ซาอุฯปิดพรมแดน ห้ามคนต่างชาติทำพิธีฮัจญ์ปีนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626691

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 12:15 น.ซาอุฯปิดพรมแดน ห้ามคนต่างชาติทำพิธีฮัจญ์ปีนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ซาอุฯไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมต่างแดนเดินทางไปร่วมพิธีฮัจญ์เนื่องจากโควิด-19

ทางการซาอุอาระเบีย เผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าในปีนี้จะไม่มีอาการเปิดพรมแดนเสรีเพื่อให้ชาวมุสลิมเดินทางเข้ามาแสวงบุญประกอบพิธีฮัจญ์เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะการรวมตัวของกลุ่มผู้แสวงบุญทำให้ยากต่อการใช้มาตการเว้นระยะห่างทางสังคม เนื่องจากหากเป็นช่วงปกติ จะมีกลุ่มผู้แสวงบุญไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนเดินทางไปยังเมืองเมกกะ และเมดินา

เรื่องดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ห้ามห้ามนักท่องเที่ยว หรือผู้แสวงบุญต่างชาติเข้าร่วมในพิธีฮัจญ์ในปีนี้ แต่จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรมีสิทธิเดินทางไปร่วมพิธีในแบบจำกัดจำนวนคนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี ยังคงไม่ชัดเจนเช่นกันว่า ทางการซาอุฯอาจพิจารณายกเลิกการประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ก็เป็นได้ หากสถานการณ์ระบาดไวรัสในประเทศยังไม่น่าไว้วางใจ

สำหรับซาอุฯ มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดอยู่ที่ 161,005 คน และเสียชีวิตแล้ว 1,307 ราย

เกาหลีเหนือตั้งลำโพงยักษ์ติดชายแดนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626679

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 10:55 น.เกาหลีเหนือตั้งลำโพงยักษ์ติดชายแดนใต้โสมเหนือกลับมาตั้งลำโพง 20 จุด ตามแนวชายแดนเกาหลีใต้ ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวเตรียมปล่อยใบปลิวล็อตใหม่ไปฝั่งเหนือ

ยอนฮับรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ติดตั้งลำโพงขนาดใหญ่ราว 20 จุด ตามแนวชายแดนเขตDMZ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เกาหลีเหนือหันกลับมาติดตั้งลำโพงดังกล่าวเพื่อกระจายเสียงไปยังฝั่งใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่กลับมาทวีความตึงเครียดอีกครั้ง

ลำโพงดังกล่าวเคยถูกถอนการติดตั้งออกไปช่วงปี 2018 ภายหลังการหารือระหว่างผู้นำคิมจองอึนและประธานาธิบดีมุนแจอิน ที่หมู่บ้านปันมุนจอมตามข้อตกลงเพื่อสร้างบรรยากาศสันติภาพ

ยอนฮับระบุว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มการติดตั้งลำโพงดังกล่าวตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นสามารถนับได้ราว 20 จุด แต่คาดว่าฝั่งเหนืออาจติดตั้งเพิ่มเป็นราว 40 จุดตลอดตามแนวชายแดน เพื่อกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อตามแนวชายแดนอันเป็นกลยุทธ์”สงครามประสาท”ที่ฝั่งเหนือใช้มานานหลายสิบปี

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเปียงที่เตรียมกระจายเสียงข้ามมายังฝั่งใต้ มีขึ้นพร้อมๆกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านเปียงยาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้แปรพักตร์จากฝั่งเหนือซึ่งกำลังเตรียมตัวปล่อยลูกบอลลูนพร้อมบรรจุใบปลิวข้ามแดนมายังฝั่งเหนือ

บรรยากาศตามแนวพรมแดนสองเกาหลีกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่เกาหลีเหนือได้ระเบิดทิ้งศูนย์ประสานงานสองเกาหลีในเขตนิคมอุตสาหกรรมแกซอง จากการที่เกาหลีเหนือไม่พอใจรัฐบาลโซลที่นิ่งเฉยปล่อยให้กลุ่มแปรพักตร์ปล่อยบอลลูนข้ามแดนไปฝั่งเหนือ

