สุดเศร้า เกาะสวรรค์มอริเชียสเละเทะไปด้วยน้ำมันรั่ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630392

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 14:03 น.สุดเศร้า เกาะสวรรค์มอริเชียสเละเทะไปด้วยน้ำมันรั่วความเสียหายอาจร้ายแรงกว่านี้หากเรือหักเป็นสองท่อนและตอนนี้ม๊โอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ทำนองนั้น

จากกรณีที่เรือ Wakashio เรือบรรทุกสินค้าที่ติดธงปานามาแต่เป็นของบริษัทญี่ปุ่นได้เกยตื้นนอกชายฝรั่งประเทศมอริเชียส กลางมหาสมุทรอินเดีย ทำให้น้ำมันเตามากกว่า 1,000 ตันรั่วไหลออกมาจากเรือ

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศได้เก็บภาพความเสียหายซึ่งพบว่ากระจายตัวเป็นวงกว้างครอบคลุมผืนน้ำสีครามและแนวปะการังรวมถึงเกาะที่มีอุดมสมบูรณ์ เป็นความภาพความเสียหายต่อระบบนิเวศที่น่าสะเทือนใจ

เรือลำนี้มีน้ำมันรวม 4,000 ตันและทีมงานต้องแข่งกับเวลาเพราะมีโอกาสที่เรือจะหักเป็น 2 ท่อนอาจทำให้น้ำมันไหลทะลักออกมาอีก ยิ่งจะเป็นหายนะทางธรรมชาติที่เลวร้าย

Photo by – / AFP

สหรัฐลั่นจะแบ่งวัคซีนให้ชาวโลกเมื่อสหรัฐพอใช้แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630374

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 12:05 น.สหรัฐลั่นจะแบ่งวัคซีนให้ชาวโลกเมื่อสหรัฐพอใช้แล้วสหรัฐส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเยือนไต้หวันครั้งแรกในรอบ 40 ปี นอกจากจะพูดเรื่องความร่วมมือด้านสาธารณสุข ยังมีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองด้วย

อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐกลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีคนแรกของสหรัฐที่เดินทางเยือนไต้หวันนับตั้งแต่ปี 1979 หรือนับตั้งแต่สหรัฐเริ่มลดระดับความสัมพันธ์กับไต้หวันและหันไปผูกมิตรกับจีนมากขึ้น

การเดินทางเยือนไต้หวันของอเล็กซ์ อาซาร์มีนัยทางการเมืองชัดเจนว่าสหรัฐกำลังหันมาผูกมิตรกับไต้หวันมากขึ้นในเวลาที่สหรัฐทำสงครามการค้ากับจีนและเริ่มเผชิญหน้าทางการเมือง แต่มีประเด็นน่าสนใจที่รัฐมนตรีสหรัฐกล่าวระหว่างการเยือนไต้หวัน คือวัคซีนโควิด-19

อเล็กซ์ อาซาร์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าวัคซีนหรือการรักษาโควิด-19 ใดๆ ก็ตามที่คิดค้นโดยของสหรัฐ จะแบ่งปันให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอย่างเป็นธรรม เมื่อความต้องการของสหรัฐเป็นที่เพียงพอแล้ว

ในเวลานี้มีผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 มากกว่า 200 รายทั่วโลกรวมถึงการทดลองทางคลินิกในมนุษย์มากกว่า 20 ราย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐให้คำมั่นว่าจะเตรียมวัคซีนให้พร้อมก่อนสิ้นปีนี้แม้ว่าโดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาและทดสอบวัคซีนเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิผล

“สิ่งสำคัญอันดับแรกของเราคือการพัฒนาและผลิตวัคซีนและการรักษาที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐ) ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับใช้ในสหรัฐ” อาซาร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางเยือนไต้หวัน

“แต่เราคาดหวังว่าเมื่อความต้องการเหล่านั้นเป็นที่เพียงพอแล้ว เราจะมีขีดความสามารถที่จะผลิตเพื่อให้พร้อมใช้งานในระดับประชาคมโลกตามหลักการแจกจ่ายที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันซึ่งเราจะปรึกษาประชาคมโลกต่อไป” อาซาร์ กล่าว

