อินเดียป่วยรายวันทุบสถิติโลก วันเดียวติด 84,156 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632178

วันที่ 04 ก.ย. 2563 เวลา 06:43 น.อินเดียป่วยรายวันทุบสถิติโลก วันเดียวติด 84,156 คนสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังหนัก วันเดียวพุ่ง 2.75 แสนราย แตะ 26.4 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8.7 แสนราย อินเดียยังป่วยทุบสถิติรายวัน วันเดียวติด 84,156 คน

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 4 ก.ย. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 26,446,246 ราย เพิ่มขึ้น 275,446 รายเสียชีวิต 872,243 ราย เพิ่มขึ้น5,621ราย รักษาหาย 18,4634,277ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 6,331,877 ราย เพิ่มขึ้น 41,140ราย เสียชีวิต 190,959 ราย เพิ่มขึ้น995 ราย รักษาหาย 3,571,232 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,046,150 ราย เพิ่มขึ้น 44,728ราย เสียชีวิต 124,729ราย เพิ่มขึ้น 830ราย รักษาหาย 3,247,610ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 3,939,124 ราย เพิ่มขึ้น84,156ราย เสียชีวิต 68,569 ราย เพิ่มขึ้น1,083ราย รักษาหาย 3,032,916 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,009,995 ราย เพิ่มขึ้น4,995 ราย เสียชีวิต 17,528 ราย เพิ่มขึ้น 114 ราย รักษาหาย 826,935 ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 663,437 ราย เสียชีวิต 29,259 ราย รักษาหาย 480,177 ราย

6. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ641,574ราย เพิ่มขึ้น8,235 ราย เสียชีวิต 20,618ราย เพิ่มขึ้น270ราย รักษาหาย 489,151ราย

7.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 633,015ราย เพิ่มขึ้น2,420 ราย เสียชีวิต 14,563ราย เพิ่มขึ้น174ราย รักษาหาย 554,887 ราย

8. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ610,957ราย เพิ่มขึ้น4,921 ราย เสียชีวิต 65,816 ราย เพิ่มขึ้น 575ราย รักษาหาย 424,990ราย

9.ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 488,513 เพิ่มขึ้น 8,959 ราย เสียชีวิต 29,234ราย เพิ่มขึ้น40ราย

10. ประเทศอาร์เจนติน่า มีผู้ติดเชื้อ 451,198 ราย เพิ่มขึ้น 12,026ราย เสียชีวิต 9,361ราย เพิ่มขึ้น243 ราย รักษาหาย 322,461 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 121 มีผู้ติดเชื้อ 3,427 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,277 ราย

จีนเล็งตั้งฐานที่มั่นทางทหารในไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632171

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 20:20 น.จีนเล็งตั้งฐานที่มั่นทางทหารในไทยกลาโหมสหรัฐเผยไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จีนจะเข้ามาสร้างฐานที่มั่นทางทหาร

รายงานว่าด้วย “พัฒนาการทางทหารและความมั่นคงที่เกี่ยวกับสาธารณรัฐประชาชนจีน 2020” ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยว่า จีนมีแผนสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ทางการทหารให้ครอบคลุมส่วนใหญ่ของมหาสมุทรอินเดีย

“จีนหมายตาไทย เมียนมา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน ศรีลังกา และประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาและเอเชียกลาง เป็นที่ตั้งฐานที่มั่นโลจิสติกส์ทางทหาร” รายงานระบุ และจีนได้ทาบทามนามิเบีย วานูอาตู หมู่เกาะโซโลมอน เพื่อขอตั้งฐานที่มั่นดังกล่าวแล้ว

แซค คูเปอร์ นักวิจัยจากสถาบัน American Enterprise ในสหรัฐเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ข้อสังเกตลักษณะนี้ปรากฏในรายงานประจำปีของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ความเชื่อของสหรัฐที่ว่าจีนมีแผนขยายแสนยานุภาพทางทหารในมหาสมุทรอินเดียมีต้นตอมาจากการเข้าไปตั้งฐานที่มั่นทางทหารแบบถาวรครั้งแรกในต่างประเทศที่ประเทศจิบูตีของจีนเมื่อปี 2017 โดยจิบูตีถือเป็นจะงอยแอฟริกาที่มีแผ่นดินยื่นเข้าไปในทะเลอาหรับ และจนถึงขณะนี้ฐานทัพในจิบูตียังเป็นฐานทัพนอกประเทศเพียงแห่งเดียวของจีน

