เยอรมนีประกาศห้ามชุมนุมในที่สาธารณะเกิน 2 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618470

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 23:38 น.

เยอรมนีประกาศห้ามชุมนุมในที่สาธารณะเกิน 2 คน

มาตรการที่อาจจะฟังดูแปลกแต่ช่วยเลี่ยงการประกาศเคอร์ฟิวและช่วยรักษาระยะห่างของประชาชนในเวลาเดียวกัน

สำนักข่าว AFP รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีได้ประกาศห้ามไม่ให้มีการประชุมมากกว่า 2 คนในที่สาธารณะในเวลาเดียวกัน เพื่อพยายามชะลอการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว DPA ได้อ้างถึงข้อตกลงระหว่างนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล กับมุขมนตรีของรัฐต่างๆ ในสหพันธรัฐเยอรมัน โดยมาตรการนี้จะยกเว้นสมาชิกในครอบครัวและผู้คนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน

แผนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเยอรมนีจะยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวได้ในตอนนี้

อาร์มิน ลาสเชต มุขมนตรีแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลียกล่าวว่ารัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ ของสหพันธ์ได้เห็นพ้องกับกฎที่เข้มงวดขึ้น และกล่าวว่า “อันตรายอยู่ที่การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมโดยตรง”

นักวิทย์ไขคำลวง ‘โควิด-19’ ถูกสร้างในห้องแล็บ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618460

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 21:39 น.

นักวิทย์ไขคำลวง ‘โควิด-19’ ถูกสร้างในห้องแล็บ?

นี่เป็นเวลาที่ต้องจับมือและก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับไวรัสนี้ด้วยกัน

ปักกิ่ง, 20 มี.ค. (ซินหัว) — ห้วงยามแห่งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่แผ่ขยายไปทั่วโลกและคร่าชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใครหลายคนเกิดคำถามคาใจว่าเจ้าไวรัสร้ายมีต้นกำเนิดจากแห่งหนใดกัน

เมื่อไม่นานนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติลงความเห็นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ไม่ใช่ไวรัสที่ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์หรือถูกดัดแปลงอย่างมีวัตถุประสงค์แอบซ่อน

วารสารเนเจอร์ เมดิซิน (Nature Medicine) เผยแพร่บทความชื่อ “จุดกำเนิดใกล้เคียงของซาร์ส-ซีโอวี-2” (The proximal origin of SARS-CoV-2) เมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ซึ่งเปิดเผยการวิเคราะห์ลักษณะต่างๆ ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

คริสเตียน แอนเดอร์เซน รองศาสตราจารย์ด้านภูมิคุ้มกันวิทยาและจุลชีววิทยา สถาบันวิจัยสคริปปส์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยทูเลน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เป็นคณะผู้ทำการศึกษาดังกล่าว

การวิเคราะห์อ้างอิงข้อมูลลำดับพันธุกรรมของโรคโควิด-19 ที่นักวิทยาศาสตร์จีนถอดรหัสได้หลังเกิดการระบาดไม่นาน โดยวิเคราะห์แม่แบบพันธุกรรมของโปรตีนหนาม (spike protein) หรือเกราะด้านนอกที่ไวรัสฯ ใช้โจมตีเซลล์ของมนุษย์และสัตว์

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มุ่งศึกษาโปรตีนหนามและสันหลัง (backbone) ของไวรัสฯ จนพบว่าไวรัสฯ มีประสิทธิภาพสูงเมื่อแพร่สู่ร่างกายมนุษย์ แต่มีลักษณะต่างจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักแล้ว โดยคล้ายคลึงกับไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาวและตัวนิ่ม

บทความระบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นไวรัสโคโรนาลำดับที่ 7 ที่พบว่าทำให้เกิดการติดเชื้อในหมู่มนุษย์ ซึ่งถือเป็น “หลักฐานชัดเจนว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้เป็นผลผลิตจากการดัดแปลงอย่างมีวัตถุประสงค์”

“หากมีการดัดแปลงทางพันธุกรรมก็น่าจะพบการใช้เทคนิค reverse-genetic กับเบตาโคโรนาไวรัส (betacoronavirus) แต่ข้อมูลทางพันธุกรรมบ่งชี้อย่างมิอาจหักล้างว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มาจากสันหลังของไวรัสที่ถูกใช้ก่อนหน้านี้”

ผลการศึกษาครั้งนี้เผยแพร่ในวันเดียวกับที่นักการเมืองชาติตะวันตกบางส่วนเรียกโรคโควิด-19 ว่า “ไวรัสจีน” (Chinese virus) ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน

ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวถึงการเรียกเช่นนั้นว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องระมัดระวังภาษาที่เราใช้ เพื่อมิให้นำไปสู่การเชื่อมโยงบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับไวรัส”

“นี่เป็นเวลาที่ต้องจับมือและก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับไวรัสนี้ด้วยกัน”

‘แจ็ค หม่า’ บริจาคอุปกรณ์ต้านโควิด-19 ช่วยอีก 10 ประเทศเอเชีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618461

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 20:39 น.

‘แจ็ค หม่า’ บริจาคอุปกรณ์ต้านโควิด-19 ช่วยอีก 10 ประเทศเอเชีย

“การจัดส่งอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทำให้สำเร็จ”

หนิงโป, 21 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (21 มี.ค.) มูลนิธิแจ็ค หม่า (Jack Ma Foundation) และมูลนิธิอาลีบาบา (Alibaba Foundation) ของจีน เปิดเผยแผนการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ให้อีก 10 ประเทศในเอเชีย เพื่อช่วยรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

รายงานระบุว่าหน้ากากอนามัย 1.8 ล้านชิ้น ชุดทดสอบ 210,000 ชุด ชุดป้องกัน 36,000 ชุด และอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก จะถูกส่งไปยังอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา ลาว มัลดีฟส์ มองโกเลีย เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกา

“การจัดส่งอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทำให้สำเร็จ” แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ทวีตข้อความพร้อมให้กำลังใจ “เอเชียสู้ๆ!”

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) มูลนิธิฯ ทั้งสองแห่งประกาศว่าพวกเขาจะบริจาคหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น ชุดทดสอบ 150,000 ชุด และชุดป้องกัน 20,000 ชุด ส่งไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์

“อย่าไปเยี่ยมพ่อแม่” อังกฤษขอประชาชนเลี่ยงพบผู้ใหญ่ในครอบครัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618455

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 18:48 น.

"อย่าไปเยี่ยมพ่อแม่" อังกฤษขอประชาชนเลี่ยงพบผู้ใหญ่ในครอบครัว

เนื่องจากวันที่ 22 มีนาคมเป็นวันแม่ในสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีจึงขอร้องประชาชนอย่ากลับไปเยี่ยมผู้ใหญ่ในบ้าน เพราะอาจนำความเสี่ยงไปให้พวกท่าน

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้ประชาชนอย่าไปเยี่ยมพ่อแม่ โดยเฉพาะในวันแม่ เนื่องจากพ่อแม่และผู้สูงวัยอาจเสี่ยงที่จะติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และผู้สูงวัยเป็นกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตมากวก่ากลุ่มวัยอื่นๆ

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน แนะนำให้ครอบครัวต่างๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายโดยไม่จำเป็น และพยายามปกป้องคนที่รักด้วยการพูดคุยทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์แทนที่จะไปพบกัน

จอห์นสันเตือนว่า ตอนนี้อังกฤษเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น อาจเป็นเวลาสองหรือสามสัปดาห์ ก่อนที่สถานการณ์จะเหมือนกับอิตาลี

“หากคุณแม่ของคุณเป็นผู้สูงอายุหรือร่างกายอ่อนแอ ผมเกรงจากสถิติทั้งหลายจะแสดงให้เห็นว่าคุณแม่จะมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตได้มาก” จอห์นสันกล่าว “เราไม่สามารถใช้คำพูดที่สวยหรูเพื่อปกปิดภัยคุกคามนี้ได้”

จอห์นสันยกตัวอย่างสถานการณ์ของอิตาลีที่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนแล้วและยังคงเพิ่มสูงขึ้น หากชาวอังกฤษไม่ร่วมมือร่วมใจกัน ระบบสาธารณสุของประเทศก็จะไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ล้นโรงพยาบาลได้

เหยื่อไวรัสในอิตาลี 99%เสียชีวิตเพราะมีอาการป่วยอยู่ก่อนแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618436

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 16:15 น.

เหยื่อไวรัสในอิตาลี 99%เสียชีวิตเพราะมีอาการป่วยอยู่ก่อนแล้ว

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะเคยป่วยมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งส่วนใหญ่มีความดันสูง

ตามรายงานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศอิตาลี พบว่าผู้ที่เสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ มากกว่า 99% ในอิตาลีเป็นผู้ที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว

สถาบันที่อยู่ในกรุงโรมได้ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ประมาณ 18% ของผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสในอิตาลีพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 3 รายหรือ 0.8% ของทั้งหมดไม่มีประวัติป่วยมามาก่อน

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไวรัสมีอาการเจ็บป่วยมาก่อนอย่างน้อย 3 ครั้ง และประมาณ 1 ใน 4 มีอาการป่วยมาแล้วอย่างน้อย 1 หรือ 2 ครั้งก่อนหน้านี้

ผู้เสียชีวิตมากกว่า 75% มีความดันโลหิตสูงประมาณ 35% เป็นโรคเบาหวาน และอีก 1 ใน 3 เป็นโรคหัวใจ

อายุเฉลี่ยของผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสในอิตาลีคือ 79.5 ปี จากตัวเลขเมื่อวันที่ 17 มีนาคม มีผู้อายุต่ำกว่า 50 ปีเสียชีวิตจากไวรัสแค่ 17 คน และผู้เสียชีวิตในของอิตาลีที่อายุต่ำกว่า 40 ปีทั้งหมดเป็นเพศชายและที่มีอาการป่วยรุนแรงอยู่ก่อนแล้ว

หนังสือพิมพ์ Il Sole 24 Ore อ้างข้อมูลจาก GIMBE Foundation ว่าอาจมีชาวอิตาเลียนประมาณ 100,000 คนได้ติดเชื้อไวรัสแล้ว

วีรบุรุษชุดกาวน์ แม้จะเหนื่อยล้าแต่ทีมแพทย์ยังสู้ไม่ถอย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618415

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 13:38 น.

วีรบุรุษชุดกาวน์ แม้จะเหนื่อยล้าแต่ทีมแพทย์ยังสู้ไม่ถอย

พวกเขาคือผู้เสียสละ เสี่ยงตายช่วยผู้ป่วยนับหมื่นคนในอิตาลีและอีกหลายพันคนในสเปน

1. พยาบาลสวมหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันปลอบเพื่อนพยาบาลอีกคนเมื่อพวกเขาเปลี่ยนกะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ที่โรงพยาบาลเมืองเครโมนา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมิลาน แคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี หลังจากการต่อสู้กับไวรัสผ่านไปหลายสัปดาห์ แม้ว่าทีมแพทย์ของอิตาลีได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ แต่พวกเขากำลังหมดแรงจากการทำสงครามกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (ภาพถ่ายโดย Paolo MIRANDA / AFP)

2

2. พยาบาลในเมืองเครโมนา ประเทศอิตาลี สวมกอดกันระหว่างการทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่าในประเทศจีนแล้ว (ภาพถ่ายโดย Paolo MIRANDA / AFP)

3.

3. พยาบาลเพิ่งจะได้พักในตอนเช้าหลังจากเปลี่ยนกะ 12 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ที่โรงพยาบาลเครโมนาระหว่างการปิดประเทศอิตาลี เพื่อหยุดการแพร่กระจายของ COVID-19 แต่ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้่อที่มากเกินกว่าทีมแพทย์จะรับไหว ทำให้สถานการณ์ในอิตาลียังไม่มีวี่แววจะดีขึ้น (ภาพโดย Paolo MIRANDA / AFP)

4

4. กลุ่มพยาบาลสวมหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันร่วมถ่ายรูปหมู่ก่อนเข้ากะกลางคืนเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ โรงพยาบาลเครโมนา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมิลาน พวกเขาคงมีกำลังใจแม้ว่าสงครามกับไวรัสจะหนักหน่วงขึ้นทุกวันก็ตาม (ภาพถ่ายโดย Paolo MIRANDA / AFP)

5.

5. เจ้าของร้านดอกไม้จัดช่อดอกไม้มามอบให้พยาบาลที่โรงพยาบาลบูร์โกส เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 ในเมือง บูร์โกสทางตอนเหนือของสเปน – สเปนรายงานว่าอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อสูงเป็นอันดับสองในยุโรปรองจาก อิตาลี (ภาพถ่ายโดย CESAR MANSO / AFP)

ดัตช์หัวใจสลายทำลายดอกไม้หลายล้านดอก ไวรัสระบาดทำให้ไม่มีใครซื้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618409

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 12:21 น.

ดัตช์หัวใจสลายทำลายดอกไม้หลายล้านดอก ไวรัสระบาดทำให้ไม่มีใครซื้อ

ตอนนี้สมาคมผู้ปลูกดอกไม้กำลังรณรงค์ให้ประชาชน “ซื้อดอกไม้ไม่ใช่กระดาษชำระ” เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ

ตอนนี้เป็นฤดูดอกทิวลิปในเนเธอร์แลนด์ แต่ปีนี้ผู้ปลูกต้องหัวใจสลายเมื่อพวกเขาต้องทำใจทำลายดอกไม้นับล้านต่อวัน เป็นภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการระบาดของโคโรนาไวรัสทำให้ไม่มีใครซื้อดอกไม้ในเวลานี้

ภาพที่ปรากฎตอนนี้คือดอกทิวลิป กุหลาบ ดอกเบญจมาศและดอกไม้อื่นๆ กองเป็นภูเขาเลากานำมากองรวมกันไว้เพื่อเตรียมถูกทำลายในตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ดอกไม้ต่างๆ ที่มีสีสดใสถูกรถตักนำทิ้งลงในถังขยะขนาดใหญ่ แทนที่จะถูกจัดเก็บอย่างดีแล้วส่งไปจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ซื้อไปมอบให้กับคนที่พวกเขารักเหมือนในสถานการณ์ปกติ

“ทางออกเดียวคือเราทำลายพวกมัน” มิคาเอล ฟาน สเคีย โฆษกของ Royal FloraHolland ซึ่งเป็นบริษัทประมูลดอกไม้ชั้นนำของโลก กล่าว

“นี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เราต้องทำแบบนี้ การประมูลดอกไม้ของชาวดัตช์นั้นมีมานานกว่าร้อยปีแล้วและนี่เป็นครั้งแรกที่เราอยู่ในภาวะวิกฤติ” เขากล่าวกับ AFP

Royal FloraHolland กล่าวว่ามีผลผลิตดอกไม้ประจำปีของเนเธอร์แลนด์ระหว่าง 70 – 80% กำลังถูกทำลาย

สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าขมขื่นสำหรับประเทศที่ดอกทิวลิปเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของชาติ

พริสกา ไคลย์น หัวหน้าสมาคมผู้ผลิตดอกทิวลิปไฟแห่งเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า การปิดตัวของร้านค้าและธุรกิจที่จากการระบาดของไวรัสที่กำลังเกิดขึ้นไปทั่วโลก และจะส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง

“เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่มีความต้องการดอกไม้อีกต่อไปเพราะวิกฤตโคโรนาไวรัสครอบคลุมไปยุโรป” ไคลย์น กล่าว

เธอกล่าวเสริม วิกฤตได้มาถึง “ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในปี” สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกทิวลิป

“ตอนนี้เรากำลังจะมีวันแม่และผู้ปลูกดอกทิวลิปเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเมษายน – พฤษภาคมดังนั้น (วิกฤตตอนนี้) จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกษตรกรจะต้องรับรายได้จากการลงแรงของพวกเขาพอดี” ไคลย์นกล่าว

ตอนนี้สมาคมผู้ปลูกดอกไม้กำลังรณรงค์ให้ประชาชน “ซื้อดอกไม้ไม่ใช่กระดาษชำระ” แทนที่จะกักตุนสินค้าด้วยความตื่นกลัว ให้พวกเขาหันมาซื้อดอกไม้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศแทน

Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP
Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP
Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP
Photo by Kenzo TRIBOUILLARD / AFP

อินเดียเสี่ยงเป็นจุดระบาดใหญ่ของโลก รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว14ชั่วโมง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618393

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 09:45 น.

อินเดียเสี่ยงเป็นจุดระบาดใหญ่ของโลก รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว14ชั่วโมง

อินเดียมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีโรงพยาบาลไม่พอกับประชาชน และขาดแคลนแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แม้ในเวลาปกติ

รัฐบาลอินเดียเริ่มใช้มาตรการเคอร์ฟิว 14 ชั่วโมงเพื่อลดการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศ หลังพบว่ามีผู้ป่วย 315 รายที่ติดโรคนี้แล้ว และยังมีความเสี่ยงที่ไวรัสจะกระจายไปเร็วยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี นเรนทร โมที แถลงกับประชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยกระตุ้นให้ประชาชนอยู่ในบ้านระหว่างเวลา 6:30 น. ถึง 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นมาตรฐานของอินเดีย เพื่อยับยั้งความเคลื่อนไหวของประชากร เขากล่าวว่ามาตรการนี้เป็นการทดสอบที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อประเมินความสามารถในการต่อสู้กับโรคระบาด

“ให้พวกเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของเคอร์ฟิวซึ่งจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการต่อสู้กับ COVID-19 ที่มีความอันตราย มาตรการที่เราดำเนินการในตอนนี้จะมีส่วนช่วยเราในเวลาต่อไป” โมทีทวีตข้อความนี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เคอร์ฟิวจะเริ่ม

ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอินเดียอาจจะกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดครั้งใหญ่ Los Angeles Times รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อว่าอินเดียกำลังตามไม่ทันกับการติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการจำนวนมหาศาล แพทย์ชั้นนำคนหนึ่งกล่าวว่าประเทศนี้ “อยู่ห่างจากสถานการณ์แบบสเปนหรืออิตาลี หรือจีน เพียงไม่กี่วัน”

Arvind Kumar ประธานศูนย์ศัลยกรรมทรวงอกที่โรงพยาบาล Sir Ganga Ram ในนิวเดลีกล่าวว่า เขาสงสัยมาตลอดตั้งแต่วันแรกแล้วว่าตัวเลขที่ถูกประกาศออกมานั้นไม่ตรงกับความจริง เพราะน่าจะมีผู้ติดเชื้อมากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว

นอกจากนี้ อินเดียมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีโรงพยาบาลไม่พอกับประชาชน โดยมีอัตรา 1 เตียงรองรับประชากร 2,000 คน (เทียบกับ 2½ เตียงในสหรัฐ) และขาดแคลนแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แม้ในเวลาปกติ

การทูตหน้ากากอนามัย โอกาสทองจีนซื้อใจชาวโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618374

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 21:30 น.

การทูตหน้ากากอนามัย โอกาสทองจีนซื้อใจชาวโลก

จีนรับบทฮีโร่ ในขณะที่ยุโรปกำลังขาดความเป็นหนึ่งเดียวกันในการรับมือ Covid-19

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในฝั่งยุโรปกำลังทะยานขึ้นต่อเนื่อง และจีนเริ่มควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว รัฐบาลจีนจึงเริ่มปฏิบัติการสานสัมพันธ์ทางการทูตด้วยการส่งความช่วยเหลือด้านการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปให้ยุโรป

กรณีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การช่วยเหลือเซอร์เบีย ที่ถือเป็นโอกาสทองที่จะให้จีนโชว์ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศแถบยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่สมรภูมิที่จีนและอียูจะใช้แสดงอิทธิพล

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี อเล็กซานดาร์ วูชิช ของเซอร์เบีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศและยังเอ่ยถึงความคับข้องใจในการรับมือสถานการณ์ของสหภาพยุโรป (อียู) ว่า “อย่างที่คุณรู้กันว่าขณะนี้เราไม่สามารถนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของสหภาพยุโรป ความเป็นหนึ่งเดียวกันของยุโรปไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่ในนิยายบนแผ่นกระดาษเท่านั้น”

ต้องอธิบายก่อนว่า อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ห้ามประเทศสมาชิกอียูส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก เพื่อสงวนไว้ให้ประเทศสมาชิกเท่านั้น และขณะนี้เซอร์เบียยังอยู่ระหว่างขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอียู จึงนำเข้าหน้ากากอนามัยไม่ได้

ในเมื่อเพื่อนบ้านในยุโรปไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือ ผู้นำเซอร์เบียจึงหันไปพึ่งมิตรนอกทวีปอย่างจีน โดยประกาศในวันเดียวกับวันประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่าได้ขอความช่วยเหลือจากจีนแล้ว “ผมเชื่อมั่นในพี่ชายและมิตรอย่างสีจิ้นผิง และเชื่อมั่นในการให้ความช่วยเหลือของจีน ประเทศเดียวที่จะช่วยเหลือเราได้คือจีน”

ซึ่งฝั่งจีนก็ตอบรับและส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เซอร์เบียร้องขอไปถึงกรุงเบลเกรดในวันถัดมา

นอกจากนี้ อิตาลีที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในสหภาพยุโรป และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตแซงหน้าจีนที่เป็นประเทศที่ระบาดเป็นที่แรกไปแล้ว ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์จากประเทศสมาชิกอียูด้วยกันเช่นกัน

สัปดาห์ที่แล้ว เมาริซิโอ มัสซาริ ทูตอิตาลีประจำอียู แสดงความผิดหวังหลังจากที่ประเทศสมาชิกอียูปฏิเสธคำร้องของคณะกรรมการยุโรปที่ให้ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปช่วยเหลืออิตาลี ผ่านบทความในเว็บไซต์ Politico ว่า “น่าเสียดายที่ไม่มีประเทศสมาชิกอียูสักประเทศที่ตอบรับคำร้องของคณะกรรมการ มีแต่จีนที่ยอมยื่นมือช่วยเหลือ แน่นอนว่าไม่ใช่สัญญาณที่ดีของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในยุโรป”

ขณะนี้ทางการจีนส่งทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปให้อิตาลีอย่างน้อย 2 ลำแล้ว รวมทั้งชุดทดสอบการติดเชื้ออีก 1,000 ชุด

ความเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนภาพของจีนจากประเทศที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดมาสู่ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นได้อย่างดี ทั้งยังได้รับคำชมล้นหลามจากทั้งชาวยุโรปและบุคคลสำคัญ อาทิ เทโดรส อัดดานัม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ที่ระบุว่าการช่วยเหลืออิตาลีของจีนว่าเป็น “ตัวอย่างของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่น่าชื่นชม”

นอกจากนี้ จีนยังให้ความช่วยเหลือด้านความรู้ทางการแพทย์กับกับโปแลนด์ กรีซ บอสเนียและเฮอร์เซโกวินาด้วย

การทำการทูตผ่านหน้ากากอนามัยทำให้จีนขยับความสัมพันธ์กับบรรดาประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง

อันที่จริงนอกเหนือจากการไม่แยแสประเทศยุโรปด้วยกันเองในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาด ลำพังความไม่พอใจอียูของประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่านก็ผลักให้ประเทศเหล่านี้หันไปหาจีนมากขึ้นๆ

เมื่อปีที่แล้วความพยายามขอเข้าเป็นสมาชิกอียูของแอลเบเนียและมาซิโดเนียกลับต้องชะงักลงหลังจากประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาตรง ของฝรั่งเศสแย้งว่าควรรอให้แก้ไขกฎการรับสมาชิกเพิ่มของอียูแล้วเสร็จก่อน ทำให้ทั้งสองประเทศยังไม่ได้เป็นสมาชิกอียู

นอกเหนือจากนั้น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จีนยังเข้าไปเหยียบจมูกของอียู โดยการพยายามเพาะสร้างอิทธิพลในคาบสมุทรบอลข่านด้วยการจัดตั้งโครงการ 17+1 ซึ่งหมายถึงการรวมกลุ่มของจีนและประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกอีก 17 ประเทศ

โครงการนี้จีนจะเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาให้ประเทศเหล่านี้ทัดเทียมประเทศอื่นในยุโรปผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของการให้กู้ยืมเงินผ่านโครงการ Belt & Road ในประเทศที่ขาดแคลนเงินทุน อาทิ มอนเตเนโกร แอลเบเนีย มาซิโดเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา และเซอร์เบียที่จีนถึงกับเรียกว่าเป็นหุ้นส่วนสำคัญในยุโรปตอนใต้

ส่วนอิตาลีนั้นจีนซื้อใจด้วยการซื้อพันธบัตรมูลค่า 5,000 ล้านหยวน และเงินจำนวนนี้ยังส่งไปช่วยสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้กับบริษัทสัญชาติอิตาลีในจีนด้วย

การลงนามครั้งนี้ทำให้อิตาลีกลายเป็นประเทศสมาชิก G7 ประเทศแรกที่กู้ยืมเงินจากรัฐบาลจีน

ส่วนฝั่งจีนก็ได้รับแรงหนุนโครงการ Belt & Road จากอิตาลีอย่างเต็มที่ และเป็นไปได้ว่าจีนอาจใช้อิตาลีเป็นสะพานเชื่อมเข้าสู่ยุโรปในอนาคต

การปรากฏตัวของจีนสร้างความกังวลให้ประเทศพี่ใหญ่ในยุโรปทั้งหลาย คณะกรรมาธิการอียูถึงกับนิยามว่าจีนเป็น “คู่แข่งเชิงระบบ” ของอียู

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การคว้าโอกาสทองด้วยการยื่นมือให้ความช่วยเหลือประเทศในยุโรปในยามยากของจีนครั้งนี้ จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จีนให้ดีขึ้นในสายตาชาวยุโรปได้แน่นอน

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘ไวรัสโคโรนา’ ตัวจริง (3) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618377

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 20:15 น.

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘ไวรัสโคโรนา’ ตัวจริง (3) 

มีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพามาสู่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น

หลังจากโคโรนาไวรัส (Covid-19) ระบาดอย่างหนัก บรรดาสื่อมวลชนตะวันตกพากันประโคมข่าวใหญ่ว่าไวรัสร้ายมีต้นกำเนิดจากสัตว์ในตลาดสดแห่งหนึ่งของเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน

ทว่าการรายงานของสื่อมวลชนจีนและญี่ปุ่นอาจพลิกเปลี่ยนความเข้าใจที่สื่อมวลชนตะวันตกชี้นำ เพราะมีการศึกษาพบว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น หลากหลายตำแหน่งแห่งหน แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพาสู่ตลาด

หากพูดอย่างชัดเจนตามการรายงานของสื่อมวลชนตะวันออก ดูเหมือนว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนอย่างที่กำลังเข้าใจกัน แต่อาจมีต้นกำเนิดจากประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ในอีกซีกโลกอย่าง “สหรัฐ”

• นักไวรัสวิทยาไต้หวันชี้ “โคโรนาไวรัส” มีต้นกำเนิดในสหรัฐ

สถานีโทรทัศน์ไต้หวันรายงาน (27 ก.พ.) แผนภาพและแผนผังที่ระบุว่าโคโรนาไวรัสมีต้นกำเนิดอยู่ในสหรัฐ โดยผู้นำเสนอเป็นนักไวรัสวิทยาและเภสัชกรชั้นนำที่ศึกษาแหล่งที่มาของไวรัสอย่างละเอียดและเนิ่นนาน

ผู้เชี่ยวชาญคนดังกล่าวอธิบายรูปแบบของสารพันธุกรรม (haplotype) อันหลากหลาย ความเชื่อมโยงในลักษณะจุดต่อจุด และประเด็นหลักคือรูปแบบการติดเชื้อในไต้หวันอาจมีต้นตอมาจากสหรัฐเท่านั้น

ตรรกะพื้นฐานคือตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัสมากที่สุดต้องเป็นแหล่งต้นกำเนิดเพราะไวรัสสายพันธุ์หนึ่งๆ มิอาจเกิดขึ้นเองได้ โดยเขากล่าวว่าเฉพาะสหรัฐมีไวรัสอันเป็นที่รู้จักทั้งหมด 5 สายพันธุ์

ขณะที่เมืองอู่ฮั่นและพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของจีนมีไวรัสอันเป็นที่รู้จักเพียง 1 สายพันธุ์ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ อังกฤษ เบลเยียม และเยอรมนี ทำให้เกิดสมมติฐานว่ารูปแบบของสารพันธุกรรมในประเทศอื่นๆ อาจมีต้นกำเนิดในสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกาหลีใต้และไต้หวันมีรูปแบบของสารพันธุกรรมของโคโรนาไวรัสที่แตกต่างจากจีน คืออาจติดต่อกันง่ายกว่าแต่ร้ายแรงถึงตายน้อยกว่า โดยอัตราการเสียชีวิตอาจคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจีนเท่านั้น

ส่วนอิหร่านและอิตาลี แม้ไม่ได้อยู่ในการศึกษาของเขา แต่ปัจจุบันทั้งสองประเทศได้ถอดรหัสพันธุกรรมโคโรนาไวรัสในท้องถิ่นและพบว่ามีความแตกต่างจากจีน ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนแต่ถูกนำเข้าจากแหล่งที่มาอื่น

อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องน่าสังเกตว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอิตาลีคร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากเกือบเทียบเท่าในจีน ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นๆ สามเท่า ขณะที่โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอิหร่านมีความร้ายแรงมากที่สุดด้วยอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 10-25

ผู้เชี่ยวชาญเสริมว่า ณ เวลานี้ที่มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ควรมีการตรวจสอบตัวอย่างพันธุกรรมไวรัสโคโรนาในแต่ละประเทศ เพื่อชี้ชัดตำแหน่งต้นกำเนิดและแหล่งที่มา ตลอดจนรูปแบบการแพร่ระบาด

เมื่อไม่นานนี้ สหรัฐตรวจพบผู้ป่วยเสียชีวิตจาก “โรคพังผืดสะสมในปอด” (pulmonary fibrosis) เนื่องจากไม่สามารถหายใจได้ปกติมากกว่า 200 ราย แต่สภาพร่างกายและอาการทั้งหมดของผู้ป่วยเหล่านั้นมิอาจได้ด้วยโรคดังกล่าว

นักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันผู้นี้เผยว่า เขาเขียนบทความเรียกร้องให้หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐทบทวนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยเหล่านั้นว่ามาจากไวรัสโคโรนาหรือไม่ แต่อีกฝ่ายกลับอ้างว่าสาเหตุมาจากบุหรี่ไฟฟ้าและปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป

นอกจากนั้นนักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันยังชี้ว่า การระบาดของโคโรนาไวรัสอาจเริ่มต้นเร็วกว่าที่สันนิษฐานกัน อาจต้อง “มองย้อนกลับไปถึงเดือนกันยายน 2019” เมื่อพบชาวญี่ปุ่นที่ไม่เคยเดินทางเยือนจีนเลยติดเชื้อหลังกลับจากเกาะฮาวายของสหรัฐ

วันเวลาดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือนก่อนมีการระบาดในจีน และหลังสหรัฐสั่งปิดฟอร์ต เดทริก (Fort Detrick) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในรัฐแมริแลนด์ โดยอ้างว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถป้องกันการสูญเสียจุลชีพก่อโรคได้

นักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันทิ้งท้ายว่าเขาดำเนินการสืบสวนรายละเอียดของผู้ป่วยชาวอเมริกันที่เสียชีวิตเหล่านั้นอย่างรอบคอบ ซึ่งพบข้อบ่งชี้ว่าโคโรนาไวรัสอาจแพร่ระบาดในสหรัฐแล้ว แต่กลับถูกตีความให้เป็นโรคอื่น รวมถึงอาจถูกปกปิดอีกด้วย

อนึ่ง โกลบอล ไทม์ส สื่อทางการจีน รายงานกรณีผู้ป่วยในสหรัฐเสียชีวิต โดยญาติได้รับแจ้งว่าสาเหตุมาจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ข้อมูลในใบมรณะบัตรกลับระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากโคโรนาไวรัส

ปัจจุบันยังไม่แน่ชัดว่าการวินิจฉัยโรคที่ย้อนแย้งกันในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าไรในสหรัฐ แต่เป็นไปได้ว่ามีอีก เนื่องจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐขาดแคลนชุดตรวจสอบที่เชื่อถือได้ รวมถึงมีปัญหาการตรวจสอบอย่างทั่วถึง

ติดตามบทความตอนที่ 1 : สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (1)

ติดตามบทความตอนที่ 2 : สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (2) 

ที่มา : https://www.xinhuathai.com/high/china-japan-media-cov-3_20200317