วิจัยชี้คนป่วยโควิด-19 แพร่เชื้อได้ก่อนมีอาการ 2.5 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618360

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 19:01 น.

วิจัยชี้คนป่วยโควิด-19 แพร่เชื้อได้ก่อนมีอาการ 2.5 วัน

ผลการวิจัยนี้ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการล้างมือและการแยกตัวออกจากสังคม

ผลการวิจัยจากนานาประเทศชี้ คนที่มีเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนที่อาการจะปรากฏราว 2.5 วัน ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการล้างมือและการแยกตัวออกจากสังคม

ผู้เชี่ยวชาญที่สำนักข่าว CNN สัมภาษณ์ระบุตรงกันว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่ทราบว่าผู้ป่วยที่มีอาการ กับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยและไม่แสดงอาการ สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ในอัตราส่วนเท่าใด แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าที่เคยเข้าใจ

ไมเคิล ออสเทอร์โฮล์ม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคติดต่อและนโยบายแห่งมหาวิทยาลัยมินนิโซตาเผยว่า ตอนนี้เราทราบแล้วว่าการแพร่เชื้อจากคนที่ไม่แสดงอาการคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจาย เนื่องจากทำให้การควบคุมยากขึ้น

แม้แต่ บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ยังเขียนบทความลงในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine โดยระบุว่า “มีหลักฐานชี้ชัดว่า Covid-19 สามารถแพร่จากผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการ ซึ่งหมายความว่าโรคนี้จะควบคุมได้ยากกว่าโรคเมอร์สหรือซาร์สที่แพร่เชื้อเฉพาะผู้ที่มีอาการเท่านั้น”

นอกจากนี้ แซนดรา ซีเชค ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ไวรัสวิทยาในเมืองแฟรงเฟิร์ตของเยอรมนี ที่ทำการตรวจผู้โดยสาร 24 รายที่เพิ่งเดินทางมาจากอิสราเอล ยังพบว่า สารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ มีปริมาณเชื้อไวรัสเข้มข้นกว่าของผู้ป่วยที่แสดงอาการ

การมีปริมาณเชื้อไวรัสมากหมายความว่ามีโอกาสแพร่เชื้อได้มากกว่า

เมื่อเดือน ม.ค. และ ก.พ. ยังมีผลการศึกษาการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในเมืองเทียนจินของจีนและในสิงคโปร์โพสต์ใน MedRxiv ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์โพสต์งานวิจัยก่อนตีพิมพ์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเยล วารสารการแพทย์ BMJ และห้องวิจัย Cold Spring Harbor Laboratory ในนิวยอร์ก

งานวิจัยทั้งสองชิ้นพบการแพร่เชื้อของผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการในปริมาณที่เด่นชัด

อีกชิ้นหนึ่งที่ให้ผลอย่างเดียวกันคือ งานวิจัยของนักวิจัยจากเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ ที่พบว่า 48-66% ของผู้ป่วยในสิงคโปร์ 91 รายที่ติดเชื้อจากที่เดียวกัน ได้รับเชื้อจากคนที่ไม่แสดงอาการ และในจำนวนผู้ป่วย 135 รายในเมืองเทียนจิน มี 62-77% ที่ได้รับเชื้อจากคนที่ไม่แสดงอาการ

นอกจากนี้ นักวิจัยจากแคนาดา เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์ที่ศึกษาคนไข้กลุ่มเดียวกันนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อก่อนที่อาการจะปรากฏ 2.55 วันในเมืองเทียนจิน และ 2.89 วันในสิงคโปร์

แคโรลีน คอลิจ์น หนึ่งในทีมวิจัยเผยว่า การวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่าการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการเกิดขึ้นเป็นปกติ

เหตุใดอัตราตายจากโควิดในเยอรมนีต่ำกว่าอิตาลีถึง 40 เท่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618368

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 18:01 น.

