21ก.ค. นี้ชัดที่สุด ชมภาพดาวหางNEOWISEจากทั่วทุกมุมโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628740

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 17:38 น.21ก.ค. นี้ชัดที่สุด ชมภาพดาวหางNEOWISEจากทั่วทุกมุมโลกโคตรดาวหาง หรือ Great comet ดวงล่าสุดที่โคจรใกล้โลกของเราจนเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า (Photo by CLEMENT MAHOUDEAU / AFP)

ครั้งแรกในรอบ 6,000 ปีที่ดาวหางดาวหางนีโอไวส์ (NEOWISE) มันถูกค้นพบเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2020 และโคจรมาใกล้โลกที่สุดในเดือนกรกฎาคม 2020 เป็นหนึ่งในดาวหางที่สว่างที่สุดในซีกโลกเหนือนับตั้งแต่การโคจรเข้ามาของดาวหาง Hale-Bopp ในปี 1997

เซอิจิ โยชิดะ (Seiichi Yoshida) นักดาราศาสตร์ชั้นนำจัดให้มันเป็น Great Comet (โคตรดาวหาง) ซึ่งหมายถึงดาวหางขนาดใหญ่ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ อย่างไรก็ตามดาวหางนีโอไวส์ไม่สว่างจ้าเหมือนโคตรดาวหางดวงอื่นๆ ที่เคยโคจรใกล้โลก ดังนั้นการจัดให้มันเป็นโคตรดาวหางจึงเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันต่อไป

Photo by CLEMENT MAHOUDEAU / AFP

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยว่า 18-23 กรกฎาคมนี้ คนไทยมีลุ้นชมดาวหางนีโอไวส์ด้วยตาเปล่าครั้งเดียวในรอบกว่า 6000 ปี โดยมันจะเคลื่อนที่เข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ที่ระยะห่าง 103 ล้านกิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับสังเกตการณ์ดาวหางนีโอไวส์ ประมาณวันที่ 18-22 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากดาวหางเคลื่อนที่ห่างจากดวงอาทิตย์พอสมควรแล้ว แม้เป็นช่วงแสงสนธยาก็มีโอกาสที่จะมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่า หากท้องฟ้าบริเวณขอบฟ้าใสเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 21 กรกฎาคม เป็นคืนเดือนมืดไร้แสงจันทร์รบกวน เป็นโอกาสเหมาะที่จะเฝ้าสังเกตการณ์ดาวหางนีโอไวส์ด้วยตาเปล่า

Photo by David Becker / AFP

ส่วนวันที่ 23 กรกฎาคม แม้เป็นช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้โลกที่สุด แต่จากข้อมูลพบว่าดาวหางจะมีค่าค่าความสว่างลดลง รวมทั้งในคืนดังกล่าวตรงกับคืนดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ อาจมีแสงจันทร์รบกวนเล็กน้อย

ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีเมฆมาก บริเวณใกล้ขอบฟ้ามีเมฆปกคลุมค่อนข้างหนา จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการสังเกตการณ์ดาวหางดังกล่าว และหลังจากนั้นความสว่างจะลดลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถสังเกตเห็นได้

Photo by David Becker / AFP
Photo by Johan NILSSON / TT News Agency / AFP
Photo by Karl-Josef Hildenbrand / dpa / AFP

สหรัฐเล็งสั่งห้ามสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628737

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 15:33 น.สหรัฐเล็งสั่งห้ามสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าประเทศร่างแผนการที่มีโน้มสูงว่าจะถูกทรัมป์ปฏิเสธ แต่สะท้อนให้เห็นท่าทีแข็งกร้าวจนน่ากลังของรัฐบาลสหรัฐต่อจีน

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาห้ามไม่ให้สมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครอบครัวเดินทางเข้ามามาสหรัฐ ซึ่งการตัดสินใจในเรืองนี้อาจทำให้จีนตอบโต้สหรัฐอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อชาวอเมริกันที่พยายามเข้ามาหรืออยู่ในประเทศจีน และทวีความตึงเครียดระหว่างสองประเทศให้รุนแรงขึ้น