จีนยืนยันว่าฐานทัพในจิบูตีมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและภารกิจคุ้มกัน ทว่ารายงานของสหรัฐระบุว่าฐานทัพนี้เพิ่มศักยภาพภารกิจตอบโต้ทางทหารต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะกระทบต่อการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานของจีนในภูมิภาค

นอกจากนี้ รายงานยังเชื่อว่ากัมพูชาได้เซ็นสัญญาลับกับรัฐบาลจีน โดยอนุญาตให้กองทัพจีนใช้หนึ่งในฐานทัพเรือของกัมพูชา แม้ทั้งจีนและกัมพูชาจะปฏิเสธก็ตาม

รายงานระบุต่อว่า การลงทุนในท่าเรือเอกชนของจีนในมหาสมุทรอินเดียถูกขนานนามว่าเป็นกลยุทธ์ “สายสร้อยไข่มุก” เพื่อขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและทหารของจีนในจุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งวันข้างหน้ากองทัพเรือของจีนอาจเข้าใช้พื้นที่เหล่านี้

อย่างไรก็ดี จีนปฏิเสธว่าไม่มีกลยุทธ์ดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์มองว่าจีนกำลังพยายามโอบล้อมคู่แค้นอย่างอินเดีย

ตีแผ่วิธีทรมานผู้ประท้วงสุดโหดของอิหร่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632168

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 19:09 น.ตีแผ่วิธีทรมานผู้ประท้วงสุดโหดของอิหร่าน แอมเนสตีแฉวิธีทรมานเพื่อล้วงคำตอบจากผู้ประท้วงที่ถูกรัฐบาลอิหร่านสลายการชุมนุมเมื่อปี 2019 

เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ชาวอิหร่านลุกฮือประท้วงที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 50% เหตุการณ์บานปลายจนรัฐบาลต้องประกาศตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเพื่อสกัดการปลุกระดมผ่านช่องทางออนไลน์ และในที่สุดมีการสลายการชุมนุมและจับตัวผู้ประท้วงกว่า 7,000 คน

ล่าสุด องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) เปิดเผยกลยุทธ์ต่างๆ ที่รัฐบาลอิหร่านใช้ในการทรมาณผู้ประท้วงเมื่อปีที่แล้ว ที่ได้จากการสอบถามจากผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมตัว

Amnesty International พบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระดับที่น่าตกใจ รวมทั้งการกักขังตามอำเภอใจ การบังคับสูญหาย และการทรมาน เพื่อให้ยอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วง เป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือติดต่อกับรัฐบาลหรือสื่อต่างชาติ

วิธีการทรมานที่รัฐบาลอิหร่านใช้รวมถึงวอเตอร์บอร์ด (waterboarding) ซึ่งเป็นการทรมานด้วยการราดน้ำลงบนใบหน้าเหยื่อที่คลุมไว้ด้วยผ้าขนหนู ทำให้เกิดอาการสำลักน้ำเหมือนจมน้ำบนบก หรือวิธีที่เรียกกันว่า เกบับไก่ (chicken kebab) ที่จับคนไปผูกห้อยลงมาจากเสาที่ตั้งขนานพื้นโดยแขนถูกดึงไปด้านหลังเพื่อผูกติดกับข้อเท้า การใช้ไฟฟ้าชอร์ต การฉีดสเปรย์พริกไทยใส่อวัยวะเพศ การใช้ความรุนแรงทางเพศ การประหารชีวิตจำลอง การถอดเล็บมือและเท้า

การทรมานแบบ chicken kebab

Amnesty International ยังระบุอีกว่า พบชาวอิหร่านกว่า 500 คนถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมจากผู้พิพากษาที่เอนเอียงเข้าข้างรัฐบาลและกระทำอย่างเป็นความลับ

