โสมเหนือโต้กลับ เตรียมส่งใบปลิวต้านเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626486

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 12:32 น.โสมเหนือโต้กลับ เตรียมส่งใบปลิวต้านเกาหลีใต้คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด! เปียงยางเตรียมโต้กลับ ส่งใบปลิวข้ามพรมแดนต้านเกาหลีใต้

สำนักข่าวกลางเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่า ชาวเกาหลีเหนือทั่วประเทศกำลังเตรียมใบปลิวสำหรับบรรจุในบอลลูน กองมหึมาสำหรับเตรียมปล่อยข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้เพื่อต่อต้านรัฐบาลโซล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้แปรพักตร์จากฝั่งเหนือ ส่งบอลลูนบรรจุใบปลิวลักษณะเดียวกันข้ามแดนมายังเกาหลีเหนือ จนทำให้บรรยากาศตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีกลับมาระอุอีกครั้ง

เคซีเอ็นเอระบุว่า การส่งใบปลิวที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นมาตรการตอบโต้รัฐบาลโซลอย่างสาสม เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกแบบเดียวกันว่าเรื่องนี้น่ารำคาญใจเพียงใด

เรื่องดังกลาว แม้เกาหลีใต้ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ แต่ทางโฆษกกระทรวงรวมชาติกล่าวในตอนหนึ่งของการแถลงข่าวว่า จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในท้องที่เพื่อสกัดความพยายามในการส่งบอลลูนเหล่านี้ให้ลอยข้ามแดนมายังฝั่งใต้

ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีกลับมาระอุอีกครั้งหลังจากที่รัฐบาลเปียงยางได้ระเบิดทิ้งศูนย์ประสานงานร่วมที่ตั้งในนิคมอุตสหกรรมแกซฮง เนื่องจากไม่พอใจอย่างหนักที่เกาหลีใต้นิ่งเฉยไม่จัดการกับกลุ่มแปรพักตร์ที่ส่งใบปลิวลักษณะเดียวกันมายังฝั่งเหนือ แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความเคลื่อนไหวของนางสาวคิมโยจอง น้องสาวผู้นำคิมจองอึนที่ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวในประเด็นเหล่านี้อย่างผิดปกติ

อนึ่ง วันที่ 25 มิ.ย. นี้ จะเป็นวาระครบรอบ 50 ปีที่สงครามเกาหลีปะทุอย่างเป็นทางการด้วย

เมียนมาพบติดโควิดใหม่ 23 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานกลับจากไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626473

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 09:50 น.เมียนมาพบติดโควิดใหม่ 23 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานกลับจากไทยเมียนมาเจอติดโควิดใหม่จำนวนสูงสุดรอบ 3 เดือน เป็นแรงงานกลับจากไทยและมาเลเซีย

เมียนมาไทมส์รายงานว่า จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเมื่อเย็นวานนี้ (19 มิ.ย.) ระบุว่า เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 23 คน เป็นแรงงานเมียนมาที่เดินทางกลับจากไทยและมาเลเซีย ผ่านด่านบริเวณชายแดนจังหวัดตากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ทางการเมียนมาเพิ่งรายงานเรื่องดังกล่าว นับเป็นการพบติดเชื้อใหม่รายวันสูงสุดในรอบ 3 เดือนของเมียนมา ส่งผลให้ตัวเลขติดเชื้อสะสมที่ 286 ราย รักษาหายแล้ว 177ราย เสียชีวิต 6 คน 

รายงานระบุว่า ผู้ติดเชื้อใหม่ 23 รายนั้นจำนวนนี้ 19 รายเป็นแรงงานที่กลับจากไทยเดินทางผ่านด่านข้ามแดนแม่สอดจังหวัดตากไปยังฝั่งเมียวดี 18 รายและจังหวัดระนอง 1 ราย ส่วนอีก4รายกลับจากมาเลเซีย โดยขณะนี้ส่วนใหญ่ถูกกักกันในศูนย์กักกันโรคภายในเขตอุตสาหกรรมในเมืองพะอัน เมืองเอกของรัฐกะเหรี่ยง ติดกับชายแดนไทยบริเวณจังหวัดตาก ก่อนจะเตรียมส่งไปรักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลในนครย่างกุ้ง

ด้านนาย Thant Zin Aung สส.เมียนมาจากเขตเมียวดีเผยกับรอยเตอร์ว่า แรงงานกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถูกทางการไทยส่งตัวกลับประเทศ หลังโดนจับกุมฐานละเมิดวีซ่า โดยถูกกักตัวที่ศูนย์กักตัวคนเข้าเมืองใกล้ชายแดน และหลายคนในกลุ่มนี้เคยถูกคุมขังด้วยความผิดเข้าเมืองผิดกฎหมายในมาเลเซียมาก่อน โดยเชื่อว่าผู้ที่ติดเชื้อใหม่นี้ อาจเป็นผู้อพยพโรฮีนจาที่ถูกเนรเทศฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย เนื่องจากตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการไทยและมาเลเซียได้เนรเทศชาวเมียนมาที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหลายรายกลับประเทศ อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการระบาด

อย่างไรก็ดียังไม่ชัดเจนว่า 19 แรงงานที่ติดเชื้อแล้วอ้างว่ามีประวัติกลับจากไทยนั้น แท้จริงแล้วเป็นการติดจากช่วงไหน เป็นการติดระหว่างอยู่ในค่ายกักกัน หรือมีประวัติใกล้ชิดกับแรงงานส่วนอื่นก่อนผ่านด่านชายไทยหรือไม่ รวมถึงตามรายงานข่าวที่ระบุว่าเป็นการผ่านด่านชายแดนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดผ่านแดนเข้าออกตามปกติ จะต้องเป็นการขออนุญาตตามความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไทย อยู่ระหว่างเร่งประสานของขอข้อมูลความชัดเจนเพิ่มเติมจากทางการเมียนมา

แฟ้มภาพโพสต์ทูเดย์

อินเดียจะหันไปซบตะวันตกเพื่อเอาคืนจีนหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626456

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 20:55 น.อินเดียจะหันไปซบตะวันตกเพื่อเอาคืนจีนหรือไม่ที่ผ่านมาสหรัฐและพันธมิตรพยายามดึงอินเดียเข้ามาเป็นพวกเพื่องัดข้อกับจีน และตอนนี้การปะทะกันอย่างดุเดือดบริเวณหุบเขาแม่น้ำกัลวันในแคว้นลาดักเมื่อเร็วๆ นี้ ดูเหมือนจะผลักอินเดียไปหาสหรัฐมากขึ้น

การปะทะกันที่พรมแดนอินเดีย-จีนรอบล่าสุดนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 45 ปี ส่งผลให้ทหารอินเดีย 20 นายเสียชีวิต ส่วนตัวเลขทหารจีนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล

นักวิเคราะห์มองว่าความตึงเครียดรอบใหม่นี้จะเป็นบททดสอบสุดหินว่าอินเดียพร้อมหรือเต็มใจจะงัดข้อกับมหาอำนาจอย่างจีนหรือไม่

ในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับการจับตาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์การรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส อินเดียก็เริ่มแสดงท่าทีให้สหรัฐเห็นว่าความหวังจะได้อินเดียเป็นพวกเริ่มใกล้ความจริงมากขึ้น

เดือนนี้อินเดียเพิ่งจะเซ็นสัญญาทางทหารกับออสเตรเลียเพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถใช้ฐานทัพของกันและกันได้ และอาจเลยไปถึงการเชิญออสเตรเลียเข้าร่วมซ้อมรบที่กองทัพเรืออินเดียจับมือกับกองทัพเรือญี่ปุ่นและสหรัฐ เพื่อแสดงแสนยานุภาพของกลุ่ม Quad ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐ และอินเดีย เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลทางทะเลของจีนในภูมิภาค

แม้ว่าอินเดีนเริ่มมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเก้าอี้กรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งอินเดียได้ร่วมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบต้นตอของเชื้อโคโรนาไวรัส

ทว่าอำนาจทางทหารและเศรษฐกิจของอินเดียยังเทียบจีนไม่ติด ซึ่งอาจทำให้อินเดียยังไม่กล้ายกระดับความขัดแย้งทางอาวุธในการปะทะที่พรมแดนหิมาลัยที่ทหารทั้งสองฝ่ายเพิ่งแลกอาวุธกัน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งจีนและอินเดียจะพยายามเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ภาพถ่ายทางดาวเทียมและปากคำของชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ายังมีการเพิ่มกำลังทหารอย่างต่อเนื่องจากทั้งสองฝ่าย

จริงอยู่ว่าอินเดียมีกองทัพที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก แต่ยังมีความล้าหลังและสู้ประเทศอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะจีน ปีนี้อินเดียจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมเกือบ 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จีนทุ่มงบถึง 178,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เรียกว่าเทียบกันไม่ติด

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา จีนทำให้อินเดียรู้สึกว่าถูกจีนโอบล้อมไว้อย่างหนาแน่นด้วยการใช้เพื่อนบ้านของอินเดียเป็นเครื่องมือ

กรณีที่เห็นได้ชัดและเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ คือ ระหว่างที่อินเดียรับมือกับจีนที่พรมแดนหิมาลัย เนปาลเพื่อนบ้านก็อนุมัติแผนที่ฉบับใหม่โดย ผนวกเอาดินแดนที่อินเดียอ้างสิทธิไปเป็นของตัวเอง ซึ่งทางการอินเดียเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของเนปาลได้รับคำสั่งมาจากจีน

นอกจากนั้น จีนยังเข้ายึดท่าเรือของศรีลังกาซึ่งอยู่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของอินเดียหลังจากศรีลังกาไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ยืมคืนจีน ทำให้อินเดียกังวลว่าจีนจะส่งทหารเข้าไปประจำที่ท่าเรือนี้

ส่วนจีนเองก็อ่อนไหวกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่างอินเดียกับชาติตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ

ทว่าความสัมพันธ์ของสหรัฐกับอินเดียก็ใช่ว่าจะหวานชื่น แต่ในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกับจีนรุนแรงขึ้น หลายฝ่ายจึงเชื่อว่าตัวเลือกเดียวของอินเดียก็คือหันไปซบตะวันตก

วิชัย เคเชฟ โกเคล อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียเผยว่า นานาประเทศไม่อาจเพิกเฉยกับความก้าวร้าวของจีนและจำเป็นต้องเลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐ

“ในยุคหลัง Covid-19 การสานสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศในเวลาเดียวกันอาจไม่เกิดขึ้นอีก” โกเคลระบุ

เรียบเรียงจาก Will India Side With the West Against China? A Test Is at Hand

บุคลากรแพทย์รัสเซียดับเพราะโควิดเกือบ 500 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626461

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 20:38 น.บุคลากรแพทย์รัสเซียดับเพราะโควิดเกือบ 500 คนข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่

Roszdravnadzor หน่วยงานเฝ้าระวังทางการแพทย์ของรัสเซียเผยว่า จนถึงตอนนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ของรัสเซีย เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้ว 489 ราย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าบุคลากรเหล่านี้ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ข้อมูลจากสภาพยาบาลระหว่างประเทศพบว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกติดเชื้อโคโรนาไวรัสกว่า 230,000 คน และพยาบาลเสียชีวิตอย่างน้อย 600 คน

ทั้งนี้ รัสเซียขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและบราซิล แต่เกิดการกังขากับตัวเลขผู้เสียชีวิตว่ารัสเวียอาจรายงาตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริง

จีนโต้ไม่ได้จับตัวทหารอินเดียหลังปะทะเดือดพรมแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626445

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 18:30 น.จีนโต้ไม่ได้จับตัวทหารอินเดียหลังปะทะเดือดพรมแดนเหตุปะทะเดือดระหว่างพรมแดนจีนกับอินเดียยังไม่คลี่คลาย

เจ้าลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนโต้กลับอินเดียว่า ทางการจีนไม่ได้ควบคุมตัวทหารอินเดียที่ปะทะกันที่หุบเขาแม่น้ำกัลวัน ในแคว้นลาดัก หลังจากสื่ออินเดียรายงานว่าทหารอินเดีย 10 นายได้รับการปล่อยตัวแล้ว

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่ากรณีนี้ชัดเจนว่าใครผิดใครถูก และฝั่งอินเดียต้องรับผิดชอบไปทั้งหมด พร้อมทั้งยืนยันว่าขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาผ่านช่องทางการทูตและการทหาร โดยหวังว่าอินเดียจะร่วมมือกับจีนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีไว้

ก่อนหน้านี้ ศิวะ อารูร์ บรรณาธิการอาวุโสของ India Today ทวีตเผยรายละเอียดการปล่อยตัวทหารอินเดีย ซึ่งมีนายทหารระดับพลโท 1 นายและพลตรี 3 นายรวมอยู่ด้วย

ควีนส์แลนด์จ่อเก็บค่ากักตัว นทท.คนละ 6 หมื่นบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 16:31 น.ควีนส์แลนด์จ่อเก็บค่ากักตัว นทท.คนละ 6 หมื่นบาทต่อไปนี้การกักตัวเพื่อคัดกรองโควิดในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียสำหรับชาวต่างชาติจะไม่ฟรีอีกต่อไป

ทางการรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ารัฐควีนส์แลนด์ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัว 14 วันในโรงแรมที่ทางการจัดไว้ให้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19

เว็บไซต์ของรัฐควีนส์แลนด์ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการกักตัวนักท่องเที่ยว 1 คนจะอยู่ที่ 2,800 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 59,606 บาท นักท่องเที่ยวที่มาเป็นคู่อยู่ที่ 3,700 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 78,705 บาท และ 4,600 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 97,875 บาทสำหรับครอบครัว 4 คนซึ่งต้องพักห้องเดียวกัน

ทั้งนี้ ยกเว้นนักท่องเที่ยวที่มีกำหนดเดินทางเข้าควีนส์แลนด์นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไปที่จองตั๋วเครื่องบินไว้ก่อนวันที่ 1 ก.ค.

ทางการรัฐควีนส์แลนด์เผยว่าจุดประสงค์ในการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคือ เพื่อลดการสร้างภาระทางการเงินที่มาจากภาษีประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

นับตั้งแต่ Covid-19 ระบาดจนถึงปัจจุบัน ทางการรัฐควีนส์แลนด์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวแล้วกว่า 19 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 404.22 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 24 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 510.71 ล้านบาทภายในสิ้นเดือน มิ.ย.

ด้วยเหตุนี้รัฐควีนส์แลนด์จึงเป็นรัฐแรกของออสเตรเลียที่เก็บเงินค่ากักตัวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ออสเตรเลียถูกแฮกเกอร์มือดีล้วงข้อมูลรัฐบาล คาดจีนอยู่เบื้องหลัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626422

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 15:12 น.ออสเตรเลียถูกแฮกเกอร์มือดีล้วงข้อมูลรัฐบาล คาดจีนอยู่เบื้องหลังรัฐบาลออสเตรเลียและองค์กรต่างๆ ถูกแฮกเกอร์มือดีที่มีรัฐบาลหนุนหลังล้วงข้อมูลถี่ขึ้นช่วงโควิด

นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียเผยว่า แฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลหนุนหลังลงมือล้วงข้อมูลของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วน อาทิ องค์กรทางการเมือง อุตสาหกรรม การศึกษา สุขภาพ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นถี่ขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผู้นำออสเตรเลียไม่ได้ชี้ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว เพียงแต่เอ่ยว่า “แฮกเกอร์ฝีมือดีที่มีรัฐบาลหนุนหลังและสามารถลงมือได้ในระดับนี้มีไม่มาก”

ถึงอย่างนั้น เมื่อพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดเป็นวงกว้างและช่วงเวลาทำให้ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทางไซเบอร์หลายคนพุ่งเป้าไปที่จีน เนื่องจากพบความเชื่อมโยงว่าจีนแฮกข้อมูลของออสเตรเลียหลายครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จีนเป็นเพียงไม่กี่ประเทศนอกจากรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ที่มีศักยภาพในการลงมือในระดับนี้ ทั้งยังไม่ใช่พันธมิตรกับจีน แต่ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ เนื่องจากแม้แต่ประเทศที่เป็นพันธมิตรกันก็จารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ระหว่างกัน

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของจีนและออสเตรเลียเริ่มตึงเครียดในช่วงที่ Covid-19 ระบาด หลังจากออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการตรวจสอบต้นกำเนิดของเชื้อโคโรนาไวรัส และวิพากษ์วิจารณ์การรับมือโรคระบาดของรัฐบาลจีน ทำให้จีนขึ้นภาษีนำเข้าเนื้อและข้าวบาร์เลย์จากออสเตรเลีย  

ส่วนจีนตกเป็นผู้ต้องสงสัยของรัฐบาลหลายชาติว่าอยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลของประเทศอื่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางการสหรัฐเตือนว่าจีนอาจอยู่เบื้องหลังการล้วงข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน Covid-19 ของสหรัฐ

อังกฤษพบยาสเตียรอยด์ รักษาป่วยโควิดอาการโคม่าได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626408

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 13:55 น.อังกฤษพบยาสเตียรอยด์ รักษาป่วยโควิดอาการโคม่าได้นักวิจัยออกซฟอร์ดเผย”เดกซาเมทาโซน”ยาสเตียรอยด์ราคาถูก ช่วยลดเสี่ยงตายในผู้ป่วยโควิดอาการหนัก สาธารณสุขอังกฤษอนุมัติใช้แล้ว

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ เผยผลการทดลองใช้ยา “เดกซาเมทาโซน” ซึ่งเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ที่มีราคาถูกและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาอาการแพ้ต่างๆ รวมถึงรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคหืด สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตในผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนักได้

ทีมวิจัยซึ่งได้ใช้ยา “เดกซาเมทาโซน”ทดลองในผู้ป่วยโควิดอาการหนักกว่า 2,000 รายมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้เผยผลการศึกษาเบื้องต้นที่พบว่า เมื่อให้ยาดังกล่าวในกลุ่มผู้ป่วยหนักที่ถึงขั้นใช้เครื่องช่วยหายใจ สามรรถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ป่วยปกติที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สามารถลดอัตราเสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 5

สำหรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเกือบร้อยละ 40 แต่จากผลการทดลองใช้ยาชนิดนี้ อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 30

อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยยืนยันว่า ผลการทดลองดังกล่าวยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดอีกครั้งเมื่อพวกเขาตีพิมพ์รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ในเร็วๆนี้ แต่มีรายงานว่านายแมตต์ แฮนค็อก รมว.สาธารณสุขอังกฤษได้อนุมัติให้ใช้ยาชนิดดังกล่าวรักษาผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักแล้ว

โบลตันแฉอีก ทรัมป์เพิ่งรู้ว่าอังกฤษก็ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626391

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 11:56 น.โบลตันแฉอีก ทรัมป์เพิ่งรู้ว่าอังกฤษก็ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์อดีตที่ปรึกษาบอก ปธน.ทรัมป์ไม่รู้เรื่องการบริหารประเทศเลย

ตอนหนึ่งในหนังสือเล่มใหม่ที่ชื่อว่า The Roome Where It Happened : A White House Memoir ซึ่งเขียนโดยนายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยอีกว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสหราชอาณาจักรมีหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองด้วย

อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ระบุในหนังสือเล่มใหม่ของเขาว่า ย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้วในปี2018 คราวที่ประธานาธิบดีทรัมป์พบปะหารือแบบทวิภาคีกับอดีตนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ของอังกฤษ ผู้นำสหรัฐได้ถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งในสำนักนายกอังกฤษว่า “โอ้..คุณก็เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์เหมือนกันหรอ?” ซึ่งนายโบลตันยืนยันว่า คำพูดดังกล่าวไม่ใช่คำพูดติดตลกแต่อย่างใด เขามั่นใจว่าผู้นำสหรัฐไม่รู้มาก่อนว่าพันธมิตรที่ใกล้ชิดสหรัฐอย่างอังกฤษก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองด้วย

สำหรับนายโบลตัน เคยเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวระหว่างปี 2018ถึง2019 ได้เขียนหนังสือเล่มใหม่ที่กล่าวอ้างหลากหลายเรื่องราวในทำเนียบขาวภายใต้การบริหารของรัฐบาลทรัมป์ โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า ปธน.ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐที่ไม่รู้เรื่องการบริหารใดๆเลย

ทั้งนี้ อังกฤษเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี 1952 และมีกองเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ประจำการอยู่ในกองทัพจำนวนหลายลำ

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นน่าสนใจอื่นๆ ที่นายโบลตันระบุในหนังสือของเขาเกี่ยวกับผู้นำสหรัฐ อาทิ เมื่อคราวประชุมG20 ที่นครโอซาก้าปี 2019 ซึ่งอ้างว่าทรัมป์ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้นำจีนในการช่วยให้ชนะเลือกตั้งสมัยสองปลายปีนี้เพื่อผลดีที่การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

การออกมาแฉของนายโบลตัน ได้สร้างความไม่พอใจให้กับทำเนียบขาวอย่างมากโดยมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตรียมดำเนินการฟ้องร้องนายโบลตัน ด้วยข้อกล่าวขายความลับด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่หนังสือเล่มใหม่ของนายโบลตันจำนวน 577 หน้าจะถูกตีพิมพ์ ได้ผ่านการอนุมัติเนื้อหาจากคณะกรรมาธิการข้อมูลข่าวกรองแล้ว

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ได้ทวีตข้อความโจมตีนายโบลตันในหลายข้อความว่าเป็นพวกขายชาติ

แฟ้มภาพ : AFP

นิวยอร์กเล็งกักโรคคนมะกันจากรัฐอื่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626379

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 10:37 น.นิวยอร์กเล็งกักโรคคนมะกันจากรัฐอื่นผู้ว่านิวยอร์กเตรียมใช้มาตรการกักกันโรคคนเดินทางจากรัฐอื่น หลังอเมริกันบางรัฐติดเชื้อพุ่ง

นายแอนดรูว โคโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้แถลงเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา เตรียมพิจารณาให้รัฐนิวยอร์กใช้มาตรการกักกันโรคชาวอเมริกันที่เดินทางมาจากรัฐฟลอริด้า และรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่สองรัฐดังกล่าวมีรายงานยอดติดเชื้อโควิดสูงขึ้น

นายโคโม่กล่าวว่า ขณะนี้เขายังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าจะพิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวด้วยการใช้อำนาจพิเศษในฐานะผู้ว่าการรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงที่ชาวอเมริกันจากรัฐอื่นจะนำเชื้อมาติดยังพื้นที่รัฐนิวยอร์ก

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลัง จากที่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมารัฐฟลอริด้ามีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นถึง 2,384 ราย ในช่วงสามที่ผ่านมา นับเป็นสถิติการติดเชื้อรายวันสูงที่สุดของฟลอริด้า

ก่อนหน้านั้นช่วงปลายเดือนมีนาคม นายรอน ดิซานดิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริด้าก็เคยลงนามในคำสั่งพิเศษ สั่งกักกันชาวนิวยอร์กที่เดินทางมายังฟลอริด้าเป็นเวลา 14 วันด้วย เช่นเดียวกับนายเกร็ก แอ็บบอต ผู้ว่าเท็กซัส ก็เคยใช้คำสั่งเดียวกันกักกันชาวนิวยอร์กที่เข้ามายังเท็กซัส

ขณะนี้สถานการณ์โควิดระบาดในรัฐนิวยอร์กเริ่มทยอยผ่อนคลายลง แต่ในส่วนอื่นๆของประเทศอย่างรัฐฟลอริด้าและรัฐแคลิฟอร์เนีย พบสัญญาณการกลับมาระบาดซ้ำ หลังท้องถิ่นเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นอกจากนี้ มีรายานว่า สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ซึ่งเริ่มเปิดทำการเส้นทางบินในประเทศแล้ว ได้เตรียมออกข้อบังคับให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากขณะโดยสารเครื่องบิน ซึ่งหากผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตาม สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง

ขณะนี้ทั่วสหรัฐมียอดติดเชื้อสะสมที่กว่า 2.23 ล้านราย รักษาหายแล้วกว่า 698,000 คน เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 120,000 ราย