สหรัฐฯผ่านกฎหมายคว่ำบาตรแบงก์จีน โต้กม.ความมั่นคงฮ่องกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627482

วันที่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 15:33 น.สหรัฐฯผ่านกฎหมายคว่ำบาตรแบงก์จีน โต้กม.ความมั่นคงฮ่องกงสภาสหรัฐอนุมัติกม.แบนธนาคารจีน ลงโทษคนเอี่ยวริดรอนเสรีภาพฮ่องกง

รอยเตอร์รายงานว่า สภาผู้แทนฯสหรัฐได้มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรธนาคารจีน เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่รัฐบาลปักกิ่งอนุมัติใช้กฎหมายความมั่นคงฮ่องกงซึ่งไม่เพียงแต่ริดรอนสิทธิเสรีภาพของคนฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังสามารถเอาผิดพลเมืองต่างชาติที่วิพากษ์วิจารณ์จีนด้วยเช่นกัน

รายงานระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมุ่งลงโทษบรรดาธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใดก็ตามของจีน ซึ่งรับทำธุรกรรมหรือมีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกับนิติบุคคล บริษัท หรือเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันร่างกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการริดรอนสิทธิเสรีภาพในการปกครองตนเองของฮ่องกง

ร่างกฎหมายดังกล่าวมุ่งเป็นพิเศษต่อหน่วยงานตำรวจซึ่งทำหน้าที่ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงต่อการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ของฮ่องกง อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายกังวลว่าการประกาศใช้กม.มั่นคงฉบับใหม่ เสมือนกันยุติสถานะปกครองตนเองของฮ่องกง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ

สำหรับสถานการณ์เดินประท้วงในฮ่องกงเมื่อวานนี้ (1 ก.ค) ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้เรียกร้องเอกราชในฮ่องกงนับพันคนเนื่องในวันครบรอบ 23 ปีของการส่งมอบฮ่องกงคืนสู่อ้อมอกจีน โดยการเดินขบวนประท้วงเมื่อวานนี้เป็นเหตุให้ตำรวจฮ่องกง ทำการจับกุมกลุ่มผู้ประท้วงได้ราว100คน ซึ่งคาดว่าจะมีการเอาผิดผู้ประท้วงด้วยการประเดิมใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่หลังปักกิ่งอนุมัติใช้เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง

เหมืองหยกเมียนมาถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย50ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627467

วันที่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 13:42 น.เหมืองหยกเมียนมาถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย50รายเหมืองเมียนมาถล่ม ฝังคนงานอย่างน้อย 50 ราย เหตุฝนตกหนักทำดินสไลด์

เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเช้าของวันนี้ (02 ก.ค.) เกิดเหตุเหมืองหยกในรัฐคะฉิ่นของเมียนมาประสบเหตุถล่ม คร่าชีวิตคนงานเหมืองแล้วอย่างน้อย 50 ราย เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในฤดูมรสุม

หน่วยบริการดับเพลิงแห่งชาติเมียนมาเผยในเฟซบุ๊กว่า เหตุดินถล่มเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันนี้ บริเวณเหมืองแร่หยกใกล้เมือง Hpakan ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือของเมียนมาใกล้กับพรมแดนจีน หลังจากที่มีฝนตกหนักมาเป็นปริมาณมาก คนทำให้คนงานเหมืองหลายคนถูกพัดถล่มด้วยดินโคลน ขณะที่ทางการได้สั่งเริ่มกระบวนการค้นหาและกู้ภัยแล้ว

สำหรับเมือง Hpakan เป็นแหล่งขุดหาแร่หยกที่มีชื่อเสียงของเมียนมา ที่ผ่านมาเคยประสบเหตุเหมืองถล่มทับคนงานในหลายครั้ง โดยแต่ละปีที่ผ่านมา มีคนงานเหมืองหลายรายที่ต้องคร่าชีวิตจากสภาพการทำงานที่ไม่ย่ำแย่เพื่อแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด

โคมแดงดัตช์ออกกฎเข้มหญิงบริการห้ามจูบลูกค้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627453

วันที่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 11:41 น.โคมแดงดัตช์ออกกฎเข้มหญิงบริการห้ามจูบลูกค้าเนเธอร์แลนด์ให้ย่านโคมแดงเปิดบริการอีกครั้ง ท่ามกลางกฎเข้มงวดคุมโควิด

ทางการเมืองอัมสเตอร์ดัมกลับมาอนุญาตให้บรรดาธุรกิจขายบริการและร้านค้าต่างๆในย่านโคมแดง (Red-light district) กลับมาเปิดทำการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากถูกสั่งปิดไปนานหลายเดือนนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด

การกลับมาเปิดของธุรกิจบริการลักษณะนี้ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเนื่องจากต้องอาศัยสัมผัสใกล้ชิด จึงทำให้ทางการออกกฎเกณฑ์เข้มงวดในการคุมการระบาดและเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อต่อทั้งหญิงบริการและลูกค้า

มาตรการที่ทางการเนเธอร์แลนด์ใช้อาทิ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในห้องก่อนให้บริการ ใช้เจลล้างมือ เปลี่ยนผ้ารองปูที่นอน ไปจนถึงการห้ามการจูบระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า

หนึ่งในหญิงที่ทำงานให้บริการเผยว่า แม้มาตรการเหล่านี้อาจสร้างความลำบากยุ่งยาก แต่ยังดีที่อนุญาตให้ธุรกิจกลับมาเปิดบริการได้ “ยังดีที่เราไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างให้บริการลูกค้า ขอบคุณพระเจ้า” หนึ่งในหญิงบริการกล่าว “โดยหลักๆคือห้ามมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซึ่งๆหน้า รวมถึงห้ามการจูบด้วย”

ในการให้บริการของย่านโคมแดงยุคนิวนอร์มอล ลูกค้าจะต้องเป็นผู้นัดหมายล่วงหน้า ซึ่งหากลูกค้าไม่แสดงอาการป่วยใดๆก็สามารถให้บริการได้

“หลังให้บริการเสร็จ เราจะฆ่าเชื้อทุกอย่างในห้องที่ลูกค้าสัมผัสรวมถึงเตียง อ่างอาบน้ำ ห้องน้ำ หรือแม้แต่ลูกบิดประตู”

สำหรับงานขายบริการในเนเธอร์แลนด์จัดเป็นอาชีพถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2000 มีการลงทะเบียน เสียภาษี และมีสวัสดิการสังคมรองรับแรงงานที่ทำงานในสายอาชีพนี้เช่นเดียวกับงานลักษณะอื่นๆ ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีหญิงขายบริการถูกกฎหมายอยู่ราว 7,000 คน

ส่วนสถานการณ์โควิดในเนเธอร์แลนด์ มีผู้ติดเชื้อสะสมที่ ยืนยันว่าติดเชื้อ 50,273 ราย เสียชีวิต 6,113 ไม่ปรากฎข้อมูลผู้รักษาหายแล้ว

Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP

เทสลาแซงโตโยต้า ขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์มูลค่ามากสุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627446

วันที่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 10:39 น.เทสลาแซงโตโยต้า ขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์มูลค่ามากสุดในโลกเทสลาแซงโตโยต้าขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าราคาตลาดสูงสุดสุดในโลก

บลูมเบิร์กรายงานว่า เทสลา มอเตอร์ส (Tesla) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสหรัฐของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ได้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่า(Market Cap) มากสุดในโลกถึง 207,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว6.4ล้านล้านบาท แซงหน้าโตโยต้ามอเตอร์ซึ่งครองอันดับหนึ่งมานาน

รายงานระบุว่า หุ้นของเทสลาในดัชนีแนสแดคของตลาดนิวยอร์กทำนิวไฮครั้งประวัติการณ์ที่ 1,124 ดอลลาร์ต่อหุ้นในช่วงการซื้อขายคืนที่ผ่านมา โดยนับเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าในช่วง 12 เดือน

หุ้นของเทสลามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเทสลาเริ่มผลิตรถรุ่นโมเดล3 ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของเทสลา นอกเทสลาแล้ว การซื้อขายช่วงคืนที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีของดัชนีแนสแดคอย่าง อเมซอน และเน็ตฟลิกซ์ ต่างทำสถิตินิวไฮเช่นกัน

“เอ็งเข้ามา ข้ายิง” ประเทศที่คนสามารถยิงใครก็ได้แค่รู้สึกกลัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627422

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 20:46 น."เอ็งเข้ามา ข้ายิง" ประเทศที่คนสามารถยิงใครก็ได้แค่รู้สึกกลัวกลุ่มผู้ประท้วงเดินผ่านบ้าน เจ้าของบ้านถือปืนออกมาเล็งใส่ได้หรือไม่

หลังจากมีคลิปสองสามีภรรยาในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรีของสหรัฐถือปืนเล็งไปยังกลุ่มผู้ประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของคนผิวสีที่บุกรุกเข้าไปในเขตพื้นที่ส่วนบุคคล เพื่อไปยังบ้านของนายกเทศมนตรี ไลดา ครูวสัน เรียกร้องให้ลาออกกรณีที่เธอเปิดเผยชื่อและที่อยู่ของชาวเมืองที่ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ปฏิวัติองค์กรตำรวจ เบื้องต้นทางการท้องถิ่นและสำนักงานอัยการรัฐมิสซูรีกำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

เดเนียล ชูลาร์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่เห็นเหตุการณ์ตลอด 10 นาทีและถ่ายคลิปวิดีโอไว้เผยกับ CNN ว่า กลุ่มผู้ประท้วงราว 500 คนเดินตัดเข้าไปในย่านพอร์ทแลนด์เพลซซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงถนนเส้นที่จะไปยังบ้านของนายกเทศมนตรีที่ถูกปิด โดยที่ประตูทางเข้าพอร์ทแลน์เพลซไม่ได้ล็อก

คลิปวิดีโอที่ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊คคลิปแรกเผยให้เห็นว่า ประตูทางเข้าด้านซ้ายถูกผู้ประท้วงคนแรกที่เข้าไปด้านในเปิดทิ้งไว้ แต่ในคลิปไม่ได้โชว์ว่าประตูถูกเปิดได้อย่างไร แต่ในคลิปที่สองที่ถ่ายภายหลัง ประตูด้านขวามีลักษณะงอและหลุดลงไปอยู่ที่พื้น

หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปด้านในราว 20 วินาที มาร์ก แม็คคลอสกีย์ สามี เดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับปืนไรเฟิล AR-15 แล้วตะโกนให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากถนนส่วนบุคคล

ฝั่งของมาร์กเผยกับสำนักข่าว KMOV ว่า “กลุ่มผู้ประท้วงอย่างน้อย 100 คนพังรั้วเหล็กของพอร์ทแลนด์เพลซเข้ามาแล้วตรงมาที่บ้านของผม ซึ่งครอบครัวเรากำลังรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ด้านนอก ทำให้พวกเรารู้สึกว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย”

