ผู้นำสูงสุดอิหร่านปัดเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629688

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 19:03 น.ผู้นำสูงสุดอิหร่านปัดเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐเรื่องโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป รวมทั้งขอให้ชาวอิหร่านร่วมกันต้านแรงกดดันจากสหรัฐ

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงของสหรัฐมีเป้าหมายเพื่อทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน รวมทั้งจำกัดอิทธิพลในภูมิภาค และหยุดยั้งศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลีรย์และขีปนาวุธของอิหร่าน มีแต่การพึ่งพาศักยภาพของประเทศและลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันจะช่วยให้อิหร่านต้านทานแรงกดดันจากสหรัฐได้

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของสหรัฐและอิหร่านตกต่ำลงนับตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำกับ 6 ประเทศมหาอำนาจรวมทั้งสหรัฐ เมื่อปี 2018 ว่าจะลดการผลิตอาวุธนิวเคลียร์แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร  

ยูเอ็นเตือนคนอาเซียนเสี่ยงยากจนมากขึ้นจากโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629674

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 17:32 น.ยูเอ็นเตือนคนอาเซียนเสี่ยงยากจนมากขึ้นจากโควิด  การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชากรอาเซียน รวมทั้งคนไทย โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ 

องค์การสหประชาชาติ (UN) เตือน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย เสี่ยงเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งจะส่งผลให้ความพยายามในการลดความยากจนที่ผ่านมาเปล่าประโยชน์ 

รายงานของ UN ระบุว่าวิกฤต Covid-19 จะส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่ของแรงงานนอกระบบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 218 ล้านคน

“หากไม่มีแหล่งรายได้ทางเลือก ระบบสวัสดิการทางสังคมอย่างเป็นทางการ หรือเงินเก็บเพื่อรองรับแรงกระเพื่มจากวิกฤต คนงานนอกระบบและครอบครัวจะถูกผลักเข้าสู่ความยากจน” รายงานระบุ 

UN คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในภาพรวมของทั้งภูมิภาคจะหดตัว 0.4% ในปี 2020 ขณะที่แรงงานชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไปทำงานต่างประเทศจะส่งเงินกลับบ้านลดลง 13% หรือราว 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานแนะนำให้รัฐบาลประเทศอาเซียนกำจัดปัญหาที่ทำให้จัดเก็บภาษีได้น้อยลง อาทิ การหลบเลี่ยงภาษี ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม และการอุดหนุนค่าพลังงานเชื้อเพลิง เพื่อนำเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

UN ยังเผยอีกว่า ช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันลดลงขณะนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะลดเงินอุดหนุนค่าเชื้อเพลิง

เวียดนามพบผู้เสียชีวิตจากโควิดรายแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629680

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 16:38 น.เวียดนามพบผู้เสียชีวิตจากโควิดรายแรกทางการเวียดนามยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายแรกของประเทศ

สื่อทางการของเวียดนามรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนไข้ชายวัย 70 ปีจากเมืองฮอยอันที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อที่เมืองดานัง พื้นที่ที่เกิดการระบาดระลอกสองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อประจำวันนี้ (31 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 45 ราย โดยทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดที่เมืองดานัง ซึ่งถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในเวียดนามเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อระลอกสองนับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 93 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้วทั้งหมด 509 ราย

วิจัยพบเชื้อโคโรนาไวรัสซ่อนในหูผู้ป่วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629651

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 15:05 น.วิจัยพบเชื้อโคโรนาไวรัสซ่อนในหูผู้ป่วยผลการวิจัยจากสหรัฐพบเชื้อโคโรนาไวรัสอยู่ในหูชั้นกลางและกระดูกกกหูของผู้ป่วย Covid-19

ผลการชันสูตรผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ของสหรัฐ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (JAMA) พบว่าเชื้อโคโรนาไวรัสอาศัยอยู่ในหูชั้นกลางและกระดูกกกหูของผู้ป่วย Covid-19

อย่างไรก็ดี นักวิจัยระบุว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เชื้อโคโรนาไวรัสเข้าไปอาศัยอยู่ในหูชั้นกลาง และยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของ Covid-19 ต่อหู

ทีมวิจัยยังแนะนำให้ตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสในผู้ป่วยก่อนทำการผ่าตัดหู เพื่อความปลอดภัยของแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวไม่ใช่เคสแรกที่เชื้อโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบต่อหูของผู้ป่วย บทความในวารสารโสตศอนาสิกวิทยาอเมริกันที่ตีพิมพ์เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาระบุว่า หญิงสูงอายุชาวไทยที่ป่วย Covid-19 สูญเสียการได้ยินระหว่างติดเชื้อ แม้หายแล้วการได้ยินก็ยังไม่กลับมา ซึ่งถือเป็นเคสแรกที่พบการสูญเสียการได้ยินในผู้ป่วย Covid-19

โพลล์ชี้คนอเมริกันไม่ชอบจีนสูงเป็นประวัติการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629647

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 12:03 น.โพลล์ชี้คนอเมริกันไม่ชอบจีนสูงเป็นประวัติการณ์ชาวอเมริกัน 73% หรือเกือบ 3 ใน 4 ไม่ชอบจีน สูงที่สุดนับตั้งแต่ศูนย์วิจัยพิวเริ่มสำรวจทัศนคติของชาวอเมริกันต่อจีนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ศูนย์วิจัยพิว (PEW) สำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันเกี่ยวกับจีนจำนวน 1,003 คนระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.-14 ก.ค. พบว่าชาวอเมริกัน 73% หรือเกือบ 3 ใน 4 ไม่ชอบจีน ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ศูนย์วิจัยพิวเริ่มสำรวจทัศนคติของชาวอเมริกันต่อจีนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

เพียงแค่เดือน มี.ค. เดือนเดียว ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสเริ่มแพร่ระบาดในสหรัฐ ชาวอเมริกันมองจีนในแง่ลบเพิ่มขึ้นถึง 7 จุด รวมทั้งยังมีความเข้าใจเป็นวงกว้างในหมู่ชาวอเมริกันว่าจีนรับมือกับการแพร่ระบาดได้ไม่ดี จนเชื้อระบาดไปทั่วโลก

เมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อปี 2018 พบว่ามีชาวอเมริกัน 47% ที่มีทัศนคติในแง่ลบกับจีน

ขณะที่ชาวอเมริกัน 50% มีมุมมองที่ดีต่อสหภาพยุโรป

แคท เดฟลิน จากศูนย์วิจัยพิวเผยว่า ทัศนคติของชาวอเมริกันต่อจีนเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐและจีนเปิดสงครามการค้าระหว่างกัน และดิ่งลงต่อเนื่องหลังจาก Covid-19 ระบาด ทว่าเดฟลินเองก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้เป็นสาเหตุให้ชาวอเมริกันไม่ชอบจีนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ โพลล์ยังพบอีกว่า ชาวอเมริกัน 57% มองจีนเป็นคู่แข่งของสหรัฐ 16% มองว่าจีนเป็นหุ้นส่วน แต่ที่น่าตกใจคือ มีชาวอเมริกันถึง 26% ที่มองว่าจีนเป็นศัตรูของสหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2012 ถึง 2 เท่า

ศูนย์วิจัยพวยังพบอีกว่า ชาวอเมริกันยังส่งเสริมให้รัฐบาลสหรัฐตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีนรุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ โพลล์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นโยบายของสหรัฐต่อจีนถูกนำมาถกมากขึ้นใช้ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ โดยทั้งทรัมป์ และ โจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ต่างก็โทษว่าอีกฝ่ายอ่อนข้อให้จีน

สหรัฐก็ไม่รอด จีดีพีหดตัว 32.9% หนักสุดรอบ 73 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629640

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 11:13 น.สหรัฐก็ไม่รอด จีดีพีหดตัว 32.9% หนักสุดรอบ 73 ปีโคโรนาไวรัสทำเศรษฐกิจสหรัฐพังไม่เป็นท่า หดตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1947 แถมชาวอเมริกันยังตกงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจโดยระบุว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีหดตัวถึง 32.9% ถือว่าหดตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 73 ปี

ปัจจัยหลักที่ทำให้จีดีพีดิ่งลงคือ ตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยผู้บริโภคใช้จ่ายลดลง 34.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

รายงานภาวะเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐชี้ให้เห็นว่า เชื้อโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐอย่างร้ายแรง และยังทำให้ชาวอเมริกันตกงานนับล้านๆ คน อันเนื่องมาจากการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์และการหยุดอยู่กับบ้าน เพื่อสกัดการแรพ่ระบาดของ Covid-19

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทำลายความหวังที่เศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ จะกลับมาอีกครั้งอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากหลายรัฐต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานพบว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันลงทะเบียนขอรับสวัสดิการการว่างงานเพิ่มขึ้นหลังจากลดลงไปหลายสัปดาห์ก่อน โดยในระยะเวลา 1 สัปดาห์จนถึงวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา  มีการลงทะเบียนขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้น 1.43 ล้านคน โดยตัวเลขนี้ยังไม่รวมชาวอเมริกันที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือภายใต้โครงการพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์เบื้องต้นอีก 829,697 คน

ป่วยโควิดทั่วโลกใกล้แตะ 17.5 ล้านราย สังเวยชีวิตกว่า 6.75 แสนคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629628

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 07:48 น.ป่วยโควิดทั่วโลกใกล้แตะ 17.5 ล้านราย สังเวยชีวิตกว่า 6.75 แสนคนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก วันเดียวพุ่งกว่า 2.76 แสนราย สะสม 17,453,103 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 675,757 รายแล้ว

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 31 ก.ค. 63 (เวลา 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 17,453,103 ราย เพิ่มขึ้น 276,946 ราย เสียชีวิต 675,757 ราย เพิ่มขึ้น 6,211 ราย รักษาหาย 10,921,667 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,634,472ราย เพิ่มขึ้น 68,056 ราย เสียชีวิต 155,281 ราย เพิ่มขึ้น 1,461 ราย รักษาหาย 2,278,836 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,613,789 ราย เพิ่มขึ้น 58,271 ราย เสียชีวิต 91,377ราย เพิ่มขึ้น 1,189 ราย รักษาหาย 1,824,095 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,639,350รายเพิ่มขึ้น 54,966ราย เสียชีวิต 35,786 รายเพิ่มขึ้น 783 ราย รักษาหาย 1,059,093 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 834,499ราย เพิ่มขึ้น 5,509 ราย เสียชีวิต 13,802 ราย เพิ่มขึ้น 129 ราย รักษาหาย 629,655 ราย

5. ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 482,169 รายเพิ่มขึ้น 11,046 ราย เสียชีวิต 7,812 รายเพิ่มขึ้น 315 ราย รักษาหาย 309,601 ราย

6.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 408,449 ราย เพิ่มขึ้น 5,752 ราย เสียชีวิต 45,361 รายเพิ่มขึ้น 485 ราย รักษาหาย 267,147 ราย

7.ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 400,683 ราย เสียชีวิต 18,816 ราย รักษาหาย 280,044 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 351,575 ราย เสียชีวิต 9,377 ราย เพิ่มขึ้น 99 ราย รักษาหาย 326,628 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 332,510 ราย เพิ่มขึ้น 2,789 ราย เสียชีวิต 28,443 รายเพิ่มขึ้น 2 ราย

10.ประเทศสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 302,301 รายเพิ่มขึ้น 846 ราย เสียชีวิต 45,999 ราย เพิ่มขึ้น 38 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 106 มีผู้ติดเชื้อ 3,304 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,111 ราย

สลัมอินเดียอาจมีภูมิคุ้มกันหมู่โควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629611

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 20:23 น.สลัมอินเดียอาจมีภูมิคุ้มกันหมู่โควิด-19ผลวิจัยพบ ผู้คนในชุมชนแออัด หรือสลัมในเมืองมุมไบของอินเดียราว 6 ใน 10 คน มีแอนติบอดี Covid-19 ซึ่งบ่งบอกว่าเคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสและหายแล้ว นับว่าเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ในระดับที่สูงที่สุดในโลก

สถาบันวิจัยทาทาร่วมกับทางการท้องถิ่นสำรวจผู้คนในสลัม 3 แห่งในเมืองมุมไบจำนวน 6,936 คน พบว่าราว 6 ใน 10 หรือ 57% มีแอนติบอดีในเลือด เมื่อเทียบกับการศึกษาในนครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่พบ 21.2% และในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนเมื่อเดือน พ.ค.ที่พบเพียง 14%