จีนเดินหน้าพัฒนาเซมิคอนดัคเตอร์เองหลังถูกสหรัฐบีบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632156

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 17:13 น.จีนเดินหน้าพัฒนาเซมิคอนดัคเตอร์เองหลังถูกสหรัฐบีบรัฐบาลจีนมีแผนสนับสนุนการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์เองในประเทศตอบโต้มาตรการจำกัดการส่งออกชิปของสหรัฐ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลจีนเตรียมให้การสนับสนุนการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์รุ่นที่สามอย่างเต็มที่เป็นเวลา 5 ปี ไปจนถึงปี 2025 โดยได้บรรจุมาตรการส่งเสริมการวิจัย การศึกษา และการสนับสนุนทางการเงินไว้ในแผนพัฒนาชาติ 5 ปีฉบับที่ 14 ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะผู้บริหารประเทศในเดือน ต.ค.นี้

ขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะทุ่มงบประมาณ ราว 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งแต่เครือข่ายไร้สายไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ตลอด 5 ปีของแผนพัฒนาฉบับดังกล่าว

เซมิคอนดัคเตอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตและพัฒาเทคโนโลยีของจีน แต่ละปีจีนนำเข้าแผงวงจรมากกว่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ในจีนต้องพึ่งพาชิปจากสหรัฐ แต่หลังจากสหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีจากจีน ทำให้บริษัทเหล่านี้ไม่สามารถนำเข้าชิปจากสหรัฐอีกต่อไป

ทรัมป์ปัดจ่ายเงิน 62 ล้านเหรียญที่ค้างให้อนามัยโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632145

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 15:06 น.ทรัมป์ปัดจ่ายเงิน 62 ล้านเหรียญที่ค้างให้อนามัยโลกสหรัฐมีแผนจะนำเงินสนับสนุนส่วนนี้ไปบริจาคให้กับองค์การสหประชาชาติแทน

ทางการสหรัฐประกาศจะไม่จ่ายเงินสนับสนุน 62 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,945.96 ล้านบาทที่ติดค้างของปีนี้ให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยจะนำเงินส่วนนี้ไปบริจาคให้กับโครงการอื่นขององค์การสหประชาชาติ (UN)

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้น 1 วันหลังจากทรัมป์ประกาศจะไม่ร่วมโครงการพัฒนาวัคซีนกับ WHO และเป็นส่วนหนึ่งในแผนการถอนตัวออกจาก WHO หลังจากทรัมป์กล่าวหาว่าองค์กรดังกล่าวอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีน

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลเผยว่า ระหว่างดำเนินการถอนตัวซึ่งจะมีผลในเดือน ก.ค. 2021 สหรัฐจะยังเข้าร่วมการประชุมของ WHO บางการประชุม และจะบริจาคเงินให้กับบางโครงการ อาทิ โครงการกำจัดโปลิโอในอัฟกานิสถานและปากีสถาน รวมทั้งโครงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในลิเบีย ซีเรีย

ทั้งนี้ ขณะที่ทรัมป์ประกาศถอนตัวจาก WHO เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐจ่ายเงินสนับสนุนให้กับ WHO ประจำปี 2020 แล้ว 52 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,631.73 ล้านบาท จากที่ต้องจ่ายทั้งหมด 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3,764.22 ล้านบาท

อัตราเสียชีวิตจากโควิด-19อาจแย่กว่าไข้หวัดสเปน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632136

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 13:10 น.อัตราเสียชีวิตจากโควิด-19อาจแย่กว่าไข้หวัดสเปนวิจัยชี้อัตราการเสียชีวิตจากเชื้อโคโรนาไวรัสอาจรุนแรงเท่ากับหรือแย่กว่าไข้หวัดสเปนที่ระบาดเมื่อ 102 ปีที่แล้ว

ช่วงเวลา 2 ปีที่ไข้หวัดสเปนระบาดมีผู้ติดเชื้อราว 500 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรโลกในขณะนั้น ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตคาดว่าอยู่ที่ 10-50 ล้านคน ขณะที่จนถึงขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสกว่า 25 ล้านคน เสียชีวิตรวม 850,000 คน

เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิต ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนและสหรัฐได้ใช้ข้อมูลใหม่และปรับปรุงแบบจำลองจากการระบาดระลอกแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีน โดยได้ข้อสรุปว่าอัตราการเสียชีวิตจาก Covid-19 อยู่ที่ 4.54%

ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์การเสียชีวิตจากไข้หวัดสเปนอยู่ระหว่าง 1.61-1.98%

อินผิง นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจงในเมืองอู่ฮั่นเผยว่า “การคาดการณ์นี้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด การแพร่ระบาดของ Covid-19 อาจจะแย่กว่าไข้หวัดสเปนในปี 1918”

ป่วยโควิดทั่วโลกยังหนัก ติดเชื้อวันเดียวพุ่ง 2.8 แสนราย แตะ 26.1 ล้านราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632105

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 06:40 น.ป่วยโควิดทั่วโลกยังหนัก ติดเชื้อวันเดียวพุ่ง 2.8 แสนราย แตะ 26.1 ล้านรายยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังทะลัก วันเดียวพุ่ง 2.8 แสนราย แตะ 26.1 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8.66 แสนราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 3 ก.ย. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 26,173,465 ราย เพิ่มขึ้น 281,414 รายเสียชีวิต 866,533 ราย เพิ่มขึ้น6,209ราย รักษาหาย 18,423,6205ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 6,296,939 ราย เพิ่มขึ้น 39,368 ราย เสียชีวิต 189,928 ราย เพิ่มขึ้น1,028 ราย รักษาหาย 3,537,105 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,001,422 ราย เพิ่มขึ้น 48,632 ราย เสียชีวิต 123,899ราย เพิ่มขึ้น 1,218 ราย รักษาหาย 3,210,405 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 3,848,968 ราย เพิ่มขึ้น82,860ราย เสียชีวิต 67,486 ราย เพิ่มขึ้น1,026ราย รักษาหาย 2,967,396ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,005,000 ราย เพิ่มขึ้น4,952 ราย เสียชีวิต 17,414 ราย เพิ่มขึ้น 115 ราย รักษาหาย 821,169 ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 663,437 รายเพิ่มขึ้น 6,308 ราย เสียชีวิต 29,259 ราย เพิ่มขึ้น 191 ราย รักษาหาย 480,177 ราย

6. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ633,339ราย เพิ่มขึ้น9,270 ราย เสียชีวิต 20,348ราย เพิ่มขึ้น296ราย รักษาหาย 479,568ราย

7.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 630,595ราย เพิ่มขึ้น2,336 ราย เสียชีวิต 14,389ราย เพิ่มขึ้น126ราย รักษาหาย 553,456 ราย

8. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ606,036ราย เพิ่มขึ้น6,476 ราย เสียชีวิต 65,241 ราย เพิ่มขึ้น 827 ราย รักษาหาย 421,373 ราย

9.ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 479,554 เพิ่มขึ้น 8,581 ราย เสียชีวิต 29,194ราย เพิ่มขึ้น42ราย

10. ประเทศอาร์เจนติน่า มีผู้ติดเชื้อ 439,172 ราย เพิ่มขึ้น 10,933 ราย เสียชีวิต 9,118 ราย เพิ่มขึ้น 199 ราย รักษาหาย 315,530ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 121 มีผู้ติดเชื้อ 3,425 ราย เพิ่มขึ้น 8 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,274 ราย

พอมเพโอเล็งปิดสถาบันขงจื่อของจีนทั่วสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632099

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 19:50 น.

