เพนตากอนตั้งทีมสอบคลิปยูเอฟโอบินป้วนเปี้ยนสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630660

วันที่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 10:03 น.เพนตากอนตั้งทีมสอบคลิปยูเอฟโอบินป้วนเปี้ยนสหรัฐกลาโหมสหรัฐตั้งทีมสอบสวนหาที่มายูเอฟโอที่ปรากฏในคลิปนักบินนาวิกโยธินขับเครื่องบินไล่ตาม หวั่นเป็นโดรนสอดแนม

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ 2 รายเผยกับ CNN ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ตั้งทีมสอบสวนการพบเห็นอากาศยานลึกลับ หรือยูเอฟโอ โดยมี เดวิด นอร์ควิสต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ หลังจากที่ปรากฏคลิปทหารนาวิกโยธินขับเครื่องบินไล่ตามอากาศยานลึกลับก่อนหน้านี้

คลิปทั้ง 3 คลิปสร้างความกังวลให้กับกระทรวงกลาโหมและสมาชิกสภาคองเกรส เนื่องจากอากาศยานลึกลับปรากฏขึ้นเหนือฐานทัพของสหรัฐ ซึ่งอาจรบกวนการบินของเครื่องบินรบ

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่าอากาศยานลึกลับมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ส่วนหนึ่งเชื่อว่าอาจเป็นอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนที่ฝ่ายตรงข้ามส่งมาสอดแนมและล้วงความลับมากกว่าเป็นวัตถุจากนอกโลก

มาร์โก รูบิโอ ประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภาด้านข่าวกรอง เผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า “มีวัตถุบางอย่างบินอยู่เหนือฐานทัพและสถานที่ที่สหรัฐใช้ฝึกทหาร และเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร และมันไม่ใช่ของเรา ถ้ามันเป็นวัตถุมาจากนอกโลกก็ยังดีกว่าเป็นเทคโนโลยีล้ำๆ จากจีนหรือรัสเซียหรือจากฝ่ายตรงข้ามอื่นๆ”

ทั้งนี้ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เผยคลิปวิดีโอ 3 คลิปที่ถูกถ่ายโดยนักบินนาวิกโยธินที่ขับเครื่องบินไล่ตามอากาศยานลึกลับที่ขับผ่านเครื่องบินของกองทัพไปอย่างรวดเร็ว โดยคลิปทั้งหมดเคยหลุดออกมาและมีการรายงานข่าวตั้งแต่ปี 2017-2018 แต่ขณะนั้นเพนตากอนปฏิเสธรายงานดังกล่าว

โควิดทั่วโลกยังอ่วม! ติดเชื้อทะลุ 21 ล้านราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630652

วันที่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 06:47 น.โควิดทั่วโลกยังอ่วม! ติดเชื้อทะลุ 21 ล้านรายสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก วันเดียวติดเชื้อพุ่งกว่า 2.5 แสนราย ทะลุ 21 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 7.52 แสนรายแล้ว

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 14 ส.ค. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 21,052,319 ราย เพิ่มขึ้น 254,765 รายเสียชีวิต 752,380 ราย เพิ่มขึ้น 5,974 ราย รักษาหาย 13,894,261 ราย

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 5,411,465ราย เพิ่มขึ้น51,163 ราย เสียชีวิต 170,271 ราย เพิ่มขึ้น 1,140 ราย รักษาหาย 2,832,846 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 3,224,876ราย เพิ่มขึ้น 54,402ราย เสียชีวิต 105,463 ราย เพิ่มขึ้น 1,200ราย รักษาหาย 2,356,640 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 2,459,613 ราย เพิ่มขึ้น 64,142 ราย เสียชีวิต 48,144 ราย เพิ่มขึ้น1,006ราย รักษาหาย 1,750,636 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 907,758 ราย เพิ่มขึ้น 5,057 ราย เสียชีวิต 15,384ราย เพิ่มขึ้น 124 ราย รักษาหาย 716,396ราย

5.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 572,865 ราย เพิ่มขึ้น3,946 ราย เสียชีวิต 11,270 ราย เพิ่มขึ้น 260 ราย รักษาหาย 437,617 ราย

6. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 498,555 ราย เสียชีวิต 21,713 ราย รักษาหาย 341,938 ราย

7. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 498,380 ราย เพิ่มขึ้น 5,858 ราย เสียชีวิต 54,666 ราย เพิ่มขึ้น 737 ราย รักษาหาย 336,635 ราย

8. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ433,805 ราย เพิ่มขึ้น11,286 ราย เสียชีวิต 14,145 ราย เพิ่มขึ้น 308 ราย รักษาหาย 353,131 ราย

9. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 380,034 ราย เพิ่มขึ้น 1,866 ราย เสียชีวิต 10,299 ราย เพิ่มขึ้น 94 ราย รักษาหาย 353,131 ราย

10. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 379,799 ราย เพิ่มขึ้น 2,935 ราย เสียชีวิต 28,605ราย เพิ่มขึ้น 26 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 114 มีผู้ติดเชื้อ 3,359 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,169 ราย

ขบวนการนักศึกษา มีแพ้ มีชนะ มีนองเลือด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630640

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 20:28 น.ขบวนการนักศึกษา มีแพ้ มีชนะ มีนองเลือดการประท้วงของนักศึกษาครั้งสำคัญๆ ในช่วงตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่จากกรณีงินกู้ยืม ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มองว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้มีอำนาจในบ้านเมือง บรรดานักเรียนนักศึกษาก็พากันแสดงพลังออกมาชุมนุมประท้วงในหลายมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และยังมีการนัดชุมนุมหลังจากนี้อีก

เหตุการณ์นี้เป็นเพียงเหตุการณ์ล่าสุดในประวัติศาสตร์อันยาวนานของการประท้วงของนักศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วโลกเท่านั้น โดยที่การประท้วงจำนวนหนึ่งเป็นไปด้วยความสงบ บ้างก็นำมาสู่ข้อเรียกร้องที่ต้องการ แต่บางการชุมนุมนักศึกษาก็ต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อให้เสียงของพวกเขาดังไปถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมือง

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการประท้วงของนักศึกษาครั้งสำคัญๆ ในช่วงตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

ภาพ: wikipedia

1.การลุกฮือที่ควังจู-เกาหลีใต้ (18-27 พ.ค. 1980) ภาวะสุญญากาศทางการเมืองหลังการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีพักจองฮีทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองจนนำมาสู่การรัฐประหารโดยช็อนดูฮวาน ระหว่างนี้ขบวนการนักศึกษาได้ชุมนุมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง จนช็อนดูฮวานต้องประกาศกฎอัยการศึกและมีการจับกุมผู้เห็นต่างคัดค้านการใช้กฎอัยการศึก สร้างความมาพอใจให้นักศึกษาและประชาชนจนนำมาสู่การลุกฮือประท้วงของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยชอนนัมในเมืองควังจู กองทัพที่รัฐบาลส่งมาปราบม็อบมีการยิง ทุบตี และข่มขืนนักศึกษา ชาวบ้านควังจูจึงพากันจับอาวุธที่ได้จากการปล้นคลังอาวุธและสถานีตำรวจสู่เจ้าหน้าที่ เมื่อการประท้วงเข้าสู่วันที่ 10 ทางการจึงล้อมปราบสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วง

ผลการประท้วง: ไม่สำเร็จ

: ทางการระบุว่ามีผู้ประท้วงและพลเมืองเสียชีวิต 144 ราย ทหารและตำรวจ 26 ราย ผู้ประท้วงบาดเจ็บ 127 ราย ทหารและตำรวจบาดเจ็บ 253 ราย แต่มีการแย้งว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 1,000-2,000 ราย

: เหตุการณ์ที่ควังจูไม่เพียงก่อให้เกิดกระแสต่อต้านช็อนดูฮวานอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา แต่ยังเป็นการกรุยทางให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นำมาสู่การมีประชาธิปไตยเต็มรูปแบบในเกาหลีใต้

คนขับรถถังได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มนักศึกษาหลังถูกฝูงชนรุมทำร้ายในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 1989 ภาพ : REUTERS/Stringer/Files

2.การสังหารหมู่เทียนอันเหมิน-จีน (1989) การเสียชีวิตของหูเย่าปัง นักการเมืองที่ดูแลนโยบายการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และผู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับการเรียกร้องเสรีภาพทางการเมืองแต่กลับถูกบีบให้ออกจากตำแหน่ง ทำให้ชาวจีนนับหมื่นพากันออกมาร่วมพิธีศพของหูที่จัตุรัสเทียนอันเหมินชนิดที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้หู นักศึกษาเริ่มออกมารวมตัวกันมากขึ้นคาดว่ามีผู้ร่วมประท้วงมากสุดถึง 1 ล้านคนในช่วงที่จุดติดแล้ว ในที่สุดรัฐบาลเคลื่อนรถถังและทหารไปที่จัตุรัสเทียนอันเหมินและมีการกราดยิงประชาชนจนเลือดนองพื้น และยังจับกุมผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง

ผลการประท้วง: นองเลือด

:ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้เสียชีวิตกี่คน แต่เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์รายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคว่ามีผู้เสียชีวิต 241 ราย เป็นพลเมือง 218 ราย และบาดเจ็บอีกราว 7,000 ราย ทว่าสื่อและนักการทูตต่างชาติคาดว่าผู้เสียชีวิตอยู่ที่ราว 400-2,700 คน

:มีการประกาศกฎอัยการศึกในกรุงปักกิ่งหลังสลายการชุมนุม ชาติตะวันตกคว่ำบาตรจีน ทางการควบคุมสื่อและการแสดงความคิดเห็นเข้มงวดขึ้น

ภาพ: wikipedia

3.การประท้วงการขึ้นค่าเทอม-อังกฤษ (2010) เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แต่จุดใหญ่อยู่ในกรุงลอนดอน เพื่อคัดค้านแผนการตัดลดค่าใช้จ่ายที่สนับสนุนการศึกษาระดับอาชีวะ และการปรับขึ้นค่าเทอม ซึ่งนักศึกษามองว่าจะทำให้พวกเขาต้องเป็นหนี้มากขึ้น

ผลการประท้วง: ไม่สำเร็จ

: คนอังกฤษประณามการประท้วงว่าเป็นตัวอย่างของการใช้ความรุนแรงและการทำลายข้าวของสาธารณะ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวิจารณ์ว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

ผู้ประท้วงถูกปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ ภาพ: wikipedia

4.ขบวนการดอกทานตะวัน-ไต้หวัน (2014) นักเรียนนักศึกษาและประชาชนรวมตัวปิดล้อมและยึดห้องประชุมสภานิติบัญญัติในกรุงไทเปของไต้หวัน เพื่อคัดค้านการผ่านร่างข้อตกลงการค้าข้ามช่องแคบระหว่างจีนกับไต้หวัน (CSSTA) ของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งที่นำโดย ประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว โดยไม่มีการพิจารณาทบทวนข้อตกลงเป็นรายข้อและทำแบบลับๆ โดยฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียว

ผลการประท้วง: สำเร็จ

: การประท้วงสิ้นสุดลงในเวลา 23 วัน หลังจาก หวังจินผิง ประธานสภานิติบัญญัติรับปากว่าจะไม่พิจารณาร่างข้อตกลง CSSTA จนกว่าจะมีกฎหมายควบคุมดูแลการลงนามข้อตกลงระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ตามที่นักศึกษาเรียกร้อง

:ส่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองครั้งใหญ่ จนทำให้พรรคก๊กมินตั๋งของประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปให้กับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไช่อิงเหวินเมื่อปี 2016

5.การประท้วงร่มเหลือง-ฮ่องกง (2014) กลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ที่นำโดยสหภาพนักศึกษาฮ่องกง และกลุ่ม Scholarism ของ โจชัว หว่อง รวมตัวประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและปิดถนนเส้นหลัก หลังจากคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPCSC) แก้ไขระบบการเลือกตั้งทั่วไปของฮ่องกง ให้ตัวแทนผู้สมัครผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงต้องผ่านการพิจารณาจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนก่อน

ผลการประท้วง: ไม่สำเร็จ

: การประท้วงจบลงในวันที่ 79 โดยที่ NPCSC ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง แต่ถึงอย่างนั้นการประท้วงครั้งนี้เป็นการเพาะเชื้อการเคลื่อนไหวทางการเมืองและนำมาสู่การประท้วงในปี 2019

บรรยากาศการประท้วงในย่านแอดมิรัลตีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2014

6.ประท้วงฮ่องกง (2019-2020) การประท้วงครั้งนี้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนวัยมัธยมปลายจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย เรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปรับโทษที่จีนแผ่นดินใหญ่

ผลการประท้วง: ไม่สำเร็จ

: การประท้วงยืดเยื้อยาวนาน 349 วัน และค่อนข้างรุนแรง มีทั้งการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนจริง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 2,600 ราย

: แม้กลุ่มผู้ประท้วงจะกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลถอดถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนออกจากการพิจารณาถาวร แต่ แครี่ หลั่ม ยอมเพียงระงับการพิจารณาไว้ชั่วคราวเท่านั้น ผู้ประท้วงจึงชุมนุมต่อ ก่อนจะเข้าไปปักหลักในมหาวิทยาลัยกระทั่งถูกรัฐบาลล้อมปราบจนต้องพากันหนีออกมาอย่างทุลักทุเล

