เยอรมนีจะรอดไหม ประท้วงนับหมื่นต้านสวมหน้ากาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629775

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 12:37 น.เยอรมนีจะรอดไหม ประท้วงนับหมื่นต้านสวมหน้ากากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเยอรมนีมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าเป็นห่วง

ชาวเยอรมันที่ขึ้นชื่อในเรื่องการปฏิบัตามระเบียบวินัยเริ่มที่จะทนไม่ไหวกับกฎระเบียบต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อควบคุมการระบาด ประชาชนจำนวนมากจึงรวมตัวกันประท้วงการสวมหน้ากากอนามัยและบอกว่าการระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องที่สมคบคิดของรัฐบาลเพื่อควบคุมประชาชน

ผู้จัดการชมนุมคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมถึง 500,000 คนแต่มาจริงๆ 20,000 คนซึ่งก็ยังนับว่ามีจำนวนมาก และภาพจากสำนักข่าว AFP แสดงให้เห็นฝูงชนที่ล้นหลามตามท้องถนนสายหลักของกรุงเบอร์ลิน

ผู้ประท้วงร้องตะโกนคำขวัญว่า “พวกเราคือคลื่นระบาดลูกที่สอง” และที่มาแสดงพลังครั้งนี้เพื่อเรียกร้อง “วันแห่งเสรีภาพ” หลังจากต้องถูกรัฐบาลควบคุมมานานหลายเดือนแล้ว

แต่บรรดานักการเมืองตำหนิผู้ชุมุมว่าไม่มีความรับผิดชอบ เช่น ซาสเกีย เอสเคนจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เรียกคนเหล่านี้ว่า Covidiots หรือ คนโง่เขลาที่ไม่เชื่อเรื่องโรคโควิด-19

เจนส์ สปาห์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีบอกว่า “ก็ใช่ การประท้วงเป็นสิ่งที่ทำได้ในช่วงเวลาโคโรนาไวรัสกำลังระบาด แต่ต้องไม่เป็นเช่นนี้ การเว้นระยะห่าง กฎเรื่องสุขอนามัย และหน้ากากนอามัยมีไว้เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนดังนั้นเราจึงปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ”

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเยอรมนีมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าเป็นห่วง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการติดเชื้อในวงจำกัดและสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง

Photo by John MACDOUGALL / AFP
Photo by John MACDOUGALL / AFP
Photo by John MACDOUGALL / AFP
Photo by John MACDOUGALL / AFP

ทรัมป์ไม่เอาไว้ ขวางTikTokหนีตายขายให้บริษัทอเมริกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629772

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 10:38 น.ทรัมป์ไม่เอาไว้ ขวางTikTokหนีตายขายให้บริษัทอเมริกันนอกจากจะสั่งแบนแล้วทรัมป์ยังขวางไม่ให้ขายแอพให้บริษัทอเมริกันด้วย

หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศจะแบนแอพลิเคชั่น TikTok ในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีข่าวว่า TikTok เตรียมจะขายกิจการในสหรัฐให้บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันคือ Microsoft ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการหาทางรอดของแอพยอดนิยมจากจีนในช่วงเวลาที่ถูกโจมตีจากทั่วทุกทิศทาง

แต่ดีลนี้ต้องสะดุดลงกลางคันเมื่อทรัมป์เตรียมที่จะแบน TikTok โดยหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เผยชื่อว่าก่อนที่จะทรัมป์เล็งที่จะแบนแอพนี้ ทั้งๆ TikTok (ภายใต้การบริหารของ ByteDance) กำลังเจรจาไปได้สวยกับ Microsoft และเตรียมที่จะได้ดีลกันในวันจันทร์นี้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทรัมป์เตรียมที่จะขวางดีลนี้ด้วย แต่ประธานกรรมการบริหหารของบริษัท ByteDance ยืนยันว่าแอพนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว และยืนยันว่าจะไม่ย้ายไปไหน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ทำท่าว่าจะสนับสนุให้ย้ายกรรมสิทธิ์เจ้าของแอพ แต่ต่อมาเขาเปลี่ยนใจมาสั่งแบนแทน คำขู่ที่จะแบนครั้งนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ แม้แต่หัวหน้าผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงของ Facebook ก็วิจารณ์ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ 100% ให้เป็นของบริษัทอเมริกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

Photo by SAUL LOEB / AFP

ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐเตือน ระวังวัคซีนโควิดจากจีน-รัสเซีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629743

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 19:06 น.ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐเตือน ระวังวัคซีนโควิดจากจีน-รัสเซีย แอนโธนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชื่อดังของสหรัฐ เตือนให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน Covid-19 ที่คิดค้นและวิจัยโดยจีนและรัสเซีย

ฟาวซีตอบคำถามต่อสภาคองเกรสที่ถามว่าหากมีวัคซีน Covid-19 จากรัสเซียและจีนผลิตออกมาก่อน สหรัฐควรใช้หรือไม่ โดยระบุว่า “ผมหวังว่าจีนและรัสเซียจะทดสอบวัคซีนจริงๆ ก่อนจะฉีดให้ทุกคน การอ้างว่ามีวัคซีนพร้อมออกสู่ท้องตลาดก่อนที่จะทำการทดสอบค่อนข้างน่าสงสัย”

ฟาวซียังกล่าวต่อว่า “ผมไม่เชื่อว่าจะมีประเทศอื่นผลิตวัคซีนได้ก่อนสหรัฐ และเชื่อว่าสหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพาประเทศอื่นเพื่อให้ได้วัคซีน”

เมื่อเดือนที่แล้ว สื่อจีนรายงานว่า วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท CanSino Biologics ถูกนำมาฉีดให้กับทหารจีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำมาใช้กับมนุษย์ แม้ว่าจะใช้ในวงจำกัดก็ตาม

ทว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนแสดงความกังวลด้านจริยธรรม เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวยังไม่ผ่านการทดสอบในระยะสุดท้ายซึ่งก็คือ ทดลองใช้ในมนุษย์

ในปี 2018 วัคซีนของจีนกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก หลังจากมีการฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก และไอกรนให้กับเด็กกว่า 200,000 คน แต่ปรากฏว่าวัคซีนดังกล่าวยังมีข้อบกพร่อง ส่งผลให้เด็กบางรายมีอาการอัมพาต

ด้านรัสเซียที่ประกาศว่าจะผลิตวัคซีนออกสู่ตลาดได้เร็วที่สุดภายในเดือน ก.ย.นี้ กำลังพัฒนาวัคซีน 2 ตัว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนทั้งสอง

อย่างไรก็ดี หากจีนและรัสเซียผลิตวัคซีนออกสู่ตลาดได้สำเร็จ คาดว่าวัคซีนจากทั้งสองประเทศจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากระบบการกำกับดูแลการผลิตยาของทั้งสองประเทศยังขาดความโปร่งใส เมื่อเทียบกับในประเทศตะวันตก

คนเกาหลีใต้แห่นำเงินเข้าไมโครเวฟฆ่าเชื้อโควิดจนไหม้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629741

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 17:25 น.คนเกาหลีใต้แห่นำเงินเข้าไมโครเวฟฆ่าเชื้อโควิดจนไหม้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้กังวล ประชาชนแห่นำธนบัตรเข้าไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เพื่อฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัส จนธนบัตรเสียหายจำนวนมาก  

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ชาวเกาหลีใต้นำธนบัตรที่เสียหายกลับมาเปลี่ยนที่ธนาคารเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าธนบัตรที่เสียหายส่วนใหญ่เกิดจากความพยายามในการฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิ นำเข้าไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า

เจ้าหน้าที่ของธนาคารเกาหลีเผยว่า มูลค่าของธนบัตรที่ไหม้ไฟได้รับความเสียหายที่ลูกค้านำมาเปลี่ยนที่ธนาคารระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 480 ล้านวอน เป็น 1,320 ล้านวอน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ธนาคารกลางระบุว่า โดยรวมแล้วมูลค่าของธนบัตรและเหรียญที่เสียหายอยู่ที่ 2.69 ล้านล้านวอน โดยในจำนวนนี้มีการแลกคืนเป็นมูลค่า 6,500 ล้านวอนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารเกาหลีใต้ทำการกักธนบัตรและเหรียญไว้ 2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดเชื้อโคโรนาไวรัสก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ และยังเผาทำลายธนบัตรบางส่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค Covid-19

ธนบัตรที่ได้รับความเสียหายจากการนำเข้าเครื่องซักผ้า ภาพ : Bank Of Korea

โอกินะวะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยอดติดโควิดพุ่งไม่หยุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629732

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 15:31 น.โอกินะวะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยอดติดโควิดพุ่งไม่หยุดจังหวัดโอกินะวะของญี่ปุ่นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอความร่วมมือประชาชนอยู่ในบ้าน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งทุบสถิติต่อเนื่อง

