เกาหลีใต้ยังน่าวิตก พบผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศเพิ่มขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626562

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 17:21 น.เกาหลีใต้ยังน่าวิตก พบผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศเพิ่มขึ้นสถานการณ์ระบาดของโควิด-19ในเกาหลีใต้ยังน่าเป็นห่วง หลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น เผยกรุงโซลเป็นพื้นที่ที่พบการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากสุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19ภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในประเทศ 40 ราย และ 8 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 12,421 ราย

รายงานข่าวระบุว่า ในเดือนมิ.ย. พื้นที่กรุงโซลถือเป็นพื้นที่ที่พบการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยยอดผู้ติดเชื้อ 10 รายในเมืองแดจอง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปประมาณ 160 กิโลเมตร ก่อให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดการแพร่เชื้อภายในชุมชนมากยิ่งขึ้น และอาจจะทำให้การติดเชื้อในบริเวณโดยรอบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชมภาพวันโลกดับ ปรากฎการณ์สุริยุปราคาวงแหวนแห่งไฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626540

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 16:17 น.ชมภาพวันโลกดับ ปรากฎการณ์สุริยุปราคาวงแหวนแห่งไฟไม่เฉพาะแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีโอาสชมสุริยคราสในวันที่ 21 มิ.ย. 2020 ยังมีอีกหลายมุมของโลกมีโอกาสได้ชมปรากฎการณ์นี้พร้อมๆ กัน

ความพิเศษของสุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2020 ก็คือในเกิดขึ้นวันที่ซีกโลกเหนือที่มีช่วงเวลาตอนกลางวันยาวนานที่สุดหรือวัน “ครีษมายัน” เกิดขึ้นเมื่อขั้วโลกเหนือโลกเอียงไปทางดวงอาทิตย์มากที่สุด

สุริยุปราคาครั้งนี้จะไม่เกิดเคราสเต็มดวงแต่จะมีลักษณะเป็นวงแหวน หรือ “วงแหวนแห่งไฟ” (ring of fire) โดยคราสจะปรากฏครั้งแรกในสาธารณรัฐคองโกตะวันออกเฉียงเหนือ เวลา 05:56 ตามเวลาท้องถิ่น (ประมาณ 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เพียงไม่กี่นาทีหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นที่คองโก และมีระยะเวลากินคราสสูงสุดของสุริยุปราคาครั้งนี้ นาน 1 นาทีและ 22 วินาที

เมื่อคราสเคลื่อนไปทางตะวันออกทั่วแอฟริกามาถึงเอเชียมันจะเกิด “วงแหวนแห่งไฟ” ด้วยรัศมีสุริยะที่สมบูรณ์แบบรอบดวงจันทร์ เหนือรัฐอุตตราขัณฑ์ของประเทศอินเดียใกล้กับชายแดนจีน-อินเดียเวลา 12:10 น. ตามเวลาประเทศอินเดีย (ราว 13.20 น. ตามเวลาประเทศไทย) จุดที่มองเห็นฝั่งประเทศจีนคือเขตงารี ในเขตปกครองตนเองทิเบต 

ภาพประกอบหลักของคราสเกือบจะเป็นวงแหวน แต่ยังไม่สมบูรณ์ มองเห็นได้ที่เขตอวี๋หลินของไต้หวัน

ภาพชุดสุริยุปราคาแห่งทศวรรษที่ 2020

คราสรูปหวงแหวนแห่งไฟ ที่เขตงารี เขตปกครองตนเองทิเบต ภาพจาก “จงกั๋ว เทียนชี่”
คราสไม่เต็มรูปวงแหวน ถ่ายที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ภาพโดย Jewel Samad / AFP
คราสกินดวงอาทิตย์เป็นรูปเหมือนจันทร์เสี้ยว ที่กรุงซานา ประเทศเยเมน ภาพโดย Mohammed HUWAIS / AFP
คราสกินดวงแค่ครึ่งเดียว ถ่ายที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ภาพโดย YASUYOSHI CHIBA / AFP