ขณะเดียว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเปียงยางอ้างว่าได้เตรียมปล่อยบอลลูนลักษณะเดียวกันจำนวน3,000ลูกพร้อมใบปลิวนับสิบล้านใบข้ามมายังฝั่งใต้เช่นกัน

เรื่องนี้ ทางด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า กำลังติดตามการเคลื่อนไหวของฝั่งเหนืออย่างใกล้ชิด โดยเสริมว่ากองทัพพร้อมที่จะตอบโต้หากจำเป็น

Photo : (Yonhap)

ทำไมไม่ลดVATช่วยชาติ? ต่อชีวิตประชาชนสู้โควิดให้รอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626651

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 21:21 น.ทำไมไม่ลดVATช่วยชาติ? ต่อชีวิตประชาชนสู้โควิดให้รอดมาตรการนี้ประเทศไทยยังไม่ได้นำมาใช้ แต่บางประเทศใช้แล้วได้ผลทันตาเห็น

ประเทศไทยไม่ได้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะเป็นมาตรการที่หลายประเทศนำมาใช้ และตอนนี้มีตัวอย่างแล้วว่าได้ผล และประเทศใหญ่ๆ อย่างอังกฤษกำลังจะนำมาใช้บ้าง

เป็นเรื่องยอดฮิตในยุโรปที่มาตรการลดแวทหรือชะลอการเรียกเก็บแวทหรือคืนแวทให้ภาคธุรกิจถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง

เช่น เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน อิตาลีริเริ่มการลดแวทและเลื่อนการจ่ายแวทออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 17 กันยายน บางประเทศก็ลดแวทในภาคที่ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรง เช่น โรมาเนียเสนอลดแวทให้เหลือ 0% เพื่อหยุงธุรกิจโรงแรม

ออสเตรียลดแวทให้กับธุรกิจร้านอาหาร เช่นเดียวกับเบลเยี่ยมที่ลดแวทให้กับธุรกิจเกี่ยวกับอาหารลงครึ่งหนึ่งจาก 12% เหลือ 6% เพราะการเข้าถึงอาหารเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวดในช่วงล็อคดาวน์

ทำไมการหั่นแวทจึงจำเป็น?

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือสหราชอาณาจักรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลัง ริชิ สุนัก (Rishi Sunak) บอกว่าประเทศกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อดูตัวเลขจะยิ่งเห็นชัดว่าสหราชอาณาจักรกำลังแย่แล้ว เพราะสัดส่วนหนี้ของประเทศมากกว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจถึงกว่า 100% แล้ว เป็นครั้งแรกที่เกิดปรากฎการณ์แบบนี้นับตั้งแต่ปี 1963 ยังไม่นับอัตราว่างงานถึงเกือบ 3 ล้านคน

การลดแวทจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่าย แล้วจะช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่ขุนคลังอังกฤษยังรีรอไม่รีบหั่นแวทในทันใด เพราะต้องการรอดูก่อนว่าเมื่อคลายล็อคดาวน์แล้วประชาชนจะจับจ่ายกันมากแค่ไหนแล้วธุรกิจจะพยุงตัวเองไปได้หรือไม่หากปล่อยให้กลไกขับเคลื่อนไปเอง

ปรากฎว่ามันคงจะไปไม่รอด เขาจึงต้องงัดแผนลดแวทมาใช้

การหั่นแวทได้ผลอย่างไรยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะหลายประเทศเพิ่งใช้กันได้ไม่กี่เดือน ส่วนเยอรมนีเพิ่งจะผ่านแผนลดแวทเมื่อกลางเดือนนี้โดยจะใช้เป็นเวลา 1 ปี เพื่อช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหารโดยจะลดจาก 19 เหลือ 7% และอาจลดเหลือ 5% หากยังต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ในกรณีของเยอรมนี เยนส์ ไวด์มัน (Jens Weidmann) ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี ( Deutsche Bundesbank) กล่าวว่า เยอรมนีรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดซึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส และขณะนี้กำลังมุ่งสู่เส้นทางของการฟื้นตัวแล้ว

แม้จะบอกอย่างนี้การกระตุ้นการบริโภคและพยุงสินค้าจำเป็นยังต้องทำกันต่อไป และเป็นการพลิกท่าทีจากการประหยัดงบประมาณจนได้ชื่อว่า “ประเทศประหยัด” มาเป็นการอัดฉีดเงินเพื่อช่วยเศรษฐกิจให้รอดจากภาวะซบเซา

ขนาดเยอรมนีที่ขึ้นชื่อเรื่องรัดเข็มขัด ไม่ฟุ่มเฟือยงบประมาณ และชอบออมเงิน รัฐบาลยังตัดสินใจเลิกออมด้วยการเก็บภาษีน้อยลง

ในช่วงเวลาแบบนี้การลงทุนโดยรัฐเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่สถานการณ์ค่อนข้างต่างจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ผ่านๆ มา สิ่งที่มีประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าอาจเป็นการลดภาษี ไม่ใช่อัดเงินกระตุ้นอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่นจีนที่ประกาศมาตรการนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว มีบทวิเคราะห์โดย Hu Yongqi ใน China Daily ที่บอกว่า บริษัทบางแห่งได้รับประโยชน์จากการลดแวท เพราะช่วยแบ่งเบาภาระการผลิตและที่สำคัญคือช่วยให้บริษัทมีศักยภาพการแข่งขันกับธุรกิจต่างประเทศมากขึ้น

แต่พึงตระหนักว่ามาตรการนี้ของจีนมีเป้าหมายเพื่อช่วยธุรกิจในประเทศในช่วงทำสงครามการค้า

แม้จะมีเป้าหมายเพื่อเอาตัวรอดจากสงครามการค้า แต่เรื่องนี้เป็นผลพลอยได้ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ช่วงการระบาดธุรกิจแบกรับปัญหานานาแทบไม่ไหวแค่สู้กับตัวเองยังไม่รอด จะไปสู้กับตลาดภายนอกได้อย่างไ? ดังนั้นการลดแวทจะช่วยประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกอย่างมากมาย

แต่กับประเทศไทยที่ปีนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับไปค้าขายกับนานาประเทสได้เต็มสูบเหมือนก่อน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องทำให้ประชาชนหยุดบ่นให้ได้ว่า “จะอดตาย”

ไม่ใช่เพราะตัดรำคาญให้รัฐบาล แต่เป็นการช่วยประชาชนให้อุ่นใจว่าพวกเขาจะไม่อดตายจริงๆ ในช่วงเวลาที่คนตกงานมากมาย หรือหากไม่ตกงานก็ไม่มีความมั่นใจว่าพรุ่งนี้ยังจะมีกินหรือไม่

ที่เยอรมนีนั้นมีการประเมินว่าเมื่อลดแวทแล้วสินค้าจำนวนมากในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและที่อื่นๆ มีแนวโน้มที่จะถูกลงอย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน คนทื่ได้ประโยชน์โพดผลคือผู้มีรายได้น้อย

สำหรับคนที่ยังพอมีเงิน ราคาสินค้าที่ถูกลง จะทำให้พวกเขากล้าที่จะจับจ่ายและจะเป็นกำลังกระตุ้นพลังชีวิตในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง เพราะสถานการณ์แบบนี้ประชาชนมักจะไม่กล้าใช้เงิน หรือใช้เงินในช่วงคลายล็อคตอนแรกๆ แล้วก็หมดพลังงานการซื้ออย่างรวดเร็ว

ตอนนี้การบริโภคในจีนเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะนโยบายของรัฐที่ออกแบบมาอย่างดี พลังการซื้อจึงไม่อ่อนแรงและกลับมาคึกคักขึ้นอีก

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

มหกรรมกินเนื้อสุนัขที่เมืองอวี้หลินเริ่มขึ้นอีก แต่อาจเป็นครั้งสุดท้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626645

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 19:16 น.มหกรรมกินเนื้อสุนัขที่เมืองอวี้หลินเริ่มขึ้นอีก แต่อาจเป็นครั้งสุดท้ายเทศกาลนี้อาจถูกยกเลิกแต่การห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขยังเป็นเรื่องยากและจะต้องใช้เวลาสักพัก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเทศกาลเนื้อสุนัขชื่อดังของจีนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สวนทางกับการรณรงค์ของรัฐบาลจีนในการปรับปรุงสวัสดิภาพสัตว์และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการกินเนื้อสัตว์แปลกๆ หลังจากเกิดการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และทำให้ประชาคมโลกเพ่งเล็งมากที่พฤติกรรมการกินเนื้อสัตว์ป่าของชาวจีน

เทศกาลประจำปีที่เมืองอวี้หลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน จัดขึ้นเป็น 10 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 – 30 มิถุนายน ตามปกติแล้วจะมีผู้เข้าร่วมงานเทศกาลหลายพันคน แต่นักรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์บอกว่าตัวเลขในปีนี้ผู้มาร่วมงานลดน้อยลง

เมื่อเดือนเมษายน กระทรวงเกษตรจีนตัดสินใจที่จะจำแนกสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงแทนที่จะเป็นปศุสัตว์ (ที่สามารถรับประทานได้) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การบังคับให้ประชาชนเลิกกินเนื้อสุนัขที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดีในสายตาประชาคมโลก แต่ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งนี้จะกระทบเทศกาลกินเนื้อสุนัขที่อวี้หลินอย่างไรบ้าง ทว่า บางเมืองได้ห้ามกินเนื้อสุนัขเด็ดขาดแล้ว เช่น เซินเจิ้น

รัฐบาลจีนกำลังร่างกฎหมายใหม่เพื่อห้ามการค้าสัตว์ป่าและปกป้องสัตว์เลี้ยงและนักรณรงค์หวังว่าปีนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการจัดงานเทศกาล

“ผมหวังว่าอวี้หลินจะเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแต่เพื่อประโยชน์ของสัตว์ แต่ยังเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้คนด้วย” ปีเตอร์ หลี่ กล่าว เขาผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของจีนของกลุ่มสิทธิสัตว์ Humane Society International

“การอนุญาตให้มีการรวมตัวกันเพื่อค้าขายและบริโภคเนื้อสุนัขในตลาดและในร้านอาหารที่แออัดโดยอ้างว่าเป็นงานเทศกาล ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสาธารณสุขอย่างมีนัยสำคัญ” หลี่กล่าว

ทั้งนี้ องค์กร Humane Society International ยังสามารถช่วยเหลือสุนัขตัวน้อยจากการถูกชำแหละเป็นเนื้อบนเขียงได้อย่างทันการณ์ และนำไปดูแลที่เมืองต้าเหลียน แม้ว่าจะมีเพียง 10 ตัวจากจำนวนหลายร้อยตัวที่ถูกฆ่าเพื่อกินเป็นอาหารก็ตาม

จางเฉียนเฉียนนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ที่อยู่ในอวี้หลินเมื่อวันเสาร์กล่าวว่าตอนนี้ได้แต่รอเวลาให้เทศกาลเนื้อสุนัขจะถูกแบนเท่านั้น โดยจากการสนทนากับผู้ขายเนื้อสัตว์ทำให้ทราบว่าทางการได้บอกแล้วว่าจะไม่อนุญาตให้บริโภคเนื้อสุนัขในอนาคต

“แต่การห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขยังเป็นเรื่องยากและจะต้องใช้เวลาสักพัก” จางเฉียนเฉียนกล่าว

Vshine
Vshine

เขตขั้วโลกเหนือร้อนที่สุด อุณหภูมิพุ่ง38องศา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.posttoday.com/world/626635

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 16:44 น.เขตขั้วโลกเหนือร้อนที่สุด อุณหภูมิพุ่ง38องศาภาวะโลกร้อนเลวร้ายขึ้นทุกที เขตขั้วโลกเหนือทำลายสถิติร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

เมืองเวอร์โคยันสก์ (Verkhoyansk) ในเขตไซบีเรีย ประเทศรัสเซียมีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 38 องศาเซลเซียส โดยเมืองนี้ตั้งอยู่เหนือวงกลมอาร์กติกอาร์กติก (Arctic Circle) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งสภาพภูมิอากาศที่อยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ และตามปกติจะมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นแม่แต่ฤดูร้อนเช่นในตอนนี้

อณหภูมิเฉบี่ยของเมืองนี้ในช่วงฤดูร้อนเริ่มจากเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 13.2 องศาเซลเซียสเท่านั้น แม้แต่กลา.ฤดูร้อนคือกรกฎาคมยังสูงแค่ 16.4 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม เมืองนี้ยังเป็นเจ้าของสถิติโลกกินเนสในฐานะเมืองที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันสุดขั้วที่สุดในโลก โดยในฤดูหนาวอุณหภูมิเคยลดต่ำลงถึง -68 องศาเซลเซียส และในฤดูร้อนเคยร้อนถึง 37.2 องศาเซลเซียส

แต่ล่าสุดอากาศร้อนทุบสถิติใหม่เรียบร้อยแล้วที่ 38 องศาเซลเซียส ถือเป็นสภาพอากาศที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกกันมาในเขตขั้วโลกเหนือ

นอกจากนี้พื้นที่อื่นๆ ของไซบีเรียยังร้อนผิดปกติจนทำให้เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสาธารณรัฐซาคาที่ตั้งของเมืองเวอร์โคยันสก์ ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วถึง 1,718,750 ไร่

AFP PHOTO / NASA

บริษัทดังเลิกขายครีมผิวขาว หลังเกิดกระแสต้านเหยียดผิว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.posttoday.com/world/626618

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 14:43 น.บริษัทดังเลิกขายครีมผิวขาว หลังเกิดกระแสต้านเหยียดผิวกระแสต่อต้านการเหยียดผิวทำให้บริษัทหลายรายต้องทบทวนว่าสินค้าของตัวเองมีเนื้อหาสาระที่ส่อไปในทางเหยียดผิวหรือไม่

บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ได้ตัดสินใจที่จะหยุดการขายครีมผิวขาวที่ได้รับความนิยมในเอเชียและตะวันออกกลางหลังจากได้รับแรงกดดันจากสังคมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการถกเถียงกันทั่วโลกเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติและการเหยียดสีผิว

โฆษกหญิงของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าบริษัทจะหยุดขายไลน์ผลิตภัณฑ์ Clean & Clear Fairness ที่ขายในอินเดีย และเมื่อต้นเดือนนี้มีรายงานข่าวว่าทางบริษัทได้จะระงับการขายผลิตภัณฑ์ Neutrogena Fine Fairness ซึ่งมีอยู่ในเอเชียและตะวันออกกลาง

“จากการหารือในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าชื่อผลิตภัณฑ์หรือการอ้างสรรพคุณในผลิตภัณฑ์ลดจุดด่างดำของเรานั้นแสดงให้เห็นว่าการมีผิวสีจางหรือสีขาวเป็นสิ่งที่ดีกว่าสีผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเรา ผิวที่มีสุขภาพดีคือผิวที่สวยงาม” บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันกล่าว

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันกล่าวว่าจะไม่ผลิตหรือจัดส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้อีกต่อไป แต่สินค้าอาจยังคงปรากฏบนชั้นวางจำหน่ายตามห้างร้านต่างๆ เนื่องจากสินค้ายังคงค้างอยู่ในสต๊อก

