ตั้งข้อหา2ตำรวจสหรัฐ ผลักคนแก่ล้มหัวฟาดพื้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625395

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 09:05 น.

ตั้งข้อหา2ตำรวจสหรัฐ ผลักคนแก่ล้มหัวฟาดพื้น

2 ตำรวจจากเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายหลังผลักผู้ประท้วงวัย 75 ปี ล้มหัวฟาดพื้นได้รับบาดเจ็บ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายจากเมืองบัฟฟาโลรัฐนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายหลังมีคลิปวิดีโอปรากฏว่าได้ผลักผู้ประท้วงสูงอายุล้มลงกับพื้น ในระหว่างสลายกลุ่มผู้ประท้วงในจตุรัสไนแอการา หลังเลยกำหนดเคอร์ฟิวของวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ

คลิปแสดงให้เห็นแสดงให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย คือ โรเบิร์ต แมคเคบ อายุ 32 ปี และ อารอน ทอร์กาลสกี้ อายุ 39 ปี ได้ผลัก มาร์ติน กูจิโน วัย 75 ปี ผู้ประท้วงที่เดินเข้ามาคนเดียวจนล้มหงายหลังและศีรษะกระแทกพื้นจนมีเลือดไหลออกจากหู และไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดหยุดเพื่อช่วยเหลือ ซึ่งต่อมา กูจิโน ถูกนำส่งโรงพยาบาลและ มีอาหารสาหัส

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายถูกสั่งพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนในวันศุกร์ ก่อนที่จะถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนาแต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และถูกปล่อยตัวออกมา โดยมีกำหนดเข้ารับการสอบสวนที่ศาลในวันที่ 20 ก.ค. และหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงอาจโดนโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี

ด้าน แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องน่ารังเกียจและน่ากลัว พร้อมระบุว่าได้พูดคุยกับนายกเมืองบัฟฟาโลและผู้บาดเจ็บทางโทรศัพท์แล้ว และแนะนำว่าควรไล่ตำรวจทั้ง 2 นายออก และดูว่าสามารถตั้งข้อหาอาญาได้หรือไม่

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 57 นายในทีมปราบจลาจลได้รวมตัวกันลาออกจากทีมปราบจลาจลแล้วเพื่อเป็นการประท้วงการสั่งพักงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่ก่อเหตุ แต่ทั้ง 57 นายไม่ได้ลาออกจากอาชีพตำรวจ

อาเจะห์เฆี่ยนคู่รัก 100 ที ฐานมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625390

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 19:04 น.

อาเจะห์เฆี่ยนคู่รัก 100 ที ฐานมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง

คู่รักอินโดฯในอาเจะห์ถูกโบยคนละ 100 ที แอบมีสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงาน

เอเอฟพีรายงานว่า คู่รักในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเพียงจังหวัดเดียวของประเทศที่ใช้กฎหมายลงโทษตามหลักศานาอิสลาม ได้ถูกทางการท้องถิ่นลงโทษด้วยการโบยคนละ 100 ครั้ง ด้วยความผิดฐานลักลอบมีเพศสัมพันธ์ก่อนผ่านการเข้าพิธีแต่งงาน

การลงโทษครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ โดยรายงานระบุว่า ทั้งผู้ถูกเฆี่ยน และประชาชนที่เข้ามาดูการลงโทษ จะต้องสวมหน้ากากป้องกันและมีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนลงโทษ ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมตัวคู่รักดังกล่าว ก็มีการสวมหน้ากากและสวมถุงมือป้องกันอย่างมิดชิดเช่นกัน

การลงโทษนี้มีขึ้นที่ด้านนอกมัสยิดแห่งหนึ่งในเขตอาเจะห์เบซาร์ แต่ทว่าการเฆี่ยนต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากฝ่ายชายทนความเจ็บปวดไม่ไหวเนื่องจากต้องรับโทษแทนฝ่ายหญิงในบางส่วนด้วย

อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า แม้การลงโทษด้วยการโบยจะเป็นเรื่องที่ทางการอาเจาะห์ใช้ลงโทษผู้กระทำความผิดในหลากหลายรูปแบบทั้งการดื่มสุรา การใกล้ชิดเกินควรของชายหญิง เล่นการพนัน หรือลงโทษคนเพศเดียวกัน ซึ่งโดยปกติจะมีผู้มามุงดูการลงโทษจำนวนมาก แต่ในครั้งนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการระบาดของเชื้อโควิด มีประชาชนจำนวนไม่มากที่มาดูการลงโทษคู่รักดังกล่าวเนื่องจากกลัวการติดเชื้อ

ภาพ : AFP

สหรัฐถอนทหารมะกัน 9,500 นาย พ้นแผ่นดินเยอรมนี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625388

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 18:29 น.

สหรัฐถอนทหารมะกัน 9,500 นาย พ้นแผ่นดินเยอรมนี

ทรัมป์สะบั้นสัมพันธ์เบอร์ลิน ถอนทหารอเมริกันจากเยอรมนี โปแลนด์ได้ทีเสนอตัวรับแทน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามคำสั่งถอนกำลังทหารอเมริกนจำนวน 9,500 นาย ซึ่งประจำการในฐานทัพสหรัฐที่เยอรมนีไปประจำการยังฐานทัพแห่งอื่น นับเป็นความคืบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันไม่ค่อยสู้ดีนักระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลเบอร์ลิน

รายงานระบุว่า คำสั่งถอนทหารดังกล่าวจะทำให้จำนวนทหารอเมริกันที่ประจำการในเยอรมนีลดลงเหลือ 25,000 นาย จากเดิมที่มีอยู่ 34,500 นาย โดยทางทำเนียบขาวให้เหตุผลในการถอนทหารครั้งนี้ว่า เป็นไปตามแผนการตัดลดงบประมาณของสหรัฐที่มีต่อนาโต้ (NATO) ตามดำริของประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งแสดงจุดยืนให้ชาติสมาชิกนาโต้ร่วมกันแชร์งบประมาณนาโต้กันแบบแฟร์ โดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยุโรป แต่เยอรมนีจ่ายเงินสนับสนุนในสัดส่วนร้อยละ 2% ของจีดีพี ซึ่งอยู่ที่ราว 14.8% ของงบประมาณทั้งหมดของนาโต้ ส่วนสหรัฐให้งบนาโต้ที่ร้อยละ 22% แต่สหรัฐมีแผนหั่นงบลดลงเหลือร้อยละ 16%

ขณะที่จำนวนทหารที่เหลือ 25,000 นายนั้นทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐยังคงไม่ชัดเจนว่าจะให้ประจำการถาวรในเยอรมนี หรือผลัดเปลี่ยนกำลังพลในจำนวนเท่านั้น ส่วนทหารจำนวน 9,500 ที่ผู้นำสหรัฐต้องการให้ย้ายออกจากเยอรมนีนั้น อาจถูกย้ายไปประจำการในฐานทัพสหรัฐในประเทศอื่นแทน ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าอาจให้ไปประจำการในฐานทัพที่ประเทศโปแลนด์ เนื่องจากเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่มีรายงานผู้นำสหรัฐลงนามคำสั่งดังกล่าวนั้น นายMateusz Morawieckiนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ได้ออกมากล่าวโดยหวังให้กองทัพสหรัฐ นำกำลังพลบางส่วนมาประจำการในโปแลนด์แทน

แฟ้มภาพ : AFP

สื่อกัมพูชายัง’เงียบ’ไม่มีข่าววันเฉลิมถูกอุ้มหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625384

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 17:24 น.

สื่อกัมพูชายัง'เงียบ'ไม่มีข่าววันเฉลิมถูกอุ้มหาย

รัฐบาลและสื่อท้องถิ่นกัมพูชา ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆกรณีวันเฉลิมถูกอุ้มหายกลางพนมเปญ

กรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยวัย 37ปี ซึ่งถูกอุ้มหายตัวอย่างไร้ร่องรอยบริเวณด้านหน้าที่พักในกรุงพนมเปญช่วงเวลาราว 17.45 น. ของวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โพสต์ทูเดย์ตรวจสอบความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวผ่านทางหน้าสื่อท้องถิ่นหลายสำนักในกัมพูชาพบว่า ไม่มีสื่อท้องถิ่นสำนักไหนของกัมพูชาที่รายงานข่าวการหายตัวไปของนายวันเฉลิม ไม่ว่าจะเป็นสื่อท้องถิ่นเสนอข่าวภาษาเขมร หรือสื่อท้องถิ่นที่นำเสนอข่าวเป็นภาษาอังกฤษ

มีเพียงสำนักข่าวอิสระภายนอกกัมพูชาอย่างเว็บไซต์ Cambodiadaily และ Radio Free Asia เท่านั้นซึ่งนำเสนอเรื่องดังกล่าวเป็นทั้งรายงานภาษาอังกฤษและภาษาเขมร

ทั้งนี้ ความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวมีเพียงตามรายงานข่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ของสำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟเท่านั้น ซึ่งเอเอฟพีระบุถึงท่าทีของตำรวจกัมพูชาว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นถึงการหายตัวไปของนายวันเฉลิม รวมทั้งจะไม่มีการสืบสวนการหายตัวไปใดๆทั้งสิ้น ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้ควบคุมตัวนายวันเฉลิม ขณะที่นายเขียว โสเพียก โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กล่าวเพียงว่า รายงานของกลุ่มฮิวแมนไรท์วอชที่ระบุถึงการหายตัวไปของนายวันเฉลิมนั้นเป็นข่าวปลอม เพราะในกัมพูชามีข่าวปลอมมากมาย

จนถึงขณะนี้ (6 มิถุนายน) รัฐบาลกัมพูชายังไม่มีคำแถลงหรือแสดงท่าทีใดๆอย่างเป็นทางการต่อเรื่องดังกล่าว

ตร.สหรัฐประท้วงกลับ แห่ลาออกปมเพื่อนโดนพักงานเพราะผลักคนล้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625379

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 15:46 น.

ตร.สหรัฐประท้วงกลับ แห่ลาออกปมเพื่อนโดนพักงานเพราะผลักคนล้ม

ตำรวจนิวยอร์ก 57 นายแห่ลาออก ไม่พอใจเพื่อนตำรวจถูกพักงานเพราะผลักชายสูงวัยล้มเลือดออกหู

ตำรวจในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์กของสหรัฐจำนวน 57 นาย พร้อมใจกันยื่นใบลาออกจากต้นสังกัด เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนเพื่อนตำรวจสองนาย ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่รวมตัวประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ แล้วระหว่างนั้นได้ผลักชายชราผิวขาววัย 75 ปี ล้อมศีรษะกระแทกพื้นจนมีเลือดออก

จากคลิปวิดิโอแสดงให้เห็นชายคนดังกล่าวเดินเข้าไปพูดบางอย่างกับตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่กลับผลักชายคนดังกล่าวล้มลงกับพื้นจนมีเลือดออกบริเวณหู ซึ่งหลังจากชายคนดังกล่าวล้มลงนอนกับพื้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ไม่ได้แสดงท่าทีเข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด กระทั่งมีเจ้าหน้าที่หน่วย National Guard เข้ามานำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยล่าสุดพบว่าอาการของชายรายนี้ยังคงน่าเป็นห่วง

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ตำรวจสองนายที่เกี่ยวข้องถูกต้นสังกัดสั่งพักงานอย่างไม่มีกำหนดและจะไม่ได้รับค่าตอบแทน เป็นเหตุให้เพื่อนตำรวจร่วมสังกัดไม่พอใจ พร้อมกันยื่นใบลาออกเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนเพื่อนร่วมงานโดยอ้างว่าเหตุนี้เกิดขึ้นเพราะ”ปฏิบัติไปตามหน้าที่”

นาย Byron Brown นายกเทศมนตรีเมืองบัฟฟาโล กล่าวว่า เขาไม่ได้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายถูกไล่ออก แต่ต้องการให้ทั้งสองเข้าสู่กระบวนการสอบสวนอย่างถูกต้อง ส่วนกรณีการลาออกของเพื่อนเจ้าหน้าที่ นายบราวน์ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย โดยหลังจากนี้ได้ร้องขอกำลังเสริมจากส่วนกลางรัฐนิวยอร์กทดแทนเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทั้ง 57 แต่ไม่ได้กล่าวว่าต้นสังกัดได้อนุมัติการลาออกของทั้ง 57 นายหรือไม่ โดยนายกเล็กบัฟฟาโลมองว่า เป็นหนึ่งในความพยายามกดดันของสหภาพแรงงานตำรวจเท่านั้น

นายกฯแคนาดาร่วมประท้วงต้านเหยียดผิว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625370

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 14:44 น.

นายกฯแคนาดาร่วมประท้วงต้านเหยียดผิว

จัสติน ทรูโด คุกเข่าเชิงสัญลักษณ์ ร่วมประท้วงต้านเหยียดผิวในเมืองหลวง

ช่วงเย็นของวันที่ 5 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงออตตาวา ของแคนาดา นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด วัย 48 ปี ได้ออกมาแสดงจุดยืนและไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการเหยียดสีผิวในกรุงออตตาวาด้วยการคุกเข่าลงข้างเดียว พร้อมกับกลุ่มผู้ประท้วงคนอื่นๆที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการเหยียดสีผิว

รายงานระบุว่า นายกแคนาดาซึ่งสวมหน้ากากสีดำ ได้ออกมาคุกเข่าแสดงจุดยืนร่วมกับผู้ชุมนุม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของบอดี้การ์ด โดยนายกทรูโดได้เป็นเวลาราว 8 นาที 46 วินาที ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับที่นายฟลอยด์ถูกตำรวจมินเนอาโปลิสใช้หัวเข่ากดที่คอจนขาดอากาศหายใจ

แม้ว่าการแสดงออกของนายกแคนาดาครั้งนี้แม้ไม่ได้ขึ้นร่วมกล่าวปราศรัยในการชุมนุม แต่ก็เดินพบปะทักทายผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี นายกแคนาดาก็ถูกบางฝ่ายวิจารณ์เช่นกันว่า ร่วมแสดงจุดยืนต่อต้านการเหยียดสีผิว แต่ในฐานะนายกซึ่งมีอำนาจ กลับแทบจะนิ่งเฉยต่อกรณีเร่งรัดให้ปฏิรูปตำรวจซึ่งแคนาดาเผชิญความรุนแรงในลักษณะไม่ต่างกันกับสหรัฐ จากกรณีของ Chantel Moore หญิงชนพื้นเมืองวัย 26 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงจนเสียชีวิต และกลายเป็นข้อถกเถียงในสังคมอย่างมากถึงระเบียบปฏิบัติในของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแคนาดา

บราซิลขู่ออกจากสมาชิก WHO #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625359

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 13:02 น.

บราซิลขู่ออกจากสมาชิก WHO

ผู้นำบราซิลขานรับทรัมป์ ขู่ถอนตัวจากอนามัยโลกตามสหรัฐ ซัดเป็นองค์กรมี’อคติ’แอบแฝง

ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบโซลนารู (Jair Bolsonaro) ผู้นำบราซิลได้กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านโดยขู่ว่าจะทำการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลก โดยอ้างว่าหน่วยงานแห่งนี้ทำงานโดยมีวาระซ้อนเร้นเรื่อง “อคติเชิงอุดมการณ์” (ideological bias) จากการแสดงท่าทีหลายครั้งของอนามัยโลกที่”เอาแน่เอานอน”ไม่ได้

ผู้นำบราซิลได้กล่าววิจารณ์การทำงานของอนามัยโลกจากการที่ช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้อนามัยโลกระงับการทดลองทางคลินิกของยาไฮดร็อกซี่คลอโรควิน (Hydroxychloroquine) ซึ่งเป็นยากสำหรับรักษาโรคมาลาเรีย มาใช้ร่วมในการรักษาไวรัสโควิด-19 โดยอนามัยโลกชี้ว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยในแง่ของการทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ทว่าในภายหลังอนามัยโลกได้กลับลำ ตัดสินใจกลับมาทดลองใช้ยาดังกล่าวอีกครั้ง

“ผมกำลังศึกษาพิจารณาให้ในอนาคต บราซิลอาจถอนตัวจากสมาชิกอนามัยโลกตามสหรัฐ ซึ่งผู้นำสหรัฐตัดสินใจเรื่องดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ หากอนามัยโลกสามารถทำงานได้โดยปราศจากอคติ หากไม่ได้เราก็จะถอนตัว” ผู้นำบราซิลกล่าว

ก่อนหน้านี้ผู้นำบราซิลก็มีจุดยืนเช่นเดียวกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการสนับสนุนให้ใช้ยาดังกล่าวเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด แม้ว่าจะยังไม่มีผลการศึกอย่างชัดเจนก็ตาม

ขณะเดียวปธน.โบโซลนารู ยังได้กล่าววิจารณ์การเปลี่ยนคำแนะนำของอนามัยโลกที่เพิ่งออกมาพูดสนับสนุนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อในที่สาธารณะ จากเดิมที่อนามัยโลกเคยแสดงจุดยืนเรื่องดังกล่าวว่าหากไม่ใช่ผู้ป่วย หรือไม่ใช่ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก

อย่างไรก็ดี ผู้นำบราซิลก็ยังคงตกเป็นที่วิจารณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับท่าที่เพิกเฉยต่อมาตรการรับมือผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศ ซึ่งขณะส่งผลให้บราซิลแซงหน้ารัสเซียขึ้นเป็นอันดับสองของโลกที่มียอดผู้ติดเชื้อโควิดสูงสุดถึงกว่า 646,000 ราย เสียชีวิตแล้วกว่า 35,047 คน

แฟ้มภาพ AFP

อนามัยโลกกลับลำ เพิ่งแนะนำให้คนใส่หน้ากาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625346

วันที่ 06 มิ.ย. 2563 เวลา 10:32 น.

อนามัยโลกกลับลำ เพิ่งแนะนำให้คนใส่หน้ากาก

ก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลกเคยแนะว่า ถ้าไม่รู้สึกป่วยไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายเทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แถลงถึงสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19 โดยเพิ่งออกมาสนับสนุนให้ประชาชนทั่วโลก ส่วมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก ผ้าขณะใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะที่มีผู้คนหน้าแน่น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งโดยก่อนหน้านี้เคยมีข้อถกเถียงทางวิชาการนับตั้งแต่ที่โลกเริ่มพบการระบาดของเชื้อโควิดว่า ควรให้ผู้ที่ป่วยหรือรู้สึกว่าตนเองป่วยสวมใส่หน้ากากเท่านั้น

เมื่อราว 4 เดือนก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกเคยจัดทำคลิปวิดิโอเผยแพร่ผ่านทางยูทูป ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัย โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า หากไม่ใช้ผู้ป่วย หรือไม่รู้สึกป่วย หรือไม่ใช่ผู้ที่ต้องใกล้ชิดผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย โดยอนามัยโลกแย้งว่ายังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะกล่าวว่าคนที่มีสุขภาพควรสวมหน้ากากอนามัย

คำแนะนำของอนามัยโลกดูเหมือนจะล่าช้าอย่างมาก หากเทียบกับท่าทีและมาตรการของหลายๆประเทศในก่อนหน้านี้ที่ออกมารณรงค์รวมถึงบางแห่งออกเป็นกฎข้อบังคับในการให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าขณะอยู่ในที่สาธารณะหรือระหว่างโดยสารขนส่งสาธารณะ

ผอ.อนามัยโลกกล่าวว่า หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ ควรรณรงค์อย่างจริงจังในการให้ประชาชนวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะอยู่ในที่สาธารณะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจำเป็นต้องไปในที่ที่มีผู้คนแออัด หรือเป็นไปได้ยากในการรักษาระยะห่างทางสังคม อาทิระบบขนส่งมวลชน หรือการต้องอยู่ในสถานที่ปิดหรือพื้นที่ปิดที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเป็นเวลานาน นอกจากนี้อนามัยโลกยังแนะว่า หน้ากากที่ใช้ควรเป็นหน้ากากที่มีฟิลเตอร์กรอง ขณะที่ ดร. มาเรีย แวนเคอร์โคฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ WHO เสริมว่าคนทั่วไปควรสวมใส่หน้ากากผ้า ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (medical mask) เนื่องจากหน้ากากชนิดนี้ควรสงวนไว้สำหรับบุคลการการแพทย์หรือผู้ป่วยเท่านั้น

ทั้งนี้ WHO ย้ำว่าการใส่หน้ากากเป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันเชื้อที่ผู้คนควรปฏิบัติร่วมกับการรักษาสุขลักษณะอื่นๆอาทิ การล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือเช่นกัน

แฟ้มภาพ : Bangkok Post

รัฐบาลอังกฤษถูกวิจารณ์ยับเหตุใช้ภาษีประชาชนอุ้มธุรกิจมหาเศรษฐี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625333

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 19:42 น.

รัฐบาลอังกฤษถูกวิจารณ์ยับเหตุใช้ภาษีประชาชนอุ้มธุรกิจมหาเศรษฐี

ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเผย รัฐบาลอังกฤษเตรียมปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 16,000 ล้านปอนด์ ให้กับบรรดาธุรกิจที่เดือดร้อนจาก Covid-19 โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษ

ในบรรดาบริษัทที่จะได้รับเงินกู้จากรัฐบาลอังกฤษพบว่า บริษัทสารเคมีสัญชาติเยอรมัน BASF ได้รับเงินก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 1,000 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Chanel ของสองพี่น้อง เจอร์ราร์ด และแอลลอง เวิร์ธไทเมอร์ หนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ที่ได้รับเงิน 600 ล้านปอนด์ รวมทั้งสายการบินไรอันแอร์ อีซีเจ็ท และบริติช แอร์เวย์ส

มาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยหนึ่งในนั้นมาจาก มาร์กาเร็ต ฮอดจ์ ส.ส.จากพรรคแรงงาน ที่กล่าวว่าเงินกู้ดังกล่าวเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้ในทางที่ผิดอย่างโจ่งแจ้ง

ขณะที่กระทรวงการคลังโต้กลับว่ามาตรการนี้เป็นการช่วยปกป้องไม่ให้ชาวอังกฤษต้องตกงาน

ซีพีระงับสร้างฟาร์มไก่6แห่งในไต้หวัน หลังชาวบ้านค้านหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625328

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 18:29 น.

ซีพีระงับสร้างฟาร์มไก่6แห่งในไต้หวัน หลังชาวบ้านค้านหนัก

คนไต้หวันหวั่นเกิดมลพิษในชุมชน หากเครือซีพีสร้างฟาร์มไก่ในพื้นที่

สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานว่า เครือซีพีของไทย ได้ประกาศในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) ถึงการระงับแผนการก่อสร้างฟาร์มไก่ 6 แห่งในเขตฮวาเหลียน (Hualien County) เป็นการชั่วคราว หลังจากที่ชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงรวมตัวประท้วงเนื่องจากหวั่นเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งประกอบด้วยชาวบ้าน ชนพื้นเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมได้เดินขบวนประท้วงตามท้องถนนเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยเฉพาะในเมืองอาจได้รับผลกระทบหากมีการสร้างฟาร์มไก่ทั้ง6แห่ง ฟาร์มดังกล่าวคาดว่ามีจะมีปริมาณไก่มากถึง 375,000 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรที่อาศัยในเขตฮวาเหลียนที่มีอยู่ที่ราว 325,000 คน โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษทางน้ำและทางอากาศ รวมถึงผลกระทบด้านการจราจรในชุมชนหากฟาร์มทั้ง6เปิดดำเนินการ

เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุในเครือซีพีของไทยออกแถลงการณ์ใจความระบุว่า บริษัทจะระงับแผนการสร้างฟาร์มดังกล่าวลงชั่วคราวจนกว่าจะได้รับฉันทามติของประชาชนในท้องถิ่นเพื่อป้องกันไม่ให้การประท้วงบานปลาย

ที่มา : https://www.cna.com.tw