Photo by Pei Chen / POOL / AFP

นายกฯ เลบานอนแถลงลาออกเซ่นเหตุบึ้มเบรุต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630417

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 09:44 น.นายกฯ เลบานอนแถลงลาออกเซ่นเหตุบึ้มเบรุตผู้นำเลบานอนประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหตุระเบิดท่าเรือเบรุต

นายกรัฐมนตรี ฮัสซัน ดิอับ ของเลบานอน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ลาออกจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาลเลบานอน เพื่อรับผิดชอบกับเหตุระเบิดครั้งใหญ่ของประเทศในกรุงเบรุต หลังอยู่ในตำแหน่งได้ราว 7 เดือน

“วันนี้เราจะทำตามความต้องการของประชาชนที่เรียกร้องความรับผิดชอบต่อหายนะที่ซุกซ่อนมา 7 ปี และความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง” นายกรัฐมนตรีเลบานอนกล่าว

ดิอับยังเผยอีกว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นและการแย่งชิงอำนาจระหว่างขั้วการเมืองนเลบานอน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนารุนแรงเกินบรรยาย จึงทำให้การปฏิรูปประเทศเป็นอัมพาต

การประกาศลาออกของผู้นำเลบานอนครั้งนี้ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมดต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรี 3 คน และสมาชิกสภาอีก 7 คนประกาศลาออกจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี แม้ผู้นำเลบานอนจะแถลงลาออกแล้ว แต่ชาวเลบานอนยังคงเดินขบวนประท้วงอยู่ด้านนอกทำเนียบนายกรัฐมนตรีระหว่างที่มีการแถลงลาออก โดยผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งพยายามขว้างปาก้อนหิน พลุ และระเบิดขวด ใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาสวนกลับ

เจ็บทั้งคู่ ถ้าสหรัฐแบนแอพจีน ยอดขาย iPhone จะดิ่งตาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630348

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 08:17 น.เจ็บทั้งคู่ ถ้าสหรัฐแบนแอพจีน ยอดขาย iPhone จะดิ่งตาม คำสั่งของทรัมป์ที่จะห้ามไม่ให้แอพดังจากจีนใช้งานได้ในสหรัฐอาจส่งผลให้ยอดขายสินค้าของบริษัทอเมริกันได้รับผลกระทบไปด้วย

กัวหมิงจี (ming-chi kuo) นักวิเคราะห์ชาวไต้หวันจากบริษัท TF International Securities ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้อย่างแม่นยำกล่าวว่า หากรัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามใช้แอพลิเคชั่น WeChat จนทำให้ Apple ต้องถูกบีบให้ถอดแอพนี้จาก App Stores จะส่งผลต่อยอดขายของบริษัทอย่างหนักหน่วง

กัวหมิงจีประเมินว่าถ้าสหรัฐแบนแอพดังจากจีนจะส่งผลให้ยอดส่งออก iPhone ในจีนลดลงถึง 25–30% ต่อปี เนื่องจาก WeChat เป็นแอพนยอดนิยมอย่างมากในจีนและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนจีนในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การติดต่อประจำวันไปจนถึงการทำธุรกรรม

นอกจากยอดขาย iPhone จะลดลงถึง 1 ใน 4 จนถึง 1 ใน 63 แล้ว กัวยังคาดว่ายอดขายผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่าง AirPods, iPad, Apple Watch จะลดลงด้วยที่ราว 15–25%

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อสินค้าสัญชาติอเมริกันอีกหากโดนัลด์ ทรัมป์แบนแอพดังจากจีน เพราะจะปลุกกระแสชาตินิยมให้เกิดขึ้นในหมู่คนจีน นำไปสู่การต่อต้านสินค้าอเมริกันและทำให้ธุรกิจของสหรัฐได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของทรัมป์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Photo Illustration by Drew Angerer/AFP

ทั่วโลกป่วยโควิด-19 ทะลุ 20 ล้าน เสียชีวิตกว่า 7 แสนราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630402