ด้านตำรวจบันทึกในรายงานว่า สองสามีภรรยาซึ่งเป็นทนายความทั้งคู่เห็นคนกลุ่มใหญ่พยายามพังประตูพอร์ทแลนด์เพลซซึ่งมีป้าย “ห้ามบุกรุก” และ “ถนนส่วนบุคคล” เข้ามา และส่งเสียงดังรวมทั้งตะโกนข่มขู่ เมื่อทั้งคู่เห็นกลุ่มู้ประท้วงบางคนมีอาวุธจึงหยิบปืนออกมาแล้วโทรแจ้งตำรวจ

ขณะที่ทางการท้องถิ่นยืนยันว่าถนนเส้นดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลจริง

นอกจากเรื่องนี้จะเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแล้ว ยังมีการถกเถียงกันด้วยว่าการกระทำของทั้งคู่ถูกหรือผิดกฎหมายอย่างไร

ประเด็นนี้มีหลักกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันตนเองของสหรัฐที่เรียกว่า Stand Your Ground (ยืนหยัดสู้) เข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยปกติแล้วการป้องกันตัวเองตามกฎหมายสหรัฐ ผู้ที่ป้องกันตัวเองจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงภยันตรายนั้นๆ ก่อน ถ้าเลี่ยงไม่ได้จึงค่อยใช้กำลัง

แต่หากเป็นหลัก Stand Your Ground ของรัฐมิสซูรีที่สองสามีภรรยาอาศัยอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภยันตรายก่อน เจ้าของบ้านสามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้เต็มที่ และจะใช้อาวุธร้ายแรงอย่างปืนก็ได้

พูดง่ายๆ ก็คือหากมีคนบุกรุก เจ้าของบ้านสามารถยิงได้ทันที เพียงแค่มีเหตุอันควรให้กลัวความปลอดภัยของตัวเอง

แต่หลักกฎหมายนี้มักจะกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมสหรัฐบ่อยๆ   และมักถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ความรุนแรง ฝ่ายที่วิจารณ์ก็บอกว่าหลักกฎหมายนี้ทำให้เกิดทัศนคติ “ยิงก่อนค่อยถามทีหลัง” (shoot first, ask questions later)

ส่วนฝั่งที่หนุนมองว่าหลักกฎหมายนี้ช่วยให้คนที่ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองไม่ต้องกังวลว่าตัวเองหลีกเลี่ยงภยันตรายเพียงพอก่อนใช้กำลังหรือยัง

กรณีที่ทำให้คนอเมริกันให้ความสนใจหลักกฎหมายนี้กันมากจนเกิดการเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนกฎหมายนี้อีกครั้งคือ การเสียชีวิตของ เทรย์วอน มาร์ติน วัยรุ่นผิวสีในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2012 โดย จอร์จ ซิมเมอร์แมน ชาวผิวขาวชาวอเมริกันเชื้อสายยิว

ซิมเมอร์แมนเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังภัยในหมู่บ้าน วันเกิดเหตุเขาเดินตามมาร์ตินที่กำลังเดินกลับบ้านหลังกลับจากซื้อขนมในร้านสะดวกซื้ออย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินรู้สึกไม่สบายใจจึงโทรศัพท์หาแม่

ด้วยความที่ซิมเมอร์แมนเกลียดคนผิวดำเป็นทุนเดิม หลังจากปะทะกับมาร์ติน ซิมเมอร์แมนได้หยิบปืนพกประจำตัวยิงใส่เทรย์วอนจนเสียชีวิต

ที่สร้างความโกรธแค้นทวีคูณคือ เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุกลับปบ่อยตัวซิมเมอร์แมนไป และต่อมาศาลยังตัดสินว่าเขาไม่มีความผิด โดยอ้างว่าซิมเมอร์แมนมีสิทธิ์ในการป้องกันตัวตามหลัก  Stand Your Ground

สำหรับกรณีของสองสามีภรรยาที่ถือปืนขู่กลุ่มผู้ประท้วง จอห์น อัมมาน นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ มองว่าการกระทำของทั้งคู่อาจผิดในฐานทำร้ายร่างกายด้วยการทำให้กลุ่มผู้ประท้วงเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับร่างกายหรือชีวิต

“คนเรามีสิทธิ์ใช้กำลังหากตกอยู่ในอันตราย แต่หากกลุ่มผู้ระท้วงแค่เดินผ่านบ้านของทั้งคู่โดยที่ไม่ได้ทำอันตรายกับคนในบ้านโดยเฉพาะเจาะจง ทั้งคู่ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้อาวุธปืนโดยที่ไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง”

ชำแหละเครื่องจับวิญญาณรายการดัง ผีจริงหรือผีเก๊? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627411

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 19:16 น.ชำแหละเครื่องจับวิญญาณรายการดัง ผีจริงหรือผีเก๊?ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่สร้างความโด่งดังให้กับรายการจับผียอดฮิตของเมืองไทย มันคือของจริงหรือของกำมะลอกันแน่?

ผีมีจริงหรือไม่เป็นคำตอบที่ยากพอๆ กับการถามว่าเครื่องจับผีมันจับผีได้จริงหรือไม่? ทั้งการมีอยู่ของผีและความมีประสิทธิภาพของเครื่องจับผีจึงขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆ

ถึงแม้ว่าอุปกรณ์พวกนี้จะอิงกับหลักการวิทยาศาสตร์ แต่มันถูกจัดให้เป็น “วิทยาศาสตร์เทียม” (Pseudoscience) ที่อ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์และอิงกับข้อเท็จจริง แต่กระบวนการให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นวิทยาศาสตร์

เหมือนกับเครื่องจับผีที่อ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์ แต่กระบวนการพิสูจน์ว่าผีมีจริงยังเป็นไปไม่ได้

ต่อไปนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์จับผียอดนิยมกัน

จุดเด่นของรายการ “ช่องส่องผี” นอกจากแม่หมอตาทิพย์ที่ชื่อเรนนี่แล้ว ยังมีกล้องจับผีที่เมื่อส่องไปตามจุดที่เชื่อกันว่ามีผีจะเกิดโครงร่างคร่าวๆ เป็นเเส้นลำตัว แขน ขาปรากฎขึ้นบนหน้าจอ ลักษณะคล้ายกับรูปคนง่ายๆ ที่วาดโดยเด็กอนุบาล

อุปกรณ์นี้ประกอบขึ้นมาจาก Kinect ซึ่งเป็นเครื่องโปรเจกเตอร์แสงอินฟราเรดที่จะจับความเคลื่อนไหวและตรวจจับโครงร่างของร่างกายและเสียงเพื่อที่ผู้ใช้จะสามารถบังคับอุปกรณ์หนึ่งๆ (เช่นเครื่อง Xbox) จากระยะไกลได้

แต่หลังจากจำหน่ายออกมาไม่นานเมื่อปี 2010 เกมเมอร์สก็หันไปใช้มันเล่นอย่างอื่นแทนที่จะเเล่นเกมส์ นั่นคือใช้มัน “จับผี”

ในปี 2012 เมื่อภาพยนต์เขย่าขวัญเรื่อง Paranormal Activity 4 ออกฉายและมีฉากหนึ่งใช้เครื่องอินฟาเรดของ Kinect จับการปรากฎตัวของสิ่งลี้ลับได้ ยิ่งทำให้คนเชื่อกันว่า Kinect จับผีได้จริงๆ ถึงขนาดที่มีกลุ่มตั้งขึ้นมาโดยใช้ Kinect เพื่อจับผีโดยเฉพาะ

จากบล็อกของกลุ่มหนึ่งที่โพสต์ไว้เมื่อปี 2013 ระบุว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ Kinect Motion Sensor ในปี 2010 นักเล่นเกมได้โพสต์คลิป “Kinect Ghosts” ที่ตรวจพบโดย Xbox 360 ของพวกเขา Kinect จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีคนอื่นเข้ามาในห้อง ปรากฏการณ์ส่วนใหญ่ถูกปัดว่าเป็นแค่ความผิดปกติของเครื่องหากพวกเขาอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตามมีวิดีโอหลายร้อยรายการบน youtube ไม่เพียงตรวจพบ ‘คนบางคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น’ แต่พวก ‘ผี’ เหล่านี้ยังใช้ตัวควบคุมการเคลื่อนไหวเพื่อใช้งานระบบอีกด้วย”

มีคลิปจำนวนไม่น้อยเลยใน youtube ที่ใช้อุปกรณ์นี้จับภาพ “ผี” ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ และเหมือนกับที่กลุ่มจับผีข้างบนอ้างไว้ มีผู้อ้างว่า “ผี” เหล่านี้ยังแทรกแซงระบบของ Xbox เหมือนกับว่าผีเหล่านี้พบวิธีที่จะสื่อสารกับมนุษย์ได้

นับจากนั้นไม่ใช่แค่เกมเมอร์เท่านั้นที่เล่นจับผี แต่นักจับผีมืออาชีพยังได้อาวุธใหม่ในการตามล่าสิ่งลี้ลับ และยังมีการปรับปรุงอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ตามความเชื่อของพวกเขา)

เช่น นักล่าผีชาวออสเตรเลียที่ชื่อ แกรฮ์ม ลิวอิส (Graham Lewis) อ้างกับสำนักข่าว ABC ว่าเขาจับภาพ (แบบเดียวกับรายการช่องส่องผี) ได้ระหว่างไปล่าท้าผีที่สถานกักกันโรคในซิดนีย์โดยเป็นโครงร่างเล็กๆ เหมือนเด็ก ลิวอิสปรับปรุงกล้องจับผีให้ดีขึ้นด้วยการติดตั้ง Kinect เข้ากับหน้าจอแทบเล็ตและฮาร์ดไดรฟ์สำหรับบันทึกภาพและยังติดตั้งเครื่องจับทิศทางและอื่นๆ

ในเว็บไซต์ Ghost Hunters Equipment มีการดัดแปลง Kinect เหมือนกับที่ลิวอิสทำแต่ด้วยออปชั่นที่มากกว่าและรูปลักษณ์ที่ดูล้ำพร้อมด้วยกล่องใส่สุดเท่ วางจำหน่ายในราคาประมาณ 12,000 บาท ประกอบด้วยแทบเล็ตกับ Kinect เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมด้วยซอฟแวร์ที่จำเป็นและมือจับกล้อง

แน่นอนว่านอกจากจะมีเว็บไซต์ขายกันเฉพาะกลุ่มแบบนี้แล้ว ยังมีขายกันในแพลตฟอร์มดังๆ เช่น eBay ด้วย

คำถามสำคัญก็คือ Kinect มันจับปีได้จริงหรือ? หรือเป็นแค่ความผิดปกติของอุปกรณ์?

ในเรื่องนี้เคนนี บริดเดิล (Kenny Biddle) แห่งเว็บไซต์นิตยสาร Skeptical Inquirer อธิบายว่า สิ่งที่เรียกว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นการใช้ผิดวิธีโดยพวกนักล่าผีต่างหาก!

เพราะ Kinect ออกแบบมาให้ติดตั้งด้านบนหรือด้านล่างหน้าจอโทรทัศน์ ประมาณ 0.6 – 1.8 จากพื้นแต่ยิ่งสูงยิ่งดี มันถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบนที่ตั้งเสถียรไม่ใช่ถือไปถือมา และยังต้องมีระยะห่างที่เหมาะสมที่จะจับความเคลื่อนไหวของผู้เล่น ไม่เช่นนั้นมันจะประมวลผลพลาด นั่นคือประมาณ 3 เมตร

เพราะ Kinect เกิดข้นจากการประมวลผลภาพความเคลื่อนไหวของมนุษย์ในสถานที่ต่างๆ นับหมื่นนับแสนแห่งแล้วใช้อัลกอริธึมประเมินความเคลื่อนไหวของคนในมุมต่างๆ แต่มันจะทำงานพลาดถ้าไปจับความเคลื่อนไหวอะไรที่คล้ายรูปร่างคนเข้า แม้ว่ามันจะไม่เหมือนคนแต่ซอฟแวร์จะประเมินว่ามันอาจเป็นคนแล้วเติมแขนขาให้จนกลายเป็นรูปโครงร่างอย่างที่บางคนเชื่อว่าเป็นผี

ดังนั้น ที่เราเห็นบางรายการนำ Kinect ไปถ่ายนอกสถานที่โดยเฉพาะตามต้นไม้ระเกระกะ อุปกรณ์ก็จะคิดว่าเป็นรูปร่างคนแล้วประมวลผลออกมาให้คนคิดว่าเจอผีเข้าให้แล้ว หรือถ้าไม่เห็นผู้ใช้แบบเต็มตัวเครื่องก็จะเดารูปร่างออกมา จนประมวลออกมาให้เข้าใจว่าเป็น “ผี” ไปอีกเช่นกัน เช่นเมื่อผู้เล่นนั่งลงหรือย่อตัวลงในจอ มันก็จะมวลผลเป็นรูปโครงร่างเล็กๆ ที่บางคนคิดว่าเป็น “ผีเด็ก”

เราจะต้องไม่ลืมว่าผียังเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ อย่างน้อยก็ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการจับผีจึงเป็นเพียงแค่การ “สรุปเอาเอง” ว่าสิ่งที่เห็นหน้าจอคือของจริง โดยไม่ได้มีการตรวจสอบ ทดลอง ทบทวนตามกระบวนการวิทยาศาสตร์

นักจับผียังมีแนวโน้มที่จะเชื่อเอาไว้ก่อนและเชื่อมั่นกับอุปกรณ์ของตัวเองอย่างมากกว่าใช้การได้จริง ในต่างประเทศ นักจับผีให้ความสำคัญกับอุปกรณ์มากจนเรียกได้ว่า “เป็นนักจับผีต้องมีแกตเจ็ต” แต่พวกเขาไมได้มีเวลามาชำแหละความน่าเชื่อถือของแกตเจ็ตตัวเองสักเท่าไร

ยิ่งเมื่อความปลอมของเครื่องจับผีมาพบกับการปลอมประวัติศาสตร์และจินตนาการฟุ้งเฟื่องของบางคน

มันยิ่งทำให้คนหัวอ่อนเชื่อไปแล้วว่าสิ่งที่เห็นคือของจริง

ภาพประกอบจาก Ghost skeleton sur pc et kinect

คุ้มไหมที่ขย้ำฮ่องกงในกำมือ เดิมพันระดับล้านล้านของจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627312

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 15:39 น.คุ้มไหมที่ขย้ำฮ่องกงในกำมือ เดิมพันระดับล้านล้านของจีน โจชัว หว่องบอกว่าฮ่องกงไม่มีทางมั่งคั่งได้ หากปราศจากอำนาจปกครองตนเอง

1. ทันทีที่คณะกรรมาธิการถาวรแห่งสภาประชาชนจีนมีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง สิ่งที่ภาคธุรกิจกลัวมาตลอดก็เกิดขึ้นแทบจะในทันที เมื่อรัฐบาลสหรัฐประกาศยุติสถานะพิเศษทางเศรษฐกิจของฮ่องกงอย่างที่ขู่มาตลอด แต่จีนไม่แคร์และสีจิ้นผิงก็ไม่รีรอจัดการลงนามในวันเดียวกันนั้น เป็นการตอบโต้แบบทันตาราวกับว่ากำลังวัดเชิงมวยกันว่าใครจะแน่กว่าใคร

2. สถานะพิเศษนี้เป็นตัวบทกฎหมายที่ชื่อ Hong Kong Policy Act ซึ่งสหรัฐผ่านออกมาในปี 1992 เพื่อปฏิบัติต่อฮ่องกงให้ต่างจากแผ่นดินใหญ่ในแง่การส่งออกและเรื่องเศรษฐกิจทั้งหลายทั้งปวง ในแง่หนึ่งเป็นการเตรียมตัวของสหรัฐที่จะค้าขายกับฮ่องกงต่อไปหลังจากที่ฮ่องกงกลับสู่จีนในปี 1997

3. แต่มีข้อแม้ว่าตราบใดที่ฮ่องกงยังมีอำนาจปกครองตนเอง กฎหมายนี้จะไม่ถูกแก้ และสหรัฐจะปฏิบัติต่อฮ่องกงตามข้อตกลงระหว่างประเทศโดยไม่สนใจว่าจีนจะมีส่วนร่วมหรือไม่ (ซึ่งเท่ากับว่าไม่เห็นหัวจีนนั่นเอง) แต่หากฮ่องกงเสียอำนาจปกครองตนเองไป ประธานาธิบดีสหรัฐมีอำนาจให้ทบทวนได้

4. ข้อสำคัญอีกเรื่องก็คือมีสินค้าส่งออกจากสหรัฐบางประเภทที่เป็นสินค้าเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงบหรือไปใช้ในการสงครามได้ สหรัฐตั้งเงื่อนไขว่าฮ่องกงจะต้องปกป้องไม่ให้มีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในทางไม่เหมาะสม ในแง่หนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีเหล่าตกอยู่ในมือจีนนั่นเอง ดังนั้นสหรัฐจำย้ำนักย้ำหนาว่า ตราบใดที่ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองก็ยังค้าขายกันต่อไปได้อย่างเสรี

5. สถานะพิเศษนี้ดูเหมือนจะเป็นอานิสงส์แก่จีนด้วยเพราะก่อนที่จีนจะรุ่งเรืองเหมือนทุกวันนี้ จีนใช้ฮ่องกงเป็นเมืองท่าระบายและรับสินค้าและใช้เป็นที่ดูดเงินตราต่างประเทศ ดังนั้นสถานะพิเศษที่สหรัฐมอบให้ฮ่องกงน่าจะเป็นสิ่งที่จีนชอบอยู่ลึกๆ แต่ในฉากหน้าจีนไม่พอใจ Hong Kong Policy Act อย่างมากเพราะมันเป็นการแทรกแซงกิจการภายในกันชัดๆ

6. จีนไม่พอใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 เราจึงคาดเดาได้ว่าเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมที่จีนพร้อมยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองและไม่ต้องพึ่งฮ่องกงกง จีนจะไม่แยแสถ้าสหรัฐจะถอนสถานะพิเศษของฮ่องกง จีนรอโอกาสนี้มานานถึง 20 กว่าปี ในช่วงนี้จีนสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นมหาอำนาจขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับที่เกิดเมืองที่เป็นตัวตายตัวแทนฮ่องกงหลายแห่ง

7. จนกระทั่งจีนใหญ่ขึ้นจนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอย่างไม่อาจเลี่ยงได้อีกต่อไป พร้อมกับที่ฮ่องกงโรยราและเกิดกระแสต่อต้านจีนมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นหอกข้างแคร่ของจีน การประท้วงใหญ่ในฮ่องกงปี 2019 ทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องขยับครั้งแรกด้วยการผ่านกฎหมาย Hong Kong Human Rights and Democracy Act เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ฮ่องกงและจีนที่บั่นทอนสิทธิมนุษยชน

8. สหรัฐขยับรอบที่สองเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เมื่อไมค์ พอมพีโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐบอกว่าฮ่องกงไม่มีอำนาจปกครองตนเองอีกต่อไป ทำให้เกิดความหวั่นเกรงกันว่าสหรัฐคงจะถอนสถานพิเศษของฮ่องกงในเร็วๆ นี้ แล้ว

9. สหรัฐขยับรอบที่สามในวันที่ 25 มิถุนายน เมื่อวุฒิสภาผ่านกฎหมาย Hong Kong Autonomy Act เพื่อเอาผิดกับบุคคลใดก็ตามที่ละเมิดปฏิญญาร่วมจีน-สหราชอาณาจักรเกี่ยวกับสถานะฮ่องกงและรัฐธรรมนูญฮ่องกง และยังเอาผิดธนาคารที่ทำธุรกิจกับคนที่ล่วงละเมิดเหล่านั้นด้วย

10. คำถามก็คือสหรัฐมีสิทธิที่จะไปกะเกณฑ์อำนาจปกครองตนเองของฮ่องกงตั้งแต่เมื่อไร? แถมยังล่วงล้ำไปถึงปฏิญญาร่วมจีน-สหราชอาณาจักรซึ่งไม่ใช่ปฏิญญาที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้จีนมีความชอบธรรมยิ่งขึ้นที่จะกล่าวหาสหรัฐว่าแทรกแซงกิจการภายใน

11. จนกระทั่งจีนผ่านความเห็นชอบกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ 30 มิถุนายน สหรัฐจึงขยับรอบที่สี่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศระงับสถานะพิเศษของฮ่องกง และหากพิจารณาลดสถานะพิเศษของฮ่องกงต่อไปอีก และจะระงับการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับความมั่นคงไปยังฮ่องกงในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับขู่ให้จีนรีบเปลี่ยนใจในทันที

12. แน่นอนว่าจีนไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะนี่คือโอกาสที่สุกงอมเต็มที่ที่จะกำจัดสถานพิเศษที่บั่นทอนเกียรติภูมิของประเทศเอกราชไปให้พ้นๆ เสียที อย่างที่เกริ่นไว้ว่าจีนไม่ได้พอใจกับสถานะพิเศษที่สหรัฐยัดเยียดให้เพราะมันเป็นการแทรกแซงกิจการภายในกันเห็นๆ

