ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยอีก 1 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629144

วันที่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 12:41 น.ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยอีก 1 ปีกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันต่ออายุฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากไทยอีก 1 ปี ไปจนถึง 31 ก.ค. 2564

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันประกาศว่า ทางการไต้หวันได้ขยายระยะเวลาการยกเว้นการขอวีซ่า หรือฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ฟิลิปปินส์ บรูไน และรัสเซียออกไปอีก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2563-31 ก.ค. 2564

อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่า มาตรการฟรีวีซ่าจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการควบคุมพรมแดนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสของทางการไต้หวัน

ทั้งนี้ หลังจากยกเว้นการขอวีซ่า พบว่าชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันเพิ่มขึ้น 34.49% ในปี 2562

ทั่วโลกป่วยโควิดทะลุ 15.6 ล้านคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629120

วันที่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 08:43 น.ทั่วโลกป่วยโควิดทะลุ 15.6 ล้านคนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งต่อเนื่อง กว่า 15.6 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 6.36 แสนรายแล้ว

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 24 ก.ค. 63 (เวลา 08.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 15,650,441 ราย เสียชีวิต 636,384ราย รักษาหาย 9,534,840 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,169,991 ราย เสียชีวิต 147,333 ราย รักษาหาย 1,979,617 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,289,951ราย เสียชีวิต 84,207ราย รักษาหาย 1,570,237 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,288,130ราย เสียชีวิต 30,645ราย รักษาหาย 817,593ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 795,038 ราย เสียชีวิต 12,892 ราย รักษาหาย 580,330ราย

5. ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 408,052 ราย เสียชีวิต 6,093 ราย รักษาหาย 236,260ราย

6.ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 371,096 ราย เสียชีวิต 17,654 ราย รักษาหาย 255,945 ราย

7.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 370,712 ราย เสียชีวิต 41,908 ราย รักษาหาย 2236,209ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 338,759รายเสียชีวิต 8,838 ราย รักษาหาย 311,431 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 317,246 เสียชีวิต 28,429 ราย

10.ประเทศสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 297,146 ราย เสียชีวิต 45,554 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 104 มีผู้ติดเชื้อ 3,269 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,105 ราย

วัคซีนโควิดมีค่ายิ่งกว่าทองจนต้องเปิดสงครามแฮกข้อมูลกันแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629107

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 21:53 น.วัคซีนโควิดมีค่ายิ่งกว่าทองจนต้องเปิดสงครามแฮกข้อมูลกันแล้วท่ามกลางการแข่งขันชิงความเป็นที่หนึ่งผลิตวัคซีนโควิด ก็มีกลุ่มแฮกเกอร์ออกอาละวาดล้วงข้อมูลงานวิจัยวัคซีนกันเป็นว่าเล่น

นาทีนี้วัคซีน Covid-19 กลายเป็นของมีค่าที่ชาวโลกรอคอย เพราะเราต้องอยู่กับเชื้อโคโรนาไวรัสมากว่าครึ่งปีแล้ว ทำให้นานาประเทศ อาทิ สหรัฐ จีน อังกฤษ เร่งพัฒนาวัคซีนออกมาให้ได้เร็วที่สุด และหลายโครงการเข้าใกล้ความจริงแล้ว

ท่ามกลางการแข่งขันนี้ ทำให้กลุ่มแฮกเกอร์ออกอาละวาดล้วงข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน Covid-19 ในหลายประเทศ

ล่าสุด ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติของอังกฤษ (NCSC) เผยคำเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียพยายามแฮกหน่วยงานและองค์กรที่กำลังวิจัยและพัฒนาวัคซีน Covid-19 ในสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา

รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ใช้ชื่อว่า APT29 หรือ Cozy Bear หรือ The Dukes และทางการอังกฤษมั่นใจ 95% ว่าแฮกเกอร์กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย ซึ่งทั้งสหรัฐและแคนาดาต่างสนับสนุนข้อสรุปนี้ของอังกฤษ

สำนักข่าว BBC ระบุว่า คำเตือนครั้งนี้ของอังกฤษไม่ใช่เรื่องปกติ เนื่องจากมีการใช้คำที่เจาะจงว่าเป็นแฮกเกอร์รัสเซียโดยตรง แทนที่จะใช้คำทั่วไปที่รัฐบาลส่วนใหญ่นิยมใช้ นั่นก็คือคำว่า แฮกเกอร์ที่มีหน่วยงานของรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง (state-backed hackers)

