คำสาปเดือนสิงหา เดือนมรณะที่รัสเซียมักเจอแต่หายนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680093

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 16:41 น.คำสาปเดือนสิงหา เดือนมรณะที่รัสเซียมักเจอแต่หายนะ

คนรัสเซียมีความเชื่อว่าเดือนสิงหาคมเป็นเดือนต้องคำสาป เพราะมักจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ขึ้นกับรัสเซีย

หากลองสังเกตดูจะพบว่า เรื่องร้ายๆ มักจะเกิดขึ้นบนโลกของเราแทบจะทุกเดือนทุกปี แต่สำหรับชาวรัสเซียพวกเขามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนต้องคำสาป (August curse) เพราะเหตุการณ์รุนแรงของรัสเซียมักจะเกิดขึ้นในเดือนนี้มากกว่าเดือนอื่นๆ

เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 21 บรรดานักข่าวและผู้สังเกตการณ์พากันตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา เหตุการณ์รุนแรงและร้ายแรงถึงแก่ชีวิตจำนวนมากผิดปกติในรัสเซียล้วนเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การก่อการร้าย หรือสงคราม

เหตุการณ์ครั้งใหญ่ๆ ในเดือนสิงหาคมมีหลายเหตุการณ์ อาทิ

  • วันที่ 19-21 ปี 1991 สมาชิกรัฐบาลของสหภาพโซเวียตกลุ่มหนึ่งพยายามก่อรัฐประหารเพื่อควบคุมประเทศจากประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียต
  • วันที่ 27 ปี 1992 เที่ยวบินที่ 2808 ของสายการบิน Aeroflot ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติพุ่งชนกลุ่มอาคารในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเมืองอิวาโนวาขณะกำลังลงจอด ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 84 รายเสียชีวิต
  • วันที่ 11 ปี 1994 เกิดอุบัติเหตุทางรถไฟในภูมิภาคเบลโกร็อด มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 50 ราย
  • วันที่ 29 ปี 1996 เที่ยวบินที่ 2801 ของสายการบิน Vnukovo Airlines ตกในนอร์เวย์ เนื่องจากระบบนำทางผิดพลาด ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 141 รายรวมทั้งเด็กเสียชีวิต
  • วันที่ 17 ปี 1998 เกิดวิกฤตการเงินรัสเซีย ทำให้รัฐบาลและธนาคารกลางสั่งลดค่าเงินรูเบิลและผิดนัดชำระหนี้ ความรุนแรงของวิกฤตครั้งนี้ยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของเพื่อนบ้านรัสเซียอีกหลายประเทศวันที่ 12 ปี 2000 เรือดำน้ำคูรสก์จมลงในทะเลแบร์เรนต์ระหว่างการฝึกซ้อมรบครั้งใหญ่ของกองทัพเรือครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 118 รายเสียชีวิต
  • วันที่ 19 ปี 2002 กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในเชเชนใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศสอยเฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-26 กองทัพรัสเซียตกในเขตทุ่นระเบิดในเชเชน ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 127 นาย นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในวงการการบินเฮลิคอปเตอร์ เป็นภัยพิบัติด้านการบินที่ร้ายแรงที่สุดที่ของกองทัพรัสเซีย และเป็นการเสียชีวิตที่มากที่สุดใน 1 วันนับตั้งแต่ปี 1999
  • วันที่ 24 ปี 2004 มีการระเบิดเครื่องบินโดยสารภายในประเทศ 2 ลำที่ขึ้นบินจากท่าอากาศยานนานาชาติโดโมเดโดโวในกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 89 ราย
  • วันที่ 22 ปี 2006 เที่ยวบินที่ 612 ของสายการบิน Pulkovo Aviation Enterprise ตกที่แคว้นโดเนตสก์ โอบลาสต์ ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 170 ราย
  • วันที่ 7-12 ปี 2008 เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับจอร์เจีย
  • วันที่ 17 ปี 2009 เครื่องบิน 2 ลำชนกันระหว่างการฝึกซ้อมการแสดงแอร์โชว์ในกรุงมอสโก มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย
  • วันที่ 17 ปี 2009 เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีสถานีตำรวจในเมืองนาซราน สาธารณรัฐอินกูเชเตียของรัสเซีย มีผู้เสียชีวิต 25 ราย บาดเจ็บ 64 ราย
  • วันที่ 17 ปี 2009 กังหันตัวหนึ่งของสถานีผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนซายาโน-ชูเชนสกายาขัดข้อง จนน้ำทะลักท่วมห้องติดตั้งอุปกรณ์สร้างกระแสไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 75 ราย
  • วันที่ 29 ก.ค.-13 ส.ค. ปี 2010 เกิดไฟป่าขึ้นนับร้อยจุดทั่วประเทศและอุณหภูมิสูง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากไฟป่า 54ราย และจากคลื่นความร้อน 55,736 ราย
  • ต้นเดือน ก.ค.-กลางเดือน ส.ค. ปี 2013 น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย สูญหาย 105 ราย ไร้ที่อยู่อาศัย 860,000 ราย (รวมความเสียหายของจีนและรัสเซีย)
  • วันที่ 1-31 ปื 2019 ไฟป่าไซบีเรีย