ผลการศึกษาดังกล่าวอาจใช้อธิบายได้ว่าเหตุใดตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเมืองมุมไบจึงลดลงทั้งที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ในขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรวมทั่วประเทศยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ งานวิจัยยังระบุอีกว่า สลัมในมุมไบอาจสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โดยปล่อยให้ผู้คนในสลัมติดเชื้อในระดับหนึ่งจนคนส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานโรค

อย่างไรก็ดี วิธีการนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในแง่ความเสี่ยงในการปล่อยให้ประชากรติดเชื้อจำนวนมาก เห็นได้จากสวีเดนที่ใช้วิธีนี้ แต่กลับมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้วิธีล็อกดาวน์

ทั้งนี้ สลัมบางแห่งในอินเดียมีประชากรอาศัยหนาแน่น บางแห่งมีประชากรถึง 1 ล้านคน ความหนาแน่นประชากรอยู่ที่ 277,136 คนต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร บางครอบครัวที่มีสมาชิกมากถึง 8 คนต้องเบียดเสียดกันในห้องพักขนาดเพียง 9 ตารางเมตร

บราซิลเดินหน้ารับนักท่องเที่ยว ไม่สนโควิดระบาดทุบสถิติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629604

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 19:20 น.บราซิลเดินหน้ารับนักท่องเที่ยว ไม่สนโควิดระบาดทุบสถิติทางการบราซิลเปิดการสัญจรทางอากาศระหว่างประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสยังพุ่งสูงสุดอันดับ 2 ของโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทางการบราซิลเปิดน่านฟ้ารับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศนับตั้งแต่วันพุธ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้อองถิ่น หลังจากห้ามเที่ยวบินพาณิชย์เข้าประเทศตั้งแต่เดือน มี.ค.

ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นี้ บราซิลเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ โดยต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่ท่องเที่ยวอยู่ในบราซิล แต่นอกจากข้อกำหนดดังกล่าวทางการบราซิลไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในการตัดสินใจเปิดพรมแดนท่ามกลางการระบาดอย่างหนักของ Covid-19

อย่างไรก็ดี แม้บราซิลจะเปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ แต่หลายประเทศส่วนใหญ่ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากบราซิล เนื่องจากบราซิลเป็นพื้นที่ระบาดหนัก

ขณะนี้บราซิลมีตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ โดยตัวเลข ณ วันที่ 30 ก.ค. เวลา 17.47 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,555,518 ราย และยังพบผู้ติดเชื้อทุบสถิติรายวัน

ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านของบราซิล อาทิ โคลอมเบีย อาร์เจนตินา เปรู ซึ่งมีการระบาดน้อยกว่าบราซิลยังคงปิดน่านฟ้า

ฟิลิปปินส์สั่งฆ่าไก่เกือบ 39,000 ตัวหลังหวัดนกระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629599

วันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 18:31 น.ฟิลิปปินส์สั่งฆ่าไก่เกือบ 39,000 ตัวหลังหวัดนกระบาดทางการฟิลิปปินส์สั่งฆ่าไก่ไข่เกือบ 39,000 ตัวในฟาร์มแห่งหนึ่ง หลังพบไข้หวัดนกระบาดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

กระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ระบาดในฟาร์มไก่ไข่แห่งหนึ่งในเมืองซานหลุยส์ จังหวัดปัมปังกา ในเขตลูซอนกลาง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ส่งผลให้ต้องฆ่าไก่เกือบ 39,000 ตัว

จากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรพบว่า ต้นตอของไข้หวัดนกครั้งล่าสุดมาจากนกอพยพในเมืองซานหลุยส์ ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในหลายประเทศ รวมทั้งฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดยังไม่กระทบกับฟาร์มไก่เนื้อในประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรพบไข้หวัดนกสายพันธุ์เดียวกันระบาดในฟาร์มเลี้ยงนกกระทาในจังหวัดนูเวบาเอซีฮาในเขตลูซอนกลาง โดยครั้งนั้นมีนกกระทาตายไป 1,500 ตัว และอีก 12,000 ตัวถูกฆ่า