เดนนี ทะมะกิ ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินะวะเผยว่า ทางการได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปจนถึงวันที่ 15 ส.ค.นี้ รวมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนหยุดอยู่บ้านอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หลังจากตัวเลขผู้ติดทำลายสถิติรายวัน

โดยเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) จังหวัดโอกินะวะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 71 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 395 ราย ในจำนวนนี้เป็นทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่ในฐานทัพถึง 248 ราย

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดโอกินะวะมีขึ้นหลังจาก ทางการกรุงโตเกียวมีคำสั่งให้ร้านอาหารและร้านคาราโอเกะ ปิดให้บริการในเวลา 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3-31 ส.ค. หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดย ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวเผยว่า อาจต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นกันหากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่หยุด

ทรัมป์เตรียมลงนามแบนแอพติ๊กต๊อก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629729

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 13:22 น.ทรัมป์เตรียมลงนามแบนแอพติ๊กต๊อก ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเตรียมลงนามคำสั่งให้แอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อกยุติกิจการในสหรัฐ ห่วงว่าจีนจะใช้เป็นเครื่องมือล้วงความลับความมั่นคงชาติ

เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย มีการรายงานข่าวว่าทรัมป์ต้องการให้แอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก (TikTok) ที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐแยกตัวออกจากบริษัท ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปักกิ่งของจีน ทว่าต่อมาทรัมป์กลับมีคำสั่งแบนติ๊กต๊อกแทน

ทรัมป์เผยกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก และกำลังดำเนินการแบนแอพพลิเคชั่นจากจีน โดยทรัมป์จะลงนามในคำสั่งเร็วที่สุดภายในวันเสาร์ที่ 1 ส.ค.นี้ตามเวลาท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ทั้งทรัมป์และเจ้าหน้าที่สหรัฐต่างแสดงความกังวลว่า ติ๊กต๊อกจะถูกรัฐบาลจีนใช้เป็นเครื่องมือในการล้วงข้อมูลของชาวอเมริกันที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ แต่ทางติ๊กต๊อกยืนยันว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งีหน้าที่พิจารณาการลงทุนในธุรกิจสหรัฐของนักลงทุนจากต่างชาติ เดินหน้าสอบสวนบริษัท เนื่องจากเมื่อปี 2017 ByteDance ซื้อกิจการของ Musical.ly แอพพลิเคชั่นวิดีโอสั้นซึ่งถือกำเนิดที่จีนแต่ได้รับความนิยมในสหรัฐ แล้วควบรวมกับติ๊กต๊อก

ด้านสำนักงานของติ๊กต๊อกในสหรัฐ ปฏิเสธให้ความเห็นในเรื่องนี้ เพียงแต่ยืนยันว่าบริษัทมีความโปร่งใสในการให้บริการ และก่อนหน้านี้ เควิน เมเยอร์ ซีอีโอ ยังเผยว่า บริษัทยินยอมให้มีการตรวจสอบระบบอัลกอริทึมเพื่อให้ผู้ใช้และทางการสหรัฐมั่นใจในความโปร่งใส

ทั้งนี้ ท่าทีว่าจะแบนติ๊กต๊อกของสหรัฐเป็นกรณีล่าสุดที่ทางการสหรัฐใช้ในการกสัดกั้นอิทธิพลด้านเทคโนโลยีของจีนต่อจากกรณีหัวเว่ย โดยติ๊กต๊อกกลายเป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการดาวน์โหลดกว่า 2,000 ล้านครั้งทั่วโลก และมากกว่า 165 ล้านครั้งในสหรัฐ

ชิลีฝึกสุนัขดมกลิ่นหาคนติดโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629721

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 11:50 น.ชิลีฝึกสุนัขดมกลิ่นหาคนติดโควิด-19 ตำรวจชิลีฝึกสุนัขดมกลิ่นหาเชื้อโคโรนาไวรัสในเหงื่อมนุษย์ หลังการฝึกที่อังกฤษได้ผลน่าพอใจ  

เบื้องต้นตำรวจชิลีคัดเลือกสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์และโกลเดนรีทรีฟเวอร์ 4 ตัวมาทำการฝึกดมกลิ่นหาเชื้อโคโรนาไวรัสที่ศูนย์ฝึก Chilean Carabineros ในกรุงซานติอาโก

