ลุงเยอรมันตระเวนฉีดวัคซีนโควิด 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679844

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 12:35 น.ลุงเยอรมันตระเวนฉีดวัคซีนโควิด 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรอง

ชายเยอรมันวัยเกษียณฉีดวัคซีนโควิดไปมากถึง 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรองให้คนที่ไม่อยากฉีด

เว็บไซต์ Daily Mail รายงานจากสำนักข่าว DPA ของเยอรมนี ระบุว่าชายชาวเยอรมันวัย 60 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วมากถึง 90 เข็ม โดยตระเวนฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนต่างๆ เพื่อขายบัตรรับรองการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีนในเยอรมนี

รายงานระบุว่าเขาทำเช่นนี้นานหลายเดือนก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ เมื่อเขาเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในเมืองไลเลนเบิร์ก รัฐแซกโซนี เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบบัตรรับรองการฉีดวัคซีนที่ไม่ใส่ชื่อหลายใบจากชายคนนี้ เบื้องต้นยังไม่ถูกควบคุมตัวแต่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหาออกเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโดยไม่ได้รับอนุญาต และปลอมแปลงเอกสาร

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการฉีดวัคซีน 90 เข็มจากหลากหลายยี่ห้อจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชายคนนี้อย่างไร

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมันพบบัตรรับรองการฉีดวัคซีนปลอมหลายครั้ง เนื่องจากชาวเยอรมันจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการฉีดวัคซีน แต่ต้องใช้บัตรรับรองเพื่อเข้าถึงสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร โรงละคร สระว่ายน้ำ หรือที่ทำงาน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเยอรมนี พบผู้ติดเชื้อสูงขึ้นมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ขณะที่มาตรการควบคุมโรคผ่อนคลายลงในวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยยกเลิกมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในร้านชำและโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ขณะที่การใช้บริการขนส่งสาธารณะยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. อยู่ที่ 74,053 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมดในเยอรมนีอยู่ที่ 130,029 ราย

Photo by Eugene Hoshiko/Pool via REUTERS

ท้องถนนที่มีแต่ศพ ภาพการสังหารหมู่ที่ยูเครน (คำเตือน – มีภาพผู้เสียชีวิต)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679836

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 11:10 น.ท้องถนนที่มีแต่ศพ ภาพการสังหารหมู่ที่ยูเครน (คำเตือน - มีภาพผู้เสียชีวิต)

กระทรวงกลาโหมรัสเซียปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ในเมืองบูชา

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กองทัพยูเครนสามารถยึดหลายพื้นที่รอบกรุงเคียฟคืนจากกองทัพรัสเซียได้สำเร็จ หลังจากที่รัสเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดปฏิบัติการทางทหารในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และเมืองเชอร์นิฮิฟ

ทว่า นับตั้งแต่ที่รัสเซียถอนทัพออกไปจากเมืองบูชา (Bucha) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเคียฟ พบศพพลเรือนถูกสังหารหลายร้อยศพตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง

อัยการสูงสุดของยูเครน อีรีนา เวเนดิกโตวา เปิดเผยว่ามีการเคลื่อนย้ายร่างพลเรือนไปแล้วไม่ต่ำว่า 410 ศพนับตั้งแต่ที่กองทัพรัสเซียถอนทัพออกไปจากเมือง โดยชี้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม พร้อมเรียกร้องให้ตะวันตกประณามการกระทำดังกล่าว และยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม วันที่ 4 เม.ย. กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่ารัสเซียไม่ได้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่พลเรือนในเมืองบูชา

REUTERS/Zohra Bensemra
REUTERS/Mikhail Palinchak
REUTERS/Mikhail Palinchak
RONALDO SCHEMIDT/AFP
RONALDO SCHEMIDT/AFP

ชาวยูเครนมอบขนมปังใส่ยาพิษ ทหารรัสเซียกินดับ 2 เจ็บอีกเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679821

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 10:17 น.ชาวยูเครนมอบขนมปังใส่ยาพิษ ทหารรัสเซียกินดับ 2 เจ็บอีกเพียบ

รายงานขา่วนี้แพร่หลายในสื่อตะวันตกโดยระบุไว้ได้ข้อมูลมาจากหน่วยขา่วกรองของยูเครน

The Independent สื่อของสหราชอาณาจักรได้รับข้อมูลจากการแปลข้อมูลตามรายงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนว่า ทหารรัสเซียอย่างน้อย 2 นายถูกสังหาร และอีก 28 นายป่วยด้วยอาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานขนมปังที่รับมาจากพลเรือนยูเครน 