BBC ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ข้อกล่าวหาของอังกฤษไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แม้ว่าเรื่องวัคซีนจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในช่วงเวลานี้ก็ตาม เพราะหน่วยข่าวกรองทั่วโลกต่างก็ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยวัคซีน ไม่เว้นแม้แต่สายลับตะวันตก ซึ่งน่าจะกำลังสอดแนมข้อมูลอยู่เช่นกัน

สอดคล้องกับ รอสส์ แอนดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ที่เผยว่า ไม่ใช่รัสเซียเท่านั้นที่พยายามแฮกข้อมูล ทั้งสหรัฐและจีนก็พยายามจะขโมยข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา

ที่ผ่านมา บริษัทยาและองค์กรที่เกี่ยวกับสุขภาพมักจะตกเป็นเป้าการโจมตีของแฮกเกอร์ แต่ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาด พบว่าแฮกเกอร์ออกปฏิบัติการล้วงข้อมูลถี่ขึ้น โดยตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มีการแฮกข้อมูลบริษัทยาเพิ่มขึ้นถึง 300%

นอกจากนี้ การช่วงชิงความเป็นหนึ่งในการผลิตวัคซีน Covid-19 ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิด “ลัทธิวัคซีนชาตินิยม” ที่แต่ละประเทศต่างทุ่มเทให้ได้วัคซีนก่อนเพื่อใช้ในประเทศตัวเอง

ขณะที่การแฮกข้อมูลของแฮกเกอร์รัสเซียยังเป็นการส่งสัญญาณว่าการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับรัสเซียได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากที่ทั้งสองประเทศพยายามล้วงข้อมูลเทคโนโลยียานอวกาศของกันและกันในช่วงสงครามเย็นมาแล้ว

เพราะการได้วัคซีนก่อนย่อมหมายถึงการมีอิทธิพล มีอำนาจต่อรองกับประเทศอื่น

เดวิด ไนเดส ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์การดูแลสุขภาพเผยกับ Bloomberg ว่า “เดิมพันครั้งนี้สูงกว่าครั้งอื่นๆ มีการแข่งขันกันพัฒนาวัคซีน และใครที่พัฒนาได้ก่อนจะได้รางวัลใหญ่”

เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัสเซียกลัวตัวเองจะตกขบวน เพราะทั้งสหรัฐ ยุโรปตะวันตก และจีนต่างก็ทุ่มทุนวิจัยและเตรียมพร้อมผลิตวัคซีนแล้ว รัสเซียจึงต้องเร่งผลิตวัคซีนของตัวเองบ้าง

เพราะเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐเผยว่า เป้าหมายของรัสเซียครั้งนี้คือล้วงข้อมูลวิจัยเพื่อนำไปผลิตวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด มากกว่าจะเป็นการบ่อนทำลายความพยายามของประเทศอื่น

ทว่า คิริลล์ ดิมิทรีฟ ซีอีโอกองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซียโต้กลับว่า รัสเซียไม่จำเป็นต้องล้วงข้อมูลวัคซีนจากประเทศอื่น เพราะได้ทำสัญญากับบริษัทยา AstraZeneca เพื่อผลิตวัคซีนของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในโรงงานผลิตยารายใหญ่ของรัสเซียแล้ว

โดยสัญญาดังกล่าวจะทำให้รัสเซียได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนและส่วนผสมทั้งหมด ไม่ต้องแฮกให้เหนื่อย

แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญฝั่งตะวันตกก็ยังไม่คลายความสงสัยรัสเซีย

ไมเคิล อีเบิร์ต รองประธานบริหารบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ Focal Point Data Risk ในสหรัฐมองว่า รัสเซียไม่ได้ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จนถึงขั้นที่จะผลิตวัคซีนได้รวดเร็วเท่ากับสหรัฐ อังกฤษ จีน หรือประเทศอื่น

ถ้าไม่แฮกข้อมูลของประเทศอื่นมาต่อยอดก็ไม่มีทางผลิตได้ก่อนแน่นอน

หรือการผนึกกำลังแฉรัสเซียของอังกฤษ สหรัฐ และแคนาดา จะเป็นการดิสเครดิตการพัฒนาวัคซีนของรัสเซีย เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกแซงหน้า เพราะหากเป็นไปตามที่ดิมิทรีฟบอก วัคซีนรัสเซียจะออกสู่ตลาดเร็วที่สุดในเดือน ก.ย.นี้แล้ว

แต่ ปีเตอร์ ชาพิโร นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยามองว่า รัสเซียไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตยาคุณภาพส่งออกรายใหญ่ของโลก และที่ผ่านมาวัคซีนใหม่ๆ ที่พัฒนาโดยรัสเซียก็ไม่ได้รับความนิยมในตลาดหลักอย่าง สหรัฐ ญี่ปุ่น หรือยุโรปตะวันตก

รัสเซียจึงไม่น่าจะต้องลงทุนล้วงข้อมูลให้ต้องบาดหมางกับประเทศอื่น

อย่าลืมว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะทุกประเทศต่างก็ต้องการให้ได้วัคซีนมาอยู่ในมือให้เร็วและมากที่สุด อาจไม่คำนึงถึงว่าวัคซีนมาจากไหน

พิษโควิดทำส่งออกเกาหลีใต้ทรุดหนักสุดรอบ 57 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629077

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 18:45 น.พิษโควิดทำส่งออกเกาหลีใต้ทรุดหนักสุดรอบ 57 ปีเกาหลีใต้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังส่งออกชะงักเพราะโควิด

ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้หดตัว 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวมากที่สุดในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่ปี 1998

ขณะที่ตัวเลขการส่งออก ซึ่งคิดเป็น 40% ของตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศ ตกต่ำที่สุดในรอบ 57 ปี

อย่างไรก็ดี ฮงนัมกี รัฐมนตรีกระทรวงการคลังยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้จะฟื้นตัวได้เร็ว

“เป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้จะฟื้นตัวแบบจีนในช่วงไตรมาสที่ 3 หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสลดลง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลกกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง” ฮงนัมกีกล่าว

ทั้งนี้ Civid-19 ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจทั่วโลก เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 3.4% ในไตรมาสแรกของปี 2020 และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสิงคโปร์ก็เข้าสู่ภาวะถดถอยตามไปอีกประเทศ โดย GDP สิงคโปร์หดตัว 12.6%

วาฬยักษ์ยาว 23 เมตรตายเกยตื้นชายหาดอินโดฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629071

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 16:39 น.วาฬยักษ์ยาว 23 เมตรตายเกยตื้นชายหาดอินโดฯนักอนุรักษ์พบซากวาฬขนาดใหญ่เกยตื้นชายหาดอินโดนีเซีย เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการตาย

ชาวอินโดนีเซียพบซากวาฬขนาดใหญ่ยาว 23 เมตร เกยตื้นบนชายหาดเมืองกูปังบนเกาะติมอร์เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่มันจะถูกคลื่นซัดกลับลงทะเลอีกครั้งในวันถัดมา จนเจ้าหน้าที่ต้องออกไปลากซากวาฬที่เริ่มขึ้นอืดกลับเข้าชายฝั่งอีกครั้งเพื่อตรวจสอบการตาย

ลิดยา เทซา ซาปุตรา นักอนุรักษ์ท้องถิ่นเผยว่า คาดว่าวาฬตัวดังกล่าวเป็นวาฬสีน้ำเงิน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย โดยวาฬน่าจะตายจากที่อื่นแล้วถูกซัดเข้าฝั่ง และตายมาระยะหนึ่งแล้ว

เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว วาฬนำร่องเกยตื้นตายใกล้กับชายหาดเมืองกูปัง 7 ตัว และในปี 2018 ยังพบวาฬหัวทุยเกยตื้นตาย โดยในท้องมีขยะพลาสติกกว่า 100 ชิ้น

ทั้งนี้ วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีน้ำหนักถึง 200 ตัน เฉพาะลิ้นอย่างเดียวหนักได้เท่ากับช้าง 1 ตัว ลำตัวยาวราว 32 เมตร มีอายุขัยเฉลี่ย 80-90 ปี

อนามัยโลกคาดชาวโลกต้องรอวัคซีนโควิดจนถึงต้นปีหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629064

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 14:33 น.อนามัยโลกคาดชาวโลกต้องรอวัคซีนโควิดจนถึงต้นปีหน้าแม้ว่าการพัฒนาวัคซีน Covid-19 จะมีความก้าวหน้า แต่กว่าจะผลิตออกมาใช้ได้ต้องรอจนถึงต้นปีหน้า

ไมค์ ไรอัน ประธานโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า การวิจัยวัคซีน Covid-19 มีคามก้าวหน้าที่น่าพอใจ โดยหลายวัคซีนเริ่มเข้าสู่การทดสอบในระยะสุดท้ายแล้ว แต่คาดว่าต้องรอไปจนถึงช่วงต้นปีหน้าจึงจะผลิตออกมาใช้ได้

“เราคืบหน้าไปมาก ขณะนี้หลายวัคซีนกำลังทดสอบในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายก่อนนำมาใช้ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนล้มเหลว ทั้งในแง่ของความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน” ไรอันกล่าว

นอกจากนี้ ยังย้ำว่าจะกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรมให้ทั่วถึงทุกคน แต่กลับมีข่าวว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมทุ่มเงิน 1,950 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกว้านซื้อวัคซีน Covid-19 100 ล้านโดสจากบริษัท Pfizer และ BioNTech หากผลการทดสอบออกมาว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ไทยผงาด รั้งอันดับ 1 ประเทศเหมาะเริ่มธุรกิจที่สุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629059

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 12:27 น.ไทยผงาด รั้งอันดับ 1 ประเทศเหมาะเริ่มธุรกิจที่สุดในโลกประเทศไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน

เว็บไซต์ U.S. News & World Report ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เผยแพร่ข่าว ความเห็น และการจัดอันดับต่างๆ ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่อชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกประจำปี 2020 (Best Countries to Start a Business) โดยพบว่า ประเทศไทย ยังคงรักษาอันดับ 1 ประเทศที่เหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจที่สุด จากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 73 ประเทศ

U.S.News ซึ่งได้ใช้รายงานของธนาคารโลกในการจัดอันดับระบุว่า ประเทศไทยยังรักษาอันดับหนึ่งของการจัดอันดับมาตั้งแต่ปี 2019 โดยการเริ่มต้นทำธุรกิจในไทยใช้เวลาเพียง 6 วันกับ 5 ขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังมีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

นอกจากไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ ในเอเชียยังติดอันดับท็อป 5 ด้วย อาทิ มาเลเซีย อันดับ 2 โดยเป็นการขยับจากอันดับ 5 ของตารางเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งการเริ่มต้นทำธุรกิจในมาเลเซียต้องใช้เวลา 17 วันครึ่ง กับ 8.5 ขั้นตอน

อันดับ 3 คือ จีน ใช้เวลา 9 วัน กับ 4 ขั้นตอน นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ทางการจีนเริ่มอำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริการจดทะเบียนบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์ และทำให้การจดทะเบียนประกันสังคมง่ายขึ้น

ส่วนสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 4 ที่ใช้เวลา 1 วันครึ่ง กับ 2 ขั้นตอน ตามด้วยอินเดีย ที่ต้องรอ 18 วัน กับ 10 ขั้นตอนในการดำเนินการ

ทั้งนี้ การวิจัยชิ้นนี้ทำการสอบถามบุคคลในวงการธุรกิจเกือบ 6,000 คนทั่วโลก โดยพิจารณาจากระบบราชการ ต้นทุนการผลิต การเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ในโลก และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ป่วยโควิดทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะ15.3ล้านราย สหรัฐพุ่งอีกกว่า 7 หมื่นราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629041

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 08:18 น.ป่วยโควิดทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะ15.3ล้านราย สหรัฐพุ่งอีกกว่า 7 หมื่นรายยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่งต่อเนื่อง แตะกว่า 15 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนรายแล้ว “สหรัฐ” วันเดียวติดเชื้อพุ่งกว่า 7 หมื่นราย บราซิล กว่า 6.5 หมื่นราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 23 ก.ค. 63 (เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 15,364,259 ราย เสียชีวิต 629,304 ราย รักษาหาย 9,343,815ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,100,209 ราย เพิ่มขึ้น 71,640 ราย เสียชีวิต 146,148 ราย เพิ่มขึ้น 1,219 รักษาหาย 1,942,607 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,231,871 รายเพิ่มขึ้น 65,339 ราย เสียชีวิต 82,890ราย เพิ่มขึ้่น 1,293 ราย รักษาหาย 1,532,138 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,239,684 ราย เพิ่มขึ้น 45,599 ราย เสียชีวิต 29,890 ราย เพิ่มขึ้น 1,120 ราย รักษาหาย 784,266 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 789,190 ราย เพิ่มขึ้น 5,862 ราย เสียชีวิต 12,745 ราย เพิ่มขึ้น 165 ราย รักษาหาย 572,053ราย

5. ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 394,948 ราย เพิ่มขึ้น 13,150 ราย เสียชีวิต 5,940 ราย เพิ่มขึ้น 572 ราย รักษาหาย 229,175ราย

6.ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 366,550 รายเพิ่มขึ้น 4,463 เสียชีวิต 17,455ราย เพิ่มขึ้น 188 ราย รักษาหาย 252,246 ราย

7.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 356,255 ราย เพิ่มขึ้น 6,859 ราย เสียชีวิต 40,400 ราย เพิ่มขึ้น 915 ราย รักษาหาย 227,165 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 336,402ราย เพิ่มขึ้น 1,719 ราย เสียชีวิต 8,722 รายเพิ่มขึ้น 45 ราย รักษาหาย 309,241 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 314,691เพิ่มขึ้น 1,357 ราย เสียชีวิต 28,426 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย

10.ประเทศสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 296,377 ราย เพิ่มขึ้น 560 ราย เสียชีวิต 45,501รายเพิ่มขึ้น 79 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 103 มีผู้ติดเชื้อ 3,261 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,105 ราย

กลิ่นสงครามโชยมา? สหรัฐหักพร้าด้วยเข่าปิดกงสุลจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629006

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 16:50 น.กลิ่นสงครามโชยมา? สหรัฐหักพร้าด้วยเข่าปิดกงสุลจีนเมื่อไรก็ตามที่สหรัฐเริ่มขับเจ้าหน้าที่ทูตจีนหรือลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อนั้นกลิ่นของสงครามและการเผชิญหน้าด้วยความรุนแรงก็จะยิ่งชัดกว่านี้

หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า วันนี้ (22 ก.ค.) สถานกงสุลใหญ่จีนในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัสของสหรัฐได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากทางการสหรัฐให้ปิดสถานทูตภายใน 72 ชั่วโมง โดยจีนพร้อมตอบโต้กลับอย่างเท่าเทียมกันหากรัฐบาลสหรัฐไม่เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ต่อมา มอร์แกน ออร์ทากัส โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันว่า ได้สั่งปิดสถานกงสุลของจีนในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ และข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน

ก่อนจะมีแถลงการณ์ออกมา สื่อท้องถิ่นสหรัฐรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เดินทางไปยังสถานกงสุลจีนหลังได้รับแจ้งจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่า มีการเผากระดาษจำนวนมากด้านนอกตัวอาคารจนกลุ่มควันลอยขึ้นท้องฟ้า แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป โดยเบื้องต้นไฟดับแล้ว

นี่คือความแข็งกร้าวต่อจีนอย่างที่สหรัฐไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ใช่ว่าทรัมป์ไม่เคยทำกับประเทศอื่น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เกิดความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับสหรัฐในกรณีที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในเดือนธันวาคม 2016 นักการทูตรัสเซียสี่คนที่ประจำการในสถานกงสุลรัสเซียในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าหนึ่งคน ถูกรัฐบาลสหรัฐประกาศเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นหน่วยสืบราชการลับที่แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ในวันที่ 31 สิงหาคม 2017 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้สั่งให้ปิดสถานกงสุลรัสเซียในวันที่ 2 กันยายน 2017 หรือภายในเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนปิดสถานกงสุลมีผู้เห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากอาคาร คาดว่าเป็นการเผาทำลายเอกสารที่เกี่ยวกับความมั่นคง

การเผาเอกสารเกิดขึ้นเช่นกันที่สถานกงสุลจีนคราวนี้

เรื่องระหว่างรัสเซียกับสหรัฐยังไม่จบแค่นี้ ปลายเดือนมีนาคม 2018 รัฐบาลทรัมป์สั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 60 คนออกจากประเทศโดยกล่าวหาว่าเป็นสายลับสวมรอยมาเป็นนักการทูต คนเหล่านี้และครอบครัวมีเวลา 7 วันเพื่อออกจากสหรัฐ และรัฐบาลสหรัฐยังสั่งปิดสถานกงสุลรัสเซียในเมืองซีแอตเติลด้วย เนื่องจากอยู่ใกล้กับฐานทัพเรือดำน้ำและบริษัทโบอิ้ง คาดว่าน่าจะเป็นความกังวลเรื่องการสอดแนมเทคโนโลยี

ลักษณะของการปิดสถานกงสุลที่ซีแอตเติลคล้ายๆ กับการปิดสถานกงสุลจีนคราวนี้ เพราะตั้งอยู่ในเมืองฮุสตันที่เป็นฐานปฏิบัติการด้านอวกาศของสหรัฐ (Johnson Space Center)

กับกรณีของรัสเซีย รัสเซียตอบโต้ด้วยการขับไล่นักการทูตอเมริกัน 60 คนและปิดสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเวลาไล่เลี่ยกัน คือปลายเดือนมีนาคม 2018 คาดว่าจีนก็คงทำแบบเดียวกัน

การปิดสถานกงสุลอย่างฉับพลันถือว่าผิดต่ออนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ค.ศ.1961 หรือไม่?

เมื่อปี 2017 รัสเซียจะอ้างว่าสหรัฐกำลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ฝ่ายบริหารของทรัมป์อ้างอนุสัญญากรุงเวียนนาที่ให้สิทธิ์แก่ประเทศเจ้าภาพในการยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ได้ที่จะให้ประเทศอื่นๆ ตั้งสถานกงสุล

สรุปก็คือสหรัฐไม่ผิดที่จะปิดสถานกงสุล

คราวนี้จีนก็อ้างแบบรัสเซียเหมือนกัน แน่อนว่าสหรัฐก็คงต้องตอบแบบเดียวกัน กระนั้นก็ตามแม้ว่าจะไม่ขัดต่ออนุสัญญากรุงเวียนนา แต่มันขัดต่อมารยาททางการทูตอันดี และยังทำให้สถานการณ์โลกคุกรุ่นยิ่งขึ้น

ยังเป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลทรัมป์สั่งปิดสถานกงสุล 2 ประเทศในเวลาใกล้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐทั้ง 2 เหตุการณ์

กรณีการปิดสถานกงสุลรัสเซียที่ซานฟรานซิสโกเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเพียง 1 เดือน ส่วนการปิดสถานกงสุลจีนที่ฮุสตันเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐประมาณ 4 เดือน 

กรณีของทรัมป์ที่ปิดสถานกงสุลรัสเซียอาจเป็นกลบเกลื่อนความน่าสงสัยของเขาเองที่โยงใยนกับรัสเซีย เพราะหากจำกันได้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2017 ว่าข้อมูลจากบันทึกทางโทรศัพท์และการสอดแนมสื่อสารแสดงให้เห็นว่าผู้ร่วมงานของทรัมป์ซึ่งรวมถึงสมาชิกแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ มีการติดต่อซ้ำๆ กับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของรัสเซีย

การที่ทรัมป์ปิดสถานกงสุลจีนในเวลาไล่ๆ กับการเลือกตั้งก็อาจมีเจตนาเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นความนิยมของเขาในศึกเลือกตั้ง เพราะคะแนนนิยมของเขาตกต่ำลงมากจากความล้มเหลวในการควบคุมโควิด-19

แต่แทนที่ทรัมป์กับคนในรัฐบาลจะเร่งแก้ไขโควิด-19 เขากับทุ่มเทพลังไปกับการเล่นงานจีนทั้งประเด็นฮ่องกง, ซินเจียง และทะเลจีนใต้ จนน่าสงสัยว่าเขามีเจตนาแอบแฝง

โชคดีที่สถานกงสุลไม่เหมือนกับสถานเอกอัครราชทูต ดีกรีความสำคัญก็น้อยกว่า เมื่อไรก็ตามที่สหรัฐเริ่มขับเจ้าหน้าที่ทูตจีนหรือลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อนั้นกลิ่นของสงครามและการเผชิญหน้าด้วยความรุนแรงก็จะยิ่งชัดกว่านี้

สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629005

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 16:20 น.สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐนับจากนี้ไปน่าจับตามองทุกวินาที

มอร์แกน ออร์ทากัส โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า ทางการสหรัฐได้สั่งปิดสถานกงสุลของจีนในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ และข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน

ด้าน หวางอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า ได้รับคำสั่งจากทางการสหรัฐให้ยุติการดำเนินการของสถานกงสุล และปิดทำการภายใน 72 ชั่วโมง

โดยหวางอี้ยังโต้กลับว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการยกระดับการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับจีนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการสหรัฐเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวทันที มิเช่นนั้นจีนจะตอบโต้กลับ