เซ่นโควิดอีกราย แอร์บัสเลิกจ้าง 15,000 คนทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627337

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 10:31 น.เซ่นโควิดอีกราย แอร์บัสเลิกจ้าง 15,000 คนทั่วโลกแอร์บัส ยักษ์ใหญ่อากาศยานฝั่งยุโรป เตรียมเลิกจ้างพนักงาน 15,000 คน เซ่นโควิดทำอุตสาหกรรมการบินวิกฤต

แอร์บัส (Airbus) ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่จากฝั่งยุโรปประกาศเตรียมเลิกจ้างพนักงาน 15,000 คนทั่วโลกภายในระยะเวลา 12 เดือนนับจากนี้ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19ที่ก่อให้เกิดวิกฤตต่ออุตสาหกรรมการบินไปทั่วโลก

คำประกาศของแอร์บัสมีขึ้นตามหลังโบอิ้งเพียง 1เดือน หลังจากที่คู่แข่งผู้ผลิตเครื่องบินฝั่งสหรัฐประกาศเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ไปก่อนหน้านั้น

Guillaume Faury ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอร์บัสเผยว่า นับตั้งแต่โควิดระบาดจนก่อวิกฤตต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก แอร์บัสสูญรายได้ไปถึง 40% ส่งผลให้บริษัทตั้งปรับลดจำนวนพนักงานทั่วโลกลงราว 10% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของแอร์บัสที่ประจำโรงงานทั้งในฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และอังกฤษ

ปัจจุบันแอร์บัสมีพนักงานทั่วโลกราว 135,000 ซึ่งแผนการปรับลดพนักงานนี้จะส่งผลกระทบต่อพนักงานแอร์บัสในเยอรมนีจำนวน 5,100 คน ในฝรั่งเศส 5,000 ซึ่งทั้งสองเป็นที่ตั้งของโรงงานหลักของแอร์บัส

ขณะที่แอร์บัสในสเปนซึ่งผลิตชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินเป็นหลักจะถูกปรับลด900คน เช่นเดียวกับในสหราชอาณาจักรจะปลด 1,700 คน ส่วนที่เหลือจะเป็นการเฉลี่ยเลิกจ้างในประเทศอื่นๆจนถึงกลางปี 2021

ซีอีโอแอร์บัสยังกล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19ในขณะนี้ ก็ยังไม่ชัดเจนว่าในปีหน้าสถานการณ์ระบาดจะยื้ดเยื้อเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นแอร์บัสคาดการณ์ว่าผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอาจเข้าสู่การฟื้นตัวได้เร็วสุดในปี 2023 หรือหากเลวร้ายสุดอาจต้องรอถึงปี 2025 บริษัทจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็คือรัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อให้สามารถขอรับความช่วยเหลือทางการเงินได้

สหภาพยุโรปอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้ายุโรปได้แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627317

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 22:11 น.สหภาพยุโรปอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้ายุโรปได้แล้วส่วนนักเดินทางจากจีนจะได้รับอนุญาตให้เข้าสหภาพยุโรป ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลจีนจะอนุญาตให้ชาวยุโรปเข้าประเทศจีนได้เช่นกัน

สหภาพยุโรปได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ปลอดภัย (safe countries) โดยจะอนุญาตให้พลเมืองของประเทศนั้นๆ เดินทางมายังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้อีกครั้งในเดือนกรกฎาคมโดยมีเพียง 14 ประเทศเท่านั้น หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศไทย

รายชื่อของประเทศที่ได้รับไฟเขียวให้เข้าสหภาพยุโรปได้มีดังนี้ อัลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จอร์เจีย, ญี่ปุ่น, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, นิวซีแลนด์, รวันดา, เซอร์เบีย, เกาหลีใต้, ไทย, ตูนิเซียและอุรุกวัย

ประเทศเหล่านี้สามารถเดินทางมายังสหภาพยุโรปได้ตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปพิจารณาว่าประเทศเหล่านี้มีการควบคุมโควิด-19 ที่คล้ายคลึงกันกับสหภาพยุโรปหรือดีกว่าสหภาพยุโรป โดยพิจารณาจากอัตราผู้ป่วยต่อประชากร 100,000 คน

