ผู้นำตุรกีสั่งยกเลิกเคอร์ฟิวห่วงกระทบเศรษฐกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625326

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 18:14 น.

ผู้นำตุรกีสั่งยกเลิกเคอร์ฟิวห่วงกระทบเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี สั่งยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ

ตุรกีบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดประจำชาติตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดย สุไลมาน ซอยลู รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพิ่งประกาศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 มิ.ย.) ว่าพื้นที่ 15 เมืองจะต้องเคอร์ฟิวในช่วงสุดสับดาห์นี้

อย่างไรก็ดี ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประธานาธิบดีแอร์โดอันทวีตว่าได้สั่งยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวแล้ว หลังจากมีเสียงประชาชนบ่นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลเสียกับเศรษฐกิจและปากท้อง

“เราไม่ต้องการเห็นประชาชนประสบความยากลำบากหลังจากเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังต้องล็อกดาวน์ประเทศมากว่า 2 เดือนครึ่ง” ผู้นำตุรกีกล่าว

นอกจากนี้ แอร์โดอันยังเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการรักษาสุขอนามัยต่อไป

ทั้งนี้ ตุรกีมีผู้ป่วย Covid-19 สะสม 167,000 ราย เสียชีวิตสะสม 4,630 ราย แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันลดลงเหลือต่ำกว่าวันละ 50 คนในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นักวิทย์ฯสวีเดนรับพลาดที่ไม่ล็อกดาวน์ประเทศสู้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625320

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 17:01 น.

นักวิทย์ฯสวีเดนรับพลาดที่ไม่ล็อกดาวน์ประเทศสู้โควิด

สวีเดนยันไม่เปลี่ยนกลยุทธ์รับมือโควิด แม้นักวิทย์ฯยอมรับว่าพลาด

บลูมเบิร์กรายงานว่า นาย Anders Tegnell นักระบาดวิทยาแนวหน้าของสวีเดนผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์การรับมือโควิด-19 ที่เสนอให้รัฐบาลมุ่งเน้นให้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เน้นให้ประชาชนรับผิดชอบตนเอง และไม่สนับสนุนให้มีการปิดเมืองหรือล็อกดาวน์ประเทศเพื่อรับมือการระบาด ได้ออกมายอมรับต่อสื่อสถานีวิทยุในท้องถิ่นว่ากลยุทธ์ที่สวีเดนใช้ในการรับมือโควิดในประเทศอาจผิดพลาด ในแง่ที่อัตราการเสียชีวิตจากโควิดของสวีเดนสูงกว่าชาติอื่นๆในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน แต่เขายังคง”มั่นใจ” ว่ากลยุทธ์นี้ “สามารถใช้ได้ในวงกว้างในสวีเดน แต่ก็เหมือนกับกลยุทธ์ทั่วไปที่อาจต้องปรับใช้ตามความเหมาะสม”

“หากเราต้องเผชิญกับโรคระบาดลักษณะเช่นนี้อีก .. และมีองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้เพียงน้อยนิด ผมคิดว่าวิธีรับมือของสวีเดนก็จะเป็นแบบฉบับสวีเดน แต่ก็อาจเอาวีธีการรับมือที่ทั่วโลกทำมาปรับใช้” นาย Tegnell กล่าว

Anders Tegnell

แม้สวีเดนจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ประเทศเฉกเช่นประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน แต่สวีเดนก็มีคำสั่งห้ามประชาชนรวมตัวชุมนุมเกิน 50 คน รวมถึงสนับสนุนให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั้งยังให้ประชาชนหมั่นล้างมือบ่อยด้วยแอลกอฮอล์ลเจลบ่อยๆครั้ง แต่สวีเดนก็ยังไม่มีมาตรการปิดเมืองเหมือนกับชาติอื่นๆในยุโรป ประชาชนยังคงไปนั่งร้านอาหาร เดินช็อปปิ้ง เข้าโรงยิม โรงเรียนยังคงเปิดการเรียนการสอนตามปกติ

อย่างไรก็ดี นาย Tegnell ยอมรับว่า หลังจากนี้สวีเดนอาจต้องปรับกลยุทธ์บางอย่างเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวเพื่อหวังลดอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด โดยสวีเดนมีอัตราการตายของโควิดที่ราว 44 รายต่อ 100,000 ซึ่งสูงอันดับต้นๆของโลกและสูงสุดในบรรดากลุ่มสแกนดิเนเวีย

สำหรับสวีเดนมียอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 41,883 คน รักษาหาย 4,971 คน ยอดเสียชีวิตสะสม 4,562 ราย

สเตฟัน เลอเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดน

กลยุทธ์ไม่ล็อกดาวน์ประเทศได้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง จากผลสำรวจซึ่งเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ SVT ระบุว่าคนสวีเดนเพียงร้อยละ 45% ยังคงเชื่อมั่นในมาตรการดังกล่าว ลดลงจากในเดือนเมษายนซึ่งเคยสูงถึง 63%

การที่สวีเดนไม่ปิดประเทศแม้อาจไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากเท่ากับประเทศที่ล็อกดาวน์ แต่ดูเหมือนในระยะยาวยังไม่มีความชัดเจนเพราะอาจฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น เนื่องจากหากเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างเดนมาร์กและนอร์เวย์ ซึ่งใช้มาตการล็อกดาวน์ตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้ควบคุมการระบาดในประเทศได้อย่างรวดเร็ว จึงได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆรวมถึงการเดินทางของพลเมือง แต่ยังคงห้ามการเดินทางจากสวีเดนเนื่องจากยังคงพบการระบาดอยู่

ตำรวจเขมรไม่รับสืบคดี’วันเฉลิม’ถูกอุ้มหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625302

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 15:03 น.

ตำรวจเขมรไม่รับสืบคดี'วันเฉลิม'ถูกอุ้มหาย

“เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วจะให้เราไปสืบอะไร” โฆษกตำรวจกัมพูชากล่าว

เอเอฟพีรายงานว่า จากกรณีที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พำนักอาศัยในกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ถูกคนร้ายอุ้มภายตัวบริเวณด้านหน้าคอนโดที่พัก เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

เรื่องดังกล่าว มีความคืบหน้าจากหน่วยตำรวจแห่งชาติกัมพูชาระบุว่า ทางตำรวจกัมพูชาจะไม่มีการสืบคดีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม เนื่องจากไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องใดๆถึงการหายตัวไปของนายวันเฉลิม

“เราไม่รู้อะไรเลย จะให้เราไปสืบสวนอะไร” นาย Chhay Kim Khoeun โฆษกตำรวจแห่งชาติกัมพูชาเผยกับเอเอฟพี

สำหรับนายวันเฉลิมเป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว จากข้อกล่าวว่าละเมิดกระทำความผิดในพรบ.คอมพิวเตอร์ จากการใช้โซเชียลมีเดียเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยจากข้อมูลของฮิวแมนไรท์วอชเผยว่านับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเดือนพฤษภาคม2557 มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยอย่างน้อย 8 รายซึ่งหลบนี้ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้านแต่ก็ถูกอุ้มหายตัวอย่างไร้ร่องรอย

ฝรั่งเศสเตรียมเปลี่ยนไวน์ที่ล้นตลาดเป็นแอลกอฮอล์ล้างมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625292

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 13:57 น.

ฝรั่งเศสเตรียมเปลี่ยนไวน์ที่ล้นตลาดเป็นแอลกอฮอล์ล้างมือ

โคโรนาไวรัสทำไวน์ล้นตลาด ผู้ผลิตจึงต้องรีบเคลียร์สต็อกของเก่าเพื่อเตรียมรับไวน์ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะถึง

FranceAgriMer ตัวแทนผู้ผลิตไวน์ของฝรั่งเศสประกาศว่า ผู้ผลิตไวน์ในฝรั่งเศสเตรียมพร้อมกลั่นไวน์ที่ขายไม่ได้ในช่วง Covid-19 ระบาดให้เป็นแอลกอฮอล์ล้างมือและเอทานอล เพื่อเตรียมรองรับไวน์ที่จะผลิตในฤดูการเก็บเกี่ยวที่กำลังจะถึง

ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดไปทั่วโลกทำให้การจำหน่ายและส่งออกไวน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังสหรัฐตกฮวบ ส่งผลให้มีไวน์ที่ขายไม่ได้นับล้านลิตร

แอลกอฮอล์ที่ได้จากการกลั่นไวน์จะนำไปใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง รวมทั้งการผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือ โดยผู้ผลิตไวน์จะได้รับเงินชดเชย 78 ยูโร หรือ 2,789 บาท

ทั้งนี้ การส่งออกไวน์ของฝรั่งเศสยังได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐที่มีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผู้ผลิตต้องรีบเคลียร์สต็อกสินค้า เพื่อรองรับไวน์ที่กำลังจะผลิตล็อตใหม่

รัสเซียเจองานหิน ยังกักดีเซลหมื่นตันรั่วอาร์กติกไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625284

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 13:03 น.

รัสเซียเจองานหิน ยังกักดีเซลหมื่นตันรั่วอาร์กติกไม่ได้

สภาพอากาศแปรปรวน-พื้นที่ยากเข้าถึง เป็นงานหินในการกักดีเซล20,000ตันรั่วลงแม่น้ำอาร์กติก

จากเหตุน้ำมันดีเซลจำนวนราว 20,000 ตัน ในคลังของบริษัท Nornickel ผู้ประกอบการเหมืองแร่ในเมืองโนริลสก์ ทางตอนเหนือในแถบภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย รั่วลงแม่น้ำสายสำคัญที่อยู่ใกล้เคียงจนส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อังเดร มาโลฟ โฆษกหน่วยงานด้านการรับมือเหตุฉุกเฉินภัยพิบัติของรัสเซียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีปูตินประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เมืองโนริลสก์ ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉินมายังพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้เพื่อรับสถานการณ์ดังกล่าว แต่หน่วยงานเหตุฉุกเฉินของรัสเซียยอมรับว่ากำลังเจองานหินในการกักกันและทำความสะอาดน้ำมันที่รั่วไหล

อังเดร มาโลฟ ยอมรับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุรั่วไหล ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีเหตุน้ำมันรั่วไหลในแถบอาร์กติกเซอร์เคิลมาก่อน .. เราต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็วเพราะน้ำมันอาจละลายไปกับแหล่งน้ำและพื้นดินโดยรอบ”

เบื้องต้นทางการท้องถิ่นประเมินว่าจะมีปริมาณน้ำมันดีเซลไม่น้อยกว่า 15,000 ตันที่รั่วลงแหล่งน้ำ และอีกราว 6,000 ตันไหลลงพื้นดินใกล้เคียง

รายงานระบุว่า แม่น้ำAmbarnaya ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาบPyasino อันเป็นพื้นที่สำคัญต่อระบบนิเวศของคาบสมุทร Taimyr เป็นแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ทางการต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการกักกันคราบน้ำมันในแหล่งน้ำ Dmitry Klokov โฆษกหน่วยงานประมงรัสเซียกล่าวว่า “กระบวนการฟื้นฟูน้ำเสียอาจจะใช้เวลานานหลายสิบปี .. ขอบเขตผลกระของภัยพิบัตินี้กำลังถูกประเมินต่ำเกินไป” Klokov เสริมว่า เชื้อเพลิงส่วนใหญ่เชื่อว่าจมลงไปที่ก้นแม่น้ำและถึงทะเลสาบแล้ว

ภารกิจทำความสะอาดกำลังเจองานหินเนื่องจากหลายพื้นที่ยากจะเข้าถึง สภาพอากาศที่แปรปรวน บางแห่งยังมีแผ่นน้ำแข็งอยู่ซึ่งเป็นอุปสรรคและยิ่งทำให้น้ำมันกระทบต่อแหล่งน้ำในทะเลสาบมากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุในการรั่วไหลแม้จะยังไม่มีความชัดเจนในการสืบสวน แต่ในเว็บไซต์ของบริษัท Nornickel แถลงว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้ มาจากความร้อนใต้ชั้นดินเยือกแข็ง (Permafrost) ส่งผลให้ชั้นดินเคลื่อนตัวใต้คลังเก็บน้ำมัน จนเป็นเหตุให้ถังเชื้อเพลิงรั่วไหลออกมา นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าศาลในท้องถิ่นเมืองโนริลส์ได้จับกุมพนักงานของบริษัทแล้ว แต่ยังไม่ปรากฎเหตุผลหรือข้อหาที่ชัดเจนของการจับกุม

บิ๊กเพนตากอนเปิดหน้าชนทรัมป์ ย้ำกองทัพปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625268

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 10:44 น.

บิ๊กเพนตากอนเปิดหน้าชนทรัมป์ ย้ำกองทัพปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาชน

“ผมขอให้ทหารอเมริกันทุกนาย ยึดมั่นคำปฏิญาณในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสหรัฐและรับใช้ชาวอเมริกัน”

สำนักข่าวซีบีเอสของสหรัฐ ได้เผยแพร่บันทึกข้อความต่อกำลังพลกองทัพสหรัฐทุกเหล่าทัพที่เขียนโดย พลเอกมาร์ก เอ. มิลลีย์ (Mark A. Milley)ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมฯ (Chairman of the Joint Chiefs of Staff) โดยสาระสำคัญตอนหนึ่ง พลเอกมาร์กย้ำให้กำลังพลในทุกหน่วยยึดมั่นต่อคำปฏิญาณที่ให้ไว้ว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมสหรัฐและรับใช้ประชาชนชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าทั้งชายและหญิงต่างเกิดมาด้วยสิทธิเสรีและเท่าเทียม และควรได้รับการอย่างมีเกียรติ

นอกจากนี้ประธานเสธฯสหรัฐยังได้กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมม็อบในขณะนี้ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าการรัฐในแต่ละมลรัฐ ไม่ใช่ทำตามคำสั่งประธานาธิบดี และเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพยสินของประชาชน รวมถึงรักษาความสงบและความปลอดภัยสาธารณะ

Mark A. Milley

บันทึกดังกล่าวแม้เพิ่งได้รับการเปิดเผย แต่หัวบันทึกได้ลงวันที่ 2 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันที่ทรัมป์สั่งให้กองกำลังNational Guard และตำรวจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบขาว เพื่อเปิดทางให้เขาเดินไปยังด้านหน้าของโบสถ์เซนต์จอห์น เพื่อถ่ายรูปกับคัมภัร์ไบเบิล ซึ่งหลายฝ่ายได้วิจารณ์อย่างหนักว่าทรัมป์กำลังใช้ประเด็นทางศาสนา มาหาเสียงสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามม็อบจอร์จ ฟลอยด์

ท่าทีของพลเอกมาร์ก เอ. มิลลีย์ มีขึ้นตามมาหลังจากที่เมื่อวานนี้ นายมาร์ก เอสเปอร์ รมว.กลาโหม ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านทรัมป์ที่ต้องการให้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง เช่นเดียวกับพลเอก เจมส์ แมตทิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมคนแรกของรัฐบาลทรัมป์ ต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านรวมถึงวิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็นผู้สร้างความแตกร้าวในสังคมอเมริกันมาตลอดสามปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำ

แม้แต่เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625243

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 21:28 น.

แม้แต่เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอด

หลังจากนี้โรงภาพยนตร์อีกหลายแห่งทั่วโลกจะต้องปิดตัวลงอย่างถาวร

ในขณะที่อนาคตของโรงภาพยนตร์ในยุคหลัง Covid-19 ยังไม่แน่นอน เชนโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง AMC Theatres ของสหรัฐ ก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว หลังจากต้องปิดโรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วโลกในช่วงที่ Covid-19 ระบาด

ในหนังสือที่ AMC Theatres ยื่นให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการระบุว่า บริษัท “ไม่มีรายได้เลย” ในช่วงล็อกดาวน์ ดังนั้นจึงไม่อาจการันตีได้ว่า AMC Theatres จะฟื้นตัวได้เร็วเหมือนธุรกิจอื่น หรือจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือไม่

AMC Theatres คาดว่าในไตรมาสแรกของปีนี้จะขาดทุนราว 2,100-2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเผยว่ารายได้ลดลง 22% มาอยู่ที่ 941.5 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าไตรมาสที่สองจะแย่กว่านี้

การฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งยิ่งยุ่งยากซับซ้อนขึ้นเมื่อโรงภาพยนตร์ไม่สามารถจำหน่ายตั๋วได้เต็มความจุ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง อย่างน้อยก็น่าจะเป็นอย่างนี้ไปจนกว่าจะมีวัคซีน Covid-19 ออกมา

ทั้งยังต้องขึ้นอยู่กับว่าหลังยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์แล้ว บรรดาสตูดิโอจะกลับมาเดินหน้าเปิดตัวภาพยนตร์ใหม่เมื่อใดและมากน้อยแค่ไหน ซึ่งขณะนี้หลายสตูดิโอเลื่อนกำหนดฉายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ไปจนถึงปีหน้าแล้ว

เมื่อไม่มีภาพยนตร์ใหม่เข้าโรง โรงภาพยนตร์ก็ไม่สามารถดึงดูดคนดู

อุปสรรคทั้งหมดนี้อาจทำให้เจ้าของโรงภาพยนตร์ขาดเงินหมุนเวียนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ อนาคตของ AMC Theatres ยิ่งมืดมนขึ้นไปอีกเมื่อสตูดิโอบางแห่งเริ่มหันไปพึ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเปิดตัวมากขึ้น

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ค่าย Universal ได้เปิดตัวภาพยนตร์แอนิเมชั่น Trolls World Tour ผ่านช่องทางสตรีมมิ่งเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จากเดิมที่มีกำหนดเข้าโรงฉายในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเตรียมเข้าฉายเมื่อโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตามปกติแล้ว ภาพยนตร์ที่จะเข้าระบบสตรีมมิ่งจะต้องฉายในโรงภาพยนตร์แล้วอย่างน้อย 90 วัน แต่ Universal กลายเป็นค่ายแรกที่ฉีกกฎดังกล่าว

แต่ถึงอย่างนั้นการชิมลางช่องทางใหม่ของ Universal กลับได้ผลดีเกินคาด เพราะ Trolls World Tour ทำรายได้เกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว ซึ่งถือว่าสูงกว่ารายได้ที่ภาพยนตร์เรื่อง Trolls ทำได้ในช่วงเวลา 5 เดือนที่ฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์เสียอีก

ทว่าเรื่องนี้กลับเป็นฝันร้ายของธุรกิจโรงภาพยนตร์อย่าง AMC Theatres เพราะเท่ากับโรงภาพยนตร์จะขาดรายได้ไปไม่น้อยจากการที่คนดูเพลิดเพลินกับภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน

จึงไม่แปลกที่การเปลี่ยนแปลงกฎเดิมจะสร้างความไม่พอใจให้กับเครือโรงภาพยนตร์อย่าง AMC Theatres อย่างมากจนถึงขั้นประกาศแบนภาพยนตร์ของ Universal ไม่ให้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเครือ

ขณะที่ในประเทศจีนพบว่าผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปดูภาพยนตร์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงที่มีการล็อกดาวน์ เพราะนอกจากจะไม่ต้องกังวลกับ Covid-19 แล้ว ยังประหยัดกว่าด้วย โดยบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิ่งคิดค่าแพ็กเกจรายเดือนเพียง 2 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ขณะที่ค่าตั๋วโรงภาพยนตร์อยู่ที่ 20 เหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศจีนจึงคาดการณ์ว่าโรงภาพยนตร์กว่า 40% หรือราว 5,000 แห่งจากกว่า 12,000 แห่งในจีนจะต้องปิดตัวลงอย่างถาวร

ทางรอดของโรงภาพยนตร์ก็คือการปรับตัวเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจเสียใหม่ โดยอาจหันมาชูประสบการณ์แปลกใหม่ที่คนดูจะได้จากการชมภาพยนตร์ในโรงที่ช่องทางออนไลน์ทำไม่ได้

ทรัมป์ฉุนข่าวหลบบังเกอร์ใต้ทำเนียบขาว บอกแค่ลงไป’ตรวจงาน’เฉยๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625238

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 18:29 น.

ทรัมป์ฉุนข่าวหลบบังเกอร์ใต้ทำเนียบขาว บอกแค่ลงไป'ตรวจงาน'เฉยๆ

ทรัมป์ปัดหนีม็อบจอร์จ ฟลอยด์หลบบังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาว บอกแค่ลงไปตรวจสำรวจพื้นที่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อรายงานข่าวของนิวยอร์กไทมส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ว่า เขาได้เขาไปหลบในบังเกอร์หลบภัยใต้ทำเนียบขาว ขณะที่ด้านนอกทำเนียบขาวมีกลุ่มผู้ประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์รวมตัวอยู่เป็นจำนวนมากนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเขาแค่ลงไปตรวจสำรวจพื้นที่เฉยๆ ทั้งยังลงไปในช่วงบ่ายของวันนั้น ไม่ใช่ลงไปในช่วงเย็นตามที่สื่อรายงาน

ผู้นำสหรัฐซึ่งให้สัมภาษณ์ต่อ Fox News Radio ว่าเขาลงไปในบังเกอร์หลบภัยเพียงลำพังใน”เวลาสั้นๆ” ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของหน่วยตำรวจลับที่บอกเขาว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะลงไปสำรวจบังเกอร์เพราะ”บางทีผมอาจจำเป็นต้องใช้มัน” นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาไม่เข้าใจทำไมถูกฝ่ายต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย

ก่อนหน้านี้รายงานของนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า เหตุประท้วงจอร์จ ฟลอยด์ที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมากด้านนอกทำเนียบขาว ทำให้ประธานาธิบดี ทรัมป์ พร้อมครอบครัว ต้องลงไปหลบภัยยังบังเกอร์ลับใต้ทำเนียบขาวเป็นเวลานานหลายชั่วโมง เนื่องจากหวั่นว่าเหตุประท้วงอาจรุนแรงถึงขั้นส่งผลต่อความปลอดภัยของครอบครัวหมายเลขหนึ่ง พร้อมกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์ทำเนียบ มีการปิดไฟภายนอกทำเนียบขาว รวมถึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยนายรักษาการโดยรอบ

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน ดีเซล20,000ตันรั่วใกล้อาร์กติกเซอร์เคิล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625220

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 16:28 น.

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน ดีเซล20,000ตันรั่วใกล้อาร์กติกเซอร์เคิล

เหตุนี้เกิดขึ้น 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ผู้นำรัสเซียเพิ่งได้รับรายงาน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ลงนามคำสั่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศที่เมืองโนริลสค์ เมืองเขตอุตสาหกรรมอันห่างไกลในแถบไซบีเรีย หลังได้รับรายงานว่าคลังเก็บน้ำมันดีเซลของบริษัท Norilsk Nickel ผู้ประกอบการเหมืองแร่และโลหะรายใหญ่ของรัสเซีย เกิดพังทลายลงมาเป็นเหตุให้มีน้ำมันดีเซลล็อตใหญ่ไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน รั่วไหลลงแม่น้ำใกล้เคียงหลายสายแถบเขตอาร์ตติกเซอร์เคิลส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแม่น้ำดังกล่าวมีปลายทางไหลลงทะเลคาราของมหาสมุทร์อาร์กติก

รายงานระบุว่า ผู้นำรัสเซียได้ตำหนิผู้บริหารโรงไฟฟ้านี้ รวมถึงหน่วยงานในท้องถิ่นถึงการรับมือที่ล่าช้า เนื่องจากเหตุดังกล่าวคาดว่าเกิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ผู้นำรัสเซียเพิ่งได้รับรายงานเหตุใน 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ โดยไม่ชัดเจนว่าจะมีการดำเนินคดีต่อผู้บริการดังกล่าวหรือไม่

ภาพจากหน่วยงานท้องถิ่นแสดงให้เห็นสภาพของแม่ในสายสำคัญใกล้เคียง แปรสภาพเป็นสีแดงจากน้ำมันที่รั่ว

นาย Yevgeny Zinichyev รัฐมนตรีกระทรวงบริการเหตุฉุกเฉินของรัสเซียกล่าวว่า เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้ว 100 คนเพื่อรับมือสถานการณ์ในการกักกันน้ำมันที่รั่วลงแหล่งน้ำ แต่ยอมรับว่าอาจต้องพึ่งการสนับสนุนจากหน่วยงานของกองทัพในการรับมือด้วย เนื่องบริเวณที่ได้รับผลกระทบกินวงกว้างมาก โดยเฉพาะแม่น้ำ Ambarnaya และ Daldykan ซึ่งไหลลงสู่ทะเล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาจต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาให้น้ำมันระเหย แต่สิ่งสำคัญคือการกักกันน้ำมันไม่ให้น้ำมันไหลออกทะเลให้มากที่สุด

ชันสูตรชี้ จอร์จ ฟลอยด์ ติดเชื้อโควิด แต่ไม่เกี่ยวสาเหตุเสียชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625209

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 14:47 น.

ชันสูตรชี้ จอร์จ ฟลอยด์ ติดเชื้อโควิด แต่ไม่เกี่ยวสาเหตุเสียชีวิต

แพทย์ระบุ จอร์จ ฟลอยด์ ติดเชื้อโควิดนานเกือบสองเดือน แต่ไม่แสดงอาการ ก่อนเสียชีวิตเพราะถูกตร.จับ

เอ็นบีซีนิวส์ของสหรัฐรายงานว่า สำนักตรวจสอบทางการแพทย์ประจำเทศมณฑลเฮนเนพิน รัฐมินเนโซตาของสหรัฐ (Hennepin County Medical Examiner Office) เผยรายงานผลการชันสูตรศพของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวสีวัย 46 ปี ผู้ตกเป็นเหยื่อการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองมินเนอาโปลิส โดยพบว่าฟลอยด์ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย แต่การติดเชื้อดังกล่าวไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต เพราะสาเหตุการเสียชีวินนั้นเกิดจากการขาดอากาศหายใจ จากการที่ถูกนายเดเรก ชอวิน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เข่ากดคอฟลอยด์ลงกับพื้นจนขาดอากาศหายใจ

รายงานการการชันสูตร 20 หน้าระบุว่า ฟลอยด์เข้ารับการตรวจโควิดด้วยวิธี Swab ถูกพบเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน แต่ไม่แสดงอาการโดยปอดของเขายังคงสมบูรณ์ดี ทั้งมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบเล็กน้อยซึ่งเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว และไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิต

โดยรายงานชี้ว่า ฟลอยด์เสียชีวิตอาการหัวใจวายซึ่งเกิดจากการขาดอาการหายใจขณะถูกจับกุม จึงจัดเป็นการเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรม นอกจากนี้ตามร่างกายฟลอยด์ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายแห่งทั้งบริเวณหน้าผาก ใบหน้า ริมฝีปาก ไหล่ มือ และขา