มีรายงานว่าผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นสมาชิกของกองปืนไรเฟิลยานยนต์ที่ 3 ของสหพันธรัฐรัสเซีย พวกเขาเสียชีวิตทันทีหลังจากกินขนมปังยัดไส้หรือพายขนาดเล็กเสิร์ฟโดยชาวเมืองอิซิอุม (Izium)ประมาณ 80 ไมล์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 เมืองกัลงถูกโจมตีอย่างหนักจากกองทัพรัสเซีย

ข้อมูลนี้ถูกประกาศที่โพสต์บน Facebook เมื่อวันเสาร์โดยคณะกรรมการข่าวกรองหลักของยูเครน และเผยว่าทหารที่ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น 

ต่อสื่อตะวันตกที่รายงานเรื่องนี้ยังไม่สามารถยืนยันการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยได้ และไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพิษที่อาจถูกนำมาใช้

รายงานของยุเครนระบุว่า “ชาวยูเครนต่อต้านผู้ครอบครองทุกวิถีทางที่มีอยู่” และรุบว่า “ตามข้อมูลที่มีอยู่ ชาวบ้านในเขตอิซิอุม ‘ต้อนรับขับสู้’ ชาวรัสเซียจากกองปืนไรเฟิลติดเครื่องยนต์ที่ 3 ของสหพันธรัฐรัสเซียด้วยพายพิษ”

เจ้าหน้าที่รัสเซียประมาณ 500 นายยังป่วยจาก “พิษแอลกอฮอล์” ที่มาจาก “แหล่งกำเนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ” ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย

Photo – REUTERS/Mohamed Azakir

ยูเครนกล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม หลังพบศพถูกมัดจ่อยิงศีรษะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679808

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 09:34 น.ยูเครนกล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม หลังพบศพถูกมัดจ่อยิงศีรษะ

รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา เรียกร้องให้มีการประชุมสหประชาชาติ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยูเครนและยุโรปเรียกร้องให้สอบสวนอาชญากรรมสงคราม ขระที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในส่วนอื่น ๆ ของยูเครน

รอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังสืบสวนอาชญากรรมสงครามที่รัสเซียอาจก่ขึ้นหลังจากพบศพหลายร้อยศพ บางส่วนถูกมัดและยิงในระยะประชิด เกลื่อนไปรอบ ๆ เมืองใกล้กับกรุงเคียฟหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนตัวเพื่อเน้นการโจมตีในส่วนอื่นๆ ของ ประเทศ

ในเมืองบูชาซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเคียฟไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 37 กม. ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์เห็นชายคนหนึ่งนอนเหยียดยาวอยู่ริมถนน มือของเขาถูกมัดไว้ด้านหลัง และมีบาดแผลถูกกระสุนที่ศีรษะ

ทาราส ชาปราฟสกี รองนายกเทศมนตรีเมืองบูชา กล่าวว่า 50 ศพจาก 300 ศพ ซึ่งถูกพบหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนกำลังออกจากเมืองเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ตกเป็นเหยื่อของการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมโดยกองทหารรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขเหล่านั้นได้อย่างอิสระหรือระบุได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในการสังหาร

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุในถ้อยแถลงที่ออกเมื่อวันอาทิตย์ว่า ภาพถ่ายและวิดีโอทั้งหมดที่เผยแพร่โดยทางการยูเครนที่กล่าวหาว่าเป็น  “อาชญากรรม” โดยกองทหารรัสเซียในบูชานั้น เป็น “การยั่วยุ” และไม่มีผู้อาศัยในบูชาคนใดประสบความรุนแรงด้วยน้ำมือของกองทหารรัสเซีย

ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยให้เห็นร่องลึกยาว 45 ฟุตที่ขุดในบริเวณโบสถ์แห่งหนึ่งในยูเครน ซึ่งพบหลุมศพขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ นักข่าวรอยเตอร์ในเมืองบูชาได้ไปสำรวจหลุมศพที่โบสถ์แห่งหนึ่งที่ยังเปิดอยู่ โดยมือและเท้าโผล่พ้นดินเหนียวสีแดงที่ถมอยู่ด้านบน

รูปภาพของการทำลายล้างและความรุนแรงที่เห็นได้ชัดต่อพลเรือนจุดชนวนให้เกิดการประณามรัสเซียและวลาดิมีร์ ปูตินอย่างกว้างขวาง แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บรรยายภาพดังกล่าวว่าเป็น “การโจมตีที่ทะลวงเข้าไปถึงแก่น” ในขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ

“ปูตินและผู้สนับสนุนของเขาจะรู้สึกถึงผลที่ตามมา” โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าว และเสริมว่า พันธมิตรตะวันตกจะเห็นด้วยกับมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