นอกจากนี้ ประเทศที่อยู่ในรายชื่อยังมีแนวโน้มการติดเชื้อใหม่ที่คงที่แล้วหรือลดลง ต้องมีการตรวจเชื้อที่เพียงพอ มีการติดตามผู้ที่ติดต่อกับผู้ติดเชื้อ มีศักยภาพการกักกันและความสามารถในการรักษาที่รับมือกับการระบาดใหญ่ได้ โดยเฉพาะการรับมือการระบาดจากการเดินทางทุกประเภท

ประเทศเหล่านี้ยังต้องทำให้สหภาพยุโรปพึงพอใจว่าข้อมูลของพวกเขานั้นเข้าถึงได้และเชื่อถือได้ ดังนั้น เพียงแค่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้ออย่างประเทศแทนซาเนีย, เติร์กเมนิสถาน และลาวจึงยังไม่เพียงพอ

ภาพประกอบ – นายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล ยกมือไหว้ทักทายประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ในการประชุมก่อนที่เยอรมนีจะเข้ารับตำแหน่งประธานสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ที่เรือนรับรองของรัฐบาลเยอรมันในเมสเซอแบร์กชานกรุงเบอร์ลิน (ภาพถ่ายโดย Kay Nietfeld / POOL / AFP)

ดูถูกเมียผู้นำคิม ทูตรัสเซียอ้างต้นเหตุเกาหลีเหนือตัดสัมพันธ์โซล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627304

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 18:43 น.ดูถูกเมียผู้นำคิม ทูตรัสเซียอ้างต้นเหตุเกาหลีเหนือตัดสัมพันธ์โซลทูตรัสเซียอ้าง เหตุเกาหลีเหนือเคืองเกาหลีใต้หนัก เพราะใบปลิวมีภาพดูถูกภรรยาคิมจองอึน

นาย Alexander Matsegora เอกอัคราชทูตรัสเซียประจำกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ ได้เผยต่อสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เหตุที่รัฐบาลเปียงยางมีท่าทีอันแข็งกร้าวถึงขึ้นสะบั้นสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพราะเนื้อหาที่อยู่ภายในใบปลิวที่ถูกส่งจากบรรดากลุ่มแปรพักตร์ในเกาหลีใต้ ซึ่งมีถ้อยคำและภาพยั่วยุดูถูกนางรีซ็อลจู ภรรยาของนายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

ทูตรัสเซียซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ยุคโซเวียต อ้างว่ารูปภาพที่ปรากฎบนใบปลิวที่ถูกส่งมากับบอลลูนโดยฝีมือกลุ่มแปรพักตร์ในเกาหลีใต้นั้น มีภาพตัดต่ออันต่ำตมซึ่งเป็นการดูถูกต่อสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีเหนืออย่างมาก

จากช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีเหนือมีท่าทีอันแข็งกร้าวนั้น ส่งผลให้หลายฝ่ายต่างจับตามองไปที่นางสาวคิมโยจอง ผู้ซึ่งออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวหลายครั้ง ว่าเธออาจจะกำลังถูก”หมายมั่นปั้นมือ”ให้เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนต่อไป เรื่องดังกล่าวทูตรัสเซียเชื่อว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่คิมโยจองจะขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้นำสูงสุดต่อจากผู้เป็นพี่ชาย

ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสองเกาหลี ได้ส่งผลให้เกาหลีเหนือสั่งระเบิดทิ้งสำนักประสานงานสองเกาหลีที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแกซอง รวมถึงเกาหลีเหนือยังระดมกำลังพลลาดตระเวนตามพรมแดนเขตDMZ ทั้งยังติดตั้งลำโพงขนาดใหญ่หลายจุด เพื่อกระจายเสียงข้ามไปยังฝั่งใต้ อันเป็นกลยุทธ์สงครามประสาทที่เกาหลีเหนือเคยใช้มาก่อนหน้านี้ เพื่อตอบโต้ต่อท่าทีอันนิ่งเฉยของรัฐบาลโซลที่ไม่จัดการกลุ่มแปรพักตร์ซึ่งยังคงเดินหน้าปล่อยบอลลูนก่อกวนต่อ โดยเกาหลีเหนือก็เตรียมปล่อยบอลลูนบรรจุดใบปลิวนับหลายสิบล้านไปข้ามไปยังฝั่งใต้ด้วยเช่นกัน

ส่องราคายารักษาโควิด”เรมเดซิเวียร์” ขวดละ12,000 บาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627296

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 17:38 น.ส่องราคายารักษาโควิด"เรมเดซิเวียร์" ขวดละ12,000 บาท“เรมเดซิเวียร์” ยามาแรงที่หลายประเทศสนใจใช้รักษาโควิด บริษัทผู้ผลิตเคาะราคามหาโหดชุดละกว่า 7 หมื่นบาท

Gilead Sciences Inc. บริษัทผู้ผลิตยาสัญชาติสหรัฐ ได้กำหนดราคาขายยาเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) ซึ่งขณะนี้เป็นยามาแรงที่ในหลายประเทศสนใจและประกาศให้สามารถใช้ยาชนิดนี้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการรักษาได้ดีกว่ายาชนิดอื่นๆ โดยทางบริษัทผู้ผลิตได้เผยการจัดจำหน่ายยาดังกล่าวในราคาขวดละ 390 ดอลลาร์สหรัฐ (per vial) หรือ ราว 12,000 บาท โดยในหนึ่งคอสของรักษาป่วยโควิดต้องใช้ยาดังกล่าวรักษาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน หรือเท่ากับยาเรมเดซิเวียร์ 1 ชุด (6ขวด) ตกราคาชุดละละ 2,340 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72,500 บาท) ซึ่งราคานี้เป็นราคาสำหรับที่บริษัทจะจัดจำหน่ายให้รัฐบาลในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น

แต่หากเป็นผู้ป่วยโควิดในสหรัฐราคาของยาดังกล่าวจะเพิ่มเป็นตกขวดละ 520 ดอลลาร์ หรือจัดจำหน่ายเป็นชุดสำหรับ 5 วัน (6ขวด) ตกชุดละ 3,120 ดอลลาร์ หรือกว่า 96,000 บาท แต่ราคาดังกล่าวจะถูกลงหากใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ในโครงการรักษาพยาบาลของรัฐอย่างโครงการ Medicaid ค่ายาต่อชุดจะตกที่ 2,340 ดอลลาร์ แต่หากเป็นการขายให้กับบริษัทประกันสุขภาพของเอกชนจะเป็นอีกราคานึงที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว

ทั้งนี้ ในระยะการรักษา 5 วัน จำเป็นต้องใช้ยาเรมเดซิเวียร์ 6 ขวด แต่ก็พบว่ามีคนไข้บางรายอาจต้องใช้ยารักษาถึง 10 วันหรือราว 11 ขวดซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยGilead จะเริ่มการจำหน่ายยาดังกล่าวตามราคาที่ประกาศไว้ภายในเดือนก.ค.นี้

สำหรับยาเรมเดซิเวียร์ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดชัดเจนที่สุดเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศอาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ต่างไฟเขียวให้ใช้ยาชนิดดังกล่าวในการรักษาโรคโควิด-19 แล้ว

อวสานขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง วันที่จีนไร้ความปราณี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627280

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 17:19 น.อวสานขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง วันที่จีนไร้ความปราณีฮ่องกงกำลังจะหมดความพิเศษและจะกลายเป็นแค่เมืองหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่

ในที่สุดคณะกรรมาธิการถาวรแห่งสภาประชาชนจีนก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกงและเตรียมจะประกาศใช้ในอีกไม่นานเกินรอ

ทันทีที่มี “ข่าวร้าย” จากปักกิ่ง ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงก็ยืนยันที่จะเคลื่อนไหวด้วยกาเรดินขบวนประท้วงต่อไปแม้จะเสี่ยงที่จะถูกจับ

ท่ามกลางข่าวลือว่ากฎหมายฉบับนี้อาจมีบทระวางโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต แต่ถานเย่าจง (Tam Yiu-chung) ผู้แทนฮ่องกงในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการถาวรแห่งสภาประชาชนจีนยืนยันว่ามันไม่ถึงขนาดนั้น