พอมเพโอเล็งปิดสถาบันขงจื่อของจีนทั่วสหรัฐสหรัฐเตรียมปิดสถาบันของจื่นทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ อ้างเป็นแหล่งจัดหาสายลับ

ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยกับสถานีโทรทัศน์ Fox Business Network ว่า หวังว่าศูนย์วัฒนธรรมสถาบันของจื่อของจีนที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐจะถูกปิดทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้

พอมเพโออ้างว่า รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนทางการเงินกับสถาบันขงจื่อเพื่อให้จัดหาสายลับและแนวร่วมตามมหาวิทยาลัย

เมื่อเดือนที่แล้ว พอมเพโอระบุว่าศูนย์ที่ทำหน้าที่จัดการสถาบันขงจื่นในสหรัฐเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีนในระดับโลกและแผ่อิทธิพลชั่วร้าย ซึ่งทางการสหรัฐต้องขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานต่างชาติ

เมื่อถูกถามถึงคำเตือนของ หวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนที่ระบุว่าควรหลีกเลี่ยงสงครามเย็น ซึ่งเป็นการเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐที่กำลังทวีความตึงเครียด พอมเพโอกล่าวว่า การเปรียบเทียบกับสงครามเย็นเป็นเรื่องที่พอมีความเกี่ยวข้อง แต่ความท้าทายกับจีนแตกต่างออกไป

“ครั้งนี้ต่างจากสงครามเย็น เพราะสหรัฐต้องเผชิญความท้าทายกับประเทศที่มีประชากร 1,400 ล้านคน ความท้าทายนี้แตกต่าง เพราะเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจ”

ทรัมป์ไม่ร่วมโครงการวัคซีนโควิดกับอนามัยโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632090

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 18:15 น.

ทรัมป์ไม่ร่วมโครงการวัคซีนโควิดกับอนามัยโลกสหรัฐปฏิเสธร่วมโครงการพัฒนาวัคซีนโคโรนาไวรัสกับนานาชาติ เพราะโครงการนี้ริเริ่มโดยองค์การอนามัยโลก

จัดด์ เดียร์ โฆษกทำเนียบขาวเผยว่า สหรัฐจะไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาและจัดหาวัคซีน Covid-19 กับนานาชาติ เนื่องจากเป็นโครงการขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ทรัมป์กล่าวหาว่าไม่สุจริต

“สหรัฐจะยังร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อขจัดเชื้อโคโรนาไวรัส แต่จะไม่ยอมถูกจำกัดโดยองค์กรพหุภาคีที่อยู่ภายใต้อิทธิพลขององค์การอนามัยโลกที่ทุจริตและจีน” โฆษกทำเนียบขาวกล่าว

เดียร์ยังระบุอีกว่า ทรัมป์จะทุ่มงบประมาณไม่อั้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัคซีน Covid-19 ของสหรัฐผ่านมาตรฐานระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

ขณะนี้กว่า 170 ประเทศกำลังหารือเข้าร่วมโครงการพัฒนาและจัดหาวัคซีน Covax ซึ่งนำโดยองค์การอนามัยโลก เพื่อช่วยให้แต่ละประเทศเข้าถึงวัคซีน Covid-19 อย่างเท่าเทียม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 2,000 ล้านโดสภายในปี 2021 แล้วแจกจ่ายไปทั่วโลก แต่จนถึงขณะนี้ยังจัดหาได้เพียง 300 ล้านโดสเท่านั้น

การปฏิเสธร่วมมือกับ WHO เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ประกาศถอนตัวจาก WHO เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า WHO อยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนมากเกินไป

เศรษฐกิจออสเตรเลียถดถอยครั้งแรกในรอบ 29 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632083

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 16:40 น.

เศรษฐกิจออสเตรเลียถดถอยครั้งแรกในรอบ 29 ปีปีนี้ออสเตรเลียเจอศึกหนักทั้งไฟป่าและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้ชาวออสเตรเลียใช้จ่ายน้อยลง จนกระทบเศรษฐกิจประเทศ

สำนักงานสถิติของออสเตรเลียเผย เศรษฐกิจออสเตรเลียในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้หดตัว 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกซึ่งหดตัว 0.3% นับเป็นการหดตัวมากที่สุดในรอบ 61 ปี และยังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี

นอกจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้ธุรกิจทั่วออสเตรเลียหยุดชะงักแล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมาออสเตรเลียยังต้องเผชิญกับไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้การบริโภคและการจับจ่ายในประเทศ รวมทั้งการท่องเที่ยวพลอยสะดุดไปด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี สกอต มอร์ริสัน อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 200,000 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือราว 4.6 ล้านล้านบาท