หลายคนพยายามหาเหตุผลมาอธิบายเหตุการณ์รุนแรงที่เจาะจงหรือบังเอิญเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมเหล่านี้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์

ทางวิทยาศาสตร์นั้นมองว่าฤดูกาลมีอิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งเดือนสิงหาคมในรัสเซียเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนและเป็นเดือนที่ผู้คนออกมาทำกิจกรรมกันข้างนอกในเดือนที่มีวันหยุดยาว เปิดโอกาสให้ผู้ก่อการร้ายหรืออาชญากรลงมือในช่วงนี้ ผิดกับช่วงฤดูหนาวที่หนาวสุดๆ ที่ผู้คนมักจะหมกตัวอยู่ในบ้าน

เยฟเกนี นาดอร์ชิน นักเศรษฐศาสตร์จาก Trust Bank มองว่า สำหรับหลายๆ เหตุการณ์ การเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมถือเป็นความบังเอิญ แต่ช่วงวันหยุดยาวที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่นาซราน

บางคนอธิบายคำสาปเดือนสิงหาคมด้วยเหตุผลทางไสยศาสตร์ อาทิ นักพยากรณ์ เยเลนา คุซเนตโซวา เผยไว้เมื่อปี 2009 ว่า ความวุ่นวายต่างๆ จะอยู่ไปจนถึงช่วงกลางเดือนกันยายน เพราะดวงเมืองของรัสเซียทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในเดือนสิงหาคม และยังมีดาวเสาร์และดาวยูเรนัสที่สัมพันธ์กับดวงเมืองด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการระบุไว้เมื่อปี 2001 ว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดของเดือนสิงหาคมเป็นปัจจัยสนับสนุนเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ คือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ก่อความไม่สงบหรือเหตุการณ์ทางทหารเกิดขึ้นได้

เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างหลายเหตุการณ์ในรัสเซียล้วนเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะที่ทหารจะเคลื่อนไหว เช่น เหตุการณ์แนวรบด้านตะวันออกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 1914 เมื่อเยอรมนีรุกรานคองเกรสโปแลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย

หรือการที่เยอรมนีปิดล้อมเลนินกราดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ปี 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีถัดมาในวันที่ 23 สิงหาคม เยอรมนีเปิดศึกชิงเมืองสตราลินกราดแต่ต้องพ่ายแพ้ให้สหภาพโซเวียต

Photo by OLGA MALTSEVA / AFP

จีนพัฒนา ‘วัคซีน RNA วงแหวน’ ต้านโควิด-19 ‘โอไมครอน-เดลตา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680074

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 14:23 น.จีนพัฒนา ‘วัคซีน RNA วงแหวน’ ต้านโควิด-19 ‘โอไมครอน-เดลตา’

คณะนักวิทยาศาสตร์จีนเสนอกลยุทธ์การผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบใหม่ ซึ่งอาจกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอนและสายพันธุ์เดลตา

ผลการศึกษาในวารสารเซลล์ (Cell) ระบุว่าคณะนักวิจัยนำโดยเว่ยเหวินเซิ่งจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง พัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รุ่นใหม่ หรือวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวน (circRNA)

วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มุ่งโจมตีโปรตีนหนามของเชื้อไวรัสฯ ที่ก่อโรคโควิด-19 เป็นหลัก ทว่าวัคซีนที่มีโครงสร้างอาร์เอ็นเอแบบเส้น มักพลาดเป้าหมายในการลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ที่อุบัติขึ้นมาใหม่

ขณะวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวน ซึ่งมาพร้อมโครงสร้างวงแหวนลักษณะปิด มีความเสถียรมากกว่าวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ และสามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่อาศัยสารน้ำและเซลล์อย่างมีศักยภาพมากขึ้น

วัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนยังกระตุ้นแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ในระดับสูง สามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในหนูและลิงวอก อีกทั้งสร้างการตอบสนองของทีเซลล์ (T cell) หนึ่งในเซลล์สำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงป่วยหนักในกลุ่มคนที่เคยฉีดวัคซีนและติดเชื้อไวรัสฯ ในเวลาต่อมา (VAED) เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

การศึกษาพบว่าหนึ่งในวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนที่มุ่งโจมตีเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน สามารถสร้างแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ต่อโอไมครอน แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์เดลตา ขณะวัคซีนอีกตัวที่มีเป้าหมายเป็นสายพันธุ์เดลตาสามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ ได้ทั้งสองสายพันธุ์ หรือทำหน้าที่เป็นวัคซีนโดสกระตุ้น ตามหลังการฉีดวัคซีนสองโดสก่อนหน้า

ด้วยเหตุนี้ คณะนักวิจัยจึงสรุปว่าวัคซีนอาร์เอ็นเอแบบวงแหวนมีศักยภาพสำหรับพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทางเลือกที่ใช้งานในวงกว้างต่อไปได้

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ในที่สุด! Twitter เตรียมทดสอบปุ่ม ‘แก้ไขข้อความ’ เร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680056

