แคลิฟอร์เนียหวั่นโควิดเล็งปล่อยนักโทษอีก 8,000 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628134

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 18:27 น.แคลิฟอร์เนียหวั่นโควิดเล็งปล่อยนักโทษอีก 8,000 คนก่อนหน้านี้ ในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ทัณฑสถานในแคลิฟอร์เนียปล่อยนักโทษไปแล้ว 10,000 คน

กรมราชทัณฑ์รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเผย ทางการเตรียมปล่อยตัวนักโทษอีก 8,000 คนภายในปลายเดือน ส.ค.นี้ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในกลุ่มผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำ เนื่องจากทัณฑสถานหลายแห่งมีความแออัด

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ทัณฑสถานในแคลิฟอร์เนียปล่อยนักโทษไปแล้ว 10,000 คน

แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเผยว่า การแพร่ระบาดในเรือนจำซานเควนตินน่าเป็นห่วงมากหลังจากผู้ต้องขังมีผลการทดสอบ Covid-19 เป็นบวกกว่า 1,000 คน และในบรรดานักโทษที่ติดเชื้อในเรือนจำในสัปดาห์นี้ครึ่งหนึ่งเป็นนักโทษจากเรือนจำซานเควนติน

นักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวชุดใหม่จะได้รับการตรวจ Covid-19 ภายใน 1 สัปดาห์หลังปล่อยตัว

ทั้งนี้ แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่พบ Covid-19 ระบาดมากที่สุดในสหรัฐ พบคนติดเชื้อแล้วกว่า 300,000 คน เสียชีวิต 6,800 คน

กรีซล็อกดาวน์รอบสองหลังทัวริสต์ทำเคสติดโควิดพุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628129

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 17:49 น.กรีซล็อกดาวน์รอบสองหลังทัวริสต์ทำเคสติดโควิดพุ่งทางการกรีซเตรียมนำมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นในช่วงที่เปิดรับนักท่องเที่ยว

กระทรวงสาธารณสุขกรีซแถลงพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นอีก 60 รายในรอบ 24 ชั่วโมง โดย 40 รายเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.ซึ่งยังปิดประเทศ ส่งผลให้กรีซมีผู้ติดเชื้อรวม 3,732 ราย

นับตั้งแต่กรีซเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วกว่า 100 ราย

หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มทางการกรีซประกาศว่าจะนำมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า รวมทั้งจะตรวจตรานักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพรมแดนให้เข้มงวดขึ้น  ไปจนถึงเพิ่มความถี่ในการตรวจตราสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปรวมตัวกัน เช่น บาร์ ร้านอาหาร

สเตลิออส เพตซัส โฆษกรัฐบาลเผยว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากรีซตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.เป็นต้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุผลการตรวจตัวอย่างในระบบทางเดินหายใจ (nasal swab) เป็นลบ ที่ออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ากรีซ

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกังวลว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการหรือไม่แสดงอาการเล็ดลอดเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

คนบังกลาเทศติดโควิดนับแสน แต่เตียงในโรงพยาบาลกลับว่างไร้ผู้ป่วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628128

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 16:42 น.คนบังกลาเทศติดโควิดนับแสน แต่เตียงในโรงพยาบาลกลับว่างไร้ผู้ป่วยผู้ป่วยโควิดบังกลาเทศส่วนใหญ่เลือกตายที่บ้าน ดีกว่าต้องเข้าโรงพยาบาล

สถานการณ์โควิด-19ในบังกลาเทศจะยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มสูงขึ้น โดยรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บังกลาเทศพบติดเชื้อกว่า 2,949 ราย สะสมรวมกว่า 178,000 ราย จำนวนนี้รักษาหายแล้ว 86,406 เสียชีวิตสะสม 2,275 เพิ่มขึ้น 37 ราย

แม้ยังคงมีชาวบังกลาเทศติดโควิดรายวันเพิ่มขึ้น แต่เอเอฟพีรายงานว่า เตียงนับพันที่โรงพยาบาลเตรียมไว้รองรับผู้ป่วยโควิดกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาตัว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ผู้ป่วยหลายรายขอตายที่บ้านดีกว่าต้องป่วยตายในโรงพยาบาล

แม้ตัวเลขป่วยโควิดสะสมในบังกลาเทศจะสูงขึ้นถึงเกือบ 180,000 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายคาดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้อีกหลายเท่า เพราะบังกลาเทศยังมีศักยภาพในการทดสอบเชื้อได้น้อย โดยเฉพาะในกรุงธากาซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอย่างหนาแน่น

โรงพยาบาลในกรุงธากามีผู้ป่วยโควิดเข้ารักษาตัวประมาณ 4,750 เตียง จากทั้งหมดที่รองรับได้6,305 เตียงซึ่งยังไม่ได้ถูกใช้งาน ขณะที่รัฐบาลได้สร้างโรงพยาบาลสนาม 2,000 เตียงรองรับผู้ป่วย แต่มีชาวบังกลาเทศที่ป่วยโควิดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามดังกล่าวเพียง 100 เตียงเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่เมืองจิตตะกอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่ามีผู้ป่วยโควิดเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นจากทั้งหมด 4,731 ราย ที่ยอมเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

กรุงธากาและเมืองจิตตะกอง มีประชากรรวมกัน 25 ล้านคน ซึ่งทั้งสองเมืองเป็นศูนย์กลางระบาดหลักของประเทศ ผู้ป่วยโควิดร้อยละ 80 ของโควิดทั้งหมดที่พบในบังกลาเทศมาจากสองเมืองนี้ แต่เตียงในโรงพยาบาลที่ทางการเตรียมไว้รองรับนั้นกลับไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดว่า เหตุที่เตียงในโรงพยาบาลว่างลง สวนทางกับยอดผู้ป่วยที่สูงขึ้นเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่หนัก ประกอบกับมีการจัดให้คำแนะนำผ่านtelemedicine จึงอาจเป็นปัจจัยให้คนไม่ยอมเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ประชาชนยังกลัวที่จะเผยกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าตนเองมีอาการคล้ายติดโควิด เพราะหากถูกตรวจพบเชื้อแล้ว จะต้องถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลรัฐของบังกลาเทศมีภาพลักษณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงไม่แปลกที่ชาวบังกลาเทศมีภาพจำและการรับรู้เชิงลบต่อโรงพยาบาลรัฐ ผู้ป่วยโควิดหลายรายยอมตายอยู่ที่บ้านมากกว่า หากต้องไปนอนโรงพยาบาล ขณะที่มีชาวบังกลาเทศที่มีรายได้สูงเพียงไม่มากเท่านั้น ที่ยอมจ่ายเงินราคาแพงเพื่อรับบริการที่ดีกว่าของเอกชน ซึ่งการไม่ยอมเข้ารับการรักษาตัวโรงพยาบาลจะยิ่งทำให้สถานการณ์โควิดในบังกลาเทศยากจะควบคุมได้

ภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลบังกลาเทศไม่ค่อยสู้ดีนักมาตั้งแต่ก่อนโควิดระบาด จากข้อมูลพบว่าช่วยปี2019มีชาวบังกลาเทศกว่า 5แสนคนยอมเดินทางไปรับการรักษาตัวในอินเดียแทน ขณะที่ชาวบังกลาเทศที่มีรายได้สูง เลือกเดินทางมารักษายังโรงพยาบาลในประเทศไทยหรือสิงคโปร์แทน แต่ทว่าการระบาดของโควิดทำให้ไม่อาจเดินทางออกนอกประเทศได้

แฟ้มภาพ : AFP

ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดังเป็นมัสยิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628121

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 14:55 น.ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดังเป็นมัสยิดส่อจุดประเด็นขัดแย้งทางศาสนา ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดัง”ฮาเกียโซเฟีย” กลับเป็นไปมัสยิดอิสลาม

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ประธานาธิบดีเรจิป ทายยิป เออโดอัน แห่งตุรกี ได้ลงนามประกาศให้พิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย หรือ ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia) อันเป็นสถานที่สัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของตุรกี ในนครอิสตันบูล ให้เปลี่ยสภาพมาเป็นสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาอิสลาม

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกันกับที่ศาลสูงสุดพิพากษาว่า การใช้”ฮาเกียโซเฟีย” ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างอายุเกือบ 1,500 ปี เป็นสถานที่จัดแสดงหรือเป็นพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นการใช้งานที่ผิดกฎหมาย

สภาแห่งรัฐซึ่งเป็นศาลปกครองสูงของตุรกี ระบุในคำตัดสินว่า เอกสารประกอบการระงับข้อพิพาทซึ่งถูกยื่นโดยรัฐบาลตุรกี ระบุให้ตัวมัสยิดและพื้นที่ภายนอกอาหารไม่อาจถูกใช้เพื่อการอื่นได้นอกจากเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจ และว่ามติของคณะรัฐมนตรีตุรกีเมื่อปีค.ศ. 1934 ที่ให้สิ้นสุดการใช้งานสิ่งก่อสร้างนี้ในฐานะมัสยิด และเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

การประกาศเปลี่ยนแปลงสถานะดังกล่าวได้สร้างเสียงเตือนจากนานาชาติซึ่งไม่เห็นด้วยที่จะแปรสภาพพิพิธภัณฑ์ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก กลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติกิจของชาวมุสลิม ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว”ฮาเกียโซเฟีย”เป็นสถานที่เคารพของทั้งผู้ที่นับถือศริสต์และอิสลาม จึงไม่ควรถูกระบุสถานะเป็นของศาสนาใดศานาหนึ่ง

โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้นำศาสนจักรหลายนิกายจากหลายประเทศ ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานภาพของแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกยูเนสโก ซึ่งเคยเป็นศูนย์รวมของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่นับถือศาสนาคริสต์ และจักรวรรดิออตโตมันที่นับถือศาสนาอิสลามในอดีต มาเป็นที่ปฏิบัติกิจทางศาสนาอิสลาม ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางศาสนาได้

สำหรับวิหารฮาเกียโซเฟีย เดิมนั้นถูกสร้างขึ้นในฐานะโบสถ์คริสต์สมัยจักรพรรดิคอนสแตนเชียสที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันแล้วเสร็จเมื่อค.ศ.360 ก่อนจะถูกต่อเติมสร้างขยายเป็นมหาวิหาร (Basilica of the Hagia Sophia) ช่วงปีค.ศ. 532 สมัยอาณาจักรไบแซนไทน์ โดยมีสถานะเป็นมหาวิหารแบบคริสต์

กระทั่งปีค.ศ.1057-1204 ถูกแปรสถานะมาเป็นมหาวิหารภายในศริตรจักร์กรีกออโทดอกซ์ ปี1204-1261 ถูกเปลี่ยนเป็นวิหารคาทรอลิก ปี1261-1453 กลับมามีสถาะเป็นกรีกออโทดอกซ์

กระทั่งอาณาจักร์ออตโตมันปกครอง วิหารแห่งนี้ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิดอิสลามระหว่างปี 1453-1935 ก่อนที่รัฐบาลตุรกีภายใต้การนำของ มุสทาฟา เคมัล อัลทาเติร์ก ได้เปลี่ยนสถานะของมัสยิดมาเป็นพิพิธภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน จนล่าสุดรัฐบาลเออร์โดอันได้ประกาศเปลี่ยนกลับไปเป็นสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาของชาวมุสลิมอีกครั้ง

ที่ผ่านมานับตั้งแต่การครองอำนาจของปธน.เออร์โดอัน ได้แสดงท่าทีอันชัดเจนในการผลักดันให้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้ เปลี่ยนเป็นศาสนาสถานของอิสลาม เช่นเดียวกับความพยายามในการผลักดันให้ศาสนาอิสลามกลายมาเป็นศาสนาหลักในการเมืองของตุรกี ซึ่งภายหลังที่ผู้นำตุรกีประกาศดังกล่าว ประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนเขา ต่างออกมาโห่ร้องแสดงความยินดีที่ด้านนอกวิหาร เช่นเดียวกับสมาชิกในสภาแห่งชาติตุรกี ต่างลุกขึ้นปรบมือแสดงความยินดี

อีกแล้ว! จีนพบเชื้อโคโรนาไวรัสในกุ้งแช่แข็งนำเข้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628118

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 13:59 น.อีกแล้ว! จีนพบเชื้อโคโรนาไวรัสในกุ้งแช่แข็งนำเข้าจีนพบเชื้อโคโรนาไวรัสจากกุ้งแช่แข็งนำเข้า หลังเพิ่งพบในแซลมอนเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มีการตั้งคำถามอีกครั้งว่าเชื้อโรคนี้สามารถแพร่กระจายผ่านอาหารหรืออาหารแช่แข็งหรือไม่

ปี้เค่อซิน ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารส่งออกและนำเข้าซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงศุลกาการของจีนเผยว่า ทางการจีนได้ตรวจสอบหาเชื้อโคโรนาไวรัสจากอาหารแช่แข็งนำเข้า บรรจุภัณฑ์ทั้งด้านในและด้านนนอก และบริเวณใกล้เคียงจำนวน 223,000 ตัวอย่าง โดยพบเชื้อใน 6 ตัวอย่าง

ปี้ระบุว่า เชื้อโคโรนาไวรัสที่พบในตัวอย่างทั้ง 6 ตัวอย่างอยู่บริเวณบรรจุภัณฑ์ด้านนอกและภายในตู้คอนเทนเนอร์ของกุ้งขาวที่นำเข้ามาจากโรงงาน 3 แห่งในเอกวาดอร์ ส่วนในกุ้งและบรรจุภัณฑ์ด้านในไม่พบเชื้อ

เบื้องต้นทางการจีนสั่งระงับการนำเข้ากุ้งจากทั้ง 3 โรงงานและเผาสินค้าที่พบเชื้อทั้งหมด โดยหลังจากนี้จะตรวจสอบหาเชื้อโคโรนาไวรัสจากสินค้านำเข้าเข้มงวดขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน

แม้ความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่ระบาดจากอาหารสู่คน แต่ทางการจีนเริ่มตรวจสอบอาหารแช่แข็งนำเข้าครั้งใหญ่บริเวณท่าเรือหลังจากพบเชื้อโคโรนาไวรัสในแซลมอนนำเข้าเมื่อเดือนที่แล้ว รวมทั้งสั่งระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์จากโรงงานที่พบคนงานติดเชื้อในหลายประเทศ อาทิ บราซิล อังกฤษ เยอรมนี

นายกเยอรมนีเหน็บทรัมป์ “คำโกหกเอาชนะโควิดไม่ได้” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628104

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 12:04 น.นายกเยอรมนีเหน็บทรัมป์ "คำโกหกเอาชนะโควิดไม่ได้"“คุณไม่สามารถสู้กับโรคระบาดด้วยคำพูดอันหลอกลวงและการบิดเบือนข้อมูล”

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนีได้ระบุในตอนหนึ่งของสุนทรพจน์กลางที่ประชุมสภาสหภาพยุโรปในฐานะที่เยอรมนีดำรงตำแหน่งประธานอียูในปีนี้ ถึงประเด็นการรับมือต่อสถานการณ์ไวรัสโควิด โดยเธอได้กล่าวว่า “ขณะที่เรากำลังเผชิญหน้าโดยตรง คุณไม่อาจต่อสู้กับโรคระบาดด้วยคำโกหกและการบิดเบือนข้อมูลไปมากกว่าที่คุณจะสามารถต่อสู้ได้ด้วยความเกลียดชังหรือการยั่วยุให้เกลียดชัง”

ผู้นำหญิงเหล็กแห่งเยอรมนียังกล่าวว่า “ในระบอบประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงและความโปร่งใส … สิ่งนี้จะทำให้ยุโรปแตกต่างและเยอรมนีจะยึดมั่นเป็นหลักการสำคัญตลอดการดำรงว่าประธานผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป”

แม้นายกเยอรมนีจะไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคลใดเป็นเฉพาะเจาะจง แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบโบลโซลนารู ของบราซิล ซึ่งมีท่าทีอันไม่สนใจต่อการรับมือโควิดในประเทศ ทั้งยังมุ่งบิดเบือนและแพร่ข้อมูลอย่างผิดๆแก่ประชาชนในหลายประเด็น

พรรคลีเซียนลุงชนะเลือกตั้งสิงคโปร์ตามเคย แต่ได้เสียงในสภาน้อยสุดรอบ55ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628096

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 10:55 น.พรรคลีเซียนลุงชนะเลือกตั้งสิงคโปร์ตามเคย แต่ได้เสียงในสภาน้อยสุดรอบ55ปีฝ่ายค้านสิงคโปร์โกยเสียงในสภาเพิ่ม ส่วนพรรครัฐบาลแม้ชนะเลือกตั้งแต่ได้ที่นั่งน้อยลง

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดการลงคะแนนไปเมื่อวานนี้ ปรากฎว่าพรรคกิจสังคม (People’s Action Party หรือ PAP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง และเป็นพรรคที่ผูกขาดการบริหารประเทศของสิงคโปร์มานาน ยังคงได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

โดยผลคะแนนของ PAP ได้จำนวนสส.ไปทั้งสิ้น 83 เสียง จากทั้งหมด 93 เสียงในสภา ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้คะแนนเสียง 10 เสียง เพิ่มขึ้น4เสียง จากเดิม 6 เสียง

แม้ว่าพรรค PAP จะยังคงคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเช่นเคย แต่จากคะแนนเสียงในสภาที่ได้ถือว่าน้อยที่สุดในรอบ55ปี นับตั้งแต่สิงคโปร์แยกจากมาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคPAPไม่เคยได้ที่คะแนนเสียงในสภาต่ำกว่า93 เสียง เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้านที่ได้ที่นั่งมากสุดเท่าที่เคยได้รับคะแนนเช่นกัน

สัดส่วนคะแนนของพรรค PAP ลดลงเหลือ 61.24% จากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าที่ 69.9% เนื่องจากชาวสิงคโปร์ผิดหวังกับค่าครองชีพที่ระดับสูง นโยบายเปิดรับชาวต่างชาติซึ่งกระทบต่อชาวสิงคโปร์ท้องถิ่น และผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งทำให้คาดว่าสิงคโปร์จะเผชิญสภาะเศรษฐกิจถดถอยหนักสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ

อย่างไรก็ดี แม้คะแนนเสียงในสภาจะลดลง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่พรรค PAP จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านร่างกฎหมาย หรือกำหนดนโยบายต่างเพื่อกอบกู้ประเทศหลังจากวิกฤตโควิด ตามดำริของนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง โดยการเลือกตั้งนี้จะเป็นการดำรงตำแหน่งวาระสุดท้ายของนายกลี ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ตัวเต็งในพรรคคนอื่นๆในปี2022

จีนเผยพบโรคปอดปริศนาร้ายแรงกว่าโควิดในคาซักสถาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628084

วันที่ 10 ก.ค. 2563 เวลา 20:14 น.จีนเผยพบโรคปอดปริศนาร้ายแรงกว่าโควิดในคาซักสถานทางการคาซักสถานโต้ไม่ใช่โรคใหม่หรือโรคปริศนา

สำนักข่าว CNN รายงานว่า สถานทูตจีนในกรุงอัสตานาของคาซักสถาน ออกคำเตือนพลเมืองจีนในคาซักสถานให้หลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะที่มีคนหนาแน่น เนื่องจากทางการคาซักสถานพบโรคปอดปริศนาที่รุนแรงกว่า Covid-19 ระบาดตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว

สถานทูตยังระบุอีกว่า ปีนี้โรคปอดปริศนาคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 1,772 ราย โดยในจำนวนนี้มีพลเมืองจีนรวมอยู่ด้วย และเฉพาะเดือนที่แล้วเพียงเดือนเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 628 ราย โดยมีพื้นที่ระบาดหนาแน่นอยู่ที่เมืองอะตรีเรา อักเตอเบ และไชม์เคนท์ ซึ่งมีผู้ป่วยรวมกันเกือบ 500 ราย และอีก 30 รายอาการหนัก

ในเวลาต่อมา อเล็กซี ซอย รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคาซักสถานออกแถลงการณ์ว่า มีการระบาดของโรคปอดที่ยังหาสาเหตุไม่พบจริง แต่โต้ว่าโรคดังกล่าวไม่ใช่โรคใหม่หรือโรคปริศนา

“กระทรวงสาธารณสุขคาซักสถานขอชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าว (ของจีน) ไม่สอดคล้องกับความเป็นจจริง” แถลงการณ์ระบุ

แม่ญี่ปุ่นทิ้งลูก 3 ขวบไว้คนเดียว 8 วันจนหิวตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628078

วันที่ 10 ก.ค. 2563 เวลา 19:31 น.แม่ญี่ปุ่นทิ้งลูก 3 ขวบไว้คนเดียว 8 วันจนหิวตายแม่ชาวญี่ปุ่นวัย 24 ปีทิ้งให้ลูกสาววัย 3 ขวบอยู่บ้านคนเดียว 8 วัน ส่วนตัวเองไปหาแฟนที่ต่างจังหวัด

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่า ตำรวจในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นจับกุมตัว ซากิ คาเคฮาชิ แม่วัย 24 ปีที่ปล่อยลูกสาววัย 3 ขวบให้อยู่ตามลำพังในบ้านนานถึง 8 วัน ขณะที่ตัวเองเดินทางไปหาแฟนหนุ่มที่จังหวัดคาโกชิมะ จนหนูน้อยขาดน้ำและอาหารรุนแรงจนเสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังพบว่าหนูน้อยเคราะห์ร้ายมีผดผื่นบริเวณก้นด้วย เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนแพมเพิร์สเป็นเวลานาน

คาเคฮาชิเผยกับตำรวจว่า เธอไม่คิดว่าลูกสาวจะเสียชีวิต เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะทิ้งให้ลูกสาวอยู่เพียงลำพังในอพาร์ทเม้นต์ แต่เมื่อเธอกลับมาถึงห้องก็พบว่าลูกสาวไม่หายใจแล้ว จึงโทรเรียกรถพยาบาล ก่อนที่แพทย์จะแจ้งว่าน้องเสียชีวิต

ระหว่างสอบปากคำแม่ยังระบุว่า ลูกสาวป่วยมาหลายวันก่อนที่จะเสียชีวิต แต่เธอไม่มีเงินจึงไม่ได้พาไปโรงพยาบาล

ตำรวจยังเชื่อว่าแม่รายนี้คงปล่อยปละละเลยและทำร้ายร่างกายลูกเป็นประจำ ขณะที่เพื่อนบ้านเผยกับตำรวจว่า คาเคฮาชิมักจะออกจากบ้านไปหลายๆ วัน หรือไม่ก็กลับบ้านดึก แล้วปล่อยให้ลูกสาวอยู่คนเดียว

ขณะที่เนิร์สเซอรีเผยว่า ลูกสาวของคาเคฮาชิไม่ได้ไปที่เนิร์สเซอรีมากว่า 1 ปีแล้ว

คิมโยจองปัดจัดซัมมิตรอบสามกับสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628077

วันที่ 10 ก.ค. 2563 เวลา 18:45 น.คิมโยจองปัดจัดซัมมิตรอบสามกับสหรัฐน้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือลั่น ไม่จัดซัมมิตกับสหรัฐอีก หลังทรัมป์บอกอยากคุยคิมก่อนเลือกตั้ง

นางสาวคิมโยจอง น้องสาวนายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยางว่า เกาหลีเหนือไม่มีแผนการจัดสุดยอดซัมมิตครั้งที่สามกับสหรัฐภายในปีนี้อย่างแน่นอน หลังจากที่ทั้งสองผู้นำเคยพบปะกันในซัมมิตสองครั้งที่สิงคโปร์ และที่กรุงฮานอยของเวียดนาม

“เจ้าหญิงแห่งเกาหลีเหนือ” ระบุว่า การจัดซัมมิตหารือกับสหรัฐมีแต่ทำให้รัฐบาลวอชิงตันได้รับผลประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยอมรับว่าไม่ได้ปิดประตูทางการทูตกับสหรัฐเสียทีเดียว เว้นแต่รัฐบาลวอชิงตันจะจริงใจในการเปลี่ยนแปลงจุดยืนอย่างเด็ดขาดที่มีแต่เกาหลีเหนือ คิม โย จอง ระบุว่า รัฐบาลเปียงยางรับไม่ได้ที่สหรัฐใช้นโยบายก้าวร้าว เห็นประโยชน์ของตนเพียงฝ่ายเดียว ที่ผ่านมาสหรัฐปรับเปลี่ยนท่าทีกับเกาหลีเหนือในหลายครั้ง เดียวดีเดียวร้าย ซึ่งเปียงยางไม่มั่นใจว่าท่าทีเหล่านี้ เป็นกลยุทธของสหรัฐเอง หรือปธน.ทรัมป์เริ่มควบคุมคนของตนเองไม่ได้กันแน่

คิมโยจองยังระบุในแถลงการณ์ว่า “เราขออธิบายอย่างชัดเจนเลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความถึงการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นไปไม่ได้ เราเพียงแต่บอกว่าจะเป็นไปไม่ได้ในช่วงเวลานี้เท่านั้น”

เจ้าหญิงแห่งโสมเหนือยัง ฝากข้อความจากผู้เป็นพี่ชายถึงยังผู้นำสหรัฐว่า พี่ชายเธอขออวยพรให้ประธานาธิบดีทรัมป์ประสบความสำเร็จในการทำงาน ทั้งย้ำว่าแม้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทรัมป์ แต่ก็ไม่รับประกันว่าสหรัฐจะกลับไปใช้นโยบายก้าวร้าวกับเกาหลีเหนืออีก รัฐบาลเปียงยางจึงต้องเตรียมตัวรองรับในกรณีที่หากมีการเปลี่ยนตัวผู้นำสหรัฐ

คำแถลงของคิมโยจองมีขึ้นเพียงวันเดียว ก่อนหน้าที่นายสตีเฟน มีกัม ผู้แทนฯพิเศษของสหรัฐซึ่งจะเดินทางมาหารือกับรัฐบาลโซลในประเด็นสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีช่วงสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ว่า หากเป็นไปได้เขาต้องการคุยหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าทรัมป์กำลังพยายามใช้ประเด็นเกาหลีเหนือมาโกยคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