เผยภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจของเจ้าชายจอร์จในวันพระชันษา 7 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628995

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 15:40 น.เผยภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจของเจ้าชายจอร์จในวันพระชันษา 7 ปีสำนักพระราชวังเคนซิงตันเผยแพร่พระรูปเจ้าชายจอร์จ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระชันษา 7 ปี 

เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มีพระชันษา 7 ปีในวันนี้(22 ก.ค.)

พระรูปทั้งสองรูปเผยให้เห็นอิริยาบถในวันสบายๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจนเห็นฟันของเจ้าชายน้อยผู้สืบสันตติวงศ์ลำดับที่ 3 ของราชวงศ์อังกฤษ

ทั้งสองภาพถ่ายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาโดยเจ้าหญิงแคเธอรีน พระมารดา ในช่วงเวลาที่ทรงใช้เวลาช่วงล็อกดาวน์กับเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงชาร์ลอต เจ้าชายหลุยส์ที่พระตำหนักนอร์ฟอล์กทางตะวันออกของอังกฤษ

ทั้งนี้ เจ้าหญิงแคเธอรีนมักจะใช้รับเสียงชื่นชมในฝีมือการลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพอิริยาบถของสมาชิกในครอบครัวของพระองค์

ไทยเสี่ยงถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำปั่นค่าเงิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628986

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 13:39 น.ไทยเสี่ยงถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำปั่นค่าเงินไทยและไต้หวันอาจถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำประเทศที่แทรกแซงค่าเงินเพื่อเอาเปรียบทางการค้า

ธนาคารเพื่อการลงทุนข้ามชาติ UBS ของสวิตเซอร์แลนด์เผยว่า ไทยและไต้หวันอาจถูกกระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำประเทศที่ต้องจับตาเรื่องการแทรกแซงอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ได้เปรียบในการส่งออกสินค้ามายังสหรัฐ

กระทรวงการคลังของสหรัฐจะขึ้นบัญชีดำประเทศที่ต้องเฝ้าจับตาหากเข้าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ 1) ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐตั้งแต่ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 2) แทรกแซงค่าเงินต่อเนื่องเกินกว่า 6 เดือนในรอบ 1 ปีย้อนหลัง และเข้าซื้อเงินดอลลาร์เกินกว่า 2% ของจีดีพีของประเทศ 3) เกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า  2% ของจีดีพี

UBS ระบุว่าไทยเข้าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้ง 3 ข้อ เช่นเดียวกับไต้หวันที่เพิ่งหลุดออกจากบัญชีดำเมื่อปี 2017 แต่ทั้งสองประเทศยังไม่ถูกขึ้นบัญชีดำที่สหรัฐเปิดเผยครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ไม่กังวลเกี่ยวกับรายงานนี้ เนื่องจากทางการไทยได้ชี้แจงนโยบายการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐกับกระทรวงการคลังสหรัฐแล้ว

หนุ่มปาเลสไตน์ปีนโรงพยาบาลนั่งเฝ้าแม่ป่วยโควิดจนแม่จากไป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628946

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 09:55 น.หนุ่มปาเลสไตน์ปีนโรงพยาบาลนั่งเฝ้าแม่ป่วยโควิดจนแม่จากไปภาพน่าประทับใจนี้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์จนเขาได้เข้าไปเยี่ยมแม่ใกล้ๆ ในห้องผู้ป่วย

สำนักข่าว Mothership รายงานว่า ญิฮัด อัล ซูไวติ หนุ่มชาวปาเลสไตน์ เป็นห่วงแม่ที่นอนรักษาตัวจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสอยู่ในโรงพยาบาลรัฐเฮบรอนในเขตเวสต์แบงก์ จึงปีนขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่างเพื่อเฝ้าแม่อยู่นอกห้องเป็นประจำทุกวัน จนกระทั่งแม่ของเขาจากไป

รายงานระบุว่าชาpรายนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมแม่ในห้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่เขายืนยันว่าจะนั่งเฝ้าแม่อยู่บนขอบหน้าต่างด้านนอก เพื่อให้แน่ใจว่าแม่ได้รับการดูแลอย่างดี

ภาพของเขาถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ทำให้ในเวลาต่อมาเจ้าตัวได้เข้าไปดูแลแม่ใกล้ๆ ในห้องก่อนที่เธอจะเสียชีวิต

ทั่วโลกติดโควิด พุ่งทะลุ 15 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 6 แสน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628959

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 09:11 น.ทั่วโลกติดโควิด พุ่งทะลุ 15 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 6 แสนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุกว่า 15 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนรายแล้ว “สหรัฐ” ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุด ตามด้วย “บราซิล”

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 22 ก.ค. 63 (เวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 15,091.880 ราย เสียชีวิต 619,410 ราย รักษาหาย 9,110,208 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 4,028,569 ราย เสียชีวิต 144,953ราย รักษาหาย 1,886,583 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,166,532 ราย เสียชีวิต 81,597 ราย รักษาหาย 1,465,970 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,194,085 ราย เสียชีวิต 28,770 ราย รักษาหาย 752,393 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 783,328 ราย เสียชีวิต 12,580 ราย รักษาหาย 562,384 ราย

5. ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 381,798 ราย เสียชีวิต 5,368 ราย รักษาหาย 208,144ราย

6.ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 362,087ราย เสียชีวิต 13,579 ราย รักษาหาย 248,746 ราย

7.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 356,255 ราย เสียชีวิต 40,400 ราย รักษาหาย 227,165 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 334,683ราย เสียชีวิต 8,677 รายรักษาหาย 306,816 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 313,274 ราย เสียชีวิต 28,424 ราย

10.ประเทศสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 295,817 ราย เสียชีวิต 45,422ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 103 มีผู้ติดเชื้อ 3,255 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,105 ราย

โลกร้อนขึ้น สัญญาณเตือนของภัยพิบัติรุนแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628939

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 20:01 น.โลกร้อนขึ้น สัญญาณเตือนของภัยพิบัติรุนแรงความล้มเหลวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอาจทำให้สภาพอากาศสุดขั้ว อาทิ ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำและทวีความรุนแรงขึ้น

ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องเจอกับน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มหนักที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ จากฝนที่ว่ากันว่าตกหนักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้องอพยพชาวบ้านนับล้านๆ คน

แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นต้องเจอฝนตกหนักอยู่แล้ว แต่สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather) แบบนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นบวกกับระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ไอน้ำมหาศาลจากทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ จะก่อตัวเป็นกลุ่มไอน้ำในบรรยากาศขนาดใหญ่ ทำให้เกิดพายุฝนตกหนักในปริมาณเท่ากับน้ำฝนทั้งปีในญี่ปุ่น

ด้านจีนเจอฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดดินถล่มและน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีในพื้นที่ 27 มณฑลจากทั้งหมด 31 มณฑล ส่งผลกระทบกับประชาชนราว 37 ล้านคน เสียชีวิตหรือสูญหาย 141 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 86,000 ล้านหยวน

จีนต้องเจอกับน้ำท่วมเป็นปกติในช่วงฤดูร้อน แต่เมื่อรวมกับปัจจัยด้าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป หลายพื้นที่จึงมีฝนตกหนักยาวนานและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

รายงานประจำปีด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของจีนเมื่อปีที่แล้วระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1961-2018 เกิดฝนตกหนักในจีนเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1990

ขณะที่อินเดียซึ่งอยู่ในฤดูมรสุมและเผชิญกับน้ำท่วมหนักไม่ต่างจากจีน กระทรวงวิทยาศาสตร์โลกเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศ พบว่าภาวะโลกร้อนจะส่งผลให้อินเดียมีฝนตกหนัก ถูกพายุไซโคลนถล่ม และแห้งแล้งมากขึ้นตลอดช่วงศตวรรษนี้ หรือจนถึงปี 2100

นอกจากนี้ ยังคาดว่าภายในปี 2100 อุณหภูมิของอินเดียจะเพิ่มขึ้นอีกราว 4.4 องศาเซลเซียส

แต่กรณีของอินเดียอาจแตกต่างจากประเทศอื่นคือ อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้บางพื้นที่มีความแห้งแล้ง ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่เจอทั้งฝนและพายุไซโคลน

อย่างไรก็ดี ซ่งเหลียนชุน นักอุตุนิยมวิทยาจากศูนย์สภาพภูมิอากาศแห่งชาติจีนเผยว่า เราไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง แต่จากการเฝ้าจับตามาระยะหนึ่ง ภาวะโลกร้อนทำให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากขึ้น

ส่วนแนวโน้มของประเทศไทย ดัชนีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศตามเมืองต่างๆ ในปี 2050 ของ Nestpick เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลอพาร์ทเม้นต์ทั่วโลกพบว่า กรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

ในภาพเป็นความเสียหายจากอุทกภัยหลังจากฝนตกหนักในจังหวัดฮิโรชิมะของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

AFP PHOTO / Martin BUREAU

สาวเปลือยร่างท้าเจ้าหน้าที่ ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์ถึงกับถอย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628919

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 17:07 น.สาวเปลือยร่างท้าเจ้าหน้าที่ ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์ถึงกับถอยการประท้วงที่เมืองพอร์ตแลนด์มีสีสันขึ้นมาทันทีหลังการปรากฎตัวของหญิงสาวลึกลับผู้นี้

ในเวลานี้การประท้วงที่เกิดขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ของสหรัฐมีจุดเริ่มต้นมาจากความไม่พอใจกรณีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ และกระแสต่อต้านการเหยียดสีผิว แต่ไม่มีที่ไหนที่จะเร้าใจเท่ากับการประท้วงที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออรีกอน นอกจากจะเป็นเมืองที่มีการประท้วงยืดเยื้อที่สุดแห่งหนึ่งแล้ว ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งออกมาเปลือยร่างท้าทายเจ้าหน้าที่จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

หญิงสาวคนนี้ได้รับฉายาว่า “อะธีนาเปลือย” (Naked Athena) ซึ่งเป็นชื่อของเทพีแห่างสงครามและสติปัญญาของกรีกโบราณ เธอไม่ได้จับอาวุธขึ้นต่อต้านเจ้าหน้าที่ แต่เปลือยกายล่อนจ้อนแล้วนั่งถ่างขาอ้าซ่าเผชิญหน้ากับตำรวจ

จากคลิปวิดิโอจะเห็นว่าอะธีนาเปลือย (ซึ่งปกปิดใบหน้าไว้) เดินดุ่มๆ ที่กลางถนนแล้วเดินตรงไปที่แนวตำรวจปราบจลาจลอย่างมั่นอกมั่นใจ แล้วชี้หน้าไปที่เจ้าหน้าที่ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนในบริเวณนั้น หลังจากนั้นผู้ถ่ายภาพและคลิปเหตุการณ์นี้ได้โพสต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กและถูกแชร์ไปทั่วโลก

หลังจากที่อะธีนาเปลือยปรากฎตัวต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็ถอนกำลังออกไปหลังจากนั้นประมาณ 10 นาที 

ภาพจาก @DonovanFarley/Twitter

อีก 80 ปีหมีขั้วโลกจะสูญพันธุ์เพราะโลกร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628908

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 15:31 น.อีก 80 ปีหมีขั้วโลกจะสูญพันธุ์เพราะโลกร้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้น้ำแข็งขั้วโลกที่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยละลายจนหมีขาดอาหาร

ผลการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Climate Change ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน จะทำให้ประชากรหมีขั้วโลกเสี่ยงสูญพันธุ์ภายในปี 2100 หรืออีก 80 ปีข้างหน้า เนื่องจากน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยละลาย

งานวิจัยยังระบุอีกว่า เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย หมีขั้วโลกจะถูกบีบบังคับให้อพยพไปอยู่บนพื้นดิน ทำให้การล่าแมวน้ำเป็นไปได้ยากขึ้น ส่งผลให้หมีขั้วโลกต้องนำไขมันที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้ ซึ่งวิธีนี้เป็นอันตรายกับหมี

นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบว่าลูกหมีขั้วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงที่สุด เนื่องจากต้องอดอาหาร ขณะที่หมีตัวเต็มวัยเพศเมียที่ไม่มีลูกจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจประชากรหมีขั้วโลกตั้งแต่ปี 1979-2016 แล้วใช้โมเดลคอมพิวเตอร์คำนวณว่าหมีขั้วโลกจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าใดหากต้องอดอาหาร ร่วมกับการคำนวณว่าหมีขั้วโลกราว 80% ของหมีทั้งหมดจะต้องเผชิญกับภาวะนำแข็งขั้วโลกละลายจนไร้ที่อยู่อาศัยเมื่อใด

ชาวเวียดนามอยากได้ลูกชาย ทำแท้งทารกหญิงปีละ 40,800 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628894

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 13:25 น.ชาวเวียดนามอยากได้ลูกชาย ทำแท้งทารกหญิงปีละ 40,800 คนหลายปีที่ผ่านมาเวียดนามพยายามแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเพศ แต่ชาวเวียดนามส่วนใหญ่ก็ยังนิยมเลือกเพศทารกให้เป็นเพศชาย  

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) เผยรายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี 2020 โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า แต่ละปีมีการทำแท้งทารกเพศหญิงกว่า 40,800 รายในเวียดนาม อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมการให้ความสำคัญกับเพศชาย

ปัญหาความไม่สมดุลของเพศในเวียดนามเริ่มมีแนวโน้มมาตั้งแต่ปี 2004 และเด่นชัดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2005 โดยข้อมูลสำมะโนประชากรของปี 2019 ระบุว่า มีอัตราส่วนทารกเพศชายต่อทารกเพศหญิงอยู่ที่ 111.5 ต่อ 100 คน  ขณะที่อัตราส่วนทางเพศตามธรรมชาติอยู่ที่ 105 ต่อ 106 คน 

รายงานระบุว่าความไม่สมดุลระหว่างเพศในเวียดนามเกิดจากค่านิยมเลือกเพศทารก ที่ให้ความสำคัญกับเพศชายมากกว่า  ไม่ว่าจะเป็น ทำแท้งหากเป็นทารกเพศหญิง เลือกเพศตัวอ่อนทารกก่อนนำมาฝังในมดลูก  คัดเลือกสเปิร์มสำหรับทำเด็กหลอดแก้ว ส่งผลให้ทารกหญิงถูกทำแท้งราว 40,800 คนต่อปี

นาโอมิ คิตะฮะระ ตัวแทนจาก UNFPA ประจำเวียดนามระบุว่า เมื่อผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิง ปัญหาสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเพศจะเกิดขึ้น อาทิ การข่มขืน การคุกคามทางเพศ แสวงหาประโยชน์ทางเพศ การค้ามนุษย์ และการแต่งงานกับเด็ก

ทั้งนี้ ทั่วโลกมีการทำแท้งทารกเพศหญิงราว 1.18 ล้านคนต่อปี โดย 666,300 รายอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ (รวมไต้หวันและฮ่องกง) และ 461,500 อยู่ในอินเดีย

อังกฤษฉีกสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงตอบโต้จีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628884

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 11:45 น.อังกฤษฉีกสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงตอบโต้จีนทางการอังกฤษระงับสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงโดยมีผลทันที กังวลถูกส่งตัวต่อให้ทางการจีน

ดอมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ แถลงต่อที่ประชุมสภาว่าทางการอังกฤษจะระงับสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงทันทีและไม่มีกำหนด เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ทางการจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกงเมื่อ มิ.ย.ที่ผ่านมา

การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระบุว่า หากชาวฮ่องกงตกเป็นผู้ต้องสงสัยในอังกฤษ ทางการอังกฤษสามารถขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีที่อังกฤษได้ เช่นเดียวกับฮ่องกงที่สามารถของให้ทางการอังกฤษส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับไปดำเนินคดีที่ฮ่องกง

ด้วยเหตุนี้ ทางการอังกฤษจึงกังวลว่าหากยังใช้สัญญานี้ต่อไป ผู้ต้องสงสัยที่ถูกส่งตัวกลับไปฮ่องกงอาจถูกทางการจีนดำเนินคดี

นอกจากนี้ ราบยังเผยอีกว่า ทางการอังกฤษจะขยายมาตรการห้ามค้าอาวุธให้ฮ่องกง ซึ่งบังคับใช้กับจีนมาตั้งแต่ปี 1989 เพื่อไม่ให้อังกฤษส่งออกอาวุธ ระเบิดควัน และกุญแจมือไปใช้จัดการกับผู้ประท้วงในฮ่องกง

ในเวลาต่อมา สถานทูตจีนในกรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ประณามว่า อังกฤษแทรกแซงกิจการของฮ่องกงซึ่งถือเป็นเรื่องภายในของจีน พร้อมทั้งเตือนว่าจีนจะตอบโต้ทางการอังกฤษ

ความเคลื่อนไหวจากทางการอังกฤษล่าสุดทำให้ความสัมพันธ์จีนกับอังกฤษร้าวลึก หลังจากอังกฤษเพิ่งประกาศว่าจะเลิกใช้อุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ย และคัดค้านการใช้กฎหมายความมั่นคงของจีนในฮ่องกง

ชาวจีนกังวลเขื่อนสามผาจะรับน้ำไหวหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628880

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 11:09 น.ชาวจีนกังวลเขื่อนสามผาจะรับน้ำไหวหรือไม่เขื่อนที่กั้นแม่น้ำแยงซีกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพในการรับน้ำหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในจีน

ในขณะที่จีนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในที่ลุ่มแม่น้ำแยงซี ทำให้เกิดคำถามเรื่องประสิทธิภาพของเขื่อนสามผา หรือ Three Gorges Dam ซึ่งเป็นโครงการเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของจีนและจีนยกให้เป็นความสำเร็จด้านวิศวกรรมครั้งสำคัญ

แต่ในช่วงเกิดน้ำท่วมสื่อมวงชนในจีนเริ่มตั้งคำถามว่าเขื่อนจะรับน้ำไหวหรือไม่หรือเขื่อนจะแตกหรือไม่ สำนักข่าว The Global Times ซึ่งเป็นสื่อของทางการจีนจึงได้ซักถามไปยังรัฐวิสาหกิจจัดการเขื่อนสามผา (Three Gorges Corp) เพื่อขอให้ชี้แจ้งความกังวลเหล่านี้

ต่อข้อซักถามที่ว่าเขื่อนสามผาจะแตกหรือไม่ไม่? ทางรัฐวิสาหกิจจัดการเขื่อนสามผาตอบว่า เขื่อนสามผายังทำงานอย่างปลอดภัยด้วยสภาพที่ดี ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรวมแล้วเขื่อนยังทำงานตามปกติ ปลอดภัย และไว้ใจได้

อย่างไรก็ตาม ความกังวลไม่ได้อยู่แค่ในจีนแต่โลกภายนอกจีนก็ตั้งข้อสังเกตเรื่องประสิทธิภาพของเขื่อนแห่งนี้ด้วย เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีสัญญาณน่ากังวลออกมาจากเขื่อน เพราะทางเขื่อเปิดประตูระบายน้ำ 3 แห่งเนื่องจากระดับน้ำสูงกกว่าระดับรองรับน้ำท่วมถึง 50 ฟุต และสำนักข่าว AP รายงานว่าในวันที่ 21 กรกฎาคม มวลน้ำระลอกใหม่จะเคลื่อนตัวมาถึงเขื่อน

Photo by STR / AFP