13. ในแง่หนึ่ง การที่สหรัฐปฏิบัติต่อฮ่องกงเหมือนกับจีนทุกอย่างในทางเศรษฐกิจ เท่ากับยอมรับว่าฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่โดยบริบูรณ์แล้ว หากจีนไม่เสัยดายเงินที่จะหายไป (ไม่ใช่น้อย) จีนก็ควรจะดีใจว่าตอนนี้ฮ่องกงไม่ได้ถูกปฏิบัติราวกับเป็น “ประเทศ” ที่เป็นเอกเทศจากจีน

14. ในฉากหน้าดูเหมือนว่าสหรัฐกำลัง “ลงโทษ” จีน แต่เมื่อเราดูกันอย่างละเอียดจะพบว่าสถานะพิเศษนี้ครอบคลุมภาคการผลิตเป็นหลัก ซึ่ง เคิร์ท ทอง (Kurt Tong) อดีตกงสุลของสหรัฐในฮ่องกงกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ฮ่องกงไม่ใช่ดินแดนที่เน้นอุตสาหกรรมพวกนี้แล้ว หลายปีที่ผ่านมาฮ่องกงผันตัวเองมาเป็นภาคบริการ-การเงิน

15. ปัญหาที่จะตามมาคือภาคการผลิตของจีนที่ระบายสินค้าผ่านทางฮ่องกงไปยังสหรัฐจะต้องเสียภาษีมากขึ้น แค่เรื่องนี้จีนก็คงเตรียมตัวเตรียมใจอยู่แล้วเพราะมันคือเงื่อนไขหนึ่งของสงครามการค้า นี่นับเป็นเรื่องเล็กๆ เนื่องจากจีนปรับทิศทางการค้าขายใหม่โดยมาเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก

16. แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีผลเสียมหาศาล Bloomberg Intelligence ประเมินว่าธนาคารขนาดใหญ่ของจีนมีความเสี่ยงที่จะถูกเล่นงานฐานทำธุรกรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาล หากสหรัฐเล่นงานด้วยการใช้ Hong Kong Autonomy Act หากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นจะสร้างความสั่นคลอนต่อกองทุนมูลค่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐของธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน เพราะสหรัฐจะห้ามธนาคารจีนเข้าถึงตลาดการเงินสหรัฐ

17. ธนาคารชั้นนำของจีนที่อาจจะถูกเล่นงานคือธนาคารดังๆ และมีชื่อเสียงระดับโลกทั้ง 4 แห่ง คือ Industrial & Commercial Bank of China Ltd., China Construction Bank Corp., Bank of China Ltd. และ Agricultural Bank of China Ltd ธนาคาที่เสี่ยงที่สุดคือ ICBC ไม่เฉพาะในจีน ธนาคารสัญชาติอื่นๆ ที่ทำธุรกรรมกับเจ้าหน้าที่จีนและคนในครอบครัวก็จะถูกสหรัฐเล่นงานไปด้วย

18. สหรัฐเคยเล่นงานภาคธุรกิจที่ไปเอี่ยวกับประเทศศัตรูของสหรัฐมาแล้ว เช่น ปี 2562 ธนาคาร Standard Chartered Plc ต้องเสียค่าปรับ 600 ล้านเหรียญสหรัฐเพราะไปทำธุรกรรมกับเมียนมา, คิวบา, อิหร่าน ซูดาน และซีเรีย และเมื่อปี 2014 บริษัท BNP Paribas SA เคยถูกเล่นงานหนักที่สุดฐานทำธุรกิจกับประเทศที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำถูกปรับเป็นเงินถึง 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

19. แต่ในโลกที่ทุกอย่างโยงใยเข้าด้วยกัน มาตรการคว่ำบาตรแบบที่สหรัฐชอบใช้มันได้ผลเฉพาะประเทศ “ปิด” เช่น เกาหลีเหนือ อิหร่าน หรือแม่แต่เมียนมา  ทว่ากับประเทศที่เศรษฐกิจของสหรัฐเกี่ยวข้องแบบแยกไม่ออกอย่างจีน ยิ่งสหรัฐคว่ำบาตรสหรัฐยิ่งจะเจ็บตัวเอง และเป็นอีกครั้งที่มีเสียงเตือนในทำนองนี้ แต่สหรัฐไม่ยอมฟัง

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

รมว.ศึกษาบราซิลลาออก หลังรับตำแหน่งเพียง5วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627386

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 15:37 น.รมว.ศึกษาบราซิลลาออก หลังรับตำแหน่งเพียง5วันเรซูเม่ปลอมเป็นเหตุ ทำรัฐมนตรีศึกษาบราซิลลาออกหลังรับตำแหน่งแค่5วัน

เอเอฟพีรายงานว่า นายคาร์ลอส อัลแบร์โต เดโคเตลี (Carlos Alberto Decotelli) รัฐมนตรีศึกษาธิการคนใหม่ของบราซิลประกาศขอลาออก หลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากที่ถูกพบว่าตนเองปลอมประวัติการศึกษาในประวัติย่อการทำงาน (CV)

นายคาร์ลอส ถือเป็นรัฐมนตรีผิวสีคนแรกที่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลขวาจัดของประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู (Jair Bolsonaro) โดยเป็นการเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาต่อจากนายอับบราฮัม ไวนทรอป์ (Abraham Weintraub) ซึ่งลาออกจากตำแหน่งรมว.ศึกษาช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา จากการตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหลายประเด็นเช่นกัน