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 06:58 น.ทั่วโลกป่วยโควิด-19 ทะลุ 20 ล้าน เสียชีวิตกว่า 7 แสนรายสถานการณ์โควิด-19ทั่วโลกยังหนัก ผู้ติดเชื้อวันเดียวพุ่งกว่า 2 แสนราย ทะลุ 20,233,350 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 737,809 รายแล้ว

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 11 ส.ค. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 20,233,350 ราย เพิ่มขึ้น 204,317 รายเสียชีวิต 737,809 ราย เพิ่มขึ้น 4,251 ราย รักษาหาย 13,087,073 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 5,246,696 ราย เพิ่มขึ้น 45,050 ราย เสียชีวิต 166,108 ราย เพิ่มขึ้น 485 ราย รักษาหาย 2,702,663 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 3,057,470 ราย เพิ่มขึ้น 21,888 ราย เสียชีวิต 101,857 ราย เพิ่มขึ้น 721 ราย รักษาหาย 2,163,812 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 2,267,153 ราย เพิ่มขึ้น 53,016 ราย เสียชีวิต 45,353 ราย เพิ่มขึ้น887 ราย รักษาหาย 1,581,640 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 892,654 ราย เพิ่มขึ้น 5,118 ราย เสียชีวิต 15,001 ราย เพิ่มขึ้น 70 ราย รักษาหาย 696,681 ราย

5.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 563,598 ราย เพิ่มขึ้น 3,739 ราย เสียชีวิต 10,621 ราย เพิ่มขึ้น 213ราย รักษาหาย 417,200 ราย

6. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 480,278 ราย เพิ่มขึ้น 4,376 ราย เสียชีวิต 52,298 ราย เพิ่มขึ้น 292 ราย รักษาหาย 322,465 ราย

7. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 478,024 ราย เสียชีวิต 21,072 ราย รักษาหาย 324,020 ราย

8. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ397,623 ราย เพิ่มขึ้น10,142 ราย เสียชีวิต 13,154ราย เพิ่มขึ้น312 ราย รักษาหาย 221,485 ราย

9. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 375,044 ราย เพิ่มขึ้น 1,988 ราย เสียชีวิต 10,139 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย รักษาหาย 347,342 ราย

10. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 370,060 ราย เพิ่มขึ้น 2,873 ราย เสียชีวิต 28,576 ราย เพิ่มขึ้น73 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 112 มีผู้ติดเชื้อ 3,351 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,160 ราย

กว่าจะสำนึกก็สายเกินไป บาดแผลของการปฏิวัติวัฒนธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630397

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 21:33 น.กว่าจะสำนึกก็สายเกินไป บาดแผลของการปฏิวัติวัฒนธรรมการปฏิวัติวัฒนธรรมและคำว่ายุวชนแดงถูกพูดถึงกันมากขึ้นในวงเสวนาการเมืองบ้านเรา แต่เหตุการณ์นี้มีความซับซ้อนมาก

การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม (Cultural Revolution) เป็นช่วงเวลา 10 ปีที่บ้าคลั่งไร้เหตุที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน เป็นช่วงเวลาที่คนถูกเข่นฆ่าถูกบีบบังคับถูกประจานในนามของการเมือง ความคิดเก่าๆ วัฒนธรรมเก่าๆ ถูกทำลายย่อยยับในนามของอุดมการณ์ใหม่ จะให้พรรณนาความฉิบหายย่อยยับของการปฏิวัติวัฒนธรรมคงไม่พอแค่บทความเดียว  แม้ว่าผู้เขียนจะเขียนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วก็ตาม

การปฏิวัติวัฒนธรรมมีกระบวนการต่อสู้ช่วงชิงที่ยาวนานและซับซ้อนในทางการเมือง แต่ในสนามชีวิตจริงการต่อสู้ช่วงชิงทางการเมืองไม่ซับซ้อนไปกว่าการลากตัวคนที่พวกคนหนุ่มสาวมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่ออุดมการณ์สังคมนิยมมากดหัวประจาน ลากมาทุบตี บังคับให้สารภาพความผิดทั้งๆ ที่ไม่ผิด ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแต่นับไม่ถ้วน หากเหยื่อไม่ช้ำตายไปเองก็ต้องฆ่าตัวตาย

เช่น อู๋หานผู้เขียนบทละครเรื่อง “ปลดไห่รุ่ยจากตำแหน่ง” ที่ถูกใส่ไคล้ว่าเขียนละครเรื่องนี้เสียดสีเหมาเจ๋อตง จนอู๋หานถูกจับขังถูกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่ากระทั่งต้องฆ่าตัวตาย บ้างก็ว่าช้ำจนตายไปเอง ใครที่ติดตามประวัติศาสตร์จีนยุคใกล้คงทราบกรณีนี้กันดี

ยุคนั้นนักคิดนักเขียนพระสงฆ์องค์เจ้าถูกกลั่นแกล้งทำร้ายเป็นเรื่องธรรมดา จีนต้องสูญเสียปัญญาชนและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าอยากไม่อาจฟื้นคืนได้ เพียงเพราะถูกตราหน้าว่าเป็นเศษซากสังคมเก่า

อย่าว่าแต่นักวิชาการหรือคนเขียนบทละครเลย แม้แต่ประธานาธิบดีของประเทศ คือ หลิวซ่าวฉี ยังถูกฝ่ายเหมาเจ๋อตงใส่ร้ายถูกพวกยุวชนลากตัวจากทำเนียบมาประจานทุบตีนานนับปี จนตายอย่างทรมาน ศพถูกขนไปเผาทิ้งแบบลวกๆ (ดูบทความเรื่อง กี่เพ้าแห่งความตาย ความบ้าคลั่งของยุวชนแดง)

ที่ปวดร้าวที่สุดคือ ยุวชนเหล่านั้นถูกอุดมการณ์ล้างสมองให้สอดแนมพ่อแม่ครูบาอาจารย์ว่าทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิวัติหรือไม่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ อดีตพลพรรคหงเว่ยปิง (ยุวชนแดง) ที่เคยก่อเหตุในช่วงนั้นเริ่มทะยอยออกมาขอโทษวีรเวรวีรกรรมของตัวเอง โดยเฉพาะพวกเด็กๆ ในยุคนั้นที่ตั้งศาลเตี้ยลากตัวครูบาอาจารย์มาประจานทุบตี แต่คำขอโทษของคนเหล่านี้มักจะสายไป เพราะเหยื่อมักจะตายไปตั้งแต่ช่วงโกลหลแล้ว

เมื่อ 6 ปีก่อนมีกรณีหนึ่งที่โด่งดังมากทั้งในจีนและต่างประเทศ เป็นเรื่องราวของอดีตยุวชนแดงที่ชื่อ จางหงปิง ตอนนี้อายุได้ 66 ปี

เมื่อการปฏิวัติวัฒนธรรมคืบคลานมาถึงบ้านเกิดคืออำเภอกู้เจิ้น มณฑลอันฮุย จางหงปิงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกยุวชนทำลายของเก่าเผาหนังสือ จึงอยากมีส่วนร่วมกับการปฏิวัติบ้างถึงกับเปลี่ยนชื่อจาก เถี่ยฟู เป็น หงปิง หรือ ทหารแดง พ่อแม่ก็เห็นดีด้วย ครอบครัวจางกระตือรือร้นมาก พี่สาวของเขาถึงขนาดเดินทางไปปักกิ่งเพื่อจะพบประธานเหมา แต่พอกลับมาบ้านก็ป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบตายไปอายุแค่ 16 ปี นี่เป็นศพแรกของครอบครัวนี้