เหตุใดอัตราตายจากโควิดในเยอรมนีต่ำกว่าอิตาลีถึง 40 เท่า

อัตราเสียชีวิตจากเชื้อโควิดในเยอรมนีไม่ถึง 1% หากเทียบกับอิตาลีที่ 8%

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิดในยุโรป ถือว่ารุนแรงและกลายเป็นศูนย์กลางการ ระบาดแห่งใหม่ของโลกแทนที่จีน ตามคำแถลงขององค์การอนามัยโลก ตรงข้ามกับสถานการณ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่นับวันการระบาดทุเลาลงอย่างชัดเจน ผู้คนเริ่มในจีนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ

การระบาดในอิตาลีและสเปนนับว่ามีความร้ายแรงมากกว่าชาติอื่นๆในยุโรปด้วยกัน โดยที่สเปนติดเชื้อแล้ว 21,571 เสียชีวิต 1,093 ส่วนอิตาลีติดเชื้อ 47,021 เสียชีวิต 4,032 ราย *ข้อมูลวันที่ 21 มีนาคม*

หากเทียบประเทศพี่ใหญ่แห่งEU อย่างเยอรมนี ยอดติดเชื้อ 19,865 รักษาหาย 180 เสียชีวิต 68 ราย *ข้อมูลวันที่ 21 มีนาคม* ตามรายงานของสถาบัน Robert Koch Institute (RKI)

นั้นหมายความว่าอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดในเยอรมนีติดอยู่ที่ราว 0.3 % ถึง 0.18% หรือเรียกว่าแทบไม่ถึง 1% หากเทียบกับจีนที่ยอดเสียชีวิตของผู้ติดโควิดในจีนที่ราว 4% อังกฤษ 3.9% ฝรั่งเศส 2.9% และอิตาลีถึง 8.3%

อะไรทำให้คนเยอรมนีที่ติดโควิดมีอัตราเฉลี่ยการเสียชีวิตที่น้อยกว่าเพื่อนบ้านอย่างอิตาลี?

แม้จะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลถึงอัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยในแต่ละประเทศของยุโรป โดยเฉพาะในอิตาลีซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสองของโลก แต่สิ่งที่พอจะแยกความแตกต่างซึ่งเป็นจุดเด่นของระบบสาธารณสุขเยอรมนีได้คือ

  • อุปกรณ์การแพทย์เพรียบพร้อม

ในเยอรมนีมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยวิกฤตได้ถึง 25,000 พร้อมกับเครื่องพยุงชีพ และเครื่องช่วยหายใจที่เพรียบพร้อมกว่าชาติเพื่อนบ้าน ต่างกับในฝรั่งเศสที่มีเตียงรองรับได้ ราว 7,000 และอิตาลีเพียง 5,000

ส่วนในอังกฤษ แมตต์ ฮานค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษเผยว่า ทั่วประเทศมีเตียง รองรับผู้ป่วยวิกฤตได้ถึง 4,000 เตียง มีเครื่องช่วยหายใจ 5,000 เครื่อง ด้วยศักยภาพ ของเยอรมนีจึงไม่แปลกที่จะช่วยผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ หากอนาคตพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เยอรมนีมีแผนสองเพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขต้อง “โอเวอร์โหลด” ไปด้วยคนป่วยโควิด อย่างเช่นที่เป็นในอิตาลี รัฐบาลแมร์เคิลจึงมีแผนเพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยวิกฤตเพิ่มเป็นสองเท่า แม้แต่ในโรงแรมหรือหอประชุมท้องถิ่น ก็เตรียมเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการ”ไม่รุนแรง”เพื่อสงวนโรงพยาบาลไว้รับผู้ป่วยวิกฤตเท่านั้น รูปแบบเช่นนี้เหมือนกับที่จีนทำในช่วงที่ผ่านมา

เยอรมนียังเป็นที่ตั้งของบริษัทยาและไบโอเทคโนโลยีทั้งเจ้าเล็ก-ใหญ่เกือบหลายสิบแห่ง จึงไม่แปลกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงพยายามล็อบบี้ด้วยการซื้อวัคซีนโควิด-19จากบริษัทยาบางแห่งในเยอรมนีให้ส่งวัคซีนแก่สหรัฐเท่านั้น ซึ่งทางเยอรมนีได้ขัดขวางการเทคโอเวอร์ของรัฐบาลสหรัฐด้วยการเปย์เงินจำนวนที่สูงกว่า (ทรัมป์ทุ่มเงินหวังจะซื้อวัคซีนโควิด-19มาเป็นของสหรัฐเท่านั้น)