7.นักเรียนนักศึกษาไทยประท้วง ขบวนการนักศึกษาของไทยที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งคือเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ซึ่งเริ่มต้นด้วยพลังนักศึกษาที่ต่อต้านเผด็จการจอมพลถนอม กิตติขจร รวมถึงความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อชีวิตประชาชนคนไทยโดยตรง เช่น การต่อต้านการตั้งฐานทัพอเมริกันในไทยและการคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่น ขบวนการนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก และ ผลการประท้วง: ทำได้สำเร็จ สามารถผลักดันให้จอมพลถนอม กิตติขจรสละตำแหน่งและเดินทางออกจากประเทศได้ 

หลังจากนั้นขบวนการนักศึกษาคึกคักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการเติบโตของแนวคิดฝ่ายซ้ายและการคุกคามของภัยคอมมิวนิสต์ ทำให้บ้านเมืองเกิดภาวะตึงเครียดระหว่างฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย จนกระทั่งเกิดชนวนเหตุขึ้นเมื่อจอมพลถนอม กิตติขจรเดินทางกลับประเทศ ทำให้นักศึกษารวมตัวประท้วงอีกครั้งและปักหลักในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเกิดกรณีที่สร้างความไม่พอใจแก่ทหารและประชาชนบางกลุ่ม จนเกิดการ “ล้อมปราบ” นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และ ผลการประท้วง: นองเลือด

ล่าสุดคือการก่อตัวของขบวนการนักศึกษาที่เริ่มจากความไม่พอใจรัฐบาล และการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งลุกลามเป็นการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นข้อเรียกร้องที่หนักหน่วงและชวนให้นึกถึงสถานการณ์เมื่อครั้ง 6 ตุลา 2519

เราต้องจับตากันต่อไปว่าการชุมนุมครั้งล่าสุดนี้ ผลจะออกมาในรูปแบบใด ? 

สหรัฐจี้ชาวโลกร่วมต้านจีน อ้างคุกคามยิ่งกว่าสงครามเย็น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630626

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 18:29 น.สหรัฐจี้ชาวโลกร่วมต้านจีน อ้างคุกคามยิ่งกว่าสงครามเย็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐปลุกผีคอมมิวนิสต์ ชี้จีนเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าสหภาพโซเวียต

ไมค์ ปอมเปโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคมว่าสหรัฐมองว่าจีนเป็นภัยคุกคามที่ “ยากกว่ามาก” ที่จะตอบโต้เมื่อเทียบกับสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น โดยอ้างถึงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนเป็นสาเหตุสำคัญ

ปอมเปโอกล่าวคำปราศรัยในกรุงปรากซึ่งเขาเรียกร้องให้ประเทศที่มีใจเดียวกันเข้าร่วมกับความพยายามของสหรัฐในการเผชิญหน้ากับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเขากล่าวว่าจีนใช้ประโยชน์จาก “อำนาจทางเศรษฐกิจเพื่อบีบบังคับประเทศต่างๆ” ในการปฏิเสธเสรีภาพของชาวฮ่องกงและพยายามเพื่อครอบครองทะเลจีนใต้

ปอมเปโอ กล่าวว่าการแข่งขันระหว่างสหรัฐ – จีนที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ แต่เขากล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบัน “ไม่ใช่สงครามเย็น 2.0”

“ความท้าทายในการต่อต้านภัยคุกคาม CCP (คอมมิวนิสต์จีน) นั้นยากกว่ามากนั่นเป็นเพราะ CCP นั้นแทรกซึมเข้ามาในเศรษฐกิจของเรา ในการเมืองของเรา ในสังคมของเรา ในแบบที่สหภาพโซเวียตไม่เคยเป็นมาก่อน” เขากล่าวเสริมโดยใช้ตัวย่อของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน

“และรัฐบาลจีนไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเส้นทางในอนาคตอันใกล้นี้ แต่เราต้องอยู่กันด้วยความหวัง”

เมื่อเดือนที่แล้วปอมเปโอได้กล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญเกี่ยวกับนโยบายของจีนและประกาศยุติสิ่งที่เขาเรียกว่า “การมีส่วนร่วมแบบหลับตา” (blind engagement) ซึ่งเป็นแนวทางที่สหรัฐใช้ในการสานสัมพันธืกับจีนมาหลายสิบปีโดยไม่สนใจเรื่องที่จะทำให้กระทบกระทั่งกัย

ปอมเปโอยังเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ ร่วมมือกันเพื่อต่อต้านการคุกคามของ “ทรราชใหม่” จากจีนอีกด้วย

Photo by Petr David Josek / POOL / AFP

จีนลั่นต้องซ้อมรบปกป้องชาติ ไต้หวันเล็งเพิ่มงบทหาร10%รับมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630612

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 16:12 น.จีนลั่นต้องซ้อมรบปกป้องชาติ ไต้หวันเล็งเพิ่มงบทหาร10%รับมือ สถานการณ์ที่ช่องแค้บไต้หวันยิ่งอึมครึมเมื่อจีนยืนยันความจำเป็นที่จะต้องซ้อมรับ ส่วนผู้นำไต้หวันขอแรงนานาชาติกดดันจีน

การใช้จ่ายด้านกลาโหมของไต้หวันในปี 2021 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 10.2% เมื่อเทียบกับปีนี้ จากการคำนวณของสำนักข่าวรอยเตอร์โดยอิงกับตัวเลขของรัฐบาลที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี การลงทุนด้านการทหารเพิ่มขึ้นเกิดขึ้นในช่วงที่ไต้หวันเผชิญกับแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากจีน

คณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินเสนองบประมาณจำนวน 453,400 ล้านเหรียญไต้หวันสำหรับใช้จ่ายทางทหารในปี 2021 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมเมื่อเทียบกับงบประมาณ 411,300 ล้านเหรียญไต้หวันที่ได้รับงบประมาณสำหรับปีนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินยังกล่าวในวันเดียวกันโดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกกดดันจีนมากขึ้น โดยกล่าวว่า “ประชากร 23 ล้านคนของเรามีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกัยแนวทางที่รัฐบาลปักกิ่งดำเนินการอยู่”

ไช่อิงเหวินยังยกย่องสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่วิจารณ์จีนแบละเรียกร้องประเทศอื่นๆ ให้ทำแบบเดียวกัน

ในวันเดียวกัน โฆษกกองทัพปลดแอกประชาชนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การที่กองทัพจีนเพิ่งจัดการฝึกซ้อมใกล้ๆ กับที่ไต้หวันเมื่อไม่นานมานี้ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตน ซึ่งท่าทีนี้ของจีนมีขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีของสหรัฐเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

พันเอกจางชุนฮุ่ยโ ฆษกกองบัญชาการกองกำลังภาคตะวันออกของกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) กล่าวในแถลงการณ์ว่า การฝึกซ้อมดังกล่าวเป็น ‘การดำเนินการที่จำเป็น’ เพื่อปกป้องอธิปไตย และระบุว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นทางตอนใต้และตอนเหนือสุดของช่องแคบไต้หวัน

จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของตนและไม่ได้ตัดขาดการใช้กำลังเพื่อนำเกาะนี้มาอยู่ภายใต้การควบคุมของตน สถานการณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายตึงเครียดมากขึ้นในระยะหลัง เนื่องจากท่าทีประกาศเอกราชของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินและท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลจีนหลังถูกคุกคามโดยสหรัฐในหลายๆ ด้าน ทั้งการค้า ภาคธุรกิจ และกรณีฮ่องกงกับซินเจียง

Photo by Handout / TAIWAN DEFENCE MINISTRY / AFP

จีนเฝ้าระวังอาหารแช่แข็ง หลังพบอาหารนำเข้ามีเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630606

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 14:13 น.จีนเฝ้าระวังอาหารแช่แข็ง หลังพบอาหารนำเข้ามีเชื้อโควิดจีนยังนิ่งนอนใจไม่ได้หลังพบอาหารแช่แข็งจากต่างประเทศมีเชื้อโควิดใน 3 มณฑล

ทางการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนในเมืองเซินเจิ้น ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนใช้ความระมัดระวังในการซื้ออาหารแช่แข็งนำเข้า หลังจากตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในตัวอย่างปีกไก่จากบราซิลตามคำแถลงของรัฐบาลท้องถิ่น

เบื้องต้นคาดว่าตัวอย่างที่ติดเชื้อถูกนำมาจากผิวของเนื้อสัตว์นำเข้าจากบราซิล ตามหมายเลขทะเบียนที่ระบุในเเอกสารพบว่า กรณีของเซินเจิ้น ไก่ที่เป็นตัวการมีที่มาจากโรงงานในเมืองเอารูรา อาลิเมนโตส ในรัฐวาตาคาตารินาทางตอนใต้ของประเทศบราซิล

