จีนสวนกลับ เลิกส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงให้กลุ่มพันธมิตรสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629436

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 19:54 น.จีนสวนกลับ เลิกส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงให้กลุ่มพันธมิตรสหรัฐหลังจากที่พันธมิตร Five Eyes ดาหน้ากันยกเลิกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง จีนสวนกลับด้วยการเลิกพร้อมกันเกือบทั้งหด

จีนประกาศระงับสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างฮ่องกงกับแคนาดา, ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร เป็นการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดของจีนหลังจากที่ประเทศเหล่านี้ยกเลิกสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างฮ่องกงหลังจากที่จีนใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับฮ่องกง

ประเทศตะวันตกไม่พอใจที่รัฐบาลจีนใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่เข้มงวดกับฮ่องกงฮ่องกง ประเทศตะวันตกเเห็นว่าเป็นการบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของพลเมืองและสิทธิมนุษยชนของชาวฮ่องกง

นอกจากแคนาดา, ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรที่ยกเลิกสนธิสัญญาแล้ว ในวันนี้นิวซีแลนด์ยังยกเลิกข้อตกลงกับฮ่องกงด้วย สหรัฐยังเตรียมที่จะทำแบบเดียวกัน โดยสหรัฐเป็นประเทศแรกที่ยกเลิกสิทธิ์พิเศษทางการค้าของฮ่องกง

คาดว่าจีนจะตอบโต้กับนิวซีแลนด์ด้วยวิธีการเดียวกัน แต่เบื้องต้นได้เตือนให้นิวซีแลนด์ทบทวนและแก้ไขเรื่องนี้ก่อนที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์กับจีน

จีนได้กล่าวหาประเทศต่างๆ ว่าแทรกแซงกิจการภายในของตนและปกป้องการใช้กฎหมายความมั่นคงโดยอ้างว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในฮ่องกงหลังเกิดกระแสการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อข้ามปี

Photo by DALE DE LA REY / AFP

คุก12ปี อดีตนายกมาเลย์ใช้อำนาจมิชอบโกยเงินชาติเข้ากระเป๋า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629441

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 17:48 น.คุก12ปี อดีตนายกมาเลย์ใช้อำนาจมิชอบโกยเงินชาติเข้ากระเป๋านาจิบถือเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนแรกที่ต้องติดคุกเพราะการคอร์รัปชั่น

ศาลชั้นต้นของมาเลเซียตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค มีความผิดจริงใน 7 ข้อหากรณีอื้อฉาวการทุจริตคอรัปชั่นมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐ 1MDB ทำให้เขาต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 12 ปี ปรับอีก 210 ล้านริงกิต 

อดีตผู้นำมาเลเซียสาบานกับพระเจ้าว่าเขาไม่ส่วนรู้เห็นกับกองทุน และหลังจากมีคำตัดสินคาดว่าทนายของเขาจะยื่นอุธรณ์ต่อไป เบื้องต้นทนายของเขายื่นขอต่อศาลให้นาจิบยังไม่ต้องรับโทษจำคุก

นาจิบมีความผิดเกี่ยวข้องกับการโอนเงินรวม 42 ล้านริงกิตจากกองทุน 1MDB ไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาระหว่างเดือนธันวาคม 2014 และกุมภาพันธ์ 2015 เมื่อครั้งที่เขายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นาจิบวัย 67 ปีถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฟอกเงิน 3 ข้อหา มีความผิดฐานละเมิดความไว้วางใจทางอาญาอีก 3 ข้อหา และใช้อำนาจโดยมิชอบอีก 1 ข้อหา 

Photo by Mohd RASFAN / AFP

ฟิลิปปินส์ไม่ให้สหรัฐตั้งฐานทัพ ลั่นไม่รบจีนแถมขอวัคซีนใช้ด้วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629416

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 15:57 น.ฟิลิปปินส์ไม่ให้สหรัฐตั้งฐานทัพ ลั่นไม่รบจีนแถมขอวัคซีนใช้ด้วยสหรัฐกำลังหาที่ตั้งฐานทัพในอาเซียนเพื่อคานอำนาจกับจีนในภูมิภาคนี้ แต่หมดสิทธิ์ไปแล้วหนึ่งประเทศ