จางหงปิงไม่สนใจนักเขายังกระตือรือร้นกับการทำลาย 4 เก่า วิพากษ์ผู้หลักผู้ใหญ่ กระทั่งพ่อตัวเองก็ยังไม่เว้น พ่อของเขาถูกพวกยุวชนโจมตีว่าเป็นพวกศัตรูการปฏิวัติ (ทั้งๆ ที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งสามีภรรยา) ถูกจับตัวมาวิพากษ์ต่อหน้าธารกำนัล (ภาษาจีนเรียกว่า พีโต้ว ต้าฮุ่ย) ถึง 18 ครั้ง แต่ลูกชายกลับศรัทธาในประธานเหมาจนหูหนวกตาบอด ร่วมเขียนหนังสือตัวใหญ่ติดผนังวิจารณ์พ่อตัวเอง แต่พ่อก็ได้แต่อ่านคำต่อว่าไม่ได้เแค้นเคืองอะไรลูกคนนี้

ขณะที่แม่ของเขายืนเคียงข้างสามีคอยปกป้องเขาทั้งยังท้าทายพวกที่จับตัวเขามาประจาน หลังเสร็จสิ้นการโจมตีแล้วแม่เดินคล้องแขนพ่อไม่แยแสใคร จางหงปิงบอกว่าชั่วชีวิต ยังไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ใกล้ชิดกันขนาดนี้มาก่อน

ก่อนการปฏิวัติครอบครับจางอบอุ่นเรียบง่าย หลังพายุร้ายเข้าถล่ม บ้านนี้กลายเป็นนรก นรกที่แท้จริงก่อตัวขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1970 คงเป็นเพราะแม่ของเขาสุดจะทนที่ต้องผ่านความฉิบหายวายป่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรม ต้องเสียพ่อที่ถูกโจมตีเป็นพวกเจ้าที่ดินจนตาย เสียลูกสาวเพราะคลั่งประธานเหมา สามีถูกโจมตีทั้งๆ ที่ป็นสมาชิกพรรค ลูกชายกลายเป็นพวกหัวรุนแรง

ค่ำวันนั้นพ่อแม่ลูกทุ่มเถียงกันเรื่องการปฏิวัติ แล้วแม่ของเขาก็โพล่งขึ้นมาว่า ประธานเหมาควรหยุดทำตัวเป็นเจ้าลัทธิให้คนบูชาซะที และควรจะหยุดใส่ร้ายและรื้อฟื้นคุณงามความดีของหลิวซ่าวฉี ทั้งยังฉีกรูปประธานเหมาเผาทิ้งอีก

ลูกชายได้ยินแม่ตำหนิประธานเหมาก็แค้นจนแทบบ้า หน้ามืดตามัวไม่คิดว่าแม่เป็นแม่อีก แต่เป็นปีศาจร้ายศัตรูทางชนชั้น ถึงขั้นด่าทอเป็นสุนัขแล้วขู่จะทำร้ายแม่ตัวเองถ้าไม่ยอมกลับคำพูด แต่แม่ไม่ยอม ส่วนพ่อแทนที่จะเข้าข้างเมียเพราะตัวเองก็ถูกทำร้ายเพราะการปฏิวัติเหมือนกัน กลับพลอยเห็นดีเห็นงามกับลูกชาย ช่วยกันไปฟ้องเจ้าหน้าที่ให้มาจัดการแม่กับเมียตัวเอง

ครั้นทหารมาถึงก็จัดการซ้อมแม่ของเขาจับมัดเสียแน่นจนกระดูกลั่น แล้วนำตัวไปขัง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิตข้อหาโจมตีประธานเหมา แล้วประหารด้วยการยิงเป้าในเดือนเมษายนปีนั้น

แทนที่จางหงปิงจะโล่งใจที่ได้กำจัดศัตรูทางชนชั้น นับแต่นั้นเขากลับทุกข์ทรมานแสนสาหัสเฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นลูกอกตัญญูเป็นเหตุให้แม่ต้องตาย หลายครั้งที่เขาฝันถึงแม่ ก็จะคุกเข่าขอโทษทั้งน้ำตา แต่แม่ไม่เคยเอ่ยปากพูดกับเขาเลย

ต่อมา จางหงปิงไปร้องขอให้ทางการกลับคำพิพากษาเพื่อให้แม้พ้นมลทิน ซึ่งก็สำเร็จเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ถูกทำร้ายในช่วงนั้น ผิดก็แต่ชีวิตของแม่เขาไม่อาจเรียกคืนมาได้อีก