ทางการจีนเผยว่าผลการทดสอบไวรัสของผู้ที่อาจสัมผัสกับผลิตภัณฑ์และการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นลบ แต่ผู้บริโภคควรระมัดระวังในการซื้ออาหารแช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำนำเข้า

ในขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานกรณีพบลชื้อไวรัสบนพื้นผิวของบรรจุภัณฑ์บนอาหารทะเลแช่แข็งที่นำเข้ามายังเมืองอื่นๆ ของจีน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของเมืองเอียนไถ ซึ่งเป็นเมืองทางตอนเหนือของมณฑลซานตงของจีน กล่าวในบัญชี Weibo อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารว่าพบตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ของอาหารทะเลแช่แข็งนำเข้า 3 ตัวอย่างมีผลทดสอบเป็นบวกถูกพบ

ส่วนสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมารายงานว่าภายนอกบรรจุภัณฑ์กุ้งแช่แข็งของเอกวาดอร์ที่พบ ในร้านอาหารในเมืองอู๋หู ในมณฑลอานฮุยของจีน มีผลตรวจเป็นบวก

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

รัสเซียกับจีนร่วมมือโค่นดอลลาร์ไม่สะเทือน เงินสหรัฐยังแกร่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630592

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 12:21 น.รัสเซียกับจีนร่วมมือโค่นดอลลาร์ไม่สะเทือน เงินสหรัฐยังแกร่งความหวังที่จะโค่นดอลลาร์ยังห่างไกลจากความจริง เพราะอิทธิพลของสกุลเงินสหรัฐยังแข็งแกร่ง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ขณะนี้รัสเซียได้รับเงินยูโรมากกว่าเงินดอลลาร์ในการทำธุรกรรมการส่งออกไปยังประเทศจีน สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินกำลังทำตามคำมั่นสัญญาที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินของสหรัฐ

สินค้ากว่า 50% ที่จีนซื้อจากรัสเซียไตรมาสแรกกำหนดราคากันด้วยเงินยูโรตามข้อมูลของธนาคารแห่งรัสเซียที่เผยแพร่ในเดือนนี้ ส่วนแบ่งของสกุลเงินร่วมในการชำระเงินสำหรับการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 43% จาก 38% ในช่วงปลายปีที่แล้ว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการ “ลดการผูกมัดกับเงินดอลลาร์” (de-dollarize) ให้กับเศรษฐกิจรัสเซียและลดความเปราะบางต่อภัยคุกคามจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยท่าทีนี้มีแนวโน้มเร่งขึ้นจากการเคลื่อนไหวของ Rosneft PJSC ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัสเซียที่โอนสัญญาการส่งออกทั้งหมดเป็นเงินยูโรในปีที่แล้ว ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงกับไม้เป็นส่วนสินค้าส่งออกหลักไปยังประเทศจีน

“ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ Rosneft ไปสู่การชำระเงินด้วยสกุลเงินยูโร” Dmitry Marinchenko นักวิเคราะห์จาก Fitch Ratings Inc. ในมอสโกกล่าว “แต่มันสะดวกกว่าถ้าจะการชำระบัญชีด้วยสกุลเงินดอลลาร์ ดังนั้นคุณไม่ควรคาดหวังว่าจะมีการสลัดทิ้งเงินดอลลาร์โดยสิ้นเชิง”

นอกจากนี้ ข้อมูลของทางการยังแสดงให้เห็นว่ารัสเซียยังคงพึ่งพาเงินดอลลาร์อย่างมากในการชำระเงินการนำเข้าจากสหภาพยุโรปและจีน

ความเคลื่อนไหวของรัสเซียแทบจะไม่ได้ลดบทบาทที่โดดเด่นของเงินดอลลาร์ในระบบการเงินโลก ส่วนแบ่งของการซื้อขายสกุลเงินในสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นเป็น 88.3% ในปี 2019 จาก 87.6% ในปี 2016 ตามรายงานของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ สัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศที่ถืออยู่ในสกุลเงินดอลลาร์ยังคงที่ประมาณ 60% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

AFP PHOTO / OZAN KOSE

เกาหลีใต้จ่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630577

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 10:15 น.เกาหลีใต้จ่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกท่ามกลางสถานการณ์ในเอเชียแปซิฟิกที่ทวีความตึงเครียด เกาหลีใต้ประกาศแผนสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก พร้อมซื้อเครื่องบินขับไล่จากสหรัฐเข้าประจำการบนเรือ

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศแผนระดับชาติประจำปี 2021-2025 โดยหนึ่งในนั้นคือ การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินภายในปีหน้า และจะจัดซื้อเครื่องบินขับไล่จากสหรัฐมาประจำการบนเรือด้วย หลังจากที่เคยเกริ่นๆ ไว้เมื่อปีที่แล้วว่าสนใจเรื่องเรือบรรทุกเครื่องบิน

ทางการเปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินจะมีขนาด 30,000 ตัน สามารถบรรทุกทั้งทหารและยุทโธปกรณ์ เพื่อให้กองทัพปราบปรามภัยคุกคาม รวมทั้งขนกองกำลังและอาวุธไปยังพื้นที่พิพาทในทะเล ขณะที่เครื่องบินรบที่จะประจำการนั้นต้องขึ้นลงในแนวดิ่งได้

มีการคาดการณ์กันว่าเกาหลีใต้จะซื้อเครื่องบินรบ F-35B จากสหรัฐซึ่งเหมาะกับเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก และเป็นเพียงรุ่นเดียวในโลกที่ขึ้นบินได้ในระยะสั้นและขึ้นลงในแนวดิ่งตามที่เกาหลีใต้ต้องการ โดยในแปซิฟิกนั้นมีเพียงสหรัฐและญี่ปุ่นเท่านั้นที่นำเครื่องบินรบรุ่น F-35B มาประจำการ

โดยเมื่อปลายปี 2018 ญี่ปุ่นประกาศปรับเปลี่ยนเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อิซุมิให้บรรทุกเครื่องบินรบ F-35B ซึ่งถือเป็นท่าทีที่สำคัญ เนื่องจากญี่ปุ่นไม่ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินออกสู่ท้องทะเลมาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทางการเกาหลีใต้จะไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ แต่ทางการสหรัฐรายงานราคาของเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกยูเอสเอส อเมริกา (USS America) ซึ่งใหญ่กว่าเรือบรรทุกเครื่องบินที่เกาหลีใต้จะสร้างราว 25-30% ว่าอยู่ที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเครื่องบินรบ F-35B สนนราคาลำละ 122 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้จึงมีการตั้งคำถามว่า การลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าสำหรับเกาหลีใต้หรือไม่

ป่วยโควิดพุ่ง!ยอดทั่วโลกกว่า 20.7 ล้านรายแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630557

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 06:46 น.ป่วยโควิดพุ่ง!ยอดทั่วโลกกว่า 20.7 ล้านรายแล้วยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก วันเดียวพุ่งกว่า 2.7 แสนราย สะสม 20.7 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 7.5 แสนรายแล้ว

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 13 ส.ค. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 20,782,511 ราย เพิ่มขึ้น 270,725 รายเสียชีวิต 751,419 ราย เพิ่มขึ้น 6,510 ราย รักษาหาย 13,679,323 ราย

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 5,356,629ราย เพิ่มขึ้น50,672 ราย เสียชีวิต 168,992 ราย เพิ่มขึ้น 1,247 ราย รักษาหาย 2,802,208 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 3,170,474ราย เพิ่มขึ้น 58,081 ราย เสียชีวิต 104,263 ราย เพิ่มขึ้น 1,164ราย รักษาหาย 2,309,477 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 2,395,471 ราย เพิ่มขึ้น 67,066 ราย เสียชีวิต 47,138 ราย เพิ่มขึ้น950ราย รักษาหาย 1,695,860 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 902,701 ราย เพิ่มขึ้น 5,102 ราย เสียชีวิต 15,260 ราย เพิ่มขึ้น 129 ราย รักษาหาย 710,298ราย

5.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 568,919 ราย เพิ่มขึ้น2,810 ราย เสียชีวิต 11,010 ราย เพิ่มขึ้น 259 ราย รักษาหาย 432,029ราย

6. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 492,522 ราย เพิ่มขึ้น 6,686 ราย เสียชีวิต 53,929ราย เพิ่มขึ้น926 ราย รักษาหาย 332,800 ราย

7. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 489,680 ราย เสียชีวิต 21,501 ราย รักษาหาย 335,756 ราย

8. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ422,519 ราย เพิ่มขึ้น12,066 ราย เสียชีวิต 13,837 ราย เพิ่มขึ้น 326 ราย รักษาหาย 239,785 ราย

9. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 378,168 ราย เพิ่มขึ้น 1,552 ราย เสียชีวิต 10,205 ราย เพิ่มขึ้น 27 ราย รักษาหาย 351,419 ราย

10. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 376,864 ราย เพิ่มขึ้น 3,172 ราย เสียชีวิต 28,579ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 114 มีผู้ติดเชื้อ 3,356 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,169 ราย

จีนยกระดับซ้อมรบหลังสัมพันธ์สหรัฐร้าวฉาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630548

วันที่ 12 ส.ค. 2563 เวลา 19:49 น.จีนยกระดับซ้อมรบหลังสัมพันธ์สหรัฐร้าวฉาน กองทัพจีนยกระดับการซ้อมรบในแถบเอเชียตะวันออกถี่ขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำซ้อมรบด้วยกันในทะเลจีนใต้ถึง 2 ครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว  

เมื่อเดือนที่แล้ว กองทัพสหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ (USS Nimitz) และยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน (USS Ronald Reagan) มาปฏิการซ้อมรบคู่กันในทะเลจีนใต้ หลังจากที่สหรัฐกล่าวหาจีนว่าเข้าครอบครองทรัพยากรในหมู่เกาะสแปรตลีย์อย่างผิดกฎหมาย

หลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ Global Times ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีนก็รายงานว่า กองทัพบกและกองทัพเรือของจีนได้ซ้อมรบทั้งทางบกและทางทะเลในทะเลจีนใต้หลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และจะซ้อมรบต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ข้างหน้า

Global Times อ้างว่าการซ้อมรบของกองทัพจีนเกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพสหรัฐปฏิบัติกิจกรรมทางทหารเพื่อยั่วยุจีนใกล้กับไต้หวันและทะเลจีนใต้

การเดินทางเยือนไต้หวันของ อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ กลายเป็นชนวนความขัดแย้งล่าสุดระหว่างจีนกับสหรัฐ เนื่องจากจีนมองว่าสหรัฐไม่เคารพหลักการจีนเดียวของจีน

บทความใน Global Times ระบุว่าทางการจีนไม่พอใจสหรัฐมากที่ส่งอาซาร์มาเยือนไต้หวัน และยังอ้างคำพูดของ สวีกวงอวี้ ที่ปรึกษาระดับสูงของสมาคมควบคุมอาวุธและการปลดอาวุธของจีนที่กล่าวว่า หากสหรัฐยังไม่หยุดยั่วยุจีน กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนจะตอบโต้กลับหนักกว่านี้ รวมทั้งการซ้อมยิงมิสไซล์ทางตะวันออกของเกาะไต้หวันและใกล้ๆ กับเกาะกวมซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐ

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (10 ส.ค.) จีนส่งเครื่องบินขับไล่บินล้ำเส้นกึ่งกลางในช่องแคบไต้หวัน ขณะที่ฝั่งไต้หวันส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัด

ในอดีตที่ผ่านมาจีนและไต้หวันใช้เส้นกึ่งกลางในช่องแคบไต้หวันนี้แบ่งเขตระหว่างจีนและไต้หวันอย่างไม่เป็นทางการ แม้ว่าตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นน่านฟ้าสากลอยู่ก็ตาม และจากข้อมูลของรัฐบาลไต้หวันและรัฐบาลสหรัฐ เครื่องบินรบของจีนจงใจข้ามเส้นแบ่งนี้เพียง 3 ครั้งเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 1999 คือ เดือน มี.ค. 2019  เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

กรณีนี้ คาร์ล ชูสเตอร์ นักวิเคราะห์ด้านการทหารและอดีตหัวหน้าศูนย์บัญชาการร่วมกองบัญชาการแปซิฟิกของสหรัฐ มองว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จีนจะซ้อมรบเพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐและไต้หวัน และกองทัพอากาศและกองทัพเรือจีนอาจซ้อมรบใกล้ๆ กับไต้หวัน หากสีจ้นผิงต้องการ หรืออาจจะซ้อมยิงมิสไซล์ใกล้กับเกาะกวม

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจีนและสหรัฐจะเปิดศึกสงครามน้ำลายผ่านสื่อ แต่ยังมีการพูดคุยกันในระดับผู้นำกองทัพของทั้งสองฝั่ง โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาร์ก เอสเปอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐ และเว่ยเฟิ่งเหอ รมว.กลาโหมจีน ได้ต่อสายหารือกัน

แถลงการณ์จากฝั่งสหรัฐระบุว่า รัฐมนตรีทั้งสองฝั่งเห็นพ้องต้องกันในการรักษาช่องทางการติดต่อพูดคุยระหว่างกันไว้ และพัฒนาระบบที่จำเป็นสำหรับสื่อสารระหว่างเกิดวิกฤต