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์แต แห่งฟิลิปปินส์ปฏิเสธรายงานข่าวว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์อาจจะให้สหรัฐมาตั้งฐานทัพเรือในอ่าวซูบิกอีกครั้ง

ผู้นำฟิลิปปินส์กังวลว่าหากให้สหรัฐมาตั้งฐานทัพจะทำให้ฟิลิปปินส์ตกอยู่ในอันตรายถึงขนาด “สาบสูญ” หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นมา

“นั่นก็เพราะถ้าคุณให้มีการตั้งฐานทัพในเวลานี้ หากเกิดสงครามขึ้นมาแล้วมีการนำเอาคลังอาวุธนิวเคลียร์เข้ามา ชนชาติฟิลิปปินส์จะต้องสูญพันธุ์อย่างแน่นอน” ดูเตร์เตกล่าวในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในปีที่ 5 แห่งการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ก่อนหน้านี้ผู้นำฟิลิปปินส์สั่งให้ยุติข้อตกลงการเยี่ยมเยียนของกองทัพ (Visiting Forces Agreement) ที่เป็นข้อตกลงด้านความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐที่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐเดินทางมาซ้อมรบที่ฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ดูเตร์เตเปลี่ยนใจกระทันหันในเดือนมิถุนายนและต่อสัญญาอีกครั้งก่อนที่สัญญาจะหมดอายุ

ทั้งนี้ สหรัฐเคยปกครองฟิลิปปินส์มาก่อนในฐานะเจ้าอาณานิคมได้ตั้งฐานทัพเรือที่อ่าวซูบิกใกล้กับกรุงมะนิลา (Naval Base Subic Bay) และอยู่ที่ฐานทัพแห่งนี้ระหว่างปี 1899 – 1942 และหลังจากฟิลิปปินส์เป็นเอกราชระหว่างปี 1945 – 1992 (ฟิลิปปินส์ได้รับอกราชปี 1946) นอกจากนี้ สหรัฐยังมีฐานทัพอากาศคลาร์ก (Clark Air Base) ในเมืองแองเจลีส ระหว่างปี 1903–1991

สหรัฐมีความต้องการที่จะหาที่ตั้งฐานทัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อที่จะคานอำนาจกับจีนที่มีอิทธิพลมากขึ้นในทะเลจีนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ประเทศพันธมิตรดั้งเดิมอย่างฟิลิปปินส์ก็ยังไม่ยอมให้สหรัฐกลับเข้ามา

ในขณะที่ดูเตร์เตปฏิเสธสหรัฐเรื่องฐานทัพ เขากลับขอความช่วยเหลือจากจีนเรื่องวัคซีนโควิด-19 โดยโทรศัพท์ไปถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงโดยตรงว่าหากจีนคิดค้นวัคซีนได้สำเร็จขอใฟ้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียที่ได้วัคซีนหรือจะซื้อมาก็ได้

นอกจากนี้เขายังปฏิเสธว่าฟิลิปปินส์กับจีนจะเผชิญหน้ากับในกรณีพิพาททะเลจีนใต้ โดยกล่าวว่าการทูตเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพราะหากเผชิญหน้ากันในสงครามฟิลิปปินส์ไม่มีอาวุธที่จะต่อกรกับจีน

Photo by Handout / Philippines’ Presidential Photographers Division (PPD) / AFP

“ไม่เคารพเพลงชาติก็ออกไปจากประเทศนี้!” โค้ชดังติงชาวอเมริกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629410

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 13:51 น."ไม่เคารพเพลงชาติก็ออกไปจากประเทศนี้!" โค้ชดังติงชาวอเมริกันคนอเมริกันเริ่มแตกแยกหนักขึ้นเรื่องการประท้วงเรื่องสีผิวที่พัวพันกับความรักชาติ

ไมค์ ดิกตา (Mike Ditka) โค้ชผู้มีชื่อเสียงระดับตำนานของกีฬาอเมริกันฟุตบอล NFL ไม่พอใจอย่างแรงหลังจากกรณีที่นักกีฬาหลายคนไม่ยอมยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงชาติ โดยบางคนคุกเข่าลงและบางคนเดินออกจากสนามกีฬากลางคัน เพื่อแสดงจุดยืนประท้วงการเหยียดสีผิวในประเทศ