ผลของการปฏิวัติวัฒนธรรมมีคนถูกทำร้ายถึง 36 ล้านคน ยอดตายยังไม่แน่ชัดแต่คาดว่าประมาณ 1.5 – 2 ล้านคน แต่หนึ่งในเหยื่อที่รอดชีวิตมาได้ เป็นคนช่วยสยบความบ้าคลั่ง และนำจีนเข้าสู่ยุคใหม่ คือ เติ้งเสี่ยวผิง นั่นเอง

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

White House photo by Byron Schumaker / Public Domain

ฟิลิปปินส์โต้สื่อไทย พาดหัวข่าวเรียกเป็น “แดนโควิด” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630382

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 20:06 น.ฟิลิปปินส์โต้สื่อไทย พาดหัวข่าวเรียกเป็น "แดนโควิด"สื่อรายใหญ่ในประเทศไทยพาดหัวข่าวเป็นเรื่อง ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องตอบโต้

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกไปถึงบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหลังจากที่ไทยรัฐพาดหัวข่าวที่หมิ่นเหม่ต่อภาพลักษณ์ของประเทศฟิลิปปินส์ คือ “นำเข้า-ครูฟิลิปปินส์ แดนโควิด ถึงไทยแล้ว 165” โดยเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้

อ้างถึงพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวานนี้ 9 สิงหาคม 2563 เกี่ยวกับการมาถึงของครูชาวฟิลิปปินส์ที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 8 สิงหาคม 2563 สถานทูตฟิลิปปินส์ขอแสดงความไม่พอใจอย่างสุดซึ้งต่อลักษณะเฉพาะในพาดหัวข่าวเกี่ยวกับฟิลิปปินส์เรื่องการกลับมาของครู

การกระทำลักษณะนี้ไม่เหมาะสม ไม่ (ตระหนักถึง) ความอ่อนไหว และไม่เป็นประโยชน์ในขณะที่พวกเราพี่น้องในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึงซึ่งเกิดจากโรคโคโรนาไวรัส 2019 (การระบาดใหญ่ของโควิด-19)

สถานทูตฟิลิปปินส์ขอรับรองกับไทยรัฐ, ผู้อ่าน และเพื่อนชาวไทยทุกคนว่าครูชาวฟิลิปปินส์และชาวฟิลิปปินส์คนอื่นๆ ที่เดินทางกลับราชอาณาจักรกำลังปฏิบัติตามและจะปฏิบัติตามระเบียบการด้านสุขภาพและเงื่อนไขการกักกันทั้งหมดที่ประกาศใช้โดยรัฐบาลไทยอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ พวกเราที่สถานทูตฟิลิปปินส์ยังสามารถยืนยันถึงความขยันขันแข็งและความเป็นมืออาชีพของข้าราชการไทยในกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการต่างประเทศ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลาสนามบิน และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น มีการปฏิบัติตามระเบียบการและข้อกำหนดการกักกันอย่างเข้มงวดเพื่อให้ประเ?สไทยสามารถจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

เราหวังว่าจดหมายฉบับนี้จะมีพื้นที่ในหนังสือพิมพ์ของคุณเพื่อเป็นข้อมูลของประชาชนทั่วไปและเพื่อให้เราสามารถส่งเสริมความสมัครสมานและความสามัคคีเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิผลในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

จดหมายฉบับนี้ลงชื่อนาย Val Simon T. Roque

จีนสวนสหรัฐยุ่งฮ่องกง คว่ำบาตรนักการเมืองอเมริกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630377

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 18:03 น.จีนสวนสหรัฐยุ่งฮ่องกง คว่ำบาตรนักการเมืองอเมริกัน หลังจากที่สหรัฐคว่ำบาตรแคร์รี่ หลั่ม เมือสัปดาห์ที่แล้ว จีนก็รอจังหวะสวนกลับในสัปดาห์ถัดมา

