตร์เตสั่งเว้นระยะ 1 เมตรบนรถเมล์เลี่ยงโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633372

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 12:55 น.ดูเตร์เตสั่งเว้นระยะ 1 เมตรบนรถเมล์เลี่ยงโควิดผู้นำฟิลิปปินส์สั่งเว้นระยะห่าง 1 เมตรบนรถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส

แฮร์รี โรเก โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีเผยกับสถานีโทรทัศน์ PTV4 ของฟิลิปปินส์ว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ยืนยันให้ประชาชนเว้นระยะห่างระหว่างกันบนรถโดยสารสาธารณะ 1 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะของฟิลิปปินส์มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ทั้งยังต้องเข้าแถวรอยาวเหยียด

นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามพูดคุย หรือรับประทานอาหาร รวมทั้งต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะด้วย

คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากลดระยะห่างลงอาจทำให้มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นอีก จากที่ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีผู้ป่วย Covid-19 มากที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และจะทำให้การระบาดในระลอกแรกในประเทศที่เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. ยืดเยื้อออกไปอีก

ด้านกระทรวงคมนาคมแถลงว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีอย่างเคร่งครัด หลังมีประกาศก่อนหน้านี้ให้ลดระยะห่างลงเหลือ 75 เซนติเมตรตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 ที่ผ่านมา และจะลดลงเหลือ 50 เซนติเมตรตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. และ 30 เซนติเมตรนับจากวันที่ 12 ต.ค.

ติ๊กต๊อก-วีแชทลั่นสู้ไม่ถอยหลังถูกสหรัฐแบน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633362

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 10:55 น.ติ๊กต๊อก-วีแชทลั่นสู้ไม่ถอยหลังถูกสหรัฐแบนติ๊กต๊อก-วีแชทเตรียมเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลสหรัฐหาทางออก หลังคำสั่งห้ามผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 นี้

วานนี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศว่าผู้ใช้งานในสหรัฐจะไม่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก (Tiktok) และวีแชท (WeChat) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 เป็นต้นไปตามเวลาท้องถิ่น ตามคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงนามเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากทั้งสองแอพพลิเคชั่น โดยติ๊กต๊อกออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังกับคำสั่งดังกล่าวและไม่เห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางติ๊กต๊อกได้เพิ่มความโปร่งใสในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อคลายความกังวลของรัฐบาลสหรัฐแล้ว

ติ๊กต๊อกยังยืนยันว่าหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าหาทางออกกับคำสั่งพิเศษที่ไม่เป็นธรรมนี้ต่อไป ขณะที่แหล่งข่าวในไบท์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก ยืนยันว่าข้อตกลงใดก็ตามระหว่างติ๊กต๊อกกับผู้ประกอบการในสหรัฐจำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลจีนด้วย

ด้านเท็นเซนต์ (Tencent) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของวีแชท เผยว่าคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์เป็นเรื่องโชคร้าย แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลสหรัฐและผู้ถือหุ้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาในระยะยาว เพื่อให้สามารถให้บริการผู้ใช้ในสหรัฐได้ต่อไป

ทั้งนี้ ประกาศของกระทรวงพาณิชย์เป็นไปตามคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงนามเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้ามไม่ให้บริษัทในสหรัฐทำธุรกรรมกับบริษัทสัญชาติจีนภายใน 45 วัน

ประกาศนี้มีผลให้นับตั้งแต่วันที่ 20 นี้เป็นต้นไป ผู้ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นวีแชทไปแล้วยังคงใช้งานได้ต่อไป แต่จะไม่สามารถอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ หรือใช้บริการธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ขณะที่ติ๊กต๊อกยังคงใช้งานได้จนถึงวันที่ 12 พ.ย.นี้  

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุอีกว่า หากทรัมป์อนุมัติข้อตกลงหุ้นส่วนระหว่างไบท์แดนซ์ บริษัทแม่ของติ๊กต๊อก กับบริษัทเทคโนโลยี ออร์ราเคิล (Oracle) ของสหรัฐ ติ๊กต๊อกจะไม่ถูกแบน

แม่น้ำโขงคือจุดอ่อนยิ่งกว่าทะเลจีนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633304

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 21:00 น.แม่น้ำโขงคือจุดอ่อนยิ่งกว่าทะเลจีนใต้การแข่งกันขยายอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐลามมาถึงสมรภูมิแห่งใหม่อย่างแม่น้ำโขงแล้ว และมีแนวโน้มว่าจีนอาจพ่ายแพ้ในสมรภูมิแห่งนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวหาว่าการควบคุมแม่น้ำโขงของจีนเป็นการซ้ำเติมปัญหาความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงช่วงท้ายน้ำ พร้อมย้ำว่าสหรัฐพร้อมจะอยู่เคียงข้างกับภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและจะจัดสรรเงินช่วยเหลือ 153 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4,769 ล้านบาทให้กับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งได้แก่ เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนามเพื่อพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน

บรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่รัฐบาลในภูมิภาคต่างมองตรงกันว่า ขณะนี้แม่น้ำโขงได้กลายเป็นสมรภูมิความขัดแย้งแห่งใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีนเรียบร้อยแล้ว

เมื่อสองมหาอำนาจสู้รบปรบมือกัน แล้วประเทศอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศท้ายน้ำอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้งไทยจะรับมือสงครามนี้อย่างไร

บิลาฮารี คอสิคาน อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์แนะนำว่า ควรแก้ปัญหาความแห้งแล้งในแม่น้ำโขงผ่านประเทศอาเซียนเหมือนที่แก้ปัญหาในทะเลจีนใต้

อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์บอกว่า ประเทศอาเซียนที่เดือดร้อนจากภาวะความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงจะมีอำนาจต่อรองมากกว่าหากหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาพูดในเวทีพหุภาคีอย่างเวทีอาเซียน แทนที่แต่ละประเทศจะต่างคนต่างเจรจากับจีน

แต่บิลาฮารี บอกว่า ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นประเทศอาเซียนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม และไทย ต้องวางความขัดแย้งไว้ก่อนแล้วสร้างมุมมองร่วมกันเกี่ยวกับวิกฤตน้ำโขงที่มีมายาวนานให้ได้เสียก่อน

พูดอีกอย่างก็คือ ประเทศอาเซียนที่เคยอยู่แบบตัวใครตัวมัน ต้องหันมาสามัคคีกันเพื่อสู้กับมหาอำนาจอย่างจีน

การตอบโต้กันไปมาระหว่างจีนและสหรัฐเกี่ยวกับแม่น้ำโขง และข้อกล่าวหาของสหรัฐล่าสุดที่บอกว่าจีนกักเก็บน้ำในแม่น้ำโขงไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเองผ่านการสร้างเขื่อน 11 แห่งบนตอนบนของแม่น้ำโขงที่จีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง ทำให้คอสิคานเปรียบเทียบกรณีนี้กับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ว่าเป็นโรงละครแห่งใหม่ของการแข่งขันกันของมหาอำนาจ

บิลาฮารีเผยว่า ในขณะที่วิกฤตแม่น้ำโขงมักจะถูกพูดถึงในแง่ของ “สารัตถประโยชน์” ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม แต่จริงๆ แล้วปัญหาแม่น้ำโขงสร้างความท้าทายด้านยุทธศาสตร์ให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบมากกว่าที่คิด

บิลาฮารีบอกว่าต้องยกระดับให้ประเด็นปัญหาในแม่น้ำโขงเป็นประเด็นระดับโลก

อดีตนักการทูตชาวสิงคโปร์ยกตัวอย่างกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้เพื่อแสดงให้เห็นว่าการยกระดับให้ปัญหาแม่น้ำโขงเป็นประเด็นระดับโลกจะเป็นประโยชน์กับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไร

บิลาฮารีเผยว่า สำหรับข้อพิพาททะเลจีนใต้ การหารือภายใต้กรอบอาเซียนได้ข้อสรุปว่า ข้อเรียกร้องหรือสิทธิพิเศษของประเทศอาเซียนต้องมาก่อนคำสั่งทางกฎหมาย ส่วนจีนก็ทำท่าว่าจะไม่ยอมสละสิทธิเหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์ถึงทางตัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนไม่สามารถห้ามสหรัฐหรือพันธมิตรปฏิบัติการในทะเลจีนใต้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงก่อสงครามที่จีนไม่มีทางชนะ

ขณะที่การสร้างเขื่อนกั้นตอนบนของแม่น้ำโขงทำให้สถานการณ์ในแม่น้ำโขงไม่สมดุล

อดีตนักการทูตแนะนำให้ประเทศท้ายน้ำโขงทั้ง 5 ซึ่งได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม และไทย เป็นแกนนำในการนำปัญหาแม่น้ำโขงสู่ที่ประชุมอาเซียนด้วยการบรรจุในระเบียบวาระการประชุมครั้งต่อไปที่ประเทศท้ายน้ำเป็นประธานการประชุม

“หากประเทศชายฝั่งแม่น้ำโขงเป็นแกนนำจะสามารถขอความช่วยเหลือจากประเทศอาเซียนที่อยู่ติดทะเล ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเวีย หรือประเทศอื่น” บิลาฮารีกล่าว

อย่างไรก็ดี บิลาฮารียอมรับว่า ประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 ยังลังเลที่จะลากกลุ่มอาเซียนเข้ามาพัวพันกับปัญหาเฉพาะของแม่น้ำโขงนี้ ในขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศจึงรับมือกับปัญหาผ่านกลุ่มอนุภูมิภาคเท่านั้น อาทิ กลุ่มความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) ที่นำโดยจีน ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (LMI) ที่สหรัฐเป็นแกนนำ

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ข้อพิพาททะเลจีนใต้ถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียนซึ่งขับเคลื่อนโดยประเทศที่มีอาณาเขตทางทะเลที่อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้

เมื่อถูกถามว่าประเทศอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาแม่น้ำโขงจะรับมือกับจีนที่แข็งแกร่งอย่างไร บิลาฮารีตอบว่า ประเทศอาเซียนควรพยายามระมัดระวังไม่ให้ “อิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ” กลายเป็น “อิทธิพลผูกขาด” ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ใช้การทูตรูปแบบอื่นร่วมกับการปฏิสัมพันธ์แบบทวิภาคี

แม่น้ำโขงตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนของจีนเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงกว่า 60 ล้านชีวิตใน 5 ประเทศที่ไหลผ่าน เมื่อเทียบกับพื้นที่พิพาททางทะเลจีนใต้แล้ว แม่น้ำโขงมีความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชนมากกว่า ผลกระทบจึงมีมากกว่าการแย่งชิงพื้นที่ในทะเลจีนใต้

เมื่อปีที่แล้วน้ำในแม่น้ำโขงแห้งแล้งที่สุดในรอบกว่า 50 ปีจนสันดอนทรายโผล่ ทั้งยังน้ำยังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากตะกอนดินถูกกักไว้เหนือเขื่อน

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับผลวิจัยของ Eyes on Earth บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำในสหรัฐที่พบว่า จีนกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนกว่า 47,000 ล้านคิวบิกเมตร ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโขงช่วงท้ายน้ำลดลง

ทว่า ทางการจีนโต้กลับว่า เขื่อนในจีนจะช่วยลดความแห้งแล้งของแม่น้ำโขง แต่ที่ปีที่แล้วมีน้ำน้อยเป็นเพราะต้นน้ำโขงมีฝนตกน้อย และพื้นที่มณฑลยูนนานก็ประสบภาวะแห้งแล้งเช่นกัน

แต่จากภาพถ่ายทางดาวเทียมของ Eyes on Earth ในมณฑลยูนนานซึ่งแม่น้ำโขงตอนบนไหลผ่าน กลับพบว่าในปี 2019 พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณฝนและน้ำที่ละลายจากหิมะสูงกว่าระดับปกติในช่วงฤดูฝน

ผิดกับระดับน้ำโขงบริเวณชายแดนไทย-ลาวที่ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นถึง 3 เมตร นั่นหมายความว่า จีนไม่ปล่อยน้ำลงมาแม้ว่าประเทศท้ายน้ำจะต้องเผชิญกับความแห้งแล้งก็ตาม

ความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรมและประมงของชาวบ้าน ซึ่งเฉพาะการจับปลาในแม่น้ำโขงอย่างเดียวมีสัดส่วนถึง 20% ของปลาน้ำจืดที่จับได้ทั่วโลก

เพียงเท่านี้ก็สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในอาเซียน ดังนั้นหากจีนยังใช้ความเป็นประเทศต้นน้ำโขงสร้างอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำอยู่เช่นนี้ สุดท้ายอาจเป็นการบีบบังคับให้ประเทศเล็กๆ รวมทั้งไทยซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หันมาจับมือกันต้านอิทธิพลจีนจนกลายเป็นศัตรูกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้จีนอาจไม่เหลือพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียนเลย เพราะนอกจากจะเป็นศัตรูกับประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว ยังขัดแย้งกับประเทศอาเซียนอื่นๆ ในกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ด้วย

ประเทศร่ำรวยกว้านซื้อวัคซีนโควิดไปแล้วเกินครึ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633332

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 20:10 น.ประเทศร่ำรวยกว้านซื้อวัคซีนโควิดไปแล้วเกินครึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของวัคซีนที่จะผลิตได้ในอนาคตตกอยู่ในมือบรรดาประเทศร่ำรวยที่มีประชากรรวมกันเพียง 13% ของประชากรโลกเท่านั้น

องค์กรการกุศลอ็อกซ์แฟม (Oxfam) เผยรายงานโดยอาศัยข้อมูลจากบริษัทซอฟท์แวร์ Airfinity ของอังกฤษว่า กลุ่มประเทศร่ำรวยซึ่งมีประชากรรวมกันราว 13% ของประชากรโลกคว้าส่วนแบ่งวัคซีน Covid-19 รวมกันมากถึง 51% ของวัคซีนที่กำลังจะผลิตในอนาคต

อ็อกซ์แฟมยังเตือนอีกว่า แม้ว่าวัคซีนที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จทั้ง 5 ตัวสามารถผลิตออกมาได้ ประชากรโลกราว 2 ใน 3 จะยังไม่ได้รับวัคซีนจนกว่าจะถึงปี 2022 เป็นอย่างน้อย

วัคซีนตัวเก็งทั้ง 5 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดลองระยะสุดท้ายสามารถผลิตได้ 5,900 ล้านโดส เพียงพอสำหรับฉีดให้ประชากรโลกราว 3,000 ล้านคน โดยส่วนใหญ่คือ 51% ตกไปอยู่ในมือของประเทศร่ำรวยหรือพัฒนาแล้ว รวมทั้งสหรัฐ อังกฤษ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และอิสราเอล

ส่วนที่เหลืออีกราว 2,600 ล้านโดสเป็นของประเทศกำลังพัฒนา อาทิ อินเดีย บังกลาเทศ จีน บราซิล อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

อย่างไรก็ดี Oxfam เผยว่าประเทศอังกฤษสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าเทียบเท่ากับ 5 โดสต่อประชากร 1 คน ทั้งที่โดยทั่วไปแล้วต้องใช้วัคซีน 2 โดสต่อประชากร 1 คน ซึ่งดูเหมือนเป็นการเอาเปรียบประเทศที่ไม่ร่ำรวยที่ไม่สามารถสั่งจองวัคซีนจำนวนมากๆ ได้

“การเข้าถึงวัคซีนไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหน หรือคุณมีเงินในกระเป๋าเท่าไร” โรเบิร์ต ซิลเวอร์แมน จาก Oxfam ประจำสหรัฐกล่าว

อังกฤษ-สกอตแลนด์ไฟเขียวไทยเข้าประเทศได้ไม่ต้องกักตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633319

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.อังกฤษ-สกอตแลนด์ไฟเขียวไทยเข้าประเทศได้ไม่ต้องกักตัวอังกฤษและสกอตแลนด์ อนุญาตไทยเข้าประเทศได้ไม่ต้องกักตัวหลังอัตราติดเชื้อโคโรนาไวรัสต่ำ

BBC รายงานว่า ทางการสหราชอาณาจักรเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่าไทยและสิงคโปร์ถูกเพิ่มในรายชื่อประเทศที่นักเดินทางไม่ต้องถูกกักตัว 14 วันเมื่อเดินทางมายังอังกฤษและสกอตแลนด์ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

กระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพ (FCDO) กล่าวว่าข้อยกเว้นนี้ใช้กับนักเดินทางจากสิงคโปร์และไทยต่อเมื่อพวกเขายังไม่ได้เดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นในช่วง 14 วันก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม การยกเว้นนักเดินทางจากไทยและสิงคโปร์ให้เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วันนั้นไม่น่าจะทำให้มีผู้คนเดินทางเข้าในประเทศเพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากการเดินทางเข้าสู่สหราชอาณาจักรจะต้องได้รับการอนุญาตให้เข้ามาด้วยเหตุผลบางประการเท่านั้น

ทั้งนี้ ทางการอังกฤษกำหนดว่า เมื่อประเทศใดมีอัตราการติดเชื้อในรอบ 7 วันมากกว่า 20 ต่อประชากร 100,000 คน รัฐบาลจะพิจารณากำหนดมาตรการกักกัน ขณะที่นักเดินทางที่ไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ 1,000 ปอนด์ในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ และ 480 ปอนด์ในสกอตแลนด์

Photo by Kola Sulaimon / AFP

อินโดคุมเข้ม ลงโทษคนไม่ใส่หน้ากากขุดหลุมฝังเหยื่อโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633328

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 18:23 น.อินโดคุมเข้ม ลงโทษคนไม่ใส่หน้ากากขุดหลุมฝังเหยื่อโควิด-19อินโดนีเซียเข้มงวดลงโทษผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยหลังติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน

CNN รายงานจากจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่าชาวอินโดนีเซียที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยถูกลงโทษโดยหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ชนบทโดยการขุดหลุมฝังศพของผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ด้วยความหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวให้ประชาชนคนอื่นป้องกันตนเองเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้

แม้ว่าอินโดนีเซียจะออกกฎให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ แต่ก็ยังคงมีประชากรบางส่วนที่ไม่ให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางสังคม

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าการขาดความระมัดระวังต่อสาธารณชนทำให้อินโดนีเซียยับยั้งการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ได้ยาก โดยจากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ขณะนี้อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อราว 230,000 คน รักษาหายแล้ว 160,000 คน และเสียชีวิตกว่า 9,100 คน

โดยในเดือนกรกฎาคมรัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกกฎให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม โดยมีการกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย ว่าต้องจ่ายค่าปรับ 150,000 รูปี หรือรับบทลงโทษทางสังคม

เจ้าหน้าที่ ซูโยโน เผยว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะรับบทลงโทษแทนการเสียค่าปรับ ซึ่งมักจะเป็นการวิดพื้นหรือทำความสะอาด แต่เขาหวังว่าการขุดหลุมฝังศพจะแสดงให้ผู้ที่ไม่สวมหน้ากากเห็นถึงผลกระทบอันเลวร้ายของโควิด-19

โดยในวันที่ 9 กันยายน ชายวัยกลางคน 3 คน และผู้เยาว์ 5 คน ทางตะวันออกของชวาถูกลงโทษให้ขุดหลุมฝังศพแก่ผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19

ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในจาการ์ตาก็มีการลงโทษที่คล้ายกันโดยการให้ชายคนหนึ่งที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยนอนในโลงศพ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ยืนยันว่าบทลงโทษนี้จะสามารถเพิ่มอัตราการสวมหน้ากากอนามัยในอินโดนีเซียได้ ขณะที่อัตราการติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น โดยหน่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลในจาการ์ตาทั้ง 20 แห่งที่ได้รับอนุมัติให้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 เต็มแล้ว

Photo by ADEK BERRY / AFP

เชื้อแบคทีเรียหลุดจากห้องวิจัยจีนทำคนป่วยกว่า 3 พัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633317

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 17:13 น.เชื้อแบคทีเรียหลุดจากห้องวิจัยจีนทำคนป่วยกว่า 3 พันชาวบ้านทางตอนเหนือของจีนติดเชื้อแบคทีเรียที่หลุดออกมาจากห้องวิจัยตั้งแต่ปีที่แล้ว

สำนักข่าว CNN รายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพในเมืองหลานโจวในมณฑลกานซูทางตอนเหนือของจีนพบการระบาดของโรคบรูเซลโลซิสที่เกิดจากการติดเชื้อเชื้อแบคทีเรียบรูเซลล่า โดยยืนยันว่าชาวบ้าน 3,245 รายติดเชื้อ และอีก 1,401 รายมีผลการตรวจเบื้องต้นเป็นบวก และยังไม่พบผู้เสียชีวิต

การระบาดครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากแบคทีเรียบรูเซลล่าหลุดออกมาจากห้องทดลองของโรงงานผลิตยาจงมู่หลานโจวช่วงปลายเดือน ก.ค.ถึงปลายเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว

คณะกรรมการสุขภาพเผยว่า ระหว่างที่โรงงานดังกล่าวกำลังผลิตวัคซีนบรูเซลล่าสำหรับใช้ในสัตว์ โรงงานได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่หมดอายุ ทำให้เชื้อแบคทีเรียบรูเซลล่าหลงเหลืออยู่ในกระบวนการกำจัดและก่อตัวเป็นละอองหลุดลอดออกมาในอากาศ และถูกกระแสลมพัดมายังสถาบันวิจัยทางสัตววิทยาหลานโจว ซึ่งเป็นจุดที่เกิดโรคระบาดครั้งแรก

เบื้องต้นทางการจีนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตผลิตวัคซีน รวมทั้งหมายเลขรับรองสำหรับการผลิตวัคซีนรักษาโรคบรูเซลโลซิส 2 หมายเลขของโรงงานผลิตยาต้นเหตุตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ระบุว่า โรคบรูเซลโลซิสในคน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าไข้มอลตา หรือไข้เมดิเตอร์เรเนียน ทำให้เกิดอาการหลายอย่าง อาทิ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เป็นไข้ อ่อนเพลีย และบางอาการอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังหรือไม่หายขาด เช่น ข้อต่ออักเสบ อวัยวะบวม  

ผู้ป่วยสามารถติดเชื้อบรูเซลล่าจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือหายใจเข้าไปอย่างในกรณีของหลานโจว แต่การติดเชื้อจากคนสู่คนไม่ค่อยเกิดขึ้น

จีนซ้อมรบใกล้ช่องแคบไต้หวันรับทูตสหรัฐเยือนไทเป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633308

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 15:12 น.จีนซ้อมรบใกล้ช่องแคบไต้หวันรับทูตสหรัฐเยือนไทเปจีนซ้อมรบใกล้ไต้หวัน หลังปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเยือนไทเป

BBC รายงานว่า จีนทำการซ้อมรบใกล้ช่องแคบไต้หวัน ขณะที่ คีธ แครช ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเยือนกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวันอย่างเป็นทางการ ทำให้สถานการณ์ระหว่างจีนและสหรัฐตึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากจีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน

คีธ แครช ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เดินทางเยือนไต้หวันในรอบ 40 ปี และเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนที่ 2 ที่เดินทางเยือนไต้หวันในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา

แครชมีกำหนดการเข้าร่วมพิธีรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดี หลี่ เติงฮุย ผู้ล่วงลับ และพบกับประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เพื่อรับประทานอาหารค่ำ อย่างไรก็ตามไม่มีการเผยเปิดถึงรายละเอียดนัดพบดังกล่าว

ด้านเหริน กั๋วเฉียง โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ยังไม่ได้ให้รายละเอียดการฝึกซ้อมดังกล่าว เพียงแต่อธิบายว่า “การดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและจำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ ภายใต้การบัญชาการของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)”

เหรินยังกล่าวอีกว่าสหรัฐและไต้หวันสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อก่อความวุ่นวาย การหวังพึ่งพาต่างชาติเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศตนเองนั้นถือเป็นความคิดที่สิ้นหวัง ทั้งนี้ไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน ดังนั้นรัฐบาลจีนจะไม่เพิกเฉยต่อการแทรกแซงจากภายนอกหรือกองกำลังต่างประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังคงจับตามองความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไต้หวันอย่างใกล้ชิด ซึ่งจีนยังทำการซ้อมรบในบริเวณที่ใกล้กับไต้หวันมากขึ้น รวมถึงมีการซ้อมรบทางอากาศและทางทะเลครั้งใหญ่ใน 2 สัปดาห์ก่อน