ดิกตา ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในวงการกีฬาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TMZ Sports ว่า อย่าประท้วงกับธงชาติ อย่าประท้วงประเทศที่ให้โอกาสในการใช้ชีวิตและเล่นกีฬา และเขาไม่อยากได้ยินเรื่องไร้สาระที่มีคนไม่เคารพธงชาติเพื่อประท้วง

“ถ้าคุณไม่เคารพเพลงชาติของเราก็ไสหัวออกไปจากประเทศไปซะ ผมคิดแบบนี้แหละ แน่นอนผมมันคนหัวเก่า แต่ผมพูดในสิ่งที่ผมคิดเท่านั้น”

หนึ่งในนักกีฬาที่คุกเข่าระหว่างเพลงชาติคือ คอลิน แคเพอร์นิก นักอเมริกันฟุุตบอลผิวดำซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักกีฬาผิวดำและผิวขาวบางส่วนทำแบบเขา ล่าสุดในวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม แคเพอร์นิกได้โพสต์ทวิตเตอร์วิจารณ์เรื่องความรักชาติเอาไว้ว่า

“คนผิวดำถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ ถูกทารุณ ถูกทำให้เป็นอาชญากร ถูกคุกคามจากอเมริกามาหลายศตวรรษ แล้วจะให้พวกเขาเข้าร่วมการรำลึกถึง “อิสรภาพ” ของคุณในขณะที่คุณกดขี่บรรพบุรุษของเรา เราปฏิเสธการเฉลิมฉลองอิทธิพลคนผิวขาวเป็นใหญ่ของพวกคุณ และหวังว่าจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ”

Photo by Nathan Howard/AFP

ศาลตัดสินอดีตนายกมาเลย์โกงเงินชาติ ใช้อำนาจโดยมิชอบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629405

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 11:52 น.ศาลตัดสินอดีตนายกมาเลย์โกงเงินชาติ ใช้อำนาจโดยมิชอบอีกหนึ่งผู้นำประเทศที่ถูกดำเนินคดีฐานฉ้อราษฎร์บังหลวงในคดีที่โยงใยหลายประเทศ

ศาลมาเลเซียตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค มีความผิดใน 7 ข้อหากรณีอื้อฉาวการทุจริตคอรัปชั่นมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐ 1MDB หรือ 1Malaysia Development Berhad ที่ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดี

นาจิบมีความผิดเกี่ยวข้องกับการโอนเงินรวม 42 ล้านริงกิต จาก 1MDB ไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาระหว่างเดือนธันวาคม 2014 และกุมภาพันธ์ 2015 เมื่อครั้งที่เขายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

รวมแล้วนาจิบวัย 67 ปีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟอกเงิน 3 ข้อหา มีความผิดทางอาญาฐานละเมิดทรัสต์ อีก 3 ข้อหา และใช้อำนาจโดยมิชอบอีก 1 ข้อหา นาจิบยืนยันความบริสุทธิ์ทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ความผิดทางอาญาฐานละเมิดทรัสต์ หรือ Criminal Breach of Trust (CBT) เป็นตัวบทกฎหมายของมาเลเซียและสิงคโปร์เกี่ยวข้องกับการใช้กองทุนหรือทรัพย์สินโดยมิชอบ

ในบรรดาข้อหาเหล่านี้มีโทษสูงสุดไม่น้อยกว่า 20 ปี 

Photo by Mohd RASFAN / AFP

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐติดโควิด ทำเนียบขาวยัน “ทรัมป์” ไม่เสี่ยงติดเชื้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629393

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 09:06 น.ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐติดโควิด ทำเนียบขาวยัน "ทรัมป์" ไม่เสี่ยงติดเชื้อทำเนียบขาวแถลง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงติดเชื้อโควิด-19 โดยมีอาการเพียงเล็กน้อย ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไม่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ

ทำเนียบขาวของสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายโรเบิร์ต โอไบรเอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ออกมาเป็นบวก

ทั้งนี้ทำเนียบขาวยืนยันว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี ไม่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 จากนายโอไบรเอน แต่อย่างใด

“นายโอไบรเอน มีอาการเพียงเล็กน้อย และขณะนี้กำลังกักตัวเอง และทำงานจากสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัย ขณะที่ไม่มีความเสี่ยงที่ท่านประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีจะมีการติดเชื้อแต่อย่างใด ส่วนงานของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติก็ได้เดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก” แถลงการณ์ระบุ

สื่อขอสหรัฐรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายโอไบรเอนได้เดินทางเยือนยุโรปในช่วงต้นเดือนก.ค.เพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี

ทำเนียบขาวระบุว่า นายโอไบรเอนนับเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสสูงสุดที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ หลังจากที่มีรายงานว่า เลขาธิการฝ่ายสื่อของนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และเจ้าหน้าที่รายหนึ่งในทีมหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งเพื่อนสาวของบุตรชายของประธานาธิบดีทรัมป์ ต่างก็ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้านี้

“ฮ่องกง”ยกระดับคุมโควิดระบาด ห้ามชุมนุมเกิน2คน บังคับใส่หน้ากากอนามัยทุกที่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629391

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 08:31 น."ฮ่องกง"ยกระดับคุมโควิดระบาด ห้ามชุมนุมเกิน2คน บังคับใส่หน้ากากอนามัยทุกที่ฮ่องกงประกาศยกระดับมาตรการคุมโควิดระบาด ห้ามประชาชนชุมนุมเกิน 2 คน ห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร บังคับสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทุกที่ หลังยอดติดเชื้อใหม่พุ่งต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการฮ่องกงได้ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยห้ามประชาชนชุมนุมเกิน 2 คน ห้ามรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร และบังคับสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทุกที่ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 29 ก.ค.63

การยกระดับมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 2,600 รายแล้ว และเสียชีวิต 19 ราย

นอกจากนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังทำสถิติพบผู้ป่วยรายใหม่แตะเลขหลักร้อยเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันด้วย

นายแมทธิว เฉิง เลขาธิการผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่ฮ่องกงนั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากการแพร่ระบาดที่กำลังเกิดขึ้นนั้นรุนแรงที่สุดเท่าที่ฮ่องกงเคยเผชิญ โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 7 วัน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลฮ่องกงมีคำสั่งให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยขณะเข้าไปยังสถานที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานีขนส่ง โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

สหรัฐเปิดโครงการทดลองวัคซีนโควิดในมนุษย์ครั้งใหญ่สุดของโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629390

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 08:06 น.สหรัฐเปิดโครงการทดลองวัคซีนโควิดในมนุษย์ครั้งใหญ่สุดของโลกสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ จับมือ บริษัท Moderna เปิดตัวโครงการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในมนุษย์ ครั้งใหญ่สุดของโลก มีอาสาสมัครเข้าร่วม 30,000 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NIH) และบริษัท Moderna บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ ได้เปิดตัวโครงการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกในวันนี้ โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการถึง 30,000 คน

รายงานข่าวระบุว่า วัคซีนดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย NIH และ Moderna โดยอาสาสมัครจะไม่ทราบว่าตนเองได้รับวัคซีนจริงหรือวัคซีนหลอก และหลังจากได้รับวัคซีนจำนวน 2 โดส นักวิทยาศาสตร์ก็จะติดตามดูว่าอาสาสมัครกลุ่มใดที่มีอาการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ขณะที่พวกเขาดำเนินชีวิตไปตามปกติ โดยเฉพาะในเขตที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส

นอกจากนี้ เครือข่ายป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (CPN) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ จะเปิดตัวโครงการทดสอบวัคซีนตัวใหม่ทุกเดือนจนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยทุกโครงการจะมีอาสาสมัครรายใหม่จำนวน 30,000 คน และในที่สุด นักวิทยาศาสตร์จะทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีนแต่ละตัวที่มีการทดสอบ

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า จะมีการทดสอบวัคซีนของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในเดือนส.ค. ขณะที่วัคซีนจากบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะมีการทดสอบในเดือนก.ย. ส่วนในเดือนต.ค.จะมีการทดสอบวัคซีนของบริษัท Novavax ขณะที่บริษัทไฟเซอร์เตรียมทดสอบวัคซีนในช่วงฤดูร้อนนี้

การผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างก็ได้เร่งผลิตวัคซีนอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้รับข้อมูลด้านพันธุกรรมของไวรัสดังกล่าวจากจีนในเดือนม.ค. ขณะที่ทางสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ก็ได้ผ่อนคลายกฎระเบียบแก่บางบริษัท เพื่อให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ทำไมคนจนถึงเข้าคุกง่ายกว่าคนรวย? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629382

วันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 20:35 น.ทำไมคนจนถึงเข้าคุกง่ายกว่าคนรวย?ทำไมคุกจึงมีแต่คนจน ทำไมคนรวยถึงมักจะรอดความผิด และทำไมกระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรม?

1. คำกล่าวที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเมืองไทย แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะไม่เรียกว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ในไทยถึงในสหรัฐซึ่งหนักกว่าไทยหลายเท่า

2. ไม่ได้หมายความว่าคนรวยทำผิดแล้วรอดคุก แต่เพราะคนรวยมีโอกาสทำความผิดน้อยกว่าคนจน ความผิดตามกฎหมายที่คนจนได้กระทำ ไม่ใช่เพราะพวกคนเป็นคนไม่ดี แต่เพราะระบบในสังคมมันไม่ดีต่างหาก นี่คือปรากฎการณ์ที่เรียกว่า criminalization of poverty หรือการทำให้ความจนเป็นอาชญากรรม

3. ยกตัวอย่างในสหรัฐ มีรายงานโดยสถาบัน Brookings Institution พบว่าเด็กผู้ชายที่เกิดในครอบครัวที่จนที่สุด 10% มีโอกาสที่จะติดคุกมากกว่าเด็กในครอบครัวรวยที่สุด 10% มากถึง 20 เท่า โดยจะติดคุกในช่วงไหนก็ได้ก่อนอายุถึง 30 ปี 

4. จากข้อมูลของ Prison Policy Initiative พบว่าคนที่เข้าคุกมีรายได้เฉลี่ย 19,185 เหรียญสหรัฐต่อปีโดยเฉลี่ย หรือ -41% น้อยกว่าคนในกลุ่มอายุเดียวกัน หมายความว่านักโทษคือกลุ่มคนที่จนที่สุดในสังคม 

5. องค์กร Equal justice under law ซึ่งต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันทางกฎหมายของคนชนชั้นต่างๆ จึงกล่าวว่า “คนที่ประสบกับความยากจนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกจับกุมและถูกจองจำเพราะความผิดเล็กน้อย มากกว่าคนอเมริกันที่มีอันจะกินมากกว่า” 

6. ปัญหาเรื่อง “รวยกระจุก จนกระจาย” ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่บีบให้คนอเมริกันที่ยากจนต้องทำผิดกฎหมาย ในรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยความยากจนและสิทธิมนุษยชนได้ข้อสรุปในรายงานล่าสุดว่าสหรัฐ “เป็นผู้นำของโลกที่พัฒนาแล้วในเรื่องความไม่เท่าเทียมของรายได้และความมั่งคั่ง และตอนนี้สหรัฐยิ่งทำให้ประเทศตัวเองเกิดความไม่เท่าเทียมกันหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น”

7. การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกินไปเป็นสาเหตุที่ติดตามมา ในสหรัฐ (และในประเทศไทยด้วย) ยกตัวอย่างเช่นความผิดลหุโทษ (โทษเบา) เช่น เจ้าของรถที่เป็นคนจนต้องอาศัยรถยนต์ในการทำมาหากิน ต่อมาไฟท้ายเสียแต่เขาไม่มีเงินเปลี่ยน ทำให้เขาถูกปรับ (ด้วยค่าปรับที่เพิ่มขึ้นในหลายรัฐ) แต่เพราะเขาจนจึงไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ทำให้ต้องถูกระงับใบขับขี่

8. คนอเมริกันที่ยากจนเมื่อถูกระงับใบขับขี่ก็หากินไม่ได้ ทำให้ถูกบีบให้ต้องเลือกว่าจะต้องหางานไหม่ หรือเสี่ยงขับรถต่อไปโดยไม่มีใบขับขี่แต่หากถูกจับจะต้องติดคุก นี่คือสถานการณ์ที่กฎหมายบีบบังคบให้คนจนต้องทำผิดกฎหมายอย่างหนึ่ง และเป็นสาเหตุว่าทำไมสหรัฐจึงมีตัวเลขนักโทษสูงที่สุดในโลก 

9. ในสหรัฐยังมีความเลวร้ายเรื่องหนึ่ง คือการร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองและธุรกิจด้านความปลอดภัยผ่านองค์กร ALEC กลุ่มนักการเมืองจะออกกฎหมายที่เอื้อต่อธุรกิจกลุ่มนี้ซึ่งรับสัมปทานดูแลเรือนจำ กฎหมายในสหรัฐตราออกมาเพื่อจับคนทำผิดเข้าคุกให้มากที่สุด แม้จะเป็นโทษเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เว้น

10. ผลก็คือสหรัฐเต็มไปด้วยเรือนจำและเรือนจำเป็นเต็มไปด้วยนักโทษ และส่วนใหญ่ก็คือคนยากจนที่ถูกบีบให้ทำความผิด (แน่นอนว่ามีคนทำผิดโดยกมลสันดานอยู่ด้วย) แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือธุรกิจเรือนจำและนักการเมือง กรณีนี้เรียกว่า Prison–industrial complex หรือความพัวพันระหว่างเรือนจำและอุตสาหกรรม ที่ภาคธุรกิจหากินกับการจับคนเข้าคุกมากๆ

11. ดังนั้นเราจึงเห็นความพยายามที่จะให้รัฐบาลสหรัฐลดงบประมาณด้านเรือนจำลง และลดงงบประมาณให้ตำรวจเพราะตำรวจมีแนวโน้มที่จะลงโทษคนจนอย่างรุนแรง จากนั้นแก้กฎหมายที่เปิดช่องโหว่ทำร้ายคนจน แล้วทุ่มงบประมาณเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนจน ให้การศึกษาและโอกาสในชีวิต เพื่อที่จะทำให้พวกเขาปิดโอกาสที่จะทำความผิดเพราะความจนบังคับ

12. ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีนักโทษมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เราจึงต้องดู “ความผิดพลาด” ของสหรัฐเป็นตัวอย่างเอาไว้ว่าคนจนถูกกฎหมายรังแกอย่างไร

Photo by STR / AFP

อิสราเอลติดโควิดทุบสถิติ หลังประชาชนชุมนุมไล่นายก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629343

วันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 18:10 น.อิสราเอลติดโควิดทุบสถิติ หลังประชาชนชุมนุมไล่นายกการชุมนุมที่ลุกลามไปทั่วอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในอิสราเอลน่าวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ

สถานการณ์โควิด-19 ในอิสราเดินหน้าไม่ได้ หันกลับก็ไม่ไหว เพราะตัวเลขติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ระหว่างการชุมนุมไล่รัฐบาลเนื่องจากประชาชนไม่พอใจมาตรการรับมือการระบาด

กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าจำนวนผู้ป่วยรวมที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ในอิสราเอลเพิ่มขึ้นมาอีก 1,493 รายในเวลา 24 ชั่วโมงช่วงวันเสาร์ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดประจำวันของประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 506 รายซึ่งลดลงมาก แต่นั่นเป็นเพราะทางการทำการตรวจเชื้อเพียงแค่ 5,173 รายเท่านั้น เมื่อพิจารณาอัตราการติดเชื้อถือสูงที่ 9.8% ซึ่งสูงสุดทุบสถิติเช่นกัน ตอนนี้ผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 61,764 ราย

ขณะนี้พื้นที่ต่างๆ ของอิสราเอลมีการประม้วงขับไล่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนยามิน เนทันยาฮูเนื่องจากล้มเหลวในการรับมือกับการระบาด แต่มีสำนักข่าวบางแห่งชี้ว่ายอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในอิสราเอลเป็นผลมาจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ทำให้ประชาชนละเลยการเว้นระยะทางสังคม 

กลายเป็นว่าการประท้วงไล่รัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพเรื่องการรับมือโรคระบาด กลับทำให้อิสราเอลต้องเผชิญกับการระบาดที่รุนแรงขึ้นเสียอย่างนั้น 

กรณีของเนทันยาฮูเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะเขาได้รับการยกย่องในการตอบโต้ไวรัสในช่วงแรก โดยการตัดสินใจที่รวดเร็วของรัฐบาลของเขาในเดือนมีนาคมเพื่อควบคุมการเดินทางและกำหนดให้มีการล็อคดาวน์ทำให้ยอดติดเชื้อลงลงภายในต้นเดือนพฤษภาคม

แต่การคลายล็อคดาวน์ทางเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนได้นำไปสู่การแพร่เชื้อในประเทศอีกครั้งและรุนแรงอย่างมาก โดยมีรยอดติดเชื้อรายวันระหว่าง 1,000 ถึง 2,000 รายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

Photo by AHMAD GHARABLI / AFP