รัฐบาลจีนประกาศคว่ำบาตรชาวอเมริกัน 11 คนรวมถึงวุฒิสมาชิกมาร์โก รูบิโอ และเท็ด ครูซ เพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของสหรัฐใช้มาตรการต่างๆ ตอบโต้จีนที่ใช้กฎหมายความมั่นคงและกวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับการประม้วง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลสหรัฐกล่าวหาเจ้าหน้าฮ่องกงที่ 11 คนว่าปราบปราม “เสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตย” และประกาศแผนการที่จะอายัดทรัพย์สินคนเหล่านี้ในสหรัฐ ซึ่งในทั้ง 11 คนนั้นยังรวมถึงแคร์รี หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง

รัฐบาลตอบโต้ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและ “แทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง” และประกาศรายชื่อชาวอเมริกัน 11 คนที่จะถูกจีนคว่ำบาตรเพื่อเป็นการตอบโต้บ้าง

ในรายชื่อทั้ง 11 คนนอกจากวุฒิสมาชิกมาร์โก รูบิโอ และเท็ด ครูซ ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีโจมตีจีนมาโดยตลอดและเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงมากที่สุดเมื่อปีที่แล้ว ยังมี เคนเนธ รอธ ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch และคาร์ล เกอร์ชแมน ประธานองค์กร National Endowment for Democracy ซึ่งให้การสนับสนุนกลุ่มประชาธิปไตยในฮ่องกง

“จีนได้ตัดสินใจที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรกับคนบางคนที่ประพฤติตัวไม่ดีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกง” จ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อวันจันทร์โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการคว่ำบาตรจะนำไปสู่อะไร

Photo by GREG BAKER / AFP

จับตากองทัพเรือประมงจีน ล่าสัตว์น้ำใกล้กาลาปากอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630338

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 16:05 น.จับตากองทัพเรือประมงจีน ล่าสัตว์น้ำใกล้กาลาปากอสมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งสำคัญอาจกำลังถุกคุกคามจากกองเรือขนานดใหญ่จากจีน

กองทัพเรือเอกวาดอร์กำลังดำเนินการเฝ้าระวังกองเรือประมงขนาดใหญ่ของจีนที่จับสัตว์ทะเลอยู่ใกล้น่านน้ำที่ได้รับการคุ้มครองของหมู่เกาะกาลาปากอส ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการจับปลาในพื้นที่ของเกาะที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศ

กองทัพเรือได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนโดยเรือลาดตระเวนของทหารพร้อมส่งเครื่องบินลาดตระเวนเหนือภูมิภาคเพื่อจับตากลุ่มเรือประมงประมาณ 260 ลำจากประเทศจีนกำลังล่าสัตว์น้ำในพื้นที่ใกล้กับมรดกโลกแห่งนี้ท่ามกลางความกังวลของชาวโลกและเสียงตำหนิเรือประมงจีนที่ทำประมงใกล้กับสถานที่สำคัญของชาวโลกมากเกินไป

กองเรือประมงจากจีนเข้ามาในน่านนน้ำแถบนี้ตั้งแต่ปี 2017 โดยมาถึงในช่วงฤดูร้อนและทำการประมงนอกน่านน้ำหมู่เกาะกาลาปากอสที่มีสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่ เช่น ฉลามหัวค้อน

การจับปลาดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายเพราะเกิดขึ้นในน่านน้ำสากล แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าเรือประมงสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์ทะเลที่มีอยู่มากมายที่ทะลักออกมาจากเขตสงวนของกาลาปากอสและข้ามไปยังน่านน้ำที่ไม่มีการป้องกันจนเป็นเหยื่อของเรือประมง

แต่เรือของจีนไม่ได้อยู่แค่ในน่านน้ำสากล เพราะในปี 2017 มีเรือจีนถูกจับได้ในเขตสงวนทางทะเลกาลาปากอสโดยบรรทุกสัตว์ทะเล 300 ตัน

ด้านรัฐบาลจีนได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ยอมอดทนต่อการทำประมงที่ผิดกฎหมายและได้เสนอให้มีการห้ามจับปลาในพื้นที่ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ทำกองเรือประมงมักจะออกจากพื้นที่ก่อนช่วงเวลาดังกล่าว

หมู่เกาะกาลาปากอสซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเอกวาดอร์ประมาณ 1,000 กม. เป็นที่ตั้งของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะหลายชนิดรวมถึงเต่ายักษ์และเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วินนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 19 เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

REUTERS/Santiago Arcos

กม.ความมั่นคงคุกคาม ไต้หวันอาจเป็นเป้าต่อไปของจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630329

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 14:03 น.กม.ความมั่นคงคุกคาม ไต้หวันอาจเป็นเป้าต่อไปของจีนกฎหมายดังกล่าวยังขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติครอบคลุม “ทุกคน” ทั่วโลก

Paul Shek รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนโดยชี้ว่า การที่จีนบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เปรียบเหมือนเป็นการยุติการปกครองแบบ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ซึ่งผิดต่อคำมั่นสัญญาที่จีนเคยให้กับฮ่องกง

ผู้เขียนชี้ว่าบทโทษต่าง ๆ ที่ระบุในกฎหมายดังกล่าวไม่เพียงแต่บังคับใช้ที่ฮ่องกง ยังลิดรอนสิทธิการปกครองตนเองที่มีอยู่ของพลเมืองฮ่องกง พื้นที่ขอบเขตบังคับใช้ครอบคลุมทั่วโลกเป็นการละเมิดค่านิยมสากล เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพอย่างรุนแรง ไต้หวันขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย

กรณีล่าสุดคือการจับกุมจิมมี่ ไหล (Jimmy Lai) ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Apple Daily และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงการจับกุมนักเคลื่อนไหวที่เป็นนักศึกษา 4 คนก่อนหน้านี้ ในข้อหาต่างๆ กันตามที่ระบุไว้ในกฎหมายคือ ความผิดฐานแบ่งแยกดินแดน ความผิดฐานล้มล้างการปกครอง ความผิดฐานการก่อการร้าย และความผิดฐานการคบคิดกับต่างชาติบ่อนทำลายความมั่นคงในประเทศ

อย่างไรก็ตาม Paul Shek ชี้ว่า จีนสามารถตีความตามอำเภอใจ จีนอาศัยการบัญญัติกฎหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อสร้างความชอบธรรมในการแทรกแซงการปกครองตนเองของฮ่องกง และการควบคุมบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อเป็นพื้นฐานทางกฎหมายของการส่งตำรวจติดอาวุธไปยังฮ่องกง เพื่อยับยั้ง โจมตี และข่มขู่พลังประชาธิปไตยของฮ่องกง

ที่สำคัญก็คือ มาตราที่ 38 กำหนดให้บังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่ไม่มีสถานภาพนำพักถาวรในฮ่องกงที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวนอกเขตปกครองพิเศษฮ่องกง การกระทำดังกล่าวเป็นการขยายสิทธิสภาพนอกอาณาเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สร้างความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็น

ยังมีประเด็นสำคัญที่รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยชี้ให้เห็นคือไต้หวันอาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของจีน โดยชี้ว่าคำนิยามของบทโทษ “ความผิดฐานแบ่งแยกดินแดน” ในกฎหมายดังกล่าว ระบุถึงฮ่องกงและ “พื้นที่อื่น ๆ” ของจีน จงใจจู่โจมการรวมตัวของ “การเป็นเอกราชฮ่องกง” และ “การเป็นเอกราชของไต้หวัน” อีกทั้งยังจำกัดความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังขอให้องค์กรทางการเมือง และตัวแทนของไต้หวันและต่างประเทศให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเคลื่อนไหวในฮ่องกง

“กฎหมายดังกล่าวยังขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติครอบคลุม “ทุกคน” ทั่วโลก ยังรวมถึงผู้โดยสารเรือหรืออากาศยานสัญชาติฮ่องกง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของรัฐบาลจีนที่พยายามขยายขอบเขตอำนาจทางกฎหมายภายในประเทศให้ครอบคลุมโลก” Paul Shek ระบุ

Photo by DALE DE LA REY / AFP