เศรษฐีฮ่องกงแห่ขอวีซ่าอยู่ไทยยาวหนีกฎหมายมั่นคงจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628659

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 10:31 น.เศรษฐีฮ่องกงแห่ขอวีซ่าอยู่ไทยยาวหนีกฎหมายมั่นคงจีนบรรดาเศรษฐีชาวฮ่องกงพากันขอวีซ่าอยู่ไทยระยะยาว หลังจากทางการจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกงเมื่อเดือนที่แล้ว

สมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท Thailand Privilege Card ตัวแทนจัดหาวีซ่าอีลิทการ์ด (Elite Card) สำหรับชาวต่างชาติฐานะดี เผยกับ เว็บไซต์ Nikkei Asian Review ว่า ช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ที่ผ่านมา มีชาวฮ่องกงยื่นขอวีซ่าอีลิทการ์ดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จากข้อมูลของ Thailand Privilege Card พบว่า ในช่วง 9 เดือนจนถึงวันที่ 31 มิ.ย. ชาวฮ่องกงถือวีซ่าอีลิทการ์ดของไทยเพิ่มขึ้นถึง 380%

แม้ทางบริษัทจะไม่เปิดเผยตัวเลขชาวฮ่องกงที่แท้จริง แต่ Nikkei Asian Review คาดว่ามีชาวฮ่องกงถือวีซ่านี้เพิ่มขึ้นกว่า 50 คนในช่วงเวลาดังกล่าว

ผู้จัดการใหญ่ Thailand Privilege Card คาดว่าจะมีชาวฮ่องกงมายื่นขอวีซ่าอีลิทการ์ดเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 20 คนในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.นี้

นอกจากนี้ สมชัย สูงสว่าง ยังเผยอีกว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้เศรษฐีชาวฮ่องกงพากันยื่นขอวีซ่าเพื่อพำนักในไทยระยะยาวคือ การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของจีนเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งกำหนดความผิดไว้ 4 ประเภท ได้แก่ การแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างการปกครอง การก่อการร้าย และการแทรกแซงจากต่างชาติที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

สมชัย สูงสว่าง เผยกับ Nikkei Asian Review อีกว่า ไทยจะต้องแข่งขันกับหลายชาติในการเปิดรับชาวฮ่องกงกระเป๋าหนัก อาทิ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แต่ไทยมีจุดเด่นทั้งสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกัน วัฒนธรรมที่เป็นมิตร และความสะดวกในการทำธุรกิจ อีกทั้งการขอวีซ่าอีลิทการ์ดยังใช้เวลาเพียง 15 วันทำการ หลังจากผ่านการตรวจสอบประวัติจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2020 ตัวเลขชาวต่างชาติขอวีซ่าอีลิทการ์ดเพิ่มขึ้น 20% จาก 1,894 คนเป็น 10,363 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 38% ญี่ปุ่น 9% สหรัฐและสหราชอาณาจักรประเทศละ 7%

ทั้งนี้ อีลิทการ์ดริเริ่มโดยรัฐบาลไทยเมื่อปี 2003 เพื่อหวังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกระเป๋าหนัก โดยการเสนอให้พำนักในเมืองไทยได้ 5-20 ปี พร้อมกับสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ ฟรีรถลีมูซีนรับส่งจากสนามบิน ช่องทางพิเศษตรวจคนเข้าเมืองในสนามบิน มีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานการรายงานตัวทุกๆ 90 วัน และสิทธิใช้สนามกอล์ฟและสปาฟรี

ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกตลอดชีพตั้งแต่ 500,000-2 ล้านบาท

ทั่วโลกติดโควิด-19 พุ่งกว่า 14 ล้านคน เสียชีวิตเฉียด 6 แสนแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628655

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 09:05 น.ทั่วโลกติดโควิด-19 พุ่งกว่า 14 ล้านคน เสียชีวิตเฉียด 6 แสนแล้วยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุกว่า 14 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเฉียด 6 แสนรายแล้ว “สหรัฐ” ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุด

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 18 ก.ค. 2563 (เวลา 08.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 14,189,018 ราย เสียชีวิต 599,339 ราย รักษาหาย 8,454,865 ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 3,770,012 ราย เสียชีวิต 142,064 ราย รักษาหาย 1,741,233ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 2,048,697 ราย เสียชีวิต 77,932 ราย รักษาหาย 1,366,775 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 1,040,457 ราย เสียชีวิต 26,285 ราย รักษาหาย 654,078 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 759,203 ราย เสียชีวิต 12,123 ราย รักษาหาย 539,379 ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 345,537 ราย เสียชีวิต 12,799 ราย รักษาหาย 233,982 ราย

6. สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 337,594 ราย เสียชีวิต 4,804 ราย รักษาหาย 178,183 ราย

7.ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ 331,298 ราย เสียชีวิต 38,310 ราย รักษาหาย 208,436 ราย

8. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 326,539 ราย เสียชีวิต 8,347 รายรักษาหาย 296,814 ราย

9. ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 307,335 ราย เสียชีวิต 28,420 ราย 10.สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อ 293,239 ราย เสียชีวิต 45,233 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 101 มีผู้ติดเชื้อ 3,239 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,096 ราย

นักการทูต หรือ VIP มีเอกสิทธิ์แค่ไหนบนแผ่นดินไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628628

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 19:03 น.นักการทูต หรือ VIP มีเอกสิทธิ์แค่ไหนบนแผ่นดินไทยกางอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตที่ทำให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องกักตัวโควิด-19

จากกรณีพบลูกสาวอุปทูตซูดานมีเชื้อโคโรนาไวรัสตั้งแต่เดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตเพื่อเลี่ยงการกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด (State Quarantine) และออกไปพักที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งแทน จนเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เท่าเทียมกันในการควบคุมป้องกัน Covid-19  ระหว่างคนทั่วไปกับนักการทูต

มาทำความเข้าใจกันว่านักการทูตมีเอกสิทธิ์และความคุ้มกันอะไรบ้าง

เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน (Privilege & Immunity) หมายถึง สิทธิประโยชน์และความคุ้มกันจากการถูกบังคับตามกฎหมายบางประเภทที่รัฐผู้รับให้แก่คณะผู้แทนทางทูตและตัวแทนทางทูต และเจ้าพนักงานกงสุลของรัฐผู้ส่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะผู้แทนทางทูตและเจ้าพนักงานกงสุลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของตัวแทนทางทูตและเจ้าพนักงานกงสุลจะเริ่มตั้งแต่ขณะที่บุคคลนั้นเข้ามาในอาณาเขตของรัฐผู้รับในการเดินทางไปรับตำแหน่งของตน และเมื่อการหน้าที่ของตัวแทนทางทูตและเจ้าพนักงานกงสุลยุติลง เอกสิทธิ์และความคุ้มกันจะสิ้นสุดลงขณะที่บุคคลนั้นออกไปจากประเทศของรัฐผู้รับ

เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางทูตและกงสุลมีอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ ซึ่งในปัจจุบันมีสถานะเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ได้แก่

1.อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ค.ศ. 1961 (1961 Vienna Convention on Diplomatic Relations)

 ความคุ้มกัน

  • สถานที่ของคณะผู้แทนจะถูกละเมิดมิได้ รวมทั้งสถานที่ของคณะผู้แทน เครื่องตกแต่ง และทรัพย์สินอื่นของคณะผู้แทนในสถานที่นั้น และพาหนะในการขนส่งของคณะผู้แทนจะได้รับความคุ้มกันจากการค้น การเรียกเกณฑ์ การอายัด หรือการบังคับคดี (ข้อ 22)
  • ตัวบุคคลของตัวแทนทางทูตจะถูกละเมิดมิได้ (ข้อ 29) คือจะไม่ถูกจับกุมหรือกักขังในรูปแบบใดๆ
  • ตัวแทนทางทูตได้อุปโภคความคุ้มกันจากอำนาจศาลทางอาญา ทางแพ่ง และทางปกครองของรัฐผู้รับ (ข้อ 31)