หลังจากฝึกเสร็จแล้ว สุนัขเหล่านี้จะต้องลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่มีคนพลุกพล่าน อาทิ โรงเรียน สถานีรถโดยสารสาธารณะ สนามบิน ซึ่งกำลังจะกลับมาเปิดเร็วๆ นี้ เพื่อตรวจหาผู้ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในระยะแรกแล้วนำมากักตัวอย่างเหมาะสม  ป้องกันการแพร่เชื้อในวงกว้าง

คริสเตียน อาเซเวโด ยาเนซ ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกสุนัขตำรวจชิลีเผยว่า  สุนัขมีเซลล์รับกลิ่นมากกว่า 3 ล้านเซลล์ ซึ่งมากกว่ามนุษย์ถึง 50 เท่า จึงถูกนำมาช่วยในปฏิบัติการสกัด Covid-19 ครั้งนี้

ทั้งนี้ สุนัขดมกลิ่นมีความสามารถเป็นเลิศในการดมหายาเสพติด ระเบิด และตัวผู้ต้องสงสัย และยังเคยถูกนำมาใช้ในการดมกลิ่นหาโรค อาทิ มาลาเรีย มะเร็ง และพาร์กินสันมาแล้ว

เจ้าของร้านอาหารไทยในซิดนีย์ถูกบุลลี่หลังพบคนติดโควิดจากร้าน 107 เคส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629712

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 10:10 น.เจ้าของร้านอาหารไทยในซิดนีย์ถูกบุลลี่หลังพบคนติดโควิดจากร้าน 107 เคสสองสามีภรรยาเจ้าของร้านอาหารไทยในออสเตรเลียถูกชาวโซเชียลกระหน่ำคอมเม้นต์โจมตีในเพจเฟซบุ๊คของร้าน จนรู้สึกกังวล ไม่กล้าออกจากบ้าน  

สำนักข่าวเดลิเมลรายงานว่า เดวิดและสเตฟานี บอยด์ เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย Thai Rock 2 แห่งในเมือง พอตส์พอยต์และเวเธอริลล์พาร์คของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งทั้งสองร้านเกี่ยวข้องกับการพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่รวมกันทั้งหมด 107 เคส แบ่งเป็นสาขาพอตส์พอยต์ 7 เคส และเวเธอริลล์ 94 เคส

สองสามีภรรยายืนยันกับสำนักข่าว A Current Affair ว่า ทางร้านปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน Covid-19 อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นให้พนักงานทุกคนตรวจวัดอุณหหภูมิก่อนเริ่มทำงาน จัดเตรียมแอลกอฮอล์ล้างมือ เว้นระยะห่างระหว่างกัน 1.5 เมตร รวมทั้งบันทึกชื่อและรายละเอียดของผู้ใช้บริการ จึงแปลกใจว่าทำไมเชื้อยังแพร่ระบาดในร้าน

ทั้งคู่เพิ่งทราบว่ามีการติดเชื้อในร้านหลังจากพนักงานชายรายหนึ่งมีอาการน้ำมูกไหลและตรวจพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเวลาต่อมา หลังจากนั้นทางร้านจึงสั่งให้ของทั้งสองสาขาทำความสะอาดร้านเพื่อฆ่าเชื้อและให้พนักงานทุกคนตรวจหาเชื้อ ซึ่งไม่พบพนักงานติดเชื้อเพิ่มเติม

เดวิดและสเตฟานี บอยด์ เจ้าของร้านอาหารไทย Thai Rock ภาพ : เฟซบุ๊ค/Thai Rock

หลังจากข่าวแพร่ออกไปทางร้านจึงตกเป็นเป้าโจมตีของผู้คนในโลกออนไลน์ โดยเพจเฟซบุ๊คของร้านเต็มไปดด้วยคอมเม้นต์ที่สร้างความเข้าใจผิด อาทิ ทางร้านไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาสุขอนามัย ไม่มีการเว้นระยะห่าง พนักงานไม่ได้กักตัว จนทั้งเดวิดและสเตฟานีกังวลใจจนไม่กล้าออกจากบ้าน

ล่าสุด ทั้งคู่โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊คของร้านว่า “เราทราบดีว่ามีความกลัวและความเข้าใจผิด แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เชื่อว่าความมีเหตุผลและความจริงจะอยู่เหนือทุกสิ่ง เราทุกคนต้องร่วมมือกันในช่วงเวลานี้ เพื่อก้าวผ่านผลกระทบของโรคระบาดที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา ขอให้ทุกคนแข็งแรงและปลอดภัย”

โควิดยังหนัก! ทั่วโลกติดเชื้อพุ่ง 17.7 ล้านราย ตายกว่า 6.8แสนคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629709

วันที่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 09:04 น.โควิดยังหนัก! ทั่วโลกติดเชื้อพุ่ง 17.7 ล้านราย ตายกว่า 6.8แสนคนสถานการณ์โควิด-19ทั่วโลกยังหนัก ผู้ติดเชื้อวันเดียวพุ่งกว่า 2.8 แสนราย สะสม 17,745,668 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 682,197 รายแล้ว สหรัฐ-บราซิล-อินเดีย ยังวิกฤต

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 31 ก.ค. 63 (เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 17,745,668 ราย เพิ่มขึ้น 282,171 รายเสียชีวิต 682,197 ราย เพิ่มขึ้น 6,234 ราย รักษาหาย 11,151,834 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,705,889 ราย เพิ่มขึ้น 70,904 ราย เสียชีวิต 156,747 ราย เพิ่มขึ้น 1,462 ราย รักษาหาย 2,327,572 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,666,298 ราย เพิ่มขึ้น 52,509 ราย เสียชีวิต 92,568 ราย เพิ่มขึ้น 1,191 ราย รักษาหาย 1,884,051 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,697,054 ราย เพิ่มขึ้น 57,704 ราย เสียชีวิต 36,551 ราย เพิ่มขึ้น 765 ราย รักษาหาย 1,095,647 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 839,981 ราย เพิ่มขึ้น 5,482 ราย เสียชีวิต 13,963 ราย เพิ่มขึ้น 161 ราย รักษาหาย 638,410 ราย

5.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 493,183 ราย เพิ่มขึ้น 11,014 ราย เสียชีวิต 8,005 ราย เพิ่มขึ้น 193 ราย รักษาหาย 326,171 ราย

6. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 416,179 ราย เพิ่มขึ้น 7,730 ราย เสียชีวิต 46,000 ราย เพิ่มขึ้น 639 ราย รักษาหาย 272,187 ราย

7. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 407,492 ราย เสียชีวิต 19,021 ราย รักษาหาย 283,915 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 355,667 ราย เพิ่มขึ้น 2,131 ราย เสียชีวิต 2,131ราย เพิ่มขึ้น 80 ราย รักษาหาย 328,327 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 335,667 ราย เพิ่มขึ้น 2,131 ราย เสียชีวิต 28,445 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย

10.ประเทศอิหร่าน มีผู้ติดเชื้อ 304,204 ราย เพิ่มขึ้น 2,674 เสียชีวิต 16,766 ราย เพิ่มขึ้น 197 ราย หายดี 263,519 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 108 มีผู้ติดเชื้อ 3,310 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,125 ราย

จีนเดินหน้าดึงชาติยุโรปเป็นพันธมิตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629694

วันที่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 19:45 น.จีนเดินหน้าดึงชาติยุโรปเป็นพันธมิตรรัฐบาลจีนเดินหน้าผูกสัมพันธ์กับประเทศในยุโรป โน้มน้าวไม่ให้โผไปซบสหรัฐ

นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนถึงสัปดาห์นี้ ทางการจีนโดย หวางอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ต่อสายถึงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศหลายประเทศในยุโรป เพื่อเช็คความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมเตือนให้ระวังอย่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ

หวังอี้ เผยกับ ลุยจิ ดิ ไมโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี ว่า จีนขอย้ำว่าจะไม่สร้างความแตกแยกในกลุ่มสหภาพยุโรป รวมทั้งเรียกร้องให้สมาชิกสหภาพยุโรปดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ประเทศหนึ่งประเทศใด”

ขณะที่ฝั่งอิตาลีรับปากว่าพร้อมเป็นสะพานเชื่อมจีนกับสหภาพยุโรป รวมทั้งขอบคุณที่จีนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจัดหาเครื่องมือการแพทย์ในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนักในอิตาลี

โดยก่อนหน้านี้ หวังอี้ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับ ดอมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ โดยระบุว่าอังกฤษตกออยู่ใต้อิทธิพลของ “ประเทศหนึ่งประเทศใด” ในการยกเลิกการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยในการวางโครงข่ายเทคโนโลยี 5G

นอกจากนี้ ยังเจรจากับ ฌอง อีฟส์ เดอ ดรียง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส และ ไฮโก มาส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ด้วยถ้อยคำทำนองเดียวกันคือ ไม่ควรยืนข้างเดียวกับสหรัฐ

ทั้งนี้ แม้จีนจะเลือกใช้คำว่า “ประเทศหนึ่งประเทศใด” แต่เป็นที่เข้าใจได้ว่าหมายถึงสหรัฐ