  • พัฒนาชุดตรวจอย่างรวดเร็ว

เยอรมนีถือเป็นประเทศแรกๆที่สามารถพัฒนาชุดตรวจโควิดได้ทันท่วงทีแต่เนินๆ โดยเมื่อเดือนมกราคม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันระบาดวิทยาโรงพยาบาล Charite ในกรุงเบอร์ลิน เป็นกลุ่มแรกที่พัฒาชุดตรวจได้สำเร็จ

ประกอบกับทั่วประเทศ เยอรมนีมีห้องแล็ปเอกชนซึ่งมีความพร้อมในการตรวจคัดกรองเชื้อ โดยในช่วงเดือนมกราคมตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงต่ำอยู่ เยอรมนีจึงมีศักยภาพการตรวจโรคที่เร็วกว่าชาติเพื่อนบ้าน มีความสามารถตรวจได้ประมาณ 12,000 คน ต่อวัน ใครก็ตามที่ติดต่อกับบุคคลเสี่ยง หรือกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงจะมีสิทธิ์ตรวจก่อนรู้ผลเร็ว

  • ติดเชื้อส่วนใหญ่ในหนุ่มสาว

ต่างกับอิตาลี ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย ที่เยอรมนีผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่อายุยังไม่มาก ผู้ติดเชื้อราว 70% ในเยอรมนีอายุระหว่าง 20-50 ปี ตรงข้ามกับอิตาลีซึ่งผู้ติดเชื้อเฉลี่ยที่ 70 ปี

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการวิจัยของอิตาลี (Consiglio Nazionale delle Ricerche) นาย Giovanni Maga ตั้งข้อสังเกตถึงเยอรมนีว่า ไม่มีการตรวจว่าผู้เสียชีวิตบางรายว่าเกิดจากการติดไวรัสหรือไม่ เพราะกรณีที่อิตาลี มีรายงานผู้สูงอายุบางรายเสียชีวิตระหว่างกักตัวที่บ้าน หรือไม่ได้ไปโรงพยาบาล เยอรมนีจึงอาจมีโอกาสสูงที่ไม่ได้นับรวมผู้เสียชีวิตในส่วนดังกล่าวด้วย

บาทหลวงสหรัฐปิ๊งไอเดีย เปิด Drive-throughสารภาพบาป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618358

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 15:30 น.

บาทหลวงสหรัฐปิ๊งไอเดีย เปิด Drive-throughสารภาพบาป

สหรัฐสั่งปิดโบสถ์เพื่อยุติทุกกิจกรรมทางศาสนาทั่วประเทศ ป้องกันคนมารวมตัวกัน บาทหลวงจึงต้องปรับตัวรับสถานการณ์โควิด

เอเอฟพีรายงานว่า จากมาตรการสั่งปิดสถานที่สาธารณะหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไว รัสโควิด-19 รวมถึงทุกศาสนสถานและงดการประกอบพิธีทางศาสนา

ที่รัฐแมรี่แลนด์ บาทหลวง Scott Holmer แห่งโบสถ์ St Edwards ในเมืองโบวี่ ได้เปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจทางศาสนาให้แก่บรรดาคริสตชนด้วยการเปิดประกอบพิธีสารภาพบาปแบบ Drive-through เลียนแบบการให้บริการของบรรดาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐที่มักมี Drive-through อยู่ในทุกที่ทั่วประเทศ

บาทหลวง Holmer เล่าว่า ท่านได้ไอเดียการประกอบกิจแบบนี้ หลังจากเห็นรายงานข่าวการแพร่ระบาดของโบสถ์ลัทธิชินชอนจีในเกาหลีใต้

บาทหลวง Holmer จะนั่งอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอกโบสถ์ พร้อมกับปิดตา รักษาระยะห่างจากตัวรถ เพื่อรับฟังคำสารภาพบาปจากผู้คนที่เข้ามาสารภาพบาปตามธรรมเนียมคริสเตียน โดยท่านจะเปิดประกอบพิธีในลักษณะนี้ต่อไป จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับมาประกอบทางศาสนาภายในโบสถ์ได้ตามปกติ

ขณะที่คริสตชนคนหนึ่งซึ่งเข้ามาสารภาพ บอกว่า ถือเป็นไอเดียดีที่เข้ากับสถานการณ์ยากลำบาก ที่ผู้คนกำลังต้องการกำลังใจและแรงศรัทธาจากศาสนาช่วยปลอบประโลมจิตใจ

“บาวาเรีย” ปิดรัฐสองสัปดาห์ ให้คนอยู่แต่ในบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618345

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 13:34 น.

"บาวาเรีย" ปิดรัฐสองสัปดาห์ ให้คนอยู่แต่ในบ้าน

บาวาเรีย-ซาร์แลนด์ สองรัฐแรกของเยอรมนี ใช้มาตรการปิดรัฐ14วัน งัดเคอร์ฟิวขอประชาชนอยู่แต่ในบ้าน

Markus Soeder มุขมนตรีแห่งรัฐบาวาเรีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ออกมาตรการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่พำนักอยู่แต่ในเคหะสถาน บ้านพักของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป

นาย Soeder ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ยุติทุกกิจกรรมสาธารณะให้มากที่สุด โดยประชาชนยังคงออกไปซื้อหาสินค้าตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายยาได้ตามปกติ

“คุณยังออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกได้ แต่ควรไปเพียงลำพัง หรืออยู่กับครอบครัวเท่านั้น”

นอกจากนี้บาวาเรียได้สั่งระดมกำลังพลสำรอง เข้ารักษาการตามพื้นที่ต่าง พร้อมจะใช้มาตรการเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากเคหะสถานโดยไม่มีความจำเป็นในยามวิกาล หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง25,000 ยูโร (ราว877,000บาท)

สำหรับบาวาเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีพลเมืองราว 13 ล้านคน พบผู้ติดเชื้อสะสมที่3,107 เสียชีวิต 20 ราย ส่วนทั้งเยอรมนีติดเชื้อสะสมที่ 19,848 คน เสียชีวิต 68 ราย

เช่นเดียวกับรัฐซาร์แลนด์ รัฐขนาดเล็กของเยอรมนีที่ติดกับชายแดนฝรั่งเศส มีประชากรราว 1 ล้าน ก็ใช้มาตรการเช่นเดียวกับบาวาเรีย

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้(16 มี.ค.)เยอรมนีใช้วิธีการปิดพรมแดมที่ติดต่อกัน 5 ประเทศ เป็นการชั่วคราว เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพลเมือง แต่ยังไม่ถึงขั้นปิดประเทศ โดยมาตรการปิดประเทศมีรายงานว่านางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เตรียมหารือยกระดับความเข้มงวดในเรื่องดังกล่าววันพรุ่งนี้ (22 มีนาคม)

จีนพบแต่ผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ ทั้งประเทศไร้ป่วยโควิด-19 เพิ่มติดต่อเป็นวันที่ 3 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618339

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 12:29 น.

จีนพบแต่ผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ ทั้งประเทศไร้ป่วยโควิด-19 เพิ่มติดต่อเป็นวันที่ 3

ในจีนแผ่นดินใหญ่ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่3 มีแต่ผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ รักษาหายออกจากโรงพยาบาลมากขึ้น

ซีทีจีเอ็นของจีนรายงานสถานการณ์โควิด -19 ณ วันที่21 มีนาคม โดยระบุว่า ทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นวันที่ 3 ติดจ่อกัน

เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลแล้ว 590 ราย ส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รักษาหายดีแล้วเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 71,740 คน

ขณะเดียวที่นครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยอันเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคมายาวนานกินเวลานานหลายเดือน รายงานยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายใหม่เป็นศูนย์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เช่นเดียวกัน

คณะกรรมการสาธารณสุขมณฑลหูเป่ย เปิดเผยยอดผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในอู่ฮั่นและทั่วหูเป่ยยังรักษาระดับอยู่ที่ 50,005 ราย และ 67,800 รายตามลำดับ เมื่อนับถึงวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.)

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรายใหม่ในหูเป่ยอยู่ที่ 7 ราย โดย 6 รายอยู่ในอู่ฮั่น ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 3,139 ราย

ขณะเดียวกัน ด้านคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนเผยว่า มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนเพิ่มอีก 41 ราย ทั้งหมดจัดเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ (Imported cases)

ส่วนพื้นที่อื่นๆของจีนอย่างเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อวันศุกร์มีผู้ได้รับการยืนยันติดเชื้อสะสมที่ 256 ราย รักษาหาย 98 เสียชีวิต 4 ราย มาเก๊าติดเชื้อ 17 ราย รักษาหายแล้ว 10 ราย

อิตาลีทำสถิติใหม่ ตายโควิดวันเดียว 627 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618329

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 10:39 น.

อิตาลีทำสถิติใหม่ ตายโควิดวันเดียว 627 ราย

ยอดเสียชีวิตจากโควิดในอิตาลีมากสุดกว่าทุกประเทศรวมถึง 4,032 คาดต่อเวลาปิดประเทศ

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิดในอิตาลีรอบ 24 ชั่วโมงของวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มีนาคม) สร้างสถิติใหม่มีผู้เสียชีวิต 627 ราย ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 4,032 คน ถือเป็นการเสียชีวิตมากที่สุดนอกจีนแผ่นดินใหญ่

ขณะยอดผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในอิตาลีเพิ่มขึ้น 14.6% ในวันเดียว เป็น 47,021

Giorgio Gori นายกเทศมนตรีเมืองเบอร์กาโม่ เผยว่า ผู้เสียชีวิตเมืองของเขาอาจสูงกว่าตัวเลขที่ทางการรายงาน คนสูงอายุหลายคนเสียชีวิตที่บ้าน โดยที่ไม่มีการตรวจเชื้อหาสาเหตุการเสียชีวิตทั้งก่อนและหลังการเสียชีวิต

นาย Gori ยังบอกว่าเขาเองก็ได้รับรายงานจากผู้ว่าการเมืองอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงเช่นกัน

อย่างไรก็ดี หน่วยงานด้านสาธารณสุขอิตาลีระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยที่ 79 ปี มากกว่าสามในสี่ของพวกเขามีความดันโลหิตสูง ขณะที่ประมาณหนึ่งในสามเป็นโรคเบาหวาน

หน่วยสาธารณสุขอิตาลีบอกว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 17 มีนาคม ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีถึง 3,000 คนนั้น ร้อยละ 75%เป็นความดันสูง ร้อยละ 35%เป็นเบาหวาน และหนึ่งในสามมีอาการโรคหัวใจ ผู้ติดเชื้อที่อายุต่ำกว่า40ปีมักเป็นเพศชาย แสดงอาการรุนแรงกว่าเพศหญิง

สำหรับอิตาลีซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากร 60 ล้านคน ยอดผู้เสียชีวิตทั้งประเทศของอิตาลีคิดเป็น 36.2% ของผู้เสียชีวิตทั้งโลกที่มีไม่น้อยกว่า 10,000 คน และอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโควิดในอิตาลีนับว่าสูงกว่าทุกชาติบนโลกถึง 8.6%

ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลอิตาลีสั่งปิดประเทศมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 25 มีนาคม แต่ด้วยสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง รัฐบาลเตรียมขยายเวลาการปิดประเทศต่อไป พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ส่วนสถานศึกษายังคงกำหนดเวลาปิดไปจนถึงวันที่ 3 เมษายน

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (2) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618316

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 20:25 น.

สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (2) 

มีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพามาสู่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น

หลังจากโคโรนาไวรัส (Covid-19) ระบาดอย่างหนัก บรรดาสื่อมวลชนตะวันตกพากันประโคมข่าวใหญ่ว่าไวรัสร้ายมีต้นกำเนิดจากสัตว์ในตลาดสดแห่งหนึ่งของเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน

ทว่าการรายงานของสื่อมวลชนจีนและญี่ปุ่นอาจพลิกเปลี่ยนความเข้าใจที่สื่อมวลชนตะวันตกชี้นำ เพราะมีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น หลากหลายตำแหน่งแห่งหน แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพาสู่ตลาด

หากพูดอย่างชัดเจนตามการรายงานของสื่อมวลชนตะวันออก ดูเหมือนว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนอย่างที่กำลังเข้าใจกัน แต่อาจมีต้นกำเนิดจากประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ในอีกซีกโลกอย่าง “สหรัฐ”

• สื่อมวลชนญี่ปุ่น : โคโรนาไวรัสอาจมีต้นกำเนิดในสหรัฐ

ทีวี อาซาฮี (TV Asahi) สถานีโทรทัศน์สัญชาติญี่ปุ่น รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าโคโรนาไวรัสมีต้นกำเนิดอยู่ในสหรัฐ ไม่ใช่ในจีน และผู้ป่วยชาวอเมริกันส่วนหนึ่งจากทั้งหมด 14,000 ราย ที่เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ ความจริงอาจเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัส

รายงานของทีวี อาซาฮี กล่าวถึงข้อกังขาว่า “ชาวอเมริกันบางส่วนอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยไม่รู้ตัว” ซึ่งกลายเป็นกระแสสนใจบนโลกออนไลน์จีน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและการคาดเดาต่างๆ นานาว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจมีต้นกำเนิดในสหรัฐ

“รัฐบาลสหรัฐอาจไม่ได้ระแวดระวังและจัดการกับโคโรนาไวรัสในประเทศได้ทันท่วงที” รายงานของทีวี อาซาฮีระบุ “แต่ก็ยังไม่เป็นที่ทราบชัดเจนว่าชาวอเมริกันที่เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสด้วยหรือไม่”

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผย (14 ก.พ.) ว่าจะมีการตรวจสอบบุคคลที่มีอาการป่วยเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่เพื่อค้นหาเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล ชิคาโก และนิวยอร์ก

ทีวี อาซาฮี ยังนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชูประเด็นว่าไม่มีใครได้รู้สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของผู้ป่วยเหล่านั้น เพราะสหรัฐมองข้ามการตรวจสอบความจริง กอปรกับล้มเหลวจะเปิดเผยผลการตรวจสอบด้วย

สถานโทรทัศน์ญี่ปุ่นรายนี้ระบุว่า “การระบาดของโคโรนาไวรัสอาจเกิดขึ้นในสหรัฐเป็นแห่งแรก” โดยหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามถึงกรณี “ธรรมชาติสร้างหรือมนุษย์กระทำ” และ “เกิดจากอุบัติเหตุหรือความมุ่งมั่นตั้งใจ”

รายงานข่าวดังกล่าวมิเพียงเรียกเสียงฮือฮาในญี่ปุ่นแต่ยังข้ามน้ำข้ามทะเลถึงแผ่นดินจีน เกิดการเสวนาออนไลน์กันอย่างคึกคัก มุ่งเป้าไปที่การแข่งขันกีฬาทหารโลกในอู่ฮั่นเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดที่มาจากต่างประเทศ

พีเพิลส์ เดลี (People’s Daily) สื่อทางการจีน รายงาน (23 ก.พ.) ว่า “เป็นไปได้ว่าตัวแทนผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากสหรัฐอาจเป็นผู้นำพาโคโรนาไวรัสมาสู่อู่ฮั่น เกิดการกลายพันธุ์บางอย่างที่ทำให้มันร้ายแรงและติดต่อง่ายยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการระบาดวงกว้างในปีนี้”

เซินอี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่านักไวรัสวิทยาทั่วโลก รวมถึงหน่วยข่าวกรองต่างๆ กำลังแกะรอยต้นกำเนิดไวรัส ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนให้ความสนใจเช่นเดียวกัน

ที่มา : https://www.xinhuathai.com/high/china-japan-media-cov-2_20200317

พยาบาลอังกฤษร่ำไห้ ขอร้องอย่ากักตุนอาหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618309

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 18:44 น.

พยาบาลอังกฤษร่ำไห้ ขอร้องอย่ากักตุนอาหาร

พยาบาลอังกฤษโอดอย่ากักตุนอาหาร หลังเข้าเวร 48 ชั่วโมง ไม่ทันคนแห่กวาดสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตจนเกลี้ยงชั้นวาง

สื่อหลายอังกฤษรายงานถึงนาง Dawn Bilbrough พยาบาลแผนกฉุกเฉินซึ่งถ่ายคลิปวิดิโอเล่าเรื่องราวของเธอ ว่าหลังจากสิ้นสุดการเข้าเวรเป็นเวลา 48 ชั่วโมงและเตรียมเข้าเวรถัดไป เธอพยายามหาซื้ออาหาร แต่เธอไม่สามารถหาซื้อได้ เนื่องผู้คนแห่กักตุนอาหารจนเกลี้ยงชั้นว่างแล้ว

รายงานระบุว่า Dawn Bilbrough วัย51ปี พยาบาลแผนกฉุกเฉินจากยอร์ก ถ่ายคลิปวิดิโอความยาวเกือบ 1 นาทีเมื่อเวลา1ทุ่มของวันอังคารที่ผ่านมาเล่าความรู้สึกของเธอว่า