เอกสิทธิ์

  • ตัวแทนทางทูตจะได้รับยกเว้นจากค่าติดพันและภาษีทั้งปวงของชาติ ของท้องถิ่น หรือ ของเทศบาล ในส่วนบุคคลหรือในทรัพย์สิน (ยกเว้นค่าติดพันและภาษีบางประเภท เช่น ภาษีทางอ้อมชนิดที่ตามปกติรวมอยู่ในราคาสินค้าหรือบริการแล้ว ค่าติดพันและภาษีจากเงินได้ส่วนตัวจากซึ่งแหล่งกำเนิดในรัฐผู้รับ และภาษีเก็บจากเงินทุนซึ่งได้ลงทุนประกอบการพาณิชย์ในรัฐผู้รับ เป็นต้น) (ข้อ 34)

2.อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ค.ศ. 1963 (1963 Vienna Convention on Consular Relations)

ความคุ้มกัน

  • สถานที่ทางกงสุลจะถูกละเมิดมิได้ รวมทั้งสถานที่ทางกงสุลและเครื่องเรือน ทรัพย์สินและพาหนะของสถานทำการทางกงสุลจะได้รับความคุ้มกันจากการเรียกเกณฑ์ไม่ว่าในรูปแบบใด (ข้อ 31)
  • เจ้าพนักงานกงสุลจะต้องไม่ถูกจับกุมหรือกักขังในระหว่างการดำเนินคดี เว้นแต่ในกรณีอาชญากรรมที่ร้ายแรง (ข้อ 41 วรรคหนึ่ง)

เอกสิทธิ์

  • เจ้าพนักงานกงสุลจะได้รับยกเว้นจากภาษีอากรทั้งปวงของชาติ ท้องถิ่น หรือเทศบาล ในส่วนบุคคลหรือในทรัพย์สิน (ยกเว้นภาษีบางประเภท เช่น ภาษีทางอ้อมชนิดที่ตามปกติรวมอยู่ในราคาของสินค้าหรือบริการแล้ว ภาษีอากรเก็บจากเงินได้ส่วนตัว รวมทั้งผลได้จากทุนซึ่งมีแหล่งที่มาในรัฐ เป็นต้น) (ข้อ 49)

ผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตคือ กลุ่มนักการทูตหรือเจ้าหน้าที่ทูต (Diplomat) ซึ่งมีหลากหลายตำแหน่งตามลำดับชั้นดังนี้

  •  เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม (Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary)
  • อัครราชทูต (Minister)
  • อุปทูต (Chargé d’Affaires)
  • อัครราชทูตที่ปรึกษา (Minister Counsellor)
  • ที่ปรึกษา (Counsellor)
  • เลขานุการเอก (First Secretary)
  • เลขานุการโท (Second Secretary)
  • เลขานุการตรี (Third Secretary)
  • นายเวร (Attaché)
  • กงสุลใหญ่ (Consul General)
  • กงสุล (Consul)
  • รองกงสุล (Vice Consul)
  • กงสุลกิตติมศักดิ์ (Honorary Consul)

ส่วนคนในครอบครัวของตัวแทนทางทูตจะได้รับเอกสิทธิ์ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ค.ศ. 1961 ข้อ 29 คือจะถูกละเมิดมิได้ด้วยเช่นกัน และได้รับความคุ้มครองอื่นๆ คล้ายกับนักการทูตหรือเจ้าหน้าที่ทูต (ข้อ 37)

คำว่าจะถูกละเมิดมิได้ตรงนี้กลายเป็นช่องโหว่ที่สร้างปัญหาในการบังคับใช้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสให้กับทางการไทยหลายครั้ง อาทิ ในกรณีของลูกสาวอุปทูตซูดาน และล่าสุดได้แก่ทูตของสหภาพยุโรปที่เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นนักการทูตของสถานกงสุลเอสโตเนีย

ในภาวะที่เราต้องควบคุมการแพร่ระบาด รัฐบาลไทยควรเจรจากับนานาประเทศเพื่อขอยกเว้นอนุสัญญากรุงเวียนนาฯ เป็นกรณีพิเศษ แล้วบังคับใช้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ ศบค.แทน

ในเวลาต่อมากระทรวงการต่างประเทศได้แถลงว่า จะทบทวนมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามาของนักการทูตให้เข้มงวดมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านของระเบียบเป็นช่วงรอยต่อ

การแถลงของกระทรวงการต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ทางการไทยยังขาดการวางแผนรับมือการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของนักการทูตในช่วงที่ Covid-19 ระบาด และดูจะเกรงใจอนุสัญญากรุงเวียนนาอยู่ไม่น้อย ทั้งที่อนุสัญญาดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ของนักการทูตไว้ชัดเจนในข้อ 41 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้ตัวแทนทางทูตมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกแซงในกิจการภายในของรัฐผู้รับ

เช่นเดียวกับข้อ 55 วรรคหนึ่ง ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ค.ศ. 1963 ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานกงสุลมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกแซงในกิจการภายในของรัฐผู้รับ

ผู้แทนทางการทูตแห่งหนึ่งเปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ว่า ได้รับการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อที่จะชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการกักตัวของผู้แทนการทูต

แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้าที่จะเกิดกรณีต่างๆ เกี่ยวกับนักการทูต หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า VIP หน่วยงานของไทยไม่สามารถแทรกแซงการตัดสินใจของสถานทูตต่างๆ ได้ง่ายๆ ว่าจะปฏิบัติตามคำร้องขอของรัฐบาลไทยหรือไม่ หรือจะปฏิบัติเองเพื่อรักษาอภิสิทธิ์ทางการทูตตามอนุสัญญากรุงเวียนนาฯ

จีนล็อกดาวน์เมืองเอกมณฑลซินเจียง หลังไวรัสกลับมาระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628632

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 18:09 น.จีนล็อกดาวน์เมืองเอกมณฑลซินเจียง หลังไวรัสกลับมาระบาดเมืองอุรุมชีล็อกดาวน์กักพลเมืองห้ามออกจากบ้าน หลังเจอผู้ป่วยโควิดรายใหม่ ยังไม่ชัดเจนระบาดจากไหน

ทางการเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ได้สั่งล็อกดาวน์จำกัดความเคลื่อนไหลชาวเมืองอุรุมชี อันเป็นเมืองเอกของมณฑลอีกครั้งจากการพบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม เพียงไม่นานหลังจากที่จีนสามารถคุมโควิดระบาดในกรุงปักกิ่งได้จากกรณีตลาดค้าส่งซินฟาตี้

เมืองอุรุมชี ซึ่งมีประชากร3.5ล้านคน พบผู้ป่วยโควิดที่ยืนยันแล้วอย่างน้อย 6 ราย ขณะที่มีผู้ติดเชื้ออีก 11 รายที่ยังไม่มีการแสดงอาการใดๆ การพบเคสโควิดในซินเจียงได้ทำลายสถิติ10วันที่จีนไร้ผู้ป่วยโควิดรายใหม่

อย่างไรก็ดีการพบเคสโควิดรายใหม่ในซินเจียงนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าแหล่งที่ทำให้เชื้อกลับมาระบาดอีกรอบนั้นมาจากที่ใด

มาตรการล็อกดาวน์มีผลทำให้ชาวเมืองห้ามเดินทางออกนอกเคหะสถาน ยกเว้นแต่ผู้ป่วยหรือมีสถานการณ์พิเศษ ด้านCaixinสื่อท้องถิ่นของจีนยังรายงานว่า ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมในเมืองถูกสั่งปิด ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 7 วัน

ด้านมณฑลเจ้อเจียงมีรายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมว่า พบผู้เดินทางมาจากมณฑลซินเจียงติดเชื้อโควิดแต่ไม่ได้แสดงอาการป่วย ขณะที่ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไปชาวจีนที่จะเดินทางขาออกจากสนามบินอุรุมชีจะต้องมีผลทดสอบเชื้อเป็นลบเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้ออกจากเมือง เช่นเดียวกับนักเดินทางจากพื้นอื่นต้องมีผลตรวจเช่นกัน

ทั้งนี้ สำหรับมณฑลซินเจียงอุยกูร์ถือเป็นพื้นที่พบการระบาดในระดับต่ำหากเทียบกับพื้นที่อื่นๆของจีน มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 77 ราย รักษาหายแล้ว 73 เสียชีวิตเพียง 3 ราย

ทวิตเตอร์งานเข้า FBI เตรียมสอบสวนกรณีบัญชีคนดังถูกแฮก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628614

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 16:10 น.ทวิตเตอร์งานเข้า FBI เตรียมสอบสวนกรณีบัญชีคนดังถูกแฮกFBI เปิดสอบสวนกรณีแฮกเกอร์เจาะบัญชีคนดังในทวิตเตอร์ครั้งใหญ่

จากกรณีวานนี้ (16 ก.ค.) ที่บัญชีทวิตเตอร์ของบุคคลมีชื่อเสียงหลายรายซึ่งมีผู้ติดตามนับล้านบัญชี อาทินายบิล เกตส์ เจฟฟ์ เบโซส อีลอนมักส์ อดีตประธานาธาธิบดีโอบามา และแรปเปอร์ดังคานเย เวสต์ ถูกแฮกเกอร์เจาะเข้าระบบก่อนจะใช้บัญชีบุคคลมีชื่อเสียงเหล่านี้ทวีตข้อความเชิญชวนให้ผู้ติดตามบริจาคเงินสกุลดิจิตอล

เรื่องดังกล่าวทางด้านหน่วย FBI ของสหรัฐเผยว่าเตรียมจะทำการสอบสวนเหตุการณ์นี้ร่วมกับทางทวิตเตอร์ หลังเกิดกรณีบัญชีของคนดังในสหรัฐหลายรายถูกเจาะเข้าระบบครั้งใหญ่ ทวีตข้อความเชิญชวนให้ผู้ติดตามในหลักล้านคนโอนเงินสกุลบิตคอยน์ไปยังปลายทางซึ่งยังไม่สามารถแกะรอยได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทวิตเตอร์ได้เผยความคืบหน้าเช่นกันว่า กลุ่มแฮกเกอร์ได้โจมตีพนักงานของบริษัทด้วยการเข้าถึงระบบภายในและเครื่องมือภายใน ซึ่งภายหลังเกิดบริษัทกำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจำกัดการเข้าถึงระบบภายในแล้ว อย่างไรก็ดี ยังไม่มีหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุเข้าถึงหรือสามารถเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านของผู้ใช้งานได้

เหตุโจมตีนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเกิดขึ้นบนแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานนับล้านทั่วโลกและเป็นแอพฯยอดนิยมในสหรัฐ โดยนอกจากเอฟบีไอแล้ว มีรายงานว่านายแอนดรูว์ โคโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้สั่งให้หน่วยงานด้านการเงินของรัฐเริ่มกระบวนการสอบสวนด้วย เนื่องจากนครนิวยอร์กเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินโลก ทั้งยังอาจเป็นการแฮกเพื่อหวังผลประโยชน์ในช่วงใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดี เนื่องจากบัญชีของนายโจ ไบเดน และอดีตประธานาธิบดีโอบามา จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือต่างชาติ

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่ทวิตเตอร์จะต้องถูกเอฟบีไอสอบสวน แต่ทวิตเตอร์อาจต้องขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรสในเรื่องดังกล่าวด้วย

กงสุลใหญ่เอสโตเนียแจง ทูตขอกักตัวคอนโดเป็นนักการทูตอียู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628610

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 15:54 น.กงสุลใหญ่เอสโตเนียแจง ทูตขอกักตัวคอนโดเป็นนักการทูตอียูสถานกงสุลใหญ่เอสโตเนียประจำประเทศไทยชี้แจงความเข้าใจผิด นักการทูตเอสโตเนียเข้าเมืองไทยในฐานะนักการทูตเอสโตเนีย ความจริงเป็นทูตอียู

หลังจากมีการรายงานข่าวว่า นักการทูตเอสโตเนียเดินทางกลับเข้าประเทศไทยแล้วขอกักตัวในคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท ซึ่งสถานทูตไม่ได้จัดไว้ให้ แต่นิติบุคคลของคอนโดมิเนียมปฏิเสธ จนต้องมีการเจรจาหลายชั่วโมง สุดท้ายต้องไปกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine)

ดร. วีระชัย เตชะวิจิตร์ กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์เอสโตเนียประจำกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความชี้แจงเรื่องข่าวบิดเบือนที่ว่านักการทูตเอสโตเนียเข้าเมืองไทยในฐานะนักการทูตเอสโตเนีย

โดยข้อเท็จจริงปรากฎว่า ท่านนี้เป็นนัการทูตของ European Union (EU) ประจำประเทศไทย จึงถือว่าอยูในความรับผิดชอบของ EU ดังนั้น EU จึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ทั้งประเทศเอสโตเนียและสถานกงสุลใหญ่ของข้าพเจ้าไม่ทราบการเข้าออกประเทศไทย และจะเข้าไปก้าวก่ายการปฏิบัติราชการของ EU ไม่ได้

คาดว่าวันนี้ทาง EU หรือกระทรวงต่างประเทศ หรือโฆษกของ ศบค. คงจะได้แถลงข้อเท็จจริงของความสับสนนี้ให้ทราบต่อไป

นานาชาติแฉ รัสเซียพยายามแฮกขโมยสูตรวัคซีนโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628585

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 11:50 น.นานาชาติแฉ รัสเซียพยายามแฮกขโมยสูตรวัคซีนโควิดสหรัฐ-อังกฤษ-แคนาดา กล่าวหา รัสเซียพยายามจารกรรมงานวิจัยวัคซีนโควิด-19

รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา พบหลักฐานว่ารัฐบาลเครมลินกำลังพยายามแฮกเจาะระบบเพื่อจารกรรมข้อมูลงานวิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งหลายประเทศกำลังเร่งพัฒนาอยู่ในขณะนี้

ในแถลงการณ์ร่วมระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของอังกฤษ หรือ GCHQ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐและแคนาดาซึ่งต่างเป็นสมาชิกกลุ่ม Five Eyes ระบุว่า กลุ่มนักจารกรรมข้อมูลที่มีชื่อว่า APT29 หรือมีชื่อเรียกว่าแก๊งค์Cozy Bear พยายามแฮกเข้าระบบสถาบันวิจัยวัคซีนในหลายแห่งทั่วโลก โดยพบว่ากลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย

“APT29 เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่รู้จักกันดีว่ามุ่งเป้าจารกรรมข้อมูลสำคัญในองค์กรด้านสาธารณสุขและพลังงงานทั่วโลก ดังนั้นเราจะสนับสนุนให้ทุกคนดำเนินการกับภัยคุกคามนี้อย่างจริงจังและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” แอนน์ นอยเบอร์เกอร์ เจ้าหน้าที่ตัวแทนหน่วยNSAของสหรัฐระบุในแถลงร่วม

อย่างไรก็ดีอังกฤษไม่ได้เผยว่ามีสถาบันวิจัยใดบ้างที่ถูกแฮกข้อมูลหรือได้รับผลกระทบจากความพยายามจารกรรมครั้งนี้ แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าว ด้านรัฐบาลรัสเซียออกมาปฏิเสธถึงคำกล่าวอ้าง ทั้งว่าให้อังกฤษและนานาชาติที่ร่วมกล่าวหารัสเซีย เปิดเผยหลักฐานเพื่อสนับสนุข้อกล่าวหา

แฟ้มภาพ  : AFP

บราซิลขุดหลุมศพรอ หลังยอดโควิดพุ่ง2ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628575

วันที่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 10:52 น.

บราซิลขุดหลุมศพรอ หลังยอดโควิดพุ่ง2ล้าน

ยอดผู้ป่วยโควิดในบราซิลแตะ2ล้าน หรือหมายถึงประชาชนทุกๆ1ใน100คนคือผู้ป่วยโควิด

ทางการบราซิลยืนยันว่า สถานการณ์ไวรัสโควิดระบาดในประเทศมียอดตัวเลขติดเชื้อสะสมมากกว่า 2 ล้านราย มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมมีมากกว่า76,688 คนแล้ว

เฉลี่ยแล้วบราซิลมียอดผู้ป่วยโควิดรายใหม่ต่อวันที่ระหว่าง 20,000 – 40,000 คน หรือคิดประชากรทุก1ใน100คนจะเป็นผู้ป่วยโควิด

ช่วงสี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้บราซิลมียอดป่วยโควิดสะสมใกล้แตะ1ล้านราย แต่ด้วยสถานการณ์ที่เชื้อแพร่ระบาดไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วทำให้เพียงเดือนเดียวยอดป่วยเพิ่มถึง 2 ล้านราย

ด้านกระทรวงสาธารณสุขบราซิลกล่าวว่าในยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดกว่า 60% หรือราว 1.37 ล้านรายรักษาหายแล้ว แต่ถึงกระนั้นความโกรธเคืองของสาธารณชนยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากท่าทีอันไม่เพิกเฉยของรัฐบาลกลางบราซิลเลีย

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ทางการเตือนว่าโลงบรรจุศพที่เตรียมรองรับผู้เสียชีวิตไว้นั้นอาจไม่พอ โดยเฉพาะในรัฐอเมซอนซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลของบราซิล ท้องถิ่นต้องขุดหลุมศพจำนวนมากรอเตรียมไว้เพื่อรองรับผู้เสียชีวิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ภาพ : Reuters

ทำไมสีจิ้นผิงต้องต่อสายตรงคุยนายกประยุทธ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628551

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 21:48 น.ทำไมสีจิ้นผิงต้องต่อสายตรงคุยนายกประยุทธ์เมื่อสหรัฐและจีนแข่งกันขยายอิทธิพลในทะเลจีนใต้ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ประเทศที่เนื้อหอมที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นอาเซียน โดยเฉพาะไทยและสิงคโปร์

เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนได้หารือทางโทรศัพท์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเนื้อหาการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับมือ Covid-19 นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การร่วมลงทุนและรับซื้อสินค้าเกษตรของไทย

และในวันเดียวกัน สีจิ้นผิงยักยกหูถึงนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงของสิงคโปร์ โดยระบุว่าจีนพร้อมจะร่วมมือกับสิงคโปร์เพื่อขจัดความวุ่นวายและร่วมกันปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การหารือกับผู้นำของไทยและสิงคโปร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดถึงขีดสุด ต่างฝ่ายต่างเดินหน้าชนกันเต็มที่ เพราะถ้าเสียอิทธิพลในทะเลจีนใต้ไป ความเป็นมหาอำนาจในย่านนี้จะสั่นคลอนทันที

จีนจึงต้องรีบแสดงความเป็นมิตรไมตรีเพื่อเอาใจทั้งไทยและสิงคโปร์ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะท่าเรือที่จีนใช้ในการขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นของโลก

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า ข้อความที่สีจิ้นผิงส่งไปที่ลีเซียนลุงยังเป็นการเตือนสิงคโปร์แบบอ้อมๆ ว่า อย่าได้ยืนอยู่ข้างสหรัฐเด็ดขาด อาทิ ดีแลน โลห์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านนานาชาติศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยางของสิงคโปร์

โลห์มองว่า เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะคาดเดาว่าจีนมีจุดประสงค์อื่นนอกเหนือไปจากการแสดงความยินดีที่ลีเซียนลุงชนะการเลือกตั้ง เพราะช่วงนี้ความสัมพันธ์ของสหรัฐกับจีนทวีความตึงเครียดขึ้นจากทั้ง Covid-19 และปัญหาทะเลจีนใต้

ด้าน ดรูว์ ธอมป์สัน อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐที่รับผิดชอบด้านการจัดการความสัมพันธ์ทวิภาคีกับจีนมองว่า จีนกำลังขู่ว่าหากสิงคโปร์ไม่สนับสนุนจีน จีนสามารถใช้กำลังภายในสร้างความลำบากให้สิงคโปร์อย่างที่เคยทำได้

ธอมป์สันย้อนไปที่เหตุการณ์ปี 2016 ที่ทางการจีนยึดรถหุ้มเกราะ 9 คันของสิงคโปร์ในฮ่องกงหลังซ้อมรบในไต้หวันตามปกติ ซึ่งนำมาสู่การตั้งข้อสังเกตว่าจีนส่งสัญญาณเตือนสิงคโปร์เรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไต้หวัน

ขณะที่ Global Times ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีนอ้างคำพูดของเฉินเซี่ยงเหมี่ยว จากสถาบันทะเลจีนใต้ศึกษาแห่งชาติที่ระบุว่า การต่อสายถึงลีเซียนลุงและ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นสองผู้นำของประเทศที่สำคัญที่สุดในอาเซียน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังสหรัฐว่าความสัมพันธ์ของจีนกับทั้งสองประเทศนี้ไม่ได้เปราะบางอย่างที่สหรัฐคาด

ย้อนกลับมาที่ไทย ต้องไม่ลืมว่าก่อนที่สีจิ้นผิงจะคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พล.อ.เจมส์ แมคคอนเวล (Gen. James C. McConville) ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐเพิ่งจะเดินทางมาเยือนไทยเพื่อหารือกับหุ้นส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการจัดตั้งฐานทัพในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกยังเดินทางไปสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามคำเชิญของ พล.อ.แมคคอนเวล ในช่วงที่ไทยกับสหรัฐกำลังซ้อมรบร่วมกัน

เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของไทยกับกองทัพสหรัฐเหนียวแน่นเพียงใด จีนจึงนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้มิฉะนั้นอาจเพลี่ยงพล้ำให้สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าสหรัฐกับจีนจะกดดันให้ไทยกับสิงคโปร์ และประเทศอาเซียนอื่นๆ เลือกข้างอย่างไร แต่ละประเทศคงจะไม่แสดงท่าทีออกมาชัดเจนว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เพราะหลายประเทศยังต้องการพึ่งพาการค้าขายกับจีน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่พังเพราะ Covid-19 และต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐด้วยเช่นกัน

สำหรับไทยที่ต้องพึ่งพาทั้งสองประเทศ ควรใช้สหรัฐกดดันจีน ใช้จีนกดดันสหรัฐ โดยไม่เลือกข้างอย่างชัดเจน

เพราะถ้าเลือกข้างผิดไทยเสียหายย่อยยับแน่

โบลิเวียให้โสเภณีกลับมาทำงาน แต่ต้องมีแผ่นพลาสติกกั้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628542

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 18:10 น.โบลิเวียให้โสเภณีกลับมาทำงาน แต่ต้องมีแผ่นพลาสติกกั้นโบลิเวียอนุญาตเปิดซ่องแบบนิวนอร์มอล ให้หญิงบริการสวมชุดคลุมพลาสติก-เฟซชิลด์ขณะทำงาน

รอยเตอร์รายงาน ทางการโบลิเวียได้อนุญาตให้หญิงบริการในกรุงลาปาซ เมืองหลวงกลับมาให้บริการลูกค้าได้อีกครั้งในแบบนิวนอร์มอล ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ด้วยอุปกรณ์ป้องกันเชื้อหลายชนิดทั้งขวดน้ำยาฆ่าเชื้อ ถึงมือ และชุดคลุมพลาสติกแบบใสที่มีชื่อเรียกเท่ๆว่า “ชุดป้องกันความปลอดภัยทางชีวภาพ”

มาตรการเหล่านี้เป็นไปตามระเบียบคู่มือเพื่อปกป้องหญิงขายบริการจากเชื้อโควิด โดยองค์การแรงงานผู้ให้บริการยามค่ำคืนแห่งโบลิเวีย ซึ่งทางกลุ่มฯยังเป็นผู้ผลักดันให้ทางการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ภาคธุรกิจสถานบริการกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง แม้จะจำกัดเวลาเฉพาะช่วงกลางวัน เนื่องจากโบลิเวียยังคงใช้มาตรการเคอร์ฟิวในตอนกลางคืน 

หนึ่งในหญิงบริการเผยกับรอยเตอร์ว่า มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาส่งผลต่อชีวิตของพวกเธอ บางคนถึงกับไม่มีเงินส่งตัวเองเรียน ซึ่งมาตการเหล่านี้นอกจากเธอจะสวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตามปกติแล้ว ในระหว่างรอลูกค้ายังต้องสวมชุดพลาสติกและอุปกรณ์เหล่านี้ตามข้อกำหนดในคู่มือด้วย เธอกล่าวว่า ตนเองรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นที่ก่อนจะเริ่มงาน ขณะที่ลูกค้าก็เคารพในเรื่องความปลอดภัยซึ่งไม่เพียงแต่ตัวผู้ให้บริการเองยังรวมถึงตัวลูกค้าเองด้วย

สำหรับโบลิเวียมียอดติดเชื้อสะสมที่ 48,187 เสียชีวิตรวม 1,807 ราย

ภาพ: Reuters