NYT รายงานว่าในอินเดียมีการจำหน่ายไลน์ผลิตภัณฑ์ครีมผิวขาว Clean & Clear และมีการรีวิวผลิตภัณฑ์จากผู้บริโภคโดยระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถทำให้ผิวกระจ่างใส และในเอเชียมีโฆษณาของ Neutrogena Fine Fairness ที่บอกว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จะมีผิวที่ขาวละเอียดยิ่งขึ้นได้อย่างไร

นอกจากนี้ยังผู้คนมากกว่า 11,000 คนลงนามในการรณรงค์เพื่อเรียกร้องให้ยูนิลีเวอร์ (Unilever) หยุดขายผลิตภัณฑ์ Fair & Lovely ผลิตภัณฑ์ผิวขาวที่วางตลาดในอินเดียและตะวันออกกลาง โดยโฆษณาของโลชั่นตัวนี้ให้ภาพว่าผู้หญิงที่มีผิวดำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีผิวขาวขึ้นและประสบความสำเร็จมากขึ้น

AFP PHOTO / BEHROUZ MEHRI

ต่างชาติชมไทย สกัดโควิดได้เพราะคนไทยร่วมมือกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.posttoday.com/world/626605

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 12:31 น.ต่างชาติชมไทย สกัดโควิดได้เพราะคนไทยร่วมมือกันบทความนี้เล่าโดย Sirachai Arunrugstichai ช่างภาพชาวไทยผ่านทาง Rachel Hartigan

บทความเรื่อง “แลมองในประเทศไทยซึ่งป้องกันโคโรนาไวรัสจากการตั้งหลักได้” ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของนิตยสาร National Geographic ผู้เขียน/ผู้เขียนชื่นชมความมีประสิทธิภาพของรัฐบาลในการรับมือโควิด-19 และที่สำคัญคือเรื่องนี้จะสำเร็จไม่ได้หากคนไทยไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง

ผู้เล่าบอกว่าตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดเล่าว่า เมื่อมีข่าวการระบาดเกิดขึ้นในเดือนมกราคมความไม่สบายใจก็แพร่กระจายไปในหมู่ประชาชน มีคนเพียงไม่กี่คนที่มั่นใจว่ารัฐบาลจะเราสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีพื้นฐานด้านสาธารณสุข จนคนไทยหลายคนคิดว่าคงจะต้องดูแลตัวเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

แต่ที่เหนือความคาดหมายคือรัฐบาลไทยมีประสิทธิภาพในการรับมือ และตัดสินใจเหมาะสมที่จะใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์มาเป็นแกนนำหลักเพราะคนไทยให้ความเคารพบุคคลากรทางแพทย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเนื่องจากไทยไม่สามารถใช้วิธีตรวจสอบในวงกว้างได้ จึงใช้วิธีการตามรอยผู้ติดเชื้อแทน

ผู้เขียนเล่าว่า ตอนแรกเขาสงสัยอย่างมากถึงจำนวนผู้ป่วยที่ต่ำเพราะสะท้อนให้เห็นว่ามีการตรวจเชื้อที่ไม่เพียงพอ “อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่ได้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รายงานทางการจึงดูเหมือนจะถูกต้องแล้ว”

ที่สำคัญคือความร่วมมือของประชาชน ผู้เขียนชี้ว่าความร่วมมือของประชาชนทั่วไปมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค และจากการวิจัยหนึ่งพบว่า 95% ของคนไทยสวมหน้ากากในที่สาธารณะในช่วงการระบาดใหญ่ ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสาธารณชนเข้มงวดกันเองเรื่องการสวมหน้ากากาอนามัย

บทความนี้ยังกล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการระบาด ซึ่งยังต้องรอรับมือกันต่อไป

แม้ว่าบทความนี้จะเล่าโดยคนไทย แต่หลังจากที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ในเฟซบุ๊คของ National Geographic มีชาวต่างชาติแสดงความเห็นในทำนองชื่นชมประเทศไทยหลายคน เช่น

Brian Ramer บอกว่า “ทั้งครอบครัวของคู่หมั้นผมอาศัยอยู่ที่นั่นและเป็นจริง 100% พวกเขาทำได้ดีมาก”

Keith Hawkes บอกว่า “ผมเป็นชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 14 ปี เราล็อคดาวน์เต็มที่ เคอร์ฟิวที่ถูกบังคับใช้และการสวมหน้ากากเป็นสิ่งที่ต้องทำเวลาเข้าไปร้านค้า/อาคารสาธารณะ เป็นวันที่ 28 แล้วและไม่มีกรณีติดเชื้อใหม่ภายในประเทศ! มีเพียงกรณีที่คนไทยที่กลับจากต่างประเทศเท่านั้น ทำดีมากประเทศไทย!”

Adam Chamberlain บอกว่า “ผมรักประเทศไทย ยินดีด้วยที่ควบคุมมันได้” 

Maximiliano Couvillier Parra บอกว่า “ความมีวินัย และแสดงให้เราเห็นว่า ต้องสวมหน้ากาก”

Alegna บอกว่า “เยี่ยมมากประชาชนคนไทย ถ้าเพียงแต่เรามีความร่วมมือและการจัดการที่เหมาะสมโดยรัฐบาลของเรา .. เราจะไม่มีกรณีติดเชื้อถึง 30,000 ราย! พวกเราสิ้นหวัง ..”

Thulitha Abayawardana บอกว่า “ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ คนเอเชียมักจะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวและเข้าใจถึงความสำคัญของการเสียสละ พวกเขาไม่ได้ทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะเห็นแก่ตัวอยากทำเรื่องจุกจิกเช่นแค่อยากจะตัดผม”

Julie Lavigne บอกว่า “นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีความคิดแบบ “พวกเรา” ไม่ใช่ความคิดแค่ “ตัวฉัน”

Valerie Johnson ชมคนไทยแต่เหมือนกับจะกระทบไปถึงประชาชนบางประเทศว่า “ฟังดูเหมือนคนฉลาดที่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจ คุณต้องทำแบบนี้”

Chad Griffiths บอกคล้ายๆ กันว่า “ความร่วมมือกัน: คือแนวคิดที่เกินสติปัญญาที่จำกัดของคนอเมริกันส่วนใหญ่”

Photo by Mladen ANTONOV / AFP

พบติดเชื้อในโรงงานแล่ไก่ในอังกฤษ จีนงดนำเข้าสัตว์ปีกสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.posttoday.com/world/626597

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 10:36 น.พบติดเชื้อในโรงงานแล่ไก่ในอังกฤษ จีนงดนำเข้าสัตว์ปีกสหรัฐการระบาดของโควิด-19 กำลังลุกลามเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตอาหารของโลกแล้ว

นอกจากจะมีรายงานการติดเชื้อในโรงชำแหละเนื้อในสหรัฐและเยอรมนี ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมที่โรงงานแล่ไก่ 2 Sisters ในเมืองแองเจิลซีย์ แคว้นเวลส์ ประเทศสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเป็น 158 ราย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขเวลส์ (PHW) คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลของเวลส์ยังไม่ได้ออกมาตรการล็อคดาวน์เพื่อควบคุมการระบาด

ทั้งนี้ 2 Sisters เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรและผลิตเนื้อสัตว์ปีกป้อนทั่วสหราชอาณาจักรมากถึงหนึ่งในสามของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกทั่วประเทศ

“เราต้องจำไว้ว่าโควิด-19 ไม่ได้หายไปไหน” ดร. คริสโตเฟอร์ จอห์นสันจาก PHW บอกกับ BBC “เหตุการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการในชุมชน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการยึดมั่นกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและสุขอนามัย”

ด้านเจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนกล่าวว่าได้สั่งระงับการนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากบริษัท Tyson Foods ในสหรัฐหลังจากพบการระบาดของไวรัสที่หนึ่งในโรงงานผลิตของบริษัทในประเทศสหรัฐ ส่วนผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่มาถึงประเทศจีนแล้วจะถูกริบ

Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP

ติดโควิดทั่วโลกพุ่งวันเดียว1.8แสน! สูงสุดเป็นประวัติการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.posttoday.com/world/626589

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 08:07 น.ติดโควิดทั่วโลกพุ่งวันเดียว1.8แสน! สูงสุดเป็นประวัติการณ์องค์การอนามัยโลก เผยยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกในวันที่ 21 มิ.ย. เพียงวันเดียวเพิ่มถึง 183,020 ราย นับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ บราซิลพบป่วยรายใหม่มากสุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ณ วันที่ 21 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มอีก 183,020 ราย ทำสถิติยอดติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 8,708,008 ราย และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4,743 ราย ซึ่งทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 461,715 ราย

รายงานของ WHO ระบุอีกว่า บราซิลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดคือ 54,771 ราย รองลงมาคือสหรัฐที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 36,617 ราย และอินเดียเพิ่มขึ้น 15,400 ราย

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO เปิดเผยว่า โลกเผชิญกับการแพร่ระบาดระยะใหม่ที่อันตราย เนื่องจากไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดยังคงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความเสี่ยง

ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ได้เรียกร้องให้ประชาชนทั่วโลกปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไป และใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังอย่างมาก

เยอรมนีฟื้นเร็วเหลือเชื่อ เศรษฐกิจรอดภาวะเลวร้ายที่สุดได้แล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626571

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 19:07 น.เยอรมนีฟื้นเร็วเหลือเชื่อ เศรษฐกิจรอดภาวะเลวร้ายที่สุดได้แล้วผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนียืนยัน เยอรมนีสามารถปีนขึ้นมาจากจุดต่ำของภาวะเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีได้แล้ว

เยนส์ ไวด์มัน (Jens Weidmann) ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี ( Deutsche Bundesbank) กล่าวว่า เยอรมนีรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดซึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส และขณะนี้กำลังมุ่งสู่เส้นทางของการฟื้นตัว

“เราประสบกับภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ (หลังสงคราม) ของเยอรมนี” ข่าวดีก็คือ ความลำบากต่างๆ ได้จบสิ้นลงแล้ว และสิ่งต่างๆ ฟื้นตัวอีกครั้ง แต่เศรษฐกิจตกต่ำที่เลวร้ายมาก จะตามมาด้วยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ไม่ใช่ฟื้นในทันที)” ไวด์มันกล่าวกับหนังสือพิมพ์ Frankfurter Allgemeine Zeitung ฉบับวันอาทิตย์

ไวด์มันยังกล่าวสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งช่วยปกป้องภาคธุรกิจและการจ้างงาน

มาตรการกอบกู้เศรษฐกิจมูลค่า 1.1 ล้านล้านยูโร ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ของเยอรมนีที่มีหลักการไม่สร้างหนี้เพิ่มและมัธยัสถ์ในการใช้งบประมาณอย่างมากจนได้ชื่อว่า “ประเทศประหยัด” แต่ครั้งนี้รัฐบาลตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหญ่เพื่อประคองเศรษฐกิจเอาไว้

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมารัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่าจะใช้เงินอีก 1.3 แสนล้านยูโรในโครงการกระตุ้นรูปแบบต่างๆ รวมถึงการลดภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ยังมีการเสนอกันในสหราชอาณาจักรด้วยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู่ว่าการธนาคารกลางเยอรมนีกล่าวว่า เยอรมนีไม่ได้ออมเงินเพราะ “ขี้เหนียว” แต่เพื่อให้มีเงินที่สามารถใช้อย่างสมเหตุสมผลและในกรณีที่ประเทศลำบากและนั่ช่วงเวลาลำบากก็คือตอนนี้