“ฉันแค่ต้องการหาซื้ออาหารเพื่อเตรียมสำหรับเข้าเวรในอีก 48 ชั่วโมงต่อไป .. แต่พบว่าไม่เหลือทั้งผักหรือผลไม้ใดๆทั้งสิ้น ฉันต้องดูแลตัวเองด้วย เพื่อจะดูแลพวกคุณ ตอนคุณไม่สบาย”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลถือเป็นด่านแรกในการรับมือกับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่แพทย์ในหลายประเทศที่พบการระบาดรุนแรงต้องทำงานล่วงเวลาอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาพัก หรืออยู่ร่วมกับครอบครัว

สำหรับอังกฤษ มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมที่ 3,269 ราย เสียชีวิตแล้วถึง 144 คน

เลขายูเอ็นเตือนคนจะตายนับล้าน ถ้ายังปล่อยให้โควิดระบาดโดยไม่ตรวจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618299

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 17:30 น.

เลขายูเอ็นเตือนคนจะตายนับล้าน ถ้ายังปล่อยให้โควิดระบาดโดยไม่ตรวจ

ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศจะร่วมมือกันรับมือกับโคโรนาไวรัส

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนหากยังปล่อยให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายโดยไม่มีการตรวจ พลเมืองโลกจะเสียชีวิตนับล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศยากจน ทั้งยังเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกันเพื่อควบคุมภัยด้านสาธารณสุขที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 10,000 ราย

“เราต้องออกจากภาวะที่แต่ละประเทศต่างคนต่างรับมือ มาสู่การร่วมมือในระดับนานาชาติ รวมทั้งช่วยเหลือประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือน้อย”

ด้านประเด็นเศรษฐกิจโลกนั้น เลขาธิการสหประชาชาติเผยว่าควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มคนที่เดือดร้อนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ส่วนสถาบันการเงินระดับโลก อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์กรการเงินอื่นๆ ต้องมีหน้าที่หลักในการช่วยเหลือประเทศที่ยากลำบาก

ไฟโอลิมปิกถึงโตเกียว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจัดแข่งตามกำหนดหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618298

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 16:48 น.

ไฟโอลิมปิกถึงโตเกียว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจัดแข่งตามกำหนดหรือไม่

ญี่ปุ่นรับมอบไฟโอลิมปิกโตเกียว 2020 แล้ว แต่หนึ่งใน JOCเรียกร้องให้เลื่อนจัดงานไปก่อน

เปลวเพลิงกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเดินจากกรีซมาถึงยังญี่ปุ่นแล้วในวันนี้ ( 20 มีนาคม) ซึ่งเป็นไปตามกำหนดเดิมของการจัดแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว2020 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม

การมาถึงของไฟโอลิมปิกท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาดที่ยังคงไม่แน่นอน ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่ากำหนดการจัดการแข่งขันว่าจะเป็นไปตามกำหนดเดิมหรือไม่

Kaori Yamaguchi หนึ่งในคณะกรรมาธิการโอลิมปิกญี่ปุ่นระดับสูง (JOC) เผยกับสำนักข่าวนิกเคอิว่า ควรเลื่อนการจัดการแข่งขันออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันนักกีฬาไม่สามารถเตรียมตัวเพื่อลงแข่งได้

“เรากำลังทำให้นักกีฬาตกอยู่ในความเสี่ยง” Yamaguchi กล่าว “การให้พวกเขาฝึกต่อไปภายใต้ข้อจำกัดเช่นนี้ คณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (IOC)กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาเป็นอันดับแรก” “แตกต่างจากการแข่งขันกีฬาอื่น ๆ โอลิมปิกการแข่งขันเชิงสัญลักษณ์ของความคิดที่ว่ากีฬานำมาซึ่งสันติภาพของโลก”

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกไม่ควรจัดขึ้น “ถ้าผู้คนทั่วโลกไม่ได้รู้สึกสนุกร่วมด้วย” เธอกล่าว

อย่างไรก็ดี ในมุมของคณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (IOC) โดยนาย Thomas Bach ประธานไอโอซี กล่าวในวันเดียวกันว่า จนถึงขณะนี้“ยังเร็วเกินไป”ที่จะบอกว่าโตเกียว2020 จะเลื่อนจัดงานหรือไม่  ไอโอซีกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบภายใต้คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก แต่ในตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม