รัสเซียกับตะวันตกกำลังโน้มน้าวให้จีนกับอินเดียเลือกข้างในสงครามยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679705

วันที่ 02 เม.ย. 2565 เวลา 16:21 น.รัสเซียกับตะวันตกกำลังโน้มน้าวให้จีนกับอินเดียเลือกข้างในสงครามยูเครน

จีนกับอินเดียกลายเป็นสมรภูมิแย่งชิงระหว่างตะวันตกกับรัสเซียที่ต้องการให้ทั้งสองประเทศนี้เลือกข้างในสงครามยูเครน

CNBC ระบุว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียนำมาสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายศตวรรษระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก โดยทั้งสองประเทศกำลังโน้มน้าวให้จีนและอินเดียเลือกข้างในความขัดแย้งนี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 มี.ค.) ทั้งรัสเซียและอังกฤษส่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของตัวเองไปเยือนอินเดีย โดยมีเป้าหมายคล้ายกันคือดึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี มาเป็นพวกเรื่องการค้าและสงครามในยูเครน

ก่อนเดินทางไปอินเดีย ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเผยว่า จุดประสงค์ของอังกฤษคือการเน้นย้ำให้รัฐบาลอินเดียเห็นว่า “ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างอังกฤษและอินเดียจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในอินโดแปซิฟิกและทั่วโลก และสร้างงานและโอกาสในทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการรุกรานยูเครนโดยปราศจากการยั่วยุของรัสเซีย”

ส่วน เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ต้องการยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและขายน้ำมันให้อินเดียเพิ่มขึ้น ในขณะที่รัสเซียถูกยุโรปและสหรัฐบอยคอตการนำเข้าน้ำมัน

ก่อนหน้านี้ ดาลีป ซิงห์ หนึ่งในที่ปรึกษาระดับอาวุโสของสหรัฐก็เดินทางไปอินเดีย เพื่อหารืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของอินเดียในประเด็นผลพวงของสงครามยูเครน และการบรรเทาผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจโลก

CNBC ระบุว่า ประเทศตะวันตกซึ่งออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียพยายามปิดเส้นทางการหาเงิน อาทิ การเสนอขายน้ำมันและก๊าซในอินเดียและจีน ส่วนรัสเซียก็พยายามหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรผ่านความสัมพันธ์ที่สร้างไว้กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย

ทั้งอินเดียและจีนต่างก็ระมัดระวังเกี่ยวกับสงคราม จีนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนต่างๆ ที่สงครามจะมีต่อความสัมพันธ์ระดับโลกและการค้า ส่วนอินเดียเองก็มีความสัมพันธ์ทางการทหารกับรัสเซียและยังต้องซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

นักวิเคราะห์มองว่าทั้งจีนและอินเดียต้องการให้มีการหยุดยิงโดยเร็วที่สุด แม้ว่าประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน จะยังไม่มีทีท่าว่าว่าจะยุติความขัดแย้ง

อันคิต แพนดา Carnegie Endowment for International Peace เผยกับ CNBC ว่า “จุดยินของอินเดียสร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก จากการงดออกเสียงในสหประชาชาติ การไม่ประณามรัสเซีย และหลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางการทหารกับรัสเซียและการพึ่งพาอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย แต่มันไม่ใช่ประเด็นที่ตรงไปตรงมา ผมคิดว่าอินเดียต้องการให้หยุดยิงและยุติสงครามโดยเร็ว”

แพนดากล่าวว่า อินเดียวางแผนนโยบายโดยคำนวณว่าราคาน้ำมันอยู่ที่ 75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่สงครามดันราคาขึ้นไปสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ และนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่อินเดียไม่สามารถตัดสัมพันธ์กับผู้ส่งออกน้ำมันอย่างรัสเซีย โดยเร็วๆ นี้อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียที่ขายในราคาถูกหลังจากตะวันตกเตรียมลดการน้ำเข้าพลังงานจากรัสเซีย

ส่วนตัวปูตินก็ได้เพาะสร้างความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันกับผู้นำอินเดียและจีน เมื่อปี 2019 ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงถึงกับออกปากเรียกปูตินว่า “เพื่อนรัก” และก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ผู้นำของสองประเทศได้ลงนามในแถลงการณ์ที่ตอนหนึ่งระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศไม่มีขีดจำกัด

CNBC ระบุว่า จีนอยู่ข้างรัสเซียในการเรียกร้องให้นาโตหยุดรับสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัสเซียกังวลเกี่ยวกับยูเครน

มาร์โค แพปิก นักยุทธศาสตร์จาก Clocktower Group เผยกับ CNBC ว่า “นี่ดูเหมือนระเบียบโลกแบบ 2 ขั้ว ขณะนี้ดูเหมือนตะวันตกได้สร้างความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกครั้งใหม่ และจีนอยู่ข้างรัสเซีย นั่นคือสิ่งที่ตะวันตกรับรู้ จีนต้องระมัดระวังในการดำเนินการในระดับการทูต”

แพปิกเผยอีกว่า “จีนกำลังรับมือเรื่องราวที่ซับซ้อนนี้ด้วยการส่งสัญญาณไปยังทุกคนว่าตัวเองไม่ได้อยู่ข้างรัสเซีย และไม่ได้อยู่ข้างสหรัฐ และดูเหมือนว่ามันยังไม่เพียงพอ ในโลกของโซเชียลมีเดีย ในทวิตเตอร์ คุณจะไปอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว และผมไม่คิดว่าจีนอยากถูกแบน”

CNBC ระบุว่า ปูตินยังเพาะสร้างความสัมพันธ์ (ซึ่งตะวันตกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อระเบียบโลก) กับโมดี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้)

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต เตือนว่า “เราได้เข้าสู่ยุคใหม่ของความมั่นคงระดับโลก ซึ่งอำนาจเผด็จการ เช่น รัสเซียและจีน กำลังท้าทายต่อหลักการสำคัญสำหรับความมั่นคงของเราอย่างเปิดเผย และพยายามที่จะเขียนระเบียบระหว่างประเทศซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของเราต้องพึ่งพิงขึ้นใหม่ทั้งหมด”

ที่น่ากังวลไปกว่านั้นสำหรับตะวันตกคือ รัสเซียอาจมองหาการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นกลางอื่นๆ นอกจากจีนและอินเดีย

รายงานของ Economist Intelligence Unit ระบุว่า “2 ใน 3 ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่เป็นกลางหรือประเทศที่เอนเอียงไปทางรัสเซียในสงครามยูเครน” ส่วนประชากรโลกอีก 36% อาศัยอยู่ในประเทศที่ประณามรัสเซียและออกมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซีย อาทิ สหรัฐ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และอังกฤษ

“จนถึงขณะนี้เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่ยังคงเป็นกลาง”

รายงานระบุอีกว่า กลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อาทิ อินเดีย บราซิล ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกข้าง และแสวงหาประโยชน์จากความเป็นกลางที่ชัดเจนของพวกเขา” ขณะที่อีก 32% ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่รัฐบาลสนับสนุนรัสเซีย

อาแกธ เดอมาเฮส์ จาก Economist Intelligence Unit เผยว่า “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รัสเซีย (และจีน) จะทุ่มเทความพยายามในการดึงดูดประเทศที่เป็นกลางและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา การสร้างความสัมพันธ์จากเครื่องมืออื่นๆ เช่น การทูตวัคซีน รัฐบาลจีนและรัสซียจะสร้างแนวร่วมที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตก ผลสุดท้ายอิทธิพลของตะวันตกจะลดลงและต้องล่าถอยไปจากประเทศกำลังพัฒนา”

มาอีกแล้ว! โอมิครอนพันธุ์ผสม XE แพร่เชื้อได้มากกว่า BA.2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679683

วันที่ 02 เม.ย. 2565 เวลา 09:58 น.มาอีกแล้ว! โอมิครอนพันธุ์ผสม XE แพร่เชื้อได้มากกว่า BA.2

อนามัยโลกเตือนว่าโควิดสายพันธุ์ผสม XE อาจเป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ XE แพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์ BA.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่แพร่เชื้อได้มากที่สุดในขณะนี้ถึง 10%

รายงานระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ขององค์การอนามัยโลกฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า Covid-19 สายพันธุ์ XE เป็นลูกผสมระหว่างโอมิครอนสายพันธุ์ BA.1 และสายพันธุ์ BA.2 หรือโอมิครอนล่องหนที่เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้

องค์การอนามัยโลกระบุอีกว่า XE ยังคงเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนต่อไปจนกว่าองค์การอนามัยโลกจะตรวจพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของการแพร่เชื้อ ลักษณะอาการป่วย รวมทั้งความรุนแรงของโรคของสายพันธุ์ลูกผสมดังกล่าว

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า จะติดตามอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ลูกผสม เช่น XE อย่างใกล้ชิด และจะอัพเดตข้อมูลเมื่อมีหลักฐานเพิ่มเติม

สายพันธุ์ XE ถูกพบครั้งแรกในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้แล้วกว่า 600 ราย

ซูซาน ฮอปกินส์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของหน่วยงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร์ (UK HSA) เผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปเกี่ยวกับคามสามารถในการแพร่เชื้อ ความรุนแรงของอาการ หรือประสิทธิภาพของวัคซีนต่อสายพันธุ์ XE

ศาสตราจารย์ฮอปกินส์เผยอีกว่า สายพันธุ์ลูกผสมไม่ใช่เรื่องแปลกและมักจะสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากสายพันธุ์ XE แล้ว องค์การอนามัยโลกยังเฝ้าจับตาสายพันธุ์ลูกผสมที่ชื่อว่า XD ซึ่งเกิดจากการผสมกันของสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอน ซึ่งพบส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส เดนมาร์ก เบลเยียม ทว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ว่าสายพันธุ์ XD แพร่เชื้อได้รวดเร็วหรือมีความรุนแรง

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

นักวิทย์อึ้ง! พบเสียงที่อัดจากดาวอังคารเดินทางด้วย 2 ความเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679696

วันที่ 02 เม.ย. 2565 เวลา 14:00 น.นักวิทย์อึ้ง! พบเสียงที่อัดจากดาวอังคารเดินทางด้วย 2 ความเร็ว

นักวิทย์เผยเสียงบนดาวอังคารเดินทางด้วยความเร็ว 2 ความเร็วทำให้ได้ยินต่างกัน

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์เผยผลการศึกษาเสียงที่บันทึกบนดาวอังคารครั้งแรกโดยไมโครโฟน 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่บนยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ขององค์การนาซาที่ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว โดยพบว่าเสียงบนดาวอังคารเดินทางด้วย 2 ความเร็ว

นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์เสียงความยาว 5 ชั่วโมงที่ได้จากไมโครโฟนทั้งสองตัว โดย ซิลเวสเตอร์ มอรีซ ผู้เขียนหลักของงานวิจัยและหัวหน้าการสร้าง SuperCam กล้องพร้อมไมโครโฟนที่ติดตั้งบนเสาของยานสำรวจเผยว่า มีเสียงความปั่นป่วนของสภาพอากาศบบนดาวอังคารที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน

มอรีซเผยกับ AFP ว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ฟังเสียงการบินของเฮลิคอปเตอร์จิ๋ว อินเจนูอิตี (Ingenuity) และได้ยินเสียงยานสำรวจยิงเลเซอร์เจาะก้อนหินบนดาวอังคารเพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของหิน ซึ่งมีเสียงแหลมดังแกร๊กๆ

นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์เสียงที่เดินทางระหว่างจุดกำเนิดเสียงและจุดรับเสียงระยะห่างราว 6-16 เมตร และยืนยันเป็นครั้งแรกว่า ความเร็วของเสียงช้าลงเมื่ออยู่บนดาวอังคาร โดยเดินทางด้วยความเร็ว 240 เมตรต่อวินาที เมื่อเทียบกับความเร็วบนโลกที่ 340 เมตรต่อวินาที

การค้นพบดังกล่าวไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากชั้นบรรยากาศของดาวอังคารมีคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 95% เมื่อเทียบกับโลกที่มีเพียง 0.04% และมีชั้นบรรยากาศเบาบางกว่าโลกถึง 100 เท่า ทำให้เสียงเบากว่าบนโลก 20 เดซิเบล

แต่ที่สร้างความประหลาดใจให้นักวิทยาศาสตร์คือ เสียงที่เกิดจากเลเซอร์เจาะหินเดินทางด้วยความเร็ว 250 เมตรต่อวินาที เร็วกว่าที่คาด 10 เมตร

มอรีซเผยว่า “ผมประหม่าเล็กน้อย ผมบอกตัวเองว่าการวัด 1 ใน 2 ครั้งอาจผิดพลาด เพราะบนโลกเสียงเดินทางด้วยความเร็วเดียว”

นักวิทยาศาสตร์พบว่า บนพื้นผิวของดาวอังคาร เสียงเดินทางด้วยความเร็ว 2 ความเร็วคือ ความเร็วหนึ่งสำหรับเสียงที่มีความถี่สูงอย่างเสียงยิงเลเซอร์ และอีกความเร็วหนึ่งสำหรับเสียงความถี่ต่ำอย่างเสียงการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งหมายความว่าหูของมนุษย์จะได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงก่อนเสียงที่มีความถี่ต่ำเล็กน้อย

“บนโลกเสียงจากวงออเคสตราจะเดินทางถึงคุณด้วยความเร็วเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงต่ำหรือเสียงสูง แต่หากอยู่บนดาวอังคารแล้วคุณอยู่ไกลจากเวทีหน่อย มันจะเกิดการดีเลย์มากเลยล่ะ” มอรีซกล่าว

ด้านสถาบันวิจัย CNRS ของฝรั่งเศสระบุในแถลงการณ์ว่า “ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้การสนทนากันของคนสองคนที่อยู่ห่างกันในระยะ 5 เมตรเป็นเรื่องยาก”

NASA/JPL-Caltech/Handout via REUTERS

เปิดบังเกอร์ผู้นำยูเครน เซเลนสกีใช้ชีวิตยังไงท่ามกลางการตกเป็นเป้าสังหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679689

วันที่ 02 เม.ย. 2565 เวลา 12:25 น.เปิดบังเกอร์ผู้นำยูเครน เซเลนสกีใช้ชีวิตยังไงท่ามกลางการตกเป็นเป้าสังหาร

ตลอดเดือนกว่าที่ผ่านมาเรามักเห็นผู้นำยูเครนออกมาไลฟ์ตามสถานที่ต่างๆ และยืนยันว่าจะปักหลักสู้อยู่ในกรุงเคียฟไม่ไปไหน

DailyMail รายงานว่า เข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ของการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบังเกอร์หลบภัย แต่ก็ไม่อยู่ในนั้นนานเกิน 3-4 วันเพื่อเลี่ยงบรรดามือสังหารที่หมายเอาชีวิต และเพื่อออกมาดูสถานการณ์จริงด้วยตัวเอง

DailyMail บอกว่า ดูเหมือนว่าเซเลนสกีจะได้นอนเพียงวันละ 2 ชั่วโมงในช่วงตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อสัปดาหห์ที่แล้วเซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซียเป็นครั้งแรกกับนักข่าว 5 คนจากหลายสำนัก แต่ทางการรัสเซียสั่งห้ามนำออกอากาศ โดยระหว่างตอบคำถาม เซเลนสกีเผยว่า “ผมค่อนข้างยุ่งในแต่ละวัน เมื่อคืนก็นอนน้อย”

อเล็กซานเดอร์ โมโรซอฟ นักรัฐศาสตร์และหนึ่งในผู้สัมภาษณ์ผู้นำยูเครนระบุในเฟซบุ๊คว่า “มันชัดเจนมากว่าเซเลนสกีนอนคืนละ 2 ชั่วโมงมา 30 วันแล้ว แต่เขาตัดสินใจออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งที่นอนไม่หลับอย่างรุนแรงตามที่เขาบอกตอนให้สัมภาษณ์”

ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Economist เมื่อเร็วๆ นี้จากในบังเกอร์ เซเลนสกีพูดถึงความสำคัญของการออกมาจากที่มั่นให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่า “ถ้าผมไม่ออกมาสัก 3-4 วัน แล้วอยู่แต่ในทำเนียบ ผมจะไม่รู้เลยว่าโลกเป็นยังไงบ้าง”

การสัมภาษณ์บ่งชี้ว่าภารกิจรายวันในบังเกอร์ของเซเลนสกีดูเหมือนจะวุ่นวายมาก

Economist ระบุว่า บังเกอร์ของเซเลนสกีมีประตูเหล็กกั้น และรายล้อมไปด้วยมือสไนเปอร์และติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ

DailyMail ระบุว่า ครอบครัวของเซเลนสกีซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในยูเครนเพื่อหหลบหนีจากกองกำลังฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากเซเลนสกีเกรงว่าภรรยาและลูกๆ จะตกเป็นเป้าการลอบสังหาร และไม่ทราบว่าเซเลนสกีได้พบหน้าครอบครัวบ้างหรือไม่ แต่การสัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ของ CNN บ่งบอกว่าผู้นำยูเครนได้คุยกับสมาชิกในครอบครัว แต่ไม่แน่ชัดว่าบ่อยแค่ไหน

โอเลนา เซเลนสกา ภรรยาของเซเลนสกีเคยให้สัมภาษณ์ ABC News ว่า เธอเป็นห่วงสามีซึ่งรอดจากความพยายามลอบสังหารมาหลายสิบครั้งนับตั้งแต่สงครามเปิดฉาก

นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซีย เซเลนสกียังเผยถึงผลที่ตามมาของสงคราม โดยเรียกเศษซากของเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองว่า “แผ่นดินที่ไหม้เกรียม”

เซเลนสกีเผยว่า “มาริอูปอลถูกยึดไปแล้ว เพิ่งถูกยึด วอลโนวาคาก็เพิ่งถูกยึด เมืองต่างๆ รอบเคียฟและภูมิภาคเคียฟ เมืองเล็กๆ ของเรา…ผมคิดว่า…เมืองทั้งหมดที่อยู่รอบๆ เมืองหลวง เป็นเมืองเล็กๆ แต่ผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นั่น ผู้คนมีบ้านตากอากาศที่นั่น และคนท้องถิ่นก็อยู่ที่นั่นด้วย แต่มันไม่มีอยู่แล้ว แผ่นดินไหม้เกีรยม เหลือแค่แผ่นดินที่ไหม้เกรียมเท่านั้น ไม่มีสิ่งก่อสร้าง ในวอลโนวาคาไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีถนน ไม่มีสิ่งก่อสร้าง ไม่มีอะไรเลย”

AFP PHOTO /UKRAINIAN PRESIDENTIAL PRESS SERVICE

คุ้มครองยูเครนมากว่าพันปี คำทำนายโบราณชี้หากสิ่งนี้ยังอยู่ยูเครนจะไม่ล่มสลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679650

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 17:30 น.คุ้มครองยูเครนมากว่าพันปี คำทำนายโบราณชี้หากสิ่งนี้ยังอยู่ยูเครนจะไม่ล่มสลาย

ภาพโมเสกขนาดใหญ่ที่รอดพ้นจากสงครามมาหลายศตวรรษ ชาวยูเครนเชื่อว่าตราบใดที่สิ่งนี้ยังมิถูกทำลาย ยูเครนก็จะยังคงยืนหยัดต่อไปได้เช่นกัน

ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่เดินหน้าโจมตีชุมชนต่างๆ ทั่วยูเครน คร่าชีวิตผู้คนหลายพันคน และทำให้อีกหลายล้านคนต้องอพยพ ขณะที่กองทัพรัสเซียเคลื่อนพลเข้าใกล้กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน คำทำนายทางศาสนาในสมัยโบราณก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

Continual Reformation ระบุว่าชาวยูเครนหลายคนหันหาพระแม่มารีย์เพื่อขอให้คุ้มครองพวกเขา รวมถึงแคเทอรีนา ยูเชนโก (Kateryna Yushchenko) ภรรยาของอดีตประธานาธิบดียูเครน ซึ่งเบนความสนใจไปที่ภาพโมเสกของพระแม่มารีย์ ที่มหาวิหารเซนต์โซเฟีย ในกรุงเคียฟ โดยตำนานเล่าขานว่า นี่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองประเทศ

คำทำนายโบราณระบุว่ายูเครนจะอยู่รอด และยังคงเป็นอิสระ ตราบใดที่ภาพโมเสกขนาดใหญ่ของพระแม่มารีย์ในมหาวิหารเซนต์โซเฟีย แห่งกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่ อายุกว่าพันปี ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ยังคงไม่บุบสลาย

ทว่า ที่น่าตกใจก็คือที่ตั้งของโบสถ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยในกรุงเคียฟ ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายการโจมตีของรัสเซีย

ภาพโมเสกขนาดใหญ่ความสูงราว 6 เมตร หรือที่เรียกว่า Oranta ในมหาวิหารเซนต์โซเฟีย แห่งกรุงเคียฟ รอดพ้นจากการทำลายล้างจากสงครามและการปฏิวัติมาหลายศตวรรษ ขณะที่ส่วนอื่นๆ ของโบสถ์ได้รับความเสียหาย และต้องสร้างขึ้นมาใหม่ รวมถึงการรุกรานกรุงเคียฟของบาตู ข่าน (Batu Khan) ในศตวรรษที่ 13 ก็ไม่ทำให้ เสียหายแต่อย่างใด

กำแพงที่มีภาพโมเสกของพระแม่มารีย์แห่งนี้จึงรู้จักกันในชื่อ “กำแพงที่ไม่สามารถทำลายได้” และเป็นสัญลักษณ์ของบูรณภาพแห่งกรุงเคียฟ

ชาวยูเครนจึงมีความเชื่อว่าตราบใดที่สิ่งนี้ยังมิถูกทำลาย เคียฟและยูเครนก็จะยังคงยืนหยัดต่อไปได้เช่นกัน

Orans of Kyiv/Wikipedia

ในปี 1990 ยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนมหาวิหารเซนต์โซเฟีย แห่งกรุงเคียฟ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของยูเครน ซึ่งตอนนี้หน่วยงานด้านศาสนาแลวัฒนธรรมกำลังกังวลว่าที่นี่จะตกอยู่ในความเสี่ยงจากการรุกรานของรัสเซียด้วย

ราชินีแห่งยูเครน

บทความจากเว็บไซต์สารานุกรมบริแทนนิกา เขียนโดยเคย์ลา แฮร์ริส ระบุว่า ตามตำนานของนิกายออร์โธดอกซ์ พระแม่มารีย์ปรากฏตัวอย่างปาฏิหาริย์ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในคอนสแตนติโนเปิล หรืออิสตันบูลในปัจจุบัน เมื่อเมืองถูกโจมตีในช่วงต้นศตวรรษที่ 10 พระแม่มารีย์ได้อธิษฐานและใช้ผ้าของท่านคลุมประชาชน จากนั้นกองทัพที่บุกรุกก็ถอยร่นออกไป

ประมาณหนึ่งศตวรรษต่อมาในปี 1037 ยาโรสลาฟ เดอะ ไวส์ (Yaroslav the Wise) มกุฏราชกุมารแห่งเคียฟได้อุทิศยูเครนให้แด่พระแม่มารีย์ จนถึงทุกวันนี้พระแม่มารีย์ยังเป็นที่รู้จักในนาม “ราชินีแห่งยูเครน”

จวบจนปัจจุบันมีหลายสิ่งที่มีความหมายพิเศษสำหรับชาวคริสเตียนยูเครน และหนึ่งในนั้นก็คือ Oranta ภาพโมเสกในมหาวิหารเซนต์โซเฟีย แห่งกรุงเคียฟ

แฮร์ริสยังระบุว่าเป็นเรื่องปกติที่สำหรับชาวคริสเตียนที่จะหันหาพระแม่มารีย์เมื่อต้องประสบกับความยากลำบาก ตัวอย่างเช่น 2 ปีที่ผ่านมาหลายคนทั่วโลกขอให้พระแม่มารีย์คุ้มครองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับในยูเครนขณะนี้ที่กำลังเผชิญกับสงครามที่โหมกระหน่ำ

เปิดคลิปเครื่องบินกองทัพเกาหลีใต้ ชนกันกลางอากาศ นักบินดับ 4 นาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679658

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 18:20 น.เปิดคลิปเครื่องบินกองทัพเกาหลีใต้ ชนกันกลางอากาศ นักบินดับ 4 นาย

เครื่องบินกองทัพอากาศเกาหลีใต้ประสบเหตุชนกันกลางอากาศ

ช่วงบ่ายวันนี้ (1 เม.ย.) กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่าเครื่องบิน KT-1 ของกองทัพอากาศ 2 ลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศในระหว่างการฝึกซ้อม บริเวณฐานทัพอากาศซาชอน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลราว 300 กิโลเมตร โดยเกิดเหตุเพียงไม่กี่วินาทีหลังเครื่องทะยานขึ้นจากฐานทัพ ส่งผลให้มีนักบินเสียชีวิต 4 นาย

เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาสาเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

Photo by Yonhap via REUTERS

ผู้เชี่ยวชาญชี้ประเทศต่างๆ อาจต้องสำรองเงินรูเบิลหากจะซื้อก๊าซจากรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679633

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 14:42 น.ผู้เชี่ยวชาญชี้ประเทศต่างๆ อาจต้องสำรองเงินรูเบิลหากจะซื้อก๊าซจากรัสเซีย

ข้อกำหนดการจ่ายเงินค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลของรัสเซียมีผลบังคับใช้แล้ว

Russia Today รายงานว่า อิลยา อิลยิน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดการเงินและธนาคารของธนาคาร Promsvyazbank ในรัสเซียเผยว่า เร็วๆ นี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอาจต้องสร้างทุนสำรองเงินสกุลรูเบิลในประเทศของตัวเองหากยังต้องการซื้อก๊าซจากรัสเซียต่อ หลังจากรัสเซียเปลี่ยนการชำระเงินมาเป็นเงินสกุลรูเบิล

“ในกรณีการเปลี่ยนการจ่ายเงินค่าก๊าซเป็นสกุลรูเบิล ประเทศคู่ค้าอาจต้องสร้างกองทุนสำรองเงินสกุลรูเบิล เพื่อความสะดวกในการชำระเงิน” อิลยินเผย

อิลยินเผยอีกว่า รัสเซียอาจต้องลดการสำรองสกุลเงินของประเทศที่ไม่เป็นมิตรลง รวมทั้งสกุลดอลลาร์สหรัฐและยูโร เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกอายัดเงินที่ชำระค่าก๊าซอันเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตร โดยจะหันมาสำรองเงินสกุลรูเบิลของตัวเองให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ประกาศว่า รัสเซียจะเปลี่ยนระบบการชำระเงินมาเป็นเงินสกุลรูเบิลของรัสเซียสำหรับการส่งออกบางอย่าง โดยเริ่มจากก๊าซธรรมชาติในวันที่ 1 เม.ย. สำหรับประเทศที่ไม่เป็นมิตร รวมทั้งสหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ 27 ประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

รัสเซียเตรียมเกณฑ์ทหาร 134,500 นายยันไม่ส่งไปยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679624

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 13:38 น.รัสเซียเตรียมเกณฑ์ทหาร 134,500 นายยันไม่ส่งไปยูเครน

รัสเซียประกาศเกณฑ์ทหาร 134,500 นายแต่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับสงครามในยูเครน

Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้เกณฑ์ทหารใหม่จำนวน 134,500 นายเข้ากองทัพ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเกณฑ์ทหารประจำปีในฤดูใบไม้ผลิ

กองทัพรัสเซียจะทำการเกณฑ์ทหารระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-15 ก.ค. โดยชายรัสเซียอายุระหว่าง 18-27 ปีต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ และจะกระจายไปประจำการในฐานทัพของรัสเซียในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้

อย่างไรก็ดี เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่า การเกณฑ์ทหารดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครน และยืนยันว่าทหารเกณฑ์เหล่านี้จะไม่ถูกส่งไปยังพื้นที่เสี่ยง

“บุคลากรทางทหารส่วนใหญ่จะเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพในศูนย์ฝึกอบรมเป็นเวลา 3-5 เดือน และผมขอย้ำว่าทหารเกณฑ์เหล่านั้นจะไม่ถูกส่งไปยังพื้นที่เสี่ยง”

ทว่า มิคาอิล เบนยาช ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของกองกำลังพิทักษ์ชาติหลายคนที่ปฏิเสธไปรบที่ยูเครนเผยว่า ภายใต้กฎหมายรัสเซีย ทหารเกณฑ์อาจถูกส่งตัวไปสู้รบหลังผ่านการฝึกมาแล้วหลายเดือน

ทั้งนี้ การเกณฑ์ทหารในช่วงสงครามถือเป็นประเด็นอ่อนไหว เมื่อวันที่ 9 มี.ค. กระทรวงกลาโหมรัสเซียรับทราบว่ามีทหารเกณฑ์บางคนถูกส่งไปยังยูเครน หลังจากที่ปูตินปฏิเสธเรื่องนี้หลายครั้งและย้ำว่ามีแต่ทหารอาชีพถูกส่งไปยูเครน

REUTERS/Pavel Mikheyev

ระทึก! วินาทียูเครนทิ้งมิสไซล์เผาคลังน้ำมันรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679617

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 12:45 น.ระทึก! วินาทียูเครนทิ้งมิสไซล์เผาคลังน้ำมันรัสเซีย

วินาทีบึ้มคลังน้ำมันรัสเซีย ในเมืองเบลโกรอด ใกล้กับชายแดนยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุเพลิงไหม้ที่คลังน้ำมันในเมืองเบลโกรอด ทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนราว 25 ไมล์ โดยเวียเชสลาฟ กลัดคอฟ (Vyacheslav Gladkov) ผู้ว่าราชการเบลโกรอดกล่าวผ่าน Telegram ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ของยูเครน ด้านยูเครนยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ ในประเด็นดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนและเร่งเข้าควบคุมเพลิง โดยเบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นพนักงานในคลังน้ำมัน ได้รับการปฐมพยาบาลแล้วและไม่อยู่ในอันตราย

ภายหลังพบปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งรายงานระบุว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ของยูเครน 2 ลำ บินต่ำก่อนที่จะยิงขีปนาวุธ S-8 หลายนัดเข้าที่คลังน้ำมัน

??????Local authorities blame the fire at an oil depot in #Belgorod on an air strike by the #Ukrainian Armed Forces. pic.twitter.com/uRFbIGIuRn— NEXTA (@nexta_tv) April 1, 2022

The cause for the fire at the oil depot in Belgorod, Russia was an attack by 2 Ukrainian attack helicopters entered at low altitude and fired several S-8 missles at the facility. #Ukraine #UkraineRussiaWar #Russia #NATO #war #news #ukraina #ukrainewar #USA pic.twitter.com/evwgNLqBSY— (@YoshiYamamo_to) April 1, 2022

ทั้งนี้ เมื่อสองวันก่อนเพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่คลังแสงในเมืองเบลโกรอด ซึ่งคาดว่าเกิดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของกองทัพยูเครน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีทหารรัสเซียได้รับบาดเจ็บ 4 นาย

สหรัฐชี้ เพราะรัสเซียจนตรอก ถึงต้องบีบให้จ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679612

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 11:20 น.สหรัฐชี้ เพราะรัสเซียจนตรอก ถึงต้องบีบให้จ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิล

สหรัฐชี้คว่ำบาตรได้ผล รัสเซียให้จ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิลแสดงถึงความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน เน็ด โพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียกำหนดให้ผู้ซื้อต่างชาติชำระค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลของรัสเซีย แสดงถึงความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจและการเงินของรัสเซีย ที่เป็นผลมาจากการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

หลังจากที่ปูตินประกาศเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมาว่าประเทศที่ “ไม่เป็นมิตร” รวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จะต้องชำระค่าก๊าซธรรมชาติให้รัสเซียด้วยเงินรูเบิล นับตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นต้นไป มิเช่นนั้นรัสเซียจะไม่ส่งก๊าซให้

“ผู้ที่ซื้อก๊าซจากรัสเซียจะต้องเปิดบัญชีสกุลเงินรูเบิลกับธนาคารของรัสเซีย และชำระค่าก๊าซผ่านบัญชีดังกล่าว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) ไม่มีใครขายอะไรให้เราฟรีๆ และเราก็ไม่ได้ทำเพื่อการกุศลเช่นกัน” ปูตินกล่าว

ท่ามกลางความกังวลว่ายุโรปจะประสบกับภาวะขาดแคลนพลังงานเนื่องจากยุโรปนำเข้าจากรัสเซียเป็นปริมาณมาก

อย่างไรก็ตามชาติต่างๆ ในยุโรปยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องของปูติน รวมถึงเยอรมนีที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุดในสหภาพยุโรปกล่าวว่าเปรียบเสมือนการแบล็กเมล

ไพรซ์กล่าวว่าข้อเรียกร้องของปูตินเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความตึงเครียดของเศรษฐกิจที่รัสเซียกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งขึ้นอยู่กับยุโรปแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป

พร้อมเสริมว่าการคว่ำบาตร การควบคุมการส่งออก และมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่บังคับใช้กับรัสเซียเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนได้ “ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เป็นรูปธรรม และลึกซึ้ง” นำไปสู่ “ความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจและการเงิน” ของรัสเซีย

Photo by Nicholas Kamm/Pool via REUTERS