สำหรับนายคาร์ลอส ระบุในประวัติส่วนตัวว่าจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในอาร์เจนติน่า และเป็นสำเร็จการวิจัยหลังปริญญาเอก(post-doc )จากมหาวิทยาลัยในเยอรมนี แต่จากการเปิดเผยของสื่อในท้องถิ่นพบว่านายคาร์ลอสไม่ได้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกตามที่ตนระบุไว้ในประวัติส่วนตัว

นอกจากนี้นายคาร์ลอสยังถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการคัดลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาโท (Plagiarism) ด้วยซึ่งเรื่องดังกล่าว เขาได้ปฏิเสธพร้อมอธิบายต่อประธานาธิบดีโบลโซนารูว่าจะไม่เข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งรมว.ศึกษาฯ หลังจากที่ผู้นำเพิ่งลงคำสั่งแต่งตั้งได้เพียง5วัน

ฮ่องกงประเดิมจับ30คนแรก แหกกม.ความมั่นคงฉบับใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627364

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 14:11 น.ฮ่องกงประเดิมจับ30คนแรก แหกกม.ความมั่นคงฉบับใหม่ตร.ฮ่องกงงัดกม.ความมั่นคงฉบับใหม่ จับม็อบเรียกร้องเอกราช ไม่ถึง24ชั่วโมงหลังปักกิ่งอนุมัติใช้

ตำรวจฮ่องกงเผยว่าได้ทำการจับกลุ่มผู้ชุมนุมราว 30 คนจากผู้ชุมนุมราวร้อยคนที่ออกมาถือป้ายเรียกร้องเอกราช ด้วยข้อหาความผิดฐานพยายามล้มล้างการปกครองตามบทบัญญัติในกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งการจับกุมนี้มีขึ้นเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่จีนอนุมัติใช้กม.ฉบับดังกล่าว

เหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเอกราชฮ่องกงออกมาเดินขบวนประท้วงถือป้ายชุมนุมเนื่องจากวันนี้ (1ก.ค.) เป็นวันครบรอบ 23 ปีที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงกลับสู่อ้อมอกจีน โดยตำรวจฮ่องกงได้แจ้งข้อหาต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในความผิดฐานล้มล้างการปกครองภายใต้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเพิ่งลงนามประกาศใช้เมื่อวานนี้

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าตำรวจฮ่องกงได้ใช้ปืนใหญ่น้ำแรงดันสูงยิงเพื่อสลายการรวมตัวเดินขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนจะเข้าจับกุมดังกล่าว

อียูแบนอเมริกันเข้ายุโรป เหตุโควิดยังรุนแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627351

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 12:03 น.อียูแบนอเมริกันเข้ายุโรป เหตุโควิดยังรุนแรงสหรัฐไม่อยู่ในลิสต์ 15 ชาติที่EUไฟเขียวให้เข้ายุโรป ผู้เชี่ยวชาญคาดคนมะกันอาจติดพุ่งวันละแสนคน

สหภาพยุโรปหรือEUประกาศเปิดพรมแดนอีกครั้งในวันนี้ (1 ก.ค.) โดยเป็นการเปิดต้อนรับพลเมืองจาก 15 ประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดได้ดี โดยกลุ่มประเทศที่อียูเปิดพรมแดนต้อนรับประกอบด้วย แอลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, ญี่ปุ่น, จอร์เจีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, นิวซีแลนด์, รวันดา, เซอร์เบีย, เกาหลีใต้, ตูนิเซีย อุรุกวัย และประเทศไทย โดยสหภาพยุโรปใช้เกณฑ์เดียวกันในการพิจารณาลิสตประเทศปลอดภัยจากการที่ปลอดการติดเชื้อในประเทศต่อเนื่องเกิน14วัน

เช่นเดียวกับนักเดินทางจากจีนก็จะได้รับอนุญาตให้เข้ายุโรปเช่นกัน แต่ยังคงมีข้อจำกัดห้ามพลเมืองจีนจากบางพื้นที่อย่างกรุงปักกิ่งเดินทางเข้ายุโรป

ส่วนประเทศมหาอำนาจใกล้ชิดอียูอย่าง สหรัฐอเมริกาไม่ได้อยู่ในลิสต์ประเทศปลอดภัยของอียูเนื่องจากการระบาดของโควิดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อ และอาจทวีความรุนแรงขึ้น โดยนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐ กล่าวยอมรับต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า เขาไม่แปลกใจเลยหากชาวอเมริกันป่วยโควิดเพิ่มวันละ 1แสนคน เพราะเห็นได้ชัดว่าเรายังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศได้ 

หมอเฟาซียังกล่าวอีกว่าสหรัฐกำลังเดินไปในเส้นทางที่ผิดต่อการรับมือโควิด เพราะบางมลรัฐเริ่มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์ จนส่งผลให้มลรัฐอื่นๆที่สามารถควบคุมการระบาดได้แล้ว ต้องใช้มาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วันต่อชาวอเมริกันที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงระบาด

ทั้งนี้ รอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สหรัฐพบผู้ติดโควิดรายใหม่สูงสุดทุบสถิติที่กว่า 47,000 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขติดเชื้อรายวันสูงสุดนับตั้งแต่สหรัฐพบการระบาดของโควิด โดยทั้งรัฐอลาสก้า, แอริโซนา, แคลิฟอร์เนีย, จอร์เจีย, ไอดาโฮ, โอคลาโฮมา, เซาท์แคโรไลนาและเท็กซัส ล้วนพบผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง