#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/679873
วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 16:08 น.
ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 และ 21 และเมื่อเร็วๆ นี้
• การสังหารหมู่หมีลาย (My Lai Massacre) เป็นการสังหารหมู่ประชาชนที่ไม่มีอาวุธ 347 ถึง 504 คนในเวียดนามใต้ ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ดำเนินการโดยทหารสหรัฐจากกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 20 กองพลที่ 11 แห่งกองทหารราบที่ 23 (อเมริกัน) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2511 เหยื่อบางคนถูกข่มขืน ทุบตี ทรมาน หรือทำให้พิการ และพบว่าศพบางส่วนถูกทำลาย ต่อมาเจ้าหน้าที่สหรัฐ 203 คนถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรม 57 คนถูกนำตัวขึ้นศาลทหารและ 23 คนถูกตัดสินลงโทษ
• ปฏิบัติการทางทหาร Operation Speedy Express เป็นปฏิบัติการทางทหารช่วงสงครามเวียดนาม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงไร้การรบกวนจากศัตรู ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2511 ถึงพฤษภาคม 2512 ผู้ตรวจการกองทัพสหรัฐ ประเมินว่ามีพลเรือนเสียชีวิตจากปฏิบัติการ 5,000 – 7,000 ราย ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว United Press International อ้างข้อมูลจากที่ปรึกษาด้านปฏิบัติการทางทหารชาวอเมริกันในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเผยว่า กองพลดังกล่าวได้ “การฆ่า (พลเรือน) อย่างตามใจชอบ” และ “ใช้อำนาจตามอำเภอใจยิง (พลเรือน) เป็นจำนวนมาก”
• การสังหารหมู่ที่เซินถัง (Son Thang massacre) เป็นการสังหารหมู่ที่ดำเนินการโดยนาวิกโยธินสหรัฐระหว่างปฏิบัติการทางทหาร Operation Imperial Lake เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2513 ซึ่งผู้หญิง 5 คนและเด็ก 11 คนถูกสังหาร นาวิกโยธินรายงานว่าพลเรือนที่ถูกสังหารเป็นกองกำลังเวียดกงที่ถูกสังหารในการสู้รบ แต่พลเรือนรายงานเหตุการณ์เหล่านี้และมีการตั้งข้อกล่าวหาต่อนาวิกโยธิน นาวิกโยธิน 4 นายถูกศาลทหารและ 1 รายถูกตัดสินจำคุก 5 ปีและอีกคนหนึ่งถูกจำคุกตลอดชีวิต
• กรณีถึ่ยโบ (Thuy Bo incident) เป็นการสังหารพลเรือนโดยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2510 ระหว่างสงครามเวียดนามในหมู่บ้านถึ่ยโบ จังหวัดกว๋างนาม แหล่งข่าวคอมมิวนิสต์เวียดนามระบุว่ามีพลเรือน 145 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และชายสูงอายุ ส่วนแหล่งข่าวในสหรัฐฯ อ้างว่าพลเรือน 22 คนเสียชีวิตในสองวันของการสู้รบระหว่างนาวิกโยธินและเวียดกงที่ยึดครองหมู่บ้าน
• สงครามเชเชนทั้ง 2 ครั้ง (Chechen Wars) องค์การ Amnesty International ประเมินว่าพลเรือนระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 คนถูกสังหารในสงครามเชเชนครั้งแรก (ระหว่างปี 2537 – 2539) โดยส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีตามอำเภอใจของกองกำลังรัสเซียในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และพลเรือนอีก 25,000 คนเสียชีวิตในสงครามเชเชนครั้งที่สอง (ระหว่างปี 2542 – 2543) อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งสันนิษฐานว่าพลเรือน 40,000–45,000 คนถูกสังหารในการสงครามครั้งที่สอง แต่เจ้าหน้าที่ชาวเชเชนและคนในเชเชนสันนิษฐานว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 200,000–300,000 คนในสงครามสองครั้ง
• การทรมานและการทารุณนักโทษที่บากรัม (Bagram torture and prisoner abuse) ในปี 2548 The New York Times ได้รับรายงานการสอบสวนของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 2,000 หน้าเกี่ยวกับการฆาตกรรมของนักโทษชาวอัฟกันที่ไม่มีอาวุธสองคนโดยเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐในเดือนธันวาคม 2545 ที่สถานกักกันในโรงละครบากรัม เมืองบากรัม ประเทศอัฟกานิสถาน นักโทษสองคนคือ Habibullah และ Dilawar ถูกล่ามโซ่ไว้กับเพดานหลายครั้งและถูกทุบตี ส่งผลให้พวกเขาเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของทหารวินิจฉัยว่าการเสียชีวิตของนักโทษทั้งสองคนเป็นการฆาตกรรม การชันสูตรพลิกศพเผยให้เห็นอาการบาดเจ็บสาหัสที่ขาของนักโทษทั้งสอง อธิบายว่าบาดแผลดังกล่าวเปรียบได้กับการถูกรถบัสชน ต่อมาทหาร 7 นายถูกตั้งข้อหาในปี 2548
• การสังหารหมู่ที่กันดาฮาร์ (Kandahar massacre) เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 11 มีนาคม 2555 เมื่อจ่าสิบเอก โรเบิร์ท เบลส์ ของกองทัพสหรัฐฯ สังหารพลเรือน 16 คนและบาดเจ็บอีก 6 คนในเขตปันช์วายี จังหวัดกันดาฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน เหยื่อของเขา 9 รายเป็นเด็ก และผู้ตาย 11 คนมาจากครอบครัวเดียวกัน ศพบางส่วนถูกเผาบางส่วน เบลส์ถูกควบคุมตัวในเช้าวันนั้น และต่อมาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีทัณฑ์บน ทางการอัฟกานิสถานในตอนแรกไม่เชื่อว่าเบลส์จะลงมือคนเดียว และเชื่อว่าจะต้องมีทหารอเมริกันอื่นๆ เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันข้ออ้างนี้
• การถล่มโรงพยาบาลคุนดุซ (Kunduz hospital airstrike) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2558 เครื่องบินติดอาวุธ AC-130U ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โจมตีศูนย์พยาบาล Kunduz Trauma Center ที่ดำเนินการโดยคณะแพย์ไร้พรมแดน (MSF) ในเมืองคุนดุซ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิต 42 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย MSF ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโดยเจตนาและเป็นอาชญากรรมสงคราม
เบื้องต้น กองทัพสหรัฐกล่าวว่าการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐบนภาคพื้นดิน ต่อมา พล.อ.จอห์น เอฟ. แคมป์เบลล์ ผู้บัญชาการสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศได้รับการร้องขอจากกองกำลังอัฟกันถูกยิงกระน่ำโดยกองกำลังตอลิบาน แคมป์เบลล์กล่าวว่าการโจมตีเป็น “ความผิดพลาด” และ “เราจะไม่มีวันตั้งเป้าโดยเจตนาไปที่สถานพยาบาลที่ได้รับการคุ้มครอง”
• การฆาตกรรมเขตมัยวันด์ (Maywand District murders) ตัวเลขผู้เสียชีวิตในคดีนี้อาจจะน้อย แต่เจคตนาฆ่านั้นเหี้ยมโหดอย่างมาก การฆาตกรรมในเขตมัยวันด์เป็นการฆาตกรรมของพลเรือนชาวอัฟกันอย่างน้อย 3 คน โดยกลุ่มทหารของกองทัพสหรัฐฯ ก่อเหตุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 ถึงมิถุนายน 2553 ระหว่างสงครามในอัฟกานิสถาน โดยทหารที่เรียกตัวเองว่า “ทีมสังหาร” (Kill Team) สังหารพลเรือนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เช่น วัยรุ่นอายุ 15 ปีทีกำลังช่วพ่อทำเกษตรและปราศจากอาวุธก็ถูกสังหารด้วยการขว้างระเบิดร่าแหลกเป็นชิ้นๆ
ยังไม่เท่านั้น “ทีมสังหาร” ยังเดินมายิงซ้ำด้วยปืนกลและปืนไรเฟิลจู่โจม จากนั้นเปลื้องผ้าเด็กชายและถ่ายรูปกับร่างของเขา พวกเขาตัดนิ้วก้อยของเด็กชายออกและทิ้งร่างของเขาไว้บนพื้นกึ่งเปลือยเปล่า ต่อมา เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ “ทีมสังหาร” ใช้ภาพถ่ายความร้อนเล็งเป้าหมายสังหารคนพิการทางสมองและหูหนวกที่กำลังเล่นบอลข้างถนน แล้วเก็บส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเขาไว้เป็นถ้วยรางวัล
• การทรมานและการใช้อำนาจโดยมิชอบต่อนักโทษที่อะบูฆุร็อยบ์ Abu Ghraib torture and prisoner abuse) ในช่วงแรกของสงครามอิรัก สมาชิกของกองทัพสหรัฐฯ และ CIA ได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้งและก่ออาชญากรรมสงครามต่อผู้ต้องขังในเรือนจำอะบูฆุร็อยบ์ ในอิรัก รวมถึงการทารุณกรรมทางร่างกายและทางเพศ การทรมาน การข่มขืน การเล่นสวาท และการสังหาร ต่อมาสื่อได้หลักฐานและข้อมูลมากมายที่น่าตกใจ โดยเฉพาะภาพการทหารนักโทษอิรักด้วยวิธีการที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความตกใจและโกรธเคือง ถูกประณามอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช อ้างว่าการละเมิดที่อะบูฆุร็อยบ์ เป็นเหตุการณ์เฉพาะและไม่ได้สะท้อนถึงนโยบายของสหรัฐ
แต่ในปี 2547 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม โดนัลด์ รัมสเฟลด์ ขอโทษสำหรับการละเมิดที่อะบูฆุร็อยบ์ ทว่า ลินน์ดี อิงแลนด์ (Lynndie England) ทหารหญิงอเมริกันที่ถูกถ่ายภาพการทรมานนักโทษที่นั่นและต้องรับโทษจำคุก กล่าวหลังพ้นโทษเมื่อปี 2555 เธอกล่าวว่าในรายงานข่าวของ NBC News ว่าเธอไม่เสียใจกับการกระทำของเธอ “พวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์ พวกเขากำลังพยายามจะฆ่าเรา และคุณต้องการให้ฉันขอโทษพวกเขาไหม มันเหมือนกับการกล่าวคำขอโทษต่อศัตรู”
• การสังหารหมู่ที่หะดีษา (Haditha massacre) เป็นการสังหารต่อเนื่องในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งกลุ่มนาวิกโยธินสหรัฐได้สังหารพลเรือนอิรักที่ไม่มีอาวุธ 24 ราย การสังหารเกิดขึ้นใน หะดีษา เมืองในจังหวัดอัลอันบัร ทางตะวันตกของอิรัก ผู้เสียชีวิต ได้แก่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนชรา และเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งถูกยิงหลายครั้งในระยะประชิดโดยไม่ได้ติดอาวุธ ตอนแรกการสังหารนี้ถูกอำพรางว่าเป็นการเสียชีวิตของพลเรือนโดยระเบิด แต่นิตยสาร Time ตั้งข้อสังสัย ทำให้กองทัพสหรัฐทำการสอบสวนและพบว่าเป็นการสังหารพลเรือนโดยเจตนาของนาวิกโยธินสหรัฐ
• การสังหารหมู่ที่จตุรัสนิซูร์ (Nisour Square massacre) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2550 เมื่อพนักงานของ Blackwater Security Consulting (ปัจจุบันคือ Academi) ซึ่งเป็นบริษัททหารเอกชนที่ได้รับสัญญาจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อให้บริการรักษาความปลอดภัยในอิรัก เปิดฉากยิงใส่พลเรือนอิรัก สังหาร 17 คนและบาดเจ็บ 20 คนใน จัตุรัสนิซูร์ กรุงแบกแดด ขณะคุ้มกันขบวนรถสถานทูตสหรัฐฯ พนักงาน Blackwater อ้างว่าขบวนรถถูกซุ่มโจมตีและยิงใส่ผู้โจมตีเพื่อป้องกันขบวน รัฐบาลอิรักและผู้สอบสวนตำรวจอิรักกล่าวว่าการสังหารนั้นไม่มีเหตุกระตุ้นให้ต้องลงมือ
การสังหารดังกล่าวทำให้ชาวอิรักไม่พอใจและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิรักและสหรัฐอเมริกาตึงเครียด ในปี 2557 มีการพิจารณาคดีพนักงาน Blackwater จำนวน 4 คน และถูกตัดสินว่ามีความผิดโดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ หนึ่งรายมีความผิดฐานคดีฆาตกรรม และอีกสามข้อหาฆาตกรรมและใช้อาวุธปืน แต่ทั้ง 4 ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนธันวาคม 2563
• อาชญากรรรมสงครามในการรุกรานยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 สหพันธรัฐรัสเซียได้เริ่มทำสงครามกับยูเครน แม้จะมีคำแถลงอย่างต่อเนื่องโดยการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียว่าพลเรือนไม่ได้รับอันตรายอันเป็นผลมาจากการสู้รบ แต่การก่ออาชญากรรมสงครามจำนวนมากโดยมีข้อมูลว่ากองกำลังติดอาวุธของสหพันธรัฐรัสเซียก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน 263 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 – 29 มีนาคม 2565 จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและสำนักข่าว Bellingcat ที่สอบสวนอาชญากรรมในเขตสงครามเป็นหัก
อาชญากรรมสงครามคืออะไร?
นิยามของอาชญากรรมสงคราม (War Crimes) โดยรวมคือการละเมิด “กฎหมายสงคราม” (Law of war) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศที่กำหนดคร่าวๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้การทำสงครามละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะการทำร้ายพลเรือนและหรือเชลยศึก
อาชญากรรมสงครามมีอะไรบ้าง? เราสามารถสรุปคร่าวๆ จาก “ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ” ระบุคร่าวๆ ได้ดังนี้ การทรมานหรือการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม, เจตนามุ่งหมายโจมตีต่อประชากรพลเรือนที่ไม่มีส่วนร่วมโดยตรงในการสู้รบ เป็นต้น รวมถึง เจตนาฆ่าผู้บริสุทธิ์
อาชญากรรมสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้งแม้ว่าเราจะมีมาตรฐานการทำสงครามภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนแล้วก็ตาม เอาเฉพาะในช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 ถึงต้นศตวรรษที่ 21 ที่มนุษยชาติมี “ศิวิไลซ์” อย่างมาก ก็ยังมีหลายกรณีที่มีการก่ออาชญกรรมสงครามอย่างเหี้ยมโหด และส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือประเทศมหาอำนาจที่อ้างตนเป็นประเทศอารยะ ประชษธิปไตย และรักษาสิทธิมนุษยชนและโจมตีหรือทิ้งระเบิดในเมือง หมู่บ้าน ที่อยู่อาศัย หรืออาคารที่ไม่มีการป้องกันและไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร
Photo – REUTERS/Zohra Bensemra