คริสติน ลัมเบรทช์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเยอรมนีกล่าวว่าสหภาพยุโรปต้องหารือเรื่องการห้ามนำเข้าก๊าซของรัสเซีย ซึ่งเป็นการออกจากการต่อต้านก่อนหน้าของเบอร์ลินต่อแนวคิดเรื่องการห้ามนำเข้าพลังงานของรัสเซีย

รัสเซียขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมกันในวันจันทร์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับสิ่งที่มอสโกเรียกว่า “การยั่วยุโดยกลุ่มหัวรุนแรงของยูเครน” ในบูชา

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ปฏิเสธการกำหนดเป้าหมายเป็นพลเรือน และได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ที่มุ่งเป้าไปที่การทำลายล้างทางทหารและ “ทำลายล้าง” ยูเครน ยูเครนกล่าวว่าตนถูกรุกรานโดยไม่มีการยั่วยุ

Human Rights Watch กล่าวว่าได้บันทึก “หลายกรณีที่กองกำลังทหารรัสเซียละเมิดกฎหมายสงคราม” ในภูมิภาคต่งๆ ยูเครน คือ เชอร์นิฮิว, คาร์กิว และเคียฟ

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศรวบรวมหลักฐานที่เขาเรียกว่าอาชญากรรมสงครามของรัสเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศสและอังกฤษกล่าวว่าประเทศของพวกตนจะสนับสนุนการสอบสวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า การดำเนินคดีกับปูตินหรือผู้นำรัสเซียคนอื่นๆ จะต้องเผชิญกับอุปสรรค์ที่สูงส่งและอาจต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะนี้ รัสเซียได้ถอนกองกำลังที่ล้อมเคียฟจากทางเหนือกลับคืนมา โดยกล่าวว่าพวกเขาตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่ยูเครนตะวันออก

มีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่เมืองเคอร์ซอนและออแดซา ทางตอนใต้ ขณะที่เสียงไซเรนโจมตีทางอากาศดังขึ้นทางตะวันออกของประเทศ

ขีปนาวุธโจมตีใกล้ออแดสซาในวันอาทิตย์ โดยรัสเซียกล่าวว่าได้ทำลายโรงกลั่นน้ำมันที่กองทัพยูเครนใช้ สภาเมืองออแดซากล่าวว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ” ถูกโจมตี

ผู้ว่าการภูมิภาคโดเนตสค์ทางภาคตะวันออกกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าการระดมยิงโดยรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน การยิงปืนใหญ่ของรัสเซียคร่าชีวิตผู้คนไป 7 รายในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ตามรายงานของสำนักงานอัยการภูมิภาค

ยูเครนอพยพประชาชนมากกว่า 2,600 คนจากท่าเรือมารีอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้และแคว้นลูฮันสค์เมื่อวันอาทิตย์  ไอรีนา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวและเสริมว่าเจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังเจรจากับรัสเซียเพื่ออนุญาตให้รถโดยสารกาชาดหลายสายเข้าสู่เมืองมาริอูโปล

มารีอูโปลเป็นเป้าหมายหลักของรัสเซียในเขตดอนบัสทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน และมีพลเรือนหลายหมื่นคนที่ถูกขังอยู่นานหลายสัปดาห์เนื่องจากขาดแคลนอาหารและน้ำ

มีสัญญาณความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในความพยายามเจรจาเพื่อยุติสงคราม แม้ว่าหัวหน้าผู้เจรจาของรัสเซีย วลาดิมีร์ เมดินสกี้ กล่าวว่าการเจรจามีกำหนดจะเริ่มในวันจันทร์นี้ผ่านการประชุมทางวิดีโอ

Polar vortex เกิดที่ซีกโลกเหนือ และไทยไม่ได้หนาวเพราะมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679768

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 16:22 น.Polar vortex เกิดที่ซีกโลกเหนือ และไทยไม่ได้หนาวเพราะมัน

ตามปกติแล้ว Polar vortex มักจะเกิดขึ้นกับซีกโลกเหนือที่มีพื้นที่ติดต่อกับแอนตาร์กติก (หรือซีกโลกใต้ที่ติดกับอาร์กติก)

Polar vortex คือพื้นที่ขนาดใหญ่ของอากาศเย็นที่หมุนรอบบริเวณขั้วโลกทั้งสองของโลก  เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่อากาศเย็นที่หมุนวนที่กว้างใหญ่วนอยู่ในบริเวณขั้วโลก 

สำนักงานการบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐอธิบายว่า เมื่อระบบความกดอากาศต่ำแข็งแกร่งและสมบูรณ์ มันจะทำให้ “กระแสเจ็ตสตรีม” (Jet stream) เคลื่อนที่รอบโลกเป็นวงกลม “เจ็ตสตรีม” เป็นกลุ่มของลมแรงซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาอากาศที่เย็นกว่าไว้ทางเหนือและอากาศที่อุ่นกว่าทางใต้ “เจ็ตสตรีม” จะวนอยู่แถบประเทศซีกโลกเหนือมากๆ เช่น สหรัฐตอนเหนือ แคนาดา และรัสเซีย เป็นต้น

แต่หากปราศจากระบบแรงกดอากาศต่ำที่แรง เจ็ตสตรีมก็ไม่มีแรงเพียงพอที่จะคงเส้นทางปกติ มันจะกลายเป็นคลื่นและเตร่ออกนอกเส้นทางเดิม เมื่อระบบความกดอากาศสูงเข้ามาขวาง กลุ่มของอากาศเย็นจะถูกผลักไปทางใต้พร้อมกับ Polar vortex ที่จะลงใต้ไปด้วย

เมื่อ Polar vortex อ่อนกำลังลง อากาศเย็นที่อาร์กติกสามารถแยกออกมาและเคลื่อนตัวไปทางใต้ ทำให้เกิดอากาศเย็นในวงกว้าง จนพื้นที่ทางใต้สุด “ของสหรัฐอเมริกา” เช่นรัฐฟลอริดาก็อาจประสบกับสภาพอากาศแบบอาร์กติกได้

แต่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสหรัฐ ครั้งล่าสุดคือ คลื่นความหนาวเย็นในอเมริกาเหนือในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เป็นเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วซึ่งนำอุณหภูมิที่หนาวเย็นเป็นประวัติการณ์ไปยังส่วนสำคัญของแคนาดา สหรัฐอเมริกา และบางส่วนของเม็กซิโกตอนเหนือ ซึ่งน่าจะเกิดจากเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนอย่างกะทันหันที่เกิดขึ้นในเดือนก่อนหน้า

ในเหตุการณ์ครั้งนั้น อุณหภูมิลดลงมากถึง 14-28 °C ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางใต้สุดของคาบสมุทรกัลฟ์ พายุฤดูหนาวที่รุนแรงยังทำให้หิมะตกหนักและการสะสมของน้ำแข็งไปยังสถานที่ต่างๆ ทางใต้ของฮิวสตัน รัฐเท็กซัส และมีส่วนทำให้เกิดฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในบางพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่าง

แม้ว่า ปรากฏการณ์หนาวจัดที่เกิดจาก Polar vortex จะเป็นเรื่องเกิดขึ้นบ่อยในสหรัฐ แต่การลงไปถึงรัฐทางใต้เช่นเท็กซัสและฟลอริดา หรือแม้แต่ตอนเหนือของเม็กซิโกเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก

แต่ต้องย้ำว่ามันมักเกิดขึ้นกับทวีปอเมริกาเหนือ และที่เกิดขึ้นแทบไม่ได้คือ Polar vortex ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย 

อิทธิพลของอากาศหนาวเย็นในไทยมักได้รับมาจากประเทศจีน ซึ่งเอเชียก็เคยได้รับอิทธิพลจาก Polar vortex เช่นกันแต่ไม่บ่อยครั้งนัก โดยจะเกิดขึ้นในจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ภาคใต้ของจีนซึ่งปกติมีฤดูหนาวที่อบอุ่นอาจเกิดภาวะหนาวจัดจนเป็นน้ำแข็งได้ 

สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับ Polar vortex คือ “คลื่นความเย็นในเอเชียตะวันออก ปี 2016” โดยในปลายเดือนมกราคม 2016 คลื่นความเย็นได้พัดถล่มเอเชียตะวันออก บางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนแผ่นดินใหญ่ และบางส่วนของเอเชียใต้ตอนเหนือ ส่งผลให้อุณหภูมิและหิมะตกเป็นประวัติการณ์ในหลายภูมิภาค

มีรายงานเกิดแผ่นน้ำแข็งในโอกินาว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งตามปกติเป็นพื้นที่เขตร้อนของญี่ปุ่น และภูมิภาคอื่นๆ หลายแห่งพบว่าอุณหภูมิที่หนาวที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เหตุการณ์นี้ขับเคลื่อนโดยภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็วของอาร์กติกซึ่งเกิดขึ้นภายในชั้นโทรโพสเฟียร์ บังคับให้คลื่นสภาพอากาศอาร์กติก (Arctic Oscillation) เปลี่ยนเฟสอย่างรวดเร็วจากภาวะบวกคืออากาศหนาวจัดไม่ลงใต้มากนัก (ปลายเดือนธันวาคม) เป็นภาวะลบคือหนาวจัดลงมาทางใต้ (ปลายเดือนมกราคม) 

“คลื่นความเย็นในเอเชียตะวันออก ปี 2016” ก็อาจถือเป็น Polar vortex อย่างหนึ่งในเอเชีย มันส่งอิทธิพลมาถึงไทยทำให้เกิดอุณหภูมิที่เย็นลงเป็นประวัติการณ์ เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นในฤดูหนาวคือเดือนมกราคม 

คำถามคือเดือนเมษายนเกิด Polar vortex ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในไทย? คำตอบก็คือ “ไม่”

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงสภาพอากาศเย็นในเดือนเม.ย.65 โดยระบุว่า ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ข้อความและภาพ “สาเหตุที่อุณหภูมิทั่วไทยลดลง อากาศแปรปรวน หนาวเย็น-ฝนตก หรือ อากาศหนาวเย็น ช่วงฤดูร้อน เดือน เม.ย. 2565 ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ว่าเป็นผลจาก “ปรากฏการณ์ Polar Vortex” ทำให้เย็นวูบวาบ กระแสลมโลกเบี่ยงทิศ ผลพวงปัญหาโลกร้อนที่ต้องเร่งแก้ไข” นั้น กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า ความแปรปรวน ของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 1-3 เม.ย. 2565 เป็นผลมาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูร้อน (กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูร้อน วันที่ 2 มี.ค. 65) ซึ่งโดยทั่วไป อุณหภูมิบริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงกลางวันอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางวัน และมักจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง”

จากคำอธิบายของกรมอุตุนิยมวิทยา ชัดเจนว่าภาวะเย็นลงทันทีในเดือนเมษายนในไทยไม่ใช่ Polar vortex ยังไม่นับสาเหตุที่อุณหภูมิจากไซบีเรียจนถึงจีนที่อุ่นขึ้นทำให้ยากที่จะเกิด Polar vortex ในช่วงนี้และแผ่มาถึงไทยได้

แต่เพราะภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น ความหนาวเย็นหลงฤดูก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ไม่ใช่จาก Polar vortex แต่น่าจะมาจาก La Nina (ลานีญา) มากกว่า เมื่ออุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางตะวันออกแถบเส้นศูนย์สูตรจะต่ำกว่าปกติ 3-5 °C และตามด้วยฝนตกหนักและน้ำท่วม

คว่ำบาตรทำพิษ คนเยอรมันหันพึ่งฟืนกับถ่านหินสู้วิกฤตก๊าซแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679741

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 12:05 น.คว่ำบาตรทำพิษ คนเยอรมันหันพึ่งฟืนกับถ่านหินสู้วิกฤตก๊าซแพง

ชาวเยอรมันต้องพากันซื้อไม้เพื่อมาทำฟืนให้ความอบอุ่นและเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน หลังจากราคาก๊าซสูงขึ้นแบบพรวดพราดเพราะการคว่ำบาตรรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ชาวเยอรมันกำลังซื้อไม้และถ่านหินแม้จะถึงฤดูใบไม้ผลิที่อากาศอบอุ่นขึ้นแลวก็ตาม เนื่องจากราคาก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามที่ยืดเยื้อในยูเครน

เยอรมนีประกาศ “คำเตือนล่วงหน้า” ในวันพุธ เกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินด้านการจัดหาก๊าซที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักหรือการหยุดการไหลของก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย

“โทรศัพท์ของเราดังไม่หยุดเลย” เอริก พาสซาว ผู้สร้างเตาเผาและเตาผิงกล่าว (ซึ่งตาเผาและเตาผิงต้องใช้ไม้ฟืนหรือถ่านหิน) พร้อมเสริมว่าการขาดแคลนอุปทานทำให้ยากต่อการสั่งซื้อ “ผู้คนต้องการความปลอดภัย เพราะการถูกแช่แข็งมันไม่สนุก”

แม้จะมีอุปทานก๊าซที่มีเสถียรภาพ แต่ผู้บริโภคและบริษัทต่างๆ ได้รับคำแนะนำให้ลดการใช้พลังงานลง โดยโรเบิร์ต ฮาเบ็ค รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจกล่าวว่า “ทุกกิโลวัตต์-ทุกชั่วโมงมีค่า”

ซูซาน กาสเดน เป็นหนึ่งในคนที่สั่งซื้อไม้สำหรับฤดูหนาวหน้า แม้ว่าเธอจะมีเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าในบ้านของเธอก็ตาม

“ฉันมีเตาในทุกห้อง และหากจู่ๆ แก๊สดับลงอย่างกะทันหันหรือเราขาดแคลนพลังงาน อย่างน้อยฉันก็สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง” เธอกล่าว “ช่วยเอาชีวิตรอดไปได้ในวันมรสุม”

ริชาร์ด เคิกเลอร์ ผู้ค้าเชื้อเพลิงกล่าวว่าผู้คนยังคงตุนถ่านหินและไม้ไว้แม้ว่าอากาศจะหนาวจะค่อยๆ หมดไปก็ตาม และเสริมว่าแม้แต่ก่อนสงครามในยูเครนปริมาณถ่านหินและฟืนก็ยังเริ่มไม่พอ

“พวกเขาไม่สั่งเพราะก๊าซมีราคาแพงมาก พวกเขาสั่งเพราะกังวลว่าจะไม่ได้อะไรเลย”

มาร์คุส ชทุมบอม กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเคหะ กล่าวว่า ในขณะที่ความต้องการเครื่องทำความร้อนที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เขารู้สึกประหลาดใจที่ก๊าซถูกวิพากษ์วิจารณ์

“เมื่อพูดถึงก๊าซ ผมคิดเสมอว่าเทคโนโลยีนี้มีอนาคตแน่นอน เพราะผู้คนต่างก็มองดูไปที่ก๊าซชีวภาพหรือก๊าซสังเคราะห์ แต่ตอนนี้ แน่นอน ทุกคนต้องการเปลี่ยนเป็นเครื่องทำความร้อน” ชทุมบอมกล่าว 

ภาพประกอบ (ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา) – ชาวเลบานอนถือถังใส่ไม้ฟืน ภาพถ่าย 19 มกราคม 2022 REUTERS/Aziz Taher

‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ขนส่ง ‘ผลไม้ไทย’ ชุดแรกสู่จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679758

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 14:37 น.‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ขนส่ง ‘ผลไม้ไทย’ ชุดแรกสู่จีน

ผลไม้จากไทยถูกขนส่งจากนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว มายังมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผ่านทางรถไฟจีน-ลาวเป็นครั้งแรก

ผลไม้จากไทยชุดนี้มีทุเรียน 40 ตัน และมะพร้าวอีก 20 ตัน โดยถูกขนส่งจากไทยมาถึงเวียงจันทน์เมื่อไม่กี่วันก่อน และถูกขนส่งจากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ของทางรถไฟจีน-ลาว ไปยังสถานีนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งมีพรมแดนติดกับอวิ๋นหนานของจีน เมื่อวันศุกร์ (1 เม.ย.)

จากนั้นผลไม้ชุดนี้ถูกเคลื่อนย้ายจากรถไฟมายังรถบรรทุกในสถานีนาเตย ซึ่งอยู่ห่างจากเวียงจันทน์ไปทางเหนือราว 360 กิโลเมตร และข้ามพรมแดนไปยังจีนผ่านทางถนน นับเป็นครั้งแรกที่สินค้าเกษตรของไทยถูกขนส่งไปยังจีนโดยทางรถไฟจีน-ลาว

บริษัท การรถไฟลาว-จีน จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าในเวียงจันทน์ที่รับผิดชอบการดำเนินงานทางรถไฟจีน-ลาว ส่วนของลาว คาดว่าจะขนส่งผลผลิตคุณภาพสูงจากไทยไปยังจีนรวมถึงยุโรปผ่านทางรถไฟข้ามพรมแดนในอนาคต ซึ่งเน้นย้ำความสำคัญของทางรถไฟจีน-ลาว ในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

จะไม่เกิดสงครามโลก ถ้านาโตส่งทหารช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679738

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 10:54 น.จะไม่เกิดสงครามโลก ถ้านาโตส่งทหารช่วยยูเครน

ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการต่างประเทศดูเหมือนจะสวนทางกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาชิกประเทศนาโต

ดร. ลิมอร์ ซิมฮอนี (Dr. Limor Simhony) ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย นักวิจัยของ Institute for National Security Studies  เขียนบทความในเว็บไซต์ Foreign Policy นิตยสารด้านกิจการต่างประเทศที่ทรงอิทธิพลของสหรัฐโดยบอกว่า “การแทรกแซงของนาโต ในยูเครนจะไม่จุดชนวนสงครามโลกครั้งที่สาม

ดร. ซิมฮอนี กล่าว่า มีเหตุผลสองประการที่ไม่น่าเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม “อย่างแรกคือความสามารถทางทหารของรัสเซียนั้นแย่เมื่อเทียบกับความสามารถของกองทัพตะวันตก กองกำลังของพวกเขาไม่ได้รับการฝึกฝนเพียงพอ อุปกรณ์และอาวุธของพวกเขาล้าสมัยและด้อยกว่า พวกเขาประสบปัญหาด้านลอจิสติกส์ การปฏิบัติงาน และยุทธวิธีที่สำคัญ และทหารของพวกเขามีขวัญกำลังใจต่ำ”

เหตุผลข้อที่สอง ดร. ซิมฮอนี ชี้ว่าเพราะปรัสเซียกกำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น แม้แต่พันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของรัสเซียก็คือจีน “ก็ยังคงอยู่ข้างสนามตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น” โดยจีนงดออกเสียงคัดค้านมติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้รัสเซียยุติการรุกราน ส่วน ประเทศที่โหวตให้ปฏิเสธการประณามรัสเซียคือเบลารุส เกาหลีเหนือ เอริเทรีย และซีเรีย “ซึ่งแทบจะไม่เป็นพันธมิตรที่จะเอาชนะได้เลย”

ดร. ซิมฮอนี จึงสรุปว่า “ปัจจัยเหล่านี้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงสูงที่จะเพิ่มความรุนแรงในสงครามโลกทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ” และควรทำให้ชาติตะวันตกเปลี่ยนใจไปช่วยยูเครนด้วยการแทรกแซงทางการทหาร

ส่วนภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์นั้น ดร. ซิมฮอนีกล่าวว่า “ความเสี่ยงนี้มีจำกัด เมื่อพิจารณาว่าการตอบโต้ใดๆ อาจส่งผลกระทบต่อรัสเซียเช่นกัน” ด้วยเหตุผลนี้ ซิมฮอนีจึงย้ำวา่การแทรกแซง “ความขัดแย้งในท้องถิ่น” จะไม่ขยายวงเป็นสงครามโลก และชาติตะวันตกควรเข้าไปแทรกแซงทางการทหารได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับ Die Welt เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายพลเอเบอร์ฮารืด ซอร์น (Eberhard Zorn) ของเยอรมนี ได้ให้คำตอบเมื่อถูกถามว่า นาโตสามารถเข้าไปพัวพันกับยูเครนได้หรือไม่ หากรัสเซียใช้อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ซึ่งนายพลเยอรมันเน้นย้ำว่า “สิ่งที่นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐเยอรมนีและประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ได้กล่าวไว้” คือ “เราจะไม่ส่งกำลังของเราไปยังดินแดนของยูเครนไม่ว่าในกรณีใด”

ซอร์นกล่าวว่า “ในขณะนี้ เราไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังจู่โจมประเทศสมาชิกนาโต” ทำให้นาโตมีเวลาเสริมแสนยานุภาพทางตะวันออกได้ และ “จะเคลื่อนไหวกองกำลังรบที่จำเป็นในทุกประเทศตั้งแต่ทะเลบอลติกไปจนถึงทะเลดำภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม” (รายงานส่วนนี้รายงานซ้ำโดย RT ของรัสเซีย) 

Photo – ทหารของกองพลน้อย Panzergrenadier ที่ 37 ของกองทัพบกเยอรมันซึ่งมีไว้สำหรับ ‘กองกำลังปฏิบัติการร่วมที่มีความพร้อมสูงมาก (VJTF)’ ของ ‘NATO Response Force (NRF)’ ขับรถถังข้ามแม่น้ำเอลเบโดยใช้สะพานลอยน้ำสะเทินน้ำสะเทินบก M3 ระหว่างการฝึก ‘Wettiner Schwert’ ใกล้เมืองสตอร์เคา ประเทศเยอรมนี 2 เมษายน 2022 REUTERS/Annegret Hilse

ยุโรปซัดกันเอง โปแลนด์โวยฝรั่งเศสกับเยอรมนีใกล้ชิดรัสเซียเกินไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679733

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 09:45 น.ยุโรปซัดกันเอง โปแลนด์โวยฝรั่งเศสกับเยอรมนีใกล้ชิดรัสเซียเกินไป

สำนักข่าว AFP รายงานรัฐบาลวอร์ซอกล่าวหารัฐบาลปารีส-เรัฐบาลบอร์ลิน ว่าใกล้ชิดกับรัฐบาลมอสโกมากเกินไป

รองนายกรัฐมนตรีของโปแลนด์กล่าวหาฝรั่งเศสและเยอรมนีว่าใกล้ชิดรัสเซียมากเกินไปในการให้สัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่เขาประณามพฤติกรรมของรัฐบาลเบอร์ลินที่มีต่อรัฐบาลมอสโกก่อนการรุกรานยูเครน

“เยอรมนีก็เหมือนกับฝรั่งเศส ที่มีอคติอย่างแรงกล้าที่จะสนับสนุนมอสโก” ยาโรสลอว์ คาซินสกี้ ซึ่งเป็นผู้นำพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) บอกกับหนังสือพิมพ์รายวันของเยอรมัน Die Welt ในการให้สัมภาษณ์