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 11:45 น.ในที่สุด! Twitter เตรียมทดสอบปุ่ม 'แก้ไขข้อความ' เร็วๆ นี้

Twitter เผยกำลังพัฒนาฟีเจอร์แก้ไขทวีต ยันไม่เกี่ยวกับอีลอน มัสก์

Twitter แถลงผ่านบัญชีอย่างเป็นทางการ @TwitterComms ระบุว่าแพลตฟอร์มได้มีการพัฒนาฟีเจอร์แก้ไขทวีต ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ร้องขอกันมากที่สุด

โดยผู้ใช้งาน Twitter Blue บริการสมาชิกแบบรายเดือนจะได้ทดลองฟีเจอร์ดังกล่าวก่อนใครในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อเรียนรู้ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล และอะไรที่เป็นไปได้

now that everyone is asking… yes, we’ve been working on an edit feature since last year!no, we didn’t get the idea from a poll we’re kicking off testing within @TwitterBlue Labs in the coming months to learn what works, what doesn’t, and what’s possible.— Twitter Comms (@TwitterComms) April 5, 2022

อย่างไรก็ตาม Twitter ระบุว่าได้เริ่มทดสอบระบบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งไอเดียนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้ามาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างอีลอน มัสก์แต่อย่างใด

หลังจากที่มัสก์สร้างโพลบน Twitter เมื่อวานนี้ว่า “คุณต้องการปุ่มแก้ไขหรือไม่” ซึ่งพบว่า 73.6% จากผู้โหวตกว่า 4.4 ล้านคนตอบว่า “ต้องการ”

Do you want an edit button?— Elon Musk (@elonmusk) April 5, 2022

ขณะที่เจย์ ซัลลิแวน หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Twitter กล่าวว่านี่คือฟีเจอร์ที่ถูกเรียกร้องมากที่สุดตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่บริษัทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเปิดตัวปุ่มแก้ไขทวีต เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ หากไม่มีการจำกัดเวลาหรือควบคุมความโปร่งใสของข้อความที่แก้ไข จึงจำเป็นต้องใช้เวลา หาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกอย่างมัสก์เข้าซื้อหุ้น Twitter 9.2% มูลค่าเกือบ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการจับตามองว่าทิศทางของ Twitter จะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อเขาเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ซึ่งล่าสุด ปารัก อักราวัล ประธานผู้บริหารบริษัท Twitter เปิดเผยว่าได้มีการแต่งตั้งมัสก์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทแล้ว

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

สหรัฐและพันธมิตรลงดาบรอบใหม่ คว่ำบาตรแบงก์-การลงทุนในรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680053

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 11:24 น.สหรัฐและพันธมิตรลงดาบรอบใหม่ คว่ำบาตรแบงก์-การลงทุนในรัสเซีย

สหรัฐและพันธมิตรเตรียมคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ฐานก่ออาชญากรรมสงครามในเมืองบูชา

Reuters รายงานว่า ทำเนียบขาวเผยว่า สหรัฐและพันธมิตรจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ในวันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ โดยพุ่งเป้าไปที่ธนาคารรัสเซียและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งห้ามการลงทุนในรัสเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐและยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในเมืองบูชาของยูเครน

เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มาตรการรอบใหม่นี้จะเพิ่มการควบคุมสถาบันการเงินและรัฐวิสาหกิจในรัสเซีย และพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียและครอบครัว

“พรุ่งนี้ สิ่งที่เราจะประกาศ…ด้วยการร่วมมือกับ G7 และ EU คือ มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่ครอบคลุมที่ซึ่งเป็นราคาที่รัสเซียต้องจ่ายและทำให้เศรษฐกิจ การเงิน และเทคโนโลยีของรัสเซียเผชิญกับความโดดเดี่ยวมากขึ้น”

ซากีเผยว่า มาตรการคว่ำบาตรจะ “ลดทอนเครื่องมือสำคัญของอำนาจรัฐของรัสเซีย กำหนดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างฉับพลันทันทีต่อรัสเซีย และทำให้ระบอบโจราธิปไตยของรัสเซียที่ให้เงินและสนับสนุนสงครามของปูตินต้องรับผิดชอบ” โดยปฏิเสธแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรพุ่งเป้าไปที่บุตรสาวของปูตินด้วย

Reuters รายงานว่า เมื่อวันอังคารเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของฝรั่งเศสรายหนึ่งเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) อาจบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ในวันพุธนี้

ส่วน Wall Street Journal รายงานว่า Sberbank คือหนึ่งในธนาคารที่จะถูกคว่ำบาตร

ขณะที่นักการทูตยุโรป 2 รายเผยว่า มาตรการคว่ำบาตรรอบสุดท้ายกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายและจะประกาศแบบรับลูกกันในวันพุธ

ซากีเผยอีกว่า วอชิงตันจะเพิ่มแรงกดดันไปยังประเทศอื่น อาทิ อินเดีย ให้ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรและมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการทำให้รัสเซียรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าสงครามและการคว่ำบาตรของตะวันตกจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวถึง 15%

REUTERS/Kevin Lamarque

เล็งต้านจีน นาโตมุ่งกระชับสัมพันธ์เอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680049

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 10:49 น.เล็งต้านจีน นาโตมุ่งกระชับสัมพันธ์เอเชีย

นาโต (NATO) เล็งกระชับความร่วมมือกับเอเชีย รับมือความท้าทายจากจีน

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า เย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยว่า NATO วางแผนที่จะกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียเพื่อตอบสนองต่อ “ความท้าทายด้านความมั่นคง” ที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน โดยระบุว่าวิกฤตความมั่นคงในปัจจุบันจะมีผลกระทบระดับโลก

สต็อลเตินบาร์กมุ่งมั่นที่จะให้ NATO กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิกในด้านต่างๆ อาทิ การควบคุมอาวุธ ไซเบอร์ และเทคโนโลยี

โดยในสัปดาห์นี้การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิก NATO ทั้ง 26 ประเทศ ร่วมกับรัฐมนตรีของฟินแลนด์ สวีเดน จอร์เจีย และผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) ได้มีการเชิญรัฐมนตรีของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เข้าร่วมด้วย

สต็อลเตินบาร์กระบุว่า “รัฐมนตรีจะร่วมกันหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน ตลอดจนอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นและนโยบายเชิงบีบบังคับของจีน ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายต่อความมั่นคงและประชาธิปไตยของเราด้วย”

“เราเห็นว่าจีนไม่เต็มใจที่จะประณามการรุกรายของรัสเซีย” สต็อลเตินบาร์กกล่าวพร้อมเรียกร้องให้โลกประชาธิปไตยยืนหยัดเพื่อต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน จีนแสดงจุดยืนต่อต้านสงครามและเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ แต่ปฏิเสธที่จะร่วมกับชาติอื่นๆ ในการประณามและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

ด้านจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า NATO เป็นองค์การด้านทหารที่ก่อตั้งด้วยวัตถุประสงค์แบบสงครามเย็น ปรปักษ์ของ NATO คือสภาพโซเวียตซึ่งได้ล่มสลายไปตั้งนานแล้ว ดังนั้น NATO ควรยุบไปตั้งแต่ตอนนั้น และยังมองว่าการกระทำของ NATO เป็นการสุมไฟความขัดแย้งในยูเครน

Photo by REUTERS/Gonzalo Fuentes

รัสเซียกล่าวหาตะวันตกอ้างอาชญากรรมสงคราม ล้มการเจรจาสันติภาพยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680044

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 10:26 น.รัสเซียกล่าวหาตะวันตกอ้างอาชญากรรมสงคราม ล้มการเจรจาสันติภาพยูเครน

รมต.ต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาตะวันตกพยายามทำให้การเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนล่ม

Reuters รายงานว่า เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาว่าชาติตะวันตกพยายามทำลายการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน ด้วยการโหมกระพือสร้างความหวาดผวาว่ากองทัพรัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม

ทั้งเคียฟและตะวันตกบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีหลักฐาน รวมทั้งภาพและพยานที่สำนักข่าว Reuters และองค์กรสื่อมวลชนอื่นๆ รวบรวมได้ ว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในเมืองบูชาของยูเครน

ทว่า ลาฟรอฟเผยโดยไม่แสดงหลักฐานสนับสนุนว่า รัสเซียเชื่อว่าข้อกล่าวหาของเคียฟและตะวันตกถูกปล่อยออกมาเพื่อหวังทำลายการเจรจาที่ลาฟรอฟระบุว่ามีความคืบหน้าหลังจากที่ตัวแทนของรัสเซียและยูเครนพบกันที่ตุรกีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“เราโน้มเอียงไปในทางที่ว่า เหตุผลคือความต้องการที่จะหาข้ออ้างเพื่อยุติการเจรจาที่กำลังดำเนินการอยู่” ลาฟรอฟเผยผ่านวิดีโอที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย

ลาฟรอฟเผยอีกว่า มอสโกยังคงยืนกรานในการทำให้ยูเครนเป็นเขตปลอดทหารและขจัดระบอบนาซี และการคุ้มครองคนพูดภาษารัสเซียในยูเครน

รัฐบาลยูเครนและตะวันตกมองว่าข้อเสนอเหล่านี้ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกยูเครน เป็นเพียงข้อแก้ตัวผิดๆ ในการทำลายประเทศประชาธิปไตยอย่างผิดกฎหมาย

ลาฟรอฟยังกล่าวอ้างโดยไม่แสดงหลักฐานอีกว่า ยูเครนพยายามยุติการเจรจาทั้งหมดหลังจากสื่อตะวันตกรายงานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม

Kirill Kudryavtsev/Pool via REUTERS

เอเชียรับแรงกระแทก สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะชะลอการเติบโตในปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680036

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 09:37 น.เอเชียรับแรงกระแทก สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะชะลอการเติบโตในปีนี้

ขณะที่ธนาคารโลกชี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเผชิญความเสี่ยงจากสงครามในยูเครน การตึงตัวของเงินสหรัฐ และการชะลอตัวของจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน การเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้กว่าที่เคยคิดไว้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เนื่องจากสงครามในยูเครนคาดว่าจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคยังคงสั่นคลอนจากโรคระบาด

ADB ระบุในรายงานฉบับหนึ่งว่า เศรษฐกิจรวมของกลุ่มซึ่งรวมถึงจีนและอินเดียจะขยายตัว 5.2% ในปีนี้ ลดลงเล็กน้อยจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.3% ในเดือนธันวาคม และต่ำกว่าการเติบโต 6.9% ของปีที่แล้วอย่างมาก

สำหรับปี 2023 ภูมิภาคนี้คาดว่าจะเติบโต 5.3% “การรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการพัฒนาในเอเชียอย่างรุนแรง ซึ่งยังคงต่อสู้กับโควิด-19” ADB ระบุในรายงานแนวโน้มการพัฒนาเอเชีย

ADB ยังกล่าวว่าปัจจัยอื่นๆ อาจบดบังแนวโน้มการเติบโตของภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินที่สูงขึ้นซึ่งอาจเกิดจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุกในสหรัฐอเมริกา และการเกิดสายพันธุ์ต่างๆ ของเชื้อโควิด-19 ที่ร้ายแรงกว่า

ADB กล่าวว่าเศรษฐกิจจีนน่าจะเติบโต 5.0% ในปีนี้ ซึ่งช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคม และอ่อนแอกว่าที่ขยายตัว 8.1% ในปี 2021  อย่างมาก เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ผ่อนคลาย

ยกเว้นเอเชียใต้ คาดว่าอนุภูมิภาคทั้งหมดจะเติบโตช้ากว่าที่คาดในปีนี้

ปัจจุบัน ADB มองว่าเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต 4.7% และ 4.9% ตามลำดับ แทนที่จะเป็น 5.0% และ 5.1% ด้วยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด

ADB ได้เพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับภูมิภาคเป็น 3.7% ในปี 2565 จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.7% ก่อนที่จะผ่อนคลายเป็น 3.1% ในปี 2566

ธนาคารโลกชี้เอเชียสะเทือน

4 เมษายน 2022 ธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า สงครามในยูเครนคุกคามการฟื้นตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) จากการระบาดของโควิด-19 โดย สงครามเกิดขึ้นซ้ำเติมความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วที่เกิดจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ การตึงตัวทางการเงินในสหรัฐอเมริกา และการฟื้นตัวของโรคระบาดท่ามกลางนโยบายปลอดโควิดในจีน

ผลกระทบจากสงครามในยูเครนและการคว่ำบาตรรัสเซียกำลังส่งผลกระทบต่ออุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์ ความเครียดทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตทั่วโลกตามรายงานของ World Bank’s East Asia and Pacific Economic Update: Braving the Storms ประเทศในภูมิภาคที่เป็นผู้นำเข้าเชื้อเพลิงรายใหญ่ เช่น มองโกเลียและไทย และผู้นำเข้าอาหาร เช่น หมู่เกาะแปซิฟิก ประเทศเหล่านี้ประสบปัญหารายได้ที่แท้จริงลดลง

ประเทศที่มีหนี้ก้อนโต เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและมองโกเลีย และประเทศที่มีการพึ่งพาการส่งออกสูง เช่น มาเลเซียและเวียดนาม ล้วนอ่อนไหวต่อการเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก

Manuela V. Ferro รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกำลังฟื้นตัวจากภาวะช็อกจากการระบาดใหญ่ สงครามในยูเครนกำลังเข้ามาแทรกโมเมนตัมการเติบโต” และบอกว่า “พื้นฐานที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่และนโยบายที่ดีของภูมิภาคนี้น่าจะช่วยให้สามารถฝ่าฟันพายุเหล่านี้ได้”

Photo – นีน่า วัย 74 ปีแสดงอาการเมื่อเธอเดินผ่านอาคารที่ถูกทำลายโดยกระสุนปืนของรัสเซีย ท่ามกลางการรุกรานยูเครนของรัสเซียในโบโรเดียนกา ในเขตเคียฟ ประเทศยูเครน 5 เมษายน 2022 REUTERS/Zohra Bensemra

ส่องความร้ายกาจของ Switchblade Drones โดรนพลีชีพทำลายล้างสูงที่สหรัฐส่งให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679991

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 18:32 น.ส่องความร้ายกาจของ Switchblade Drones โดรนพลีชีพทำลายล้างสูงที่สหรัฐส่งให้ยูเครน

โดรนรุ่น Switchblade ที่สหรัฐจะส่งไปให้ยูเครนเพิ่มนี้เป็นโดรนพลีชีพล้ำสมัยที่โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำราวจับวาง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังจะส่งโดรนพลีชีพรุ่นใหม่ Switchblade-600 ไปให้ยูเครน 10 ลำ หลังจากเพิ่งส่ง Switchblade-300 ไป 100 ลำเมื่อเร็วๆ นี้

โดรน Switchblade ผลิตโดยบริษัท AeroVironment ถูกออกแบบให้เป็นโดรนพลีชีพ หรือโดรนกามิกาเซที่สามารถลอยอยู่เฉยๆ รอบๆ บริเวณเป้าหมายได้เป็นระยะเวลานานก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีเมื่อมีการระบุเป้าหมาย มีการติดตั้งกล้อง ระบบนำทาง ระเบิด และสามารถตั้งโปรแกรมให้โจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปเป็นไมล์โดยอัตโนมัติ