ม็อบอเมริกันทำลายไม่หยุด ล่าสุดโค่นอนุสาวรีย์ผู้แต่งเพลงชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626550

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 14:40 น.ม็อบอเมริกันทำลายไม่หยุด ล่าสุดโค่นอนุสาวรีย์ผู้แต่งเพลงชาติผู้ประท้วงในสหรัฐยังเดินหน้าทำลายอนุสรณ์รำลึกบุคคลในประวัติศาสตร์มี่เกี่ยวข้องกับการกดขี่คนผิวดำในประเทศ

ในเวลานี้ขบวนการเรียกร้องสิทธิคนผิวดำและต่อต้านการเหยียดผิวขยายวงกลายเป็นการบุกทำลายอนุสรณ์ของบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาสหรือสนับสนุนการมีทาส

เหยื่อการทำลายล่าสุดคืออนุสาวรีย์ของฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ (Francis Scott Key) ผู้แต่งเนื้อร้องเพลงชาติสหรัฐ คือเพลง The Star-Spangled Banner ซึ่งแม้ว่าเขาจะถือเป็นบุคคลสำคญของชาติ แต่เพราะมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับการครอบครองทาสและขัดขวางขบวนการเลิกทาส อนุสรณ์ของเขาจึงไม่รอดพ้นจากการทำลาย

อนุสรณ์ของฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ที่เป็นประติมากรรมรูปเหมือนตั้งอยู่ในพลับพลาอันงดงามในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกผู้ประท้วงโยงเข้ากับเชือกแล้วช่วยกันฉุดกระชากจนรูปเหมือนหล่นลงมากองกับพื้น

นอกจากอนุสรณ์ของผู้แต่งเนื้อร้องเพลงชาติสหรัฐแล้ว ยังมีรูปเหมือนของฮูนิเปโร แซร์รา (Junipero Serra) ผู้ก่อตั้งคณะเผยแพร่ศาสนาในแคลิฟอร์เนียที่ถูกกล่าวหาว่ากดขี่คนพื้นเมืองอเมริกัน

ด้านนายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก ลอนดอน บรีด กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า ทุกบาททุกสตางค์ของเงินที่ใช้ซ่อมแซมอนุสรณ์ที่ถูกทำลายต้องผันมาจากเงินที่สนับสนุนชุมชนต่างๆ รวมถึงชุมชนแอฟริกัน-อเมริกัน ดังนั้นก่อนที่จะมีการทำลายก็ควรที่จะปรึกษาหารือทางการเสียก่อน

ภาพจาก @bromf3

เผยภาพชีวิตล็อคดาวน์แสนอบอุ่นของครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626532

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 12:33 น.เผยภาพชีวิตล็อคดาวน์แสนอบอุ่นของครอบครัวเจ้าชายวิลเลียมแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ได้รับการชื่นชมจากฝีมือการถ่ายภาพสมาชิกในครอบครัวของพระองค์

แคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ทรงเผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์ของครอบครัว เป็นภาพของเจ้าชายวิลเลียมในพระอิริยาบถที่สนุกสนานและดูอบอุ่นกับบรรดาพระโอรส-พระธิดา คือ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์

ภาพเหล่านี้ถ่าย ณ ที่ประทับของครอบครัวที่เมืองนอร์ฟอล์กเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยวันที่เผยแพร่ภาพยังตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 38 ปีของเจ้าชายวิลเลียม และยังตรงกับวันพ่อในสหราชอาณาจักรด้วย

ทั้งนี้ เจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ของสหราชอาณาจักรพระองค์ล่าสุดที่ต้องฉลองวันวันเฉลิมพระชนมพรรษาในระหว่างการล็อคดาวน์ โดยก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรและเจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์เพิ่งจะทรงฉลองวันเฉลิมฯ ในระหว่างการล็อคดาวน์เช่นกัน

ภาพเหล่านี้มีชีวิตชีวาและอบอุ่นมาก ซึ่งที่ผ่านมาแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ได้รับการชื่นชมจากฝีมือการถ่ายภาพสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ด้วยอิริยาบถที่เป็นกันเองและเป็นธรรมชาติ

ภาพ Catherine, Duchess of Cambridge
ภาพ Catherine, Duchess of Cambridge

นักวิทย์เรียกร้องให้ตรวจหมากับแมว อาจเสี่ยงแพร่โควิดให้เจ้าของ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626531

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 10:38 น.นักวิทย์เรียกร้องให้ตรวจหมากับแมว อาจเสี่ยงแพร่โควิดให้เจ้าของนักวิทยาศาสตร์พบว่าสุนัข แมว แฮมสเตอร์ ลิง และพังพอนสามารถติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้เรียกร้องให้มีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสที่สัตว์เลี้ยง เช่น แมวหรือสุนัขจะติดเชื้อโควิด-19 เพราะหากสัตว์เลี้ยงติดเชื้อไวรัสได้ พวกมันอาจจะแพร่เชื้อกลับมาประชากรมนุษย์ จนทำให้การต่อสู้เพื่อควบคุมโรคต้องล้มเหลว

นักวิจัยจาก University College London กล่าวว่าหากสัตว์ที่อยู่ใกล้กับมนุษย์เช่นสัตว์เลี้ยงหรือปศุสัตว์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเป็นเรื่องปกติ การระบาดใหญ่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งแม้ว่าพื้นที่นั้นจะปลอดจากโรคแล้วก็ตามหลักการล็อคดาวน์

นักวิทยาศาสตร์เอ่ยถึงเรื่องนี้ในบทความแสดงความคิดเห็นที่เผยแพร่ The Lancet Microbe โดยเรียกร้องให้มีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัตว์ที่มีความไวต่อการติดเชื้อไวรัส และเรียกร้องให้มีการตรวจเชื้ออย่างสม่ำเสมอในสัตว์ที่เสี่ยงจะแพร่เชื้อมายังมนุษย์

ล่าสุดมีรายงานว่า พบสุนัขของเข้าของฟาร์มตัวมิงค์ในประเทศเดนมาร์กติดเชื้อโควิด-19 ทั้งๆ ที่เดนมาร์กสั่งให้ฆ่าตัวมิงค์ถึง 10,000 ตัวแล้ว เพราะพบว่าผู้จัดการฟาร์มติดเชื้อโควิดจนอาจแพร่สู่มิงค์ได้ แต่ปรากฎว่าสุนัขในฟาร์มกลับติดเชื้อแทน

เบื้องต้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า สุนัข แมว แฮมสเตอร์ ลิง และพังพอนทั้งที่อยู่ในป่าและเป็นสัตว์เลี้ยงสามารถติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ได้

Ethan Miller/AFP

คนร้ายไล่แทงประชาชนในอังกฤษตาย3 เจ็บสาหัส2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626522

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 08:41 น.คนร้ายไล่แทงประชาชนในอังกฤษตาย3 เจ็บสาหัส2เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงประชาชนในเมืองเรดดิง ของอังกฤษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงประชาชนในเมืองเรดดิง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอังกฤษเมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นในอังกฤษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย

รายงานข่าวระบุว่า ตำรวจได้นำตัวผู้ประสบเหตุหลายรายไปยังโรงพยาบาลโรยัล เบิร์กเชียร์แล้ว โดยโฆษกของโรงพยาบาลได้ยืนยันว่า มีผู้ป่วยอาการสาหัสจำนวน 2 ราย ขณะที่ตำรวจได้จับกุมตัวชาย 1 รายในที่เกิดเหตุไว้ได้

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เหตุไล่แทงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นที่โฟร์เบอรี่ การ์เดนส์ ในเมืองรี้ดดิง และน่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ภาพ CNN

บราซิลติดโควิดทะลุล้าน คาดแซงหน้าสหรัฐขึ้นอันดับหนึ่งเร็วๆนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626513

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 18:32 น.บราซิลติดโควิดทะลุล้าน คาดแซงหน้าสหรัฐขึ้นอันดับหนึ่งเร็วๆนี้โควิดในบราซิลยังห่างไกลจุดพีค แม้ตัวเลขติดเชื้อทะลุล้าน คาดอีกไม่นานแซงหน้าสหรัฐป่วยเยอะสุดของโลก

กระทรวงสาธารณสุขบราซิลรายงานเมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) ว่าสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิดในประเทศส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสมทะลุเกิน 1 ล้านคนแล้ว โดย 24 ชั่วโมงของวันศุกร์ที่ผ่านมามีรายงานการติดเชื้อใหม่ถึง 54,771 ราย ตัวเลขสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 1,032,913 คน รักษาหายแล้วราว 520,000 เสียชีวิตสะสม 49,090 เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1,206 ราย

บราซิลพบผู้ติดเชื้อโควิดรายแรกของประเทศเมื่อวันที่ 26 ก.พ. จนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้วที่บราซิลยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ และยังคงห่างไกลจากคำว่าจุดสูงสุดของการระบาด เนื่องจากยังพบรายงานผู้ติดเชื้อใหม่รายวันตั้งแต่เมืองใหญ่ของประเทศอย่างนครเซาเปาโล นครริโอเดอจาเรโร ไปจนถึงพื้นที่ห่างไกลแถบป่าอเมซอน

ผู้นำบราซิลต้อนรับกลุ่มสนับสนุนที่มาชุมนุมเมื่อวันที่ 31 พ.ค. โดยไม่มีมาตรควบคุมโรค

แม้จะยังไม่พบสัญญาณของจุดพีคการระบาด แต่ตามเมื่อใหญ่ของประเทศได้ให้ร้านค้า ร้านอาหาร และภาคธุรกิจที่ไม่จำเป็นกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้วเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้

สถานการณ์ดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาหลายรายคาดตรงกันว่า ตัวเลขติดเชื้อสะสมของบราซิลอาจแซงหน้าสหรัฐในไม่ช้า ซึ่งขณะนี้บราซิลยังเป็นอันดับสองของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลก รองจากสหรัฐซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งด้วยผู้ติดเชื้อสะสมที่กว่า 2.2 ล้านคน

เมื่อเดือนที่แล้วองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พื้นที่แถบละตินอเมริกากลายเป็นพื้นที่ศูนย์กลางระบาดแห่งใหม่ของโควิด-19 โดยขณะนี้หลายประเทศแถบอเมริกาใต้รวมถึงชิลีเปรูต่างก็มีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันและตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันสูงขึ้น เช่นเดียวกับเม็กซิโกที่เพิ่งมียอดผู้เสียชีวิตสะสมเกินกว่า 20,000 คนแล้ว

นักกิจกรรมขุดหลุมศพปลอมกลางหาดโคปาคาบานา ประท้วงรัฐบาลไม่ใส่ใจสถานการณ์โควิด

นายแพทย์ Miguel Nicolelis นักประสาทวิทยาผู้มีส่วนในคณะทำงานรับมือโควิดของรัฐเซาเปาโล กล่าวว่า ขณะนี้บราซิลกำลังเดินตรงสู่หายนะ “คุณจะเห็นได้ว่าบราซิลซึ่งมีประชากร 212 ล้านคน เป็นศูนย์กลางระบาดตั้งแต่เดือนเมษายน เราเฝ้าดูสถานการณ์ทั่วโลกผ่านไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย”

นายแพทย์ Nicolelis กล่าววิจารณ์ถึงการทำงานของประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ผู้นำบราซิลซึ่งเพิกเฉยและไม่รับมือกับปัญหาโควิดอย่างจริงจัง รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐในบราซิลต้องหามาตรการรับมือกันเอง

ประธานาธิบดีโบลโซนารู ผู้ซึ่งได้ฉายาว่าทรัมป์แห่งอเมริกาใต้ ตกเป็นที่วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงเรื่องดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของบราซิลเองซึ่งสละเก้าอี้ไปแล้วถึง 2 รายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน เนื่องจากมีความคิดเห็นไม่ตรงกับผู้นำ ประธานาธิบดีโบลโซนารูได้แต่ตั้งรมว.กระทรวงหมอคนใหม่เป็นนายพลในกองทัพที่ชื่อ Eduardo Pazuello ซึ่งไม่ได้มีประสบการบริหารงานด้านสาธารณสุขของประเทศมาก่อน

แม้ยอดติดเชื้อของบราซิลจะยังไม่ถึงจุดพีค แต่ที่”พีค”กว่าคือท่าทีอันเพิกเฉยของผู้นำบราซิลเนื่องจากเขายังได้เพิกเฉยต่อมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยบอกว่ามาตรการนี้จะยิ่งทำให้คนตกงาน และเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจประเทศยิ่งกว่าไวรัสโควิดเสียอีก

อีกความพีคของโบลโซนารูคือ เมื่อสองสัปดาห์ก่อน”ทรัมป์แห่งอเมริกาใต้”ผู้นี้ยังได้แสดงจุดยืนเดียวกับ”ทรัมป์แห่งสหรัฐ” ด้วยการขู่ว่าจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก โดยให้เหตุผลว่าเป็นหน่วยงานแห่งนี้ทำงานโดยมีวาระซ้อนเร้นเรื่อง “อคติเชิงอุดมการณ์” (ideological bias) จากการแสดงท่าทีหลายครั้งของอนามัยโลกที่”เอาแน่เอานอน”ไม่ได้

เจ้าชายชาร์ลส์-ผู้นำฝรั่งเศส ไหว้ทักทายแทนจับมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626506

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 16:20 น.เจ้าชายชาร์ลส์-ผู้นำฝรั่งเศส ไหว้ทักทายแทนจับมือเจ้าชายชาร์ลส์ทรงใช้การไหว้ (นมัสเต) ทักทายผู้มาเข้าเฝ้าแทนจับมือนับตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ และคามิลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ทรงให้การต้อนรับประธานาธิบดีเอ็นมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร เพื่อรำลึกครบรอบ80ปี การกล่าวปราศรัยของประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ต่อพลเมืองฝรั่งเศส จากเหตุการณ์รุกรานของกองทัพนาซีช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1940 ณ สวน Carlton Gardens ใกล้พระตำหนักคลาเรนส์เฮาส์ ที่ประทับกลางกรุงลอนดอน

การเสด็จออกของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เพื่อต้อนรับประธานาธิบดีฝรั่งเศส นับเป็นการเสด็จออกเพื่อต้อนรับประมุขต่างชาติครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลังจากที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์และเจ้าชายชาร์ลส์ทรงหายจากประชวรติดเชื้อโควิด

ในการนี้ เจ้าชายยังทรงใช้วิธีการไหว้ (หรือการนมัสเตตามแบบฉบับอินเดีย) ในการทักทายผู้นำฝรั่งเศสแทนการสัมผัสพระหัตถ์ ซึ่งประธานาธิบดีมาครงก็ใช้การไหว้แทนการจับมือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เช่นกัน รวมถึงดัชเชสคามิลาทรงใช้การไหว้ทักทายผู้นำฝรั่งเศส

สำหรับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงใช้การไหว้ในการทักทายผู้มาเข้าเฝ้านับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอังกฤษเริ่มพบการระบาดของเชื้อโควิดในประเทศ

แม้ว่าพระองค์จะหายจากการประชวรติดเชื้อโควิดแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้เจ้าชายทรงเผยระหว่างการเสด็จเยี่ยมประทานกำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า แม้ทรงหายประชวรโควิดแล้วแต่การรับรู้กลิ่นและรสของพระองค์ยังไม่กลับมาปกติ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.posttoday.com/world/626261)

เยอรมนีถอนไทยจากกลุ่มประเทศเสี่ยงโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626500

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 15:07 น.เยอรมนีถอนไทยจากกลุ่มประเทศเสี่ยงโควิดเยอรมนีถอนไทยจากลิสต์ประเทศเสี่ยงระบาดโควิดแล้ว หลังไร้ติดเชื้อต่อเนื่องนาน 26 วัน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เว็บไซต์สถาบัน Robert Koch Institute (RKI) หน่วยงานการวิจัยป้องกันและควบคุมโรคของเยอรมนี ซึ่งทำหน้าที่รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและสถานการณ์ไวรัสโควิด ได้อัพเดตรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงระบาดจากไวรัสโควิด โดยRKIได้ถอนประเทศไทยออกจากรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงระบาดโควิดแล้ว หลังจากไทยไร้ผู้ติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องนาน 26 วัน

การถอนรายชื่อไทยออกจากกลุ่มประเทศเสี่ยงดังกล่าว ส่งผลให้พลเมืองไทยที่ประสงค์เดินทางเข้าเยอรมนีไม่จำเป็นต้องเข้ามาตรการกักกันตัวเป็นเวลา 14 วันตามข้อกำหนดของรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งจะส่งผลให้อนาคตเยอรมนีอาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างไทยกับเยอรมนีต่อไป

ที่มา : https://www.rki.de/DE/Content/InfAZ/N/Neuartiges_Coronavirus/Risikogebiete_neu.html

โมดีลั่น กองทัพมีอิสระใช้กำลังทหารบนพรมแดนพิพาทจีนทันทีหากจำเป็น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626496

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 14:12 น.โมดีลั่น กองทัพมีอิสระใช้กำลังทหารบนพรมแดนพิพาทจีนทันทีหากจำเป็นนายกโมดีย้ำ แม้ไม่มีทหารฝ่ายใดละเมิดพรมแดนก่อนแต่คนอินเดียโกรธจีนมาก พร้อมเสริมกำลังพลเข้าพื้นที่พิพาทแล้ว

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดียกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กองทัพอินเดียมีอำนาจอิสระที่จะกระทำการใดๆก็ตาม”หากจำเป็น” เพื่อจัดการปัญหาด้านพรมแดนระหว่างจีนบริเวณเทือกเขาหิมาลัย หลังจากที่ทหารซึ่งประจำการบริเวณดังกล่าวของทั้งสองฝั่ง เข้าปะทะกันจนมีรายงานเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บและเสียชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งให้เกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลโมดี เนื่องจากมีรายงานทหารฝั่งอินเดียราว 20 นายเสียชีวิจจากเหตุปะทะ โดยนายกโมดีได้กล่าวผ่านโทรทัศน์ท้องถิ่นในวันศุกร์ว่า แม้จะไม่ทหารจากฝ่ายใดละเมิดพรมแดน รวมถึงอินเดียไม่ได้เสียพื้นที่ในการปกป้องอธิปไตย แต่คนอินเดียรู้สึกโกรธทางจีนมาก ทั้งตนยังได้ให้อำนาจกองทัพมีอิสระในการจัดการปัญหาเหนือพรมแดนอย่างเต็มที่หากจำเป็น และเสริมกำลังพลเข้าในพื้นที่เพื่อตรวจสอบลาดตระเวนตามแนวชายแดน

เมื่อวานนี้ทางด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดียเผยว่า นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับนายหวังอี้ รมว.ต่างประเทศจีน โดยแม้ทั้งสองยังคงตำหนิว่าต่างฝ่ายต่างปล่อยให้ทหารรุกล้ำเขตแดนก่อน แต่ก็ยืนยันจะร่วมกันหาทางออกด้วยสันติวิธี

จนถึงตอนนี้ทางการจีนยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขทหารฝ่ายตนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แม้ว่าสื่ออินเดียจะรายงานตรงกันว่ามีการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย