ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทรัมป์สั่งถอนทหาร 2 หมื่นนายจากเยอรมนี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629595

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 16:25 น.ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทรัมป์สั่งถอนทหาร 2 หมื่นนายจากเยอรมนีการถอนทหารออกจากเยอรมนี เผชิญแรงต้านจากทั้งพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองและจากพรรคเดโมแครต แต่ทรัมป์ก็ยังสั่งเดินหน้าต่อ

ในที่สุดประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ก็เดินหน้าแผนการถอนทหารอเมริกัน 12,000 นาย ออกจากเยอรมนี  โดยในจำนวนนี้ 5,600 นายจะถูกส่งไปประจำการที่ชาติอื่นในยุโรป ซึ่งรวมถึงอิตาลีและเบลเยียม ขณะที่อีก 6,400 นายจะเดินทางกลับสหรัฐ

การถอนทหารออกจากเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรนาโต เผชิญแรงต้านจากทั้งพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองและจากพรรคเดโมแครต ซึ่งมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้รัสเซียได้เปรียบสหรัฐในแง่ของยุทธศาสตร์กองทัพ

ทว่า ทรัมป์ให้เหตุผลในการถอนทหารออกจากเยอรมนีไว้ 2 ข้อคือ 1) ไม่พอใจที่รัฐบาลเยอรมนีไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงนาโตที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกจ่ายงบประมาณป้องกันประเทศ 2% ของจีดีพี เพราะทรัมป์มองว่าสหรัฐต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาแบกรับค่าใช้จ่ายในการปกป้องเยอรมนี แต่เยอรมนีกลับไม่ให้ความสำคัญกับงบประมาณในส่วนนี้

แต่ข้ออ้างนี้ก็ดูไม่ค่อยมีน้ำหนักมากนัก เพราะทั้งเบลเยียมและอิตาลีที่ทางการสหรัฐเอ่ยปากว่าจะย้ายทหารอเมริกันไปประจำการ ใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศน้อยกว่าเยอรมนี และเกือบต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต

ส่วนเหตุผลข้อ 2 คือ เยอรมนียังเดินหน้าสนับสนุนเงินทุนให้รัสเซียในการก่อสร้างท่อขนส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 2 เชื่อมระหว่างรัสเซียกับเยอรมนี ทรัมป์มองว่าเยอรมนีผูกโยงเศรษฐกิจกับรัสเซียมากกว่า ในขณะที่สหหรัฐขาดดุลการค้ากับเยอรมนี

แต่นักวิเคราะห์บางรายมองว่ายังมีเหตุผลอื่นอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของทรัมป์อีก เนื่องจากเยอรมนีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในต่างประเทศที่สำคัญของสหรัฐ เพราะเป็นศูนย์กลางในการเคลื่อนย้ายกองกำลังทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทำเนียบขาวเผยว่า  การเคลื่อนย้ายกำลังพลออกจากเยอรมนีเป็นการตอบโต้จีนและรัสเซีย ซึ่งชี้ให้เห็นว่านโยบายต่างประเทศของสหรัฐให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักตามแคมเปญหาสียงของทรัมป์คือ America First (อเมริกาต้องมาก่อน)

ขณะที่ นอร์เบิร์ต เริตเทิน ประธานคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศสภาเยอรมนีเผยว่า ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของทรัมป์ก็คือ ต้องการหาเสียงจากชาวอเมริกันสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.นี้

ส่วน จอห์น คอร์นบลุม อดีตทูตสหรัฐประจำเยอรมนีมองว่า คำพูดของทรัมป์เป็นแค่การคุยโวโดยไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ก็เท่ากับว่าสหรัฐใช้การถอนทหารมาข่มขู่ให้ยอรมนีตัดสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐ

ประเดิมเคสแรก ฮ่องกงรวบ 4 นักศึกษาข้อหาละเมิดกฎหมายมั่นคง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629573

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 14:15 น.ประเดิมเคสแรก ฮ่องกงรวบ 4 นักศึกษาข้อหาละเมิดกฎหมายมั่นคงตำรวจฮ่องกงจับกุมตัวนักศึกษา 4 คนในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติด้วยการเคลื่อนไหวปลุกระดมในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นการจับกุมครั้งแรกนับตั้งแต่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา

นักศึกษาที่ถูกจับกุมอายุระหว่าง 16-21 ปี โดยเป็นชาย 3 คน เป็นหญิง 1 คน โดยทางการต้องสงสัยว่านักศึกษาเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวปลุกระดมให้เกิดการแบ่งแยกในฮ่องกง ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองของคนรุ่นใหม่ Studentlocalism เผยผ่านเฟซบุ๊คว่า หนึ่งในนักศึกษาที่ถูกจับกุมเป็นสมาชิกของกลุ่มชื่อ โทนี ชุง

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่ม Studentlocalism ได้โพสต์ข้อความ “ไม่เอาชาตินิยมจีน สร้างชาตินิยมฮ่องกง”

หลี่กุ้ยหัว โฆษกตำรวจฮ่องกงเผยว่า “เราต้องบังคับใช้กฎหมายแม้ว่าความผิดจะเกิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ตก็ตาม อย่าคิดว่าอยู่ในโลกออนไลน์แล้วจะหนีความผิดพ้น”

บราซิลวันเดียวป่วยโควิด 7 หมื่นราย ทั่วโลกทะลุ 17 ล้านรายแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629541

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 08:03 น.บราซิลวันเดียวป่วยโควิด 7 หมื่นราย ทั่วโลกทะลุ 17 ล้านรายแล้วอัพเดตสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก วันเดียวพุ่งกว่า 2.83 แสนราย สะสม 17,170,426 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 669,225 รายแล้ว บราซิลวันเดียวป่วยกว่า 7 หมื่นราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 30 ก.ค. 63 (เวลา 07.45 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 17,170,426 ราย เพิ่มขึ้น 283,928 ราย เสียชีวิต 669,225 ราย เพิ่มขึ้น 6,753 ราย รักษาหาย 10,673,736 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,567,173 ราย เพิ่มขึ้น 66,396 ราย เสียชีวิต 153,703 ราย เพิ่มขึ้น 1,412 ราย รักษาหาย 2,233,257 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,555,518 ราย เพิ่มขึ้น 70,869 ราย เสียชีวิต 90,188ราย เพิ่มขึ้น 1,554 ราย รักษาหาย 1,787,419 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,584,384รายเพิ่มขึ้น 52,249ราย เสียชีวิต 35,003 รายเพิ่มขึ้น 779 ราย รักษาหาย 1,021,611 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 828,990 ราย เพิ่มขึ้น 5,475 ราย เสียชีวิต 13,673 ราย เพิ่มขึ้น 169 ราย รักษาหาย 620,333 ราย

5. ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 471,123 รายเพิ่มขึ้น 11,362 ราย เสียชีวิต 7,497 รายเพิ่มขึ้น 240 ราย รักษาหาย 297,967 ราย

6.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 402,697 ราย เพิ่มขึ้น 7,208 ราย เสียชีวิต 44,876 รายเพิ่มขึ้น 854 ราย รักษาหาย 261,457 ราย

7.ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 395,005 ราย เสียชีวิต 18,612 ราย รักษาหาย 276,452 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 351,575 รายเพิ่มขึ้น 1,775 ราย เสียชีวิต 9,278 ราย เพิ่มขึ้น 38 ราย รักษาหาย 324,557 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 329,721 ราย เพิ่มขึ้น 2,031 ราย เสียชีวิต 28,441 รายเพิ่มขึ้น 5 ราย

10.ประเทศสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 301,455 รายเพิ่มขึ้น 763 ราย เสียชีวิต 45,961 ราย เพิ่มขึ้น 83 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 106 มีผู้ติดเชื้อ 3,298 ราย เพิ่มขึ้น 1 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,111 ราย

จับสังเกตเรื่อง Ferrari FF ของบอส อยู่วิทยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629531

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 20:32 น.จับสังเกตเรื่อง Ferrari FF ของบอส อยู่วิทยารถรุ่นนี้บอกอะไรเราได้บ้าง ยังมีหลักฐานเหลืออยู่หรือไม่? โพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟค้นมาให้พิจารณา