The New York Times รายงานว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นร่างถ้อยแถลงของประธานาธิบดี ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะสามารถมอบอำนาจให้รัฐบาลสหรัฐเพิกถอนวีซ่าของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครอบครัวที่อยู่ในประเทศแล้ว และจะนำไปสู่การเนรเทศคนเหล่านี้ออกจากสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีบางจุดของร่างแถลงการณ์ที่บ่งชี้ว่าอาจมีคำสั่งห้ามสมาชิกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน รวมผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจจีนเดินทางมายังสหรัฐ

รายละเอียดของแผนไม่ได้รับการสรุปและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจปฏิเสธในที่สุด เนื่องจากทรัมป์มีท่าทีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเกี่ยวกับจีน บางครั้งก็ชื่นชมบางครั้งก็แข็งกร้าว แม้ว่าในระยะหลังเขาจะแข็งกร้าวกับจีนมากขึ้น และร่างแถลงนี้สะท้อนถึงจุดยืนของคนในรัฐบาลทรัมป์ที่แสดงจุดยืนเป็นศัตรูกับจีนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติเช่นกัน เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกถึง 92 ล้านคน และมีประชาชนจีนเกือบ 3 ล้านคนเดินทางมาที่สหรัฐอเมริกาในปี 2561 รัฐบาลสหรัฐไม่มีความรู้เกี่ยวกับสถานะของชาวจีนส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามา ดังนั้นการพยายามระบุตัวตนสมาชิกพรรคฯ ไม่ให้เข้าประเทศจึงเป็นเรื่องยาก

Photo by STR / AFP

สำนักพระราชวังอังกฤษ เผยภาพงานวิวาห์ลับของเจ้าหญิงเบียทริซ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628720

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 13:33 น.สำนักพระราชวังอังกฤษ เผยภาพงานวิวาห์ลับของเจ้าหญิงเบียทริซสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมเปิดเผยรายละเอียดงานแต่งงาน ‘ลับ’ ของเจ้าหญิงเบียทริซ

เจ้าหญิงเบียทริซ พระธิดาในเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก กับซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก และเป็นพระราชนัดดาลำดับที่ห้าในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ทรงเข้าพิธีเสกสมรสอย่างเงียบๆ โดยไม่มีการเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ที่ปราสาทวินเซอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าบ่าวคือ เอโดอาร์โด มาเปลลี มอซซี (Edoardo Mapelli Mozzi) ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านเคาท์ในอิตาลี

เจ้าหญิงเบียทริซพระชนมายุ  31 ปีสวมมงกุฎเดียวกันกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสวมในงานเสกสมรสของพระองค์กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระนั่นคือมงกุฏเพชรควีนแมรี่โดยทำขึ้นในปี 1919 จากสร้อยพระศอเพชรของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย

แต่เดิมทั้งคู่วางแผนที่จะแต่งงานกันในเดือนพฤษภาคม แต่เพราะการระบาดของโควิด-19 บังคับให้คู่บ่าวสาวต้องเปลี่ยนกำหนดเวลาใหม่และมีพิธีที่เรียบง่ายไม่มีแขกมากนักและปฏิบัติตามระเบียบของทางการให้มากที่สุด โดยพระมารดาและพระบิดาของเจ้าหญิงและสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลคลายล็อคดาวน์แล้วพิธีแต่งงานได้รับอนุญาตให้จัดได้อีกครั้งใช้ในอังกฤษตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม แต่จะต้องมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 30 คน

ฝีมือคนร้ายวางเพลิง? อาจมีตัวการคิดทำลายอาสนวิหารน็องต์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628718

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 11:28 น.ฝีมือคนร้ายวางเพลิง? อาจมีตัวการคิดทำลายอาสนวิหารน็องต์ฝรั่งเศสเปิดการสอบสวนลอบวางเพลิงไฟไหม้ทำลายวิหารโบราณอายุหลายร้อยปี หวิดซ้ำรอยนอเทรอะดาม

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดเพลิงไหม้ส่วนหนึ่งของอาสนสถาปัตยกรรมแบบกอธิคอายุหลายร้อยปีในเมืองน็องต์ทางตะวันตกของฝรั่งเศส แต่อาจไม่ใช่ไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุบัติเหตุเหมือนกับที่ขึ้นอาสนวิหารนอเทรอะดามที่กรุงปารีส ทำให้ทางการฝรั่งเศสต้องเริ่มสอบสวนความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการลอบวางเพลิง

ผู้คนมองเห็นเปลวไฟที่ลุกอยู่ด้านหลังหน้าต่างดอกกุหลาบที่หน้าบันขออาสนวิหารนักบุญปีเตอร์และนักบุญพอลและมีการแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักดับเพลิงราว 100 คนจึงรีบเข้าไปในที่เกิดเหตุและจัดการรักษาโครงสร้างเอาไว้ได้ก่อนที่จะถูกเพลิงไหม้

เพลิงไหม้ทำลายออร์แกนที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ของอาสนวิหารถูกทำลายและแท่นรองรับก็อาจถล่มลงมา แต่ความเสียหายนั้นยังไม่มากนัก ไม่สามารถเทียบได้กับเปลวเพลิงที่ทำลายล้างที่มหาวิหารนอเทรอดามแห่งปารีสจนย่อยยับ

ปิแอร์ แซนส์ อัยการเมืองน็องต์กล่าวว่าพบเพลิงไหม้ 3 จุดแยกจากกันดังนั้นจึงอาจเป็นการลอบวางเพลิง และต้องเริ่มการสืบสวนเรื่องลอบวางเพลิงแม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปก็ตาม

“เมื่อเราไปถึงสถานที่ที่เกิดเพลิงไหม้ เมื่อคุณเห็นจุดลุกไหม้ 3 จุด เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณต้องเริ่มการสอบสวน” ปิแอร์ แซนส์กล่าวกับสำนักข่าว AFP

อย่างไรก็ตาม อัยการกล่าวว่าผู้ตรวจสอบพบว่าไม่มีร่องรอยของการบุกเข้าไปในอาสนวิหาร

Photo by Fanny ANDRE / AFP
Photo by Sebastien SALOM-GOMIS / AFP

โควิดคร่าชีวิตคนทั่วโลกทะลุ 6แสนแล้ว ยอดติดเชื้อกว่า14ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628719

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 10:08 น.โควิดคร่าชีวิตคนทั่วโลกทะลุ 6แสนแล้ว ยอดติดเชื้อกว่า14ล้านยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุ 600,000 คนแล้ว ขณะที่ยอดติดเชื้อพุ่งกว่า 14 ล้าน ด้านนครนิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองระยะ4 แต่ยังห้ามกิจกรรมในร่มหลายประเภท

เว็บไซต์ Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 14,414,435 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 604,233 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (3,833,256) รองลงมาคือบราซิล (2,075,246) อินเดีย (1,077,864) รัสเซีย (765,437) เปรู (349,500) และแอฟริกาใต้ (350,879)

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (142,870) ตามมาด้วยบราซิล (78,817) สหราชอาณาจักร (45,273) เม็กซิโก (38,310) และอิตาลี (35,042)

ด้านมหานครนิวยอร์ก ได้เตรียมก้าวเข้าสู่การเปิดเมืองระยะที่ 4 ในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.นี้ แต่กิจกรรมในร่มหลายประเภทยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดทำการ

แผนการเปิดธุรกิจใหม่ของรัฐนิวยอร์กระบุว่า ในระยะที่ 4 นี้ การแสดงศิลปะและกิจกรรมบันเทิงกลางแจ้งที่มีความเสี่ยงต่ำนั้นจะได้รับอนุญาตให้จัดขึ้นได้ ซึ่งรวมถึงการผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์

สวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ก็สามารถเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้อีกครั้งโดยจำกัดผู้เข้าชมไว้ที่ 33% ของความจุทั้งหมดที่รองรับได้ ส่วนกีฬาอาชีพก็สามารถจัดการแข่งขันได้โดยไม่ต้องมีผู้เข้าชม

ส่วนห้างสรรพสินค้าและพิพิธภัณฑ์จะยังคงปิดทำการต่อไปในนิวยอร์กซิตีในระยะที่ 4 แม้ในภูมิภาคอื่นๆ ของรัฐจะอนุญาตให้เปิดทำการแล้วก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการติดเชื้อในอาคารที่เพิ่มขึ้นในรัฐอื่นๆ

นายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า “มหานครนิวยอร์กจะเข้าสู่ระยะที่ 4 ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นั่นเป็นความสำเร็จของเรา ทุกภูมิภาคของรัฐกำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 4 แล้ว ดังนั้น เราทุกคนอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการปลดล็อกดาวน์ เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ทุกภูมิภาคของเราผ่านระยะที่ 4 โดยไม่มีปัญหาอะไร และตัวเลขก็สอดคล้องกับทุกขั้นตอนของการเปิดเศรษฐกิจใหม่

สหรัฐระบาดหนักเกินควบคุม ยอดตายโควิดพุ่ง1.4แสน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628713

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 09:35 น.สหรัฐระบาดหนักเกินควบคุม ยอดตายโควิดพุ่ง1.4แสน การติดเชื้อและการเสียชีวิตในสหรัฐไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลงในเวลาอันใกล้นี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐเกิน 140,000 คนแล้วในวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (วันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทย) ยอดผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นใน 43 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐในช่วงสองสัปดาห์ 

จากการวิเคราะห์รายสัปดาห์ของรอยเตอร์พบว่านับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนสหรัฐมีการระบาดในวงกว้างเพิ่มขึ้น หลังจากผ่านมา 6 สัปดาห์ยอดผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สหรัฐมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสประมาณ 5,000 คนทุกสัปดาห์ ในทางตรงกันข้ามประเทศเพื่อนบ้านคือแคนาดารายงานว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8,800 รายนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่

ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์สหรัฐมียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือประมาณ 5,600 รายเท่ากับยอดเสียชีวิตทั้งหมดในสวีเดนนับตั้งแต่เริ่มการระบาดมา

ในพื้นที่สถานการณ์การระบาดเลวร้ายที่สุดของสหรัฐเจ้าหน้าไม่มีที่เก็บศพแล้วเพราะห้องดับจิตเต็มไปด้วยร่างผู้เสียชีวิต เช่นในเขตมาริโคปาของรัฐแอริโซนาซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองฟีนิกซ์ เองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ เจ้าหน้าที่กำลังนำเครื่องทำความเย็น 14 เครื่องที่สามารถเก็บศพได้มากถึง 280 ศพและมีความจุมากกว่าโรงเก็บศพสองเท่าเพื่อรับมือกับผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น

ในรัฐเท็กซัส เมืองซานอันโตนิโอและเบกซาร์เคาน์ตี้ได้ซื้อรถเทรลเลอร์ห้องเย็น 5 ตู้เพื่อจัดเก็บได้ถึง 180 ศพ

การปรากฏตัวของโรงเก็บศพเคลื่อนที่ดังกล่าวทำให้เกิดความรู้สึกในบางรัฐภาคใต้ของสหรัฐว่าการระบาดใหญ่ดูเหมือนจะไม่สามารถควบคุมได้แล้ว

Photo by Jeff Dean / AFP

เมื่ออำนาจคว่ำบาตรคนดังอยู่ในมือชาวโซเชียล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628705

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 21:20 น.เมื่ออำนาจคว่ำบาตรคนดังอยู่ในมือชาวโซเชียลการแบนส่วนใหญ่เกิดขึ้นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งที่พลังของชาวโซเชียลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ

ช่วงไม่กี่ปีมานี้โซเชียลมีเดียอย่างทวิตเตอร์กลายเป็นช่องทางในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ทรงพลังที่สุด และยังเป็นเครื่องมือในการแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามที่อยู่ในใจใครหลายคนได้โดยไม่ถูกปิดกั้นและไม่ต้องแสดงตัวตนที่แท้จริง

ความทรงพลังนี้เป็นที่มาของคำว่า Cancel Culture ซึ่งก็คือการแบนหรือคว่ำบาตรคนดัง ศิลปิน องค์กร หรือใครก็ตามแต่ที่แสดงความคิดเห็น สนับสนุน หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลงในโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้คนทั่วไปไม่พอใจหรือผิดหวังในตัวคนคนนั้น

พูดง่ายๆ ก็คือการยกเลิกสัญญา ตัดสัมพันธ์อันดีที่เคยมีระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน โจนาห์ เองเกิล บรอมวิช จากหนังสือพิมพ์ The New York Times เปรียบเทียบ Cancel Culture ไว้ว่าเหมือนกับการซับสไครบ์คอนเทนต์ต่างๆ ที่ผู้ใช้สามารถยกเลิกได้ง่ายพอๆ กับตอนที่ซับสไครบ์

ที่มาที่ไป

การแบนหรือคว่ำบาตรไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น บทความเรื่อง What is cancel culture? (วัฒนธรรมคว่ำบาตรคืออะไร) ของเว็บไซต์ Vox ระบุว่า มีการใช้คำคำนี้มาตั้งแต่ปี 1991 ในภาพยนตร์เรื่อง New Jack City ต่อมาในปี 2010 ลิล เวย์น แร็พเปอร์ชื่อดังก็ได้นำคำว่า cancel มาใส่ไว้ในเพลง I’m single ด้วย

แต่ Vox คาดว่าคำคำนี้เพิ่งกลายเป็นคำฮิตในยุคโซเชียลเมื่อปรากฏในรายการเรียลลิตี้โชว์ Love and Hip-Hop: New York ที่ตัวละครตัวหนึ่งใช้บอกเลิกสาว หลังจากนั้น cancel ก็ถูกใช้อย่างแพร่หลายในทวิตเตอร์ จนพัฒนามาเป็นการแบนหรือคว่ำบาตรศิลปินหรือคนดังโดยชาวโซเชียลมีเดีย

ขณะที่เว็บไซต์พจนานุกรม merriam-webster ไอเดียการคว่ำบาตรเกิดขึ้นในช่วงสังคมออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องกรณี #MeToo ที่ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน โปรดิวเซอร์ทรงอิทธิพลของฮอลลีวูด คุกคามทางเพศคนดังและพนักงานในวงการบันเทิง

คนดังถูกแบน

ผ่านไปเพียงครึ่งปี คนดังในบ้านเราเจอพลังชาวทวิตเตอร์คว่ำบาตรไปแล้วหลายคน อาทิ แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น หรือปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจุดยืนทางสังคมและการเมือง หรือกรณีเมื่อเร็วๆ นี้คือ ฌอน บูรณะหิรัญ กับการระดมเงินบริจาคช่วยไฟป่า และไม่เว้นแม้แต่แฮชแท็กทางการเมืองอย่าง #เว้นเซเว่นทุกWednesday จากกรณีมูลนิธิป่ารอยต่อซึ่งเกี่ยวโยงกับการเมือง

ส่วนกรณีล่าสุดของต่างประเทศคือ เจ. เค. โรว์ลิ่ง ผู้เขียนนิยายขายดี Harry Potter ที่เพิ่งแสดงความคิดเห็นทำนองไม่ยอมรับสาวข้ามเพศว่าเป็นผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับแฟนนิยายของเธอจนเสียฐานแฟนคลับไปไม่น้อย

โซเชียลมีเดียทำให้ผู้บริโภคมีอำนาจในมือ

แคโรลีน คิม ศาสตราจารย์ด้านโซเชียลมีเดียจากมหาวิทยาลัยไบโอลาของสหรัฐ มองว่า โซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนมีช่องทางในการแสดงความคิดเห็นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังสามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าไม่ถูกต้องได้ด้วย

คิมเผยว่า บางครั้งช่องทางโซเชียลมีเดียก็นำมาสู่การเรียกยอดคลิกหรือยอดไลค์ หรือทำให้เกิดความรู้สึกว่าอยากจะกระโดดเข้าร่วมขบวนไปกับคนอื่นๆ ด้วย เพราะเชื่อว่าตัวเองได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงโลก

คิมยังระบุอีกว่า การแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียลจึงกลายเป็นจิตวิทยาฝูงชน (mob mentality) เพราะไม่เพียงแต่เป็นช่องทางให้ผู้ใช้ได้ทำในสิ่งที่ชอบหรือสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพราะต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง หรือมองว่าสิ่งนั้นๆ เป็นเรื่องไม่ดี ไม่ถูกต้องด้วย

การคว่ำบาตรหรือแบนรุนแรงเกินไปหรือไม่

คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แอนน์ แชริตี ฮัดลีย์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเผยว่า สังคมกำลังหาขอบเขตว่าอะไรเป็นเรื่องที่ “เกินไป” ในโลกอินเทอร์เน็ต “บางสิ่งบางอย่างที่เป็นเรื่องดีอาจถูกนำไปใช้เป็นอาวุธ ทุกอย่างสามารถดำเนินไปแบบเกินขอบเขตความพอดีได้หมด ไม่เว้นแม้แต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”

เคยมีใครถูกคว่ำบาตรจริงๆ ไหม

คนดังหรือศิลปินส่วนใหญ่ที่ถูกชาวโซเชียลคว่ำบาตรส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกคว่ำบาตรจริงๆ ในทางปฏิบัติ อาทิ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์ชื่อดังที่เข้าไปในป่าที่คนญี่ปุ่นนิยมฆ่าตัวตายแล้วบันทึกภาพผู้เสียชีวิตออกมาเผยแพร่ก็ยังทำคลิปอยู่แต่อาจจะน้อยลงกว่าเดิม

หรือกรณีของ จิมมี่ ฟอลลอน พิธีกรรายการ Tonight Show ที่ถูกโซเชียลโจมตีจากภาพเก่าที่เจ้าตัวทาหน้าเป็นสีดำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และนั่นก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกคว่ำบาตร แต่รายการ Tonight Show ก็ยังออกอากาศอยู่

เอพริล อเล็กซานเดอร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดนเวอร์เผยว่า ความสนใจของผู้คนที่เกิดในช่วงสั้นๆ ทำให้หลายคนรอดจากการถูกคว่ำบาตร เนื่องจากพอเกิดเรื่องน่าสนใจใหม่ๆ เกิดขึ้น เรื่องราวใหญ่โตของเมื่อวานก็ถูกลืม การคว่ำบาตรก็ค่อยๆ เลือนหายตามไปด้วย

Cancel Culture สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

การแบนส่วนใหญ่เกิดขึ้นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งที่พลังของชาวโซเชียลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อาทิ แฮชแท็ก #OscarsSoWhite ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 จากการนำของ เอพริล เรน นักเคลื่อนไหวที่ต้องการเรียกร้องให้งานประกาศรางวัลออสการ์ให้ความสำคัญกับนักแสดงผิวสี กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) และผู้หญิงบ้าง

แฮชแท็กนี้ทำให้ออสการ์กลับไปทบทวนและปรับปรุงเรื่อยมา จนกระทั่งในปีนี้ที่มีการเสนอชื่อนักแสดงที่เป็นกลุ่มคนส่วนน้อยของวงการเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2016

นักสิทธิสตรีใช้ปัสสาวะห้องน้ำหญิงเป็นปุ๋ยผลิตข้าวทำขนมปัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628698

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 18:39 น.นักสิทธิสตรีใช้ปัสสาวะห้องน้ำหญิงเป็นปุ๋ยผลิตข้าวทำขนมปังไม่มีรายงานว่าขนมปังที่ผลิตจากปัสสาวะห้องน้ำหญิงมีรสชาติเป็นอย่างไร?

ลูอีส ราเกต์ (Louise Raguet) นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีและสิ่งแวดล้อม หรือ ecofeminist ชาวฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งขบวนการ Boucle d’Or (ขนมปังของสาวน้อยผมทอง) ต้องการที่จะทำลายความยึดติดเดิมๆ ของคนทั่วไปเกี่ยวกับของเสียจากร่างกายและต้องการที่จะผลิตอาหารด้วยวิธีที่ยั่งยืน เธอจึงริเริ่มที่จะใช้ปัสสาวะที่เก็บมาจากห้องน้ำหญิง มาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงข้าวสาลีซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทำขนมปัง

ราเกต์จึงรวบรวมปัสสาวะจากโถในห้องน้ำหญิงในเขตที่ 14 ของกรุงปารีสเพื่อนำมารดต้นข้าวสาลี ซึ่งปัสสาวะต่างจากอุจจาระตรงที่ไม่มีแบคทีเรีย และก่อนที่จะนำไปใช้รดต้นข้าว ราเกต์จะทำการกรองก่อนถึง 20 เที่ยว

ราเกต์ บอกว่าปัสสาวะเป็นปุ๋ยที่ยอดเยี่ยมมาก เต็มไปด้วยสารอาหาร ควรยกให้เป็นของมีค่าเหมือนกับเหมืองทองคำ และน่าจะเป็นวัตถุดิบที่นำมาใช้แทนปุ๋ยเคมีเพื่อลดการปนเปื้อนในธรรมชาติ

สาเหตุที่ต้องใช้ปัสสวะของผู้หญิงก็เพราะราเกต์เป็นนักเคลื่อนไหวกลุ่ม ecofeminist ที่ผสมผสานแนวิคดเรื่องสิ่งแวดล้อม (eco) กับแนวคิดสตรีนิยม (feminist) โดยเชื่อว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการทำให้ผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชาย

ทั้งนี้ ไม่มีรายงานว่าขนมปังที่ผลิตจากปัสสาวะห้องน้ำหญิงมีรสชาติเป็นอย่างไร?

ตำรวจฉาวอีก! ใช้เข่ากดคอชายผิวสีขณะจับกุม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628693

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 16:39 น.ตำรวจฉาวอีก! ใช้เข่ากดคอชายผิวสีขณะจับกุม คลิปวิดีโอของเหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้คนนึกถึงการใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีชาวอเมริกันจนเสียชีวิต

ในคลิปวิดีโอปรากฏภาพวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังใช้เข่ากดลงไปบนศีรษะของชายผิวสีรายหนึ่งที่ถูกใส่กุญแจมือลงกับพื้นถนน ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกรายหนึ่งกดขาไม่ไห้ดิ้น ในระหว่างนั้นชายผิวสีพยายามเบี่ยงศีรษะหลบและตะโกนว่า “เอาเข่าออกไปจากคอผม”

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์จับกุมดังกล่าวช่วยกันบอกให้ตำรวจสงบสติอารมณ์และเอาเข่าออกจากคอของชายผิวสี จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็เอาเข่าออกและสั่งให้ผู้เห็นเหตุการณ์ถอยออกห่าง แต่ยังคงใช้มือกดไปที่ศีรษะของชายผิวสีที่นอนอยู่บนฟุตปาธ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในกรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทในย่านอิสลิงตันทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน

กองบัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษสั่งสอบสวนการจับกุมของเจ้าหน้าที่แล้ว โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่หนึ่งนายถูกพักงาน อีกหนึ่งนายถูกถอดจากหน้าที่ ส่วนชายผิวสีที่ถูกจับกุมถูกตั้งข้อหาทะเลาะวิวาทและครอบครองอาวุธร้ายแรง

เหตุการณ์ล่าสุดนี้ ทำให้ชาวอังกฤษหวนนึกถึงการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจสหรัฐที่ใช้เข่ากดไปที่คอของ จอร์จ ฟลอยด์ ชาวผิวสีจนเสียชีวิตขณะถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จนเกิดการประท้วงลุกลามบานปลาย

รัฐโคโลราโดพบผู้ป่วยกาฬโรครายแรกในรอบ 5 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628673

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 12:40 น.รัฐโคโลราโดพบผู้ป่วยกาฬโรครายแรกในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ดี ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะพบกาฬโรคในรัฐโคโลราโดในช่วงฤดูร้อน

กระทรวงสาธารณสุขรัฐโคโลราโดของสหรัฐยืนยัน พบผู้ป่วยกาฬโรครายแรกของรัฐในรอบ 5 ปี โดยผู้ป่วยรายนี้ป่วยกาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษหรือติดเชื้อในกระแสเลือด (septicemic plague) ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

แพทย์ระบุว่าคนไข้รายดังกล่าวรับเชื้อจากกระรอกที่ติดเชื้อ และขณะนี้หายจากอาการแล้ว และยังไม่พบว่ามีคนติดเชื้อเพิ่ม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขรัฐโคโลราโดได้ออกคำเตือนประชาชนหลังพบกระรอกในเขตเจฟเฟอร์สันของเมืองเดนเวอร์ติดเชื้อกาฬโรค และยังระบุอีกว่าพบการเคลื่อนไหวของเชื้อกาฬโรคเพิ่มขึ้น หลังจากพบเชื้อในสัตว์ในเขตอดัมส์และบรูมฟิลด์ด้วย

การระบาดของกาฬโรคไม่ใช่เรื่องผิดปกติในรัฐโคโลราโด เพราะพบมาตั้งแต่ทศวรรษ 1940 แต่นับตั้งแต่ปี 2005 ก็พบการระบาดในมนุษย์เพียง 21 เคส โดย 8 เคสเกิดขึ้นในปี 2014 ซึ่งถือว่าร้ายแรงที่สุดสำหรับเคสที่เกิดกับมนุษย์ในรอบ 15 ปี โดยกรณีล่าสุดเป็นเคสแรกในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ การพบกาฬโรคในสหรัฐเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการพบผู้ติดเชื้อในเขตมองโกเลียในของจีน โดยผู้ป่วยทานเนื้อมาร์มอต ซึ่งเป็นกระรอกขนาดใหญ่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียรวมถึงจีนตอนเหนือและมองโกเลีย จนมีอาการป่วย