แต่คาซินสกี้ต่อว่ารัฐบาลเบอร์ลินหนักกว่ารัฐบาลปารีสเสียอีก

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมันไม่ต้องการเห็นสิ่งที่รัสเซียกำลังเกิดขึ้นการภายใต้การนำของ (ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์) ปูติน และเราเห็นผลในวันนี้” คาซินสกี้ กล่าว

“โปแลนด์ไม่พอใจกับบทบาทของเยอรมนีในยุโรป” เขากล่าวเสริม

เขาตำหนิคาซินสกี้ เบอร์ลินที่พยายามสร้างสิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีออตโต ฟอน บิสมาร์ก เคยทำมาในศตวรรษที่ 19 นั่นคือ “ก่อให้เกิด… การกุมอำนาจของเยอรมันโดยเคียงข้างกับรัสเซีย”

(ทั้งนี้ ในยุคของบิสมาร์กเยอรมนีได้กลายเป็นมหาอำนาจของยุโรปและของโลกและสามารถถ่วงดุลอำนาจในยุโรปด้วยการไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับรัสเซีย เพื่อให้เยอรมนีสามารถต่อกรกับภัยคุกคามจาอฝรังเศสและสหราชอาณาจักรได้- อธิบายเพิ่มเติมโดยโพสต์ทูเดย์) 

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ประณามรัฐบาลเบอร์ลินโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความล้มเหลวในการส่งมอบอาวุธให้ยูเครนอย่างเพียงพอและปฏิเสธการคว่ำบาตรอย่างน้อยก็ต่อการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

“สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ารัสเซียมีรายได้จากการขายน้ำมันมากกว่าการขายก๊าซ 4-5 เท่า” คาซินสกี้ กล่าว

“เราไม่สามารถสนับสนุนมหาอำนาจอย่างรัสเซียอย่างถาวรด้วยการจ่ายเงินหลายพันล้านได้อย่างต่อเนื่อง” เขากล่าวเสริม

ก่อนการรุกรานของรัสเซียในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เยอรมนีนำเข้าก๊าซธรรมชาติร้อยละ 55 จากรัสเซีย ถ่านหินครึ่งหนึ่งและน้ำมันประมาณร้อยละ 35

Source – AFP

Photo – Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS

จีนพบฟอสซิลปลาหน้าคล้ายอีโมจิอายุ 438 ล้านปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679706

วันที่ 02 เม.ย. 2565 เวลา 17:31 น.จีนพบฟอสซิลปลาหน้าคล้ายอีโมจิอายุ 438 ล้านปี

คณะนักวิจัยจีนค้นพบฟอสซิลปลาโบราณ 2 สายพันธุ์ที่มีหน้าตาคล้าย “อีโมจิ” ในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของประเทศ

บทความวิจัยที่เผยแพร่ผ่านวารสารเจอร์นัล ออฟ เอเชียน เอิร์ธ ไซแอนซ์ (Journal of Asian Earth Sciences) เมื่อไม่นานนี้ คาดการณ์ช่วงอายุของปลาข้างต้นว่าน่าจะอยู่ในยุคเทลีเคียน (Telychian) หรือช่วงเดียวกับหินตะกอนทะเลสีแดงยุคไซลูเรียน (Silurian) ตอนล่าง ซึ่งมีอายุย้อนหลังไปราว 438 ล้านปี นับเป็นการค้นพบฟอสซิลปลาสายพันธุ์ยูจาเลียสปิฟอร์ม (eugaleaspiform) ที่โบราณและเก่าแก่ที่สุดในปัจจุบัน

รายงานระบุว่าปลาสองสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า “ชิงสุ่ยอัสปิ จวิ้นชิงกิ” (Qingshuiaspis junqingi) และ “อันจี๋อัสปิ เอริเชียส” (Anjiaspis ericius)

หินตะกอนทะเลสีแดงยุคไซลูเรียนตอนล่างกระจัดกระจายและพบได้ทั่วไปในภูมิภาคแยงซี โดยมีการดำเนินการศึกษาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการลำดับชั้นหินตามชีวภาพ วิทยาหิน และตะกอนวิทยาของยุคไซลูเรียนตอนต้นในจีน ขณะที่อายุทางธรณีวิทยาและความเกี่ยวโยงเชิงภูมิภาคของหินชนิดดังกล่าวในภูมิภาคยังคงเป็นที่ถกเถียง เนื่องจากการขาดหลักฐานฟอสซิลที่น่าเชื่อถือ

อนึ่ง ผลการศึกษาข้างต้น ซึ่งดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาบรรพกาล (IVPP) สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) ถือเป็นหลักฐานฟอสซิลชิ้นสำคัญที่เกี่ยวโยงกับหินตะกอนทะเลสีแดงยุคไซลูเรียนตอนล่าง

ที่มา: xinhuathai