รถยนต์ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส คือ Ferrari FF ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีมาตั้งแต่ตอนทีเกิดอุบัติเหตุแล้วและมีการนำเสนอรายละเอียดของรถรุ่นไปพอสมควร แต่เราจะชี้จุดน่าสังเกตเกี่ยวกับรถรุ่นนี้โดยเทียบกับกรณีใกล้เคียงกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

1. เมื่อตอนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อปี 2555 รถ Ferrari FF เพิ่งจะออกจำหน่ายแบบหมาดๆ ในตอนนั้นค่ายรถยืนยันว่ามันคือรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 335 กม./ชม. สามารถทำความเร็วได้จาก 0 – 100 กม.ในเวลา 3.7 วิทาที

2. ในประเด็นเรื่องความเร็วของรถ สำนวนคดีเดิมระบุว่านายวรยุทธขับรถมาด้วยความเร็ว 177 กม./ชม. แต่เมื่อจู่ๆ มีพยานใหม่เข้ามา 2 รายอ้างว่ารถวิ่งด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. ทำให้ต้องเปลี่ยนข้อมูลในสำนวนฟ้อง แต่เป็นที่น่ากังขา

3. Ferrari เริ่มนำระบบ Telemetry ซึ่งเป็นระบบแบบเดียวกับเนวิเกเตอร์และโหดการขับรถ F1 มาใช้ในปี 2014 ระบบนี้สามารถเก็บบันทึกความเร็วได้ แต่โชคร้ายที่รถรุ่น FF ที่ออกมาในปี 2011 ไม่มีการบันทึกข้อมูลความเร็วที่ทำไว้

4. เมื่อไม่มีบันทึก ผู้เชี่ยวชาญต้องวิเคราะห์ความเร็วในที่เกิดเหตุจากกล้องวงจรปิด เช่น นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งทีมพิสูจน์หลักฐานที่เคยลงพื้นที่ตรวจสอบความเร็วรถของนายวรยุทธบอกกับ PPTV ว่า รถของนายวรยุทธ ใช้เวลาผ่านหน้ากล้องประมาณ 0.63 วินาทีดังนั้นรถต้องวิ่งด้วยความเร็ว 177 กม./ชม.

5. ตัวถังของ Ferrari FF ทำจากอลูมิเนียมเหมือนรถรุ่นใหม่ๆ จากค่ายเดียวกัน ข้อดีคือรถมีความเบาขึ้นมาก (เบากว่ารุ่นก่อน 10%) แต่มีความแข็งแกร็งเชิงบิด (Torsional Rigidity) มากขึ้น 6% หมายความรถมีความมั่นคงขึ้น ตรงกันข้ามกับความเชื่อของบางคนที่อาจจะคิดว่าโครงสร้างที่เบาจะทำให้รถไม่เสถียร

6. รถยนต์ส่วนมากในปัจจุบันใช้คาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวถัง ส่วน Ferrari ใช้อลูมิเนียมมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1940s และตอนที่เข็นรุ่น FF ออกมาก็ยังยึดติดกับอลูมิเนียม แต่เป็นอลูมิเนียมพิเศษที่ผ่านการผสมโลหะและวัสดุพิเศษในแบบของค่ายรถนี้ช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 15-20 %

7. Aluminium Insider บอกว่า อลูมิเนียมปลอดภัยกว่าและซ่อมง่ายกว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อเทียบกับ CFRP หรือคาร์บอนไฟเบอร์เสริมโพลีเมอร์ เวลาเกิดอุบัติเหตุอลูมิเนียมจะบุบบี้ แต่คาร์บอนไฟเบอร์จะแตก

8. มาถึงสภาพ Ferrari FF ของบอส อยู่วิทยา จากการพิจารณาด้วยสายตาจะเห็นว่ากระโปรงรถได้รับความเสียหายแค่เล็กน้อยๆ ทั้งๆ ที่มีรายงานว่าผู้ขับลากศพผู้เสียชีวิตไปไกลนับร้อยเมตร เป็นไปได้หรือไม่ว่ารถจะชนด้วยความเร็วต่ำ?

9. เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสภาพบุบบี้ของรถยนต์ไม่เกี่ยวความเร็วของรถ เมื่อเทียบกับกรณีอุบัติเหตุของรุ่น FF ในต่างประเทศบางกรณีจะเห็นความแตกต่าง เช่น เมื่อปี 2018 เกิดอุบัติเหตุรถ Ferrari FF ชนกับ Peugeot ที่นิวแฮมเชียร์ ประเทศอังกฤษบนทางหลวงที่จำกัดความเร็วที่ 40 ไมล์/ชม. (ราว 64 กม./ชม.) หากอนุมานว่า Ferrari FF วิ่งมาด้วยความเร็ว 64 กม./ชม จากภาพพบว่าความเสียหายรุนแรงกว่ารถของของบอส อยู่วิทยาเล็กน้อย แต่เราไม่สามารถสรุปได้เพราะเราไม่ทราบความเร็วที่แท้จริง (เช่นเดียวกับกรณีของบอส อยู่วิทยา)

10. อีกกรณีคืออุบัติเหตุ Ferrari FF บนทางหลวงของเยอรมนีเมื่อปี 2015 ผู้ขับขี่ชาวดัตช์ 2 คนเร่งความเร็วถึง 200 กม./ชม. จนชนเข้ากับรถยนต์และแนวกั้น และชนต้นไม้ จากนั้นเกิดเพลิงไหม้ สภาพรถเรียกได้ว่าแทบไม่เหลือซาก แต่เราต้องย้ำอีกครั้งว่าความเร็วและอาการบุบบี้ของรถไม่ใช่เรื่องตายตัว และกรณีของชาวดัตช์ชนหลายตลบมาก การที่รถเสียหายยับเยินจึงไม่น่าแปลก

11. ส่วนข้อสังเกตเรื่องการทำงานของถุงลมนิรภัย (airbag) ก็อาจจะยากที่จะใช้วัดความเร็วตอนรถชน เพราะหลายปีก่อน Ferrari เรียกคืนรถมาแก้ไขปัญหาถุงลมนิรภัย เพราะมีการทำงานที่ผิดปกติ (เช่นกระแทกนิดหน่อยก็ทำงาน) หนึ่งในรุ่นที่ถูกเรียกซ่อมคือ FF

12. ข้อสังเกตทั้งหมดนี้ต่อให้ละเอียดแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อทางการไทยปล่อยให้นายวรยุทธ อยู่วิทยาลอยนวลจนกระทั่งข้อหากระทงต่างๆ หมดอายุความ โดยเฉพาะข้อหาที่เกี่ยวกับรถยนต์โดยตรงนั่นคือข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ที่หมดอายุความในปี 2556 และข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนตามสมควรและไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานในทันทีที่ชน ที่หมดไปตั้งแต่ปี 2560

จีนผนึกกำลังรัสเซียทำสงคราม IO ตอบโต้สหรัฐก่อกวน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629512

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 16:32 น.จีนผนึกกำลังรัสเซียทำสงคราม IO ตอบโต้สหรัฐก่อกวนจับตาการผนึกกำลังระหว่างสองยักษ์เพื่อตอบโต้สหรัฐ เปิดสมรภูมิสงครามปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรฎาคม หัวชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนและผู้อำนวยการแผนกข้อมูลข่าวสารของจีนได้หารือผ่านทางวิดิโอคอลกับ มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเกี่ยวกับความร่วมมือด้านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operation)

ฝ่ายจีนกล่าวว่า “บางประเทศ” กำลังเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหมือนการวางยาพิษต่อวงสนทนาในเวทีโลก ขัดขวางความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นอุปสรรคต่อความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนประเทศต่างๆ

“ทั้งสองประเทศเห็นพ้องกัน … มีบางประเทศเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จด้วยเหตุผลด้านอุดมการณ์และความกระสันทางการเมือง ทำให้เรื่องโรคระบาดเป็นประเด็นการเมือง และใช้ไวรัสป้ายสีคนอื่น” แถลงการณ์ของฝ่ายจีนระบุว่า

ส่วนฝ่ายรัสเซียกล่าวว่า แทนที่รัสเซียจะร่วมมือกันเรื่องแบ่งปันทรัพยากรต่อสุ้กับการระบาดของโคโรนาไวรัส ทั้งรัสเซียและจีนจะต้องร่วมมือกันต่อสู้การแโจมตีในด้านข้อมูลข่าวสาร เพราะการโจมตีในจุดนี้เริ่มกคลายสภาพจากการใช้วทจาก้าวร้าว มาเป็นความพยายามปลุกระดมให้จีนกับรัสเซียเผชิญหน้ากัน

ฝ่ายรัสเซียกล่าวว่าความพยายามดังกล่าวจะไม่มีประสบความสำเร็จ และหากรัสเซียร่วมมือกับจีนเพื่อสู้กลับ สองแรงก็จะเอาชนะได้

Photo by Kenzaburo FUKUHARA / POOL / AFP

รัฐให้เงินสู้โควิดพยุงธุรกิจ4ล้าน หนุ่มดันเอาไปซื้อรถหรู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629476

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 14:24 น.รัฐให้เงินสู้โควิดพยุงธุรกิจ4ล้าน หนุ่มดันเอาไปซื้อรถหรูหนุ่มอเมริกันโกงกันเห็นๆ ใช้เงินของรัฐบาลที่ปล่อยกู้ช่วยธุรกิจเอาไปซื้อของฟุ่มเฟือยจนถูกจับ

ชายชาวอเมริกันในฟลอริดาที่ได้รับเงินกู้ยืมจากรัฐบาลกลางเกือบ 4 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ต้องดิ้นรนในช่วงการระบาดของโคิด-19 กลับนำเงินไปซื้อรถสปอร์ต Lamborghini Huracán คันใหม่เอี่ยม และยังไปซื้อของอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เขาถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาอาญา 3 กระทง

หนุ่มรายนี้คือ เดวิด ไฮน์ส (David T. Hines) อายุ 29 ปีจากเมืองไมอามีถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงทางธนาคารโดยกล่าวเท็จต่อสถาบันสินเชื่อและทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายตามรายงานจากอัยการศาลแขวงสหรัฐในเขตทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการกล่าวว่าหากถูกตัดสินลงโทษในข้อหาทั้งหมดชายคนนี้ต้องต้องรับโทษจำคุกถึง 70 ปี

ในเดือนเมษายน ไฮน์สเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจมากมายที่ขอความช่วยเหลือทางการเงินจากโครงการคุ้มครองของรัฐบาลกลางซึ่งเป็นโครงการเงินกู้เพื่อช่วยให้ธุรกิจรักษาพนักงานเอาไว้โดยไม่ต้องไล่คนออกในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัส

ในใบสมัครขอเงินกู้ไฮนส์กล่าวว่าเขาดำเนินธุรกิจ 4 แห่งโดยมีพนักงาน 70 คนและมีค่าใช้จ่ายรายเดือน 4 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในเดือนถัดมาไฮนส์เริ่มได้รับเงินจากโครงการสินเชื่อ เขาได้รับเงินสามครั้งรวมเป็นเงิน 3,984,557 เหรียญสหรัฐตามข้อมูลของทางการ เมื่อเงินดังกล่าวเข้ามาไฮน์สก็ยังคงส่งคำร้องขอเงินทุนเพิ่มเติม ในที่สุดคำขอของเขามีมูลค่ารวม 13,542,741 เหรียญสหรัฐ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาแทนที่ไฮน์สจะนำเงินไปพยุงธุรกิจ เขากลับใช้จ่ายเงินอย่างสนุกสนานซึ่งรวมถึงการซื้อเครื่องประดับหรูหรา, เสื้อผ้าราคาแพง, การไปเที่ยวรีสอร์ทในไมอามี่บีช และค่าใช้จ่ายในเว็บไซต์หาคู่

การใช้เงินก้อนใหญ่ที่สุดดูเหมือนจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคมเมื่อไฮนส์ซื้อ Lamborghini สีน้ำเงินราคา 318,497 เหรียญสหรัฐเขาลงทะเบียนยานพาหนะภายใต้ชื่อของเขาและหนึ่งในธุรกิจของเขา

ในความเป็นจริงแล้วค่าใช้จ่ายรายเดือนของไฮนส์อยู่ที่เพียง 200,000 เหรียญสหรัฐซึ่งต่ำกว่าที่เขาบอกไว้ในคำร้องขอกู้ยืมเงินมาก

Photo by GIUSEPPE CACACE / AFP

เวียดนามถูกตีแตก รัฐสั่งเตรียมพร้อมโควิดระบาดทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629482

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 12:25 น.เวียดนามถูกตีแตก รัฐสั่งเตรียมพร้อมโควิดระบาดทั่วประเทศ ข่าวด่วน! เวียดนามถูกโจมตีจากโควิดแบบเหนือความคาดหมายหลังจากประสบความสำเร็จในช่วงต้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

นายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก แห่งเวียดนามสั่งให้ล็อคดาวน์เมืองดานัง หลังจากการเกิดการะระบาดอย่างรวดเร็วล่าสุดพบติดเชื้อเพิ่มในดานังเพิ่มอีก 8 รายรวมเป็น 30 ราย ล่าสุด สถานการณ์เริ่มสายเกินไปเพราะเสี่ยงที่จะระบาดไปทั่วประเทศแล้ว

เวียดนามประสบความสำเร็จอย่างมากในการรับมือกับการระบาดจนเป็นประเทศแรกๆ ที่คลายล็อคดาวน์ และนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เพื่อพักผ่อนรวมถึงดานัง เมืองตากอากาศชายทะเล แต่แล้วจู่ๆ ก็พบผู้ติดเชื้อในดานัง 

รัฐบาลยังสั่งอพยพประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวราว 80,000 คนอย่างเร่งด่วนออกจากเมื่องดานังหลังสถานการณ์การระบาดเริ่มน่าวิตกแต่ปรากฎว่าอาจเป็นมาตรการที่ช้าเกินไป เพราะโรคได้ระบาดไปยังพื้นที่ต่างๆ แล้ว

ขณะที่สื่อของรัฐบาลเปิดเผยว่าพบการติดเชื้อในกรุงฮานอย เมืองโฮจิมินห์ และในพื้นที่ที่ราบสูงภาคกลางของประเทศ 

แต่นายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก บอกว่า ตอนนี้ทุกจังหวัดในเวียดนามเสี่ยงที่จะเกิดการระบาด

นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังกล่าวว่าคลื่นของการระบาดของโควิด-19 คราวนี้ต่างจากเมื่อเดือนมีนาคม ขอให้ประชาชนดำเนินการอย่างฉับไว

รัฐบาลเวียดนามแถลงว่ากรุงฮานอยต้องเตรียมพร้อมรับกับการระบาดอีกครั้ง และให้จัดเตรียมอุปกรณ์การแพทย์เอาไว้เพื่อเตรียมพร้อมกับเรื่องนี้

เบื้องต้น ทางการเวียดนามจับกุมหัวหน้าแก๊งอาชญากรชาวจีนที่นำชาวจีนเข้าเวียดนามอย่างผิดกฎหมาย แต่เชื้อที่พบในดานังเป็นคนละสายพันธุ์กับจีน โดยเป็นสายพันธุ์ที่พบในบังกลาเทศ อังกฤษ และไอร์แลนด์ ซึ่งมีความร้ายแรงแรงกว่าเชื้อที่เคยระบาดในเวียดนาม

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

ไต้หวันเร่งสอบหลังพบคนไทยติดเชื้อเมื่อกลับประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629465

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 10:22 น.ไต้หวันเร่งสอบหลังพบคนไทยติดเชื้อเมื่อกลับประเทศไต้หวันเร่งตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะตรวจพบไวรัสในประเทศรายแรกในรอบหนึ่งเดือน

ไต้หวันกำลังสืบสวนความเป็นไปได้ที่จะมีการติดเชื้อโรคโควิด-19 ครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน หลังจากชายชาวไทยคนหนึ่งมีผลตรวจเป็นบวกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การตอบสนองต่อการระบาดของไต้หวันนั้นมีประสิทธิภาพมาก มีการติดเชื้อเพียง 467 รายและมีผู้เสียชีวิต 7 ราย กรณีผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศและฟื้นตัวแล้ว

ไต้หวันไม่พบผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน จนกระทั่งมีผลการตรวจเชื้อชายไทยคนหนึ่งออกมาเป็นบวกและชายไทยคนนีร้เพิ่งกลับจากไต้หวัน ทำให้เกิดควากมังวลว่าอาจมีเชื้อในท้องถิ่นของไต้หวัน

ศูนย์บัญชาการการแพร่ระบาดกลางของไต้หวันกล่าวว่ากำลังทำการตรวจสอบที่มาและวิธีที่ชายไทยดังกล่าวติดไวรัส โดยแรงงานข้ามชาติชาวไทยรายนี้มาถึงไต้หวันในเดือนมกราคมและหลังจากเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมก็มีผลตรวจเป็นบวก

ทางศูนย์เปิดเผยว่า มีผู้ติดต่อใกล้ชิดกับชายคนนี้ 180 คนในไต้หวัน

“เราจะทำการตรวจสอบที่จำเป็นทั้งหมด ทำให้กระจ่างว่าเขาติดเชื้อได้อย่งไร และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการแพร่เชื้อต่อไปหรือไม่” Chuang Jen-hiang รองหัวหน้าศูนย์ของศูนย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในไทเป

ไต้หวันรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 5 รายในวันอังคารที่ผ่านมาทั้งหมดนำเข้าและเป็นยอดติดเชื้อรายวันสูงสุดตั้งแต่กลางเดือนเมษายน กรณีใหม่คือผู้ที่มาจากฟิลิปปินส์และฮ่องกง

Photo by Sam Yeh / AFP

อิหร่านจำลองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐใช้เป็นเป้ายิงซ้อมรบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629448

วันที่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 08:50 น.อิหร่านจำลองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐใช้เป็นเป้ายิงซ้อมรบความเป็นศัตรูระหว่างอิหร่านกับสหรัฐตึงเครียด อิหร่านจำลองเรือสหรัฐใช้ยิงซ้อมรบ

ภาพจากคลิปที่ได้รับจากสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2020 เผยภาพเรือบรรทุกเครื่องบินจำลองที่อิหร่านทำขึ้นเลียนแบบเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ โดยรอบๆ เรือมีเรือสปีดโบ๊ตของหน่วยคอมมานโดแล่นอยู่ ระหว่างที่อิหร่านทำการซ้อมรบที่ช่องแคบฮอร์มูซ

การซ้อมรบของอิหร่านในพื้นที่ดังกล่าวมีชื่อปฏิบัติการว่า Prophet Mohammed 14th โดยคาดว่าเรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าวทำขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเป้าหมายจำลองสำหรับการซ้อมรบ และมีรายงานข่าวอิหร่านได้ทำการยิงขีปนาวุธเข้าใส่เรือลำนี้ด้วย

เรือจำลองลำนี้คล้ายกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz ของสหรัฐที่มักลอยลำใกล้กับช่องแคบฮอร์มูซและล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเรือลำนี้อยู่แถบตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่บานปลายมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ก่อนการระบาดของโควิด-19

ภาพถ่ายโดย – IRIB NEWS AGENCY / AFP

โตเกียวเตือนเลี่ยงออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ยอดติดโควิดพุ่งวันเดียว266ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629449

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 20:04 น.โตเกียวเตือนเลี่ยงออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ยอดติดโควิดพุ่งวันเดียว266รายผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวเตือนประชาชนเลี่ยงออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็นในช่วงวันหยุด หลังยอดติดโควิดเพิ่มวันเดียว 266 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลกรุงโตเกียว รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 266 รายในวันที่ 28 ก.ค. 63 ซึ่งสูงกว่าจำนวน 131 รายที่พบในวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว

รายงานระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงโตเกียวมีมากกว่า 5,000 รายในเดือนก.ค. ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของยอดติดเชื้อโดยรวมในกรุงโตเกียว

นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว เตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็นในช่วงวันหยุดยาว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กรุงโตเกียวได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สู่ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินในเดือนพ.ค.