โดรนนี้มีขนาดเล็กจนสามารถใส่กระเป๋าเป้ได้ เมื่อถูกปล่อยออกมาแล้วมันจะบินไปยังพื้นที่เป้าหมายก่อนจะพุ่งชนเป้าหมายและจุดระเบิดหัวรบในเวลาเดียวกัน Switchblade เคยถูกส่งไปใช้ถล่มกลุ่มตอลีบันในอัฟกานิสถานอย่างลับๆ เมื่อปี 2010 มาแล้ว

ชื่อ Switchblade มาจากการที่ปีกที่ติดปริงของโดรนซึ่งถูกพับเก็บอยู่ภายในท่อกางออกมาเมื่อลอยในอากาศ

โดรน Switchblade มีทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

Switchblade-300

Switchblade-300 ภาพ: https://www.avinc.com

ได้รับการออกแบบมาใช้สำหรับโจมตีบุคคลและรถหุ้มเกราะอ่อน บินได้ไกล 10 กิโลเมตรและลอยลำอยู่เฉยๆ เหนือเป้าหมายได้ราว 15 นาที ยาวประมาณ 2 ฟุต และน้ำหนัก 2.7 กิโลกรัม (รวมกระเป๋าถือและเครื่องปล่อย) นับว่ามีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาจนทหารนายเดียวสามารถนำติดตัวไปได้

Switchblade-300 สามารถควบคุมได้จากระยะไกลถึง 10 กิโลเมตร แต่ใช้งานได้เพียง 10 นาทีเท่านั้น ทำให้ไม่เหมาะกับการสอดแนม แต่มีประโยชน์สำหรับเป้าหมายระยะไกลและช่วยทหารที่ถูกข้าศึกยิงตรึงไว้

นอกจากนี้ ยังติดตั้งกล้องแสดงภาพสีและจีพีเอสเพื่อระบุตำแหน่งและติดตามเป้าหมาย ไปจนถึงสามารถตั้งโปรแกรมการโจมตีเป้าหมายล่วงหน้า หัวรบมีประจุระเบิดเทียบเท่าระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร

หากสถานการณ์เปลี่ยนไป สามารถยกเลิกการโจมตีได้ทุกเมื่อและตั้งเป้าหมายใหม่ได้ แต่ยิงได้ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อยิงแล้วไม่สามารถกู้คืนได้

โดรน Switchblade ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีความเงียบ เมื่อบวกกับขนาดที่เล็ก จึงทำให้ยากต่อการตรวจพบหรือสกัดทำลาย ทำให้โดรนพลีชีพนี้เข้าใกล้เป้าหมายได้ขณะบินที่ความเร็ว 157 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยไม่ถูกจับได้

Switchblade-600

Switchblade-600 ภาพ: https://www.avinc.com

โดรนพลีชีพโมเดลใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีรถถัง มีน้ำหนัก 23 กิโลกรัม สามารถติดตั้งและปฏิบัติการได้ภายใน 10 นาที บินได้ไกลถึง 40 กิโลเมตรในเวลา 20 นาที และลอยลำนิ่งๆ ต่อได้อีกราว 20 นาที (รวมแล้วบินได้ราว 80 กิโลเมตร)

ในขณะที่ติดตั้งหัวรบต่อต้านรถถัง Javelin นั้น Switchblade-600 พุ่งโจมตีเป้าหมายด้วยความเร็ว 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังสามารถควบคุมระบบการยิงด้วยแท็บเล็ตระบบสัมผัส ซึ่งมีออปชั่นให้ผู้ควบคุมเลือกบังคับโดรนขณะลอยตัวแบบแมนนวลด้วย

Switchblade-600 ยังมาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์คู่ EO/IR gimbal ซึ่งเป็นกล้องตรวจจับเซนเซอร์ขั้นสูง ทำให้ระบุเป้าหมายได้ค่อนข้างรวดเร็ว ระบบควบคุมความแม่นยำที่ทันสมัย และระบบติดตามเป้าหมายสำหรับล็อคเป้านิ่งและเป้าเคลื่อนไหว ทั้งยังสามารถยกเลิกภารกิจได้ตลอดเวลาและสั่งกำหนดเป้าหมายเดิมหรือเปลี่ยนเป้าหมายได้หลายครั้ง

นอกจากจะใช้กับเป้าหมายบนภาคพื้นดินแล้ว บริษัท SRC Inc. ยังเขียนซอฟท์แวร์เพื่อนำ Switchblade มาใช้ร่วมกับเซ็นเซอร์เพื่อให้สามารถสกัดอากาศยานไร้คนขับของศัตรูได้ด้วย

Blackwing ภาพ: https://www.avinc.com

อีกรุ่นหนึ่งคือ Blackwing เป็น Switchblade-300 เวอร์ชั่นที่ไม่ติดอาวุธซึ่งมีน้ำหนักและความยาวใกล้เคียงกัน ถูกออกแบบให้กับกองทัพเรือของสหรัฐใช้ในการปฏิบัติภารกิจด้านข่าวกรอง การตรวจตรา การค้นหาเป้าหมาย และการลาดตระเวน (ISTAR) รวมทั้งการถ่ายทอดคำสั่งและการควบคุมไปยังเรอและเรือดำน้ำทั้งที่มีและไม่มีคนบังคับ

สามารถใช้งานได้จากทั้งเรือดำน้ำที่กำลังดำน้ำ เรือที่อยู่บนผิวน้ำ หรือเครื่องยิงเคลื่อนที่ภาคพื้นดิน และด้วยความที่มีขนาดเล็กและมอเตอร์ที่ทำงานอย่างเงียบเชียบทำให้ยากต่อการตรวจพบ จำแนก หรือติดตามแม้จะอยู่ในระยะใกล้

ทั้งนี้ ขณะนี้มีประเทศที่ครอบครอง Switchblade เพียง 3 ประเทศเท่านั้นคือ สหรัฐ สหราชอาณาจักรซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อ Switchblade จากสหรัฐ และยูเครนซึ่งสหรัฐส่งไปให้เท่านั้น

สหรัฐซุ่มทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679990

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 16:01 น.สหรัฐซุ่มทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกสำเร็จ

ทดสอบเมื่อกลางเดือนมี.ค. แต่เก็บเงียบเพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับรัสเซีย

สำนักข่าว CNN รายงานว่า สหรัฐประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกตังแต่กลางเดือนมีนาคม แต่ปิดข่าวเป็นเวลาสองสัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับรัสเซีย 

เจ้าหน้าที่กล่าวแกับ CNN อาวุธนี้คือ  Hypersonic Air-breathing Weapon Concept (HAWC) ถูกปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 นอกชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ จากนั้นเครื่องยนต์บูสเตอร์เร่งขีปนาวุธให้เป็นความเร็วสูง จนจุดหนึ่งทำความเร็วเหนือเสียงที่ 5 มัคขึ้นไป

ข้อมูลจาก CNN ระบุว่าขีปนาวุธดังกล่าวบินได้สูงกว่า 65,000 ฟุตและเป็นระยะทางมากกว่า 300 ไมล์ แต่ถึงแม้จะอยู่ในระดับต่ำสุดของช่วงความเร็วเหนือเสียง คือประมาณ 3,800 ไมล์ต่อชั่วโมง ก็ยังทำความเร็วได้ 300 ไมล์ในเวลาน้อยกว่า 5 นาที

การทดลองของสหรัฐมีขึ้นไล่ๆ กับการที่รัสเซียเผยเมื่อวันที่ 19 มีนาคมว่า ได้ใช้ขีปนาวุธ Kinzhal ที่มีความเร็วเหนือเสียงเพื่อทำลายคลังอาวุธขนาดใหญ่ในเขตอิวาโน-ฟรังกิวสก์ ทางตะวันตกของยูเครน

สำนักข่าว Interfax ของรัสเซียกล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่รัสเซียติดตั้งระบบ Kinzhal ที่มีความเร็วเหนือเสียง นับตั้งแต่ส่งกองกำลังไปยังยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อเดือนธันวาคมปี 2021 ว่ารัสเซียเป็นผู้นำระดับโลกด้านขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งความเร็ว ความคล่องแคล่ว และระดับความสูงทำให้ติดตามและสกัดกั้นได้ยาก

คาดว่าสหรัฐฯ ค่อนข้างล้าหลังรัสเซียและจีนในแง่ของการพัฒนาอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียง และการทดสอบก่อนหน้านี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ คือ อาวุธ Rapid-Response Weapon (ARRW) แบบยิงคู่ขนานของกองทัพอากาศสหรัฐ ต้องติดขัดหลายครั้งในปีที่แล้ว โดยมีรายงานการทดสอบที่ไม่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในเดือนธันวาคม

Photo – Picture taken February 10, 2022. UK Ministry of Defence – Crown Copyright 2022 – Cpl Alex Scott/Handout via REUTERS 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ ‘อีลอน มัสก์’ เข้ามาคุม Twitter

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679996

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 17:10 น.จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 'อีลอน มัสก์' เข้ามาคุม Twitter

อีลอน มัสก์ คิดจะทำอะไรหลังเข้าซื้อหุ้น Twitter กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) กำลังวางแผนที่จะทำอะไรต่อไป หลังจากที่เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท Twitter Inc. เมื่อเข้าซื้อหุ้น 9.2% มูลค่าเกือบ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแทบจะในทันทีคือหุ้น Twitter เพิ่มขึ้นมากกว่า 27% และยังฉุดให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้นตามไปด้วย หลังจากที่ซีอีโอบริษัท Tesla เผยสัดส่วนการถือครองหุ้น Twitter

จะเกิดอะไรขึ้นกับ Twitter

ที่น่าจับตามองคือ การซื้อหุ้นของมัสก์เกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังจากที่เขาสร้างโพลบน Twitter ว่า “คุณคิดว่า Twitter ปฏิบัติตามหลักการเสรีภาพในการพูดหรือไม่” พร้อมระบุว่า “ผลที่ตามมาจากการสำรวจนี้มีความสำคัญ โปรดลงคะแนนอย่างระมัดระวัง”

ซึ่งพบว่า 70.4% จากผู้โหวตกว่า 2 ล้านคนตอบว่า “ไม่”

The consequences of this poll will be important. Please vote carefully.— Elon Musk (@elonmusk) March 25, 2022

หลังจากที่ผลโพลชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มองว่า Twitter ไม่ปฏิบัติตามหลักเสรีภาพในการพูด มัสก์ได้วิจารณ์ว่า “Twitter ซึ่งทำหน้าที่เป็นจัตุรัสสาธารณะโดยพฤตินัย การไม่ปฏิบัติตามหลักการพูดโดยเสรี ถือเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยพื้นฐาน” “จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มใหม่หรือเปล่า”

Is a new platform needed?— Elon Musk (@elonmusk) March 26, 2022

เมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา มัสก์ได้เปิดเผยว่าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังในการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ ท่ามกลางข้อกังขาเกี่ยวกับนโยบายด้านเสรีภาพในการพูดและการแสดงออกของ Twitter

นอกจากการการเปลี่ยนแปลงในประเด็นเสรีภาพในการพูดแล้ว สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับ Twitter อีกอย่างหนึ่งคืออาจมีฟังก์ชันแก้ไขโพสต์ที่เคยทวีตไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่มีมาอย่างยาวนานในกลุ่มผู้ใช้งาน

อย่างที่ทราบกันดีว่าข้อความที่ได้ทวีตไปแล้วนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่เหมือนกับการสร้างโพสต์บนโซเชียลมีเดียอื่น อย่างเช่น Facebook ซึ่งผู้โพสต์สามารถย้อนกลับมาแก้ไขโพสต์ได้ในภายหลัง

“คุณต้องการปุ่มแก้ไขหรือไม่” มัสก์ตั้งโพลถามบน Twitter เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งขณะนี้มีผู้โหวตแล้วกว่า 2.45 ล้านคน โดย 73.5% ตอบว่า “ต้องการ”

Do you want an edit button?— Elon Musk (@elonmusk) April 5, 2022

The Washington Post ระบุว่าขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามัสก์จะเข้ามามีบทบาทบน Twitter อย่างไร แต่นักวิเคราะห์คาดว่าเขาอาจพยายามปรับโครงสร้างไปในทางเสรีนิยม หลีกเลี่ยงการบล็อกหรือจำกัดบัญชีบน Twitter ขณะที่พนักงานและผู้เชี่ยวชาญของ Twitter บางคนกลัวว่าการมีส่วนร่วมของมัสก์อาจผลักดันให้บริษัทเข้าสู่ความโกลาหล

พนักงานบางคนมองว่าเราจะพูดอะไรก็ได้บน Twitter ไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีขอบเขต พนักงานบางคนยังพูดคุยถึงการจัดประท้วง โดยอ้างถึงทวีตปั่นหุ้นของมัสก์เมื่อปี 2018 และ 2020 ที่ทำให้ต้องมีปัญหากับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ

Shareholders could either to sell at 420 or hold shares & go private— Elon Musk (@elonmusk) August 7, 2018

Tesla stock price is too high imo— Elon Musk (@elonmusk) May 1, 2020

อย่างไรก็ตาม มุมมองเกี่ยวกับเสรีภาพของมัสก์ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมและแฟนคลับ โดนัลด์ ทรัมป์ หลายคน ซึ่งเห็นด้วยกับการลงทุนครั้งใหม่ของมัสก์ โดยทรัมป์ถูกแบนจาก Twitter เป็นการถาวรเมื่อปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า “มีความเสี่ยงปลุกปั่นความรุนแรงในอนาคต”

ขณะที่แดน ไอฟส์ กรรมการผู้จัดการของ Wedbush Securities มองว่าการซื้อหุ้นของมัสก์อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจะเข้ามามีบทบาทที่แข็งกร้าวมากขึ้นบน Twitter และในที่สุดอาจนำไปสู่การซื้อคืน

ด้านเคธี วูด ซีอีโอของบริษัท Ark Investment Management คาดว่าการที่มัสก์ถือครองหุ้นใน Twitter อาจเปิดทางให้มีการปรับเปลี่ยนคณะบริหารของบริษัท ท่ามกลางคำถามว่ามัสก์จะเข้ามามีส่วนร่วมในบอร์ดบริหารด้วยหรือไม่

นอกจากเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านเสรีภาพในการพูด, ฟังก์ชันแก้ไขทวีต และการเปลี่ยนแปลงคณะบริหารของ Twitter แล้ว The New York Times ชี้ว่ายังคงมีคำถามในอีกหลายประเด็นหลังมัสก์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็น

มัสก์กำลังวางแผนที่จะทำอะไร? จะเข้าซื้อกิจการเลยหรือไม่? ผู้ถือหุ้น Tesla และ SpaceX คิดอย่างไรกับเรื่องนี้? บริการด้านการชำระเงิน PayPal จะเข้ามามีส่วนร่วมบน Twitter ด้วยหรือไม่? เขาจะทำเงินได้เท่าไรจากการซื้อหุ้นครั้งนี้?

Photo by Patrick Pleul/Pool via REUTERS/File Photo