เอฟบีไอเผยคนอเมริกันแห่ซื้อปืนมากสุดช่วงโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629906

วันที่ 04 ส.ค. 2563 เวลา 10:00 น.เอฟบีไอเผยคนอเมริกันแห่ซื้อปืนมากสุดช่วงโควิดตัวเลขคำร้องขอตรวจสอบประวัติการซื้อ ครอบครอง โอนอาวุธปืนสูงสุดอยู่ที่ 3.9 ล้านครั้งในเดือน มิ.ย. ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอเผยว่า เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทางสำนักงานต้องตรวจสอบประวัติผู้ซื้อปืนกว่า 3.6 ล้านครั้ง ถือเป็นการตรวจสอบที่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เอฟบีไอเริ่มเก็บสถิติเมื่อปี 1998 และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เอฟบีไอตรวจสอบประวัติเพียง 2 ล้านครั้ง

การตรวจสอบประวัติที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย การโอน และการอนุญาตให้ครอบครองปืนของสหรัฐมียอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่กว่า 3.9 ล้านครั้ง ตามด้วยเดือน มี.ค. อยู่ที่ 3.7 ล้านครั้ง โดยรัฐที่ส่งคำร้องขอตรวจสอบมากที่สุดได้แก่ อิลลินอยส์ เคนทักกี เทกซัส ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย

ตัวเลขการร้องขอตรวจสอบประวัติผู้ครอบครองปืนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีเกิดขึ้นในช่วงแวลาเดียวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส และในช่วงเดือน มิ.ย. ยังตรงกับเหตุการณ์ประท้วงการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่เสียชีวิตขณะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว

สำนักข่าว CNN ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ชาวอเมริกันจะพากันซื้ออาวุธเพื่อป้องกันตัวหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศ โดยยกตัวอย่างเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมแซนดีฮุกในรัฐคอนเนตติคัตเมื่อปี 2012 หลังจากนั้นตัวเลขการโอนอาวุธปืนเพิ่มขึ้นถึง 39% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

รวมทั้งหลังเหตุก่อการร้ายในเมืองซานแบร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2015 ที่มีการตรวจสอบประวัติผู้ซื้อปืนเพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

Eze Amos/AFP

รัสเซีย-จีนแห่ทิ้งดอลลาร์สกัดสหรัฐโจมตีเศรษฐกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629877

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 17:46 น.รัสเซีย-จีนแห่ทิ้งดอลลาร์สกัดสหรัฐโจมตีเศรษฐกิจเพราะสหรัฐเอาแน่เอานอนไม่ได้แถมยังใช้สกุลเงินของตัวเองโจมตีประเทศอื่น

รัสเซียกับจีนเริ่มที่จะสลัดตัวจากการพึ่งพาเงินเหรียญสหรัฐมาหลายปีแล้วแต่เริ่มชัดเจนขึ้นในระยะหลัง จากการรายงานของสำนักข่าว RT พบว่าในไตรมาสแรกของปี 2020 ส่วนแบ่งของเงินเหรียญสหรัฐในการค้าระหว่างสองประเทศลดลงต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก

เทียบเมื่อสี่ปีก่อนเงินเหรียญสหรัฐมีสัดส่วนมากกว่า 90% ของการทำธุรกกรรมและธุรกิจระหว่างรัสเซีย-จีน

ด้านหนังสือพิมพ์ Izvestia ของรัสเซียรายงานว่า สัดส่วนการรใช้เงินเหรียญสหรัฐลดลงเหลือ 46% ในตอนนี้โดยร่วงลงจาก 75% ในปี 2018 ส่วนการชำระเงินทางการค้าในตอนนี้ใช้เงินสกุลอื่นมากขึ้นถึง 54% โดยในจำนวนนี้ใช้เงินหยวนของจีน 17% ใช้เงินยูโร 30% และเงินรูเบิลของรัสเซีย 7%

สาเหตุที่การใช้เงินเหรียญสหรัฐลดลงก็เพราะสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐและยังมีโอกาสที่สหรัฐจะใช้สกุลเงินเป็นอาวุธโจมตีประเทศคู่กรณี

ในเดือนมกราคม 2020 เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่ารัสเซียจะยังคงนโยายลดการใช้เงินเหรียญสหรัฐลงและจะหาทางใช้สกุลเงินท้องถิ่นให้มากที่สุด

ลาฟรอฟบอกงาสการสลัดตัวจากเงินเหรียญสหรัฐเป็นการตอบสนองกับนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และสหรัฐยังเอาเปรียบประเทศอื่นโดยใช้ประโยชน์จากเงินเหรียญสหรัฐในฐานะสกุลเงินหลักในทุนสํารองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ รัสเซียยังหันมาเก็บทองคำมากขึ้นในทุนสํารองระหว่างประเทศโดยในเดือนกันยายนปี 2014 ทองคำมีสัดส่วน 14% ในทุนสํารองระหว่างประเทศของรัสเซีย แต่ตอนนี้มีมากถึง 23% หรือ 2,299.9 ตัน

Photo by AFP / ALEXEY DRUZHININ

จีนจะซ้อมรบครั้งใหญ่เตรียมบุกยึดเกาะในทะเลจีนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629866

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 15:38 น.จีนจะซ้อมรบครั้งใหญ่เตรียมบุกยึดเกาะในทะเลจีนใต้การซ้อมรับครั้งนี้ยังเป็นการข่มขู่ไต้หวันโดยตรงและอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการบุกยึดไต้หวัน

สำนักข่าว Kyodo News รายงานอิงการเปิดเผยของหลี่ต้ากวง ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยป้องกันชาติของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกล่าวว่า จีนเตรียมที่จะซ้อมรบเพื่อยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่เพื่อยึดเกาะปราทัส (Pratas) ที่อยู่ในความควบคุมของไต้หวันในทะเลจีนใต้ในเดือนสิงหาคม

ในบทความของหลี่ต้ากวง ตีพิมพ์ในนิตยสารแนวสนับสนุนรัฐบาลจีนฉบับหนึ่งในฮ่องกงฉบับเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงด้านกลยุทธ์ทางทหารรายนี้ไม่ได้ระบุวันที่และสถานที่สำหรับการฝึกซ้อมครั้งสำคัญโดยกองทัพจีน

Kyodo News เคยเปิดเผยแผนการดังกล่าวของจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมโดยอ้างถึงแหล่งข่าวหลายสายที่ทราบเรื่องนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีนยอมรับว่ามีแผนการซ้อมรบนี้จริง

ความตึงเครียดทางทหารระหว่างจีนและสหรัฐอาจเพิ่มขึ้นในทะเลจีนใต้ มาร์ค เอสเพอร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐเตือนไม่ให้จีนแสดงท่าทีกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปยังทะเลจีนใต้ในเดือนกรกฎาคมในขณะที่ไต้หวันส่งกำลังทางทะเลไปยังเกาะปราทัสเพื่อซ้อมรบในเดือนมิถุนายน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมมีรายงานว่าจีนสิ้นสุดการซ้อมรบทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินทิ่งระเบิดรุ่น H-6G และ H-6J โดยเป็นการซ้อมรบเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เกาะปราทัสหรือเกาะตงซา ฉวินต่าว อยู่ห่างจากเมืองเกาสงทางตอนใต้ของไต้หวัน 444 กิโลเมตร แต่ห่างจากฮ่องกงและชายฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนของมณฑลกวางตุ้งเพียง 340 กิโลเมตร และจีนอ้างว่าเกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง

Photo by Pavel Golovkin / POOL / AFP

เศรษฐกิจสู้โควิดไม่ไหว ทองคำจะแพงขึ้นได้อีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629854

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 13:48 น.เศรษฐกิจสู้โควิดไม่ไหว ทองคำจะแพงขึ้นได้อีกบทวิเคราะห์มองทิศทางทองคำในตลาดโลกหลังเตรียมจ่อทะลุ2,000ดอลล์ แต่จะไหวไหม?

ราคาทองคำทำนิวไฮท์อีกครั้งและกำลังใกล้ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เข้าไปทุกที โดยในช่วงเช้าวันที่ 3 สิงหาคมราคาขึ้นมาอยู่ที่ 1,984 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาราคาทองคำเพิ่มขึ้นมาถึง 11% แล้ว นับเป็นอัตราเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012

คำถามสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่แค่คำถามว่าทองจะทะลุ2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์หรือไม่ แต่ยังมีคำถามด้วยว่าทองจะไปไกลกว่านี้หรือไม่ด้วย?

สำนักข่าว Reuters มองว่าเพราะการแพร่กระจายของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ – จีนบั่นทอนความหวังที่จะเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วต้องและทำให้นักลงทุนต้องหันเเข้าหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเช่นทองคำ ทำให้ราคาทองสูงขึ้นมากกว่า 28% ในปีนี้

อีกปัจจัยคือ ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐที่น้อยลงและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่ต่ำซึ่งทองคำมักจะมีราคาสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และการความต้องการถือทองคำยังเป็นการรักษามูลค่าสินทรัพย์จากอัตราเงินเฟ้อ และจากค่าเงินที่อ่อนลงเพราะมีเงินในระบบเป็นจำนวนมาก

จะเห็นได้ว่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง ความต้องการถือทองคำก็สูงขึ้น สาเหตุที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนลงก็เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อัดเงินเข้าระบบเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสที่เฟดจะใช้มาตรการกระตุ้นมากกว่านี้ เพราะสถานการณ์ในสหรัฐยังน่าเป็นห่วง

ก่อนหน้าที่เฟดจะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยตลาดคาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยทำให้ทองคำพุ่งขึ้นมา 9 วันติดต่อกัน แต่หลังจากการการประกาศของเฟดราคาทองคำหยุดชั่วครู่และเงินเหรียญสหรัฐหยุดอ่อนค่าชั่วครู่เช่นกัน แต่นี่เป็นปฏิกริยาสั้นๆ เพราะหลังจากเปิดตลาดอีกครั้งทองก็ปรับราคาขึ้นมาอีก

สาเหตุที่ทองคำหยุดขึ้นช่วงสั้นๆ ก็เพราะเฟดยืนยันที่จะพยุงเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจจะต้านทานผลกระทบจากการระบาดได้หรือมีการจ้างงานอย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดก็บอกว่าวิกฤตครั้งนี้รุนแรงในระดับ “ชั่วชีวิตหนึ่งก็เพิ่งเคยเห็น” แน่นอนว่าใครที่ได้ยินก็ต้องคิดหนัก

ดังนั้น ตลาดจึงยังไม่มีมั่นใจนักและยังมีความวิตกเรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐที่ลากยาวและหนักขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ซื้อทองในเวลานี้มีหลากหลายมาก แม้แต่ลูกค้ารายใหญ่อย่างจีนและอินเดียก็ยังไม่มาก สาเหตุสำคัญก็คือนักลงทุนไม่ได้หวังสูงกับพันธบัตรรัฐบาลเหมือนที่เคยเป็นมา ตามปกติในเวลาวิกฤตแบบนี้นักลงทุนจะหันเข้าหาบอนด์เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่เพราะผลตอบแทนน้อย นักลงทุนจึงไม่เห็นประโยชน์ที่จะถือบอนด์

ตามปกติแล้วทองคำไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกทั้งยังต้องเสียเงินให้การดูแลรักษา แต่เพราะสถานการณ์บีบคั้นในทุกด้านโดยเฉพาะความไม่แน่ไม่นอน ทำให้นักลงทุนต้องหันเข้าหาทองคำในฐานะการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดแล้วในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องต้องระวัง เพราะทางการจีนเตรียมใช้มาตรการเพื่อควบคุมการซื้อขายทองคำในประเทศเพราะตอนนี้มีความต้องการในจีนสูงมา แต่จีนเกรงว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแบบเดียวกับเมื่อตอนที่เกิดการเก็งกำไรราคาน้ำมันจนส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินในจีน

Photo by Jung Yeon-je / AFP

ในประเทศนี้ ตำรวจจะหุบปากเมื่อพวกเดียวกันทำความผิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629842

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 11:15 น.ในประเทศนี้ ตำรวจจะหุบปากเมื่อพวกเดียวกันทำความผิดแต่เมื่อคนมีสีทำผิดในอเมริกาพวกเขาจะไม่ปล่อยมันเอาไว้ นี่คือวิธีกำจัดความฉ้อฉลในวงการตำรวจที่นั่น

1. ความฉ้อฉลในวงการตำรวจไม่ได้มีแค่ในเมืองไทย แต่เกิดขึ้นทั่วไป และไม่ได้หมายความว่าวงการนี้มีแต่คนไม่ดี เพียงแต่คนดีมักถูกคนไม่ดีปิดปากและยังมีระบบที่เอื้อให้การทำชั่วร้ายสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

2. ในสหรัฐมีคำว่า Blue wall of silence หรือ กำแพงสีน้ำเงินที่เงียบงัน สีน้ำเงินหมายถึงสีของตำรวจและความเงียบหมายถึงตำรวจที่จะไม่ยอมปริปากหากพวกพ้องตัวเองทำผิด ถ้ามีคนแฉคนๆ นั้นจะถูกคุกคามและบีบให้ต้องออกจากการเป็นตำรวจไป

3. เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ยุคของแนปป์และมอลเลนและมีความพยายามจะแก้ไขมาหลายครั้ง แต่จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังมีอยู่และเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจตำรวจ แต่ตำรวจเลิกธรรมเนียมนี้ไม่ได้เพราะมันคือวัฒนธรรมองค์การ

4. วัฒนธรรมตำรวจ (cop culture) เกิดขึ้นจากแต่ละหน่วย (หรือสน.) มีวิธีการปฏิบัติในหมู่เหล่าต่างๆ กันไปเรียกว่า blue code ตำรวจในองค์กรนั้นๆ จะเรียนรู้ธรรมเนียมของหน่วยซึ่งมีทั้งวิธีการจับกุมและดำเนินคดีไปจนถึงค่านิยมในหมู่เหล่า ทำให้เกิดความรู้สึกไม่อาจจะขัดขืนหมู่เหล่าได้เพราะจะถูกอัปเปหิออกจากหมู่เหล่า 

5. ตำรวจจึงมีทัศนคติแบบ “พวกข้าร่วมเผชิญหน้ากับพวกมัน” (us-against-them) คือพรรคพวกต้องมาก่อนและคนนอกที่ต่อต้าน “พวกข้า” คือศัตรู วิธีคิดแบบนี้ทำให้ตำรวจช่วยพวกเดียวกันเอง และจะไม่ไล่ล่าตำรวจพวกเดียวกันเองเพื่อเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมา และเมื่อมีคนปากโป้งคนๆ นั้นจะอยู่ไม่ได้

6. ตัวอย่างเช่น ตำรวจมีอำนาจในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำความผิดตำรวจด้วยกันเอง ซึ่งในสายตาประชาชนอเมริกันมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่โปร่งใส จากการสำรวจความเห็นของ Cato Institute จึงพบว่า 79% ของคนอเมริกันต้องการให้ตั้ง “หน่วยนอก” ที่จะสอบวงในตำรวจอย่างเป็นอิสระแทนที่จะให้ตำรวจจัดการกันเอง

7. ในเมืองไทยก็อาจมี Blue wall of silence เหมือนกันและควรจะเรียกว่า “กำแพงสีกากีที่เงียบงัน” เวลาที่ตำรวจด้วยกันเรื่องเรื่องอันเลวร้ายแต่ตำรวจด้วยกันทำเป็นมองไม่เห็น เหมือนที่บางคนบอกว่า “ตำรวจมักจะช่วยพวกเดียวกันเอง”

8. แล้วเราจะแก้ปัญหาได้หรือไม่? บทความนี้จะยกตัวอย่างการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในวงการคนมีสีในสหรัฐที่มีปัญหาคล้ายๆ กับไทย ซึ่งเกิดจากทัศนะคติของตำรวจที่มัปกปิดความผิดของพวกเดียวกันเอง แต่เมื่อสหรัฐเอ่ยคำว่าปฏิรูปมันจะตามมาด้วยการปฏิรูปจริงๆ ไม่ใช่แค่การพูดแล้วผลักดันแผนการที่เลื่อนลอย

9. การปฏิรูปในสหรัฐทำกันเป็นยกๆ ในระยะ 2 – 3 ทศวรรษเพราะแต่ละยุคสมัยมีปัญหาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นภารกิจของการปฏิรูปจะทำแบบม้วนเดียวจบไม่ได้ แต่เป็นภารกิจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

10. การปฏิรูปในสหรัฐครั้งแรกๆ คือเมื่อปี 1967 สมัยประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสัน ตั้งคณะกรรมาธิการแคตเซนแบค (Katzenbach Commission) เพื่อศึกษากระบวนการการยุติธรรมของสหรัฐ แต่รายงานเสนอแนะให้ปฏิรูปองค์กรตำรวจเพื่อรับมือกับอาชญากรรมยาเสพติดเป็นหลัก ไม่ใช่ปัญหาในองค์กรตำรวจ

11. การปฏิรูปองค์กรตำรวจครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 1970 หลังการเปิดโปงความฉ้อฉลในวงการตำรวจนิวยอร์กโดยแฟรงค์ เซอร์ปิโก (Frank Serpico) ซึ่งเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบในนิวยอร์กและเคยรายงานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ามีการทุจริตในองค์กรตำรวจอย่างกว้างขวางและไม่เห็นผลใดๆ

12. จนกระทั่งเซอร์ปิโกแฉเรื่องนี้กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สและเดอะไทม์ตีพิมพ์เรื่องนี้ในวันที่ 25 เมษายน 1970 ทำให้คนทั้งประเทศสนใจและทำให้นายกเทศมนตรีจอห์น โวลต์ ลินด์ซีย์แต่งตั้งคณะกรรมการห้าคนเพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาการทุจริตของตำรวจ

13. คณะกรรมาธิการแนปป์ (Knapp Commission) ซึ่งตั้งชื่อตามประธานคือวิทแมน แนป เริ่มการสอบสวนความไม่ชอบมาพากลในวงการตำรวนในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน แต่ก่อนที่พยานจะเริ่มให้ปากคำก็เกิดเรื่องเสียก่อน

14. เซอร์ปิโกที่เป็นผู้เปิดโปงเรื่องนี้พยายามหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์จนพบกับจ่าเดวิด เดิร์ก ซึ่งร่วมมือกันเพื่อโค่นวงการตำรวจฉาว แต่เซอร์ปิดโกสงสัยว่าเพื่อนตำรวจคนอื่นๆ น่าจะรู้ว่าเขาติดต่อกับเจ้าหน้าที่สืบสวน นั่นก็เพราะเขาทำตัวนอกรีตจาก blue code

15. ผู้ที่ละเมิด blue code หากเบาะๆ ก็จะถูกขับออกจากหมู่เหล่า แต่หากมันคุกคามหมู่เหล่าก็อาจจะต้อง “เก็บ” ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1971 เซอร์ปิโกไปจับคนค้ายาที่บรูคลินโดยมีตำรวจท้องถิ่นไปด้วย แต่ระหว่างจับกุมเขาถูกผู้ต้องสงสัยยิงเข้าเต็มหน้า แต่เมื่อเรียกตำรวจคนอื่นให้มาช่วยก็ไม่มีใครช่วยและยังไม่แจ้งหน่วยสนับสนุน

16. สถานการณ์แวดล้อมชวนให้คิดว่าของการยิงเซอร์ปิโกเป็นการล่อให้เขาไปถูกยิงปิดปากโดยอำพรางว่าเป็นการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และเรื่องนี้ยังไม่มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ อีกทั้งตอนอยู่ที่โรงพยาบาลกรมตำรวจรังควานเขาด้วยจัดตำรวจมาสอดส่องที่เตียงทุกชั่วโมง

17. เซอร์ปิโกจึงออกมาให้การกับคณะกรรมาธิการแนปป์ และSerpico เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนแรกในประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจนครนิวยอร์กออกมาเปิดโปงเรื่องฉ้อฉลและต่อมายังเป็นพยานอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการติดสินบนการคอร์รัปชั่นที่แพร่หลายและเป็นระบบซึ่งมีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

18. คณะกรรมาธิการแนปป์พบปัญหาในวงการตำรวจจริงๆ แต่ให้วิธีแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นที่น่าสนใจคือรายงานระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทุจริตสองประเภท คือพวก “Grass Eaters” (ทุจริตเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันจากเพื่อน) และพวก “Meat Eaters” (ทุจริตรุนแรงและใตร่ตรองไว้แล้ว)

19. “Meat Eaters” คือตำรวจที่คอยหาโอกาสแสวงหาประโยชน์ทางการเงิน โดยมักจะหากินกับแมงดาและพ่อค้ายาเสพติดที่ผิดกฎหมาย โดยลึกๆ แล้วคิดว่าอาชญากรประเภทนี้เป็นขยะของสังคมและสมควรได้รับการปฏิบัติอย่างนั้น

20. “Grass Eaters” หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มักจะขอไม่มากนักจากผู้รับเหมา พวกคนขับรถบรรทุก หรือคดีการพนัน และคดีอื่นๆ ที่คล้ายกันแต่ไม่ได้มุ่งเงินทุจริตก้อนใหญ่ ตำรวจส่วนใหญ่เป็นพวกนี้

21. คณะกรรมาธิการยังสรุปว่า Grass Eaters คือธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในนครนิวยอร์กใช้พิสูจน์ความจงรักภักดีต่อพี่น้องและยังช่วยให้ได้งานนอกมาทำด้วย พวกนี้ทำตาม blue code คือ “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” เพราะมันคือ code หรือค่านิยมที่เชื่อว่าพวกพ้องว่าถูกก็ถูก คนนอกว่าอย่างไรไม่สนใจ 

22. วิธีหนึ่งในการป้องกันไม่ให้ตำรวจต้องกลายเป็นพวกฉ้อฉลคือการกำจัดขั้นตอนนี้โดยการจัดการตำรวจรุ่นเก่าที่สอนเรื่อง blue code ออกไป เพราะคนพวกนี้จะสอนรุ่นน้องให้ทำผิด เมื่อไม่มีรุ่นเก่าสอนให้ทำผิด รุ่นใหม่ก็จะไม่ทำผิด

23. แต่การปฏิรูปในยุคแนปป์ยังไม่พอ สหรัฐต้องตั้งคณะกรรมาการอีกตามยุคสมัย เช่นในทศวรรษที่ 90 คือ คณะกรรมาธิการมอลเลน (Mollen Commission) ซึ่งจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สระบุว่าคณะกรรมการพิเศษพบว่ากรมตำรวจนครนิวยอร์กล้มเหลวในทุกระดับในการแก้ปัญหาคอรัปชั่นและต่อต้านวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการประพฤติมิชอบและปกปิดการละเมิดกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

24. รายงานระบุว่า “การทุจริตในวันนี้ไม่ใช่การทุจริตในยุคคณะกรรมการแนป การทุจริตนั้นส่วนใหญ่เป็นการทุจริตที่เอื้อต่ออาชญากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้และรับสินบนการซื้อและขายการปกป้องอาชญากร การทุจริตเป็นสิ่งที่เกิดจากความยินยอมพร้อมใจของตำรวจและอาญากร การคอร์รัปชั่นในวันนี้มีลักษณะของความโหดร้าย การโจรกรรม การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการที่ทำตรวจเป็นอาชญากรเสียเองอย่างแพร่หลาย”

25. จะเห็นได้ว่าเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การฉ้อฉลก็วิวัฒนาการตามไปด้วย จากการโกงเล็กโกงน้อยในทศวรรษที่ 70 ก็กลายเป็นการร่วมมือกันระหว่างตำรวจกับอาชญากรและยังช่วยปกปิดความผิดของตำรวจด้วยกันเองหนักขึ้นอีกด้วย

26. หลังจากคณะกรรมาธิการมอลเลนแล้วสหรัฐก็ยังมีการปฏิรูปตำรวจอีกหลายยก และมีความพยายามของตำรวจที่จะแก้ไขตัวเอง แต่ในระยะหลังตำรวจมักมีปัญหาการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยเฉพาะการเพ่งเล็งคนผิวดำมากเป็นพิเศษ

27. ในช่วงทศวรรษที่ 2010 จนถึงปัจจุบันปัญหาของตำรวจสหรัฐไม่ใช่การกินเล็กกินน้อยหรือร่วมมือกับอาชญากรอีก แต่เป็นการทำร้ายคนผิวดำเกินกว่าเหตุ เกิดการวิสามัญฆาตกรรมคนผิวดำหลายกรณีและเป็นเป็นเหตุให้เกิดการจลาจลสีผิวหลายครั้ง

28. ล่าสุดคือการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ทำให้กระแสกดดันตำรวจอเมริกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน และเกิดกระแสเรียกร้องให้ลดงบประมาณตำรวจลงแล้วนำงบประมาณนั้นมาใช้เพื่อสร้างสวัสดิการสังคมเพื่อบ่มเพาะคนดีในสังคม แทนที่จะปล่อยให้ประชาชนอดๆ อยากๆ แล้วตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของตำรวจ

29. ในทศวรรษหลังๆ ตำรวจสหรัฐได้รับงบประมาณมากขึ้นและอาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้นในการจัดการกับอาชญากรรม แต่อาชญากรรมส่วนใหญ่มาจากคนยากจนที่เป็นคนผิวดำและลาติโน การให้เงินตำรวจมากขึ้นอาจลดปัญหาคอร์รัปชั่นลง

แต่มันทำให้ตำรวจสร้างผลงานด้วยการจับคนมากขึ้นแม้จะเป็นโทษเล็กน้อยก็ตาม

Photo by TIMOTHY A. CLARY / AFP

ไมโครซอฟท์ยันเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ “TikTok” ในสหรัฐ หลังซีอีโอหารือทรัมป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629833

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 09:32 น.ไมโครซอฟท์ยันเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ "TikTok" ในสหรัฐ หลังซีอีโอหารือทรัมป์ไมโครซอฟท์ยืนยันเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ Tik Tok ในสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หลังซีอีโอหารือกับทรัมป์ คาดเสร็จภายใน 15 ก.ย.นี้ พร้อมให้คำมั่นยกระดับความปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไมโครซอฟท์ คอร์ป ได้เปิดเผยว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการของ TikTok แอพพลิเคชั่นวิดีโอของจีน ในสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หลังจากที่ซีอีโอของไมโครซอฟท์ได้หารือกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ โดยคาดว่าการเจรจาจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และน่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้

ไมโครซอฟท์ ระบุว่า บริษัทอาจเชิญนักลงทุนรายอื่นๆ ในสหรัฐเพื่อเข้ามาซื้อหุ้นของ TikTok ด้วย แต่เป็นหุ้นส่วนน้อย พร้อมให้คำมั่นในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความปลอดภัยทางดิจิทัล โดยข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของชาวอเมริกันจะโอนกลับมายังสหรัฐและลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ประเทศอื่นๆ

“บริษัทเล็งเห็นความสำคัญในการบรรเทาความกังวลของประธานาธิบดีสหรัฐ โดยไมโครซอฟท์มีความตั้งใจที่จะซื้อกิจการของ TikTok และยินดีมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามความเหมาะสมต่อประเทศชาติ”ไมโครซอฟท์ระบุในแถลงการณ์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เขาจะสั่งแบน TikTok ในสหรัฐ

“แคลิฟอร์เนีย”กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐที่มีผู้ป่วยโควิดเกินครึ่งล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629814

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 19:19 น."แคลิฟอร์เนีย"กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐที่มีผู้ป่วยโควิดเกินครึ่งล้าน“แคลิฟอร์เนีย” มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งทะลุ 500,000 รายเป็นรัฐแรกของสหรัฐ ขณะที่ผลโพลชี้ชาวอเมริกันไม่พอใจการรับมือโควิดของ “ทรัมป์”

สำนักงานสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย รายงานว่า รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ (ราว 40 ล้านคน) กลายเป็นรัฐแรกที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่ยืนยันผลเกินกว่าครึ่งล้านราย

รายงานประจำวันของสำนักงานระบุว่า แคลิฟอร์เนียพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในวันเดียว 6,542 ราย ส่งผลให้รัฐมียอดผู้ป่วยรวม 500,130 ราย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา แคลิฟอร์เนียมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 7,819 รายต่อวัน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของ 7 วันก่อนอยู่ที่ 10,005 ราย

ขณะที่ เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 219 ราย ส่งผลให้ทั่วรัฐมียอดผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 รวม 9,224 ราย

เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการตรวจโรคโควิด-19 ทั้งหมด 7,886,587 ครั้งในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเพิ่มขึ้น 75,546 ครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“แคลิฟอร์เนียมีขีดความสามารถในการตรวจโรคเพิ่มขึ้นทั่วรัฐ จึงคาดว่าจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น” รายงานระบุ

ทั้งนี้ แคลิฟอร์เนียมีจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ยืนยันผลแซงหน้านิวยอร์กเมื่อสัปดาห์ก่อน ขึ้นแท่นเป็นรัฐที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในสหรัฐ

ขณะที่ ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวสหรัฐจากสำนักข่าวเอบีซีนิวส์และ Ipsos พบว่า มีประชาชนเพียง 34% ที่ยอมรับผลงานการรับมือกับโควิด-19 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจมาตรการรับมือหรือแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตในยุคของนายทรัมป์หลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายจอร์จ ฟรอยด์ ที่บานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงทั่วประเทศ โดยมีประชาชนราว 36% เท่านั้นที่พอใจการรับมือของรัฐบาล

โควิดไม่จบง่ายๆ! WHOเตือนนานาชาติวางแผนคุมโรคระยะยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629810

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 18:15 น.โควิดไม่จบง่ายๆ! WHOเตือนนานาชาติวางแผนคุมโรคระยะยาวองค์การอนามัยโลกเตือนนานาชาติต้องวางแผนคุมโรคในระยะยาว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจกินเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากการประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินของ องค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.63 ที่ประชุมได้เห็นพ้องให้คงการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพไว้ รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญในด้านการป้องกันโรคทั้งในระดับชุมชน ประเทศ ภูมิภาค และในระดับ

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ซึ่งนานาชาติจะต้องวางแผนควบคุมโรคในระยะยาว เนื่องจากการแพร่ระบาดอาจกินเวลายาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้”รายงานข่าวจาก WHO ระบุ

รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการฉุกเฉินยังได้แนะนำให้ WHO ติดต่อกับพันธมิตรและองค์กรทั่วโลก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโควิด-19 และช่วยเหลือประเทศสมาชิกในด้านบริการทางการแพทย์ พร้อมเร่งวิจัยโรค รวมถึงวิธีรักษา และการพัฒนาวัคซีน

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า หลายประเทศที่เคยเชื่อว่าตัวเองผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดของการแพร่ระบาดมาแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มพบการระบาดระลอกสอง ขณะที่บางประเทศซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อลดลงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็เริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ในบางประเทศก็สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้

ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ได้ตัดสินใจประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นภัยฉุกเฉินสากล เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งในช่วงนั้นยังมีผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนไม่ถึง 100 ราย และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

สหรัฐอาจไม่พอใจถ้าไทยหั่นทองคำเพื่อกดค่าเงินบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629798

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 16:41 น.สหรัฐอาจไม่พอใจถ้าไทยหั่นทองคำเพื่อกดค่าเงินบาทสหรัฐกำลังเล็งที่จะเล่นงานไทยกับบางประเทศที่พยายามควบคุมค่าเงิน แต่ถ้าไทยไม่ควบคุมเงินบาทเศรษฐกิจก็จะเสียหาย

สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่าแผนการของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะยุติการเชื่อมโยงค่าเงินบาทออกจากการซื้อขายทองคำเพื่อที่จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง อาจทำให้สหรัฐไม่พอใจไทยและกล่าวหาไทยว่าบงการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ในระยะหลังค่าเงินบาทแข็งขึ้นมากจนเป็นสกถุลเงินที่มีความเคลื่อนไหวดีที่สุดสกุลในบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4 แล้วและแข็งค่าขึ้นต่อเงินเหรียญสหรัฐถึง 10% แล้ว แต่การแข็งค่าเป็นผลเสียต่อการส่งออกและเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา

แผนการของธนาคารแห่งประเทศไทยก็คือลดการโยงค่าเงินบาทกับทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งมีราคาสูงขึ้นมากในระยะหลัง แล้วหันไปโยงค่าเงินบาทกับเงินเหรียญสหรัฐแทน เพื่อที่จะทำให้ค่าเงินอ่อนลงและเอื้อต่อภาคส่งออก

แต่ผู้เดชี่ยวชาญเตือนว่าแผนการนี้จะทำให้สหรัฐไม่พอใจไทยเปล่าๆ เช่นกลุ่มบริษัท UBS AG และ ING Groep NV ได้เตือนว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีประเทศที่ต้องเฝ้าจับของสหรัฐฐานบิดเบือนค่าเงินตามตามมาตรฐานที่กำหนดไว็โดยกระทรวงการคลังสหรัฐ แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะพยายามซ้ำๆ ว่าไม่ได้บงการสกุลเงินเพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าโดยไม่เป็นธรรมกับประเทศอื่นๆ

ด้านนายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยกล่าวกับ Bloomberg ว่า ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวลอยตัวภายใต้การจัดการจะทพให้ไทยถูกจับตาจากสหรัฐในทันที ในฐานะประเทศที่อาจจะบงการค่าเงิน แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เท่ากับการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของเงินบาท

สหรัฐเคราะห์ซ้ำโควิดไม่หายเจอซาลโมเนลลาระบาด34รัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629785

วันที่ 02 ส.ค. 2563 เวลา 14:39 น.สหรัฐเคราะห์ซ้ำโควิดไม่หายเจอซาลโมเนลลาระบาด34รัฐเชื้อโรคยังติดลุกลามเข้าไปถึงแคนาดา พบผู้ป่วยแล้วกว่า 500 คนในทั้งสองประเทศ

ในขณะที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างหรักหน่วงจนสหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คนต่อวันมาหลายวันแล้ว ล่าสุด สหรัฐต้องรับมือกับการระบาดของเชื้อโรคซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐกล่าวว่าพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วใน 34 รัฐ โดยรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ โอเรกอน (71 ราย) ยูทาห์ (61 ราย) และแคลิฟอร์เนีย (49 ราย) รวมแล้วในสหรัฐมีผู้ป่วย 396 รายและ 59 คนต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล

นอกจากสหรัฐแล้วแคนาดายังโดนลูกหลงไปด้วย สำนักงานสาธารณสุขของแคนาดารายงานว่าประเทศนี้มีผู้ป่วยซาลโมเนลลา 114 รายและอย่างน้อย 16 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

จากการตรวจสอบที่มาของเชื้อโรคพบว่าหัวหอมแดงที่ปลูกในแคลิฟอร์เนีน่าจะเป็นต้นเหตุการระบาดของเชื้อซาลโมเนลลา โดยต้นทางมาจาก Thomson International ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายหัวหอมแดงที่ผลิตในเมืองเบเกอร์สฟีลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

บริษัท Thomson International กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าได้เรียกคืนหอมหัวใหญ่สีแดง สีเหลือ และสีขาว รวมถึงหัวหอมหวาน (Sweet onion) ที่ถูกส่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเนื่องจากความเสี่ยงจากการปนเปื้อน

ทั้งนี้ เชื้อซาลโมเนลลาเกิดจากการรับปรทานเนื้อสัตว์หรือผักดิบที่ปนเปื้อนเชื้อ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเป็นไข้ ถ่ายเหลว หรืออาเจียน โดยอาการอาจปรากฏอยู่นาน 8-72 ชั่วโมง

Photo Colin / Wikimedia Commons