แต่หัวเรือของขบวนการไม่สนใจว่าโทษจะหนักหรือจะเบา พวกเขาเริ่ม “มุดลงใต้ดิน” ด้วยการสลัดตัวเองจากองค์กรทางการเมืองหรือไม่ก็ประกาศวางมือจากความเคลื่อนไหวกันทีละคนสองคน

วันที่ปักกิ่งมีมติรับกฎหมายฉบับนี้ โจชัว หว่องผู้โด่งดังประกาศตัดความสัมพันธ์กับองค์การทางการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรค Demosisto ที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นมา

หว่องไม่ได้บอกว่าถอนตัวจากองค์กรทางการเมืองเพราะเหตุใด บอกแต่เพียงว่าจะเคลื่อนไหวเป็นการส่วนตัว และเตือนเพื่อนๆ นักเคลื่อนไหวให้เตรียมพร้อมกับอนาคตอันมืดมนหลังจากกฎหมายนี้ผ่าน

นอกจากหว่องแล้วยังมี “สี่จตุรเทพ” แห่งขบวนการประชาธิปไตย คือ แอกเนส โจว หญิงสาวผู้นำขบวนการที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี และยังมีนาธาน หลัวและเจฟฟรีย์ อู๋ รวมแล้วตอนนี้ขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง “ไม่มีหัว” อย่างเป็นทางการ

แต่เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหาเพราะการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่ปีที่แล้วก็ไม่มีหัวหน้า ไม่มีแกนนำ ไม่มีผู้ชี้ทาง เป็นความเคลื่อนไหวที่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตเองตามธรรมชาติ สิ่งที่ทำให้ขบวนการนี้เติบโตคือความเกลียดชังรัฐบาล

ดังนั้นยิ่งรัฐบาลทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เกลียดชัง ขบวนการต่อต้านก็จะยิ่งเติบโตไปเรื่อยๆ จึงไม่จำเป็นอีกต่อไปที่สี่จตุรเทพจะเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบอีก พวกเขาเพียงแต่ “เฟดตัวเอง” ออกจากฐานะนำ ไปเป็นส่วนหนึ่งของมวลชน

อีกสาเหตุหนึ่งที่สี่จตุรเทพต้องทำเป็นล้างมือในอ่างทองคำ (ทั้งๆ ที่ไม่ได้วางมือจริงๆ) ก็คงพราะต้องการลดความเสียหายไม่ให้ลามไปถึงคนใกล้ชิดและองค์กรหากพวกเขาคนใดคนหนึ่งถูกเล่นงานด้วยกฎหมายความมั่นคง

บางทีพวกเขาอาจกำลังคิดที่จะเคลื่อนไหวด้วยแนวทางอื่นด้วยวิธีที่เรายังคาดเดาไม่ได้

แต่มันเป็นการถอยทัพอย่างเป็นระบบเพื่อเตรียมรุกในแนวอื่นหรือไม่? หรือเป็นเพียงแค่ความกลัวที่กลบเกลื่อนด้วยท่าทีอันมั่นอกมั่นใจ?

ที่ผ่านมาทางการฮ่องกงพยายายามสกัดไม่ใช่สี่จตุรเทพออกไปนอกประเทศ เพื่อสกัดไม่ให้คนเหล่านี้ออกไป “บ่อนทำลาย” จากภายนอก หรือไม่ก็ขอสถานะผู้ลี้ภัยซึ่งจะเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า ในเวลานี้อย่าว่าแต่ลี้ภัยหรือไม่ปราศรัยในต่างแดน แค่จะออกจากฮ่องกงไปแผ่นดินใหญ่ก็ยังยากเพราะโควิด-19 ระบาด

เป็นไปได้หรือไม่ที่สี่จตุรเทพเกิดกลัวขึ้นมาว่าตอนนี้พวกเขาจนมุมไปไหนไม่ได้ จึงต้องหลบฉากไปอยู่เงียบๆ เสียก่อนในช่วงที่กฎหมายความมั่นคงกำลังมาแรง?

เรื่องนี้มีจุดสังเกตอยู่ที่ก่อนที่สี่จตุรเทพจะประกาศล้างมือ บรรดาชาวฮ่องกงที่เคยแอคทีฟในเรื่องประชาธิปไตยต่างทะยอยกันลบโพสต์ในโลกโซเชียลที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลกันอย่างต่อเนื่อง เดาไม่ยากว่านี่เป็นการทำลายหลักฐานเพื่อไม่ให้ทางการเอาผิดได้

ไม่ใช่แค่สี่จตุรเทพคนรุ่นใหม่ แม้แต่ “แก๊งสี่คนฮ่องกง” ที่เป็นหัวหน้าขบวนการรุ่นลายคราม บางคนก็ประกาศวางมือเอาดื้อๆ ไปไม่กี่วันก่อน เช่น เฉินฟางอันเซิง (Anson Chan) นักการเมืองหญิงที่ทำงานกับรัฐบาลอาณานิคมฮ่องกงของบริเตนและรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน เป็นผู้เรียกร้องประชาธิปไตยมาตลอด

เฉินฟางอันเซิ่งประกาศวางมือจากเรื่องการเมืองเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน โดยบอกว่าเพราะการเสียชีวิตของบุตรสาว และเพราะให้สัญญากับลูกๆ ไว้ว่าจะใชีชีวิตอย่างสงบในช่วงบั้นปลายชีวิตวัย 80 ปี

แต่น่าคิดว่าเฉินฟางอันเซิ่งที่ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตลอดจนเมื่อเร็วๆ นี้ทำไมเพิ่งจะมาวางมือเอาเมื่อ 3 – 4 วันก่อนที่กฎหมายความมั่นคงจะผ่าน?

ก่อนหน้านี้ จิมมี่ ไหล (Jimmy Lai) หนึ่งในแก๊งสี่คนฮ่องกงขอเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวกับหลานชายที่เพิ่งเกิดในสหรัฐระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 19 กรกฎาคมปีนี้ทั้งๆ ที่เขาจะต้องขึ้นศาลในเดือนสิงหาคม แต่ศาลฮ่องกงไม่ให้ไปเพราะไม่เห็นว่าเป็นเหตุจำเป็น และยังเกรงว่าจะติดเชื้อไวรัส ที่สำคัญเขาอาจจะหนีไปลี้ภัยที่สหรัฐด้วย

คำถามก็คือจริงหรือที่แก๊งสี่คนฮ่องกงเหล่านี้วางมือเพราะเรื่องส่วนตัวและจะไปต่างประเทศเพราะเรื่องส่วนตัวจริงหรือ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าที่พวกเขาทำเช่นนี้อาจเป็นเพราะรู้แล้วว่ารัฐบาลจีนไม่ปราณีอีก

แต่รัฐบาลจีนและฮ่องกง “พยายาม” จะปราณีมานานหลายปีแล้ว จนกระทั่งต่างประเทศแทรกแซงเรื่องภายในฮ่องกงมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐที่ขู่แล้วขู่อีกว่าจะเล่นงานจีนหากใช้ไม้แข็งกับฮ่องกง

แต่การขู่แบบนี้ไม่เป็นผลดีกับฮ่องกงเลย เท่ากับบีบให้จีนต้องลงมือจริงๆ และจีนก็ลงมือจนได้เพราะคงคิดแล้วว่าระหว่างปล่อยให้สหรัฐกับพรรคพวกกดดันตัวเองต่อไปกับเผด็จศึกอ่องกงเสียเลย ไม่ว่าเลือกทางไหนก็มีผลเสียทั้งคู่

แต่ถ้าเลือกทางหลังจะเสียน้อยกว่า เพราะอย่างน้อยก็ตัดทางไม่ให้ต่างชาติเข้ามาใช้ฮ่องกงเป็นฐานที่มั่นเล่นงานจีนได้อีก

ดังนั้นจึงมีผู้ทัดทานว่าสหรัฐไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่าเพราะไม่เป็นผลดีกับใครเลย สหรัฐก็ยังเดินหน้าเพราะคงคิดว่าที่ผ่านมาจีนทำเป็นอ่อนข้อให้มาตลอด แต่คราวนี้สหรัฐคิดผิด

ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว สหรัฐไม่ยอมให้จีนและจีนไม่ยอมให้ใครอีก ต่อให้ฮ่องกงเสียสถานพิเศษทางเศรษฐกิจจีนก็ไม่แคร์ เพราะเงินที่เข้าฮ่องกง ไม่คุ้มกับผลเสียทางการเมืองกับการปล่อยให้ “ศัตรู” ใช้ฮ่องกงเป็นฐานเจาะยางจีน

เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง ในอนาคตขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกงอาจจะต้องเคลื่อนไหวด้วยการเลี่ยงประเด็นอื่นไม่ใช่ลากธงชาติจีนมาย่ำหรือเผารูปสีจิ้นผิงกันง่ายๆ อีก แต่ก็มีโอกาสที่คนเหล่านี้จะ “ดื้อ” ผลก็คือฮ่องกงอาจมีสภาพเหมือนเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989

เพราะโควิด-19 ทำให้ดุลอำนาจเปลี่ยนไป จีนใช้โอกาสที่โลกปิดและการค้าชะงักทำการปิดฮ่องกงเสียเลย หากโควิด-19 ยังลากยาวไปกว่านี้และสหรัฐบอบช้ำกว่านี้ การปราบปรามฮ่องกงด้วยวิธีการรุนแรงก็อาจเกิดขึ้นได้

ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ดึงดัน ถ้านานาประเทศไม่ก้าวก่าย ถ้าขบวนการประชาธิปไตยยอมพบกันครึ่งทางกับรัฐบาล ถ้าสีจิ้นผิงและพลพรรคไม่แข็งกร้าว ฮ่องกงก็คงไม่มีวันนี้

วันที่ฮ่องกงกำลังจะกลายเป็นแค่เมืองท่าของจีนที่ไม่มีอะไรพิเศษอีกต่อไป

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by Anthony WALLACE / AFP

พบไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ในจีน ติดสู่คนได้ เสี่ยงระบาดไปทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627263

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 15:23 น.พบไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ในจีน ติดสู่คนได้ เสี่ยงระบาดไปทั่วโลกนักวิจัยในจีนพบไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ที่มีโอกาสกลายพันธุ์จนอาจติดจากคนสู่คน และระบาดไปทั่วโลกเหมือน Covid-19  

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Proceedings of the National Academy of Sciences ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมนักวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมในอังกฤษ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจีน พบเชื้อไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ (G4 EA H1N1) ในประเทศจีน

ทีมวิจัยพบหลักฐานว่าโรคไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่เริ่มระบาดในกลุ่มคนงานในโรงฆ่าสัตว์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อหมูในจีน โดยจากการตรวจเลือดพบ 10.4% ของคนที่ทำงานเกี่ยวกับหมูติดเชื้อดังกล่าว และ 4.4% ของคนทั่วไปเคยสัมผัสโรค

กรณีนี้หมายความว่าไวรัสไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการติดจากคนสู่คน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ยังระบุอีกว่า เชื้อไวรัส G4 EA H1N1 สามารถเข้าไปเติบโตในระบบหายใจของมนุษย์และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน อีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่จะกลายพันธุ์จนแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ จนกลายเป็นโรคติดต่อที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้างไปทั่วโลก (pandemic)

เจมส์ วูด หัวหน้าแผนกสัตว์แพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เผยว่า งานวิจัยชิ้นนี้เตือนว่ามนุษย์เสี่ยงจะเผชิญกับเชื้อโรคใหม่ๆ  และสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์มซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากกว่าสัตว์ป่า อาจเป็นต้นตอของโรคระบาดในอนาคต

อนามัยโลกจะส่งทีมหาต้นตอโควิดระบาดในจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627258

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 13:52 น.อนามัยโลกจะส่งทีมหาต้นตอโควิดระบาดในจีนWHO เพิ่งขยับ ส่งทีมหาต้นตอโควิดในจีน หลังระบาดใหญ่ทั่วโลกไปแล้วหลายเดือน

นายแพทย์ ทีโอโดรส อัดฮาโนม เกอเบรเยอซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกแถลงว่า ในช่วงสัปดาห์หน้า WHO เตรียมจะส่งทีมค้นหาความจริงถึงต้นตอการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ 2019 ไปยังจีน ซึ่งเป็นแหล่งที่พบการระบาดเป็นแห่งแรก

ผอ.อนามัยโลกกล่าวว่า “เราจะสู้กับไวรัสได้ดีขึ้น หากเรารู้ทุกๆอย่างเกี่ยวกับไวรัส รวมถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของไวรัส”

“เราจะส่งทีมค้นหาความจริงไปยังจีนในสัปดาห์ และเราหวังว่าจะช่วยให้นำไปสู่ความเข้าใจว่าไวรัสเริ่มต้นได้อย่างไร”

อย่างไรก็ดี ผอ.อนามัยโลก ไม่ได้เผยในรายละเอียดภารกิจของทีมค้นหาความจริงในจีน แต่คาดว่าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่อนามัยโลกจะส่งไปจะมุ่งค้นหาความจริงว่าไวรัสแพร่จากสัตว์ในตลาดอู่ฮั่นสู่คนได้อย่างไร

ท่าทีของอนามัยโลกล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจากเหตุระบาดโควิด-19 ลุกลามใหญ่ไปทั่วโลกหลายเดือนแล้ว รวมถึงสถานการณ์ระบาดในจีนดีขึ้นในระดับที่ควบคุมได้แล้ว แต่อนามัยโลกเพิ่งขยับส่งทีมลงค้นหาความจริงในจีน

โจชัว หว่องไขก๊อกแกนนำพรรค หลังปักกิ่งอนุมัติกม.มั่นคงฮ่องกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627250

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 12:25 น.โจชัว หว่องไขก๊อกแกนนำพรรค หลังปักกิ่งอนุมัติกม.มั่นคงฮ่องกง“โจชัว หว่อง” ลาออกจากแกนนำกลุ่มการเมือง “เดโมซิสโต” ไม่นานหลังจีนผ่านกฎมายความมั่นคงฉบับใหม่

นายโจชัว หว่อง แถลงในวันที่ 30 มิ.ย. ว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชื่อ “เดโมซิสโต” (Demosisto) ซึ่งคำประกาศของนายหว่องมีขึ้นเพียงนานหลังจากที่สภารัฐบาลปักกิ่งอนุมัติใช้กฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่

นายหว่อง วัย 23 ปี เผยถึงเหตุผลการลาออกว่า หากเขาและกลุ่มไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีอีก ก็ให้เป็นหน้าที่ของประชาคมโลกเป็นปากเสียงให้แก่ฮ่องกงแทน และขอให้ประชาคมโลกพยายามปกป้องเศษเสี้ยวประชาธิปไตยอันเล็กน้อยที่ยังคงเหลืออยู่ในฮ่องกงต่อไปนอกจากนายหว่องแล้ว ยังมีแกนนำคนอื่นๆ ลาออกจากกลุ่มเดโมซิสโตเช่นกัน อาทิ นายนาธาน โหลว และนางสาวแอ็กเนส โจว

ก่อนหน้านี้นายหว่องเคยเผยผ่านสื่อว่า หากรัฐบาลจีนผ่านกฎหมายดังกล่าว ตนจะเป็นคนสำคัญคนแรกที่ถูกปักกิ่งหมายหัว หากนำกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ซึ่งผลักดันโดยจีนมาใช้ในฮ่องกง ท่ามกลางวิจารณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำลายเสรีภาพอันกว้างขวางในฮ่องกง

สำหรับกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน, การโค่นล้มรัฐบาล, การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการกระทำแบบใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมตามกฎหมายนี้และบทลงโทษจะเป็นเช่นไร ซึ่งเรื่องดังกล่าวคาดว่านางแคร์รี่ แลม ผู้ว่าเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเตรียมจะเปิดเผยถึงรายละเอียดในไม่ช้า

แฟ้มภาพ : AFP

สหรัฐเริ่มถอดสถานะการค้าฮ่องกง แบนส่งออกสินค้าไฮเทค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627247

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 11:51 น.สหรัฐเริ่มถอดสถานะการค้าฮ่องกง แบนส่งออกสินค้าไฮเทคสหรัฐระงับส่งออกยุทโธปกรณ์ไฮเทคไปฮ่องกง โต้ปักกิ่งไฟเขียวใช้กม.ความมั่นคง

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังเริ่มกระบวนการขั้นแรกในการถอนสถานภาพพิเศษทางการค้าต่อฮ่องกง ซึ่งจะรวมถึงการระงับส่งออกสินค้าประเภทความมั่นคงอย่างยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหม และจะดำเนินการตามข้อจำกัดเดียวกันกับที่สหรัฐใช้กับจีนแผ่นดินใหญ่ในเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยีกลาโหมและเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทางของสหรัฐไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวหมายถึงเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและกองทัพ นอกจากการแบนส่งออกสินค้าด้านความมั่นคงแล้วสหรัฐยังเตรียมพิจารณายกเลิกการยกเว้นภาษีด่านศุกกากร การแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลนี และการท่องเที่ยวระหว่างกันกับฮ่องกงด้วย

ท่าทีของสหรัฐมีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่งโมงก่อนหน้าที่รัฐบาลปักกิ่งจะอนุมัติใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกง โดยก่อนหน้านั้นสหรัฐได้จำกัดการออกวีซ่าแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ซึ่งจีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีดำพลเมืองสหรัฐที่มีพฤติกรรมเลวร้ายต่อฮ่องกงด้วย

นายปอมเปโอกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนได้เดินหน้าริดรอนสิทธิเสรีภาพของฮ่องอย่างต่อเนื่อง สหรัฐจึงจำเป็นต้องทบทวนนโยบายของตนเองที่มีต่อฮ่องกง ด้วยการระงับสิทธิพิเศษต่างๆ ที่สหรัฐให้กับฮ่องกง ซึ่งรวมถึงโอกาสในการขอยกเว้นใบอนุญาตการส่งออกด้วย

กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่จะทำให้การแบ่งแยกฮ่องกงจากจีน ,การล้มล้างรัฐบาลฮ่องกง การก่อการร้ายใช้ความรุนแรง ถือเป็นความผิดทางอาญา เนื่องจากเป็นการก่อความไม่สงบและแทรกแซงกิจการของรัฐบาลฮ่องกง ซึ่งมุ่งเป้าต่อกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงโดยตรง

อินเดียแบน59แอพฯจีน TikTok WeChat โดนด้วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627236

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 10:32 น.อินเดียแบน59แอพฯจีน TikTok WeChat โดนด้วยอินเดียสั่งแบนแอพพลิเคชั่นจีน 59 รายการ อ้างความปลอดภัยไซเบอร์ ท่ามกลางความขัดแย้งพื้นที่ชายแดน

กระทรวงกิจการอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย (Ministry of Electronics & IT) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถึงการประกาศแบนแอพลิเคชั่นสัญชาติจีน 59 รายการซึ่งจำนวนนี้รวมถึงแอพฯดังยอดนิยมอย่าง TikTok, WeChat, Weibo, Meitu และแอพฯในเครือข่าย QQอีกหลายแอพฯ โดยอินเดียให้เหตุผลถึงการแบนดังกล่าวว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ และล้วงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างไม่ถูกต้องจากแอพฯสัญชาติจีนเหล่านี้

ทางการอินเดียระบุในแถลงการณ์ว่า ได้รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการลักลอบนำข้อมูลของผู้ใช้งานแอพฯเหล่านี้ทั้งบนแพล็ตฟอร์ม iOS และ Android ไปใช้นอกอินเดีย

อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนอินเดียที่ไม่สู้ดีนัก หลังจากเกิดเหตุปะทะกันที่พรมแดนบนเขาหิมาลัยของทหาร จนเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลให้สัปดาห์ที่แล้ว พบความเคลื่อนไหวจากกองทัพจีนในการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงมีการตั้งค่ายทหารประชิดพรมแดนพิพาทกับอินเดีย

https://pib.gov.in/PressReleseDetailm.aspx?PRID=1635206